LOGIN“ไม่รู้จัก ใครครับคุณแม่” ทศวรรษเซไปสองสามก้าวก่อนจะจับปลายเตียงไว้แน่น หลุบตามองพื้นก่อนจะปั้นหน้าเย่อหยิ่ง
“พี่สืบจำผมไม่ได้จริงเหรอครับ ผมทศ…ทศวรรษ คู่สมรสของคุณ” ทศวรรษพยายามควบคุมน้ำเสียงไม่ให้สั่น หากเขาแสดงให้เห็นว่าตัวเองอ่อนแอขนาดไหน โอกาสที่จะได้สืบสานกลับคืนมาคงไม่ง่ายดายเป็นแน่ คำตอบนี้ทำเอาทั้งห้องเงียบกริบ แม้กระทั่งคุณหญิงพรรณพิลัยเองก็ขบริมฝีปากเพื่อระงับอารมณ์เมื่อเห็นสายตาของลูกชายที่จ้องมองมาที่เธอเพื่อขอคำตอบ
“เอ่อ…จริงจ้ะ เขาเป็นคู่สมรสของลูก แต่ว่า…เป็นการแต่งงานที่ลูกเองก็ไม่ยินยอม ไม่เป็นไร หายก่อนค่อยว่ากัน”
“ผมกับเขา…” สีหน้าของสืบสานมีทั้งความสับสน ตกอกตกใจ และไม่คาดคิด สีหน้าทุกอย่างล้วนอยู่ในสายตาของทศวรรษทั้งหมด ทศวรรษขอบตาแดงเรื่อแต่ก็พยายามกลั้นน้ำตาเอาไว้อย่างสุดความสามารถ บางทีอาจต้องให้เวลากับคนป่วยอีกสักหน่อย
“ถ้างั้น…ผมขอตัวก่อนนะครับ” สองเท้าหมุนตัวหมายจะเดินออกจากห้องนี้ไปแต่ก็ต้องชะงักเมื่อได้ยินคุณหญิงพรรณพิลัยเอ่ย
“ลูกสืบนี่น้องเคธี คู่หมั้นของลูกตอนสมัยเป็นเด็กไงคะ น้องมาเยี่ยมลูกตั้งหลายวัน”
“เคธี?”
คุณหญิงพรรณพิลัยอาศัยจังหวะที่ลูกชายตัวเองสูญเสียความทรงจำบางส่วนไปรีบอธิบาย เกรงว่าหากลูกชายความทรงจำกลับมาเหมือนเดิมจะไม่มีโอกาสดี ๆ อย่างนี้อีก พร้อมกับจดจ้องแผ่นหลังนั้นอย่างเกลียดชัง ‘ทศวรรษ’ คู่สมรสของลูกชายเพียงคนเดียวของตระกูลที่ว่าไม่มีอะไรดีและมีสิ่งที่เธอไม่ชอบเต็มไปหมด โดยเฉพาะทรงผมลากไทรที่ยาวระต้นคอนั่น มองเผิน ๆ หญิงก็ไม่ใช่ ชายก็ไม่เชิง ย้อมผมทองมาเชียว อีกอย่างไม่รู้ว่าเพราะเป็นคนหูเบาหรืออย่างไรถึงได้เจาะหูเยอะเสียขนาดนั้น ต่างหูพวกนั้นที่ยาวเรียงร้อยกันนั้นสะดุดตาอย่างจัง “เฮอะ” ยิ่งคิดยิ่งโมโหนึกถึงลูกชายตัวดีค้านหัวชนฝาและงานหมั้นกับหนูเคธีหรือเคท ที่ทางบ้านทำธุรกิจส่งออกและเครื่องดื่มเช่นเดียวกัน แต่เน้นในรูปแบบ Non-Alcohol หากสองบริษัทเกี่ยวดองกันนี่เป็นการควบรวม 2 บริษัทยักษ์ใหญ่ของประเทศในทางอ้อมเลยก็ว่าได้
เรือล่มในหนองทองจะไปไหน
แต่เจ้าลูกชายตัวดีกลับเห็นกงจักรเป็นดอกบัวไปเสียได้…แต่ก็ดูเหมือนว่าโชคชะตาจะเป็นใจให้เธอได้ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนกลับคืนมาอีกครั้ง
