LOGINและหลังจากวันนั้นทางทศวรรษก็ถูกกีดกันจากแม่บ้านที่มาดักรออยู่หน้าห้องพักคนไข้ ทำให้เขาไม่มีโอกาสได้เห็นหน้าสืบสานอีกเลย แม้อยากจะถามให้แน่ชัดว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่ก็ไม่มีโอกาสได้ถามไถ่ อีกทั้งหมอเจ้าของไข้ก็ไม่เคยอยู่ให้ถาม…เหมือนจงใจหลบหน้าเขา ทศวรรษมืดแปดด้านไปหมด แต่เขาจะไม่ยอมให้คนรักจากไปในสภาพแบบนี้ ทศวรรษวนเวียนและเฝ้ารอคอยดักรอที่หน้าบ้านใหญ่รวมไปถึงหน้าบริษัทเขาคิดว่ายังไงคุณหญิงต้องผลักดันให้ลูกชายคนโตเข้ามาบริหารธุรกิจของครอบครัวแน่ ๆ
และแล้วเขาก็คิดถูก…
ต่อให้รปภ.จะกันไม่ให้เขาเข้า
“เข้าไม่ได้ครับ”
“งั้นก็เตรียมตอบคำถามนักข่าวเลย เรื่องข่าว (คาว) แบบนี้นักข่าวคงชอบนัก ดู…นี่อะไร?” ทศวรรษหยิบสำเนาใบทะเบียนสมรสขึ้นมาโชว์หราต่อหน้ารปภ. และพนักงานที่ยืนมุงดูเป็นแถว
“เข้าไปได้หรือยัง?” รปภ.ทำหน้าเหลอหลา ก่อนจะกดบลูทูธกระซิบกระซาบสองสามคำก็ผายมือเชิญให้อีกฝ่ายเข้าไปอย่างจำยอม สืบสานเองก็นั่งอ่านเอกสารอยู่บนโต๊ะอย่างใจเย็น รอคอยการมาถึงของใครบางคน สืบสานหลังจากที่พักอยู่ที่บ้านสองสามเดือนผู้เป็นแม่ก็ผลักดันให้เขาเข้ามาศึกษาดูงานที่นี่ แม้ว่าบาดแผลที่ข้างศีรษะจะเหลือสะเก็ดแผลให้เห็นอยู่บ้าง แต่เหนือสิ่งอื่นใดคือความรู้สึกของสืบสานที่มีต่อครอบครัวและเรื่องเกี่ยวกับการบริหารที่นี่ต่างหาก ทุกอย่างดูไม่คุ้นตาและไม่คุ้นเคยเอาเสียเลย แม้แต่การวางสิ่งของอุปกรณ์ไว้บนโต๊ะนั่นไม่ใช่นิสัยของเขา ไม่เหมือนอย่างที่คุณแม่พร่ำบอกว่าเขาทำงานที่นี่มานาน สืบสานไล่สายตาไปยังตามตู้ ชั้นวางของต่าง ๆ จับสัมผัสกับด้ามปากการาคาแพงที่วางประดับอยู่ตรงขวามือของโต๊ะ
ความคิดต่าง ๆ ยุติเพียงแค่นั้นเมื่อได้ยินเสียงเคาะประตูของเลขาหน้าห้อง พร้อมกับการมาถึงของใครบางคน
“สวัสดีครับคุณสามี” ทศวรรษใบหน้ายิ้มแย้มเดินนวยนาดเข้ามาเท้าแขนกับโต๊ะทำงานของเขาด้วยสีหน้าระรื่น มีความสุขเสียเต็มประดา
“ไม่คิดจะทักทายกันหน่อยเหรอครับ”
“มีธุระอะไร”
“มาหาสามี ผมต้องมีธุระด้วยเหรอไง”
“ที่นี่ที่ทำงาน”
“งั้นผมไปหาคุณที่บ้านได้งั้นสิ”
