เข้าสู่ระบบ“ดา...ดาจำได้ว่าตอนที่ดากลับมาจากข้างนอก...”
ดาริกาสบสายตาเฉยชาที่มองมาอย่างไม่รู้เลยสักนิดว่าภายในใจของเตชินกำลังรู้สึกเช่นไรเพราะเขาเก็บมันได้อย่างมิดชิดยากจะทำลายกำแพงที่ก่อขึ้นอย่างแน่นหนาเพื่อให้รู้ว่าเขากำลังรู้สึกเช่นไรก่อนจะเริ่มบอกเล่าให้ชายหนุ่มได้รู้ว่าในวันที่หญิงสาวฟื้นขึ้นมา
เธอจำเรื่องราวอะไรได้บ้างกับความฝันที่หลอกหลอนเธอมากำลังจะปรากฎเป็นความจริงบาองย่างกับอดีต
อดีตเมื่อหกปีก่อน...
ดาริกาก้าวเท้าเข้ามาภายในบ้านพลางสอดสายตามองไปทั่วบ้านที่เงียบสงัดอย่างไม่ตงิดใจเมื่อหญิงสาวพบว่าเป็นเวลาที่ทุกคนต่างเข้านอนกันหมดแล้ว เธอจึงตรงไปยังบันไดเพื่อกลับขึ้นห้องหลังจากออกไปติวหนังสือกับเพื่อนตามปกติที่บ้านของน้ำหวาน แต่แล้วเท้าที่กำลังก้าวขึ้นไปบันไดไปได้เพียงสองก้าวก็ต้องชะงักเมื่อเสียงปืนดังขึ้นที่ห้องทำงานของผู้เป็นพ่อพร้อมกับเสียงกระจกแตก
ปัง! เพล้ง!
หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวด้วยความกลัวก่อนจะรีบเปลี่ยนเป็นวิ่งขึ้นบันไดไปที่ห้องทำงานผู้เป็นพ่อทันทีภายในใจภาวนาไม่ให้พ่อของเธอเป็นอันตรายใดๆ ทั้งสิ้น เมื่อขึ้นมาถึงชั้นสองของบ้านขนาดใหญ่สาวเจ้าก็ออกแรงวิ่งทั้งที่หอบหายใจด้วยความเหนื่อยไปที่ประตูห้องทำงานก่อนจะกระชากมันเปิดออก
ในวินาทีนั้นเธอได้แต่ยืนนิ่งมองภาพเบื้องหน้าด้วยความตกใจซึ่งเป็นเวลาเดียวกับที่ลูกกระสุนจากทางระเบียงลอยผ่านอากาศเฉียดแก้มเธอไปจนเป็นรอยถากได้เลือด หากแต่มันไม่น่ากลัวเท่ากับภาพที่เธอเห็นผู้เป็นพ่อนั่งอยู่บนเก้าอี้มีโลหิตสีแดงไหลทะลักที่ลำคอ บนโต๊ะทำงานมีมีดด้ามหนึ่งเปื้อนเลือดวางอยู่ไม่ห่าง เธอไม่เห็นมือปืนหรือใครอยู่ภายในห้องนอนที่ทุกอย่างจะดับวูบเมื่อสายตาช้อนขึ้นไปสบดวงตาที่เบิกโพลงของผู้เป็นพ่อ
เมื่อดาริกาฟื้นขึ้นมาก็ได้ยินเสียงของคนคุ้นเคยกำลังร้องเรียกชื่อพ่อของเธอพร้อมกับในมือถือมีด สองมือเลอะเปรอะเปื้อนเลือด
‘คุณอา!’
‘พี่โซ…’
หญิงสาวพึมพำเรียกเตโซที่กำลังยืนจับบ่าพ่อของเธอและอีกมือถือมีดซึ่งเต็มไปด้วยเลือดโดยที่ความทรงจำก่อนหน้านี้หายไปเพราะอาการช็อกก่อนจะเลือนสายตามองลงที่ข้อมือของตัวเองซึ่งมีสายเคเบิ้ลไทร์รัดข้อมือเอาไว้แน่น อาการที่ยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่จากอาการช็อกทำให้สาวเจ้าพยายามบิดข้อมือของตัวเองจนผิวขูดไปกับสายเคเบิ้ลไทร์จนบาดลึกขึ้น โลหิตสีแดงค่อยๆ ซึมออกมาไม่ต่างจากภาพที่เธอเห็นเลือดของผู้เป็นพ่อค่อยๆ ไหลซึมออกมาจากบาดแผลที่ถูกปาดที่คอก่อนจะสะดุ้งตกใจกลัวสุดขีดเมื่อเสียงของเตโซเรียกเธอด้วยความตกใจ
‘น้องดา!’
