หน้าหลัก / โรแมนติก / รักร้าวภรรยา / บทที่ 11 เมื่อฝันค่อยๆ ปรากฏ (5)

แชร์

บทที่ 11 เมื่อฝันค่อยๆ ปรากฏ (5)

ผู้เขียน: กวินทร์แก้ว
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2026-01-15 20:26:27

ภาพสีหน้าเป็นกังวลและหวาดกลัวในความเป็นห่วงกับการที่เห็นลุกสาวของผู้ใหญ่ที่ไว้ใจตกบันไดยังคงติดตามดาริกาจนมาถึงปัจจุบัน เมื่อนึกย้อนกลับไปแล้วทำให้พบว่าตัวเองช่างเป็นคนโง่ที่ตื่นขึ้นมาเห็นว่าตำรวจและหน่วยกู้ภัยกับพยาบาลอยู่เต็มบ้าน โดยที่เธอนั่งอยู่บนโซฟาอย่างคนไร้สติไม่พูดไม่จากับใครเพราะกำลังมึนงงและเจ็บแผลที่ศีรษะ

เธอจำได้ไม่มีลืมเลยว่าเมื่อฟื้นขึ้นมาจากที่ได้รับการปฐมพยาบาลเบื้องต้นแล้วถูกพาตัวมานั่งลงบนโซฟาในห้องนั่งเล่นแล้วหันไปแสงไฟสัญญาณจากรถตำรวจและรถกู้ภัยที่สาดส่องเข้ามาในคฤหาสน์พิทักษ์สกุลบ้านของเธอในยามราตรีที่มืดมิดมากระทบบนตัวหญิงสาวที่นั่งนิ่งอยู่บนโซฟาตัวยาวก่อนจะหันกลับมาแล้วเหม่อมองไปที่รูปผู้เป็นบิดาและมารดาซึ่งแขวนอยู่ด้านบนผนังบ้านหลังใหญ่

สองมือขยุ้มกระโปรงสีขาวจนยับยู่ยี่และเปื้อนไปด้วยของเธอจากข้อมือก่อนจะแอบเบนสายตาไปมองเตโซซึ่งกำลังมองมาด้วยสายตาสงสารแกมกังวลหลังให้ปากคำกับตำรวจเป็นที่เรียบร้อย ทั้งที่รู้ดีว่าเขาคือคนร้ายแต่เธอก็ไร้ปากเสียงเมื่อทุกคนอยู่ในความควบคุมของเขาด้วยคำสั่งก่อนหน้านี้ที่ให้เธอเงียบแล้วเขาจะเป็นคนจัดการเอง เธอรีบเบนสายตากลับไปที่ภาพพ่อและแม่ของเธอทันทีเมื่อเขาเดินเข้ามาหาเธอที่แกล้งนั่งเหม่อราวกับสติไม่อยู่กับเนื้อกับตัวไปเสียแล้วก่อนจะเรียกชื่อเธออย่างอ่อนโยนและอบอุ่น

หากทว่ามันช่างเป็นมีดที่แหลมคมแทงเข้ามาซ้ำที่เดิมเป็นพันครั้งที่หัวใจของเธอ

‘น้องดา’ เตโซค่อย ๆ นั่งลงข้างดาริกาพลางเอ่ยเรียกลูกสาวของเพื่อนผู้เป็นพ่อที่ตอนนี้ไม่รู้ว่าสภาพจิตใจข้างในบอบช้ำมากแค่ไหน

หากทว่าภาพที่เตโซกำลังเป็นกังวลแกมห่วงใยต่อเธอช่างเป็นภาพการแสดงที่น่าสะอิดสะเอียนจนมือเรียวบางกำเข้าหากันแน่นด้วยความโกรธหากแต่ไร้ความแค้นเมื่อคำถามที่ว่าเขาฆ่าพ่อของเธอทำไมผุดขึ้นมาไม่อยุ่ เธอตะโกนถามเขาอยู่ข้างในด้วยความเจ็บปวดไปพร้อมกับน้ำตามากมายที่ไหลรินหากแต่เธอก็ไม่กล้าที่จะเอื้อนเอ่ยออกมาด้วยความกลัว

เธอกลัวเกินกว่าจะมีความกล้า

‘…’ เธอยังคงเอาแต่เหม่อมองไปที่รูปบิดาและมารดาไม่คิดเอื้อนเอ่ยตอบรับคนข้างๆ ด้วยความยากลำบากใจ

