Masukศรัญภัทรายังจำวันนั้นได้ดีเธอสองคนกอดกันร้องไห้ปานจะขาดใจอยู่บนเรืออย่างเสียขวัญเสียใจ หลังจากที่หน่วยกู้ภัยมากู้ร่างไร้วิญญาณของมารดาขึ้นมา เพื่อนบ้านต่างก็ช่วยกันจัดงานศพให้มารดา ตามมีตามเกิดทั้งๆ ที่ฐานะทางบ้านของพวกเธอใช่จะยากจนกลับเป็นผู้มีอันจะกินด้วยซ้ำ แต่เพราะผู้หญิงคนใหม่ของพ่อนั้นได้ห้ามไม่ให้บิดามาร่วมงานศพและครอบครองทรัพย์สมบัติของมารดาเธอทุกอย่าง หลังจากนั้นพวกเธอก็ไม่เคยกลับเข้าไปในบ้านหลังนั้นอีกเลย และไม่คิดจะสนใจด้วยว่าพวกเขาเหล่านั้นจะอยู่กันอย่างไร พวกเธอทั้งสองเดินทางไปหาญาติคนสุดท้ายของมารดาที่ต่างจังหวัดแต่ในระหว่างทางพวกเธอเจอกับอานนท์เสียก่อน จึงเป็นเหตุที่ทำให้ชีวิตของเด็กหญิงวัยสิบขวบผูกพันกับครอบของอานนท์เสมือนคนในครอบครัวเดียวกัน...
“ตัวอยากกลับไปเป็นลูกเขาหรือไง” ศรัญภัทราสูดหายใจลึกๆ แล้วถามเสียงขื่น
“เปล่า แค่จะบอกว่าท่าทางเขาดูไม่สบายมาก สภาพร่างกายผอมโซ แต่งกายเอ่อ ซอมซ่อเหมือนไม่มีใครดูแลและไม่มีเงิน แพรเห็นเขาทำงานเป็นคนรับจ้างเข็นของในตลาดสด”
“ช่างเขาสิ ไม่เกี่ยวกับพราว ตัวอยากจะช่วยเหลือเขามันก็เรื่องของตัว แต่สำหรับพราว ความสัมพันธ์ทั้งหมดที่มีมันจบไปตั้งแต่วันที่แม่จมน้ำไปต่อหน้าต่อตาพวกเราแล้ว..” หญิงสาวกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชา แววตาเต็มไปด้วยความเจ็บปวดที่ซ่อนไม่มิด...
“เอาล่ะ หากตัวไม่มีอะไรแล้วพราวไปก่อนนะ ทานข้าวแล้วอย่าลืมทานยาล่ะ” นางแบบสาวยิ้มร่าแล้วเดินออกไปยังรถยนต์ซึ่งจอดอยู่หน้าบ้านหลังเล็กกะทัดรัดแต่ไม่วายหันมาตะโกนย้ำให้พี่สาวกินข้าวแล้วกินยาอีกครั้งก่อนจะขับรถออกไปด้วยน้ำเสียงที่ชนกวนันท์ฟังก็รู้ว่าศรัญภัทราฝืนพูดออกมาให้ดูสดใสร่าเริงเหมือนเคย
“พราว...” ชนกวนันท์มองตามน้องสาวไปด้วยใจที่หนักอึ้งเล็กน้อย เมื่อนึกถึงสภาพของผู้ชายที่ได้ชื่อว่าเป็นพ่อซึ่งเจอที่ตลาดเมื่อวันก่อน สภาพบิดาไม่ได้เป็นหนุ่มรูปงามภูมิฐานอย่างที่จำได้ แต่ร่างสูงสง่าของบิดานั้นผอมโซดวงตาลึกโปนผิวกร้านดำ ชนกวนันท์แน่ใจว่าท่านเห็นเธอแต่ก็เลี่ยงไปเสียเมื่อเธอเดินตามไป ร่างผอมๆ ของบิดาก็รีบเดินหนีไปอย่างรวดเร็ว...
