เข้าสู่ระบบดาริกาเดินออกมาจากห้องน้ำโดยมีผ้าขนหนูพันรอบตัวก่อนจะเดินมาหยุดอยู่หน้ากระจก หญิงสาวมองตัวเองอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเลื่อนสายตาลงไปที่แผลเป็นบนหน้าอก เธอใช้ปลายนิ้วมือข้างซ้ายลูบแผลเป็นไปมาอย่างแผ่วเบา ฉับพลันที่ความทรงจำในอดีตมากมายหลั่งไหลเข้ามาให้ครุ่นคิด
แผลเป็นที่เกิดจากกระสุนนัดเดียวกับที่ยิงเตโซทะลุมาโดนเธอ…
พลันสายตาก็เหลือบไปมองแผลเป็นจางๆ เล็กๆ ที่ข้อมือของตัวเองซึ่งเป็นข้างซ้าย เธอมองรอยแผลเป็นที่เกิดจากสายรัดเคเบิ้ลไทร์ เมื่อยิ่งมองภาพความทรงจำที่เธอพยายามบิดข้อมือจนมันบาดลึกเข้าที่ผิวของเธอเพื่อให้หลุดออกจนสายเคเบิ้ลไทร์ซึ่งจากสีขาวจนกลายเป็นสีเลือดจากเลือดที่ข้อมือของเธอ
“พ่อคะ ดาจำได้แล้ว ดาจำได้ทุกอย่าง ดาจำได้แม้กระทั่งเห็นพี่โซถือมีดที่ปาดคอพ่อ ดาจำได้แล้ว…” หญิงสาวพึมพำกับตัวเองอยู่หน้ากระจกสายตาจ้องมองตัวเองและรอยแผลเป็นที่ได้จากคนที่เคยทำร้ายผู้เป็นพ่อถึงสองครั้งสองครา
“วันนี้ดาจะทำเพื่อพ่อ ดาไม่รู้ว่าพินัยกรรมที่ให้ดาแต่งงานกับพี่เตมันจริงหรือเปล่าแต่วันนี้ดาจะยุติการแต่งงานลงเพื่อพ่อนะคะ” เธอค่อยๆ คลี่ยิ้มบางออกมาเพื่อให้กำลังใจตัวเอง
หญิงสาวมองตัวเองอีกครั้งก่อนจะเดินออกไปสวมใส่ชุดนักศึกษาตามปกติที่ใส่ไปทำงานที่บริษัทในทุกวันพลางให้กำลังใจตัวเองกับวันนี้จะเผชิญหน้ากับเตชินเมื่อเขาพยายามบ่ายเบี่ยงมาตลอด เมื่อเตรียมตัวเรียบร้อยแล้วเธอจึงรีบออกจากคอนโดตรงไปที่บริษัททันทีเพื่อไม่ให้เขาหลบหน้าเธอได้สำเร็จ
เพราะตั้งแต่วันนั้นจนถึงวันนี้ก็ผ่านมาแล้วสองสัปดาห์ที่เตชินใช้ข้ออ้างมากมายในการเลื่อนนัดดินเนอร์กับดาริกาและพยายามหลบหน้าหญิงสาวมาตลอดซึ่งเธอก็สัมผัสได้ ไม่ว่าจะเป็นที่บริษัทหรือที่คอนโดชายหนุ่มก็พยายามหลบเลี่ยงเธอมาตลอดเท่าที่จะทำได้ แม้แต่ยามที่ศศินมาหาเธอถึงหน้าบริษัทเขาก็เลือกที่จะขับรถผ่านไปโดยไม่คิดเข้ามาหาเรื่องอย่างที่เคยทำจนเธอรู้สึกอึดอัดจนทนไม่ไหว ตัดสินใจหาจังหวะที่เขาอยู่ในห้องทำงานเพียงลำพังเดินเข้าไปแล้วล็อกประตูไม่ให้ใครมาขัดจังหวะสิ่งที่เธอจะพูดกับเขาได้
เพราะเธอไม่อยากให้เวลามันยืดเยื้อไปมากกว่านี้ก่อนที่อีกไม่กี่สัปดาห์เธอจะฝึกงานจบและเตรียมตัวยื่นเอกสารเรียนจบกับมหาวิทยาลัยเมื่อลองนับเวลาที่ผ่านมาเหลืออีกสี่สัปดาห์เธอก็จะได้คืนอิสระให้กับและเธอจะได้เดินออกไปจากบ้านของคนที่เธอเหลือไว้เพียงความโกรธให้เท่านั้น
“…” เตชินมองดาริกาที่หันหลังกลับมามองเมื่อล็อกประตูห้องทำงานเรียบร้อย
“หลบหน้ากันทำไมคะ ยังจะกลัวที่จะเผชิญหน้าอะไรอีกคะท่านรองประธานที่เก่งไปซะทุกอย่าง” ดาริกาพูดพลางก้าวเดินตรงไปยังโต๊ะทำงานของชายหนุ่ม
วันนี้เธอจะต้องจบการแต่งงานที่เต็มไปด้วยความไม่ชัดเจนนี้ให้ได้
“ถ้าจะมาหาเรื่องกันก็กลับไปทำงาน” เขาพูดปัดเพื่อไม่ให้เธอได้พูดเรื่องที่อยากพูด
ก็เพราะว่าเขากำลังกลัวอย่างที่เธอกำลังสงสัย
“…อย่าบ่ายเบี่ยงอีกเลยคะ เราต้องคุยกันนะคะ” เธอมองเขาก่อนจะนั่งลงบนเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามกับเขา
“ถ้าเรื่องอื่นก็ไว้ทีหลัง แต่ถ้าเป็นเรื่องงานก็พูดมา” เขาพูดพลางหันกลับไปมองหน้าจอคอมพิวเตอร์อีกครั้งส่วนมือก็เริ่มคีย์ข้อมูลเข้าไปคล้ายกับกำลังบอกให้เธอรู้ว่าเขาจะยอมหยุดฟังก็ต่อเป็นเรื่องงานเท่านั้น
ดาริกามองอากัปกิริยาของเตชินโดยที่ยังไม่ยอมพูดอะไรออกไปเพราะเธอเองก็ลำบากใจที่จะพูดออกไปเช่นกัน แต่ถ้าหากหญิงสาวไม่พูดออกไปตอนนี้ก็เกรงว่าครั้งหน้าเธอจะไม่มีความกล้าและพ่ายแพ้ให้กับเขาในที่สุด เธอมองเขาอย่างรวบรวมความกล้าให้มั่นใจกว่านี้จนในที่สุดเธอพูดเอื้อนเอ่ยออกไปด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“คุณเตชินคะ...เราหย่ากันเถอะค่ะ”
ดาริกาแอบถอดถอนหายใจออกมาเมื่อรวบรวมความกล้าพูดออกไปในที่สุดพลางลอบมองสายตาของเตชินที่ไม่ว่าจะอยุ่ในสถานการณ์ไหนก็ยังคงควบคุมความรู้สึกข้างในได้เป็นอย่างดีไม่ให้ใครรู้ถึงจุดอ่อนได้
“...” เตชินชะงักกึกทั้งสายตาที่กำลังไล่อ่านตัวอักษรและมือที่กำลังบรรจงกดแป้นพิมพ์
เตชินไม่ได้พูดคำใดออกไปทันทีที่ดาริกาพูดจบแต่ก็หยุดทุกการกระทำที่กำลังทำอยู่โดยที่ไม่หันไปมองเธอที่กำลังมองมาอย่างรอคำตอบจากเขา