“อ้อ ถ้าตอนเด็กก็คงพูดได้อย่างไม่อายปากว่าเป็นว่าที่คู่หมั้น แต่ว่าตอนนี้ผมมีทะเบียนสมรส…คงเป็นได้แค่ชู้” ทศวรรษพูดทิ้งท้ายอย่างเจ็บแสบ
“ยุให้ผัวเมียเขาแตกแยกกัน บาปนะครับ”
“แก!” คุณหญิงพรรณพิลัยได้แต่เต้นเร่า ๆ อยู่ในอก ด้วยความที่เป็นผู้ดีทำได้เพียงส่งสายตาชิงชังให้กับอีกฝ่าย ก่อนจะหันไปจับมือเคธี หญิงสาวสีหน้าไร้อารมณ์แต่ก็ร่วมผสมโรงอย่างเลี่ยงไม่ได้
“ชู้เช้ออะไรกัน อีกอย่างสืบสานก็จำอะไรไม่ได้ในตอนนี้ อย่าไปฟังหมอนั่นให้มากเลยหนูเคท” พรรณพิลัยหันไปพูดกับว่าที่ลูกสะใภ้ที่แทบจะมอบมงให้โดยที่ไม่ต้องลงชิงตำแหน่ง
“หมอนั่น?” แม่ผัวก็รักเขามากจริง ๆ นั่นแหละ ทศวรรษได้แต่เฮอะในลำคอด้วยความไม่สบอารมณ์ หากที่นี่ไม่ใช่โรงพยาบาลแล้วสืบสานไม่ได้ฟื้นมาจากอาการโคม่าเขาก็คงอยากจะกรีดร้องออกมาดัง ๆ ให้ความอัดอั้นตันใจได้ออกมาพร้อมกับเสียงกรีดร้องนั้น ไม่ก็แกล้งชักกระตุกลงไปดีดดิ้นเร่า ๆ ที่พื้น แสร้งว่าผีเข้า แต่ตอนนี้ทศวรรษทำได้เพียงเก็บอารมณ์ขุ่นมัวนั้นไว้ในใจ
ทศวรรษรู้ว่าทางบ้านสืบสานไม่พอใจเขา แต่ไม่คิดว่าจะเกลียดชังกันมากถึงเพียงนี้ ที่ผ่านมาทศวรรษไม่เคยตอบโต้เพราะคิดว่าอีกฝ่ายคือบุพการีของคนรัก แต่พอมาเจอเหตุการณ์นี้ต่อหน้า เขาก็ไม่อยากจะทนอีกต่อไป แต่พอเห็นสายตาของสืบสานที่จ้องมองมาแล้ว ทำได้เพียงกลืนก้อนอารมณ์โทสะลงไปในอก ลูกไฟนั้นกลับแผดเผาทรวงอกของเขาจนปวดแสบปวดร้อนไปหมด ทศวรรษกลืนก้อนสะอื้นลงคอเชิดหน้าอย่างไม่ยอมแพ้
“งั้นวันนี้ผมกลับก่อนนะครับ…คุณแม่!” ทศวรรษจงใจเน้นคำว่าคุณแม่ แล้วก็เป็นดังที่เขาคิด
ส่วนภพพานนั้นยืนตัวลีบอยู่ด้านหลังเสี่ยโต ที่งานนี้แต่งตัวปาดผมมาอย่างหล่อเหลา มีคนเหลียวมองตลอดทางจนทำให้ภพพานรู้สึกประหม่าวางตัวไม่ถูกขึ้นมาเสียดื้อ ๆ แต่พอได้ยินประโยคที่พ่อและแม่ทั้งสองฝั่งกำลังอวยพรคู่แต่งงานเพศเดียวกันบนเวที คนเจ้าน้ำตาอย่างเขาถึงกับน้ำตาซึม“ไง…ซึ้งมากหรือไง” เตวินทร์พูดแหย่ ในขณะที่มือหนึ่งกำลังถือแก้วเหล้าทรงเตี้ยที่สำหรับใส่เหล้าขาว ในงานไม่มีไวน์อย่างที่คิดไว้แฮะ มีแต่เครื่องดื่มในไลน์การผลิตของ KUNA ที่เรียงรายให้แขกเลือกดื่มตามใจชอบ ส่วนเครื่องดื่มหลักที่คู่แต่งงานกำลังรินที่ถูกจัดแต่งแต่ละชั้นอย่างประณีตเป็นเหล้าขาวที่เจือด้วยสีชมพูอ่อนเป็นเหล้าขาวที่ผสมด้วยลำไยเนื้อชมพูที่มาจากจังหวัดลำพูนมาถึงเวลาการโยนช่อดอกไม้ ดอก LIly of the valley ในมือทศวรรษที่เดินถือขึ้นมาบนเวทีถูกมอบให้สืบสาน คนข้างล่างเวทีโห่แซวเพราะความหมายของมันคือ Return to happiness ช่อดอกไม้ที่ทศวรรษเลือกใช้เป็นดอกสแตติส (Statice) ดอกสีม่วงที่กลีบดอกเป็นแฉกเหมือนดวงดาวแถมความหมายของมันเหมาะกับพวกเขาทั้งคู่เป็นอย่างมาก “ความรู้สึกดี ๆ ที่ยังคงอยู่ตลอดไป ความรักที่ยั่งยืน ความทรงจำ และความส
เงินทองส่วนใหญ่เก็บไว้ในธนาคาร แทบไม่เคยเอาออกมาใช้ และส่วนใหญ่ก็เป็นเด็กทั้งสองที่หามาเอง กว่าจะมีวันนี้ไม่ง่าย และเขาก็คิดไม่ผิด ความมุมานะของเด็กทั้งสองคนออกดอกออกผลผลิบานในที่สุด ความสำเร็จของลูกชายและลูกเขยส่วนหนึ่งมาจากแรงสนับสนุนทางบ้านทั้งสองฝั่งที่เห็นพ้องไปในทางเดียวกัน ทำให้เด็กทั้งสองออกวิ่งได้อย่างเต็มที่ไม่ต้องห่วงหน้าพะวงหลังเหมือนอย่างที่แล้วมา พ่อเลี้ยงสมบูรณ์น้ำตาซึม เขาตบหลังโอบกอดลูกชายทั้งสองสักพักก่อนจะถอยกลับไปยังด้านหลัง แม่เลี้ยงจันทร์ทิพย์เองก็ยกผ้าเช็ดหน้ามาเช็ดน้ำตาให้กับสามี“พ่อมึงเนี่ยน้า…” ทั้งสองยิ้มให้กันก่อนจะมองบ่าวสาวตรงหน้าด้วยสีหน้าเปี่ยมสุข มาถึงพรรณพิลัย เสียงสะอื้นดังมาไม่ขาดสายเธอปาดน้ำตาบนใบหน้านั้นป้อย ๆ ก่อนจะฉีกยิ้มให้คนทั้งคู่“กว่าจะมีวันนี้เหนื่อยกันมากเลยสินะ” สืบสานกอบกุมมือบางนั้นแน่นพลางบีบกระชับเป็นระยะ“แต่แม่ก็ดีใจที่ลูกทั้งสองจับมือกันมาถึงวันนี้ แม่ดีใจมากจริง ๆ และจะดีใจมากกว่านี้ถ้าลูกทั้งสองจับมือกันไปตลอด” พรรณพิลัยสะอื้นฮักก่อนจะเอ่ยต่อ“เมื่อก่อนแม่เคยคิดว่าสิ่งที่ทำลงไปดีที่สุดและเหมาะสมที่สุดสำหรับลูก แต่ไม่กลับไม่เคยถ
งานแต่งจัดขึ้นที่โรงแรมระดับห้าดาวใจกลางเมืองกรุงเทพฯ ปิดโรงแรมโดยเฉพาะเพื่อให้เครือญาติทางฝั่งของทศวรรษได้เข้าพัก และอำนวยความสะดวกให้กับเหล่ามิตรสหายของทั้งสองคนที่บ้างเดินทางมาจากต่างจังหวัดเพื่อเข้าร่วมงานเลี้ยงฉลองสมรสครั้งนี้ จะว่าเลี้ยงฉลองก็ไม่ใช่เรียกว่าแต่งงานใหม่อีกครั้งกับคนเดิมจะเหมาะกว่าธีมในงานเป็นสีเอิร์ธโทน