‘น้องดา หลังจากวันนี้ไปพี่จะเป็นผู้ปกครองของน้องดา พี่รู้ว่าน้องดาโตแล้ว แต่ตอนนี้คดีกลายเป็นคดีฆาตกรรม พี่เป็นห่วงน้องดา’ เตโซพูดขึ้นต่อทันทีก่อนจะมองตามสายตาของดาริกาจึงไปหยุดที่รูปของเพื่อนผู้เป็นบิดาและภรรยาของท่านแล้วดึงสายตากลับมาที่เธออีกครั้งแล้วค่อยๆ ยิ้มอย่างอ่อนโยนให้กับเธอ

ราวกับว่าเขาไม่ใช่คนร้ายเสียอย่างนั้น

‘...’ เธอยังคงเงียบไม่คิดส่งเสียงออกมาทัง้ที่ข้างในกำลังยืนตะโกนทั้งถามว่าทำไมและต่อว่าเขาที่เป็นคนฆ่าพ่อของเธอ ฉับพลันน้ำตาก็ไหลรินออกมาไร้เสียงสะอื้นไห้ ดวงตาแดงก่ำอย่างอัดอั้นอยู่ในใจและความสะอิดสะเอียนความอ่อนโยนของเขา

‘น้องดา...เดี๋ยวพี่มานะ’ เตโซกำลังจะพูดขึ้นอีกครั้งแต่แล้วก็ต้องเงียบลงเมื่อมีนายตำรวจเรียกเขาผู้ซึ่งเป็นคนสุดท้ายที่อยู่กับบิดาของดาริกา

ทันทีที่ชายหนุ่มลุกขึ้นเดินเข้าไปหานายตำรวจ สายตาที่ว่างเปล่าของดาริกาก็เบนไปมองตามหลังของเตโซซึ่งกำลังเดินตรงไปหานายตำรวจทั้งสองนายที่ยืนอยู่ไม่ห่างจากบันไดทางขึ้นชั้นสอง โดยมีแม่เลี้ยงและลูกติดซึ่งมีศักดิ์เป็นน้องของเธอ

ใช่ ดาริกาได้ยินทุกคำพูดของเตโซและเธอรู้ว่ามันเป็นคดีฆาตกรรมเพราะเธอเองก็คือพยานคนเดียวที่เห็นทุกการกระทำของคนร้าย แต่เขากลับให้ตำรวจปิดเรื่องนี้ด้วยการปล่อยข่าวว่าบิดาของเธอป่วยหนักจนเสียชีวิตเองในห้องทำงาน เธอได้ยินทุกสิ่งที่เขาพูดกับตำรวจและนักข่าวและได้เห็นทุกการกระทำที่ตีสองหน้ากับคนอื่นๆ ได้อย่างราบรื่นจนเธอแทบจะทนไม่ไหวสั่งทำตุ๊กตาทองให้เขาเสียเดี๋ยวนั้น

แม้ตั้งแต่เด็กครอบครัวของเธอกับเขาจะสนิทกันมากแค่ไหนแต่คนที่หญิงสาวสนิทสนมด้วยก็มีเพียงเตชินเท่านั้น ใครๆ ต่างก็รู้เป็นอย่างดี แต่คนที่เข้าออกบ้านของเธอและสนิทกับบิดามากที่สุดคือเตโซเพียงคนเดียวที่แม้แต่เธอก็ยังไม่เข้าใจพ่อของตัวเองที่มักจะเรียกหาแต่เตโซบ่งบอกให้รู้ว่าพ่อของเธอไว้ใจเขามาแค่ไหนและเป็นผู้ชายที่กำลังจะมาเป็นผู้ปกครองของเธอหลังจากนี้ไปแม้จะในเวลาไม่นานตามกฎหมายอายุของเธอในอีกสองปีก็จะบรรลุนิติภาวะแล้วก็ตาม

คงไม่ดีเท่าไรกระมังที่คนคนนี้จะมาเป็นผู้ปกครองและผู้ดูแลมรดกของบิดาเธอ

‘ดา!’ เสียงของศศินชายหนุ่มวัยสิบแปดปีวิ่งเข้ามาภายในบ้านของหญิงสาวด้วยความตื่นตกใจ เมื่อเห็นเจ้าของชื่อที่เรียกแล้วจึงรีบตรงเข้าไปหาด้วยความเป็นห่วงทันที

