مشاركة

บทที่ 5

last update تاريخ النشر: 2024-11-24 20:00:58

ความสัมพันธ์ที่คาราคาซังดำเนินมาถึงภาคเรียนที่ 2 มีบางอย่างเปลี่ยนไป บ้านเช่าที่พวกเพื่อนๆ ผู้หญิงทั้ง 4 จองเอาไว้สร้างเสร็จเรียบร้อยแล้ว พวกหล่อนย้ายออกมาจากหอวิจัย แป๊ะก็ย้ายมาอยู่คนเดียวที่ห้องข้างๆ กับพวกผู้หญิง ผมย้ายออกมาเช่นกันแต่ก็อยู่บ้านสีเขียวห้องแรกเพียงแค่คนเดียวเพื่อเป็นการสะดวกหากวรรณจะมาเยี่ยมมาเยียนใช้เวลาตามประสาคนรักกัน ส่วนหมอยังเช่าบ้านสีเขียวอยู่ห้องเดิม แบงค์ถอยรถจักรยานยนต์ระบบออโตเมติกติดตามรุ่นพี่มาเป็นแขกประจำของห้องเช่า แบงค์ยังตั้งชื่อบ้านเช่าตรงหน้ามหาวิทยาลัยที่ทั้งผู้หญิงทั้ง 4 และแป๊ะแห่แหนกันไปเช่าว่า บ้านพิกุลทอง ตามชื่อพรรณไม้ที่ปลูกยืนต้นเรียงรายเป็นแนวรั้วกั้นบ้านกับถนนคอนกรีต

ในค่ำคืนหนึ่ง บรรยากาศช่างดูเงียบเหงากว่าปกติ ตงสังเกตได้ เมื่อผมแวะบ้านพิกุลหลังกลับมาจากส่งวรรณเข้าหอวิจัยในจมหาวิทยาลัย ไม่ได้พบเจอแบงค์เหมือนอย่างเคยเป็นมา เลยนึกสงสัย

“อีแบงค์ไม่มาเหรอสปัน?”

            “อะไรของแกยะตง ตอนแบงค์อยู่ไม่คุยอะไรกับมัน พอไม่เห็นหน้ามันก็ถามหามัน คืนนี้มันไม่มาหรอก ปิ๊กบอกว่าอีแบงค์อยู่กับเจฟ”

            “อะไรนะ” ผมถามทวนอย่างประหลาดใจ

            “ปิ๊กมันเล่าให้ฟัง เด็กปีหนึ่งลือกันว่า อีแบงค์กับเจฟกิ๊กกั๊กกันอยู่ เห็นว่าสนิทกันดูแลกัน พวกเพื่อนผู้หญิงในกลุ่มแอบเอาไปเมาท์กัน ปิ๊กบอกว่าเห็นอีแบงค์กับเจฟไปนั่งเล่นพูดคุยกันที่ศาลาจานบินตอนช่วงค่ำ” ฝ้ายเล่าเหตุการณ์พร้อมทั้งยกพยานบุคคลมาอ้างอิง

            “ถึงขนาดนั้นเชียว” ผมพึมพำ

            “เออสิยะ ว่าแต่แกจะทำยังไง?” สปันถาม ใบหน้าหมวยๆ ของหล่อนบ่งบอกถึงความจริงจังในการต้องการคำตอบจากผม

            “ก็ไม่รู้ดิ” ผใตอบสั้นๆ ไม่มีใครรู้หรอกว่าในใจของะผมร้อนรุ่มแล้ว “เราคิดว่าก็ดีแล้ว แบงค์จะได้ไม่ต้องตั้งความหวังลมๆ แล้งๆ กับเรา กลับก่อนดีกว่า วันนี้ไม่รู้เป็นอะไรก็ไม่รู้เหนื่อยจัง อยากจะนอนเร็วๆ”

