Share

บังเอิญพบกัน

last update Last Updated: 2026-03-02 18:53:27

วรางคณาใช้เวลาเดินเที่ยวชมภายในวัดไชยวัฒนารามกระทั่งห้าโมงเย็น ยังไม่พอใจเท่าไหร่ ไม่เป็นไรหรอก ไว้รอให้เธอได้มาอยู่ที่นี่ก่อน เธอจะมีเวลา เที่ยวตามสถานที่ต่างๆ หญิงสาวกลับโรงแรมทันทีไม่ได้แวะที่ไหน ที่นี่เธอไม่มีคนรู้จัก จะมีก็แค่ป้าเจ้าของที่ดิน นี่ถ้าพรุ่งนี้เช้าเธอไม่ต้องรีบกลับบ้าน เธอต้องได้ไปนอนบ้านป้าเจ้าของที่ดินและบ้านเรือนไทย นั้นแน่นอน

วรางคณากลับถึงโรงแรม ยังมีเวลา เธอแวะที่ห้องอาหารเพื่อกินข้าวเย็น ตั้งใจว่ากินข้าวเสร็จจะเข้าห้องพักและนอนเลย พรุ่งนี้เธอต้องออกเดินทางกลับบ้านแต่เช้า อยากกลับไปจัดการ พวกข้าวของเครื่องใช้ ที่จะต้องขนมาที่บ้านใหม่

บรรยากาศภายในห้องอาหาร ตกแต่งแบบบ้านโบราณ นี่เป็นอีกเหตุผลที่เธอจองโรงแรมนี้

“วอย เป็นยังไงบ้างลูก ถึงที่พักหรือยัง”

“ถึงแล้วค่ะแม่ วอยกำลังจะไปหาข้าวกินค่ะ ไม่ต้องห่วงนะคะ วอยกินที่ห้องอาหารของโรงแรม ไม่น่ากลัวเลยค่ะ”

วรางคณาเลือกที่นั่งติดหน้าต่าง เดินไปตัก ข้าวสวย แกงเทโพที่เธอชอบมาก และแน่นอน แม่เธอทำอร่อยที่สุด จะลองดูว่า ที่นี่อร่อยไหม ยำถั่วพูเป็นอีกเมนูที่ชอบ แน่นอนแม่เธอก็ทำอร่อยเช่นกัน และเลือกที่จะกินขนมหวานตบท้าย แทนผลไม้ ลอดช่องน้ำกะทิ ของชอบทั้งนั้นเลย เธอไม่ค่อยสนใจนักเวลากินอาหาร ว่าจะต้องกินเท่าไหร่ กินมากกินน้อย ไม่เคยควบคุมน้ำหนัก กินทุกอย่างที่อยากกิน

บรรยากาศด้านนอกเริ่มมืดแล้ว อากาศเหมือนฝนจะตก ทั้งๆ ที่เมื่อกลางวันที่วัดร้อนมาก ไม่มีเค้าว่าฝนจะตกเลย เสียงฟ้าคำรามมาแต่ไกล คืนนี้คงนอนหลับสบายแน่ๆ ไม่ทันที่เธอจะกินข้าวอิ่ม ฝนก็ตกลงมาจริงๆ โรงแรมแห่งนี้ลูกค้าเยอะพอสมควร ส่วนมากจะเป็นชาวต่างชาติ อาจเป็นเพราะว่าเป็นเมืองท่องเที่ยว ด้านในห้องอาหาร ยังมีชาวต่างชาติ ใส่ชุดไทยนั่งพูดคุยกัน ตามโต๊ะอาหาร พวกเขาดูมีความสุขมาก

วรางคณากินข้าวอิ่ม กินยำถั่วพูไปด้วย ดูนาฬิกายังพอมีเวลา กินขนมหวานต่อ ไม่รีบ สรุปว่าอาหารและขนมหวานของที่นี่อร่อยมาก ถึงจะไม่เหมือนรสมือของแม่ แต่ก็ถือว่าอร่อยมาก แต่ยังไง คืนนี้ก่อนนอนเธอต้องกินนม เห็นแล้วว่ามีตู้เครื่องดื่ม หญิงสาวหมายตาไว้แล้ว ในตู้กระจกใสนั่น มีเค๊กก้อนเล็กๆ น่ากินทีเดียว

“ขอนั่งด้วยคนนะ”

วรางคณา เงยหน้าขึ้นมอง เสียงผู้ชาย ทำไมคุ้นจัง มือที่กำลังตักลอดช่องน้ำกะทิ ยกค้างไว้ เมื่อเห็นหน้าคนพูด