‘อย่าเพิ่งเข้าไปหาเธอเลยจะดีกว่า’ เตโซซึ่งกำลังสนทนากับตำรวจและทนายประจำครอบครัวของดาริการีบพุ่งไปหาศศินทันทีเมื่อเห็นศศินที่วิ่งเข้ามาภายในบ้านแล้วตรงไปหาดาริกาด้วยท่าทีเคร่งขรึมอย่างชัดเจนว่าไม่ต้องการให้ศศินเข้าไปหาสาวเจ้า

‘ผมเป็นห่วงเธอนะครับ ผมเป็นเพื่อนที่เธอสนิทและไว้ใจ ผมจะเข้าไปหาดา’ ศศินเริ่มโวยวายอย่างไม่พอใจเมื่อไม่ได้ดั่งใจ มองเตโซอย่างไม่เป็นมิตรที่อีกฝ่ายมีท่าทางมีสิทธิ์มีเสียงในตัวดาริกาและบ้านหลังนี้อย่างรวดเร็วเช่นนี้

‘ฉันจะไม่พูดซ้ำ ออกไปซะ!’ เตโซพูดเสียงเข้มขึ้นพลางดันอกศศินให้ออกห่างจากที่เกิดเหตุจนถลาไปชนโต๊ะวางแจกันซึ่งทำให้คนอื่นๆ ต่างหันมามองที่เตโซไม่ต่างจากดาริกาที่หันมามองพลางลุกขึ้นเดินเข้ามาผู้ปกครองคนใหม่ของตัวเองทันที

‘พี่โซ...’ ดาริกากำหมัดแน่นจนเล็บจิกลงบนผิวหนังจนห้อเลือดก่อนจะคลายออกไปคว้าแขนของเตโซ แต่แล้วไม่ทันจะพูดอะไรออกไปนอกจากเรียกเตโซ

อาการปวดศีรษะอย่างรุนแรงก็เล่นงานให้เธอทรุดลงกับพื้นพร้อมกับยกมือขึ้นมากุมศีรษะโดยที่เตโซที่ทรุดลงมาจับบ่าของเธอถามด้วยเสียงกังวลม่ต่างจากน้ำเสียงของศศินที่ดังขึ้นข้างเตโซหากแต่เธอไม่เห็นว่าเพื่อนข้างบ้านคนนี้อยุ่ในท่าทางไหนเมื่อถูกผู้ปกครองคนใหม่บังไม่ให้เข้ามาใกล้เธอ

‘น้องดาเป็นอะไร ปวดหัวเหรอ น้องดาอย่าทำพี่กลัวแบบนี้ น้องดา!’

‘ดา เป็นอะไร อย่าทำเรากลัวนะ’

ดาริกาเอื้อนเอ่ยตอบเตโซออกไปอย่างยากลำบากเพราะอาการปวดศีรษะอย่างรุนแรงราวกับมีคนใช้เชือกมารัดแล้วใช้เครื่องมือบางอย่างบีบจนมันจะระเบิดออกมาให้ได้ก่อนจะหมดสติไปในอ้อมแขนของเตโซ

‘ดาปวดหัวมากพี่โซ เหมือนมันจะระเบิดออกมา ดา...’

‘น้องดา!’

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • รักร้าวภรรยา    บทพิเศษ 2 พรหมลิขิต