หญิงสาวถอนหายใจกับทิฐิในใจของศรัญภัทรา สำหรับเธอนั้นไม่ได้มีความรู้สึกคับแค้นอะไรมากมายเหมือนน้องสาวมี แม้จะเจ็บปวดทุกครั้งที่นึกถึงอดีตก็ตาม เพราะตอนนี้เธอมีพร้อมทุกอย่างโดยไม่ต้องมีสมบัติมากมายของมารดาติดตัวมาสักชิ้น แต่ด้วยความขยันและได้รับการอุปการะเลี้ยงดูจากมารดาของพี่หนูนา ทำให้พวกเธอสามารถมีกิจการเล็กๆ ของตัวเอง และศรัญภัทราก็มีรายได้จากการถ่ายแบบ พวกเธอจึงซื้อบ้านหลังนี้ด้วยน้ำพักน้ำแรงของตนเองแต่ศรัญภัทราก็ไม่ได้มาที่บ้านนี้บ่อยนักเพราะต้องเดินทางไปถ่ายแบบ ถ่ายละครบ่อยๆ จึงสะดวกที่อาศัยอยู่กับพี่หนูนาที่คอนโดซึ่งอยู่ใจกลางเมืองมากกว่า และเพื่อความสบายใจของชนกวนันท์ที่ต้องการความเป็นส่วนตัวและไม่ต้องการให้ใครรู้ว่าพวกเธอเป็นฝากแฝดกันด้วย
ชนกวนันท์วางมือจากช้อนที่ตักข้าวใส่ปากเมื่อครู่หันมาสนใจงานของตนต่อโดยไม่ได้สนใจคำสั่งของน้องสาวนัก อาหารที่พร่องไปแค่ครึ่งจานและยาลดไข้ก็ยังคงไร้การเหลียวแลจากหญิงสาวที่กำลังคร่ำเคร่งกับการติดสติ๊กเกอร์แสดงความเป็นเจ้าของ ของขนมทุกอย่างที่เธอทำ แพรพราวเบเกอรี่
“นายไปเจรจายังไงวะ เขาถึงไม่รับข้อเสนอของฉันไอ้ศร..” เสียงห้าวนั้นดังลั่นแสดงถึงอารมณ์ที่เดือดประทุ ใบหน้าหล่อเหลาของ เบนจามิน สุรกานต์ บราวส์ บึ้งจัด ดวงตาสีเขียวมรกตนั้นวาววับราวจะลุกไหม้ริมฝีปากหยักได้รูปนั้นเม้มแน่นอย่างระงับอารมณ์ที่ร้อนระอุเมื่อความต้องการของเขาไม่ได้รับการตอบสนอง ทุกสิ่งที่เขาต้องการมักต้องได้เสมอแต่ครั้งนี้มันไม่ได้เป็นอย่างที่คิด...
ชายหนุ่มวัยสามสิบสามปีเชื้อสายไทย อังกฤษ ผู้ร่ำรวย หล่อเหล่าเจ้าของกิจการบริษัทผลิตอาหารเพื่อสุขภาพยักษ์ใหญ่ และเจ้าของอสังหาริมทรัพย์อื่นๆ อีกมากมายรวมถึงกรรมสิทธิ์ในเกาะที่ให้ผลผลิตรังนกแท้คุณภาพเยี่ยมส่งออกไปทั่วโลก เกาะที่มูลค่ามหาศาลทั้งงดงามด้วยทรัพยากรธรรมชาติทั้งชายหาดและน้ำตกสวย เกาะดาหวัน... ทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิตเขาดูเพียบพร้อม หากแต่ความจริงนั้นไม่ใช่ทั้งหมด...
