Mag-log inหลังจากที่ลูกหยีหลับสนิท เอกณัฐยืนมองดูเธอครู่หนึ่ง เขารู้สึกถึงความอ่อนล้าและความวุ่นวายทางอารมณ์ที่เกิดขึ้นในคืนแรกของชีวิตแต่งงาน เขาไม่รู้ว่าความสัมพันธ์ระหว่างเขาและลูกหยีจะเป็นอย่างไรต่อไป แต่ที่แน่ ๆ คือพวกเขาทั้งคู่ยังไม่พร้อมที่จะเผชิญหน้ากับชีวิตแต่งงานจริง ๆ
“บางที การที่เธอเมาอาจจะเป็นทางออกที่ดีกว่าก็ได้” เขาคิดในใจขณะมองดูเธอหลับสนิทบนโซฟา
ก่อนที่จะตัดสินใจช้อนเอาร่างบางมาไว้ในอ้อมแขน แล้วออกแรงอุ้มเธอให้มานอนบนเตียงให้สบายก่อนที่จะห่มผ้าให้ และนอนลงเคียงข้างกันเพื่อพักผ่อนจากเรื่องเครียดๆ มาทั้งวัน คืนแรกของการแต่งงานผ่านพ้นไปโดยที่บ่าวสาวไม่ได้เข้าหอกันจริง ๆ เพราะความเมาของลูกหยี
รุ่งเช้าหลังคืนแต่งงานที่วุ่นวาย เอกณัฐตื่นขึ้นมาแต่เช้าตรู่ตามปกติเหมือนทุกวัน เขาเป็นคนที่รักษาระเบียบและมีวินัยในชีวิตประจำวันอย่างเคร่งครัด การดูแลไร่ชาขนาดใหญ่ของเขาที่เชียงใหม่ต้องใช้เวลาและความทุ่มเทเป็นอย่างมาก แต่ในวันนี้ความคิดของเขากลับถูกครอบงำด้วยเรื่องเมื่อคืนและสถานการณ์การแต่งงานที่ยุ่งเหยิง เขาคาดหวังว่าลูกหยีจะตื่นมาและพวกเขาจะเริ่มพูดคุยกันถึงชีวิตแต่งงานที่เพิ่งเริ่มต้น แม้ว่าจะไม่ใช่สิ่งที่เขาเลือกอย่างเต็มใจ แต่เขาก็หวังว่าจะสามารถตั้งหลักชีวิตแต่งงานนี้ได้ แต่เมื่อเขาตื่นเต็มตาพลิกตัวหันมาทางลูกหยี เขาพบว่าเตียงนอนฝั่งของลูกหยีนั้นว่างเปล่า ลูกหยีหายไป
“หายไปไหนตั้งแต่เช้า” เอกณัฐขมวดคิ้ว มองรอบ ๆ ห้องอย่างงุนงง แต่ไม่มีร่องรอยของเธอ เขาเดินลงมาด้านล่างและสอบถามกับคนงานในไร่ ซึ่งได้แจ้งว่าเห็นลูกหยีเดินออกไปทางไร่ชาแต่เช้าโดยไม่ได้บอกใคร เธอสวมเสื้อผ้าเก่า ๆ ที่หยิบจากกระเป๋าของตัวเอง และดูเหมือนเธอกำลังหนีจากสถานการณ์ที่เธอไม่สามารถรับมือได้
เอกณัฐเริ่มรู้สึกหงุดหงิดและโกรธ การหนีออกจากบ้านโดยไม่บอกใครในวันรุ่งขึ้นหลังแต่งงานไม่ใช่พฤติกรรมที่เขาคาดหวังจากภรรยาของเขา ความไม่เป็นระเบียบและไม่รับผิดชอบเช่นนี้ทำให้เขารู้สึกว่าเธอยังไม่พร้อมจะใช้ชีวิตร่วมกัน
“เด็กคนนี้ไม่เคยรู้จักความรับผิดชอบเลยใช่ไหม” เอกณัฐพึมพำในใจ ขณะที่เดินตรงไปทางไร่ชา
เมื่อมาถึงที่ไร่ชา เขาพบลูกหยีกำลังนั่งอยู่บนเนินเขาเล็ก ๆ ท่ามกลางต้นชา เธอนั่งพิงต้นไม้ สายลมพัดผ่านเบา ๆ ผมยาวของเธอปลิวไสวตามแรงลม ใบหน้าของเธอเต็มไปด้วยความเหนื่อยล้าหลังจากคืนที่ผ่านมา
เอกณัฐ เดินตรงไปหาเธอ ดวงตาเต็มไปด้วยความไม่พอใจ