คำตอบที่เขาเองก็ต้องการมันเมื่อหลายสัปดาห์ก่อนแต่ตอนนี้เขาเปลี่ยนใจนานแล้ว นานมากพอที่จะตัดสินใจว่าควรพูดปฏิเสธออกไปตั้งแต่วันที่เธอต้องการไปดินเนอร์ด้วยกันแล้วแต่เขาก็เลือกที่จะหลบหน้าเธออย่างไม่ใช่ลูกผู้ชาย เผยความหลัวออกไปให้เธอจับได้จนหาโอกาสอย่างในตอนนี้เพื่อไล่ต้อนเขาให้จนมุม
“ตอนนี้ฉันเข้มแข็งพอที่จะเดินออกไปจากชีวิตของคุณ...มันถึงเวลาแล้วที่เราต้องหย่ากัน เพื่อฉันและเพื่อคุณ” เมื่อเห็นเขาชะงักไปแต่ไม่ยอมพูดหรือคิดจะหันกลับมามองเธอ จึงเอื้อนเอ่ยออกไปด้วยน้ำเสียงราบเรียบบ่งบอกให้รู้ว่าเธอพูดขึ้นอย่างจริงจัง
สายตาของเธอยังคงจับจ้องไปที่ใบหน้าด้านข้างของเขาซึ่งไม่ยอมหันกลับมาสบสายตาทั้งที่เมื่อก่อนช่างเป็นคนที่ใช้สายตามองเธอจนมีอิทธิพลต่อหัวใจดวงน้อยจนหวั่นไหวไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง สาวเจ้านั่งรอเขาว่าเมื่อไรจะพูดออกมาหรือต่อให้เขาไม่พูดออกมาด้วยการใช้ความเงียบปฏิเสธแต่เธอก็จะพูดออกไปถึงความต้องการให้เขาได้รู้ว่าเธอพอแล้วกับเรื่องราวระหว่างกันที่มันไม่สามารถบรรจบกันได้
ความรู้สึกของเธอกับเขาไม่สามารถมาบรรจบกันได้ตั้งแต่วันที่เตโซปลิดลมหายใจพ่อของเธอแล้ว
ไม่มีทางบรรจบกันได้...
“ฉันไม่หย่า”
“แต่คุณไม่ได้รักฉัน”
คำพูดที่สวนกลับมาทำให้เตชินชะงักกึกอีกครั้ง คำถามมากมายก่อเกิดขึ้นในหัวของเธอว่าเพราะอะไรเขาถึงไม่หย่ากับคนตรงหน้า ทั้งที่เมื่อหกเดือนก่อนเขาแทบบ้าที่เธอไม่ยอมหย่าให้หลังจากการเสียชีวิตของของพ่อเธอ
ทำไมตอนนี้ถึงไม่อยากหย่ากันนะ...
บทพิเศษ 2พรหมลิขิตเจนีวา, สวิตเซอร์แลนด์เตโซนั่งมองทิวทัศน์ของเมืองเจนีวาที่หาดทรายเทียมอย่างสบายใจสำหรับวันพักผ่อน หลังจากจบเรื่องของเตชินและดาริกาได้สามเดือน ชายหนุ่มก็ตัดสินใจจองตั๋วมาเที่ยวพักผ่อนที่สวิตเซอร์แลนด์เพียงคนเดียว ทั้งยังเป็นการพักฟื้นจากการที่ได้รับบาดเจ็บเมื่อหลายเดือนก่อนถึงแม้ภายนอกจะดีขึ้นแต่การถูกยิงทะลุหน้าอกก็ไม่ใช่บาดแผลที่จะหายได้ง่ายๆ เขาจึงเลือกที่จะมาพักผ่อนยังประเทศที่มีเสน่ห์อย่างลงตัวระหว่างบ้านเมืองและธรรมชาติที่สวยงาม จากสถานที่ท่องเที่ยวเมืองหลักๆ ทั้งหมดสิบเอ็ดเมือง