“…” สืบสานได้แต่ถอนหายใจ เมื่อก่อนเขาไม่รู้ว่าไปทำอีท่าไหนถึงได้แต่งงาน แถมยังจดทะเบียนสมรสกับคนตรงหน้าได้ อีกอย่างแม้เขาจะไม่ใช่คนหัวอ่อน ถูกชักจูงได้ง่าย แต่ไม่มีใครจะสามารถบังคับให้เขาเดินทางไปอำเภอเพื่อจดทะเบียนสมรสกับเพศเดียวกันได้ เรื่องราวมันต้องมีมากกว่านั้น เพียงแต่ว่าตอนนี้เขาจำอะไรไม่ได้ และการอยู่อย่างไม่รู้อะไรเลยบางครั้งก็ไม่ใช่เรื่องดี…อย่างเรื่องของคนตรงหน้าก็เช่นกัน
ผู้ชายคนนี้มีดีอะไรที่ทำให้เขาถึงยอมตกลงปลงใจแต่งงานด้วยได้ อีกทั้ง…เหมือนทางบ้านเขาจะไม่ยอมรับด้วย แถมแม่ของเขายังตั้งตัวเป็นปรปักษ์กับอีกฝ่ายชัดเจน ดูได้จากตอนที่อีกฝ่ายมาเยี่ยมเขาในห้องผู้ป่วย จากนั้นก็ไม่เห็นแม้แต่เงา
“จ้องหน้าผมอย่างงี้หมายความว่าไงครับ” ทศวรรษถามอย่างทะเล้น
“ผมก็แค่แปลกใจ…” แต่สืบสานก็ไม่ได้พูดออกมา หยุดไว้เพียงแค่นั้น แต่ทศวรรษรู้ดีว่าประโยคที่เหลือคืออะไร
“ผมรู้ว่าคุณอยากจะพูดอะไร แต่ด้วยความสัตย์จริงผมไม่เคยบังคับให้คุณแต่งงานกับผม เราต่างก็แต่งกันด้วยความสมัครใจทั้งสองฝ่าย รูปภาพในงาน และเรื่องราวในวันวานล้วนมีรูปถ่ายหลายใบเป็นเครื่องยืนยัน หากคุณไม่เชื่อก็ไปดูที่ห้องผมสิ” สืบสานหรี่ตาอย่างจับผิด ก่อนจะเบนสายตาไปยังมุมหนึ่งของห้อง
“ผมขอเวลาอีกหน่อย”
“ผมรู้ว่าตอนนี้คุณกังขาในความสัมพันธ์ของเรา แต่ช่างเถอะยังไงคุณก็จำอะไรไม่ได้ แต่ว่าตอนนี้เราสร้างมันขึ้นมาใหม่ได้นี่” สืบสานจดจ้องใบหน้าที่ยิ้มแป้นตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่บอกไม่ถูก ผู้ชายตรงหน้าจะบอกว่าหล่อก็ไม่ใช่ สวยก็ไม่เชิง ยิ่งทรงผมยาวระต้นคอกับสีผมที่ย้อมเป็นโทนทองสว่างยิ่งขับให้ผิวขาวขึ้นไปอีก จะเรียกว่าดูดีก็ได้…แตกต่างจากผู้ชายอย่างเขาสิ้นเชิงที่ไม่เคยย้อมผมหรือเจาะหูเป็นพวงแบบนั้น เขาเป็นผู้ชายที่ค่อนข้างหัวโบราณและเปลี่ยนแปลงอะไรได้ยาก ค่อนข้างจะไว้ตัว และไม่ได้เข้าคนง่ายอย่างที่บุคลิกภายนอกแสดงออกไป
จะว่าไปเราสองคนก็แตกต่างกันขนาดนี้…
“และถ้าผมไม่อยากล่ะ” ใบหน้าเปื้อนยิ้มนั้นเหยเกอย่างเห็นได้ชัดก่อนจะกลั้วหัวเราะในคอเบา ๆ
“เฮ้อ ทำไงได้ล่ะ ก็แต่งงานกันแล้วนี่นะ เอาเป็นว่าวันนี้ผมกลับก่อนละกัน พรุ่งนี้ค่อยมาใหม่” ทศวรรษพูดเสร็จก็หมุนตัวกลับออกไป แม้จะเตรียมใจมาบ้าง แต่พอโดนพูดต่อหน้าจริง ๆ ก็แทบจะล้มทั้งยืนแต่ยังฝืนประคองร่างกายอันหนักอึ้งกลับขึ้นรถส่วนตัวไปด้วยสีหน้าราบเรียบ แสร้งว่าไม่เป็นอะไร แต่ภายในใจกลับร้าวรานครั้งแล้วครั้งเล่า
แต่เขาไม่ยอมแพ้หรอก!