เป็นกลุ่มสีธรรมชาติ หรือสีที่เลียนแบบธรรมชาติ เช่นน้ำตาล เทา เบจ เป็นงานแต่งแบบอบอุ่น ไม่ฉูดฉาด ชุดเพื่อนเจ้าสาวต่างก็สวมกระโปรงตีกะบังลมหน้าเพื่องานนี้โดยเฉพาะ โดยเฉพาะสามสาวคนสนิทของทศวรรษที่อยู่ด้วยกันแทบจะทุกช่วงเวลาของช่วงชีวิต ทศวรรษกล้าพูดได้เต็มปากเลยว่า หากขาดคนใดคนหนึ่งในที่แห่งนี้ไป ทศวรรษคนนี้ก็ยังเป็นเพียงทศวรรษเด็กต่างจังหวัดปอน ๆ คนหนึ่งที่เข้ากรุงฯ เพื่อมาหาจุดมุ่งหมายในชีวิต อาจเป็นเพียงอีทศตุ๊ดเด็กคนหนึ่งไม่ใช่ทศวรรษนักธุรกิจหน้าใหม่ไฟแรงที่ถูกจัดอันดับนักธุรกิจหน้าใหม่ไฟแรงในปี 2025 พวกเขาทั้งสี่คนต่างจับจูงมือกันมาไกลกว่าที่คิด กว่าจะมาถึงจุดจุดนี้ได้เรียกว่ารากเลือดกันเลยทีเดียว ทั้งเรื่องธุรกิจ ความรัก ครอบครัว หลายครั้งที่ชีวิตเป๋ไปเป๋มาเหมื
“ใครว่าพี่หยอก พี่เอาจริง”“ว้า…” ทศวรรษทำทีทัดผมที่หลังหู แหวนเพชรที่นิ้วนางด้านซ้ายพอต้องแสงไฟก็ส่องประกายวูบวาบ เม็ดโตเท่าเม็ดถั่วแระญี่ปุ่นไม่เห็นก็ตาบอดเต็มที!“ผมไม่ใช่คนตัวเปล่าเล่าเปลือย คงทำให้พี่โตสมหวังไม่ได้” เตวินทร์ยกบรั่นดีขึ้นมาจิบด้วยมุมปากที่ยกยิ้มพลางโครงศีรษะน้อย ๆ“มาหาพี่ คงไม่ได้ตั้งใจจะมาแจกการ์ดให้พี่เจ็บช้ำน้ำใจซ้ำ ๆ หรอกใช่มะ”“แหมพี่โต ผมมาขอบคุณและอยากจะขอโทษพี่เรื่องนั้นต่างหาก เห็นว่าพี่เองก็เสียหายเยอะเหมือนกัน” เตวินทร์กางขาเปลี่ยนอิริยาบถก่อนจะโน้มตัวเข้ามาหาทศวรรษที่นั่งตรงข้าม“ถ้าทศพอใจ เงินแค่นี้จะนับเป็นอะไรได้” น้ำเสียงแหบพร่าแฝงไปด้วยความเย้าหยอก คารมเสี่ยโตเขาระดับพระกาฬจริง ๆ ทศวรรษปั้นหน้ายิ้ม อีกทั้งเขายังมีประสบการณ์โชกโชนที่ทางบ้านคุณาปกรลากเขาออกงานแทบจะวันเว้นวัน พบปะผู้คนมากมาย และท่านเจ้าสัวก็สั่งสอนการวางตัว การเข้าสังคม และการใส่หน้ากากเพื่อธุรกิจ ‘น้ำขุ่นไว้ใน น้ำใสไว้นอก’ อยู่เสมอ“พี่โตไม่เสียดาย แต่ทศเสียดายนี่ครับ อีกอย่างก็เพราะช่วยสืบเขาด้วย ที่เขาลือกันว่าพี่โตกับพี่สืบไม่ถูกกัน น่าจะข่าวลือใช่ไหมครับ”“เปล่า! เรื่องจริง” เต