เขาเดินทางท่องเที่ยวไปแล้วห้าเมืองตลอดหนึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมา และเจนีวาก็คือเมืองที่หกในวันแรกของสัปดาห์ที่สองชายหนุ่มทอดสายตามองความสบายใจที่อยู่เบื้องหน้าก่อนจะทอดสายตามองออกไปยังทะเลสาบเจนีวาก่อนจะดึงสายตาไปยังกลุ่มคนมากมายซึ่งกำลังยืนเกาะกลุ่มล้อมรอบบุคคลที่กำลังเล่นเปียโนให้กับผู้คนที่มาพักผ่อนอยู่ไม่ไกลมากนัก เขามองแล้วค่อยๆ เผลอรอยยิ้มออกมาเมื่อได้ยินเสียงเปียโนแสนไพเราะ เขายังคงมองนักดนตรีเปียโนบรรเลงอย่างไม่คิดหันไปมองสิ่งอื่น ไม่ต่างจากหญิงสาวคนไทยที่กำลังนั่งอยู่บนเก้าถัดไปท
ทว่าก็ต้องชะงักพลางเผยอริมฝีปากออกเล็กน้อยเมื่อสามีกำลังยืนนิ่งถือที่ตรวจครรภ์ยื่นไปตรงหน้าเตโซที่กำลังจะลงไปชั้นล่างเตรียมตัวทานมื้อเช้าก่อนออกไปทำงานที่บริษัท เมื่อในวันนี้ที่ปรึกษาอย่างเตโซจะต้องเข้าร่วมประชุมด้วยสำหรับการต้อนรับลูกค้ารายใหม่ “ดา...ดาท้องคนที่สามแล้วเหรอ” เตโซเอ่ยถามออกไปด้วยความดีใจเมื่อชำเลืองสายตาเลยไปมองน้องสะใภ้ที่กึ่งเดินกึ่งวิ่งตามน้องชายออกจากห้องมา “พี่โซ เอ่อ ค่ะ ดาท้องคนที่สามแล้วค่ะ” เธออึกอักตอบออกไปเพราะยังปรับอารมณ์ไม่ทันกับสถานการณ์ตรงหน้า “กี่เดือนแล้วล่ะ แล้วไปหาหมอหรือยัง เพิ่งตรวจเหรอ” คนเป็นพี่สามียิงคำถามออกมาไม่หยุดจนคนท้องตอบไม่ทันได้แต่ยืนยิ้มแห้งส่งกลับมา “เอ่อ...” เธอไม่รู้จะเริ่มต้นพูดออกไปเช่นไรดี “ห้าล้าน รับขวัญหลาคนที่สาม” คนที่เพิ่งรู้ตัวว่ากำลังจะเป็นคุณพ่อลุกสามกลับไม่สนใจบทสนทนาของภรรยาสาวกับพี่ชาย นอกจากข้อเรียกร้องเมื่อตนมีหลานให้กับพี่ชายที่ตัวเขาเองก็ไม่ทันตั้งตัวกับการมีลูกคนที่สาม แต่เงินไม่ใช่ประเด็นสำหรับเขากับการที่มาบอกพี่ชาย แต่
บทพิเศษ 1 แค่มีดาริกาที่เป็นแม่ของลูก มือหนาปัดเส้นผมที่ตกลงมาปกข้างแก้มของภรรยาสาวที่ยังคงนอนหลับใหลในห้วงนิทราไปเมื่อหนึ่งชั่วโมงก่อนหลังบทรักที่ชายหนุ่มมอบให้เพิ่งจบลง ก่อนจะเคลื่อนใบหน้าเข้าไปใกล้ก่อนจะประทับริมฝีปากลงบนแก้มนวลด้วยความหลงใหล ทว่าเป็นการปลุกให้ดาริกาตื่นจากภวังค์หวานเมื่อริมฝีปากไม่ได้หยุดแค่ที่แก้ม