ตาหนวด บ้านตึกนี่นา มาได้ยังไง มาทำอะไรที่นี่ แล้วจะมานั่งกับเธอทำไม หญิงสาวกวาดสายตามองรอบตัว โต๊ะข้างๆ ก็ยังว่าง

“วางช้อนลงก่อนก็ได้ “

เขาไม่พูดเปล่า ยังถือวิสาสะใช้มือตัวเองกดลงมาที่ช้อนขนมลอดช่องที่วรางคณาถือค้างไว้ ให้วางลงที่ถ้วยขนมหวาน

“ไม่ต้องงงหรอกน่า ฉันขอนั่งด้วย ไม่มีเพื่อน มันเหงา”

ธันวาวางถาด ที่มีจานข้าว แกงเทโพ หมูทอด น้ำเปล่า วางลงบนโต๊ะอาหาร

โต๊ะที่วรางคณาเลือกนั่ง เป็นที่นั่งสำหรับสองคน เพราะ เธอมาคนเดียว คิดว่าควรนั่งตรงนี้ อยู่ๆ ตาหนวดนี่โผล่มาได้ยังไง

“มาทำอะไรที่นี่เหรอ “

วรางคณานิ่งไปนาน กะพริบตาถี่ๆ ก่อนที่จะตอบเขา “มาธุระค่ะ “

“ธุระอะไรล่ะ” เขาจ้องหน้าหญิงสาว

“มาเที่ยวชมวัดค่ะ”

“ตั้งใจมาเที่ยววัดอย่างเดียวเลยเหรอ”

“ฉันอิ่มแล้วค่ะ ขอตัวก่อนนะคะ” วรางคณาเตรียมตัวลุกขึ้น ไม่แม้แต่จะถามว่าเขามาทำอะไรที่นี่

“เดี๋ยวซิ นั่งเป็นเพื่อนกันหน่อย แป๊ปเดียว อย่าเพิ่งลุกเลย ยังมีเวลาเหลือตั้งเยอะ นั่งต่ออีกนิดเถอะ ฉันมีเรื่องจะคุยด้วย”

“ว่ามาเลยค่ะ ฉันไม่มีเวลามากนัก “วรางคณาตอบเขาแล้วทำหน้านิ่ง ทำไมต้องมาเจอ

“เธอประกาศขายบ้านกับที่ดินเหรอ ทำไมต้องขาย”

“ครอบครัวฉันไม่ได้อยากอยู่ที่นั่นแล้วค่ะ ก็เลยขาย ไม่มีเหตุผลอื่น “

“ขายเท่าไหร่ แล้วใครซื้อ”

วรางคณาบอกรายละเอียดกับเขา

“เป็นเพราะฉันหรือเปล่า ที่บ้านเธออยากย้ายออก “

“ไม่ทั้งหมดหรอกค่ะ บ้านเราได้ยินข้าวมาว่า มีคนมาหาซื้อที่ดิน เพื่อที่จะสร้างโรงแรม มีหลายรายมาติดต่อมา บอกว่าจะทำร้านอาหาร ฉันเลยตัดสินใจขายให้เจ้านั้น เราอยากออกมาอยู่ต่างจังหวัดกันอยู่แล้ว “

“เธอไม่ชอบหน้าฉันเหรอ “

“ใช่ค่ะ “

“เพราะอะไร ทำไม”

“คุณเห็นแก่ตัว ดูถูกคน คุณน่ากลัวเกินไป ไม่น่าไว้ใจ”

ธันวานิ่งไป ไม่คิดว่าผู้หญิงคนนี้ จะกล้าพูดความจริงต่อหน้าเขา”

“เราไม่ควรที่จะพบกัน ฉันไม่อยากพบหรือพูดคุยกับคุณ ฉันมีเวลาอยู่ที่เดิม เกือบสามเดือน กว่าจะย้ายของหมด คุณทนหน่อยนะคะ ต่อไปก็จะไม่มีสวนผัก รกหูรกตาคุณแล้ว ขอตัวก่อนนะคะ”

วรางคณารีบลุกไปจ่ายเงิน แล้วขึ้นห้องพักไปเลย

ธันวามองตามวรางคณาที่เดินหายเข้าไปในลิฟท์ หน้าเขาชานิดหน่อย ไม่คิดว่าผู้หญิงคนนี้จะกล้าพูดความในใจ เขาอุตสาห์เข้าหาดีๆ เจ้าคิดเจ้าแค้นเกินไป ถ้าเป็นสมัยก่อน เขาคงโมโหมาก ไม่ปล่อยให้ใครมาพูดใส่หน้าเขาแบบนี้หรอก ถึงแม้ว่ามันจะเป็นเรื่องจริง ธันวาเผลอยิ้ม