‘ไม่ ไม่นะ อย่าทำดา ไม่ ไม่!’
ดาริกาตะโกนออกมาด้วยความกลัวสุดขีดด้วยเพราะวัยเพียงสิบหกปีพลางพยายามบิดข้อมือตัวเองหวังจะหาทางหนีจากมัจจุราชที่พยายามจำทร้ายเธอด้วยอีกคน ในเวลานั้นสิ่งแรกที่เธอเองคือความจริงที่น่ากลัวเกินกว่าจะฟังหรือเข้าใจเตโซที่ถือมีดเดินเข้ามาหาเธอ
‘เงียบก่อนน้องดา เงียบ น้องดา!’ เตโซตะโกนออกไปด้วยความตกใจรีบพุ่งไปหาดาริกาที่ช่วยพยุงตัวเองลุกขึ้นจากพื้นได้หลังพยายามบิดข้อมือตัวเองให้หลุดจากสายเคเบิ้ลไทร์ไม่สำเร็จ
‘อย่าเข้ามานะ อย่า ฮือ อย่า! พ่อคะ พ่อ!’ ดาริกาตะโกนออกไปอย่างควบคุมสติตัวเองไม่ได้ ภาพในหัวมีเพียงเลือดของตัวเองและของผู้เป็นพ่อพร้อมกับภาพที่เตโซกำลังถือมีดวิ่งตามออกมาหลังเธอฉุกคิดได้ว่าควรจะต้องหนี
หญิงสาวเปลี่ยนจากบิดข้อมือตัวเองดันตัวเองลุกขึ้นก่อนจะวิ่งออกมาจากห้องทำงานของผู้เป็นพ่อพลางตะโกนหาพ่ออย่างเสียสติจนไม่ทันฉุกคิดได้ว่าตัวเองนั้นล้มลงไปนอนหมดสติหากแต่ตื่นขึ้นมาเธอเพียงนิ่งพิงผนังห้องทำงาน เธอปิดหูหลับตาวิ่งหนีเตโซที่ยังคงวิ่งตามพร้อมตะโกนสั่งให้เธอหยุดวิ่งก่อนจะร้องออกไปด้วยความตกใจอย่างได้สติว่าตัวเองกำลังจะตกบันไดเพราะความวิ่งหนีไม่ดูทางอย่างไม่มีสติ
ดาริกาเบิกตาโพลงทั้งที่สองแก้มเต็มไปด้วยหยาดน้ำตาอย่างตกใจเมื่อร่างกายของเธอกำลังลอยอยู่กลางอากาศแล้วตกลงไปตามขั้นบันได ศีรษะกระแทกที่ขอบขั้นบันไดสุดท้ายจากที่กลิ้งตกมาตั้งแต่ขั้นบนสุด เธอหมดสติในทันทีพร้อมกับโลหิตสีแดงไหลซึมออกมาเล็กน้อยซึ่งภาพที่เธอกลิ้งตกบันไดอยู่ในสายตาของเตโซที่หยุดยืนอยู่บนบันไดขั้นบนสุดมองลงมาก่อนจะรีบทิ้งมีดในมือแล้ววิ่งลงไปพร้อมกับคนในบ้านของสาวเจ้าวิ่งกันเข้ามาภายในบ้านหลังใหญ่จากเรือนพักด้านหลัง
‘น้องดา!’