            ผมลาสปันขับจักรยานยนค์ฝ่าอากาศหนาวเย็นของอากาศในช่วงปลายฤดูฝนต้นฤดูหนาวกลับสู่บ้านสีเขียว เมื่อถึงบ้าน แทนที่ผมจะเตรียมตัวเข้านอนเหมือนอย่างที่บอกกับสปัน กลับมานั่งพ่นควันบุหรี่ที่หลังบ้านแทน ความร้อนรุ่มในใจของผมยากจะหาน้ำอะไรมาดับได้ ไฟรักที่เคยอ้อยอิ่งอยู่ในส่วนลึกแห่งดวงใจกลับลุกโชนกระพือโหม ความรักที่เคยคิดว่าให้เป็นอย่างนี้ไป กลับพลิกตาลปัตรบังเกิดความวุ่นวายจนได้

            เราควรจะดีใจสิ ที่แบงค์มีใครสักคนที่ไม่ใช่เรา เจฟดีกว่าเราซะด้วยซ้ำไป เจฟดูแลแบงค์ได้ ในขณะที่เราเพิกเฉยต่อแบงค์และเราก็รักอยู่กับวรรณ แล้วทำไมเรารู้สึกเสียดายและอยากให้แบงค์อยู่กับเรา ถ้าเราทำตามใจตนเองแล้วผลลัพธืออมาคือการทำร้ายจิตใจของวรรณโดยที่วรรณไม่มีความผิดแต่อย่างใด เห็นทีว่าเขาควรจะปล่อยแบงค์ให้เป็นอิสระ แล้วดับไฟรักนี้ให้มอดลง หรือเอาตัวเองกระโจนลงสู่กองไฟทนทุกข์ทรมานเอง

            ในค่ำคืนต่อมา... ผมขับรถจักรยานยนต์ไปส่งวรรณที่หอวิจัยตามกิจวัตรที่เป็นมา เมื่อผ่านบ้านพิกุลทอง ผมมองไปเห็นจักรยานยนต์ของแบงค์จอดอยู่ แปลว่าเจ้าของรถอยู่ข้างในบ้าน ตงแวะจอดรถดับเครื่อง ตรงดิ่งมาเปิดประตูบ้าน

            “แบงค์ ออกมาคุยกับกูข้างนอกหน่อย” ผมออกคำสั่ง แบงค์ลุกขึ้นออกตามผมมา “ปิดประตูด้วยนะ”

            แบงค์ปิดประตูเพื่อป้องกันคนในบ้านได้ยิน ผมต้องการให้เรื่องที่จะคุยกับแบงค์ เป็นเรื่องระหว่างคนสองคนเท่านั้น แต่คงจะไม่มีผลอะไรเพราะเพื่อนๆ ทั้งหลายที่อยู่ในบ้านกำลังลอบเปิดม่านคอยเมียงมองสอดรู้สอดเห็นอยู่ ผมหยิบบุหรี่ขึ้นมาสูบ แบงค์ยืนรอฟังตงพูดอย่างสงบ เม็ดฝนกำลังร่วงหล่นจากฟากฟ้าเป็นหยดๆ เป็นสัญญาณเตือนว่าอีกไม่นานจะมีฝนตกหนัก

