LOGINสืบสานกวาดสายตาไปยังอาหารคาวหวานละลานตาบนโต๊ะก่อนจะหยุดที่น้ำลำไยสองแก้วนั้น เขาแกะคว้ามาดื่มทันที ทศวรรษหลุบตาส่ายหน้าน้อย ๆ ให้กับคนตรงหน้า ก็ไอ้ของที่ว่ามามันเป็นของที่สืบสานชอบทานทั้งนั้น สืบสานที่ถูกเลี้ยงและเติบโตมาอย่างดีในบ้านเศรษฐีกลับชอบทานอาหารบ้าน ๆ ง่าย ๆ แบบนี้ และเขาเองก็หลงรักความง่าย ๆ สบาย ๆ ของเจ้าตัว เป็นลูกคนรวยที่ถ่อมตัวและติดดินเสียจนเข้าไม่ต้องโน้มกิ่งดอกฟ้า แต่เจ้าตัวกลับโน้มกิ่งมาหาคนบ้าน ๆ ปอน ๆ อย่างเขาเองต่างหาก และนี่คงเป็นมื้อแรกที่เรานั่งทานข้าวด้วยกันโดยไม่มีปากเสียง
“อร่อยใช่ไหมล่ะ” เมื่อเห็นสืบสานตักข้าวในกล่องจนพร่องไปเกือบครึ่งก็อดที่จะหยอกเย้าไม่ได้ บ้านไม่ใช่เซฟโซนสำหรับทุกคน ลูกอย่างสืบสานเองก็เช่นกัน แต่เขาจะพูดอะไรได้ ในเมื่อตอนนี้เหตุการณ์ทุกอย่างเปลี่ยนไป สืบสานตรงหน้าก็ไม่ใช่สืบสานคนเดิมที่เขาเคยรู้จัก
“เวลากินไม่พูด”
“ทำไมคุณพูดได้” ทศวรรษเถียงกลับทันที สืบสานเคี้ยวข้าวจนหมดปากก่อนจะเปิดปากพูด
“ตอนผมพูดไม่มีข้าวอยู่ในปาก” ทศวรรษที่กำลังเคี้ยวข้าวอยู่เต็มปากได้แต่ถลึงตาใส่อีกฝ่าย สืบสานจ้องมองอีกฝ่ายที่นั่งทำตาค้อนปะหลับปะเหลือกใส่เขา สืบสานส่ายหน้าอย่างเอือมระอากับพฤติกรรมเหมือนเด็กของทศวรรษ
“คุณส่ายหน้าทำไม”
“คุณจับผิดเกินไปแล้ว”
“ก็เห็น ๆ อยู่”
“ชวนทะเลาะ?” ทศวรรษหุบปากฉับ ได้แต่นั่งขบริมฝีปากตัวเองอยู่อย่างนั้น เพราะเป็นสืบสานคนนี้นี่แหละเขาถึงไม่อยากจะอ่อนข้อให้ อยากจะเข้าไปเขย่าหัวอีกฝ่ายแล้วบอกให้คายสืบสานคนเดิมของเขาออกมา
“คุณจ้องผมเหมือนจะกินเลือดกินเนื้อ”
“ชวนทะเลาะ?” ทศวรรษยอกย้อนเข้าให้ พลางตักอาหารเข้าปากอย่างไม่รู้รส เคี้ยวอย่างไม่สบอารมณ์
“ถ้าผมทำให้คุณไม่สบอารมณ์ขนาดนั้นคุณไม่จำเป็นต้องถ่อมาหาผมถึงที่นี่ก็ได้” ทศวรรษวางกล่องอาหารลงบนโต๊ะพร้อมกับจ้องอีกฝ่ายอย่างไม่วางตา
“คุณจะไปเข้าใจอะไร”
“นั่นสิ ผมไม่เข้าใจคุณมาก ๆ เลยล่ะ ถ้าเป็นผม…”
“เก็บปากไว้กินข้าวเถอะ”
“แทงใจดำสินะ”
“ไม่เชิง…จะถือสาอะไรกับคนป่วยอย่างคุณกัน”
“นั่นแหละที่ผมไม่เข้าใจคุณ” ทั้งสองคนเงียบต่างไม่มีอะไรให้พูดคุยกันอีก มันคือความจริงอย่างที่สืบสานพูด หากเป็นคนอื่นคงเปลี่ยนใจและยอมรับกับเรื่องราวที่ผ่านมา บ้างอาจตัดใจและเดินหน้าต่อไป แต่สำหรับทศวรรษ…เขาทำไม่ได้ ทุกอย่างมันค้างคาไปหมด หากสืบสานไม่ได้เกิดอุบัติเหตุ หากอีกฝ่ายบอกเหตุผลที่จะไปกับเขาสักคำ เขาเองก็คงก้มหน้ายอมรับและตัดใจที่จะเดินหน้าไปได้อย่างสบายใจ ไม่มีอะไรค้างคา
