LOGINของขวัญที่ทศวรรษเตรียมไว้จะมอบให้สืบสานกำลังจ้องมองเขาตาแป๋วอยู่ในกรง เขาสวมหน้ากากอนามัยสีขาวสองชั้นก่อนจะใช้นิ้วชี้แหย่เข้าไปในกรงสี่เหลี่ยม ลูบขนปุกปุยสีขาวนั้นเบา ๆ เจ้าเหมียวที่อิมพอร์ตมาจากต่างประเทศเพราะสืบสานเคยเปรยหลายครั้งว่าอยากเลี้ยงแมว แต่ว่าทศวรรษดันแพ้ขนสัตว์ แม้ว่าอาการจะไม่มากแต่ก็น่ารำคาญอย่างเช่นจาม คัดจมูกหรือน้ำมูกไหล ไอ แต่ไม่ถึงกับแน่นหน้าอก หอบ หรือมีผื่นคัน
ลูกแมวเปอร์เซีย ชินชิล่า (Chinchilla) อายุ 10 เดือนที่เพิ่งลงเครื่องมาถึงเมืองไทยได้ไม่นาน ขนสีขาว ตาสีฟ้า หากสืบสานกลับมาเห็นคงดีใจจนเนื้อเต้น ดีไม่ดีเขาคงตกกระป๋อง
“คุณนายนอร่า” ทศวรรษตั้งชื่อให้เจ้าเหมียวด้วยชื่อที่แสนจะเอาแต่ใจ มองไปทั่วห้องนั่งเล่นที่ตอนนี้มีบ้านแมว ของเล่น อาหาร เรียกได้ว่าครบครัน แต่ดูเหมือนว่าแผนที่วางไว้จะล่มไม่เป็นท่า ทศวรรษตั้งใจจะเซอร์ไพรส์คนรัก กลับกลายเป็นว่าคนรักของเขากลับเซอร์ไพรส์เขาด้วยเรื่องอุบัติเหตุเสียก่อน
ขอบตาเริ่มร้อนผ่าว ก่อนจะสูดหายใจลึก ๆ เดินไปล้างมือก่อนจะต่อสายโทรศัพท์หาที่บ้าน รอไม่นานปลายสายก็รับ
“แม่ สบายดีไหมจ๊ะ”
“สบายดี”
“แม่” ทศวรรษอยากจะเล่าเรื่องราวที่ผ่านมาให้ใครสักคนได้ฟังเหมือนกัน แต่ก็กลัวว่าทางบ้านจะเป็นห่วงเขามากกว่าเดิมจึงได้แต่กลืนก้อนสะอื้นลงคอไป
“อะไร วันนี้มาแปลก” เสียงแม่เลี้ยงจันทร์ทิพย์ดังสลับกับเสียงโทรทัศน์ ตอนนี้คงเป็นช่วงละครหลังข่าวสินะ
“พ่อมึง…ไอ้ทศโทรมา” เสียงสวบสาบกับเสียงของผู้เป็นพ่อดังเข้ามาในสาย
“ทศว่าไงลูก สบายดีหรือเปล่า”
“สบายดีครับ”
“ตาเขยล่ะ ไม่อยู่หรือไง” ปกติลูกชายจะโทรมาพูดคุยพร้อมกับลูกเขยเสมอ วันนี้น้ำเสียงดูหงอยแปลก ๆ
“ทะเลาะกันเหรอ” ยิ่งน้ำเสียงของผู้เป็นพ่อแฝงด้วยน้ำเสียงห่วงใยมากแค่ไหน ขอบตาก็เอ่อล้นไปด้วยหยาดน้ำตามากขึ้นเท่านั้น
“เปล่าหรอกครับ พอดีผมกับสืบต้องไปดูงานที่ต่างประเทศสักพัก แต่ว่า…” ทศวรรษแสร้งทำน้ำเสียงทะเล้น
“ผมเอาหลานมาฝากพ่อ”
“หา” แล้วก็ได้ยินเสียงโหวกเหวกโวยวายของนายแม่ขึ้นมาทันที
“ไอ้ทศเอ็ง…” แม่เลี้ยงจันทร์ทิพย์ไม่รู้จะถามยังไงก็ไอ้หลานเขยมันเป็นผู้ชาย ไอ้ทศลูกเขาก็ผู้ชายแล้วไปเอาเด็กที่ไหนมา
“แม่…ถึงเองก็จะรู้ละน่า”