            “มึงรักกูใช่ไหมแบงค์?” ผมถามสั้นๆ อย่างตรงไปตรงมา

            “ใช่ครับ ผมรักพี่ตง” แบงค์สารภาพโดยไม่ยอมสบตากับผม

            “อย่ารักกูเลย” ผมพูดไปพ่นควันบุหรี่ไป สีหน้าของแบงค์เรียบเฉย เหมือนจะรู้ดีว่าเหตุการณ์แบบนี้จะเกิดขึ้นในวันใดวันหนึ่ง “กูไม่ได้เป็นเกย์ กูรักผู้หญิงและมีแฟนอยู่แล้ว มึงอย่าเสียใจ อย่าฟูมฟาย ตีอกชกตัวเองโทษโชคชะตาตนเอง หากแม้มึงจะเป็นผู้หญิง กูก็เก็บความรักของมึงไว้ไม่ได้ เพราะความรักนั้นไม่ถูกต้อง รักสามเส้ามันเจ็บกันทุกคน ส่วนมึงจะรักกูข้างเดียวต่อไปหรือไม่นั้นสุดแท้แล้วแต่มึง ถ้ามึงมีความสุขอยู่กับการรักกูก็รักต่อไป หากทุกข์ทรมานใจเพราะความรักข้างเดียวก็อย่าเลย มันเป็นบาปกรรมเสียเปล่า”

            “การที่ผมได้รักพี่ ไม่ได้ทำให้ผมรู้สึกทุกข์ทรมานเลยครับพี่ตง เพราะในสายตาของผมพี่เป็นคนดี ผมไม่รู้สึกว่าใจที่ผมมอบให้พี่ไปสูญเปล่าเลย ผมพึงพอใจกับการได้อยู่ตรงนี้ เฝ้ามองดูพี่มีความสุข เป็นสิ่งที่เพียงพอแล้ว ให้ผมทำตามหัวใจของผมเหอะพี่ มันดีกว่าเสียใจไปจนตาย ที่ไม่ได้รักพี่” แบงค์บอกเสียยืดยาว

            ผมไม่รู้จะพูดอะไรอีก เพราะไฟรักที่คิดว่ามอดดับลงกลับถูกแบงค์โหมกระพืออีก “กูไม่มีอะไรจะพูดแล้ว กลับดีกว่า” ผมรีบตัดบทเพราะผมเริ่มจะใจอ่อนอีกแล้ว

            “อยู่ต่ออีกนิดไม่ได้หรือครับ ฝนทำท่าจะตกแล้ว ผมเกรงว่าพี่จะเปียกฝน” แบงค์รั้งตงไว้เพราะเป็นห่วง

            “ไม่ล่ะ ขับรถแค่นี้เอง กูไปล่ะ” ผมอำลาแบงค์แล้วห้อรถจักรยานยนต์จากไป

            ถ้ากูไม่ไปจากมึงตอนนี้ กูกลัวว่า กูจะไม่ได้ไปจากมึงตลอดทั้งชีวิตของกู...

            “ในสายตาของผมพี่เป็นคนดี” คำๆ นี้จากปากของแบงค์ทำให้ผมล่องลอยไปไกล ผมตัดสินใจอะไรผิดไปใช่ไหม ความรักกับความถูกต้อง มักลานเป็นเรื่องที่ตัดสินใจยาก ถ้าผมจะเลิกรากับวรรณแล้วไปคบหากับแบงค์อย่างจริงจังตามที่ใจตนเองต้องการ มันจะเป็นอย่างไรต่อไป ผมสั่นหัวสะบัดความคิดนั้นอย่างหนัก

            สรุปแล้วผมพูดเพื่อให้แบงค์ตัดใจจากผม เป็นการกระทำที่ไม่สำเร็จ นอกจากแบงค์จะไม่ตัดใจถอนใจจากผมแล้ว ยังเป็นการเพิ่มภาระทางใจอันหนักหน่วงแก่ผมอีก สิ่งที่ต้องคิดต่อไปข้างหน้าคือผมจะวางตัวอย่างไรกับแบงค์ นี่แหละคือปัญหา ผมต้องวางตัวไม่สนิทกับ ทั้งๆ ที่แบงคืพยายามใกล้ชิดกับผมทุกเมื่อเชื่อวัน ผมต้องสร้างกำแพงโบกปูนหนาทึบกั้นใจไม่ให้แบงค์เข้ามาถึงอีกใช่ไหม