คนไม่รักกันแล้วจะยื้อไปเพื่ออะไร
แต่ในกรณีนี้มันไม่เหมือนกัน…ใจหนึ่งแม้ยากจะยอมรับ แต่อีกเสี้ยวหนึ่งเขาก็ทำใจเอาไว้แล้วว่าสืบสานคนเดิมอาจตายไปจากโลกนี้ แต่เพราะยังคงมีความหวัง…หวังว่าสืบสานจะฟื้นจากการหลับใหล กล่องความทรงจำมากมายแม้จะลืมเลือนบ้างไปตามกาลเวลา จดจำไม่ได้ทั้งหมดกับเรื่องราวที่ผ่านมาเขาก็ยังจะสร้างกล่องความทรงจำใบใหม่ไปพร้อมกับสืบสานอีกครั้ง
ทศวรรษเบือนหน้าหนีไปอีกทาง ข้าวที่กินไปได้ไม่ถึงครึ่งแต่ท้องไส้กลับปั่นป่วน หมดอารมณ์ที่จะกินต่อ ได้แต่นั่งเฝ้าอีกคนที่ดูเหมือนจะเจริญอาหารมากกว่าปกติ
“คุณคงไม่ได้มาส่งข้าวให้ผมอย่างเดียวหรอกมั้ง”
“แสนรู้”
“อ่าฮะ แต่น้อยกว่าคุณ” ทั้งสองคนจ้องกันอย่างไม่วางตา เกมจ้องตานี้ทศวรรษไม่มีทางอ่อนข้อให้เป็นอันขาด แถมเจ้าตัวยังยกน้ำลำไยมาดูดหน้าตาเฉยอีกต่างหาก นาฬิกาติดผนังกลับส่งเสียงเมื่อเข้าชั่วโมงใหม่เหมือนกรรมการมายุติเกมจ้องตาของคนทั้งสอง
ทั้งสองต่างก็เบือนหน้าหนีไปคนละฝั่ง
“ผมขี้เกียจขับรถเทียวไปเทียวมาอย่างนี้เหมือนกัน” สายตาอย่างมีเลศนัยที่จ้องมองมาทำเอาสัญชาตญาณการเอาตัวรอดของสืบสานตื่นขึ้นมา จู่ ๆ เขาก็โพล่งออกมา
“ไม่มีทาง!”
“ไหนคุณบอกว่าถ้าผมตามติดคุณอย่างนี้ ไม่สู้ย้ายไปอยู่กับคุณที่บ้านใหญ่เสียให้รู้แล้วรู้รอด”
“ทศวรรษ!”
“สืบสาน!”
“แล้วคุณจะเสียใจ” สืบสานพูดพลางลุกขึ้น
“คุณจะไปไหน”
“ผมจะไปไหนต้องรายงานคุณด้วยเหรอไง”
“เปล่า…ถ้าคุณไม่ทิ้งขยะพวกนี้แล้วใครจะเป็นคนทิ้งล่ะ ผมไม่รู้นี่นาว่าถังขยะอยู่ตรงไหน” น้ำเสียงและท่าทางเยาะเย้ยของอีกฝ่ายนี่มัน…ขมับของสืบสานเต้นตุ๊บ ๆ ก่อนจะกวาดของทุกอย่างลงในถุงพลาสติกใบใหญ่เดินตึงตังออกจากห้องไป ทศวรรษหัวเราะน้อย ๆ กับท่าทางของสืบสานที่เขาไม่เคยได้เห็น
“เด็กโค่ง จะว่าไปคุณก็มีมุมนี้กับเขาด้วยแฮะ” เมื่อก่อนเขาก็ไม่เคยเข้าใจว่าทำไมสืบสานชอบแหย่เขาให้งอน ให้โกรธ มันสนุกอย่างนี้นี่เอง แถมยังชอบให้เขาขู่ฟ่อฟ่ออีกฝ่ายก็มาง้อเอาอกเอาใจ เอานั่นนี่มาล่อ
สืบสานก็เลี้ยงทศวรรษเหมือนแมวน้อยตัวหนึ่งจริง ๆ นั่นแหละ
ตอนนี้อาจกลายเป็นเพียงศัตรูที่ต้องห้ำหั่นให้ตายกันไปข้าง!