“วรางคณาหงุดหงิด เมื่อเข้ามาในห้องพัก สองทุ่มครึ่งพอดี เสียเวลาพูดคุยกับตาหนวดนั่นตั้งนาน เขามาทำอะไรที่นี่ ดูเอาเถอะ อุตสาห์ไม่อยากยุ่งเกี่ยวกับเขาแล้ว มาไกลถึงที่นี่ ยังต้องมาเจอเขาอีก หญิงสาวสลัดความหงุดหงิด รีบอาบน้ำ วันนี้เธอรู้สึกเหนื่อย มีอีกหลายอย่างที่เธอต้องคิด หญิงสาวขึ้นเตียงนอน แต่ยังไม่หลับ เธอค้นคว้าหาแบบบ้านเรือนไทย ในโทรศัพท์ ภาพร้านอาหารที่ไปกินกับป้าเจ้าของที่ และบ้านเรือนไทยของป้า ที่กำลังจะเป็นของเธอ อีกอย่างที่น่าสนใจกว่าอะไรทั้งหมด อยู่ๆ วรางคณาก็คิดถึงหน้าผู้ชายคนนั้น ทำไมเธอถึงไม่ถามชื่อเขานะ แต่ก็จะเป็นการน่าเกลียดเกินไป ถ้าหากจู่ๆ เธอถามชื่อเขา ซึ่งเธอก็ไม่กล้า เขาต้องเป็นเจ้าของบ้าน และเจ้าของร้านอาหารนั่นแน่ๆ หรืออาจไม่ใช่ เพราะเธอจำได้ว่า ห่างจากร้านอาหาร เลยเข้าไปด้านใน มีบ้านเรือนไทยอีกหนึ่งหลัง ปลูกอยู่ด้านใน อาจเป็นบ้านของผู้ชายคนนั้น

วรางคณาโทรหาแม่ก่อนนอน “แม่คะ วอยกำลังจะนอน แม่สบายดีนะคะ น้องอยู่ใช่ไหมคะแม่”

“อยู่จ๊ะ กลับมาตั้งแต่หกโมงเย็น กินข้าวเย็นกันเรียบร้อยแล้วลูก “

“แม่คะ วันนี้วอยเจอตาหนวดข้างบ้านเราด้วยนะคะ หงุดหงิดยังไม่หายเลยค่ะแม่” วรางคณาพูดเหมือนฟ้องนางวีรวรรณ

“เจอที่ไหนล่ะลูก ไปเจอกันได้ยังไง”

“ที่ห้องอาหารของโรงแรมที่วอยพักนี่ล่ะคะ วอยไม่ทันได้สังเกตว่าเขามาจากทางไหน วอยนั่งกินข้าวอยู่คนเดียวค่ะ แถมยังมาขอนั่งกับวอยด้วยนะคะแม่ อุตสาห์มาไกลถึงที่นี่ ก็ยังมาเจอ “

“ช่างเขาเถอะลูก พรุ่งนี้วอยก็กลับแล้ว อย่าคิดมากเลย”

“ค่ะแม่ แค่คิดว่ามาเจอกันที่นี่ได้ยังไง เท่านั้นค่ะ วอยไม่คิดแล้วค่ะแม่ เปลืองสมองเปล่าๆ นอนก่อนนะคะ”

“หลับฝันดีนะลูก แม่ก็จะเตรียมตัวนอนแล้วเหมือนกัน พรุ่งนี้เจอกันนะลูก”

วรางคณาวางสายจากแม่แล้ว เธอเตรียมตัวนอน โรงแรมที่เธอพัก อยู่ใจกลางเมืองก็จริง แต่เงียบดีมากๆ โซนนี้โรงแรมเยอะ เหมือนนักท่องเที่ยวจะรู้ว่า ถ้ามาเที่ยวอยุธยา คือต้องเรียบร้อย นักท่องเที่ยวที่เธอเห็น ตั้งแต่อยู่ที่วัด จนมาอยู่ที่ห้องอาหาร ต่างชาติทุกคนดูเรียบร้อย ไม่มีเมามาย หรือโวยวายเลย กำลังคิดว่าที่นี่เงียบๆ หญิงสาวกำลังเคลิ้มๆ เสียงกุกกักอยู่ข้างห้อง เสียงลากเก้าอี้ เสียงเท้าคนเดินไปเดินมา นึกชมอยู่ดีๆ ว่ามีแต่แขกที่เรียบร้อย หญิงสาวตั้งใจนอน เสียงที่ดังก็ยังดังอยู่อย่างนั้น สามสิบนาทีผ่านไป เสียงคนเดิน เสียงลากเก้าอี้ ก็ยังคงดังอยู่อย่างนั้น วรางคณาเริ่มรู้สึกถึงความไม่ปกติ หญิงสาวเริ่มอารมณ์ไม่ดี เธออยากนอน อยากหลับ