“นี่เธอทำอะไรอยู่ ทำไมหนีออกมาโดยไม่บอกใคร” เขาพูดด้วยเสียงที่แข็งและเต็มไปด้วยความโกรธ
ลูกหยีเงยหน้ามองเขาอย่างเฉื่อยชา ก่อนจะยิ้มบาง ๆ ที่ดูเหมือนจะเต็มไปด้วยความประชดประชัน
“ก็หนูหนีออกมา หนูจะไปบอกใครทำไมล่ะ อย่างงี้ไม่เรียกว่าหนีน่ะสิ ลุงก็รู้ว่าหนูไม่อยากอยู่ที่บ้านนั้น หนูไม่ใช่คนที่อยากแต่งงานกับลุงอยู่แล้ว ลุงก็ไม่อยากแต่งกับหนู”
เอกณัฐพยายามเก็บอารมณ์แต่ก็ไม่สำเร็จ เขากำหมัดแน่น พยายามควบคุมเสียงของตนเอง
“เธอไม่รู้จักความรับผิดชอบบ้างเลยเหรอ ฉันไม่ได้อยากจะทำให้มันเป็นแบบนี้ แต่ตอนนี้เธอเป็นภรรยาของฉันแล้ว หน้าที่ของเธอคือการอยู่ที่บ้าน ไม่ใช่หนีออกมาทำตัวไม่มีความรับผิดชอบแบบนี้ ลูกหยี”
ลูกหยี ยังคงนั่งนิ่งและมองเอกณัฐด้วยแววตาที่ยากจะอ่านออก
“ภรรยาเหรอ หนูเป็นแค่ตัวแทนของพี่ลูกเกด ลุงคิดว่าอยากได้หนูเป็นภรรยาของลุงจริง ๆ เหรอ” เธอพูดด้วยน้ำเสียงท้าทาย “ลุงไม่ได้เลือกหนู หนูไม่ได้เลือกชีวิตนี้ หนูถูกบังคับให้ทำ”
คำพูดของเธอยิ่งทำให้เอกณัฐโกรธขึ้น “ฉันเองก็ไม่อยากให้มันเป็นแบบนี้ เธอคิดว่าฉันต้องการแต่งงานกับผู้หญิงที่ไม่รู้จักความรับผิดชอบเหรอ ถ้าเธอไม่อยากทำหน้าที่นี้ ก็ควรพูดคุยกันอย่างผู้ใหญ่ ไม่ใช่หนีปัญหาแบบเด็ก ๆ”
ลูกหยีลุกขึ้นยืน เธอเดินตรงไปหาเอกณัฐ ใบหน้าของเธอเต็มไปด้วยความโกรธเช่นกัน
“หนูหนีเหรอ หนูหนีจากอะไร หนูแค่ไม่อยากอยู่ในกรอบที่ถูกบังคับ หนูแค่อยากมีชีวิตของตัวเอง”
เอกณัฐมองเธออย่างไม่เชื่อสายตา เขารู้สึกได้ถึงความต่างระหว่างพวกเขาทั้งสองคน เขาเป็นคนที่รักระเบียบวินัยและความชัดเจนในชีวิต ในขณะที่ลูกหยีเป็นคนที่ชอบอิสระและไม่ยอมให้ใครมากำหนดชีวิตของเธอ
“ถ้าเธออยากมีอิสระมากนัก เธอก็ควรคิดก่อนแต่งงาน ทำไมไม่ปฏิเสธตั้งแต่แรก” เอกณัฐพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา
ลูกหยี หันไปมองวิวไร่ชากว้างไกลตรงหน้า ก่อนจะถอนหายใจยาว
“ลุงก็รู้นี่ ว่าหนูปฏิเสธไม่ได้ หนูต้องทำตามหน้าที่เพื่อทดแทนบุญคุณของครอบครัวที่เขาเลี้ยงหนูมา แต่ตอนนี้หนูไม่รู้จะไปทางไหนแล้ว”
น้ำเสียงของลูกหยีแผ่วลง เธอรู้สึกสับสนและเหนื่อยล้ากับสิ่งที่เกิดขึ้น เอกณัฐยืนนิ่งไปครู่หนึ่ง เขารู้สึกถึงความเจ็บปวดและความสับสนในตัวเธอ แม้เขาจะโกรธ แต่ก็ไม่อาจปฏิเสธได้ว่าเธอเองก็ไม่ได้เลือกเส้นทางนี้เช่นกัน
“ฉันไม่ได้ต้องการจะทำให้เธอรู้สึกว่าถูกบังคับ แต่ถ้าเราแต่งงานกันแล้ว เราต้องหาทางทำให้มันไปต่อได้ ไม่ใช่หนีออกมาแบบนี้”