จบบท

استمر في قراءة هذا الكتاب مجانا
امسح الكود لتنزيل التطبيق

أحدث فصل

  • รักบางบางของนายตง   บทที่ 11

    นี่ความฝันหรือความจริง... ไม่รู้ว่าแบงค์เผลอหลับไปนานเท่าไหร่ เขาสะดุ้งตื่นขึ้นอย่างมึนงง เขาปรับตัวเรียกสติกลับมาอยู่พักหนึ่ง สิ่งที่แบงค์เห็นหลังจากคืนสติเต็มตัวแล้วคือ ห้องเกียรติยศบนชั้นสอง หอบรรณสารสนเทศมืดสนิท เครื่องปรับอากาศไม่ทำงาน “ไฟดับอีกแล้วหรือ?” แบงค์พึมพำกับตนเองแล้วเก็บหนังสือ อุปกรณ์การเขียน ลงใส่กระเป๋าเดินออกจากหอบรรณสารสนเทศอย่างรีบเร่ง ตึกเกือกม้าในภาคเรียนฤดูร้อนเงียบอยู่แล้ว เมื่อเกิดเหตุการณ์ไฟฟ้าขัดข้องทั้งนักศึกษาและบุคลากรก็ละทิ้งการเรียนและการงานของตน แบงค์ยังอยู่ที่นี่เพียงคนเดียว เขาเดินไปนั่งทบทวนเหตุการณ์ความรู้สึกทั้งหมดทั้งมวลในความฝันตรงม้านั่งตึกในลานตึกเกือกม้า ทำไมหนอ... ทำไมให้เราฝันถึงคนที่จากเราไปไกลแสนไกลแล้ว ทำไมให้เรากับพี่

  • รักบางบางของนายตง   บทที่ 10

    “ตง... วรรณมีอะไรจะบอก” จู่ๆ วรรณโทรศัพท์มาหาผมในขณะที่ผมกำลังตรวจสินค้าเข้าร้านอยู่ “ว่ามาสิ ตงฟังอยู่” “เราเลิกกันเถอะตง” ทุกอย่างหยุดนิ่ง ผมหูฝาดไปหรือเปล่านี่ “เดี๋ยวๆๆๆ พูดว่าอะไรนะ ล้อเราเล่นใช่ไหมวรรณ” ผมหยุดการกระทำทุกอย่างแล้วตั้งใจฟังวรรณพูดทวนอีกครั้ง “ไม่ได้ล้อเล่นเลยตง เราพูดจริงๆ เราเลิกกันเถอะ เราสองคนอาจจะเคยรักกัน แต่วันนี้ไม่แล้วล่ะ วรรณเจอใครที่ดีกว่าตง ส่วนตงเองก็รักใครอีกคนอยู่เหมือนกันไม่ใช่หรือ” วรรณพูดถึงเหตุผลที่ทำให้เธอต้องเอ่ยคำว่าเลิกกันกับผม “ก็ได้วรรณ เราขอโทษ เราเสียใจที่นอกใจวรรณ” ผมออดอ้อน ยอมรับความผิดที่ได้ก่อไว้ &

  • รักบางบางของนายตง   บทที่ 9

    ความสารเลวของผมกำลังทำร้ายคนสองคนอย่างเจ็บแสบ ผมวางตัวห่างเหินจากวรรณ เราสองคนได้พบเจอกันเฉพาะรับประทานอาหารมื้อเย็นเท่านั้น ไต่ถามสารทุกข์สุขดิบ เหมือนเป็นแค่คนรู้จักกันเท่านั้น พอไปส่งวรรณเสร็จ ผมแวะเวียนไปรอพบเจอแบงค์ที่บ้านพิกุลทอง เหมือนอย่างที่แบงค์รอคอยได้เห็นหน้าผม ชะรอยว่าเป็นเวรเป็นกรรมของผม แบงค์ไม่ได้มาบ้านพิกุลทองทุกค่ำคืนเหมือนอย่างเมื่อก่อน แบงค์วางตัวกับแบบเดิมๆ คือ ไม่เหินห่างแต่ไม่ได้สนิทสนมกัน เพราะอย่างที่แบงค์ได้ลั่นวาจาไป ถ้าผมไม่เลิกรากับวรรรอย่างเป็นทางการ สัมพันธภาพระหว่างเราสองคนจะเป็นเช่นนี้ไปเรื่อยๆ “ตง” วรรณเรียกผมระหว่างรับประทานอาหารเย็นในร้านกุ๊กสิทธิ์ด้วยกัน “หือ” ผมขานรับ “มีอะไรเหรอ” “ช่วงนี้ตงเรียนหนักมากเลยหรือไง เลยไม่ค่อยเวลาให้วรรณบ้างเลย”&n