หนำซ้ำมือหนาเริ่มลูบไล้ไปตามเอวคอดที่เปลือยเปล่าไร้อาภรณ์ปกปิด “พี่เต ดาง่วงและเหนื่อยจะแย่แล้วนะคะ” สาวเจ้าพึมพำพลางปรือตาขึ้นมามองสามีหนุ่ม “แต่เมียตัวหอม พี่ทนไม่ไหว” เตชินกระซิบเสียงพร่า เคลื่อนหน้าจากใบหูมายังลำคอขาวลออก่อนจะซุกไซ้ลำคอที่ขึ้นสีแดงระเรื่อจากเครื่องหมายที่แสดงความเป็นเจ้าของ ซึ่งเกิดจากฝีปากร้ายของเขาที่ตีตราเอาไว้ “พี่เตขา เมื่อคืนก็ทั้งคืนแล้วนะคะ ให้ดาได้พักบ้างนะ นะคะ น้า” ดาริกายกมือดันสามีหนุ่มให้ผละออกห่างก่อนจะพูดอ้อมพร้อมสายตาหวานราวกับลูกแมวน้อยที่กำลังอ้อนเจ้านาย “งั้นนอนกอดก็แล้วกัน แต่คืนนี้พี่ไม่ปล่อยเหมือนตอนนี้แน่” เตชินแพ้เสียงหวานและสายตาออดอ้อ
บทส่งท้าย เสียงคลื่นกระทบฝั่งพร้อมสายลมหอบใหญ่ที่พัดเข้าฝั่งปะทะผิวของเตชินที่นั่งอยู่บนหาดทรายสีขาวด้านข้างมีรองเท้าแตะสองคู่วางข้างกันหากแต่อีกหนึ่งคู่ไร้เจ้าของนั่งอยู่ข้างกายชายหนุ่ม เพียงไม่นานเสียงหวานใสเจ้าของรองเท้าแตะดังขึ้นจากด้านหลังของเขา เสียงเท้าก้าวเดินมาทำให้รอยยิ้มบนใบหน้าของเขาคลี่ยิ้มกว้างอย่างรู้ทันก่อนจะหันไปหอมแก้มหญิงสาวเมื่อเธอนั่งลงแล้วโน้มตัวสวมกอดจากด้านหลังพลางเกยคางลงบนบ่าของเขา“คิดถึงพี่เต” ดาริกาคลี่ยิ้มกว้างพูดออกไปเมื่อถูกเตชินขโมยหอมแก้ม“พี่คิดถึงมากกว่า มา มานั่งนี่” เตชินพูดพลางเอี้ยวตัวดึงแขนดาริกาให้เดินอ้อมมานั่งลงด้านหน้าระหว่างขาของชายหนุ่มก่อนจะสวมกอดเมื่อหญิงสาวเอนกายพิงลงมาอย่างทะนุถนอม“ขอบคุณนะคะพี่เต และดาก็ขอโทษที่ทิ้งพี่เตไปแบบนั้น” ดาริกาพูดขึ้นขณะที่นั่งช้อนตัวอยู่ข้างหน้าเตชินโดนที่ถูกเขาสวมกอดพลางใช้มือลูบลงบนหน้าท้องที่นูนขึ้นมาเล็กน้อยตามอายุครรภ์สิบหกสัปดาห์“พี่ไม่เคยโกรธดาเลย มีแต่จะรักและแคร์ดามากกว่า อีกอย่างเรื่องมันก็ผ่านไปสามปีกว่าแล้ว” เตชินกระชับกอดให้ดาริกาได้รู้สึกว่าเขาคิดอย่างที่พูดออกไปเพราะทั้งหมดชายหนุ่มก็มีส่
