Masuk“ก็อย่างที่ฝันเคยบอกไป ช่วงนี้สภาพจิตใจพี่ทศไม่ค่อยดีแต่ก็ยังพยายามจะทำทุกอย่างตัวคนเดียว ฝันก็เคยตั้งคำถามในใจระหว่างความรักระหว่างพี่สองคน ตอนนั้นฝันก็ยังไม่เข้าใจโลกของพวกพี่มากนัก แต่พอฝันไปคอนโดพี่ทศบ่อย ๆ ฝันรับรู้ความรักก่อนหน้าระหว่างพี่ทั้งสองทันทีผ่านรูปถ่ายมากมายเหล่านั้น และพี่ทศทำเพื่อพี่สืบมากมายขนาดไหนขนาดตัวเองแพ้ขนยังซื้อแมว…เอ๊ย” สานฝันทำทียกมือปิดปาก สีหน้าเลิ่กลั่กอย่างเห็นได้ชัด สืบสานที่จมจ่อมกับความคิดของตัวเองเงยหน้าขึ้นมาคาดคั้นเอาคำตอบจากน้องสาวผ่านทางสายตา สืบสานไม่รู้ตัวเลยว่าภายใต้หน้ากากใบหน้าที่เฉยชาแต่แววตากลับซ่อนความอยากรู้อยากเห็นเอาไว้ไม่มิด เต็มไปด้วยคำถาม การคาดคั้น และบีบบังคับผ่านทางความเงียบที่ปกคลุมคนทั้งสอง
“…เอ่อ ฝันต้องไปหาพี่ทอฝันแล้วละคะ” สานฝันทำทีเหลือบมองนาฬิกาตรงผนัง สืบสานยืดตัวนั่งหลังตรงจดจ้องนัยน์ตาของน้องสาวอย่างไม่ลดละ
“แมวอะไร”
“พี่สืบจะสนใจทำไมละคะ”
“พี่ถามว่าแมวอะไร?” น้ำเสียงเต็มไปด้วยอารมณ์ที่คุกรุ่นแม้ไม่กระโชกโฮกฮากแต่ก็เหมือนมีมือเย็น ๆ บีบตรงคอเพื่อให้เธอคายคำตอบที่ทำให้เขาพอใจ
“มะ แมวที่พี่ทศซื้อไว้เพื่อฉลองวันครบรอบการแต่งงาน ตรงกับวันที่พี่สืบเกิดอุบัติเหตุพอดี” สานฝันกลืนน้ำลายเหนียว ๆ ลงคอ พร้อมกับบ่นในใจหลายประโยค อะไรกันทำไมเธอถึงกลายเป็นคนผิดไปเสียอย่างนั้นเล่า!
“อย่าบอกว่าฝันเป็นคนพูดนะคะ”
“แล้วแมวอยู่ไหน”
“ตอนแรกฝันก็ไม่รู้ พอดีเห็นของเล่นแมวที่พี่ทศซื้อไว้เลยถามกับพวกพี่ต้นตาลเห็นว่าฝากแม่พี่ทศเลี้ยงที่จันทบุรี” สืบสานไม่พูดอะไรอีก ทำเพียงหลับตาและถอนหายใจออกมาอย่างแรงเพียงเท่านั้น
“พี่สืบ”
“พี่ไม่เป็นไร ถ้างั้นพี่ขอตัวก่อน” สืบสานหยัดตัวยืนขึ้น สองขาที่กำลังจะก้าวเดินชะงักกับคำขอของน้องสาว
“อีกสามวันพี่ทศจะไปเที่ยวญี่ปุ่น เผื่อพี่สืบลืมไปว่าตัวเองเป็นคนจองและจัดแจงทั้งหมด ถ้าพี่ไปพี่ทศคงดีใจมาก” สืบสานหันหน้าเอียงคอน้อย ๆ มองน้องสาวที่หุบปากฉับก่อนจะเดินออกไปด้วยอารมณ์ปั่นป่วนที่พลุกพล่านอยู่ในอกจนแสบร้อนไปหมด เมื่อแผ่นหลังตระหง่านนั้นผลุบหายไปยังบานประตูอีกฝั่งสานฝันก็ยิ้มพรายกดโทรศัพท์เข้าไปในกลุ่มที่มีสมาชิกเพียงสี่คน และไม่มีทศวรรษด้วยเช่นกัน ภารกิจทวงคืนความเป็นธรรมให้พี่สะใภ้ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว
“B1 เรียก B2 แผนการขั้นต้นสำเร็จ!” สามสาวที่กำลังสุมหัวพูดคุยอยู่ที่ร้านวิกของต้นตาลเหยียดยิ้มที่ริมฝีปากก่อนจะตบมือใส่กันทั้งสามคน
“งานนี้ต้องแจกแอนตาซิน”
“กูจะทำอ่างให้แช่เลยเอ้า ฮีจะได้จำไปจนตาย!”
