Masukตอนบ่ายก็หอบเอาผลไม้ในเข่งไปบ้านตาโหนดโดยนั่งซาเล้งไปโดยมีสารถีเป็นทัดดาว
“จับดี ๆ นะพี่ทศ”
“นี่ถ้าทำฉันหน้าแหกก็ต้องจ่ายค่าโบทอกซ์ให้ฉันด้วย” ทัดดาวยักคิ้วกวน ๆ
“จะเท่าไหร่กันเชียว” ก่อนจะสตาร์ตรถไปยังบ้านเป้าหมาย เห็นภายในบ้านกางเต็นท์หลายหลัง แถมยังมีคนเต็มลานบ้าน เพราะบ้านตาโหนดเป็นโรงสีขนาดใหญ่ เรียกได้ว่าเป็นเถ้าแก่ เศรษฐีบ้านนอกตัวจริง มีลูกชายและลูกสาวรวมกันสามคน ชายหนึ่งหญิงสอง ผู้หญิงแต่งงานไปแล้ว เหลือพี่โน้ตที่ว่านี่แหละ ช้ากว่าใคร แต่ความยิ่งใหญ่อลังการนั้น…
“งานไม่ใหญ่แน่นะวิ?” ทศวรรษกระซิบถามน้องสาว
“ฉันว่างานนี้สองพัน”
“ขนาดนั้นเชียว” ระหว่างที่ทำตัวไม่ถูกและสองพี่น้องกำลังสุมหัวกันอยู่นั้น
“อ้าวน้องทศ” เสียงเรียกชื่อตัวเองดังมาแต่ไกล ทศวรรษหันไปมองตามเสียงเรียกด้านหลัง อีกฝ่ายโบกมือให้เขาหย็อย ๆ ก่อนจะรีบวิ่งเหยาะ ๆ เข้ามาหา
“พี่โน้ต!” ถ้าทศวรรษไม่มาเห็นกับตาก็คงไม่เชื่อ
“เห็นแม่พี่ว่าเรากลับมาเยี่ยมบ้านพอดี แล้วจะอยู่นานหรือเปล่า วันมะรืนพี่จะจัดงานแต่ง” อีกฝ่ายเอ่ยปากถามพร้อมกับใบหน้ายิ้มแย้ม เรดาร์ในหัวทศวรรษทำงานเหมือนว่าได้พบเจอพี่สาวเพิ่มมาอีกหนึ่งคน
“ดีใจด้วยนะครับพี่โน้ต ไม่เจอกันตั้งนาน ผมเพิ่งกลับบ้านมาเพิ่งรู้ข่าวเลยไม่ได้เตรียมของขวัญอะไรให้พี่เลย”
“ไม่ต้องหรอก แค่เรามาพี่ก็ดีใจแล้ว” ก่อนจะหันไปมองคนข้าง ๆ
“อย่าบอกนะว่านี่ยัยดาว”
“แหมพี่โน้ตมองหนูแบบนี้หมายความว่าไง”
“เสมอต้นเสมอปลาย” โน้ตกอดอกก่อนจะใช้สายตามองดูทัดดาวตั้งแต่หัวจรดเท้า ก่อนจะจีบมือจีบไม้
“เก๋ไก๋มากลูกชาย” แล้วทั้งสองก็จับมือกันวี้ดว้าย
“ขอบคุณค่ะพี่สาว” ทศวรรษกลอกตาให้กับพี่น้องตัวปลอมที่ดีใจจนเนื้อเต้น
“ว่าแต่ไปไงมาไงครับพี่โน๊ต” ทศวรรษอดที่จะเอ่ยถามไม่ได้
“เรื่องมันยาว ครับเคิบอะไรกัน คนกันเอง เราเองก็แต่งงานแล้วไม่ใช่เหรอ” ทศวรรษหน้าเจื่อนก่อนจะรีบเปลี่ยนเรื่อง
“โหยพี่โน้ตทศเป็นของทศมาตั้งนาน ตั้งแต่ตั้งไข่ได้ก็รู้แล้วว่าชอบผู้ชาย” โน้ตปิดปากพลางหัวเราะเบา ๆ
“ฉันก็เป็นของฉันมาตั้งนานแล้วจ้ะ แต่ไม่ได้คัมเอาท์ ฮ่า ๆ” ก่อนจะกวักมือเรียกคู่สมรสที่จดทะเบียนสมรสกันเรียบร้อยแล้วที่ประเทศอังกฤษ ก่อนจะกลับมาจัดงานแต่งอีกครั้งที่ประเทศไทย
“สตีฟ สตีฟคัมเฮีย”
“โอ้โห” ทั้งทัดดาวและทศวรรษอุทานออกมาพร้อมกัน
“เป็นไง หล่อใช่ไหมล้า”
“หล่อมากกก กอไก่ล้านตัว” ทัดดาวว่า
“ว่าแต่แฟนเราไม่มาเหรอ” เจ้าบ้านเอ่ยถามทศวรรษด้วยสีหน้าใคร่รู้
“ทศกลับมาไม่กี่วัน เขาเลยไม่ได้กลับมาด้วย” ทศวรรษตอบไปส่ง ๆ แนะนำกันเสร็จสรรพพูดคุยกันหอมปากหอมคอก็ขอตัวกลับ ก่อนจะบึ่งรถไปในเมืองเพื่อหาชุดมางานแต่งงาน เป็นงานช้างงานหนึ่งของจังหวัดก็ว่าได้ ในระหว่างทางขากลับในขณะที่รถติดไฟแดง ทัดดาวเป็นคนขับ
“พี่เห็นสายตาที่สตีฟมองพี่โน้ตไหม เหมือนจะกลืนกินไปทั้งตัว”
“พูดให้มันน้อย ๆ หน่อย” ทศวรรษปรามน้องสาว
“มีอีกคนที่มีสายตาแบบนี้”
“…ใคร”
“พี่สืบ”
“…”
“บ้าน่า”
“พี่เห็นหรือแกล้งทำเป็นไม่เห็นกันแน่”
“เว่อ” ทศวรรษคร้านจะใส่ใจคำยอพวกนี้ สืบสานดีจริงเขารู้แต่พอจะตัดใจเหมือนคนรอบตัวไม่เห็นด้วย
“พี่อาจไม่รู้ ตอนนั้นที่พี่พาพวกแก๊งพี่อีกสามคนมาด้วย ตอนที่พี่พูดน้ำลายแตกฟองพี่สืบก็ใช้สายตาแบบที่พี่เขยฝรั่งบ้านนั้นมองพี่นั่นแหละ” ภายในรถเกิดความเงียบเข้าปกคลุม
“ฉันไม่รู้ว่าระหว่างพี่ทั้งสองเกิดอะไรขึ้น แต่ที่แน่ ๆ อาการผลข้างเคียงของพี่สืบไม่ได้เกิดจากอุบัติเหตุ พี่อย่าหาว่าฉันปากมากเลยนะ ฉันเคยไปถามอาจารย์หมอสมองมาโดยตรง แกบอกเคสพี่สืบมีน้อยมาก ฉันจะไม่อธิบายทางการแพทย์ละกัน เอาเป็นว่าดีไม่ดีพี่สืบคงมีเหตุผล และบางทีเหตุผลนั้นอาจเป็นเพราะพี่ด้วยก็ได้”
“พี่มักจะเป็นคนที่ยกยอปอปั้นคนอื่นด้วยใจจริงตลอด แต่ตัวพี่เองไม่เคยชมเชยตัวเองเลยสักครั้ง บางครั้งพี่ก็เคี่ยวเข็ญ และกดดันตัวเองมากเกินไป กดตัวเองให้ต่ำกว่าคนอื่นเสมอ ทั้ง ๆ ที่พี่มีข้อดีตั้งหลายอย่าง และบางครั้งพี่ไม่จำเป็นต้องกดตัวเองให้ต่ำกว่าพี่สืบ”
“คนเราเก่งและมีความถนัดไม่เหมือนกัน”
“…ดาว”
“ฉันทำงานวงการแพทย์ จะว่ากว้างก็ไม่เชิง มันแคบมาก เรื่องเม้ามอยก็มีกันในหมู่หมอพยาบาลมาให้เข้าหูเสมอ ตระกูลใหญ่ตระกูลดังบางทีก็มีเรื่องประหลาดใจมากมายที่คนคาดไม่ถึง”
“แกจะพูดอะไรกันแน่”
“ฉันแค่เดาบวกกับเรื่องอุบัติเหตุ” ทศวรรษคิดย้อนไปยังเรื่องที่ต้นตาลเคยพูดเอาไว้ ประจวบกับพรรคหลัง ๆ นี้สืบสานคล้ายจะคนนั่งไม่ติด แถมเขายังเคยตื่นมาบนเตียงกว้างของอีกฝ่ายอีกด้วย มีเพียงสิ่งเดียวที่จะยืนยันเรื่องนี้ได้…