ส่วนภพพานนั้นยืนตัวลีบอยู่ด้านหลังเสี่ยโต ที่งานนี้แต่งตัวปาดผมมาอย่างหล่อเหลา มีคนเหลียวมองตลอดทางจนทำให้ภพพานรู้สึกประหม่าวางตัวไม่ถูกขึ้นมาเสียดื้อ ๆ แต่พอได้ยินประโยคที่พ่อและแม่ทั้งสองฝั่งกำลังอวยพรคู่แต่งงานเพศเดียวกันบนเวที คนเจ้าน้ำตาอย่างเขาถึงกับน้ำตาซึม“ไง…ซึ้งมากหรือไง” เตวินทร์พูดแหย่ ในขณะที่มือหนึ่งกำลังถือแก้วเหล้าทรงเตี้ยที่สำหรับใส่เหล้าขาว ในงานไม่มีไวน์อย่างที่คิดไว้แฮะ มีแต่เครื่องดื่มในไลน์การผลิตของ KUNA ที่เรียงรายให้แขกเลือกดื่มตามใจชอบ ส่วนเครื่องดื่มหลักที่คู่แต่งงานกำลังรินที่ถูกจัดแต่งแต่ละชั้นอย่างประณีตเป็นเหล้าขาวที่เจือด้วยสีชมพูอ่อนเป็นเหล้าขาวที่ผสมด้วยลำไยเนื้อชมพูที่มาจากจังหวัดลำพูนมาถึงเวลาการโยนช่อดอกไม้ ดอก LIly of the valley ในมือทศวรรษที่เดินถือขึ้นมาบนเวทีถูกมอบให้สืบสาน คนข้างล่างเวทีโห่แซวเพราะความหมายของมันคือ Return to happiness ช่อดอกไม้ที่ทศวรรษเลือกใช้เป็นดอกสแตติส (Statice) ดอกสีม่วงที่กลีบดอกเป็นแฉกเหมือนดวงดาวแถมความหมายของมันเหมาะกับพวกเขาทั้งคู่เป็นอย่างมาก “ความรู้สึกดี ๆ ที่ยังคงอยู่ตลอดไป ความรักที่ยั่งยืน ความทรงจำ และความส
เงินทองส่วนใหญ่เก็บไว้ในธนาคาร แทบไม่เคยเอาออกมาใช้ และส่วนใหญ่ก็เป็นเด็กทั้งสองที่หามาเอง กว่าจะมีวันนี้ไม่ง่าย และเขาก็คิดไม่ผิด ความมุมานะของเด็กทั้งสองคนออกดอกออกผลผลิบานในที่สุด ความสำเร็จของลูกชายและลูกเขยส่วนหนึ่งมาจากแรงสนับสนุนทางบ้านทั้งสองฝั่งที่เห็นพ้องไปในทางเดียวกัน ทำให้เด็กทั้งสองออกวิ่งได้อย่างเต็มที่ไม่ต้องห่วงหน้าพะวงหลังเหมือนอย่างที่แล้วมา พ่อเลี้ยงสมบูรณ์น้ำตาซึม เขาตบหลังโอบกอดลูกชายทั้งสองสักพักก่อนจะถอยกลับไปยังด้านหลัง แม่เลี้ยงจันทร์ทิพย์เองก็ยกผ้าเช็ดหน้ามาเช็ดน้ำตาให้กับสามี“พ่อมึงเนี่ยน้า…” ทั้งสองยิ้มให้กันก่อนจะมองบ่าวสาวตรงหน้าด้วยสีหน้าเปี่ยมสุข มาถึงพรรณพิลัย เสียงสะอื้นดังมาไม่ขาดสายเธอปาดน้ำตาบนใบหน้านั้นป้อย ๆ ก่อนจะฉีกยิ้มให้คนทั้งคู่“กว่าจะมีวันนี้เหนื่อยกันมากเลยสินะ” สืบสานกอบกุมมือบางนั้นแน่นพลางบีบกระชับเป็นระยะ“แต่แม่ก็ดีใจที่ลูกทั้งสองจับมือกันมาถึงวันนี้ แม่ดีใจมากจริง ๆ และจะดีใจมากกว่านี้ถ้าลูกทั้งสองจับมือกันไปตลอด” พรรณพิลัยสะอื้นฮักก่อนจะเอ่ยต่อ“เมื่อก่อนแม่เคยคิดว่าสิ่งที่ทำลงไปดีที่สุดและเหมาะสมที่สุดสำหรับลูก แต่ไม่กลับไม่เคยถ