สืบสานเดินกลับมาห้องตัวเองไม่กี่ก้าวก็เจอกับพรรณพิลัยที่มีสีหน้ากังวลใจเดินวนไปวนมาอยู่หน้าห้องนอนของเขาเหมือนหนูติดจั่น สืบสานสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ เพื่อดึงสติและปรับอารมณ์ให้เย็นลงก่อนจะเอ่ยเรียกมารดา
“คุณแม่” พรรณพิลัยที่ก้มหน้าเดินไปมาจมจ่อมกับความคิดของตัวเองก่อนหน้าสะดุ้งโหยงเมื่อได้ยินเสียงเรียกจากลูกชายที่ดังมาจากทางด้านหลัง พรรณพิลัยเองก็ปั้นสีหน้าไม่ถูก ร่วมสองสัปดาห์เศษที่เธอเอาแต่เก็บตัว วิ่งหนีความจริงและความผิดของตนที่ได้ก่อไว้
“สืบ” พรรณพิลัยหมายจะสืบเท้าเข้าใกล้ลูกชายอีกหน่อยแต่สืบสานกลับก้าวถอยหลังเสียอย่างนั้น
“ครับ”
“คือ แม่” พรรณพิลัยบีบมือที่เย็นเฉียบของตัวเองแน่นพร้อมกับเม้มปากก่อนจะเอ่ยคำขอโทษออกมาได้ในที่สุด
“…แม่ ขอโทษ ขอโทษลูกทุกอย่าง ขอโทษที่ทำให้ลูกเสียใจ” สีหน้าของสืบสานไม่แปรเปลี่ยนแต่เรียบเฉยจนคงมองใจหาย
“แม่…ไม่ได้หวังให้ลูกให้อภัยแม่ในตอนนี้ แต่แม่อยากให้สืบรู้ไว้ว่าแม่เสียใจจริง ๆ ที่ทำกับลูกแบบนั้น” พรรณพิลัยสูดลมหายใจเข้าปอดลึก ๆ เพื่อไม่ให้หยาดน้ำตาที่เอ่อล้นขอบตาไหลลงมา สืบสานหลุบตามองพื้นก่อนจะเสไปมองด้านข้างเขาเองก็ทำได้เพียงถอนหายใจเช่นกัน
“คุณแม่รับในส่ิงที่ผมเป็นได้จริง ๆ เหรอครับ” คำถามนี้ทำเอาพรรณพิลัยเองก็สะอึกไปเหมือนกัน แต่เธอพยายามเปิดใจและพูดในใจสิ่งที่กลั่นกรองมาอย่างถี่ถ้วนแล้ว
“เราต่างก็เติบโตมาต่างยุคต่างสมัย แม่จะพยายามเปิดใจและยอมรับในสิ่งที่ลูกเป็น ต่อไปแม่จะไม่ก้าวก่ายชีวิตส่วนตัวของลูกอีก …ลูกรักใคร แม่ก็จะรักเขาด้วย” สืบสานได้ยินประโยคนั้นหันไปมองมารดาที่น้ำตานองหน้า ต่างฝ่ายต่างก็สบตากันอยู่อย่างนั้นสักครู่
