เข้าสู่ระบบบทที่ 12
หย่าไม่หย่า
เตชินนั่งเงียบไม่เอื้อนเอ่ยคำใดออกไประหว่างที่นั่งฟังดาริกาค่อยพูดถึงอดีตเมื่อหกปีออกมาด้วยน้ำเสียงสั่นเครืออย่างเก็บกักความรู้สึกเจ็บปวดเสียใจไม่ต่างจากชายหนุ่มที่ได้รู้ว่าพี่ชายตัวเองเป็นฆาตกร เขามองสบดวงตาที่แดงก่ำของหญิงสาวที่มองมาอย่างไม่หลบสายตาบ่งบอกให้รู้ว่าความทรงจำของเธอกลับมาทั้งหมดแล้ว
ทั้งหมดที่แสดงให้เห็นโดยไม่ต้องพูดออกมาว่าเธอทั้งโกรธทั้งเกลียดแต่ก็รักเขากับเตโซในเวลาเดียวกัน ซึ่งมันทำให้เขารู้สึกหมดเรี่ยวแรงที่จะรับมือกับสิ่งที่จะเกิดขึ้นหลังจากนี้เพราะเขาเพิ่งรู้ซึ้งแล้วว่าสิ่งที่ตัดสินใจทำตั้งแต่แรกมันผิดมาตลอดอย่างที่รินนราถามเขาว่ามันถูกต้องแล้วหรือ ใช่เขาเพิ่งรู้ตัวเมื่อสายเกินไปแล้ว เพิ่งรู้ว่าหัวใจกำลังโหยหาเธอมากกว่าจะผลักไสเธอไปเพราะความรู้สึกผิดไม่อยากให้เธอทนทุกข์กับครอบครัวที่ฆ่าพ่อของเธอไปตลอดชีวิตหากแต่พอถึงเวลาที่เธอจะต้องเดินจากไปเขาก็ไม่พร้อมรับมือ...
เขาไม่พร้อมที่จะเสียเธอไปในตอนนี้
และความเห็นแก่ตัวของเขาก็มีมากเกินกว่าความรู้สึกผิดเมื่อเตชินไม่คิดจะปล่อยเธอไปแม้จะรู้ว่าการตัดสินใจใหม่ในครั้งนี้ของเขาจะทำให้เธอเกลียดเขาก็เป็นได้
“สิ่งที่ดาพูดออกไปถึงเหตุการณ์เมื่อหกปีก่อนพี่เตก็คงรู้มาตั้งแต่แรกถึงได้ทำเป็นเกลียดดาเพื่อให้ดาเลือกที่จะเดินออกไปจากชีวิตพี่ เพราะพี่เตรู้จักดาดีกว่าใคร ผู้หญิงอย่างดาที่ทำเพื่อคนอื่นอยากให้คนอื่นมีความสุขมากกว่าความต้องการของตัวเอง...” เธอพูดขึ้นเมื่อเห็นเตชินไม่พูดคำใดออกมาก่อนจะเงียบลงอย่างข่มน้ำเสียงที่สั่นเครือ
“…” เตชินเงียบฟังอย่างข่มอารมณ์ตัวเองไม่ให้เดือดดาลออกไปด้วยความกลัวคำบางคำ
“แน่นอนว่าดาจะต้องเดินออกไปเพื่อคืนอิสระให้พี่เต ขอบคุณนะคะพี่เต เพราะความรู้สึกผิดของพี่เตแทนพี่โซมันได้ผลดีเลยคะ ขอบคุณนะคะคุณเต” เธอพูดออกไปอย่างข่มอารมณ์ความรู้สึกของตัวเองเพราะตอนนี้เธอทั้งเจ็บปวดทั้งโกรธเกลียดในเวลาเดียวกันไม่ต่างจากเมื่อหกปีก่อน
ยิ่งสรรพนามที่เธอเรียกด้วยน้ำเสียงเข้มขึ้นยิ่งตอกย้ำให้รู้ว่าทุกอย่างสายไปแล้วสำหรับเตชิน
“เธอกำลังจะพูดอะไรดาริกา” เขาถามทั้งที่รู้อยู่แก่ใจดีด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งที่สุดหากทว่าภายในใจกำลังเดือดดาลเต้นกระหน่ำด้วยความกลัว
“…เย็นนี้ดาอยากไปดินเนอร์กับพี่ ได้ไหมคะ พี่เตพอจะมีเวลาให้ดาได้ไหม” เธอคลี่ยิ้มบางก่อนจะเอ่ยถามออกไปแทน
เพราะเธอเองก็ยังไม่พร้อมที่จะพูด ‘คำนั้น’ ออกไปในตอนนี้ เธอเองก็ยังไม่พร้อมที่จะมีความกล้าพูดออกไปยังไม่พร้อมที่จะทำใจอย่างกะทันหันในตอนนี้จริงๆ เธอขอเวลาทบทวนอีกสักนิดอย่างเห็นแก่ตัวกับครั้งสุดท้ายที่เธอจะเอาแต่ใจรั้งเข้าเอาไว้ข้างกาย
ก่อนที่หลังจากคืนนี้ไปจะไม่มีเขาอีกต่อไป...