ส่วนภพพานนั้นยืนตัวลีบอยู่ด้านหลังเสี่ยโต ที่งานนี้แต่งตัวปาดผมมาอย่างหล่อเหลา มีคนเหลียวมองตลอดทางจนทำให้ภพพานรู้สึกประหม่าวางตัวไม่ถูกขึ้นมาเสียดื้อ ๆ แต่พอได้ยินประโยคที่พ่อและแม่ทั้งสองฝั่งกำลังอวยพรคู่แต่งงานเพศเดียวกันบนเวที คนเจ้าน้ำตาอย่างเขาถึงกับน้ำตาซึม“ไง…ซึ้งมากหรือไง” เตวินทร์พูดแหย่ ในขณะที่มือหนึ่งกำลังถือแก้วเหล้าทรงเตี้ยที่สำหรับใส่เหล้าขาว ในงานไม่มีไวน์อย่างที่คิดไว้แฮะ มีแต่เครื่องดื่มในไลน์การผลิตของ KUNA ที่เรียงรายให้แขกเลือกดื่มตามใจชอบ ส่วนเครื่องดื่มหลักที่คู่แต่งงานกำลังรินที่ถูกจัดแต่งแต่ละชั้นอย่างประณีตเป็นเหล้าขาวที่เจือด้วยสีชมพูอ่อนเป็นเหล้าขาวที่ผสมด้วยลำไยเนื้อชมพูที่มาจากจังหวัดลำพูนมาถึงเวลาการโยนช่อดอกไม้ ดอก LIly of the valley ในมือทศวรรษที่เดินถือขึ้นมาบนเวทีถูกมอบให้สืบสาน คนข้างล่างเวทีโห่แซวเพราะความหมายของมันคือ Return to happiness ช่อดอกไม้ที่ทศวรรษเลือกใช้เป็นดอกสแตติส (Statice) ดอกสีม่วงที่กลีบดอกเป็นแฉกเหมือนดวงดาวแถมความหมายของมันเหมาะกับพวกเขาทั้งคู่เป็นอย่างมาก “ความรู้สึกดี ๆ ที่ยังคงอยู่ตลอดไป ความรักที่ยั่งยืน ความทรงจำ และความส
เงินทองส่วนใหญ่เก็บไว้ในธนาคาร แทบไม่เคยเอาออกมาใช้ และส่วนใหญ่ก็เป็นเด็กทั้งสองที่หามาเอง กว่าจะมีวันนี้ไม่ง่าย และเขาก็คิดไม่ผิด ความมุมานะของเด็กทั้งสองคนออกดอกออกผลผลิบานในที่สุด ความสำเร็จของลูกชายและลูกเขยส่วนหนึ่งมาจากแรงสนับสนุนทางบ้านทั้งสองฝั่งที่เห็นพ้องไปในทางเดียวกัน ทำให้เด็กทั้งสองออกวิ่งได้อย่างเต็มที่ไม่ต้องห่วงหน้าพะวงหลังเหมือนอย่างที่แล้วมา พ่อเลี้ยงสมบูรณ์น้ำตาซึม เขาตบหลังโอบกอดลูกชายทั้งสองสักพักก่อนจะถอยกลับไปยังด้านหลัง แม่เลี้ยงจันทร์ทิพย์เองก็ยกผ้าเช็ดหน้ามาเช็ดน้ำตาให้กับสามี“พ่อมึงเนี่ยน้า…” ทั้งสองยิ้มให้กันก่อนจะมองบ่าวสาวตรงหน้าด้วยสีหน้าเปี่ยมสุข มาถึงพรรณพิลัย เสียงสะอื้นดังมาไม่ขาดสายเธอปาดน้ำตาบนใบหน้านั้นป้อย ๆ ก่อนจะฉีกยิ้มให้คนทั้งคู่“กว่าจะมีวันนี้เหนื่อยกันมากเลยสินะ” สืบสานกอบกุมมือบางนั้นแน่นพลางบีบกระชับเป็นระยะ“แต่แม่ก็ดีใจที่ลูกทั้งสองจับมือกันมาถึงวันนี้ แม่ดีใจมากจริง ๆ และจะดีใจมากกว่านี้ถ้าลูกทั้งสองจับมือกันไปตลอด” พรรณพิลัยสะอื้นฮักก่อนจะเอ่ยต่อ“เมื่อก่อนแม่เคยคิดว่าสิ่งที่ทำลงไปดีที่สุดและเหมาะสมที่สุดสำหรับลูก แต่ไม่กลับไม่เคยถ