“ขอโทษนะคะ ไม่ทราบว่าข้างห้องดิฉันมีลูกค้าไหมคะ เสียงลากเก้าอี้ เสียงเดิน ดังมากเลยค่ะ รบกวนช่วยแจ้งเขาให้หน่อยได้ไหมคะ ฉันนอนไม่ไหลับ”

วรางคณาทนไม่ไหว โทรลงไปที่ประชาสัมพันธ์ หลังจากนั้นอีก สิบนาทีเสียงที่ดังนั่นก็เงียบไป ขณะที่กำลังเคลิ้มพร้อมที่หลับเสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้น เบอร์แปลกๆ หญิงสาวไม่ยอมรับ ไม่ค่อยมีคนโทรหาเธอหรอก ยิ่งเวลานี้ด้วยแล้ว วางสายไปแล้ว เธอไม่เคยปิดโทรศัพท์ ยิ่งมาต่างจังหวัดแบบนี้ เผื่อมีอะไรฉุกเฉิน

เสียงโทรศัพท์ดังอีกครั้ง เบอร์เดิม หรือว่าคนจะโทรผิด เธอตัดสินใจรับสาย ไม่งั้นคงไม่ได้นอน และเธอก็อยากรู้ว่าใครโทรมา

“สวัสดีค่ะ ไม่ทราบติดต่อเรื่องอะไรคะ”

“วรางคณาเหรอ นอนรึยัง ช่วยฉันหน่อยได้ไหม ฉันอยู่ห้องข้างๆ เธอ พอดีฉันทำขวดเหล้าหล่นแตก แล้วเผลอเหยียบเศษแก้ว”

“อะไรกันคะ นี่คุณพักอยู่ข้างห้องฉันเองเหรอ เดี๋ยวฉันแจ้งประชาสัมพันธ์ให้นะคะ รอสักครู่”

วรางคณาวางสายจากธันวา แล้วกดโทรศัพท์ลงไปที่ประชาสัมพันธ์อีกครั้ง ตาหนวดนี่รู้เบอร์เธอได้ยังไง แล้วมาพักตั้งแต่เมื่อไหร่ คงจะเมาจนเดินเซ่อซ่าล้ม นึกว่าพ้นตัวแล้วเชียว ยังไม่วาย แถมมาอยู่ห้องติดกันอีก หญิงสาวถอนหายใจ ปิดโทรศัพท์ทันที

สรุปว่าทั้งคืนเธอนอนไม่ค่อยหลับ กังวลว่าตัวเองจะนอนตื่นสาย วรางคณาตื่นตั้งแต่ตีสี่ อาบน้ำแต่งตัวเสร็จเรียบร้อย ตีห้าพอดีหญิงสาวเก็บกระเป๋า เช็คเอ้าท์ คืนคีย์การ์ด ถ้าเธออยู่ถึงเช้าแล้วกินข้าวที่โรงแรม คงไม่พ้นที่จะต้องเจอตาหนวดนั่น กลับเลยดีกว่า ไว้ค่อยแวะกินข้าวข้างทางล่ะกัน เสียอารมณ์จริงๆ

“ว้าย.....จะบ้าเหรอคุณ มายืนทำอะไรอยู่ตรงนี้มืดๆ “วรางคณาตกใจขณะที่เธอกำลังเปิดท้ายรถ เพื่อเก็บกระเป๋า เสร็จเรียบร้อย เงยหน้าขึ้นมาก็เจอธันวา ยืนอยู่ข้างต้นเสาภายในโรงจอดรถของโรงแรม ข้างๆ เขามีกระเป๋าเดินทางใบเล็ก สะพายกระเป๋าโน้ตบุ๊ค มองมาที่เธอ

“ขอโทษที่ทำให้ตกใจ ขอฉันกลับบ้านด้วยได้ไหม”

วรางคณาเผลอเกาหัว ตีห้าเนี้ยนะ ตาหนวดนี่ออกมาตอนไหน เธอเข้าใจว่าเขายังนอนอยู่ในห้อง อะไรของเขา จะมาไม้ไหนกันแน่ นี่เขาแกล้ง หรือว่ายังไง วรางคณางง