    บทพิเศษ 2พรหมลิขิตเจนีวา, สวิตเซอร์แลนด์เตโซนั่งมองทิวทัศน์ของเมืองเจนีวาที่หาดทรายเทียมอย่างสบายใจสำหรับวันพักผ่อน หลังจากจบเรื่องของเตชินและดาริกาได้สามเดือน ชายหนุ่มก็ตัดสินใจจองตั๋วมาเที่ยวพักผ่อนที่สวิตเซอร์แลนด์เพียงคนเดียว ทั้งยังเป็นการพักฟื้นจากการที่ได้รับบาดเจ็บเมื่อหลายเดือนก่อนถึงแม้ภายนอกจะดีขึ้นแต่การถูกยิงทะลุหน้าอกก็ไม่ใช่บาดแผลที่จะหายได้ง่ายๆ เขาจึงเลือกที่จะมาพักผ่อนยังประเทศที่มีเสน่ห์อย่างลงตัวระหว่างบ้านเมืองและธรรมชาติที่สวยงาม จากสถานที่ท่องเที่ยวเมืองหลักๆ ทั้งหมดสิบเอ็ดเมือง เขาเดินทางท่องเที่ยวไปแล้วห้าเมืองตลอดหนึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมา และเจนีวาก็คือเมืองที่หกในวันแรกของสัปดาห์ที่สองชายหนุ่มทอดสายตามองความสบายใจที่อยู่เบื้องหน้าก่อนจะทอดสายตามองออกไปยังทะเลสาบเจนีวาก่อนจะดึงสายตาไปยังกลุ่มคนมากมายซึ่งกำลังยืนเกาะกลุ่มล้อมรอบบุคคลที่กำลังเล่นเปียโนให้กับผู้คนที่มาพักผ่อนอยู่ไม่ไกลมากนัก เขามองแล้วค่อยๆ เผลอรอยยิ้มออกมาเมื่อได้ยินเสียงเปียโนแสนไพเราะ เขายังคงมองนักดนตรีเปียโนบรรเลงอย่างไม่คิดหันไปมองสิ่งอื่น ไม่ต่างจากหญิงสาวคนไทยที่กำลังนั่งอยู่บนเก้าถัดไปท

  • รักร้าวภรรยา    บทพิเศษ 1 แค่มีดาริกาที่เป็นแม่ของลูก (2)

    ทว่าก็ต้องชะงักพลางเผยอริมฝีปากออกเล็กน้อยเมื่อสามีกำลังยืนนิ่งถือที่ตรวจครรภ์ยื่นไปตรงหน้าเตโซที่กำลังจะลงไปชั้นล่างเตรียมตัวทานมื้อเช้าก่อนออกไปทำงานที่บริษัท เมื่อในวันนี้ที่ปรึกษาอย่างเตโซจะต้องเข้าร่วมประชุมด้วยสำหรับการต้อนรับลูกค้ารายใหม่ “ดา...ดาท้องคนที่สามแล้วเหรอ” เตโซเอ่ยถามออกไปด้วยความดีใจเมื่อชำเลืองสายตาเลยไปมองน้องสะใภ้ที่กึ่งเดินกึ่งวิ่งตามน้องชายออกจากห้องมา “พี่โซ เอ่อ ค่ะ ดาท้องคนที่สามแล้วค่ะ” เธออึกอักตอบออกไปเพราะยังปรับอารมณ์ไม่ทันกับสถานการณ์ตรงหน้า “กี่เดือนแล้วล่ะ แล้วไปหาหมอหรือยัง เพิ่งตรวจเหรอ” คนเป็นพี่สามียิงคำถามออกมาไม่หยุดจนคนท้องตอบไม่ทันได้แต่ยืนยิ้มแห้งส่งกลับมา “เอ่อ...” เธอไม่รู้จะเริ่มต้นพูดออกไปเช่นไรดี “ห้าล้าน รับขวัญหลาคนที่สาม” คนที่เพิ่งรู้ตัวว่ากำลังจะเป็นคุณพ่อลุกสามกลับไม่สนใจบทสนทนาของภรรยาสาวกับพี่ชาย นอกจากข้อเรียกร้องเมื่อตนมีหลานให้กับพี่ชายที่ตัวเขาเองก็ไม่ทันตั้งตัวกับการมีลูกคนที่สาม แต่เงินไม่ใช่ประเด็นสำหรับเขากับการที่มาบอกพี่ชาย แต่

  • รักร้าวภรรยา    บทพิเศษ 1 แค่มีดาริกาที่เป็นแม่ของลูก (1)