“ขอบคุณครับ” สืบสานเป็นฝ่ายขอบคุณเพื่อทำลายความเงียบนั้น ความบาดหมางไม่ว่าจะทางใจและทางกายที่ได้รับมาตลอดหลายปีที่ผ่านมา ลูกอย่างเขาก็อยากได้เวลาเพื่อเยียวยาความรู้สึกของตัวเองด้วยเช่นกัน ระยะเวลาสิบปีที่เขาต้องรอนแรมอยู่ข้างนอก หากไม่มีทศวรรษอยู่เคียงข้าง ไม่มีทศวรรษคอยส่งเสียค่าเทอมให้เขาเรียนจนจบปริญญาโท ระหว่างที่เขาร่อนเร่สร้างเนื้อสร้างตัวอยู่ข้างนอก พิสูจน์ตัวเองอย่างหนัก มารดาก็คอยก่อกวนความสำเร็จของเขาอยู่ตลอด สู้กับตลาดไม่พอ ยังต้องสู้รบตบมือกับแผนการก่อกวนของครอบครัวตัวเองด้วย ตัวตนของเขาที่เกือบจะแตกสลายเพราะพ่อกับแม่ผิดหวังในเพศสภาพของตัวเอง ทั้ง ๆ ที่เขาเป็นเด็กดี อยู่ในโอวาทของท่านทั้งสองมาโดยตลอด การที่เขาเป็นเกย์เสมือนว่าเขากลายเป็นตราบาปของครอบครัว ตะกอนในใจของสืบสานที่รสนิยมชมชอบเพศเดียวกันกลับกลายเป็นปมในใจปมใหญ่กดตัวเขาให้ต้อยต่ำและเล็กจ้อยอยู่เสมอ การทะเลาะกับที่บ้านใหญ่โต พ่อแม่ไม่ยอมรับตัวตนของเขาที่รักใคร่ชมชอบเพศเดียวกัน หากจะเอ่ยคำว่าให้อภัยในวันนี้ ตอนนี้ และไม่ถือสาการกระทำที่ผ่านมาของท่านทั้งสอง…มันก็คงพูดได้ไม่เต็มปาก ต่อให้พูดได้แต่ก็ไม่ได้ออกมาจากใจของเขาด้วยความสัตย์จริง ช่องว่างระหว่างวัยที่ห่างหายไปนานจนเกือบขาดสะบั้น ไหนจะเรื่องที่แม่ของเขาทำลับหลังรังแกทศวรรษตลอดระยะเวลาหลายปี หนักสุดคือรถของทศวรรษถูกตัดสายเบรก หากคนขับในวันนั้นคือทศวรรษเล่า…แม้ว่าแม่เขาจะไม่ได้เป็นคนสั่งการก็ตาม แต่ก็เปิดเผยร่องรอยให้ศัตรูสบโอกาส และหาจังหวะในการลงมือ!