ส่วนภพพานนั้นยืนตัวลีบอยู่ด้านหลังเสี่ยโต ที่งานนี้แต่งตัวปาดผมมาอย่างหล่อเหลา มีคนเหลียวมองตลอดทางจนทำให้ภพพานรู้สึกประหม่าวางตัวไม่ถูกขึ้นมาเสียดื้อ ๆ แต่พอได้ยินประโยคที่พ่อและแม่ทั้งสองฝั่งกำลังอวยพรคู่แต่งงานเพศเดียวกันบนเวที คนเจ้าน้ำตาอย่างเขาถึงกับน้ำตาซึม“ไง…ซึ้งมากหรือไง” เตวินทร์พูดแหย่ ในขณะที่มือหนึ่งกำลังถือแก้วเหล้าทรงเตี้ยที่สำหรับใส่เหล้าขาว ในงานไม่มีไวน์อย่างที่คิดไว้แฮะ มีแต่เครื่องดื่มในไลน์การผลิตของ KUNA ที่เรียงรายให้แขกเลือกดื่มตามใจชอบ ส่วนเครื่องดื่มหลักที่คู่แต่งงานกำลังรินที่ถูกจัดแต่งแต่ละชั้นอย่างประณีตเป็นเหล้าขาวที่เจือด้วยสีชมพูอ่อนเป็นเหล้าขาวที่ผสมด้วยลำไยเนื้อชมพูที่มาจากจังหวัดลำพูนมาถึงเวลาการโยนช่อดอกไม้ ดอก LIly of the valley ในมือทศวรรษที่เดินถือขึ้นมาบนเวทีถูกมอบให้สืบสาน คนข้างล่างเวทีโห่แซวเพราะความหมายของมันคือ Return to happiness ช่อดอกไม้ที่ทศวรรษเลือกใช้เป็นดอกสแตติส (Statice) ดอกสีม่วงที่กลีบดอกเป็นแฉกเหมือนดวงดาวแถมความหมายของมันเหมาะกับพวกเขาทั้งคู่เป็นอย่างมาก “ความรู้สึกดี ๆ ที่ยังคงอยู่ตลอดไป ความรักที่ยั่งยืน ความทรงจำ และความส
เงินทองส่วนใหญ่เก็บไว้ในธนาคาร แทบไม่เคยเอาออกมาใช้ และส่วนใหญ่ก็เป็นเด็กทั้งสองที่หามาเอง กว่าจะมีวันนี้ไม่ง่าย และเขาก็คิดไม่ผิด ความมุมานะของเด็กทั้งสองคนออกดอกออกผลผลิบานในที่สุด ความสำเร็จของลูกชายและลูกเขยส่วนหนึ่งมาจากแรงสนับสนุนทางบ้านทั้งสองฝั่งที่เห็นพ้องไปในทางเดียวกัน ทำให้เด็กทั้งสองออกวิ่งได้อย่างเต็มที่ไม่ต้องห่วงหน้าพะวงหลังเหมือนอย่างที่แล้วมา พ่อเลี้ยงสมบูรณ์น้ำตาซึม เขาตบหลังโอบกอดลูกชายทั้งสองสักพักก่อนจะถอยกลับไปยังด้านหลัง แม่เลี้ยงจันทร์ทิพย์เองก็ยกผ้าเช็ดหน้ามาเช็ดน้ำตาให้กับสามี“พ่อมึงเนี่ยน้า…” ทั้งสองยิ้มให้กันก่อนจะมองบ่าวสาวตรงหน้าด้วยสีหน้าเปี่ยมสุข มาถึงพรรณพิลัย เสียงสะอื้นดังมาไม่ขาดสายเธอปาดน้ำตาบนใบหน้านั้นป้อย ๆ ก่อนจะฉีกยิ้มให้คนทั้งคู่“กว่าจะมีวันนี้เหนื่อยกันมากเลยสินะ” สืบสานกอบกุมมือบางนั้นแน่นพลางบีบกระชับเป็นระยะ“แต่แม่ก็ดีใจที่ลูกทั้งสองจับมือกันมาถึงวันนี้ แม่ดีใจมากจริง ๆ และจะดีใจมากกว่านี้ถ้าลูกทั้งสองจับมือกันไปตลอด” พรรณพิลัยสะอื้นฮักก่อนจะเอ่ยต่อ“เมื่อก่อนแม่เคยคิดว่าสิ่งที่ทำลงไปดีที่สุดและเหมาะสมที่สุดสำหรับลูก แต่ไม่กลับไม่เคยถ