“ผมก็เจรจากับเธอตามที่คุณเบนบอกนั่นล่ะครับ แต่เธอไม่ตกลง และยังบอกอีกว่าข้อเสนอตลกมาก เหมือนเด็กเล่นขายของ เธอไม่ตกลงทำงานแบบนั้นแน่นอน” แสงศร ลูกน้องคนสนิทผู้ซื่อสัตย์บอกนายหนุ่มเสียงอ่อย
“หึ! มันจะมากไปแล้วศรัญภัทรา เธอบังอาจมากที่ว่าข้อเสนอของฉันเหมือนเด็กเล่นขายของ”
ให้ตายสิ เขารู้สึกตื่นเต้นร้อนผ่าวไปทั้งกายได้อย่างไรเพียงแค่มองเธอ ผู้หญิงมากมายผ่านเข้ามาในชีวิตนั้นใช่จะสวยน้อยกว่าหญิงสาวตรงหน้าแต่ไม่ได้ทำให้เขาใจเต้นแบบนี้ เบนจิมินคิดอย่างขุ่นเคืองตัวเองและพาลโทษหญิงสาวผู้เป็นต้นเหตุเสียเลย...“พี่พราวขา นี่ค่ะน้องแองจี้ตั้งใจวาดให้พี่พราวเลยนะคะ” เด็กหญิงวิ่งไปหาหญิงสาวแล้วยื่นภาพวาดให้พี่เลี้ยงสาวคนสวยด้วยความตื่นเต้น “สวัสดีตอนเย็นจ้ะ น้องแองจี้ให้พี่แพร เอ้ยพี่พราวหรือคะ สวยมากเลยค่ะ เก่งที่สุดเลย” ชนกวนันท์เอ่ยชมจากใจจริงเมื่อมองภาพในมือ “ขอบคุณค่ะ น้องแองจี้ดีใจที่พี่พราวชอบ” “เอาเป็นว่าน้องแองจี้อยู่กับพี่พราวก่อนนะคะ คุณลุงเบนจะต้องไปดูคนงานที่ผาดาหวัน... ฝากด้วยนะคุณพราว ขอบคุณมากที่มาเป็นพี่เลี้ยงให้แองจี้” ชายหนุ่มกล่าว มองใบหน้าหวานละมุนในกรอบเรือนผมบ๊อบหน้าม้านิ่งจนหญิงสาวรู้สึกหวิวๆ ชอบกลในใจ “เอ่อ ค่ะ คุณเบนจามินไม่ต้องห่วงนะคะ” ชนกวนันท์ตอบรับด้วยรอยยิ้มจริงใจ ซึ่งรอยยิ้มของเธอทำให้ใจแกร่งกระด้างไหววูบโดยไม่ตั้งใจ ชายหนุ่มเดินตึงๆ จากไปเหมือนโกรธเธอ ซึ่งมันทำให้ชนกวนันท์ขมวดคิ้วอย่
“แล้วใครที่สำคัญกับเธอมากจนต้องพยายามจะติดต่อเขา หรือว่าเธอคิดไม่ซื่อจะโทร. หาตำรวจ” เขาพาลหาเรื่องด้วยความรู้สึกขุ่นเคืองอย่างบอกไม่ถูก“ฉันไม่มีแฟนค่ะ” เธอตอบเสียงหนักแน่น ดวงตาสีน้ำตาลกลมโตไร้กรอบแว่นหนาวาววับ“นึกว่าดาราดังอย่างเธอจะมีแฟนเยอะ หรือเปลี่ยนบ่อยๆ จนจำไม่ได้ว่าใครเป็นแฟนเสียอีก”“นั่นมันคนอื่นค่ะไม่ใช่ฉัน..” หญิงสาวพยายามปกป้องชื่อเสียงของน้องสาวเมื่อชายหนุ่มทำเสียงเหยียดหยัน“เอาเป็นว่าเธออยากติดต่อใครเรื่องอะไรก็บอกฉันเดี๋ยวฉันจัดการเอง เอาล่ะในเมื่อเธอตกลงจะอยู่ที่นี่ก็ไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วไปหาน้องแองจี้ที่ห้อง เดี๋ยวฉันจะให้คนพาไปส่วนของใช้ทุกอย่างของเธอฉันเตรียมไว้ให้แล้วแบบที่เธอใช้ประจำไม่ต้องห่วงว่าทำงานกับฉันแล้วจะซอมซ่อหรอก”เขาพูดเองเออเองเสร็จสรรพโดยที่ชนกวนันท์ไม่มีโอกาสแย้ง หรือถ้าแย้งเธอคิดว่ามันก็เหมือนพูดกับลม ไม่มีประโยชน์ที่จะพูดกับเขาสิ่งที่เธอควรทำตอนนี้คือ อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าและหาอะไรรับประทานดีกว่าเป็นไหนๆ เพราะตอนนี้เธอหิวเหลือเกิน กองทัพต้องเดินด้วยท้องชนกวนันท์คิดอย่างมีสติ...ชนกวนันท์เดินตามคนของเขาซึ่งเป็นหญิงวัยกลางคนผิวดำคล้ำเข้าม