กลับกันหากท่านทั้งสองยอมรับในสิ่งที่เขาเป็น ไม่ว่าเขาจะเป็นเกย์หรือไม่ สืบสานคนนั้นก็ยังคงเป็นสืบสาน คุณาปกร เป็นบุตรชายคนโต มีเลือดเนื้อเชื้อไขของพวกเราไหลเวียนอยู่ในร่างกายคนละครึ่ง หากพ่อแม่ยอมรับในสิ่งที่เขาเป็นได้ ป่านนี้บริษัทของครอบครัวก็คงไม่สั่นคลอน ดีไม่ดีอาจจะแตกไลน์การผลิตใหม่ ๆ และครอบครัวของเขาก็คงไม่ต้องห่างเหินกันยาวนานถึงสิบปี สืบสานได้แต่ยืนอยู่ที่เดิมอยู่อย่างนั้น ไม่ได้พูดอะไรออกมาอีก ข้อมูลหลายอย่างที่ได้รับวันนี้ทำให้หัวสมองตื้อ อื้ออึงไปหมด ตอนนี้เขาคิดอะไรไม่ออกเลยแม้แต่อย่างเดียวจนพรรณพิลัยเองก็ใจเสีย แต่ก็พยายามที่จะเข้าหาลูกชายด้วยวิธีละมุนละม่อม
“งานเลี้ยงฉลองวันเกิดแม่ ชวนเขามาด้วยสิ” สืบสานเลิกคิ้วขึ้นด้วยความแปลกใจ เงียบไปนานก่อนจะเอ่ย
“ผมจะลองถามดูครับ” พรรณพิลัยยิ้มแย้มก่อนจะปาดน้ำตาตรงหัวตาลวก ๆ
“ดึกแล้วลูกรีบพักผ่อนเถอะพรุ่งนี้ยังต้องเข้าบริษัทอีก”
“คุณแม่ก็เช่นกัน” สืบสานพูดจบก็เปิดประตูเข้าห้องนอนไป เมื่อบานประตูปิดลงสืบสานที่เข้มแข็งและเปลือกนอกที่ไม่แยแสอะไรกลับยืนพิงประตูด้วยความเหนื่อยล้า กระบอกตาร้อนผ่าวก่อนจะปล่อยตัวเองให้ไหลไปกับแรงโน้มถ่วงของโลก นั่งยอง ๆ ซุกกระบอกตาที่ร้อนผ่าวและเอ่อล้นไปด้วยหยาดน้ำตากับสองแขนของตัวเอง นั่งร้องไห้เงียบ ๆ อยู่หลังบานประตูนั้น
ส่วนภพพานนั้นยืนตัวลีบอยู่ด้านหลังเสี่ยโต ที่งานนี้แต่งตัวปาดผมมาอย่างหล่อเหลา มีคนเหลียวมองตลอดทางจนทำให้ภพพานรู้สึกประหม่าวางตัวไม่ถูกขึ้นมาเสียดื้อ ๆ แต่พอได้ยินประโยคที่พ่อและแม่ทั้งสองฝั่งกำลังอวยพรคู่แต่งงานเพศเดียวกันบนเวที คนเจ้าน้ำตาอย่างเขาถึงกับน้ำตาซึม“ไง…ซึ้งมากหรือไง” เตวินทร์พูดแหย่ ในขณะที่มือหนึ่งกำลังถือแก้วเหล้าทรงเตี้ยที่สำหรับใส่เหล้าขาว ในงานไม่มีไวน์อย่างที่คิดไว้แฮะ มีแต่เครื่องดื่มในไลน์การผลิตของ KUNA ที่เรียงรายให้แขกเลือกดื่มตามใจชอบ ส่วนเครื่องดื่มหลักที่คู่แต่งงานกำลังรินที่ถูกจัดแต่งแต่ละชั้นอย่างประณีตเป็นเหล้าขาวที่เจือด้วยสีชมพูอ่อนเป็นเหล้าขาวที่ผสมด้วยลำไยเนื้อชมพูที่มาจากจังหวัดลำพูนมาถึงเวลาการโยนช่อดอกไม้ ดอก