เมื่อคำอธิษฐานจิตกรวดน้ำลงดินจบลง กอปรกับกรวดน้ำทองเหลืองที่บรรจุน้ำเปล่าสะอาดเอาไว้หยดลงดินจนถึงหยดสุดท้าย พลันมีสายลมเอื่อย ๆ พัดพาใบไม้แห้งที่อยู่บริเวณนั้นปลิวล่องลอยไปตามลมผ่านร่างทั้งสองไป หลวงพ่อที่ยืนอยู่หน้ากุฏิก็ยืนมองทั้งสองเช่นกัน แต่ภาพที่เห็นตรงหน้ากลับทำให้ร่องรอยความโศกเศร้ายิ่งปรากฏชัดในนัยน์ตา เบื้องหน้าแรกเริ่มก่อตัวเป็นเงาสีขาวค่อย ๆ แจ่มชัด ชายหนุ่มสองคนที่สวมชุดราชปะแตนเต็มยศนั่งยอง ๆ ใช้มือรองรับหยาดน้ำเหล่านั้นด้วยสีหน้ายิ้มแย้มพร้อมทั้งหันหน้ามายิ้มให้กันด้วยสายตาที่หวานเชื่อม ดูก็รู้ว่าไม่ใช่สายสัมพันธ์ฉันเพื่อน ครอบครัว แต่เป็นฉันท์คนรักเพศเดียวกัน ก่อนทั้งสองจะยืนขึ้นประนมมือไหว้มาทางหลวงพ่อที่ยืนอยู่ด้านหลัง ส่วนด้านหลังของสืบสานก็มีคนแก่อีกคนที่สวมชุดเฉกเช่นเดียวกันกับคนทั้งสอง เพียงแต่โจงกระเบนสีเขียวเข้มแตกต่างจากคนหนุ่มทั้งสองที่สวมสีน้ำเงิน แถมในมือยังมือไม้เท้าคอยพยุงตัวถืออยู่ด้านหน้าตัวเองในท่วงท่าที่ก้มมองเด็กทั้งสองด้วยสีหน้าราบเรียบ แต่แววตากลับเจือร่องรอยความอาลัย และความปีติยินดีเอาไว้ ความทุกข์ ความโศก ความเศร้า การรอคอย การยึดติด จบลงเพียงไม
ก่อนหน้าหลายเดือนจะถึงกำหนดการณ์การฉลองงานสมรสที่ยิ่งใหญ่ เกรียงไกรสมกับตำแหน่งสะใภ้คนโตของคุณาปกร ได้ยินว่าแค่แขกเหรื่อในวงการธุรกิจก็ร่วมร้อย ยังไม่รวมวงศาคณาญาติที่แตกสายออกไปเกือบร้อยคน งานนี้แขกในงานหลักพัน ทศวรรษถามย้ำกับแม่สามีย้ำ ๆ“งานไม่ใหญ่แน่นะครับคุณแม่” พรรณพิลัยยิ้มบาง ๆ ก่อนจะหัวเราะน้อย ๆ กับคนใช้คนสนิทอย่างศรีนวล“คุณทศอย่ากังวลไปเลยค่ะ งานเล็ก ๆ คนกันเองทั้งนั้น” ศรีนวลหัวเราะร่วนพลางตอบคำถามนั้น ดูจากสีหน้าของคนทั้งสองแล้ว คงไม่เล็กเท่าไหร่ ขนาดงานเลี้ยงฉลองวันเกิดคุณหญิงพรรณพิลัย คุณหญิง คุณนายต่าง ๆ ตีผมกะบังลมเดินกันให้ควั่ก ไหนจะญาติทั้งสองฝั่งอย่างท่านเจ้าสัว และคุณหญิงพรรณพิลัยเอง แค่บ้านทศวรรษ แม่เลี้ยงจันทร์ทิพย์นับแขกที่จะไปร่วมงานได้สองรถบัสคันใหญ่ จะบ้า! ยังไงก็เห็นชอบจากผู้ใหญ่ทั้งสองฝั่งเขาและสืบสานจะทำอะไรได้ เลือกดูเฉดสีเสื้อผ้าในงานวันแต่งจนหัวหมุนไปหมด พวกสามสาวก็ดีใจมาก อีกทั้งไม่ได้จ้างดีไซเนอร์ค่าตัวแพง ๆ จากที่ไหนไกล เป็นปลายฟ้าที่บรรจงบินไปถึงฝรั่งเศสเพื่อเลือกผ้าโดยเฉพาะ รวมไปถึงพวกมุกและคริสตัลที่ปักมือ แม้จะสวมชุดสูทแต่ทว่าเนื้อผ้าด้านในเป็