มีแต่จะใส่อารมณ์ใส่เธอเช่นนี้เสมอเขาผิด ใช่เขาพลาด ใช่เธอหนีไป ก็สมควร แต่ต้องไม่ใช่ตอนนี้ที่เขาจะปล่อยเธอให้หลุดมือไปอีกเป็นแน่ เพราะเขาจะแสดงออกมาให้เธอเห็นว่าสิ่งที่เขาทำความรู้สึกที่มีมันหมายความเช่นไร และความกลัวที่จะเสียเธอไปอีกทำให้เขารีบวิ่งไปกอดรัดหญิงสาวจากทางด้านหลังทันทีเขาจะไม่ยอมปล่อยเธอให้หายไปไหนได้อีกแม้ว่าทั้งเตโซและดาริกาจะโกหกหรือคิดจะเอาคืนเขากับช่วงเวลาที่ผ่านมาจนน่าหงุดหงิดและไม่น่าให้อภัย แต่เขาจะยอมปล่อยผ่านแล้วลืมมันไป เพราะตอนนี้สิ่งสำคัญสำหรับเขาที่ควรจะให้ความใส่ใจมากที่สุดก็คือดาริกา...“ไอ้พี่เต! ปล่อยนะ” ดาริกาขึ้นเสียงพลางดิ้นให้สุดแรงด้วยความตกใจเมื่อถูกเตชินวิ่งเข้ามากอดจากทางด้านหลังอย่างไม่ทันตั้งตัว“ถ้าจะเรียกไอ้ไม่ต้องมีพี่ก็ได้นะ...เดี๋ยวนี้โตขึ้นเยอะเลยนะ” เตชินรัดแขนที่โอบกอดเธอจากด้านหลังแน่ขึ้นเพื่อไม่ให้เธอหลุดออกได้ง่ายๆ พลางพูดทะเล้นใส่“พี่เตปล่อย” เมื่อเห็นว่าเขาไม่คิดจะปล่อยง่ายๆ จึงเสียงเข้มขึ้นพร้อมกับแรงที่พยายามสลัดตัวเองให้หลุดออกจากอ้อมแขนของเขา“พี่ไม่ปล่อย...น้องดา น้องดา ดา!” เตชินปฏิเสธพลางเรียกชื่อของดาริกาเสี
ทันทีที่ได้รับข้อความจากนักสืบว่าดาริกาขึ้นเครื่องแล้วเรียบร้อย เตชินก็แทบจะนั่งรอต่อไม่ไหวเพราะกว่าหนึ่งชั่วโมงครึ่งที่หญิงสาวจะเดินทางมาถึงภูเก็ต และแน่นอนว่าชายหนุ่มเลือกที่จะนั่งรอจนกระทั่งใกล้ถึงเวลาเครื่องลง เขาก็เลือกที่ทำตัวตามปกติเพราะอยากดูว่าพี่ชายของตัวเองคิดจะทำเช่นไรต่อเมื่อสาวเจ้าเดินทางมาถึงเตชินก้าวเดินตรงเข้าไปหาดาริกาทันทีเมื่อเห็นหญิงสาวเดินจับจูงมือเด็กชายตัวน้อยออกมาจากเกทโดยที่ทุกคนทางฝั่งเตโซไม่ทันตั้งตัว กว่าจะรู้ตัวอีกทีก็สายไปแล้วที่จะทำตามแผนไม่ให้เตชินได้เจอหน้าลูกก่อน มิหนำซ้ำยังทำให้ดาริกาตกใจไม่น้อยที่อยู่ๆ เตชินก็พุ่งตัวเข้ามาคว้าแขนของเธอทันทีที่เดินพ้นประตูขาเข้า“น้องดา”“พี่เต!”“เต น้องดา”เตโซร้องเรียกคนทั้งสองด้วยความตกใจและทำอะไรต่อไม่ถูกเมื่อน้องชายของเขาพรวดพราดเข้าไปหาโดยที่เขายังไม่ทันจะตั้งหลักทำตามแผนก่อนจะมองไปที่ดาริกาด้วยสายตาขอโทษกับความผิดพลาดเช่นนี้“แผนพี่จะทำยังไงต่อครับ” เตชินหันไปถามพี่ชายทั้งที่ยังจับแขนของดาริกาไม่ยอมปล่อยและเขาก็ไม่กล้ามองหน้าเด็กชายตัวน้อยที่กำลังเงยหน้ามามองเขาอยู่ด้วยความกลัวและตอนนี้อยากจะคุยกับดาริกามา