เสียงเรียกอย่างร้อนใจของเตโซช่างปลอมเปลือกสำหรับดาริกาที่สะลึมสะลือขึ้นมามองเขาด้วยความหวาดกลัวและเสียงใจที่สุดเท่าที่เด็กผู้หญิงคนหนึ่งได้เห็นความโหดร้ายจากคนที่พ่อไว้ใจทำร้ายก่อนจะหมดสติไปในที่สุด
บทพิเศษ 2พรหมลิขิตเจนีวา, สวิตเซอร์แลนด์เตโซนั่งมองทิวทัศน์ของเมืองเจนีวาที่หาดทรายเทียมอย่างสบายใจสำหรับวันพักผ่อน หลังจากจบเรื่องของเตชินและดาริกาได้สามเดือน ชายหนุ่มก็ตัดสินใจจองตั๋วมาเที่ยวพักผ่อนที่สวิตเซอร์แลนด์เพียงคนเดียว ทั้งยังเป็นการพักฟื้นจากการที่ได้รับบาดเจ็บเมื่อหลายเดือนก่อนถึงแม้ภายนอกจะดีขึ้นแต่การถูกยิงทะลุหน้าอกก็ไม่ใช่บาดแผลที่จะหายได้ง่ายๆ เขาจึงเลือกที่จะมาพักผ่อนยังประเทศที่มีเสน่ห์อย่างลงตัวระหว่างบ้านเมืองและธรรมชาติที่สวยงาม จากสถานที่ท่องเที่ยวเมืองหลักๆ ทั้งหมดสิบเอ็ดเมือง เขาเดินทางท่องเที่ยวไปแล้วห้าเมืองตลอดหนึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมา และเจนีวาก็คือเมืองที่หกในวันแรกของสัปดาห์ที่สองชายหนุ่มทอดสายตามองความสบายใจที่อยู่เบื้องหน้าก่อนจะทอดสายตามองออกไปยังทะเลสาบเจนีวาก่อนจะดึงสายตาไปยังกลุ่มคนมากมายซึ่งกำลังยืนเกาะกลุ่มล้อมรอบบุคคลที่กำลังเล่นเปียโนให้กับผู้คนที่มาพักผ่อนอยู่ไม่ไกลมากนัก เขามองแล้วค่อยๆ เผลอรอยยิ้มออกมาเมื่อได้ยินเสียงเปียโนแสนไพเราะ เขายังคงมองนักดนตรีเปียโนบรรเลงอย่างไม่คิดหันไปมองสิ่งอื่น ไม่ต่างจากหญิงสาวคนไทยที่กำลังนั่งอยู่บนเก้าถัดไปท
ทว่าก็ต้องชะงักพลางเผยอริมฝีปากออกเล็กน้อยเมื่อสามีกำลังยืนนิ่งถือที่ตรวจครรภ์ยื่นไปตรงหน้าเตโซที่กำลังจะลงไปชั้นล่างเตรียมตัวทานมื้อเช้าก่อนออกไปทำงานที่บริษัท เมื่อในวันนี้ที่ปรึกษาอย่างเตโซจะต้องเข้าร่วมประชุมด้วยสำหรับการต้อนรับลูกค้ารายใหม่ “ดา...ดาท้องคนที่สามแล้วเหรอ” เตโซเอ่ยถามออกไปด้วยความดีใจเมื่อชำเลืองสายตาเลยไปมองน้องสะใภ้ที่กึ่งเดินกึ่งวิ่งตามน้องชายออกจากห้องมา “พี่โซ เอ่อ ค่ะ ดาท้องคนที่สามแล้วค่ะ” เธออึกอักตอบออกไปเพราะยังปรับอารมณ์ไม่ทันกับสถานการณ์ตรงหน้า “กี่เดือนแล้วล่ะ แล้วไปหาหมอหรือยัง เพิ่งตรวจเหรอ” คนเป็นพี่สามียิงคำถามออกมาไม่หยุดจนคนท้องตอบไม่ทันได้แต่ยืนยิ้มแห้งส่งกลับมา “เอ่อ...” เธอไม่รู้จะเริ่มต้นพูดออกไปเช่นไรดี “ห้าล้าน รับขวัญหลาคนที่สาม” คนที่เพิ่งรู้ตัวว่ากำลังจะเป็นคุณพ่อลุกสามกลับไม่สนใจบทสนทนาของภรรยาสาวกับพี่ชาย นอกจากข้อเรียกร้องเมื่อตนมีหลานให้กับพี่ชายที่ตัวเขาเองก็ไม่ทันตั้งตัวกับการมีลูกคนที่สาม แต่เงินไม่ใช่ประเด็นสำหรับเขากับการที่มาบอกพี่ชาย แต่