  • รักบางบางของนายตง   บทที่ 8

    “เมารึเปล่าพี่ตง กล้าจังเนอะ” “มึงเชื่อแล้วใช่ป่ะ ว่ากูรักกมึงจริงๆ” “ไม่เชื่ออ่ะ” “แล้วจะให้ทำยังไง มึงจะได้เชื่อ” ผมจนใจแล้ว ทุกสิ่งทุกอย่างการกระทำต่างๆ ล้วนมาจากใจ ใจของผมสั่งให้ทำตามหัวใจต้องการ “หลับตาลงสิครับพี่ตง อยู่เฉยๆ นะ” แบงค์สั่งผมด้วยน้ำเสียงอ่อนนุ่ม เขาเอามือสัมผัสลูบไล้ร่างกายของผม มือของแบงค์นุ่มนวลอย่าน่าประหลาดราวกับมือของผู้หญิง มันเสียวซ่านอ่ะ เสียวสะท้านไปทั้งตัว “เชี่ยแล้วไง ก็เสียวนะเว้ย” “เสียวจริงหรือว่ารังเกียจ”

  • รักบางบางของนายตง   บทที่ 7

    ผมขับรถพาแบงค์ตระเวนเล่นไปทั่วซอยพิเศษ เข้ามหาวิทยาลัย วิ่งไปตามถนนช้าบ้างเร็วบ้างสลับกัน ลมเย็นๆ เดือนมกราคมพัดผ่านมา อาจทำให้รู้สึกหนาวสะท้าน “เป็นไงสร่างเมายัง” ผมถามแบงค์ “หายแล้วพี่ จอดตรงนี้ได้ไหม วิวสวยดี” แบงค์บอก ผมจอดรถไว้ริมถนนเส้นรอบนอกของมหาวิทยาลัย “สวยจริงว่ะ” อย่างที่แบงค์บอกมันสวยจริงๆ ตึกเกือกม้าตามไฟไว้สว่างเรื่อเรือง เบื้องหลังเป็นเขาท่าเพชรดำทะมึน ไฟสีส้มจากเสาไฟตัดกับหลังคาสีฟ้าของตึกเกือกม้าขับให้ทุกสิ่งทุกอย่างดูงดงาม “มองดาวตรงนี้ก็สวยไม่แพ้กับศาลาจานบินเลย” แบงค์ลงไปนอนนับดาวบนท้องฟ้าเสียแล้ว “เฮ้ย! แบงค์ มึงลงไปนอนกับพื้นถนนเลยหรือวะ”