“แล้วคุณมายังไงคะ อย่าบอกนะว่าคุณไม่ได้เอารถมา” วรางคณาเท้าเอว หน้าเริ่มยุ่ง

“ฉันให้รถมาส่ง ให้กลับไปตั้งแต่เมื่อวานแล้ว ให้ฉันไปด้วยเถอะน่า อย่าใจดำนักเลย เมื่อคืนเธอก็ปิดโทรศัพท์หนีฉัน”

วรางคณา ยืนเท้าเอวนิ่ง ถ้าเธอจะขับรถหนีเขาออกไป มันจะน่าเกลียดไหมนะ วุ่นวายจริงๆ เลย

“เดี๋ยวฉันโทรหาพี่สายธารให้ส่งรถมารับคุณ ฉันไม่อยากร่วมทางกับคุณ เราไม่มีเรื่องที่จะต้องพูดคุยกัน” วรางคณากดโทรศัพท์หาสายธาร ทันที

“พี่สายธารเหรอคะ วอยเองนะคะ พี่สายธารช่วยส่งรถมารับคุณธันวาหน่อยได้ไหมคะ “เธอบอกรายละเอียดกับสายธาร

“คุณกลับเข้าไปรอข้างในเถอะคะ ฉันไม่สามารถให้คุณอาศัยไปด้วยได้”

“เธอกลัวอะไร กลัวฉันงั้นเหรอ รังเกียจกันมากขนาดนั้นเลยเหรอวรางคณา”

“ใช่ ฉันไม่อยากวุ่นวายกับคุณ เราไม่สามารถพูดคุยกันได้ คุณกับฉันอยู่คนละที่คนละทาง ฉันไม่อยากพูดคุยกับคุย ฉันบอกแล้วไงว่า คุณเห็นแก่ตัว ดูถูกคนอื่นมากเกินไป และฉันไม่ชอบคนนิสัยแบบคุณ หลีกไปฉันจะขึ้นรถ”

ธันวาเดินอ้อมมายืนข้างคนขับ ท้าวแขนไว้กับประตูรถของวรางคณา ทำให้หญิงสาวเปิดประตูรถไม่ได้

“อย่าใจร้ายกับฉันนักเลย นี่ฉันเจ็บอยู่ เธอไม่เห็นเหรอ แค่ขออาศัยนั่งรถกลับบ้าน กว่าสายธารจะส่งรถมา ฉันไม่รอหรอกนะ”

“นี่คุณ หน้าตาก็หน้ากลัวอยู่แล้ว อย่ามาทำนิสัยแบบนี้นะ คุณก็มีเงินมากมาย ให้รถโรงแรมไปส่งซิคะ “

“วรางคณา ส่งกุญแจมา เดี๋ยวฉันขับเอง ก็แค่ขอกลับบ้านด้วย บ้านเธอกับบ้านฉันก็อยู่ใกล้กัน อย่าใจร้ายหน่อยเลย ส่งกุญแจมา”

“นี่คุณ พูดไม่รู้เรื่องเหรอ ถอยไป อย่ามายุ่งกับฉัน” ไม่ทันแล้วธันวาคว้าหมับเข้าที่ข้อมือของวรางคณาจูงไปอีกฝั่ง ไม่ใช่จูงหรอก เขาเกือบลากเธอให้ขึ้นไปนั่งบนรถ แล้วเขารีบอ้อมไปทางด้านหน้า ขึ้นนั่งที่คนขับ ถอยรถออกไปจากที่จอดรถอย่างรวดเร็ว โดยที่วรางคณายังคงนั่งงง กับการกระทำของเขา ตาหนวดนี่ต้องการอะไรกันแน่ จู่ๆ ทำไมเขามาวุ่นวายกับเธอ วรางคณาหน้าเริ่มเครียด

เมื่อเห็นว่าวรางคณาไม่คาดเข็มขัด ธันวาหยุดรถข้างทาง จัดการคาดเข็มขัดให้เธอเรียบร้อย

วรางคณาถอนหายใจ นั่งกอดอก หลับตานิ่ง หันข้างให้คนขับรถ อยากขับก็ขับไป อยากทำอะไรก็ทำ คนแบบนี้ยิ่งห้ามเหมือนยิ่งยุ ดูว่าเป็นคนใจร้อน ไม่มีเหตุผล เอาแต่ใจตัวเอง เขาเกิดบ้าอะไรขึ้นมานะ อยู่ๆ ก็มาโผล่ที่ๆ โรงแรมที่เธอพัก ดูท่าทางเขาก็ไม่น่าใช่คนที่จะมาตอแยกับเธอ ไม่มีเหตุผลอะไรที่เขาจะต้องมาวุ่นวายกับเธอ