บทพิเศษ 1 แค่มีดาริกาที่เป็นแม่ของลูก มือหนาปัดเส้นผมที่ตกลงมาปกข้างแก้มของภรรยาสาวที่ยังคงนอนหลับใหลในห้วงนิทราไปเมื่อหนึ่งชั่วโมงก่อนหลังบทรักที่ชายหนุ่มมอบให้เพิ่งจบลง ก่อนจะเคลื่อนใบหน้าเข้าไปใกล้ก่อนจะประทับริมฝีปากลงบนแก้มนวลด้วยความหลงใหล ทว่าเป็นการปลุกให้ดาริกาตื่นจากภวังค์หวานเมื่อริมฝีปากไม่ได้หยุดแค่ที่แก้ม หนำซ้ำมือหนาเริ่มลูบไล้ไปตามเอวคอดที่เปลือยเปล่าไร้อาภรณ์ปกปิด “พี่เต ดาง่วงและเหนื่อยจะแย่แล้วนะคะ” สาวเจ้าพึมพำพลางปรือตาขึ้นมามองสามีหนุ่ม “แต่เมียตัวหอม พี่ทนไม่ไหว” เตชินกระซิบเสียงพร่า เคลื่อนหน้าจากใบหูมายังลำคอขาวลออก่อนจะซุกไซ้ลำคอที่ขึ้นสีแดงระเรื่อจากเครื่องหมายที่แสดงความเป็นเจ้าของ ซึ่งเกิดจากฝีปากร้ายของเขาที่ตีตราเอาไว้ “พี่เตขา เมื่อคืนก็ทั้งคืนแล้วนะคะ ให้ดาได้พักบ้างนะ นะคะ น้า” ดาริกายกมือดันสามีหนุ่มให้ผละออกห่างก่อนจะพูดอ้อมพร้อมสายตาหวานราวกับลูกแมวน้อยที่กำลังอ้อนเจ้านาย “งั้นนอนกอดก็แล้วกัน แต่คืนนี้พี่ไม่ปล่อยเหมือนตอนนี้แน่” เตชินแพ้เสียงหวานและสายตาออดอ้อ
บทส่งท้าย เสียงคลื่นกระทบฝั่งพร้อมสายลมหอบใหญ่ที่พัดเข้าฝั่งปะทะผิวของเตชินที่นั่งอยู่บนหาดทรายสีขาวด้านข้างมีรองเท้าแตะสองคู่วางข้างกันหากแต่อีกหนึ่งคู่ไร้เจ้าของนั่งอยู่ข้างกายชายหนุ่ม เพียงไม่นานเสียงหวานใสเจ้าของรองเท้าแตะดังขึ้นจากด้านหลังของเขา เสียงเท้าก้าวเดินมาทำให้รอยยิ้มบนใบหน้าของเขาคลี่ยิ้มกว้างอย่างรู้ทันก่อนจะหันไปหอมแก้มหญิงสาวเมื่อเธอนั่งลงแล้วโน้มตัวสวมกอดจากด้านหลังพลางเกยคางลงบนบ่าของเขา“คิดถึงพี่เต” ดาริกาคลี่ยิ้มกว้างพูดออกไปเมื่อถูกเตชินขโมยหอมแก้ม“พี่คิดถึงมากกว่า มา มานั่งนี่” เตชินพูดพลางเอี้ยวตัวดึงแขนดาริกาให้เดินอ้อมมานั่งลงด้านหน้าระหว่างขาของชายหนุ่มก่อนจะสวมกอดเมื่อหญิงสาวเอนกายพิงลงมาอย่างทะนุถนอม“ขอบคุณนะคะพี่เต และดาก็ขอโทษที่ทิ้งพี่เตไปแบบนั้น” ดาริกาพูดขึ้นขณะที่นั่งช้อนตัวอยู่ข้างหน้าเตชินโดนที่ถูกเขาสวมกอดพลางใช้มือลูบลงบนหน้าท้องที่นูนขึ้นมาเล็กน้อยตามอายุครรภ์สิบหกสัปดาห์“พี่ไม่เคยโกรธดาเลย มีแต่จะรักและแคร์ดามากกว่า อีกอย่างเรื่องมันก็ผ่านไปสามปีกว่าแล้ว” เตชินกระชับกอดให้ดาริกาได้รู้สึกว่าเขาคิดอย่างที่พูดออกไปเพราะทั้งหมดชายหนุ่มก็มีส่