LIly of the valley ในมือทศวรรษที่เดินถือขึ้นมาบนเวทีถูกมอบให้สืบสาน คนข้างล่างเวทีโห่แซวเพราะความหมายของมันคือ Return to happiness ช่อดอกไม้ที่ทศวรรษเลือกใช้เป็นดอกสแตติส (Statice) ดอกสีม่วงที่กลีบดอกเป็นแฉกเหมือนดวงดาวแถมความหมายของมันเหมาะกับพวกเขาทั้งคู่เป็นอย่างมาก “ความรู้สึกดี ๆ ที่ยังคงอยู่ตลอดไป ความรักที่ยั่งยืน ความทรงจำ และความส
เงินทองส่วนใหญ่เก็บไว้ในธนาคาร แทบไม่เคยเอาออกมาใช้ และส่วนใหญ่ก็เป็นเด็กทั้งสองที่หามาเอง กว่าจะมีวันนี้ไม่ง่าย และเขาก็คิดไม่ผิด ความมุมานะของเด็กทั้งสองคนออกดอกออกผลผลิบานในที่สุด ความสำเร็จของลูกชายและลูกเขยส่วนหนึ่งมาจากแรงสนับสนุนทางบ้านทั้งสองฝั่งที่เห็นพ้องไปในทางเดียวกัน ทำให้เด็กทั้งสองออกวิ่งได้อย่างเต็มที่ไม่ต้องห่วงหน้าพะวงหลังเหมือนอย่างที่แล้วมา พ่อเลี้ยงสมบูรณ์น้ำตาซึม เขาตบหลังโอบกอดลูกชายทั้งสองสักพักก่อนจะถอยกลับไปยังด้านหลัง แม่เลี้ยงจันทร์ทิพย์เองก็ยกผ้าเช็ดหน้ามาเช็ดน้ำตาให้กับสามี“พ่อมึงเนี่ยน้า…” ทั้งสองยิ้มให้กันก่อนจะมองบ่าวสาวตรงหน้าด้วยสีหน้าเปี่ยมสุข มาถึงพรรณพิลัย เสียงสะอื้นดังมาไม่ขาดสายเธอปาดน้ำตาบนใบหน้านั้นป้อย ๆ ก่อนจะฉีกยิ้มให้คนทั้งคู่“กว่าจะมีวันนี้เหนื่อยกันมากเลยสินะ” สืบสานกอบกุมมือบางนั้นแน่นพลางบีบกระชับเป็นระยะ“แต่แม่ก็ดีใจที่ลูกทั้งสองจับมือกันมาถึงวันนี้ แม่ดีใจมากจริง ๆ และจะดีใจมากกว่านี้ถ้าลูกทั้งสองจับมือกันไปตลอด” พรรณพิลัยสะอื้นฮักก่อนจะเอ่ยต่อ“เมื่อก่อนแม่เคยคิดว่าสิ่งที่ทำลงไปดีที่สุดและเหมาะสมที่สุดสำหรับลูก แต่ไม่กลับไม่เคยถ
งานแต่งจัดขึ้นที่โรงแรมระดับห้าดาวใจกลางเมืองกรุงเทพฯ ปิดโรงแรมโดยเฉพาะเพื่อให้เครือญาติทางฝั่งของทศวรรษได้เข้าพัก และอำนวยความสะดวกให้กับเหล่ามิตรสหายของทั้งสองคนที่บ้างเดินทางมาจากต่างจังหวัดเพื่อเข้าร่วมงานเลี้ยงฉลองสมรสครั้งนี้ จะว่าเลี้ยงฉลองก็ไม่ใช่เรียกว่าแต่งงานใหม่อีกครั้งกับคนเดิมจะเหมาะกว่าธีมในงานเป็นสีเอิร์ธโทน เป็นกลุ่มสีธรรมชาติ หรือสีที่เลียนแบบธรรมชาติ เช่นน้ำตาล เทา เบจ เป็นงานแต่งแบบอบอุ่น ไม่ฉูดฉาด