“คุณธันวาคะ คุณมีปัญหาอะไรกับฉันไหม หรือว่าเป็นการบังเอิญ ตั้งแต่เมื่อวานแล้วนะคะ มีอะไรก็บอกฉันมาตรงๆ “วรางคณาลืมตาหันหน้ามองคนขับรถ

“ไม่มีอะไร ฉันมาธุระที่นี่ พักที่เดียวกับเธอ เห็นเธอฉันก็ทักทาย ก็เรารู้จักกัน บ้านก็ติดกัน เธอก็เคยช่วยเหลือฉัน ถึงฉันจะแสดงกิริยาไม่ดีต่อเธอในครั้งแรกที่เราเจอกัน ฉันขอโทษ เธอก็เคยบอกฉันว่า เรื่องมันแล้วก็ให้มันแล้วไป ไม่ใช่เหรอ “

“ก็ใช่ แต่ฉันก็ไม่อยากพบเจอคุณอยู่ดี เราต่างคนต่างอยู่ดีที่สุดค่ะ”

“ทำไม เธอกลัวแฟนเธอจะมาเห็นเหรอ ว่าเธอมากับฉัน”

“ใช่ค่ะ ฉันไม่อยากให้เขาคิดมาก “

“แวะกินข้าวเช้าก่อนนะ ฉันหิว เราออกมาตั้งแต่ตีห้า หาอะไรรองท้องก่อน” เขาไม่ได้ฟังคำตอบของวรางคณาเลย ธันวาเลี้ยวรถแวะร้านอาหารข้างทาง

“แถวนี้ก๋วยเตี๋ยวเรืออร่อย เธอเคยมากินไหม สมัยก่อนฉันมาดูงานแถวนี้ แวะมากินประจำ”

“บ้าไปแล้ว พูดไปเรื่อย” วรางคณาหงุดหงิด แต่ก็หิว เกือบเจ็ดโมงเช้าแล้ว เอาใหม่วอย เธอต้องนิ่ง ถึงบ้านแล้วก็ไม่น่ามีปัญหาอะไร ต่างคนต่างแยกย้าย เดี๋ยวเธอก็ย้ายบ้านแล้ว ถึงเวลานั้นก็ไม่ต้องมาพบกันอีก วรางคณาเดินหน้ามุ่ยตามเขาเข้าไปในร้านก๋วยเตี๋ยว

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • รักที่ปรารถนา   ขิงก็รา ข่าก็แรง

    วรวิทย์สังเกตเห็นพี่สาวหน้าอมทุกข์ วันนี้พี่วอยดื่มเบียร์เยอะกว่าทุกวัน และเหตุการณ์เมื่อเย็นที่หน้าร้านสะดวกซื้อ เขาไม่เคยเห็นพี่สาวเขามีอารมณ์แบบนี้ ผู้ชายคนนั้นดูไม่ธรรมดา นี่ถ้าเขามาไม่ทัน แล้วรีบดึงกลับมาบ้าน พี่สาวเขาจะโดนอะไร“เป็นอะไรพี่วอย คิดอะไรอยู่ นอนได้แล้ว สี่ทุ่มกว่าแล้วนะ เลิกกินได้แล้วเบียร์เนี้ย พรุ่งนี้ค่อยกินต่อ”“กลัวพี่กินหมดก่อนรึไง ไม่รู้จักพี่ซะแล้ว”“ว่าน พี่ขอบใจนะ สำหรับเรื่องที่จัดเตรียมให้พี่ นี่ไง ลองดูแล้วก็ลองฟัง “วรางคณายื่นโทรศัพท์ให้น้องชายดูที่เธอบันทึกไว้“โห.... นี่พี่โอมเขากล้ามากเลยนะ แล้วเพื่อนพี่ที่ชื่อกัญญาคนนี้ก็ร้ายมาก”“อื่อ จริงๆ พี่ระแคะระคายมานานแล้วล่ะ ไม่ได้เสียใจอะไรมากหรอก แต่เจ็บใจ เป็นผู้หญิงคนอื่นพี่จะไม่เจ็บใจขนาดนี้เลย”“ไม่รู้ว่าเขาแอบไปคบกันตอนไหน กัญญาก็อยู่กับพี่ตลอด กินข้าวเช้า ข้าวกลางวันด้วยกัน ทำงานที่เดียวกัน พี่งงมาก”“พี่วอย อย่าลืมว่า เวลาเลิกงาน หรือเสาร์ อาทิตย์ที่พี่หยุด พี่กัญญาเขาไม