“แต่มันไม่ใช่ทั้งหมดแน่นอน ไม่อย่างนั้นคุณไม่ให้คนลักพาตัวฉันมาแบบนี้แน่ เพราะอะไรการมาเป็นพี่เลี้ยงน้องแองจี้ถึงได้สำคัญมากจนต้องลักพาดาราดังมาเป็นพี่เลี้ยงหลานของคุณ หากคุณไม่ให้เหตุผลที่แท้จริงฉันจะบอกน้องแองจี้ว่าคุณลักพาตัวฉันมาโดยที่ฉันไม่เต็มใจมา” มันเป็นคำพูดที่ยาวที่สุด เท่าที่ชนกวนันท์เคยพูดกับคนอื่นนอกจากน้องสาวฝาแฝด หญิงสาวสูดหายใจเข้าลึกๆ อย่างรู้สึกหวาดหวั่นขึ้นมาเมื่อเขาหันมามองเธอเขม็งและนึกแปลกใจตัวเองที่สามารถพูดออกไปได้แบบนั้น“ถ้าเธอบอกน้องแองจี้แบบนั้น เธอตายแน่ศรัญภัทรา”“ถ้าฉันตาย หลานสาวคุณแย่แน่ ดูก็รู้ว่าเธอป่วย คุณให้คนลักพาตัวฉันมาเพื่ออะไร ทำไมคุณไม่เจรจาดีๆ กับฉัน” ชนกวนันท์สวมรอยเป็นน้องสาวทันที ถึงเธอจะเป็นคนไม่ค่อยมั่นใจในตนเอง แต่ก็ไม่โง่จนมองสถานการณ์ตรงหน้าไม่ออก เพียงแต่อยากรู้ความจริงเท่านั้น เธออยากรู้ว่าน้องแองจี้เป็นอะไรและเธอสามารถช่วยได้มากน้อยแค่ไหนสำหรับเธอแล้วการได้ช่วยเหลือคนอื่นมันเป็นสิ่งที่เธอจะไม่ลังเลเลยหากทำได้“โอเค.. เธอฉลาดมากศรัญภัทรา แต่ถ้าเธอไม่ได้ความจำเสื่อมคงจำได้ว่าก่อนหน้านี้ไม่กี่วันฉันให้คนไปเสนองานนี้ให้เธอด้วยค่าจ้างท
“ได้เลยค่ะ น้องแองจี้ยินดีค่ะ” เด็กหญิงกล่าวอย่างยินดีและชี้นิ้วมาที่ตัวพร้อมกับบอกพี่สาวคนสวยที่เธอใฝ่ฝันอยากพบอย่างน่ารักจนคนที่คิดหวาดหวั่นนั้นคลายความกลัวลงแล้วรับแก้วน้ำขึ้นดื่มคลายความกระหาย หญิงสาวหันมามองเด็กหญิงแองจี้อย่างพินิจพิจารณา แล้วเธอก็พบว่า หนูน้อยสวมหมวกไหมพรมสีสดใสและสวมเครื่องช่วยฟังแบบแขวนหลังหูขนาดเล็กบางแนบไปกับใบหูเล็กๆ นั้น(เครื่องช่วยฟัง คือ อุปกรณ์สำหรับผู้ที่มีความผิดปรกติทางการได้ยินตั้งแต่หูตึงจนถึงหูหนวก เครื่องช่วยฟังเป็นเครื่องขยายเสียงให้ดังขึ้น ประกอบด้วย ไมโครโฟนเป็นตัวรับเสียง ตัวขยายเสียงให้ดังขึ้นคือเอมปริไฟร์มีทั้งแบบแบบดิจิทอลล์ แบบอนาลอกซึ่งมีอยู่สามแบบคือ แบบกล่องแบบแขวนหลังหูแบบใส่ในช่องหู)ซึ่งมันบ่งบอกว่าเด็กหญิงมีความพกพร่องทางการได้ยิน ใบหน้าที่ดูซีดเซียวของเด็กน้อยทำให้ชนกวนันท์มีความรู้สึกว่าน้องแองจี้ป่วยและอาจจะป่วยมากด้วย หญิงสาวยิ้มให้เด็กหญิงบางๆ ด้วยความรู้สึกที่เป็นมิตรมากขึ้น“ทีนี้จะตอบพี่พราวได้รึยังคะ ว่าพี่พราวอยู่ที่ไหน” เธอตัดสินใจเป็นศรัญภัทราด้วยความรู้สึกสงสารน้องแองจี้อย่างบอกไม่ถูก“ที่นี่คือเกาะดาหวันค่ะพี่พราวขา