ชุดเพื่อนเจ้าสาวต่างก็สวมกระโปรงตีกะบังลมหน้าเพื่องานนี้โดยเฉพาะ โดยเฉพาะสามสาวคนสนิทของทศวรรษที่อยู่ด้วยกันแทบจะทุกช่วงเวลาของช่วงชีวิต ทศวรรษกล้าพูดได้เต็มปากเลยว่า หากขาดคนใดคนหนึ่งในที่แห่งนี้ไป ทศวรรษคนนี้ก็ยังเป็นเพียงทศวรรษเด็กต่างจังหวัดปอน ๆ คนหนึ่งที่เข้ากรุงฯ เพื่อมาหาจุดมุ่งหมายในชีวิต อาจเป็นเพียงอีทศตุ๊ดเด็กคนหนึ่งไม่ใช่ทศวรรษนักธุรกิจหน้าใหม่ไฟแรงที่ถูกจัดอันดับนักธุรกิจหน้าใหม่ไฟแรงในปี 2025 พวกเขาทั้งสี่คนต่างจับจูงมือกันมาไกลกว่าที่คิด กว่าจะมาถึงจุดจุดนี้ได้เรียกว่ารากเลือดกันเลยทีเดียว ทั้งเรื่องธุรกิจ ความรัก ครอบครัว หลายครั้งที่ชีวิตเป๋ไปเป๋มาเหมื
“ใครว่าพี่หยอก พี่เอาจริง”“ว้า…” ทศวรรษทำทีทัดผมที่หลังหู แหวนเพชรที่นิ้วนางด้านซ้ายพอต้องแสงไฟก็ส่องประกายวูบวาบ เม็ดโตเท่าเม็ดถั่วแระญี่ปุ่นไม่เห็นก็ตาบอดเต็มที!“ผมไม่ใช่คนตัวเปล่าเล่าเปลือย คงทำให้พี่โตสมหวังไม่ได้” เตวินทร์ยกบรั่นดีขึ้นมาจิบด้วยมุมปากที่ยกยิ้มพลางโครงศีรษะน้อย ๆ“มาหาพี่ คงไม่ได้ตั้งใจจะมาแจกการ์ดให้พี่เจ็บช้ำน้ำใจซ้ำ ๆ หรอกใช่มะ”“แหมพี่โต ผมมาขอบคุณและอยากจะขอโทษพี่เรื่องนั้นต่างหาก เห็นว่าพี่เองก็เสียหายเยอะเหมือนกัน” เตวินทร์กางขาเปลี่ยนอิริยาบถก่อนจะโน้มตัวเข้ามาหาทศวรรษที่นั่งตรงข้าม“ถ้าทศพอใจ เงินแค่นี้จะนับเป็นอะไรได้” น้ำเสียงแหบพร่าแฝงไปด้วยความเย้าหยอก คารมเสี่ยโตเขาระดับพระกาฬจริง ๆ ทศวรรษปั้นหน้ายิ้ม อีกทั้งเขายังมีประสบการณ์โชกโชนที่ทางบ้านคุณาปกรลากเขาออกงานแทบจะวันเว้นวัน พบปะผู้คนมากมาย และท่านเจ้าสัวก็สั่งสอนการวางตัว การเข้าสังคม และการใส่หน้ากากเพื่อธุรกิจ ‘น้ำขุ่นไว้ใน น้ำใสไว้นอก’ อยู่เสมอ“พี่โตไม่เสียดาย แต่ทศเสียดายนี่ครับ อีกอย่างก็เพราะช่วยสืบเขาด้วย ที่เขาลือกันว่าพี่โตกับพี่สืบไม่ถูกกัน น่าจะข่าวลือใช่ไหมครับ”“เปล่า! เรื่องจริง” เต
