LOGINก่อนที่สืบสานจะออกจากโรงพยาบาลคุณหญิงพรรณพิลัยกำชับลูกสาวทั้งสองเสียงเข้ม
“อะไรนะคะ” สองสาวมองหน้ากันตาค้าง
“พี่สืบความจำเสื่อม?” แต่สีหน้าคนเป็นแม่กลับแช่มชื่นเหมือนเรื่องความจำเสื่อมไม่ใช่เรื่องใหญ่ ออกจะเป็นเรื่องดีเสียด้วยซ้ำ ทอฝันยิ่งคลางแคลงใจมากกว่าเดิม
“ใช่จ้ะ” คุณหญิงพรรณพิลัยพูดพร้อมกับกำชับลูกสาวทั้งสองไปในตัว
“อีกอย่างหลังออกจากโรงพยาบาลพี่ชายเราจะกลับไปอยู่ที่บ้าน”
“จริงเหรอคะ” ทั้งสองสาวแทบไม่ได้เจอพี่ชายของเธอเลยตั้งแต่อีกฝ่ายไปเรียนต่อโทที่อังกฤษ กลับมาไม่กี่ปีก็ได้ยินข่าวว่าแต่งงานกับผู้ชายที่ชื่อทศวรรษ ทั้ง ๆ ที่ก่อนหน้านี้คุณแม่ค้านหัวชนฝาแต่พี่สืบก็ไม่ยอมถอย ถึงขั้นตัดแม่ตัดลูกเพื่อผู้ชายคนหนึ่ง
“พี่สืบจะกลับไปอยู่กับเราจริง ๆ เหรอคะ” สานฝันถามอย่างไม่แน่ใจนัก พี่ชายของเธอหัวรั้นขนาดไหนเธอรู้ดี หากไม่ความจำเสื่อมละก็…
“จริงแท้แน่นอนจ้ะ”
“แล้วพี่ทศละคะ” สานฝันน้องคนสุดท้องที่คอยเป็นกาวใจผสานความสัมพันธ์ของพี่ชายกับทางบ้านเสมอ เธอแอบติดต่อพูดคุยกับทศวรรษอยู่เนือง ๆ พยายามโน้มน้าวให้พี่ชายกลับบ้านแต่ก็ไม่เป็นผล นัดเจอกันบ้างเป็นครั้งคราว ตอนแรกเธอก็ทำตัวเป็นปรปักษ์กับพี่สะใภ้ที่เป็นผู้ชายอยู่หรอก แต่พอเจอกันบ่อย ๆ เธอรับรู้ได้ทันทีว่าพวกเขาสองคนรักใคร่กันจริง ๆ รักภายในเนื้อแท้ของกันและกัน รักโดยปราศจากข้อแม้…แม้ว่าอีกฝ่ายจะเป็นเพศเดียวกันก็ตาม
พรรณพิลัยถอนหายใจพลางตีหน้าเศร้า
“ก็พี่เราน่ะสิตื่นมาก็ตกใจใหญ่ที่ตัวเองแต่งงานกับผู้ชายคนนั้น เฮอะ…ตาสว่างได้สักที” สองพี่น้องมองหน้ากันรู้ทันทีว่าแม่ของพวกเธอต้องมีส่วนในเรื่องนี้ไม่มากก็น้อย
“แม่ยังจะหวังให้พี่ใหญ่แต่งงานกับบ้านจตุรพลอยู่เหรอคะ”
“แน่นอนสิ ใครจะเหมาะกับพี่ชายเราเท่าเคธีอีก ฐานะทางบ้านก็ดี เรียนก็เก่ง” สองสาวลอบเบะปาก แม่เคธีนี่เข้าหาผู้ใหญ่เก่งจริง ๆ ต่อหน้าเหมือนผ้าพับไว้ ลับหลังให้ตายเถอะ
“เราสองคนก็เหมือนกันจะต้องมีสามีที่ภูมิครอบครัวใกล้เคียงกัน อย่าหลงผิดอย่างพี่เราอย่างเด็ดขาด” สองสาวได้ฟังจนเบื่อ
“หนูไม่อยากแต่งหรอกค่ะ บ้านเราก็ออกจะร่ำรวยทำไมต้องรอให้ผู้ชายคนอื่นมาเลี้ยงดูด้วย พวกเราเลี้ยงตัวเองได้” สองพี่น้องแปะมือใส่กัน
“เดี๋ยวเถอะ ถ้าไปคว้าเอาผู้ชายที่ไหนมาแต่งงานแม่ไม่ยอมจริง ๆ ด้วย”
“งั้นหนูก็จะเกาะแม่กินไปอย่างนี้เรื่อย ๆ ดีกว่าค่ะ” สานฝันเย้า คุณหญิงพรรณพิลัยถลึงตาใส่
“เดี๋ยวเถอะเรา กล้ายอกย้อนแม่เหรอ”
“ชี้แจงต่างหากค่ะ มีตรงไหนที่ยอกย้อนกันคะ” เมื่อทั้งสองคนกำลังจะทะเลาะกันด้วยเรื่องเดิม ๆ ทอฝันจึงต้องเบรกกะทันหัน
“เดี๋ยว! อย่าเพิ่งทะเลาะกันค่ะ พี่สืบพึ่งเข้านอนไป เสียงดังรบกวนคนไข้เปล่า ๆ”
“ไม่รู้ล่ะ ยังไงแม่ก็ไม่ยอมให้เราสองคนแต่งงานกับใครที่ไหนก็ไม่รู้เด็ดขาด”
“งั้นหนูลาล่ะค่ะ ถ้าพี่สืบฟื้นแล้วหนูค่อยกลับมาเยี่ยมใหม่” สานฝันสับเท้าเดินออกไปโดยไม่หันกลับมามองมารดาที่ค้อนปะหลับปะเหลือกตามหลังมาพลางส่ายหน้าก่อนจะยกนิ้วชี้มาคาดโทษลูกสาวคนรอง
“เราก็อีกคนให้ท้ายน้องจนปีกกล้าขาแข็ง”
“ทำใจร่ม ๆ เถอะค่ะคุณแม่ยัยฝันยังเด็ก ตอนนี้สำคัญคืออาการพี่สืบนะคะ แล้วทางตำรวจว่ายังไงเรื่องอุบัติเหตุคะ?”
“ขับเร็วจนเสียหลักพุ่งชนกับตอม่อน่ะ”
“ปกติพี่สืบไม่ใช่คนขับรถเร็วนี่คะ เกิดอะไรขึ้นกันแน่”
“นั่นสิ…แม่ก็อยากรู้เหมือนกันว่าวันนั้นเกิดอะไรขึ้น”
ทางด้านสานฝันหลังจากออกมาจากห้องพักคนไข้เธอก็ต่อสายหาพี่สะใภ้ทันที
“ฮัลโหลพี่ทศสะดวกหรือเปล่าคะ…เดี๋ยวฝันไปหา”
ส่วนภพพานนั้นยืนตัวลีบอยู่ด้านหลังเสี่ยโต ที่งานนี้แต่งตัวปาดผมมาอย่างหล่อเหลา มีคนเหลียวมองตลอดทางจนทำให้ภพพานรู้สึกประหม่าวางตัวไม่ถูกขึ้นมาเสียดื้อ ๆ แต่พอได้ยินประโยคที่พ่อและแม่ทั้งสองฝั่งกำลังอวยพรคู่แต่งงานเพศเดียวกันบนเวที คนเจ้าน้ำตาอย่างเขาถึงกับน้ำตาซึม“ไง…ซึ้งมากหรือไง” เตวินทร์พูดแหย่ ในขณะที่มือหนึ่งกำลังถือแก้วเหล้าทรงเตี้ยที่สำหรับใส่เหล้าขาว ในงานไม่มีไวน์อย่างที่คิดไว้แฮะ มีแต่เครื่องดื่มในไลน์การผลิตของ KUNA ที่เรียงรายให้แขกเลือกดื่มตามใจชอบ ส่วนเครื่องดื่มหลักที่คู่แต่งงานกำลังรินที่ถูกจัดแต่งแต่ละชั้นอย่างประณีตเป็นเหล้าขาวที่เจือด้วยสีชมพูอ่อนเป็นเหล้าขาวที่ผสมด้วยลำไยเนื้อชมพูที่มาจากจังหวัดลำพูนมาถึงเวลาการโยนช่อดอกไม้ ดอก LIly of