ชนกวนันท์ขับรถออกมาจากคฤหาสน์หลังงามก็แวะซื้อแป้งและส่วนผสมอื่นๆ ที่เธอจะใช้ทำขนมเย็นนี้ด้วยความสุข เพราะตอนนี้เท่ากับว่าเธอมีออเดอร์ขนมเพิ่มขึ้น โดยไม่ต้องออกไปติดต่อร้านค้าเพื่อส่งขนมแล้ว แต่เธอไม่มีโอกาสรู้เลยว่าบัดนี้เธอจะไม่มีโอกาสได้ทำขนมที่เธอรักอีกแล้ว เพราะใครบางคนกำลังจะพาเธอไปยังที่ไกลแสนไกล และที่นั่นจะทำให้ชีวิตอันสงบสุขของเธอเปลี่ยนไปตลอดกาล...ร่างบางเดินถือข้าวของพะรุงพะรังมายังรถยนต์คันเล็กโดยไม่สังเกตว่ามีใครอีกคนเดินตามเธอมาตั้งแต่เธอออกมาจากบ้านทวีวัฒน์ภิรมย์ด้วยความหมายมาด หญิงสาวถอนหายใจเมื่อข้าวของทุกอย่างไปนอนอยู่ในเบาหลังรถยนต์คันเล็ก แล้วทันใดนั้นเองก็มีรถยนต์คันหรูติดฟิล์มหนามาจอดเทียบข้างๆ รถของเธอและผู้ชายในชุดดำ สวมแว่นสีดำก็เข้ามาประชิดตัวเธออย่างรวดเร็วหลังจากนั้นเธอก็ได้กลิ่นฉุนๆ ของอะไรสักอย่างและความรู้สึกสุดท้ายของเธอก็คือ ความมืดมิด...แสงศรมองร่างบางของหญิงสาวที่ไม่ได้สติอยู่เบาะหลังอย่างโล่งใจที่การปฏิบัติการในครั้งนี้ผ่านไปด้วยดีเพราะหญิงสาวมาทำธุระในห้างสรรพสินค้าของเจ้านายของเขาเองการลักพาตัวหญิงสาวจึงเป็นเรื่องง่าย กล้องวงจรปิดไม่ทำงานในขณะที
“อะไรกันทำไมต้องเสียงดังเหมือนตะคอกเลย แพรแค่จะไปส่งขนมนะ ไม่ได้ไปรบที่ชายแดนใต้ ตัวก็ทำเสียงดัง ไปได้ แพรตกใจนะ”“ก็จะไม่ให้เสียงดังได้ไง นั่นมันไม่ใช่ตลาดหรือร้านค้าที่ตัวเคยไปส่งขนมนะแพร นั่นมันคฤหาสน์เลยนะ บ้านคนดังระเบิดเลยนะ แล้วคนดังขนาดนั้นเขาจะมาสั่งขนมของตัวทำไม อีกอย่างเราก็ไม่ได้เปิดหน้าร้านเสียหรูหราชื่อเสียงก็ไม่มี”ศรัญภัทราโวยมาตามสายเมื่อเธอพักระหว่างถ่ายแบบ ซึ่งยกกองมาทำงานกันที่หัวหิน หญิงสาวในชุดไทยสมัยรัชการที่เจ็ดหน้ามุ่ย ในขณะที่คนกำลังจะไปส่งขนมยิ้มร่าเพราะคราวนี้เธอได้เงินเกือบๆ หลักหมื่นเลยทีเดียว“ไม่เอาแล้วคุยกับพราวแล้วปวดหัวเสียงแหลมๆ แบบนี้หากแฟนละครได้ยินคงคิดว่าเป็นเสียงนางร้ายไม่ใช่นางเอกแน่ๆ เลย แค่นี้นะถึงบ้านลูกค้าแล้ว” ชนกวนันท์วางสายจากน้องสาวเมื่อขับรถยนต์คันเล็กของศรัญภัทราซึ่งเอามาให้เธอไว้ใช้ระหว่างที่ตนเองไปถ่ายแบบที่หัวหินมาถึงหน้าคฤหาสน์ทวีวัฒน์ภิรมย์พอดีประตูอัลลอยด์ลวดลางดงามก็เปิดออกช้าๆ พร้อมกับมีคนมาโบกรถให้เธอเข้าไปจอดในโรงรถกว้างใหญ่ซึ่งมีรถหรูหลายสัญชาติจอดเรียงกันราวกับโชว์รูมรถหรูราคาแพง“เชิญด้านนี้เลยค่ะคุณแพร คุณท่านรออยู่” หญิ