เมื่อคำอธิษฐานจิตกรวดน้ำลงดินจบลง กอปรกับกรวดน้ำทองเหลืองที่บรรจุน้ำเปล่าสะอาดเอาไว้หยดลงดินจนถึงหยดสุดท้าย พลันมีสายลมเอื่อย ๆ พัดพาใบไม้แห้งที่อยู่บริเวณนั้นปลิวล่องลอยไปตามลมผ่านร่างทั้งสองไป หลวงพ่อที่ยืนอยู่หน้ากุฏิก็ยืนมองทั้งสองเช่นกัน แต่ภาพที่เห็นตรงหน้ากลับทำให้ร่องรอยความโศกเศร้ายิ่งปรากฏชัดในนัยน์ตา เบื้องหน้าแรกเริ่มก่อตัวเป็นเงาสีขาวค่อย ๆ แจ่มชัด ชายหนุ่มสองคนที่สวมชุดราชปะแตนเต็มยศนั่งยอง ๆ ใช้มือรองรับหยาดน้ำเหล่านั้นด้วยสีหน้ายิ้มแย้มพร้อมทั้งหันหน้ามายิ้มให้กันด้วยสายตาที่หวานเชื่อม ดูก็รู้ว่าไม่ใช่สายสัมพันธ์ฉันเพื่อน ครอบครัว แต่เป็นฉันท์คนรักเพศเดียวกัน ก่อนทั้งสองจะยืนขึ้นประนมมือไหว้มาทางหลวงพ่อที่ยืนอยู่ด้านหลัง ส่วนด้านหลังของสืบสานก็มีคนแก่อีกคนที่สวมชุดเฉกเช่นเดียวกันกับคนทั้งสอง เพียงแต่โจงกระเบนสีเขียวเข้มแตกต่างจากคนหนุ่มทั้งสองที่สวมสีน้ำเงิน แถมในมือยังมือไม้เท้าคอยพยุงตัวถืออยู่ด้านหน้าตัวเองในท่วงท่าที่ก้มมองเด็กทั้งสองด้วยสีหน้าราบเรียบ แต่แววตากลับเจือร่องรอยความอาลัย และความปีติยินดีเอาไว้ ความทุกข์ ความโศก ความเศร้า การรอคอย การยึดติด จบลงเพียงไม
ก่อนหน้าหลายเดือนจะถึงกำหนดการณ์การฉลองงานสมรสที่ยิ่งใหญ่ เกรียงไกรสมกับตำแหน่งสะใภ้คนโตของคุณาปกร ได้ยินว่าแค่แขกเหรื่อในวงการธุรกิจก็ร่วมร้อย ยังไม่รวมวงศาคณาญาติที่แตกสายออกไปเกือบร้อยคน งานนี้แขกในงานหลักพัน ทศวรรษถามย้ำกับแม่สามีย้ำ ๆ“งานไม่ใหญ่แน่นะครับคุณแม่” พรรณพิลัยยิ้มบาง ๆ ก่อนจะหัวเราะน้อย ๆ กับคนใช้คนสนิทอย่างศรีนวล“คุณทศอย่ากังวลไปเลยค่ะ งานเล็ก ๆ คนกันเองทั้งนั้น” ศรีนวลหัวเราะร่วนพลางตอบคำถามนั้น ดูจากสีหน้าของคนทั้งสองแล้ว คงไม่เล็กเท่าไหร่ ขนาดงานเลี้ยงฉลองวันเกิดคุณหญิงพรรณพิลัย คุณหญิง คุณนายต่าง ๆ ตีผมกะบังลมเดินกันให้ควั่ก ไหนจะญาติทั้งสองฝั่งอย่างท่านเจ้าสัว และคุณหญิงพรรณพิลัยเอง แค่บ้านทศวรรษ แม่เลี้ยงจันทร์ทิพย์นับแขกที่จะไปร่วมงานได้สองรถบัสคันใหญ่ จะบ้า! ยังไงก็เห็นชอบจากผู้ใหญ่ทั้งสองฝั่งเขาและสืบสานจะทำอะไรได้ เลือกดูเฉดสีเสื้อผ้าในงานวันแต่งจนหัวหมุนไปหมด พวกสามสาวก็ดีใจมาก อีกทั้งไม่ได้จ้างดีไซเนอร์ค่าตัวแพง ๆ จากที่ไหนไกล เป็นปลายฟ้าที่บรรจงบินไปถึงฝรั่งเศสเพื่อเลือกผ้าโดยเฉพาะ รวมไปถึงพวกมุกและคริสตัลที่ปักมือ แม้จะสวมชุดสูทแต่ทว่าเนื้อผ้าด้านในเป็