ลูกหยีเงียบไป เธอรู้สึกได้ถึงความจริงในคำพูดของเอกณัฐ แต่ในใจเธอยังสับสนเกินกว่าจะตอบอะไร
“พ่อ แม่ใหญ่ พี่ลูกเกด…”ลูกหยีพึมพำเสียงเบา ๆ พร้อมหยุดมือจากงานบัญชีตรงหน้าทันที เมื่อเห็นทั้งสามคนมายืนปรากฏตัวอยู่ตรงหน้าออฟฟิศความแปลกใจฉายชัดในดวงตา เพราะตั้งแต่ที่เธอถูกบังคับให้แต่งงานออกมา…ไม่เคยมีใครมาเยี่ยมมาหา ไม่เคยติดต่อถามไถ่ แต่วันนี้กลับมาพร้อมหน้าพร้อมตาจนผิดปกติ เธอเงยหน้ามองเล็กน้อย สายตานิ่งขึ้นโดยไม่รู้ตัว ไม่แน่ใจในเหตุผลที่พวกเขามาเยือน ยิ่งตอนนี้เธออยู่ลำพังในออฟฟิศเพราะเพิ่งฟื้นจากไข้หลังจากที่ผ่านบทรักมาราธอนกับเอกณัฐมา ส่วนสามีต้นเรื่องก็ไปอยู่ที่ไร่ชาไม่ยอมให้เธอตามไป“เข้ามานั่งก่อนเถอะค่ะ” ลูกหยียกมือไหว้ตามมารยาท ก่อนเชิญนั่งที่โซฟารับแขก พ่อของเธอยืนเงียบอยู่ด้านหลังเหมือนเคย ไม่พูดอะไร ไม่พูดไม่จา... เป็นภาพเดิม ๆ ที่เธอคุ้นชินแม่ใหญ่กับรุ่งรวียิ้มกว้าง เดินเข้ามาอย่างสนิทสนมราวกับไม่เคยมีรอยร้าวระหว่างกัน“ลูกหยี แม่กับพ่อคิดถึงหนู เลยแวะมาเยี่ยม” แม่ใหญ่เอ่ยเสียงหวาน “อยู่ที่นี่สบายดีไหมลูก” น้ำเสียงของแม่ใหญ่ฟังดูอ่อนโยนปนเอ็นดู“ลูกหยีเป็นยังไงบ้างล่ะ ใช่สิ อยู่กับคุณเอกณัฐคงสุขสบายมากเลยสินะ” รุ่งรวีถามด้วยทำท่าทีเป็นห่วงเป็นใย สายตาที่กวาดม
“อืมมมม”เสียงครางอือในลำคอของเอกณัฐ ดังขึ้นเบาๆ พร้อมกับเปลือกตาที่ค่อยๆ ขยับเปิดรับแสงยามสาย ก่อนที่เขาตกใจจนต้องชะงักเมื่อลมหายใจของอีกคนพ่นออกมาสัมผัสแผงอกเขานั้นร้อนผ่าว จนชายหนุ่มต้องขมวดคิ้ว ก่อนจะรีบทาบหลังมือลงบนหน้าผากมนก่อนจะสะดุ้งน้อยๆ “ตัวร้อนจี๋เลย…”เขาถอนหายใจยาว ตาคมมองไปรอบห้องนอน ที่ตอนนี้แสงแดดยามสายรำไรผ่านม่านเข้ามาในห้องยังอบอวลไปด้วยร่องรอยของบทรักอันหนักหน่วงเมื่อคืนกับร่างบางในอ้อมกอดที่ยังนอนคุดคู้หลับสนิท ใบหน้าจิ้มลิ้มของ ลูกหยี แดงระเรื่อผิดปกติจนน่าสงสารความรู้สึกผิดแล่นปราดเข้ามาในอก เขารู้ตัวดีว่าเมื่อคืนเขาจัดหนักและ เอาแต่ใจกับเมียเด็กมากไปหน่อย ความช่างสงสัยอยากรู้อยากลองของลูกหยีบวกกับความเร้าอารมณ์ที่เธอปรนเปรอให้ ทำให้เขาลืมไปเสียสนิทว่าร่างกายของสาวน้อยตรงหน้านั้นบอบบางขนาดไหนชายหนุ่มขยับตัวลุกขึ้นอย่างเบามือที่สุด เขาจัดการหาผ้าขนหนูผืนนุ่มกับน้ำอุ่น นำมาเช็ดตัวให้คนตัวเล็กที่นอนครางประท้วงเบาๆ ในลำคอเพราะความหนาวสั่นจากพิษไข้“อือ... ลุง... ลูกหยีหนาว...” เสียงหวานพึมพำทั้งที่ตาก็ยังปิดสนิท ร่างเล็กขดตัวเข้าหาความอบอุ่นโดยอัตโนมัติ“ชู่ววว.