“ไม่เอาไม่เลี้ยง ไอ้ทศ!!!” ทศวรรษตัดสายก่อนจะนั่งลงหน้ากรงกอดเข่านั่งมองคุณนายนอร่าที่กำลังนอนเล่นอย่างเกียจคร้านเช่นกัน
เพราะกลัวว่าจะเสียสืบสานไปอย่างไม่มีวันหวนกลับ ทศวรรษก็ยิ่งทำตัวติดอีกฝ่ายแจ สะสางงานที่บริษัทเสร็จก็รีบวิ่งแจ้นมาที่บริษัทของสืบสานเป็นอย่างนี้อยู่นานร่วมสัปดาห์ ความเหนื่อยล้าฉายชัดออกมาบนใบหน้า แต่เจ้าตัวกลับไม่รู้สึกถึงมันสักนิด ไม่ว่าจะลืมตาตื่น จะกิน จะนอน หัวสมองก็คิดแต่เรื่องของสืบสาน ไม่กี่สัปดาห์ใบหน้าตอบลงอย่างเห็นได้ชัด
“ถ้าคุณจะทำตัวเกาะติดกับผมขนาดนี้ไม่ย้ายไปอยู่บ้านผมด้วยเลยล่ะ”
“อย่าคิดว่าผมไม่กล้า…”
“แล้วผมพูดเมื่อไหร่ว่าคุณไม่กล้า คุณกล้าออกขนาดนี้” สืบสานใช้สายตามองอีกฝ่ายตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยสีหน้าไม่สบอารมณ์ และเขาก็เห็นความลำบากใจที่ฉายชัดออกมาจากใบหน้าเชิดรั้นนั้น อย่างน้อยเขาก็ไม่ต้องประมือสู้รบกับอีกฝ่ายตามลำพัง ดูแล้วพ่อแม่ของเขาก็ไม่ชอบทศวรรษอะไรนี่เหมือนกัน
แล้วทำไมเขาถึงตอบตกลงจดทะเบียนสมรสกับคนแบบนี้ได้นะ สืบสานยิ่งคิดยิ่งปวดหัว แม้ว่าทศวรรษจะไม่ได้ขี้ริ้วขี้เหร่ แต่ทว่านิสัยใจคอยอมหักไม่ยอมงอ แถมยังกล้าได้กล้าเสียโดยไม่คิดแบบนี้เขาไม่น่าจะเลือกมาเป็นคู่ชีวิตได้ แม้ว่าการแต่งงานระหว่างเพศเดียวกันจะเป็นที่ยอมรับในวงกว้างและตัวกฎหมายเอง แต่เขาก็ไม่อยากจะเชื่อว่าตัวเองแต่งงานกับเพศเดียวกัน…และคนคนนั้นที่ว่าก็กำลังยืนกอดอกจ้องมองเขาอย่างไม่วางตา
“ทำไม ไม่กล้าเหรอไง” สืบสานเยาะเย้ย
“เปล่าหรอก ผมอยากจะไปอยู่กินกับคุณที่บ้านใหญ่ใจจะขาด เมื่อก่อนอ้อนวอนเท่าไหร่คุณก็ไม่ยอม บอกว่าที่บ้านมีแต่คนไม่เข้าใจคุณ แต่พอมาวันนี้…ผมก็แค่แปลกใจก็เท่านั้น” ทศวรรษตอบกลับด้วยท่าทีไม่ทุกข์ร้อน
ส่วนภพพานนั้นยืนตัวลีบอยู่ด้านหลังเสี่ยโต ที่งานนี้แต่งตัวปาดผมมาอย่างหล่อเหลา มีคนเหลียวมองตลอดทางจนทำให้ภพพานรู้สึกประหม่าวางตัวไม่ถูกขึ้นมาเสียดื้อ ๆ แต่พอได้ยินประโยคที่พ่อและแม่ทั้งสองฝั่งกำลังอวยพรคู่แต่งงานเพศเดียวกันบนเวที คนเจ้าน้ำตาอย่างเขาถึงกับน้ำตาซึม“ไง…ซึ้งมากหรือไง” เตวินทร์พูดแหย่ ในขณะที่มือหนึ่งกำลังถือแก้วเหล้าทรงเตี้ยที่สำหรับใส่เหล้าขาว ในงานไม่มีไวน์อย่างที่คิดไว้แฮะ มีแต่เครื่องดื่มในไลน์การผลิตของ KUNA ที่เรียงรายให้แขกเลือกดื่มตามใจชอบ ส่วนเครื่องดื่มหลักที่คู่แต่งงานกำลังรินที่ถูกจัดแต่งแต่ละชั้นอย่างประณีตเป็นเหล้าขาวที่เจือด้วยสีชมพูอ่อนเป็นเหล้าขาวที่ผสมด้วยลำไยเนื้อชมพูที่มาจากจังหวัดลำพูนมาถึงเวลาการโยนช่อดอกไม้ ดอก LIly of the valley ในมือทศวรรษที่เดินถือขึ้นมาบนเวทีถูกมอบให้สืบสาน คนข้างล่างเวทีโห่แซวเพราะความหมายของมันคือ Return to happiness ช่อดอกไม้ที่ทศวรรษเลือกใช้เป็นดอกสแตติส (Statice) ดอกสีม่วงที่กลีบดอกเป็นแฉกเหมือนดวงดาวแถมความหมายของมันเหมาะกับพวกเขาทั้งคู่เป็นอย่างมาก “ความรู้สึกดี ๆ ที่ยังคงอยู่ตลอดไป ความรักที่ยั่งยืน ความทรงจำ และความส
เงินทองส่วนใหญ่เก็บไว้ในธนาคาร แทบไม่เคยเอาออกมาใช้ และส่วนใหญ่ก็เป็นเด็กทั้งสองที่หามาเอง กว่าจะมีวันนี้ไม่ง่าย และเขาก็คิดไม่ผิด ความมุมานะของเด็กทั้งสองคนออกดอกออกผลผลิบานในที่สุด ความสำเร็จของลูกชายและลูกเขยส่วนหนึ่งมาจากแรงสนับสนุนทางบ้านทั้งสองฝั่งที่เห็นพ้องไปในทางเดียวกัน ทำให้เด็กทั้งสองออกวิ่งได้อย่างเต็มที่ไม่ต้องห่วงหน้าพะวงหลังเหมือนอย่างที่แล้วมา พ่อเลี้ยงสมบูรณ์น้ำตาซึม เขาตบหลังโอบกอดลูกชายทั้งสองสักพักก่อนจะถอยกลับไปยังด้านหลัง แม่เลี้ยงจันทร์ทิพย์เองก็ยกผ้าเช็ดหน้ามาเช็ดน้ำตาให้กับสามี“พ่อมึงเนี่ยน้า…” ทั้งสองยิ้มให้กันก่อนจะมองบ่าวสาวตรงหน้าด้วยสีหน้าเปี่ยมสุข มาถึงพรรณพิลัย เสียงสะอื้นดังมาไม่ขาดสายเธอปาดน้ำตาบนใบหน้านั้นป้อย ๆ ก่อนจะฉีกยิ้มให้คนทั้งคู่“กว่าจะมีวันนี้เหนื่อยกันมากเลยสินะ” สืบสานกอบกุมมือบางนั้นแน่นพลางบีบกระชับเป็นระยะ“แต่แม่ก็ดีใจที่ลูกทั้งสองจับมือกันมาถึงวันนี้ แม่ดีใจมากจริง ๆ และจะดีใจมากกว่านี้ถ้าลูกทั้งสองจับมือกันไปตลอด” พรรณพิลัยสะอื้นฮักก่อนจะเอ่ยต่อ“เมื่อก่อนแม่เคยคิดว่าสิ่งที่ทำลงไปดีที่สุดและเหมาะสมที่สุดสำหรับลูก แต่ไม่กลับไม่เคยถ