    บทพิเศษ 1 แค่มีดาริกาที่เป็นแม่ของลูก มือหนาปัดเส้นผมที่ตกลงมาปกข้างแก้มของภรรยาสาวที่ยังคงนอนหลับใหลในห้วงนิทราไปเมื่อหนึ่งชั่วโมงก่อนหลังบทรักที่ชายหนุ่มมอบให้เพิ่งจบลง ก่อนจะเคลื่อนใบหน้าเข้าไปใกล้ก่อนจะประทับริมฝีปากลงบนแก้มนวลด้วยความหลงใหล ทว่าเป็นการปลุกให้ดาริกาตื่นจากภวังค์หวานเมื่อริมฝีปากไม่ได้หยุดแค่ที่แก้ม หนำซ้ำมือหนาเริ่มลูบไล้ไปตามเอวคอดที่เปลือยเปล่าไร้อาภรณ์ปกปิด “พี่เต ดาง่วงและเหนื่อยจะแย่แล้วนะคะ” สาวเจ้าพึมพำพลางปรือตาขึ้นมามองสามีหนุ่ม “แต่เมียตัวหอม พี่ทนไม่ไหว” เตชินกระซิบเสียงพร่า เคลื่อนหน้าจากใบหูมายังลำคอขาวลออก่อนจะซุกไซ้ลำคอที่ขึ้นสีแดงระเรื่อจากเครื่องหมายที่แสดงความเป็นเจ้าของ ซึ่งเกิดจากฝีปากร้ายของเขาที่ตีตราเอาไว้ “พี่เตขา เมื่อคืนก็ทั้งคืนแล้วนะคะ ให้ดาได้พักบ้างนะ นะคะ น้า” ดาริกายกมือดันสามีหนุ่มให้ผละออกห่างก่อนจะพูดอ้อมพร้อมสายตาหวานราวกับลูกแมวน้อยที่กำลังอ้อนเจ้านาย “งั้นนอนกอดก็แล้วกัน แต่คืนนี้พี่ไม่ปล่อยเหมือนตอนนี้แน่” เตชินแพ้เสียงหวานและสายตาออดอ้อ

  • รักร้าวภรรยา    บทส่งท้าย

    บทส่งท้าย เสียงคลื่นกระทบฝั่งพร้อมสายลมหอบใหญ่ที่พัดเข้าฝั่งปะทะผิวของเตชินที่นั่งอยู่บนหาดทรายสีขาวด้านข้างมีรองเท้าแตะสองคู่วางข้างกันหากแต่อีกหนึ่งคู่ไร้เจ้าของนั่งอยู่ข้างกายชายหนุ่ม เพียงไม่นานเสียงหวานใสเจ้าของรองเท้าแตะดังขึ้นจากด้านหลังของเขา เสียงเท้าก้าวเดินมาทำให้รอยยิ้มบนใบหน้าของเขาคลี่ยิ้มกว้างอย่างรู้ทันก่อนจะหันไปหอมแก้มหญิงสาวเมื่อเธอนั่งลงแล้วโน้มตัวสวมกอดจากด้านหลังพลางเกยคางลงบนบ่าของเขา“คิดถึงพี่เต” ดาริกาคลี่ยิ้มกว้างพูดออกไปเมื่อถูกเตชินขโมยหอมแก้ม“พี่คิดถึงมากกว่า มา มานั่งนี่” เตชินพูดพลางเอี้ยวตัวดึงแขนดาริกาให้เดินอ้อมมานั่งลงด้านหน้าระหว่างขาของชายหนุ่มก่อนจะสวมกอดเมื่อหญิงสาวเอนกายพิงลงมาอย่างทะนุถนอม“ขอบคุณนะคะพี่เต และดาก็ขอโทษที่ทิ้งพี่เตไปแบบนั้น” ดาริกาพูดขึ้นขณะที่นั่งช้อนตัวอยู่ข้างหน้าเตชินโดนที่ถูกเขาสวมกอดพลางใช้มือลูบลงบนหน้าท้องที่นูนขึ้นมาเล็กน้อยตามอายุครรภ์สิบหกสัปดาห์“พี่ไม่เคยโกรธดาเลย มีแต่จะรักและแคร์ดามากกว่า อีกอย่างเรื่องมันก็ผ่านไปสามปีกว่าแล้ว” เตชินกระชับกอดให้ดาริกาได้รู้สึกว่าเขาคิดอย่างที่พูดออกไปเพราะทั้งหมดชายหนุ่มก็มีส่

  • รักร้าวภรรยา    บทที่ 27 เอาให้เข็ดแล้วตบท้ายด้วยรัก (3)