the valley ในมือทศวรรษที่เดินถือขึ้นมาบนเวทีถูกมอบให้สืบสาน คนข้างล่างเวทีโห่แซวเพราะความหมายของมันคือ Return to happiness ช่อดอกไม้ที่ทศวรรษเลือกใช้เป็นดอกสแตติส (Statice) ดอกสีม่วงที่กลีบดอกเป็นแฉกเหมือนดวงดาวแถมความหมายของมันเหมาะกับพวกเขาทั้งคู่เป็นอย่างมาก “ความรู้สึกดี ๆ ที่ยังคงอยู่ตลอดไป ความรักที่ยั่งยืน ความทรงจำ และความส
เงินทองส่วนใหญ่เก็บไว้ในธนาคาร แทบไม่เคยเอาออกมาใช้ และส่วนใหญ่ก็เป็นเด็กทั้งสองที่หามาเอง กว่าจะมีวันนี้ไม่ง่าย และเขาก็คิดไม่ผิด ความมุมานะของเด็กทั้งสองคนออกดอกออกผลผลิบานในที่สุด ความสำเร็จของลูกชายและลูกเขยส่วนหนึ่งมาจากแรงสนับสนุนทางบ้านทั้งสองฝั่งที่เห็นพ้องไปในทางเดียวกัน ทำให้เด็กทั้งสองออกวิ่งได้อย่างเต็มที่ไม่ต้องห่วงหน้าพะวงหลังเหมือนอย่างที่แล้วมา พ่อเลี้ยงสมบูรณ์น้ำตาซึม เขาตบหลังโอบกอดลูกชายทั้งสองสักพักก่อนจะถอยกลับไปยังด้านหลัง แม่เลี้ยงจันทร์ทิพย์เองก็ยกผ้าเช็ดหน้ามาเช็ดน้ำตาให้กับสามี“พ่อมึงเนี่ยน้า…” ทั้งสองยิ้มให้กันก่อนจะมองบ่าวสาวตรงหน้าด้วยสีหน้าเปี่ยมสุข มาถึงพรรณพิลัย เสียงสะอื้นดังมาไม่ขาดสายเธอปาดน้ำตาบนใบหน้านั้นป้อย ๆ ก่อนจะฉีกยิ้มให้คนทั้งคู่“กว่าจะมีวันนี้เหนื่อยกันมากเลยสินะ” สืบสานกอบกุมมือบางนั้นแน่นพลางบีบกระชับเป็นระยะ“แต่แม่ก็ดีใจที่ลูกทั้งสองจับมือกันมาถึงวันนี้ แม่ดีใจมากจริง ๆ และจะดีใจมากกว่านี้ถ้าลูกทั้งสองจับมือกันไปตลอด” พรรณพิลัยสะอื้นฮักก่อนจะเอ่ยต่อ“เมื่อก่อนแม่เคยคิดว่าสิ่งที่ทำลงไปดีที่สุดและเหมาะสมที่สุดสำหรับลูก แต่ไม่กลับไม่เคยถ
งานแต่งจัดขึ้นที่โรงแรมระดับห้าดาวใจกลางเมืองกรุงเทพฯ ปิดโรงแรมโดยเฉพาะเพื่อให้เครือญาติทางฝั่งของทศวรรษได้เข้าพัก และอำนวยความสะดวกให้กับเหล่ามิตรสหายของทั้งสองคนที่บ้างเดินทางมาจากต่างจังหวัดเพื่อเข้าร่วมงานเลี้ยงฉลองสมรสครั้งนี้ จะว่าเลี้ยงฉลองก็ไม่ใช่เรียกว่าแต่งงานใหม่อีกครั้งกับคนเดิมจะเหมาะกว่าธีมในงานเป็นสีเอิร์ธโทน เป็นกลุ่มสีธรรมชาติ หรือสีที่เลียนแบบธรรมชาติ เช่นน้ำตาล เทา เบจ เป็นงานแต่งแบบอบอุ่น ไม่ฉูดฉาด