มีแต่จะใส่อารมณ์ใส่เธอเช่นนี้เสมอเขาผิด ใช่เขาพลาด ใช่เธอหนีไป ก็สมควร แต่ต้องไม่ใช่ตอนนี้ที่เขาจะปล่อยเธอให้หลุดมือไปอีกเป็นแน่ เพราะเขาจะแสดงออกมาให้เธอเห็นว่าสิ่งที่เขาทำความรู้สึกที่มีมันหมายความเช่นไร และความกลัวที่จะเสียเธอไปอีกทำให้เขารีบวิ่งไปกอดรัดหญิงสาวจากทางด้านหลังทันทีเขาจะไม่ยอมปล่อยเธอให้หายไปไหนได้อีกแม้ว่าทั้งเตโซและดาริกาจะโกหกหรือคิดจะเอาคืนเขากับช่วงเวลาที่ผ่านมาจนน่าหงุดหงิดและไม่น่าให้อภัย แต่เขาจะยอมปล่อยผ่านแล้วลืมมันไป เพราะตอนนี้สิ่งสำคัญสำหรับเขาที่ควรจะให้ความใส่ใจมากที่สุดก็คือดาริกา...“ไอ้พี่เต! ปล่อยนะ” ดาริกาขึ้นเสียงพลางดิ้นให้สุดแรงด้วยความตกใจเมื่อถูกเตชินวิ่งเข้ามากอดจากทางด้านหลังอย่างไม่ทันตั้งตัว“ถ้าจะเรียกไอ้ไม่ต้องมีพี่ก็ได้นะ...เดี๋ยวนี้โตขึ้นเยอะเลยนะ” เตชินรัดแขนที่โอบกอดเธอจากด้านหลังแน่ขึ้นเพื่อไม่ให้เธอหลุดออกได้ง่ายๆ พลางพูดทะเล้นใส่“พี่เตปล่อย” เมื่อเห็นว่าเขาไม่คิดจะปล่อยง่ายๆ จึงเสียงเข้มขึ้นพร้อมกับแรงที่พยายามสลัดตัวเองให้หลุดออกจากอ้อมแขนของเขา“พี่ไม่ปล่อย...น้องดา น้องดา ดา!” เตชินปฏิเสธพลางเรียกชื่อของดาริกาเสี
ทันทีที่ได้รับข้อความจากนักสืบว่าดาริกาขึ้นเครื่องแล้วเรียบร้อย เตชินก็แทบจะนั่งรอต่อไม่ไหวเพราะกว่าหนึ่งชั่วโมงครึ่งที่หญิงสาวจะเดินทางมาถึงภูเก็ต และแน่นอนว่าชายหนุ่มเลือกที่จะนั่งรอจนกระทั่งใกล้ถึงเวลาเครื่องลง เขาก็เลือกที่ทำตัวตามปกติเพราะอยากดูว่าพี่ชายของตัวเองคิดจะทำเช่นไรต่อเมื่อสาวเจ้าเดินทางมาถึงเตชินก้าวเดินตรงเข้าไปหาดาริกาทันทีเมื่อเห็นหญิงสาวเดินจับจูงมือเด็กชายตัวน้อยออกมาจากเกทโดยที่ทุกคนทางฝั่งเตโซไม่ทันตั้งตัว กว่าจะรู้ตัวอีกทีก็สายไปแล้วที่จะทำตามแผนไม่ให้เตชินได้เจอหน้าลูกก่อน มิหนำซ้ำยังทำให้ดาริกาตกใจไม่น้อยที่อยู่ๆ เตชินก็พุ่งตัวเข้ามาคว้าแขนของเธอทันทีที่เดินพ้นประตูขาเข้า“น้องดา”“พี่เต!”“เต น้องดา”เตโซร้องเรียกคนทั้งสองด้วยความตกใจและทำอะไรต่อไม่ถูกเมื่อน้องชายของเขาพรวดพราดเข้าไปหาโดยที่เขายังไม่ทันจะตั้งหลักทำตามแผนก่อนจะมองไปที่ดาริกาด้วยสายตาขอโทษกับความผิดพลาดเช่นนี้“แผนพี่จะทำยังไงต่อครับ” เตชินหันไปถามพี่ชายทั้งที่ยังจับแขนของดาริกาไม่ยอมปล่อยและเขาก็ไม่กล้ามองหน้าเด็กชายตัวน้อยที่กำลังเงยหน้ามามองเขาอยู่ด้วยความกลัวและตอนนี้อยากจะคุยกับดาริกามา






![ทวงสิทธิ์รักวิศวะตัวร้าย [เซทแก๊งสิงห์]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)