งานแต่งจัดขึ้นที่โรงแรมระดับห้าดาวใจกลางเมืองกรุงเทพฯ ปิดโรงแรมโดยเฉพาะเพื่อให้เครือญาติทางฝั่งของทศวรรษได้เข้าพัก และอำนวยความสะดวกให้กับเหล่ามิตรสหายของทั้งสองคนที่บ้างเดินทางมาจากต่างจังหวัดเพื่อเข้าร่วมงานเลี้ยงฉลองสมรสครั้งนี้ จะว่าเลี้ยงฉลองก็ไม่ใช่เรียกว่าแต่งงานใหม่อีกครั้งกับคนเดิมจะเหมาะกว่าธีมในงานเป็นสีเอิร์ธโทน เป็นกลุ่มสีธรรมชาติ หรือสีที่เลียนแบบธรรมชาติ เช่นน้ำตาล เทา เบจ เป็นงานแต่งแบบอบอุ่น ไม่ฉูดฉาด ชุดเพื่อนเจ้าสาวต่างก็สวมกระโปรงตีกะบังลมหน้าเพื่องานนี้โดยเฉพาะ โดยเฉพาะสามสาวคนสนิทของทศวรรษที่อยู่ด้วยกันแทบจะทุกช่วงเวลาของช่วงชีวิต ทศวรรษกล้าพูดได้เต็มปากเลยว่า หากขาดคนใดคนหนึ่งในที่แห่งนี้ไป ทศวรรษคนนี้ก็ยังเป็นเพียงทศวรรษเด็กต่างจังหวัดปอน ๆ คนหนึ่งที่เข้ากรุงฯ เพื่อมาหาจุดมุ่งหมายในชีวิต อาจเป็นเพียงอีทศตุ๊ดเด็กคนหนึ่งไม่ใช่ทศวรรษนักธุรกิจหน้าใหม่ไฟแรงที่ถูกจัดอันดับนักธุรกิจหน้าใหม่ไฟแรงในปี 2025 พวกเขาทั้งสี่คนต่างจับจูงมือกันมาไกลกว่าที่คิด กว่าจะมาถึงจุดจุดนี้ได้เรียกว่ารากเลือดกันเลยทีเดียว ทั้งเรื่องธุรกิจ ความรัก ครอบครัว หลายครั้งที่ชีวิตเป๋ไปเป๋มาเหมื
“ใครว่าพี่หยอก พี่เอาจริง”“ว้า…” ทศวรรษทำทีทัดผมที่หลังหู แหวนเพชรที่นิ้วนางด้านซ้ายพอต้องแสงไฟก็ส่องประกายวูบวาบ เม็ดโตเท่าเม็ดถั่วแระญี่ปุ่นไม่เห็นก็ตาบอดเต็มที!“ผมไม่ใช่คนตัวเปล่าเล่าเปลือย คงทำให้พี่โตสมหวังไม่ได้” เตวินทร์ยกบรั่นดีขึ้นมาจิบด้วยมุมปากที่ยกยิ้มพลางโครงศีรษะน้อย ๆ“มาหาพี่ คงไม่ได้ตั้งใจจะมาแจกการ์ดให้พี่เจ็บช้ำน้ำใจซ้ำ ๆ หรอกใช่มะ”“แหมพี่โต ผมมาขอบคุณและอยากจะขอโทษพี่เรื่องนั้นต่างหาก เห็นว่าพี่เองก็เสียหายเยอะเหมือนกัน” เตวินทร์กางขาเปลี่ยนอิริยาบถก่อนจะโน้มตัวเข้ามาหาทศวรรษที่นั่งตรงข้าม“ถ้าทศพอใจ เงินแค่นี้จะนับเป็นอะไรได้” น้ำเสียงแหบพร่าแฝงไปด้วยความเย้าหยอก คารมเสี่ยโตเขาระดับพระกาฬจริง ๆ ทศวรรษปั้นหน้ายิ้ม อีกทั้งเขายังมีประสบการณ์โชกโชนที่ทางบ้านคุณาปกรลากเขาออกงานแทบจะวันเว้นวัน พบปะผู้คนมากมาย และท่านเจ้าสัวก็สั่งสอนการวางตัว การเข้าสังคม และการใส่หน้ากากเพื่อธุรกิจ ‘น้ำขุ่นไว้ใน น้ำใสไว้นอก’ อยู่เสมอ“พี่โตไม่เสียดาย แต่ทศเสียดายนี่ครับ อีกอย่างก็เพราะช่วยสืบเขาด้วย ที่เขาลือกันว่าพี่โตกับพี่สืบไม่ถูกกัน น่าจะข่าวลือใช่ไหมครับ”“เปล่า! เรื่องจริง” เต