งานแต่งจัดขึ้นที่โรงแรมระดับห้าดาวใจกลางเมืองกรุงเทพฯ ปิดโรงแรมโดยเฉพาะเพื่อให้เครือญาติทางฝั่งของทศวรรษได้เข้าพัก และอำนวยความสะดวกให้กับเหล่ามิตรสหายของทั้งสองคนที่บ้างเดินทางมาจากต่างจังหวัดเพื่อเข้าร่วมงานเลี้ยงฉลองสมรสครั้งนี้ จะว่าเลี้ยงฉลองก็ไม่ใช่เรียกว่าแต่งงานใหม่อีกครั้งกับคนเดิมจะเหมาะกว่าธีมในงานเป็นสีเอิร์ธโทน เป็นกลุ่มสีธรรมชาติ หรือสีที่เลียนแบบธรรมชาติ เช่นน้ำตาล เทา เบจ เป็นงานแต่งแบบอบอุ่น ไม่ฉูดฉาด ชุดเพื่อนเจ้าสาวต่างก็สวมกระโปรงตีกะบังลมหน้าเพื่องานนี้โดยเฉพาะ โดยเฉพาะสามสาวคนสนิทของทศวรรษที่อยู่ด้วยกันแทบจะทุกช่วงเวลาของช่วงชีวิต ทศวรรษกล้าพูดได้เต็มปากเลยว่า หากขาดคนใดคนหนึ่งในที่แห่งนี้ไป ทศวรรษคนนี้ก็ยังเป็นเพียงทศวรรษเด็กต่างจังหวัดปอน ๆ คนหนึ่งที่เข้ากรุงฯ เพื่อมาหาจุดมุ่งหมายในชีวิต อาจเป็นเพียงอีทศตุ๊ดเด็กคนหนึ่งไม่ใช่ทศวรรษนักธุรกิจหน้าใหม่ไฟแรงที่ถูกจัดอันดับนักธุรกิจหน้าใหม่ไฟแรงในปี 2025 พวกเขาทั้งสี่คนต่างจับจูงมือกันมาไกลกว่าที่คิด กว่าจะมาถึงจุดจุดนี้ได้เรียกว่ารากเลือดกันเลยทีเดียว ทั้งเรื่องธุรกิจ ความรัก ครอบครัว หลายครั้งที่ชีวิตเป๋ไปเป๋มาเหมื
“ใครว่าพี่หยอก พี่เอาจริง”“ว้า…” ทศวรรษทำทีทัดผมที่หลังหู แหวนเพชรที่นิ้วนางด้านซ้ายพอต้องแสงไฟก็ส่องประกายวูบวาบ เม็ดโตเท่าเม็ดถั่วแระญี่ปุ่นไม่เห็นก็ตาบอดเต็มที!“ผมไม่ใช่คนตัวเปล่าเล่าเปลือย คงทำให้พี่โตสมหวังไม่ได้” เตวินทร์ยกบรั่นดีขึ้นมาจิบด้วยมุมปากที่ยกยิ้มพลางโครงศีรษะน้อย ๆ“มาหาพี่ คงไม่ได้ตั้งใจจะมาแจกการ์ดให้พี่เจ็บช้ำน้ำใจซ้ำ ๆ หรอกใช่มะ”“แหมพี่โต ผมมาขอบคุณและอยากจะขอโทษพี่เรื่องนั้นต่างหาก เห็นว่าพี่เองก็เสียหายเยอะเหมือนกัน” เตวินทร์กางขาเปลี่ยนอิริยาบถก่อนจะโน้มตัวเข้ามาหาทศวรรษที่นั่งตรงข้าม“ถ้าทศพอใจ เงินแค่นี้จะนับเป็นอะไรได้” น้ำเสียงแหบพร่าแฝงไปด้วยความเย้าหยอก คารมเสี่ยโตเขาระดับพระกาฬจริง ๆ ทศวรรษปั้นหน้ายิ้ม อีกทั้งเขายังมีประสบการณ์โชกโชนที่ทางบ้านคุณาปกรลากเขาออกงานแทบจะวันเว้นวัน พบปะผู้คนมากมาย และท่านเจ้าสัวก็สั่งสอนการวางตัว การเข้าสังคม และการใส่หน้ากากเพื่อธุรกิจ ‘น้ำขุ่นไว้ใน น้ำใสไว้นอก’ อยู่เสมอ“พี่โตไม่เสียดาย แต่ทศเสียดายนี่ครับ อีกอย่างก็เพราะช่วยสืบเขาด้วย ที่เขาลือกันว่าพี่โตกับพี่สืบไม่ถูกกัน น่าจะข่าวลือใช่ไหมครับ”“เปล่า! เรื่องจริง” เต