    มีแต่จะใส่อารมณ์ใส่เธอเช่นนี้เสมอเขาผิด ใช่เขาพลาด ใช่เธอหนีไป ก็สมควร แต่ต้องไม่ใช่ตอนนี้ที่เขาจะปล่อยเธอให้หลุดมือไปอีกเป็นแน่ เพราะเขาจะแสดงออกมาให้เธอเห็นว่าสิ่งที่เขาทำความรู้สึกที่มีมันหมายความเช่นไร และความกลัวที่จะเสียเธอไปอีกทำให้เขารีบวิ่งไปกอดรัดหญิงสาวจากทางด้านหลังทันทีเขาจะไม่ยอมปล่อยเธอให้หายไปไหนได้อีกแม้ว่าทั้งเตโซและดาริกาจะโกหกหรือคิดจะเอาคืนเขากับช่วงเวลาที่ผ่านมาจนน่าหงุดหงิดและไม่น่าให้อภัย แต่เขาจะยอมปล่อยผ่านแล้วลืมมันไป เพราะตอนนี้สิ่งสำคัญสำหรับเขาที่ควรจะให้ความใส่ใจมากที่สุดก็คือดาริกา...“ไอ้พี่เต! ปล่อยนะ” ดาริกาขึ้นเสียงพลางดิ้นให้สุดแรงด้วยความตกใจเมื่อถูกเตชินวิ่งเข้ามากอดจากทางด้านหลังอย่างไม่ทันตั้งตัว“ถ้าจะเรียกไอ้ไม่ต้องมีพี่ก็ได้นะ...เดี๋ยวนี้โตขึ้นเยอะเลยนะ” เตชินรัดแขนที่โอบกอดเธอจากด้านหลังแน่ขึ้นเพื่อไม่ให้เธอหลุดออกได้ง่ายๆ พลางพูดทะเล้นใส่“พี่เตปล่อย” เมื่อเห็นว่าเขาไม่คิดจะปล่อยง่ายๆ จึงเสียงเข้มขึ้นพร้อมกับแรงที่พยายามสลัดตัวเองให้หลุดออกจากอ้อมแขนของเขา“พี่ไม่ปล่อย...น้องดา น้องดา ดา!” เตชินปฏิเสธพลางเรียกชื่อของดาริกาเสี

  • รักร้าวภรรยา    บทที่ 27 เอาให้เข็ดแล้วตบท้ายด้วยรัก (2)

    ทันทีที่ได้รับข้อความจากนักสืบว่าดาริกาขึ้นเครื่องแล้วเรียบร้อย เตชินก็แทบจะนั่งรอต่อไม่ไหวเพราะกว่าหนึ่งชั่วโมงครึ่งที่หญิงสาวจะเดินทางมาถึงภูเก็ต และแน่นอนว่าชายหนุ่มเลือกที่จะนั่งรอจนกระทั่งใกล้ถึงเวลาเครื่องลง เขาก็เลือกที่ทำตัวตามปกติเพราะอยากดูว่าพี่ชายของตัวเองคิดจะทำเช่นไรต่อเมื่อสาวเจ้าเดินทางมาถึงเตชินก้าวเดินตรงเข้าไปหาดาริกาทันทีเมื่อเห็นหญิงสาวเดินจับจูงมือเด็กชายตัวน้อยออกมาจากเกทโดยที่ทุกคนทางฝั่งเตโซไม่ทันตั้งตัว กว่าจะรู้ตัวอีกทีก็สายไปแล้วที่จะทำตามแผนไม่ให้เตชินได้เจอหน้าลูกก่อน มิหนำซ้ำยังทำให้ดาริกาตกใจไม่น้อยที่อยู่ๆ เตชินก็พุ่งตัวเข้ามาคว้าแขนของเธอทันทีที่เดินพ้นประตูขาเข้า“น้องดา”“พี่เต!”“เต น้องดา”เตโซร้องเรียกคนทั้งสองด้วยความตกใจและทำอะไรต่อไม่ถูกเมื่อน้องชายของเขาพรวดพราดเข้าไปหาโดยที่เขายังไม่ทันจะตั้งหลักทำตามแผนก่อนจะมองไปที่ดาริกาด้วยสายตาขอโทษกับความผิดพลาดเช่นนี้“แผนพี่จะทำยังไงต่อครับ” เตชินหันไปถามพี่ชายทั้งที่ยังจับแขนของดาริกาไม่ยอมปล่อยและเขาก็ไม่กล้ามองหน้าเด็กชายตัวน้อยที่กำลังเงยหน้ามามองเขาอยู่ด้วยความกลัวและตอนนี้อยากจะคุยกับดาริกามา

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status