งานแต่งจัดขึ้นที่โรงแรมระดับห้าดาวใจกลางเมืองกรุงเทพฯ ปิดโรงแรมโดยเฉพาะเพื่อให้เครือญาติทางฝั่งของทศวรรษได้เข้าพัก และอำนวยความสะดวกให้กับเหล่ามิตรสหายของทั้งสองคนที่บ้างเดินทางมาจากต่างจังหวัดเพื่อเข้าร่วมงานเลี้ยงฉลองสมรสครั้งนี้ จะว่าเลี้ยงฉลองก็ไม่ใช่เรียกว่าแต่งงานใหม่อีกครั้งกับคนเดิมจะเหมาะกว่าธีมในงานเป็นสีเอิร์ธโทน เป็นกลุ่มสีธรรมชาติ หรือสีที่เลียนแบบธรรมชาติ เช่นน้ำตาล เทา เบจ เป็นงานแต่งแบบอบอุ่น ไม่ฉูดฉาด ชุดเพื่อนเจ้าสาวต่างก็สวมกระโปรงตีกะบังลมหน้าเพื่องานนี้โดยเฉพาะ โดยเฉพาะสามสาวคนสนิทของทศวรรษที่อยู่ด้วยกันแทบจะทุกช่วงเวลาของช่วงชีวิต ทศวรรษกล้าพูดได้เต็มปากเลยว่า หากขาดคนใดคนหนึ่งในที่แห่งนี้ไป ทศวรรษคนนี้ก็ยังเป็นเพียงทศวรรษเด็กต่างจังหวัดปอน ๆ คนหนึ่งที่เข้ากรุงฯ เพื่อมาหาจุดมุ่งหมายในชีวิต อาจเป็นเพียงอีทศตุ๊ดเด็กคนหนึ่งไม่ใช่ทศวรรษนักธุรกิจหน้าใหม่ไฟแรงที่ถูกจัดอันดับนักธุรกิจหน้าใหม่ไฟแรงในปี 2025 พวกเขาทั้งสี่คนต่างจับจูงมือกันมาไกลกว่าที่คิด กว่าจะมาถึงจุดจุดนี้ได้เรียกว่ารากเลือดกันเลยทีเดียว ทั้งเรื่องธุรกิจ ความรัก ครอบครัว หลายครั้งที่ชีวิตเป๋ไปเป๋มาเหมื
“ใครว่าพี่หยอก พี่เอาจริง”“ว้า…” ทศวรรษทำทีทัดผมที่หลังหู แหวนเพชรที่นิ้วนางด้านซ้ายพอต้องแสงไฟก็ส่องประกายวูบวาบ เม็ดโตเท่าเม็ดถั่วแระญี่ปุ่นไม่เห็นก็ตาบอดเต็มที!“ผมไม่ใช่คนตัวเปล่าเล่าเปลือย คงทำให้พี่โตสมหวังไม่ได้” เตวินทร์ยกบรั่นดีขึ้นมาจิบด้วยมุมปากที่ยกยิ้มพลางโครงศีรษะน้อย ๆ“มาหาพี่ คงไม่ได้ตั้งใจจะมาแจกการ์ดให้พี่เจ็บช้ำน้ำใจซ้ำ ๆ หรอกใช่มะ”“แหมพี่โต ผมมาขอบคุณและอยากจะขอโทษพี่เรื่องนั้นต่างหาก เห็นว่าพี่เองก็เสียหายเยอะเหมือนกัน” เตวินทร์กางขาเปลี่ยนอิริยาบถก่อนจะโน้มตัวเข้ามาหาทศวรรษที่นั่งตรงข้าม“ถ้าทศพอใจ เงินแค่นี้จะนับเป็นอะไรได้” น้ำเสียงแหบพร่าแฝงไปด้วยความเย้าหยอก คารมเสี่ยโตเขาระดับพระกาฬจริง ๆ ทศวรรษปั้นหน้ายิ้ม อีกทั้งเขายังมีประสบการณ์โชกโชนที่ทางบ้านคุณาปกรลากเขาออกงานแทบจะวันเว้นวัน พบปะผู้คนมากมาย และท่านเจ้าสัวก็สั่งสอนการวางตัว การเข้าสังคม และการใส่หน้ากากเพื่อธุรกิจ ‘น้ำขุ่นไว้ใน น้ำใสไว้นอก’ อยู่เสมอ“พี่โตไม่เสียดาย แต่ทศเสียดายนี่ครับ อีกอย่างก็เพราะช่วยสืบเขาด้วย ที่เขาลือกันว่าพี่โตกับพี่สืบไม่ถูกกัน น่าจะข่าวลือใช่ไหมครับ”“เปล่า! เรื่องจริง” เต