เมื่อคำอธิษฐานจิตกรวดน้ำลงดินจบลง กอปรกับกรวดน้ำทองเหลืองที่บรรจุน้ำเปล่าสะอาดเอาไว้หยดลงดินจนถึงหยดสุดท้าย พลันมีสายลมเอื่อย ๆ พัดพาใบไม้แห้งที่อยู่บริเวณนั้นปลิวล่องลอยไปตามลมผ่านร่างทั้งสองไป หลวงพ่อที่ยืนอยู่หน้ากุฏิก็ยืนมองทั้งสองเช่นกัน แต่ภาพที่เห็นตรงหน้ากลับทำให้ร่องรอยความโศกเศร้ายิ่งปรากฏชัดในนัยน์ตา เบื้องหน้าแรกเริ่มก่อตัวเป็นเงาสีขาวค่อย ๆ แจ่มชัด ชายหนุ่มสองคนที่สวมชุดราชปะแตนเต็มยศนั่งยอง ๆ ใช้มือรองรับหยาดน้ำเหล่านั้นด้วยสีหน้ายิ้มแย้มพร้อมทั้งหันหน้ามายิ้มให้กันด้วยสายตาที่หวานเชื่อม ดูก็รู้ว่าไม่ใช่สายสัมพันธ์ฉันเพื่อน ครอบครัว แต่เป็นฉันท์คนรักเพศเดียวกัน ก่อนทั้งสองจะยืนขึ้นประนมมือไหว้มาทางหลวงพ่อที่ยืนอยู่ด้านหลัง ส่วนด้านหลังของสืบสานก็มีคนแก่อีกคนที่สวมชุดเฉกเช่นเดียวกันกับคนทั้งสอง เพียงแต่โจงกระเบนสีเขียวเข้มแตกต่างจากคนหนุ่มทั้งสองที่สวมสีน้ำเงิน แถมในมือยังมือไม้เท้าคอยพยุงตัวถืออยู่ด้านหน้าตัวเองในท่วงท่าที่ก้มมองเด็กทั้งสองด้วยสีหน้าราบเรียบ แต่แววตากลับเจือร่องรอยความอาลัย และความปีติยินดีเอาไว้ ความทุกข์ ความโศก ความเศร้า การรอคอย การยึดติด จบลงเพียงไม
ก่อนหน้าหลายเดือนจะถึงกำหนดการณ์การฉลองงานสมรสที่ยิ่งใหญ่ เกรียงไกรสมกับตำแหน่งสะใภ้คนโตของคุณาปกร ได้ยินว่าแค่แขกเหรื่อในวงการธุรกิจก็ร่วมร้อย ยังไม่รวมวงศาคณาญาติที่แตกสายออกไปเกือบร้อยคน งานนี้แขกในงานหลักพัน ทศวรรษถามย้ำกับแม่สามีย้ำ ๆ“งานไม่ใหญ่แน่นะครับคุณแม่” พรรณพิลัยยิ้มบาง ๆ ก่อนจะหัวเราะน้อย ๆ กับคนใช้คนสนิทอย่างศรีนวล“คุณทศอย่ากังวลไปเลยค่ะ งานเล็ก ๆ คนกันเองทั้งนั้น” ศรีนวลหัวเราะร่วนพลางตอบคำถามนั้น ดูจากสีหน้าของคนทั้งสองแล้ว คงไม่เล็กเท่าไหร่ ขนาดงานเลี้ยงฉลองวันเกิดคุณหญิงพรรณพิลัย คุณหญิง คุณนายต่าง ๆ ตีผมกะบังลมเดินกันให้ควั่ก ไหนจะญาติทั้งสองฝั่งอย่างท่านเจ้าสัว และคุณหญิงพรรณพิลัยเอง แค่บ้านทศวรรษ แม่เลี้ยงจันทร์ทิพย์นับแขกที่จะไปร่วมงานได้สองรถบัสคันใหญ่ จะบ้า! ยังไงก็เห็นชอบจากผู้ใหญ่ทั้งสองฝั่งเขาและสืบสานจะทำอะไรได้ เลือกดูเฉดสีเสื้อผ้าในงานวันแต่งจนหัวหมุนไปหมด พวกสามสาวก็ดีใจมาก อีกทั้งไม่ได้จ้างดีไซเนอร์ค่าตัวแพง ๆ จากที่ไหนไกล เป็นปลายฟ้าที่บรรจงบินไปถึงฝรั่งเศสเพื่อเลือกผ้าโดยเฉพาะ รวมไปถึงพวกมุกและคริสตัลที่ปักมือ แม้จะสวมชุดสูทแต่ทว่าเนื้อผ้าด้านในเป็







![หวนคืนลิขิตรัก [Mpreg]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)