ชุดเพื่อนเจ้าสาวต่างก็สวมกระโปรงตีกะบังลมหน้าเพื่องานนี้โดยเฉพาะ โดยเฉพาะสามสาวคนสนิทของทศวรรษที่อยู่ด้วยกันแทบจะทุกช่วงเวลาของช่วงชีวิต ทศวรรษกล้าพูดได้เต็มปากเลยว่า หากขาดคนใดคนหนึ่งในที่แห่งนี้ไป ทศวรรษคนนี้ก็ยังเป็นเพียงทศวรรษเด็กต่างจังหวัดปอน ๆ คนหนึ่งที่เข้ากรุงฯ เพื่อมาหาจุดมุ่งหมายในชีวิต อาจเป็นเพียงอีทศตุ๊ดเด็กคนหนึ่งไม่ใช่ทศวรรษนักธุรกิจหน้าใหม่ไฟแรงที่ถูกจัดอันดับนักธุรกิจหน้าใหม่ไฟแรงในปี 2025 พวกเขาทั้งสี่คนต่างจับจูงมือกันมาไกลกว่าที่คิด กว่าจะมาถึงจุดจุดนี้ได้เรียกว่ารากเลือดกันเลยทีเดียว ทั้งเรื่องธุรกิจ ความรัก ครอบครัว หลายครั้งที่ชีวิตเป๋ไปเป๋มาเหมื
“ใครว่าพี่หยอก พี่เอาจริง”“ว้า…” ทศวรรษทำทีทัดผมที่หลังหู แหวนเพชรที่นิ้วนางด้านซ้ายพอต้องแสงไฟก็ส่องประกายวูบวาบ เม็ดโตเท่าเม็ดถั่วแระญี่ปุ่นไม่เห็นก็ตาบอดเต็มที!“ผมไม่ใช่คนตัวเปล่าเล่าเปลือย คงทำให้พี่โตสมหวังไม่ได้” เตวินทร์ยกบรั่นดีขึ้นมาจิบด้วยมุมปากที่ยกยิ้มพลางโครงศีรษะน้อย ๆ“มาหาพี่ คงไม่ได้ตั้งใจจะมาแจกการ์ดให้พี่เจ็บช้ำน้ำใจซ้ำ ๆ หรอกใช่มะ”“แหมพี่โต ผมมาขอบคุณและอยากจะขอโทษพี่เรื่องนั้นต่างหาก เห็นว่าพี่เองก็เสียหายเยอะเหมือนกัน” เตวินทร์กางขาเปลี่ยนอิริยาบถก่อนจะโน้มตัวเข้ามาหาทศวรรษที่นั่งตรงข้าม“ถ้าทศพอใจ เงินแค่นี้จะนับเป็นอะไรได้” น้ำเสียงแหบพร่าแฝงไปด้วยความเย้าหยอก คารมเสี่ยโตเขาระดับพระกาฬจริง ๆ ทศวรรษปั้นหน้ายิ้ม อีกทั้งเขายังมีประสบการณ์โชกโชนที่ทางบ้านคุณาปกรลากเขาออกงานแทบจะวันเว้นวัน พบปะผู้คนมากมาย และท่านเจ้าสัวก็สั่งสอนการวางตัว การเข้าสังคม และการใส่หน้ากากเพื่อธุรกิจ ‘น้ำขุ่นไว้ใน น้ำใสไว้นอก’ อยู่เสมอ“พี่โตไม่เสียดาย แต่ทศเสียดายนี่ครับ อีกอย่างก็เพราะช่วยสืบเขาด้วย ที่เขาลือกันว่าพี่โตกับพี่สืบไม่ถูกกัน น่าจะข่าวลือใช่ไหมครับ”“เปล่า! เรื่องจริง” เต