งานแต่งจัดขึ้นที่โรงแรมระดับห้าดาวใจกลางเมืองกรุงเทพฯ ปิดโรงแรมโดยเฉพาะเพื่อให้เครือญาติทางฝั่งของทศวรรษได้เข้าพัก และอำนวยความสะดวกให้กับเหล่ามิตรสหายของทั้งสองคนที่บ้างเดินทางมาจากต่างจังหวัดเพื่อเข้าร่วมงานเลี้ยงฉลองสมรสครั้งนี้ จะว่าเลี้ยงฉลองก็ไม่ใช่เรียกว่าแต่งงานใหม่อีกครั้งกับคนเดิมจะเหมาะกว่าธีมในงานเป็นสีเอิร์ธโทน เป็นกลุ่มสีธรรมชาติ หรือสีที่เลียนแบบธรรมชาติ เช่นน้ำตาล เทา เบจ เป็นงานแต่งแบบอบอุ่น ไม่ฉูดฉาด ชุดเพื่อนเจ้าสาวต่างก็สวมกระโปรงตีกะบังลมหน้าเพื่องานนี้โดยเฉพาะ โดยเฉพาะสามสาวคนสนิทของทศวรรษที่อยู่ด้วยกันแทบจะทุกช่วงเวลาของช่วงชีวิต ทศวรรษกล้าพูดได้เต็มปากเลยว่า หากขาดคนใดคนหนึ่งในที่แห่งนี้ไป ทศวรรษคนนี้ก็ยังเป็นเพียงทศวรรษเด็กต่างจังหวัดปอน ๆ คนหนึ่งที่เข้ากรุงฯ เพื่อมาหาจุดมุ่งหมายในชีวิต อาจเป็นเพียงอีทศตุ๊ดเด็กคนหนึ่งไม่ใช่ทศวรรษนักธุรกิจหน้าใหม่ไฟแรงที่ถูกจัดอันดับนักธุรกิจหน้าใหม่ไฟแรงในปี 2025 พวกเขาทั้งสี่คนต่างจับจูงมือกันมาไกลกว่าที่คิด กว่าจะมาถึงจุดจุดนี้ได้เรียกว่ารากเลือดกันเลยทีเดียว ทั้งเรื่องธุรกิจ ความรัก ครอบครัว หลายครั้งที่ชีวิตเป๋ไปเป๋มาเหมื
“ใครว่าพี่หยอก พี่เอาจริง”“ว้า…” ทศวรรษทำทีทัดผมที่หลังหู แหวนเพชรที่นิ้วนางด้านซ้ายพอต้องแสงไฟก็ส่องประกายวูบวาบ เม็ดโตเท่าเม็ดถั่วแระญี่ปุ่นไม่เห็นก็ตาบอดเต็มที!“ผมไม่ใช่คนตัวเปล่าเล่าเปลือย คงทำให้พี่โตสมหวังไม่ได้” เตวินทร์ยกบรั่นดีขึ้นมาจิบด้วยมุมปากที่ยกยิ้มพลางโครงศีรษะน้อย ๆ“มาหาพี่ คงไม่ได้ตั้งใจจะมาแจกการ์ดให้พี่เจ็บช้ำน้ำใจซ้ำ ๆ หรอกใช่มะ”“แหมพี่โต ผมมาขอบคุณและอยากจะขอโทษพี่เรื่องนั้นต่างหาก เห็นว่าพี่เองก็เสียหายเยอะเหมือนกัน” เตวินทร์กางขาเปลี่ยนอิริยาบถก่อนจะโน้มตัวเข้ามาหาทศวรรษที่นั่งตรงข้าม“ถ้าทศพอใจ เงินแค่นี้จะนับเป็นอะไรได้” น้ำเสียงแหบพร่าแฝงไปด้วยความเย้าหยอก คารมเสี่ยโตเขาระดับพระกาฬจริง ๆ ทศวรรษปั้นหน้ายิ้ม อีกทั้งเขายังมีประสบการณ์โชกโชนที่ทางบ้านคุณาปกรลากเขาออกงานแทบจะวันเว้นวัน พบปะผู้คนมากมาย และท่านเจ้าสัวก็สั่งสอนการวางตัว การเข้าสังคม และการใส่หน้ากากเพื่อธุรกิจ ‘น้ำขุ่นไว้ใน น้ำใสไว้นอก’ อยู่เสมอ“พี่โตไม่เสียดาย แต่ทศเสียดายนี่ครับ อีกอย่างก็เพราะช่วยสืบเขาด้วย ที่เขาลือกันว่าพี่โตกับพี่สืบไม่ถูกกัน น่าจะข่าวลือใช่ไหมครับ”“เปล่า! เรื่องจริง” เต