  • รักบางบางของนายตง   บทที่ 6

    แบงค์ช่างแสนดี เขาทำตามที่พูดไว้ว่า จะไม่วุ่นวายกับผม ขอแค่ได้แอบรักอยู่ในใจ เราสองคนก็เป็นไปตามครรลองรุ่นพี่รุ่นน้องที่รู้จัก เมื่อผมอยู่กับวรรณแล้วมีแบงค์แวดล้อมอยู่ เขาไม่เคยเข้ามายุ่งวุ่นวาย ถ้าแบงค์เข้าเมืองไปหาอะไรกินกับพวกเพื่อนๆ ของผม เขาจะแวะเอาของกินที่ผมชอบมาฝากสม่ำเสมอ เวลาผ่านไปล่วงเลย ผ่านพ้นปีใหม่มา เรื่องเศร้าๆ ประเดประดังเข้ามา ทั้งเกิดสึนามิ จังหวัดตรังบ้านเกิดผมก็โดนคลื่นยักษ์ แม้ผมไม่ใช่ผู้ประสบภัยแต่ก็ได้เห็นภาพแสนเศร้า ชายหาดที่สวยงามต้องมาพังพินาศ และเรื่องบี-บุหงา รุ่นน้องเสียชีวิตจากอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์ที่สตูล แป๊ะเดินทางไปเยี่ยมศพบีพร้อมคณาจารย์และนักศึกษาจำนวนหนึ่งเพราะว่าบีเป็นน้องเลิฝ แต่เรื่องเศร้าๆ เหล่ายังดูไกลตัวผมนัก เมื่อเทียบกับเรื่องของแบงค์ เรื่องมันมีอยู่ว่า “กระดิ่ง อีแบงค์ไม่มาเหรอ?” “ถามหามันอีกแระ” กระดิ่งบ่น “ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน ไม่ได้เจอมันตั้งหลายวันอีกแล้ว ส

  • รักบางบางของนายตง   บทที่ 4

    ผมกลับมาถึงบ้านเช่าอย่างเหนื่อยล้า เดินไปนั่งพักผ่อนที่หลังบ้าน สูบบุหรี่พ่นควันครุ่นคิดในเรื่องปัญหาหัวใจที่เกิดอยู่ กำลังผ่านพ้นไป และเกิดขึ้นในอนาคต เราควรจะทำอย่างไรดี เรารักใครกันแน่ พี่วรรณหรือแบงค์ ทำไมเราสับสนเช

  • รักบางบางของนายตง   บทที่ 3

    ช่วงพักเที่ยงระหว่างรอเรียนวิชา Principle of Accounting 2ในวันหนึ่ง ผมและเพื่อนๆ นั่งเล่นพูดคุย มีน้องปี 1 ล่าประวัติและลายเซ็นของรุ่นพี่ตามประเพณีและสำคั่งของพี่ไซโคที่สั่งให้น้องๆ เฟรชชี่แต่ละคนต้องหาประวัติรุ่นพี่ไม่ต่ำกว่า 100 คน&n

  • รักบางบางของนายตง   บทที่ 2

    แน่นอนว่า ก่อนเปิดภาคเรียนจนเปิดภาคเรียนไปเดือนกว่าๆ มีกิจกรรมรับน้องให้ทั้งรุ่นพี่และรุ่นน้องได้เหน็ดเหนื่อย ในกรณีนี้ไม่มีข้อยกเว้นสำหรับผม หลังจากแป๊ะได้เรียกประชุมระดมความคิดแนวทางในการรับน้องของสาขาวจก. ผมไม่ต้องทำกิจกรรมรับน้องอย่างหนักหน่วงเหมือนอย่างแป๊ะที่เป็นประธานสาขา ต้องดูแลความเป็นอยู

  • รักบางบางของนายตง   บทที่ 1

    สวัสดีครับผมชื่อพันธศิลป์ หรือชื่อที่พ่อ แม่ พี่น้อง เพื่อนๆ เรียกว่า ตง พี่ตงหรือไอเชี่ยตงตามแต่โอกาสจะเอื้ออำนวย ผมเกิดวันที่ 4 ตุลาคม ใครๆ ก็ว่าคนเกิดเดือนตุลาเป็นคนตรงๆ ยุติธรรม และโรแมนติค แต่ผมยังไม่รู้ว่าผมเป็นคนโรแมนติคจริงหรือเปล่าเพราะผมยังไม่เคยมีแฟน ได้แต่ชอบคนโน้นคนนี้แล้วก็ต้องมารับปร

فصول أخرى
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status