เมื่อคำอธิษฐานจิตกรวดน้ำลงดินจบลง กอปรกับกรวดน้ำทองเหลืองที่บรรจุน้ำเปล่าสะอาดเอาไว้หยดลงดินจนถึงหยดสุดท้าย พลันมีสายลมเอื่อย ๆ พัดพาใบไม้แห้งที่อยู่บริเวณนั้นปลิวล่องลอยไปตามลมผ่านร่างทั้งสองไป หลวงพ่อที่ยืนอยู่หน้ากุฏิก็ยืนมองทั้งสองเช่นกัน แต่ภาพที่เห็นตรงหน้ากลับทำให้ร่องรอยความโศกเศร้ายิ่งปรากฏชัดในนัยน์ตา เบื้องหน้าแรกเริ่มก่อตัวเป็นเงาสีขาวค่อย ๆ แจ่มชัด ชายหนุ่มสองคนที่สวมชุดราชปะแตนเต็มยศนั่งยอง ๆ ใช้มือรองรับหยาดน้ำเหล่านั้นด้วยสีหน้ายิ้มแย้มพร้อมทั้งหันหน้ามายิ้มให้กันด้วยสายตาที่หวานเชื่อม ดูก็รู้ว่าไม่ใช่สายสัมพันธ์ฉันเพื่อน ครอบครัว แต่เป็นฉันท์คนรักเพศเดียวกัน ก่อนทั้งสองจะยืนขึ้นประนมมือไหว้มาทางหลวงพ่อที่ยืนอยู่ด้านหลัง ส่วนด้านหลังของสืบสานก็มีคนแก่อีกคนที่สวมชุดเฉกเช่นเดียวกันกับคนทั้งสอง เพียงแต่โจงกระเบนสีเขียวเข้มแตกต่างจากคนหนุ่มทั้งสองที่สวมสีน้ำเงิน แถมในมือยังมือไม้เท้าคอยพยุงตัวถืออยู่ด้านหน้าตัวเองในท่วงท่าที่ก้มมองเด็กทั้งสองด้วยสีหน้าราบเรียบ แต่แววตากลับเจือร่องรอยความอาลัย และความปีติยินดีเอาไว้ ความทุกข์ ความโศก ความเศร้า การรอคอย การยึดติด จบลงเพียงไม
ก่อนหน้าหลายเดือนจะถึงกำหนดการณ์การฉลองงานสมรสที่ยิ่งใหญ่ เกรียงไกรสมกับตำแหน่งสะใภ้คนโตของคุณาปกร ได้ยินว่าแค่แขกเหรื่อในวงการธุรกิจก็ร่วมร้อย ยังไม่รวมวงศาคณาญาติที่แตกสายออกไปเกือบร้อยคน งานนี้แขกในงานหลักพัน ทศวรรษถามย้ำกับแม่สามีย้ำ ๆ“งานไม่ใหญ่แน่นะครับคุณแม่” พรรณพิลัยยิ้มบาง ๆ ก่อนจะหัวเราะน้อย ๆ กับคนใช้คนสนิทอย่างศรีนวล“คุณทศอย่ากังวลไปเลยค่ะ งานเล็ก ๆ คนกันเองทั้งนั้น” ศรีนวลหัวเราะร่วนพลางตอบคำถามนั้น ดูจากสีหน้าของคนทั้งสองแล้ว คงไม่เล็กเท่าไหร่ ขนาดงานเลี้ยงฉลองวันเกิดคุณหญิงพรรณพิลัย คุณหญิง คุณนายต่าง ๆ ตีผมกะบังลมเดินกันให้ควั่ก ไหนจะญาติทั้งสองฝั่งอย่างท่านเจ้าสัว และคุณหญิงพรรณพิลัยเอง แค่บ้านทศวรรษ แม่เลี้ยงจันทร์ทิพย์นับแขกที่จะไปร่วมงานได้สองรถบัสคันใหญ่ จะบ้า! ยังไงก็เห็นชอบจากผู้ใหญ่ทั้งสองฝั่งเขาและสืบสานจะทำอะไรได้ เลือกดูเฉดสีเสื้อผ้าในงานวันแต่งจนหัวหมุนไปหมด พวกสามสาวก็ดีใจมาก อีกทั้งไม่ได้จ้างดีไซเนอร์ค่าตัวแพง ๆ จากที่ไหนไกล เป็นปลายฟ้าที่บรรจงบินไปถึงฝรั่งเศสเพื่อเลือกผ้าโดยเฉพาะ รวมไปถึงพวกมุกและคริสตัลที่ปักมือ แม้จะสวมชุดสูทแต่ทว่าเนื้อผ้าด้านในเป็