เมื่อคำอธิษฐานจิตกรวดน้ำลงดินจบลง กอปรกับกรวดน้ำทองเหลืองที่บรรจุน้ำเปล่าสะอาดเอาไว้หยดลงดินจนถึงหยดสุดท้าย พลันมีสายลมเอื่อย ๆ พัดพาใบไม้แห้งที่อยู่บริเวณนั้นปลิวล่องลอยไปตามลมผ่านร่างทั้งสองไป หลวงพ่อที่ยืนอยู่หน้ากุฏิก็ยืนมองทั้งสองเช่นกัน แต่ภาพที่เห็นตรงหน้ากลับทำให้ร่องรอยความโศกเศร้ายิ่งปรากฏชัดในนัยน์ตา เบื้องหน้าแรกเริ่มก่อตัวเป็นเงาสีขาวค่อย ๆ แจ่มชัด ชายหนุ่มสองคนที่สวมชุดราชปะแตนเต็มยศนั่งยอง ๆ ใช้มือรองรับหยาดน้ำเหล่านั้นด้วยสีหน้ายิ้มแย้มพร้อมทั้งหันหน้ามายิ้มให้กันด้วยสายตาที่หวานเชื่อม ดูก็รู้ว่าไม่ใช่สายสัมพันธ์ฉันเพื่อน ครอบครัว แต่เป็นฉันท์คนรักเพศเดียวกัน ก่อนทั้งสองจะยืนขึ้นประนมมือไหว้มาทางหลวงพ่อที่ยืนอยู่ด้านหลัง ส่วนด้านหลังของสืบสานก็มีคนแก่อีกคนที่สวมชุดเฉกเช่นเดียวกันกับคนทั้งสอง เพียงแต่โจงกระเบนสีเขียวเข้มแตกต่างจากคนหนุ่มทั้งสองที่สวมสีน้ำเงิน แถมในมือยังมือไม้เท้าคอยพยุงตัวถืออยู่ด้านหน้าตัวเองในท่วงท่าที่ก้มมองเด็กทั้งสองด้วยสีหน้าราบเรียบ แต่แววตากลับเจือร่องรอยความอาลัย และความปีติยินดีเอาไว้ ความทุกข์ ความโศก ความเศร้า การรอคอย การยึดติด จบลงเพียงไม
ก่อนหน้าหลายเดือนจะถึงกำหนดการณ์การฉลองงานสมรสที่ยิ่งใหญ่ เกรียงไกรสมกับตำแหน่งสะใภ้คนโตของคุณาปกร ได้ยินว่าแค่แขกเหรื่อในวงการธุรกิจก็ร่วมร้อย ยังไม่รวมวงศาคณาญาติที่แตกสายออกไปเกือบร้อยคน งานนี้แขกในงานหลักพัน ทศวรรษถามย้ำกับแม่สามีย้ำ ๆ“งานไม่ใหญ่แน่นะครับคุณแม่” พรรณพิลัยยิ้มบาง ๆ ก่อนจะหัวเราะน้อย ๆ กับคนใช้คนสนิทอย่างศรีนวล“คุณทศอย่ากังวลไปเลยค่ะ งานเล็ก ๆ คนกันเองทั้งนั้น” ศรีนวลหัวเราะร่วนพลางตอบคำถามนั้น ดูจากสีหน้าของคนทั้งสองแล้ว คงไม่เล็กเท่าไหร่ ขนาดงานเลี้ยงฉลองวันเกิดคุณหญิงพรรณพิลัย คุณหญิง คุณนายต่าง ๆ ตีผมกะบังลมเดินกันให้ควั่ก ไหนจะญาติทั้งสองฝั่งอย่างท่านเจ้าสัว และคุณหญิงพรรณพิลัยเอง แค่บ้านทศวรรษ แม่เลี้ยงจันทร์ทิพย์นับแขกที่จะไปร่วมงานได้สองรถบัสคันใหญ่ จะบ้า! ยังไงก็เห็นชอบจากผู้ใหญ่ทั้งสองฝั่งเขาและสืบสานจะทำอะไรได้ เลือกดูเฉดสีเสื้อผ้าในงานวันแต่งจนหัวหมุนไปหมด พวกสามสาวก็ดีใจมาก อีกทั้งไม่ได้จ้างดีไซเนอร์ค่าตัวแพง ๆ จากที่ไหนไกล เป็นปลายฟ้าที่บรรจงบินไปถึงฝรั่งเศสเพื่อเลือกผ้าโดยเฉพาะ รวมไปถึงพวกมุกและคริสตัลที่ปักมือ แม้จะสวมชุดสูทแต่ทว่าเนื้อผ้าด้านในเป็