เมื่อคำอธิษฐานจิตกรวดน้ำลงดินจบลง กอปรกับกรวดน้ำทองเหลืองที่บรรจุน้ำเปล่าสะอาดเอาไว้หยดลงดินจนถึงหยดสุดท้าย พลันมีสายลมเอื่อย ๆ พัดพาใบไม้แห้งที่อยู่บริเวณนั้นปลิวล่องลอยไปตามลมผ่านร่างทั้งสองไป หลวงพ่อที่ยืนอยู่หน้ากุฏิก็ยืนมองทั้งสองเช่นกัน แต่ภาพที่เห็นตรงหน้ากลับทำให้ร่องรอยความโศกเศร้ายิ่งปรากฏชัดในนัยน์ตา เบื้องหน้าแรกเริ่มก่อตัวเป็นเงาสีขาวค่อย ๆ แจ่มชัด ชายหนุ่มสองคนที่สวมชุดราชปะแตนเต็มยศนั่งยอง ๆ ใช้มือรองรับหยาดน้ำเหล่านั้นด้วยสีหน้ายิ้มแย้มพร้อมทั้งหันหน้ามายิ้มให้กันด้วยสายตาที่หวานเชื่อม ดูก็รู้ว่าไม่ใช่สายสัมพันธ์ฉันเพื่อน ครอบครัว แต่เป็นฉันท์คนรักเพศเดียวกัน ก่อนทั้งสองจะยืนขึ้นประนมมือไหว้มาทางหลวงพ่อที่ยืนอยู่ด้านหลัง ส่วนด้านหลังของสืบสานก็มีคนแก่อีกคนที่สวมชุดเฉกเช่นเดียวกันกับคนทั้งสอง เพียงแต่โจงกระเบนสีเขียวเข้มแตกต่างจากคนหนุ่มทั้งสองที่สวมสีน้ำเงิน แถมในมือยังมือไม้เท้าคอยพยุงตัวถืออยู่ด้านหน้าตัวเองในท่วงท่าที่ก้มมองเด็กทั้งสองด้วยสีหน้าราบเรียบ แต่แววตากลับเจือร่องรอยความอาลัย และความปีติยินดีเอาไว้ ความทุกข์ ความโศก ความเศร้า การรอคอย การยึดติด จบลงเพียงไม
ก่อนหน้าหลายเดือนจะถึงกำหนดการณ์การฉลองงานสมรสที่ยิ่งใหญ่ เกรียงไกรสมกับตำแหน่งสะใภ้คนโตของคุณาปกร ได้ยินว่าแค่แขกเหรื่อในวงการธุรกิจก็ร่วมร้อย ยังไม่รวมวงศาคณาญาติที่แตกสายออกไปเกือบร้อยคน งานนี้แขกในงานหลักพัน ทศวรรษถามย้ำกับแม่สามีย้ำ ๆ“งานไม่ใหญ่แน่นะครับคุณแม่” พรรณพิลัยยิ้มบาง ๆ ก่อนจะหัวเราะน้อย ๆ กับคนใช้คนสนิทอย่างศรีนวล“คุณทศอย่ากังวลไปเลยค่ะ งานเล็ก ๆ คนกันเองทั้งนั้น” ศรีนวลหัวเราะร่วนพลางตอบคำถามนั้น ดูจากสีหน้าของคนทั้งสองแล้ว คงไม่เล็กเท่าไหร่ ขนาดงานเลี้ยงฉลองวันเกิดคุณหญิงพรรณพิลัย คุณหญิง คุณนายต่าง ๆ ตีผมกะบังลมเดินกันให้ควั่ก ไหนจะญาติทั้งสองฝั่งอย่างท่านเจ้าสัว และคุณหญิงพรรณพิลัยเอง แค่บ้านทศวรรษ แม่เลี้ยงจันทร์ทิพย์นับแขกที่จะไปร่วมงานได้สองรถบัสคันใหญ่ จะบ้า! ยังไงก็เห็นชอบจากผู้ใหญ่ทั้งสองฝั่งเขาและสืบสานจะทำอะไรได้ เลือกดูเฉดสีเสื้อผ้าในงานวันแต่งจนหัวหมุนไปหมด พวกสามสาวก็ดีใจมาก อีกทั้งไม่ได้จ้างดีไซเนอร์ค่าตัวแพง ๆ จากที่ไหนไกล เป็นปลายฟ้าที่บรรจงบินไปถึงฝรั่งเศสเพื่อเลือกผ้าโดยเฉพาะ รวมไปถึงพวกมุกและคริสตัลที่ปักมือ แม้จะสวมชุดสูทแต่ทว่าเนื้อผ้าด้านในเป็
![อุบัติรักฟีโรโมน [Omagaverse]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)