  • รักที่ปรารถนา   บังเอิญเจอกัน

    วรางคณา ตกใจ ยอมรับว่า ไม่ค่อยมีสติจริงๆ ตั้งแต่กลับจากที่ทำงาน อาการเลื่อนลอย ใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว ตั้งแต่เมื่อเที่ยง เรื่องที่ได้รับรู้มา ทำให้เธอมึนงง อาการเหมือนจะเป็นลม รู้สึกว่าตัวเองถอยหลังไปชนคน เสียงตะคอกดังขึ้น ทำให้วรางคณารู้สึกตัว รับรู้ได้ถึงมือใหญ่หนา ผลักแผ่นหลังของเธอเต็มแรง ทำให้ร่างของเธอผวามาด้านหน้าเต็มแรงผลักนั่น หญิงสาวรู้สึกว่าตัวเองนั่งทับกระจาดใส่ดอกบัว ของป้าที่เธอซื้อเป็นประจำ“หนูเป็นยังไงมั่งลูก คนเราทำไมใจร้ายจัง ผลักมาได้” เสียงป้าที่ขายดอกบัวบ่นเสียงดัง และรีบมาช่วยพยุงวรางคณาให้ลุกขึ้น“ขอบคุณค่ะป้า ขอโทษนะคะ”“ซุ่มซ่าม ไม่ดูตาม้าตาเรือ ดูบ้างซิว่ามีใครบ้างอยู่ข้างหลัง นึกจะถอยก็ถอย บ้าจริงๆ”เสียงที่ดังเกือบเป็นตะโกนนั่น ยิ่งทำให้วรางคณาตกใจ เสียงอยู่ตรงหน้า เธอเงยหน้ามองเจ้าของเสียง ผู้ชายที่ยืนอยู่ตรงหน้าตัวสูงใหญ่มาก สูงเกือบเท่าๆ กับน้องชายของเธอ ใส่แว่นดำ ผมยาวไม่เป็นระเบียบ ไว้หนวดดูรุงรัง เครายาว ใส่เสื้อยืดสีดำ ใส่กางเกงยีนต์ขายาว รองเท้าแตะหูหนีบ รอยจากรองเท้าส้นสูงของเธอ ที

  • รักที่ปรารถนา   บังเอิญพบกัน

    วรางคณาใช้เวลาเดินเที่ยวชมภายในวัดไชยวัฒนารามกระทั่งห้าโมงเย็น ยังไม่พอใจเท่าไหร่ ไม่เป็นไรหรอก ไว้รอให้เธอได้มาอยู่ที่นี่ก่อน เธอจะมีเวลา เที่ยวตามสถานที่ต่างๆ หญิงสาวกลับโรงแรมทันทีไม่ได้แวะที่ไหน ที่นี่เธอไม่มีคนรู้จัก จะมีก็แค่ป้าเจ้าของที่ดิน นี่ถ้าพรุ่งนี้เช้าเธอไม่ต้องรีบกลับบ้าน เธอต้องได้ไปนอนบ้านป้าเจ้าของที่ดินและบ้านเรือนไทย นั้นแน่นอนวรางคณากลับถึงโรงแรม ยังมีเวลา เธอแวะที่ห้องอาหารเพื่อกินข้าวเย็น ตั้งใจว่ากินข้าวเสร็จจะเข้าห้องพักและนอนเลย พรุ่งนี้เธอต้องออกเดินทางกลับบ้านแต่เช้า อยากกลับไปจัดการ พวกข้าวของเครื่องใช้ ที่จะต้องขนมาที่บ้านใหม่บรรยากาศภายในห้องอาหาร ตกแต่งแบบบ้านโบราณ นี่เป็นอีกเหตุผลที่เธอจองโรงแรมนี้“วอย เป็นยังไงบ้างลูก ถึงที่พักหรือยัง”“ถึงแล้วค่ะแม่ วอยกำลังจะไปหาข้าวกินค่ะ ไม่ต้องห่วงนะคะ วอยกินที่ห้องอาหารของโรงแรม ไม่น่ากลัวเลยค่ะ”วรางคณาเลือกที่นั่งติดหน้าต่าง เดินไปตัก ข้าวสวย แกงเทโพที่เธอชอบมาก และแน่นอน แม่เธอทำอร่อยที่สุด จะลองดูว่า ที่นี่อร่อยไหม ยำถั่วพูเป็นอีกเมนูที่ชอบ แน่นอนแม่เธอก็ทำอร่อยเช่นกัน และเลือกที่จะกินขนมหวานตบท้าย แทนผลไ