“ใช่ ตอนนี้เธอเป็นเมียที่ถูกต้อง ทั้งนิตินัยและพฤตินัย นี่ไงหลักฐานยังคากันอยู่ ฉันจะขยับแล้วนะเมียจ๋า ฟิตชิบหาย มีเมียเด็กมันดีอย่างนี้นี่เอง” เอวสอบของเอกณัฐโยกทันทีที่พูดจบ คนแก่ใจร้อนตอนนี้โดนช่องทางรักของเมียสาวเล่นงานทำเอาเขาเสียวแทบแตกตั้งแต่เพิ่งเริ่มเกือบให้ได้อายขายหน้าเด็กมัน แรงกระแทกเสียงเนื้อกระทบเนื้อดูหนักหน่วงและรุนแรงตามอารมณ์คนทำ ป๊าบ ป๊าบ ป๊าบ ป๊าบ ป๊าบ ป๊าบ ป๊าบ ป๊าบ ป๊าบ ป๊าบ ป๊าบ ป๊าบ ป๊าบ ป๊าบ ป๊าบ ป๊าบ ป๊าบ ป๊าบ “อ๊ะ อ๊ะ ออยยย ลุง หนูจุก อ๊ะ อ๊ะ อายยยย เสียวจัง จุก ลุง กระแทกแรงเกินไปแล้ว อ๊ายยย ซี๊ดดด เสียว อูยยยย” ป๊าบ ป๊าบ ป๊าบ “นี่แน่ะ ลุงเลิงอะไร เอากันขนาดนี้ไม่ลุงแล้ว แบบนี้เขาเรียกว่าผัวเมีย อูยยย ตอดจริงๆ ของเด็กนี่มันดีจริงๆ เอาใหม่ลูกหยี เรียกใหม่ ตอนเราเอากันแบบนี้เรียกผัวเร็ว เมียจ๋า เรียกผัวหน่อยเร็ว อูยยย ตอดถี่จัง เสียวเหรอจ๊ะเมียจ๋า บอกผัวหน่อยเร็ว อูววว เสียวไหม ซี๊ดดดด” “ลุง อ๊ะ ก็ได้ๆ น่าอายจังเลย ผัว ผัวจ๋า ซี๊ดดด มันเสียวมากผัวจ๋า อ๊ะ มันใหญ่ มันคับไปหมด ออยยย เมียเสียว ซี๊ดดด ผัวเอามันมากเลย อูยยยย มิน่าล่ะเพื่อนๆ หนูถึงได้พากัน
“ลุงอยากให้ลูกหยีชิมที่ไหนก่อนดีคะ บอกมาเร็ว” “เธออยากลองชิมที่ไหนก่อนก็แล้วแต่เธอเลยลูกหยี เธอจะชิมทั้งตัวฉันก็ไม่ว่ากลับยินดีด้วยซ้ำ” “ที่ปากลุงเมื่อกี้ลูกหยีได้ชิมแล้ว ต่อไปหนูจะชิมที่นมลุงแล้วกันนะ ว่านมของลุงมันจะหวานเหมือนที่ลุงบอกว่าของหนูหวานไหม” คนตัวเล็กก้มลงจุ๊บที่ปลายยอดอกของเอกณัฐที่หนึ่ง ก่อนที่จะแลบลิ้นเรียวเล็กออกมาลองเลียที่หัวนมเล็กตวัดไปมา แล้วฝช้ปากครอบอมเข้าทั้งเต้า แผล่บ แผล่บ แผล่บ จ๊วบ จ๊วบ จ๊วบ จ๊วบ แผล่บ แผล่บ แผล่บ จ๊วบ จ๊วบ จ๊วบ จ๊วบ “อ๊าาาา หยี ลูกหยี ปากเธอมันร้ายกาจมาก อูวววว ทั้งปากทั้งลิ้นเลย อูววว” เอกรัฐครางลั่นเมื่อถูกริมฝีปากและลิ้นน้อยๆ ของเธอเลยยอดอกและราวนม ส่วนอีกมือของลูกหยีก็ลูบเผ่าเบาไปตามลำกายหนา ไม่ว่าเธอจะลูบไปทางไหนเอกณัฐก็รู้สึกเหมือนกับขนกายเขาลุกชันตามไปหมด “ต่อไปหนูจะขอชิมซิกแพคของลุงแล้วนะคะ แน่นจังเลยค่ะลุง กล้ามท้องลุงสวยมากเลย หนูอยากมีแบบนี้บ้างจัง” “ถ้าเธออยากมีกล้ามท้องฉันจะพาเธอออกกำลังทุกวัน แต่ต้องหลังจากที่เธอคลอดลูกของเราก่อนนะ อ๊าาา ลิ้นเธอมันร้าย ลูกหยี” ลิ้นเล็กของลูกหยีเลียวนอยู่ที่สะดือของเอกณัฐ สร้างความเสีย
“ว่าแต่เธอพร้อมที่จะท้องลูกของเราหรือยัง” “พร้อมมากค่ะลุงตอนนี้” ลูกหยีตอบพร้อมกับส่งแววตาซุกซนมาให้คนแก่ ทำให้เอกณัฐหัวเราะชอบใจกับความก๋ากั่นของเด็กสาว “ว่าแต่ครั้งแรกสำหรับเราสองคน เธออยากนอนดูดาวหรือนอนในห้องแอร์ อืมม เด็กน้อย” เอกณัฐถามความเห็นของอีกคน “ที่จริงนอนดูดาวก็คงโรแมนติกดีไม่น้อย แต่ครั้งแรกลูกหยีว่าเราไปทำแบบคนธรรมดาทั่วไปทำกันดีกว่าค่ะ ลูกหยีกลัวว่าถ้าลูกหยีเสียงดังเดี๋ยวเกิดใครมาได้ยิน อายเขาแย่เลย เดี๋ยวเริ่มชินแล้ว เราค่อยมานอนนับดาวกันนะคะลุง” ลูกหยีเด็กแก่แดดบอกกับคนตัวสูง หลังจากนั้นร่างเล็กก็ถูกอีกคนอุ้มไว้ในอ้อมแขนก่อนที่จะลุกขึ้นแล้วพาเข้ามาในห้องนอน ลูกหยีโดนอุ้มเข้าในท่าเจ้าสาวและถูกนำไปวางไว้ที่เตียงอย่างเเผ่วเบา เมื่อโดนวางลงเตียงแขนเรียวของลูกหยีรีบโน้มเอาคนอุ้มลงมา ให้ลงมานอนกับตัวเองด้วย เรียกรอยยิ้มจากเอกณัฐได้เป็นอย่างดี “ใจเย็นๆ เด็กดี เราต้องถอดเสื้อผ้าก่อนนะ เราจะทำกันต้องไม่มีเสื้อผ้าติดตัวถึงจะได้ลูบไล้สัมผัสกันได้โดยไม่มีอะไรเกะกะ อ๊าาาา” คนพูด พูดบอกยังไม่ทันจบประโยคดีด้วยซ้ำ เสื้อยืดที่เขาเอาไว้ใส่นอนก็โดนมือเรียวสอดเข้ามาทางชายเสื้อ
หลังจากที่เอกณัฐตามง้อลูกหยีได้แล้ว ทั้งสองคนต่างปรับความเข้าใจกันมากขึ้น พวกเขาเริ่มรู้สึกผ่อนคลายมากขึ้นเมื่ออยู่ด้วยกัน“ลุง อากาศดีมากเลยค่ะ ลูกหยีชอบจังเลย” ลูกหยีพูดขึ้นขณะที่ตอนนี้ทั้งคู่นั่งดูดาวอยู่ที่ระเบียงห้องนอนด้วยกันท่ามกลางบรรยากาศรอบตัวที่เงียบสงบ มีเพียงเสียงลมพัดเบา ๆ ที่พัดผ่านมาท่ามกลางธรรมชาติ เอกณัฐและลูกหยีนั่งอยู่บนเบาะที่เขาเอามาปูเพราะว่าลูกหยีอยากนอนดูดวงดาวที่เต็มท้องฟ้า ตอนนี้เธอนั่งพิงไหล่ของเอกณัฐอย่างเงียบ ๆ ทั้งคู่ไม่พูดอะไรมาก แต่ความเงียบนี้กลับเต็มไปด้วยความอบอุ่นและความผูกพันที่ลึกซึ้ง ความสัมพันธ์ระหว่างพวกเขาได้พัฒนามากขึ้นจากการปรับตัวและเข้าใจกัน พวกเขาไม่ต้องการคำพูดใด ๆ มากมาย แต่การที่ได้นั่งอยู่ด้วยกันท่ามกลางธรรมชาตินั้นทำให้ทั้งสองรู้สึกถึงความสุขที่แท้จริง“ถ้าชอบก็แค่บอก เดี๋ยวฉันจะพาออกมาดูบ่อยๆ แต่อยู่ดึกมากไม่ได้นะ เดี๋ยวน้ำค้างเยอะจะไม่สบายเอา”เอกณัฐพูดและค่อย ๆ ยื่นแขนไปโอบรอบตัวลูกหยี ร่างเล็กของเธอพิงอยู่ที่เขาอย่างพอดี ความอบอุ่นจากร่างกายของเอกณัฐทำให้ลูกหยีรู้สึกผ่อนคลาย หัวใจของเธอเต้นช้า ๆ แต่เต็มไปด้วยความสุข เธอรู้สึกถึ
หลังจากการสนทนานั้น ลูกหยีตัดสินใจรับความท้าทาย แม้ว่าภายในใจจะไม่ค่อยเต็มใจนัก แต่เธอรู้ดีว่าถ้าเธอจะอยู่ที่นี่และใช้ชีวิตในฐานะภรรยาของเอกณัฐ เธอก็ต้องเรียนรู้ที่จะรับผิดชอบในหน้าที่ของตัวเอง เธอไม่ต้องการถูกมองว่าเป็นภาระหรือผู้หญิงที่ไร้ประโยชน์ วันต่อมาหลังจากกลับมาจากทำงานในไร่ชา ลูกหยีก็ตร
หลังจากการเผชิญหน้ากับเอกณัฐที่กลางไร่ชา ความเงียบก็เข้ามาครอบคลุมทั้งสองคน ลูกหยีแสดงออกถึงความไม่พอใจกับชีวิตที่ถูกบังคับ กำลังหายใจลึกเธอรู้สึกว่าตัวเองเริ่มสับสนไม่รู้จะทำอะไรต่อ แต่สิ่งหนึ่งที่ชัดเจนคือเธอไม่อยากกลับไปใช้ชีวิตในฐานะภรรยาที่เธอไม่ได้เลือกเอง ในที่สุดลูกหยีหั
หลังจากงานแต่งเสร็จสิ้น บ่าวสาวเดินทางไปยังไร่ชาของเอกณัฐที่เชียงใหม่ บ้านหลังใหญ่ตั้งตระหง่านอยู่ท่ามกลางเนินเขาและไร่ชาสีเขียวขจี ลูกหยีนั่งอยู่ในรถ เธอจ้องมองไร่ชาและบ้านหลังใหญ่ตรงหน้า ความรู้สึกหวาดหวั่นเกิดขึ้นเมื่อเธอตระหนักว่านี่คือสถานที่ที่เธอจะต้องใช้ชีวิตต่อจากนี้ “ตั้งแต่วันนี้ไป ที
ภายในงานที่เต็มไปด้วยแขกจำนวนมาก เสียงดนตรีไทยกลับมาบรรเลงอีกครั้ง ท่ามกลางเสียงซุบซิบของแขกผู้ร่วมงานที่ยังคงไม่หายจากความตกใจ พิธีการถูกจัดการขึ้นใหม่อย่างเร่งด่วน ทุกอย่างดูเหมือนจะเป็นปกติภายนอก แต่ภายในใจของเจ้าบ่าวและเจ้าสาวต่างเต็มไปด้วยความสับสนและกดดัน ลูกหยี ในชุดเจ้าสาวสีขาวง