เมื่อคำอธิษฐานจิตกรวดน้ำลงดินจบลง กอปรกับกรวดน้ำทองเหลืองที่บรรจุน้ำเปล่าสะอาดเอาไว้หยดลงดินจนถึงหยดสุดท้าย พลันมีสายลมเอื่อย ๆ พัดพาใบไม้แห้งที่อยู่บริเวณนั้นปลิวล่องลอยไปตามลมผ่านร่างทั้งสองไป หลวงพ่อที่ยืนอยู่หน้ากุฏิก็ยืนมองทั้งสองเช่นกัน แต่ภาพที่เห็นตรงหน้ากลับทำให้ร่องรอยความโศกเศร้ายิ่งปรากฏชัดในนัยน์ตา เบื้องหน้าแรกเริ่มก่อตัวเป็นเงาสีขาวค่อย ๆ แจ่มชัด ชายหนุ่มสองคนที่สวมชุดราชปะแตนเต็มยศนั่งยอง ๆ ใช้มือรองรับหยาดน้ำเหล่านั้นด้วยสีหน้ายิ้มแย้มพร้อมทั้งหันหน้ามายิ้มให้กันด้วยสายตาที่หวานเชื่อม ดูก็รู้ว่าไม่ใช่สายสัมพันธ์ฉันเพื่อน ครอบครัว แต่เป็นฉันท์คนรักเพศเดียวกัน ก่อนทั้งสองจะยืนขึ้นประนมมือไหว้มาทางหลวงพ่อที่ยืนอยู่ด้านหลัง ส่วนด้านหลังของสืบสานก็มีคนแก่อีกคนที่สวมชุดเฉกเช่นเดียวกันกับคนทั้งสอง เพียงแต่โจงกระเบนสีเขียวเข้มแตกต่างจากคนหนุ่มทั้งสองที่สวมสีน้ำเงิน แถมในมือยังมือไม้เท้าคอยพยุงตัวถืออยู่ด้านหน้าตัวเองในท่วงท่าที่ก้มมองเด็กทั้งสองด้วยสีหน้าราบเรียบ แต่แววตากลับเจือร่องรอยความอาลัย และความปีติยินดีเอาไว้ ความทุกข์ ความโศก ความเศร้า การรอคอย การยึดติด จบลงเพียงไม
ก่อนหน้าหลายเดือนจะถึงกำหนดการณ์การฉลองงานสมรสที่ยิ่งใหญ่ เกรียงไกรสมกับตำแหน่งสะใภ้คนโตของคุณาปกร ได้ยินว่าแค่แขกเหรื่อในวงการธุรกิจก็ร่วมร้อย ยังไม่รวมวงศาคณาญาติที่แตกสายออกไปเกือบร้อยคน งานนี้แขกในงานหลักพัน ทศวรรษถามย้ำกับแม่สามีย้ำ ๆ“งานไม่ใหญ่แน่นะครับคุณแม่” พรรณพิลัยยิ้มบาง ๆ ก่อนจะหัวเราะน้อย ๆ กับคนใช้คนสนิทอย่างศรีนวล“คุณทศอย่ากังวลไปเลยค่ะ งานเล็ก ๆ คนกันเองทั้งนั้น” ศรีนวลหัวเราะร่วนพลางตอบคำถามนั้น ดูจากสีหน้าของคนทั้งสองแล้ว คงไม่เล็กเท่าไหร่ ขนาดงานเลี้ยงฉลองวันเกิดคุณหญิงพรรณพิลัย คุณหญิง คุณนายต่าง ๆ ตีผมกะบังลมเดินกันให้ควั่ก ไหนจะญาติทั้งสองฝั่งอย่างท่านเจ้าสัว และคุณหญิงพรรณพิลัยเอง แค่บ้านทศวรรษ แม่เลี้ยงจันทร์ทิพย์นับแขกที่จะไปร่วมงานได้สองรถบัสคันใหญ่ จะบ้า! ยังไงก็เห็นชอบจากผู้ใหญ่ทั้งสองฝั่งเขาและสืบสานจะทำอะไรได้ เลือกดูเฉดสีเสื้อผ้าในงานวันแต่งจนหัวหมุนไปหมด พวกสามสาวก็ดีใจมาก อีกทั้งไม่ได้จ้างดีไซเนอร์ค่าตัวแพง ๆ จากที่ไหนไกล เป็นปลายฟ้าที่บรรจงบินไปถึงฝรั่งเศสเพื่อเลือกผ้าโดยเฉพาะ รวมไปถึงพวกมุกและคริสตัลที่ปักมือ แม้จะสวมชุดสูทแต่ทว่าเนื้อผ้าด้านในเป็

![นายบำเรอของมาเฟีย [Mpreg]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)