  • รักที่ปรารถนา   เพื่อสนิท คิดไม่ซื่อ

    วันจันทร์อีกแล้ว วรางคณา เบื่อเหลือเกิน ไม่อยากไปทำงานเลย ถึงไม่อยากไปขนาดไหน ก็ต้องไปอยู่ดี ไปทำให้มันเสร็จเรียบร้อย วันเวลา เดี๋ยวนี้เร็วจะตาย เธอปลอบใจตัวเอง รีบลุกขึ้น อาบน้ำ แต่งตัว แม่ห่อข้าวให้แล้ว คนละกล่องกับ น้องชาย สองพี่น้องติดข้าวกล่องของแม่ มาตั้งแต่สมัยเป็นเด็กนักเรียน พ่อกับแม่จะให้ค่าขนมทุกวัน แต่แม่ก็ห่อข้าวใส่ปิ่นโตให้ไปกินโรงเรียน สองคนพี่น้องมีเงินกลับมาหยอดกระปุกทุกวันๆ ติดนิสัยออมมาตั้งแต่เด็ก“พี่วอย ถ้ามันไม่สบายใจ วันนี้ก็เขียนใบลาออกเลยนะพี่ ครบ 3 เดือน แล้วเขายังไม่หาคนมาแทน ก็ออกเลย”“อื่อ พี่ก็กำลังคิดอยู่ พอคิดว่าจะออก ก็อยากจะออกเลย ใจไม่อยู่ที่ทำงานแล้ว “สองพี่น้องเดินคุยกันไปรอรถหน้าปากซอย พอมาถึงปากซอย ความโกลาหลก็เริ่มมา ทั้งรถ ทั้งคน วันนี้แม่ไม่ได้ตัดผัก นัดลูกค้าเป็นวันพรุ่งนี้แทน ทำให้ ทั้งสองพี่น้อง ไม่ต้องตื่นเช้ามาก“ไปแล้วนะพี่วอย เดินทางปลอดภัยนะครับ”ที่ทำงานของว่าน ไปคนละทางกับพี่สาว เขาไม่มีปัญหาในการเดินทาง เพราะมีรถรับส่งของบริษัทฯ มารับที่หน้าปากซอย เหลือเพียงวร

  • รักที่ปรารถนา   สวนวอแหวน

    ปลายเดือนพฤษภาคม ประเทศไทยเริ่มมีฝนตกบ้างแล้ว ชุ่มฉ่ำ เย็นไปทั่วไทย หลังจากที่ต้องทนกับอากาศร้อนอบอ้าวมาหลายวัน ต่างจังหวัดอาจจะโชคดีหน่อย เวลาฝนตก รถไม่ติด แต่ในเมืองหลวง อย่าง กรุงเทพมหานครนี่ซิ ฝนตกทีไร ลำบากใจทุกที คนที่มีรถยนต์ก็สบายหน่อย แต่ก็เสี่ยงกับรถติด นั่งอยู่ในรถอาจไม่เปียกฝน แต่หงุดหงิดใจ นอกจากรถจะติดแล้ว บางเส้นทางยังต้องเจอน้ำท่วมอีกส่วนคนที่ไม่มีรถ ต้องอาศัยรถประจำทาง มีเงินหน่อยอาจได้นั่งแท็กซี่ ถ้าประหยัดหน่อยก็นั่งวินมอเตอร์ไซค์ แต่อาจจะต้องเสี่ยงกับการเปียกฝน ประชาชนคนเมืองต่างก็ชิน เข้าฤดูฝนเมื่อไหร่ ก็พกร่ม หรือไม่ก็เสื้อกันฝนติดตัวไว้ตลอด การโดยสารด้วยวินมอเตอร์ไซค์ สะดวก เร็ว แต่ก็มีความเสี่ยงมากถ้าไม่ใช่ฤดูฝน การยืนเข้าแถวเพื่อรอคิวขึ้นมอเตอร์ไซค์ ดูเป็นระเบียบเรียบร้อยดี มีให้เห็นแค่ กรุงเทพฯ เท่านั้น แต้ถ้าฝนตกเมื่อไหร่ ก็ดูไม่จืด คนไม่มีร่ม ไม่มีเสื้อกันฝน ก็เปียก ดูเหมือนว่าทุกคนจะไม่มีปัญหา ยอมรับได้กับสิ่งที่เป็นอยู่ เพราะสิ่งที่ทุกคนรอคอยคือ บ้าน ทำยังไงก็ได้ เพื่อที่จะถึงบ้านให้เร็วที่สุดวรางคณา เลิศอมรรัตน์ หรือ ทุก

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status