“อืม ได้” เตชินขมวดคิ้วไม่เข้าใจแต่ก็ตอบรับกลับไปอย่างง่ายดายพลางรู้สึกโหวงอยู่ข้างในหัวใจและรู้สึกไม่ดีเอาเสียเลย
หรืออาจเพราะรู้อยู่แล้วว่าจะเกิดอะไรขึ้นแต่ไม่ว่าอย่างไรหรือจะเกิดเหตุการณ์ที่เขากำลังกลัวอบู่ขึ้นมาจริงๆ เขาก็จะยอมกลายเป็นคนร้ายในสายตาเธอเพื่อรั้งให้เธอยังอยู่ในสายตาของเขาแบบนี้ไปเรื่อยๆ ไม่ว่าเธอจะพยายามบินหนีอีกสักครั้งเขาก็จะขังเธอเอาไว้อย่างไม่รู้จักเหนื่อย
เพราะเขาเสียเธอไปไม่ได้จริงๆ ไม่ว่าจะตอนนี้หรืออนาคต
“แล้วก็...ดายอมรับว่าตอนนั้นดาทั้งโกรธทั้งเกลียดพี่โซจนรู้สึกสะอิดสะเอียดกับการกระทำที่แสแสร้งของพี่โซ แต่ตลอดเวลาหกปีที่ผ่านมาที่พี่โซดูแลดามันอาจจะลบล้างกันไม่ได้แต่ความโกรธความเกลียดที่ดาเคยมีก็เหลือแต่ความโกรธเท่านั้น ดาแค่บอกให้รู้ว่าเตกำลังรู้สึกยังไงกับพี่ชายของพี่เต” เธอทำท่าจะลุกขึ้นแต่แล้วก็ต้องเปลี่ยนใจก่อนจะพูดสิ่งที่กำลังรู้สึกออกไปให้เตชินได้รู้
“ฉันรู้...” เตชินตอบรับเสียงเรียบเรื่อยก่อนจะทำท่าอ้าปากคล้ายจะพูดแต่แล้วก็ต้องเปลี่ยนใจไม่พูดมันออกไป
“สถานที่ดินเนอร์ดาให้พี่เตเป็นคนเลือกก็แล้วกันนะคะ” ดาริกามองอากัปกกิริยาที่เฉยชาของเขาอยู่ครู่ก่อนจะลุกขึ้นจากเก้าอี้เดินกลับไปที่โต๊ะทำงานของตัวเอง
เตชินมองตามดาริกาที่เบนสายตากลับมามองชายหนุ่มก่อนจะดึงสายตากลับไปที่แฟ้มเอกสารบนโต๊ะแทน เขามองหญิงสาวด้วยสีหน้าและแววตาราบเรียบไม่แสกงความรู้สึกใดๆ ออกไปทั้งสิ้นแตกต่างจากข้างในซึ่งกำลังถูกมีดที่เตโซใช้ปลิดชีพพ่อของเธอทิ่มแทงลงบนหัวใจที่พยายามก่อกำแพงให้ตัวเองใจแข็งผลักไสเธอไปก่อนหน้านี้ให้ทลายลงอย่างไม่เป็นชิ้นดี ฉับพลันดวงตาที่เฉยชาของเตชินค่อยๆ อ่อนลงแปรเปลี่ยนเป็นความเจ็บปวดและถวิลหา
เมื่อได้รู้แล้วว่าตอนนี้ดาริกาอยู่ไกลเกินไปที่จะเอื้อมมือรั้งเธอให้เข้ามาใกล้กว่าที่เคยผ่านมา
ทว่า ความรู้สึกของเขากำลังเดินสวนทางกับความรู้สึกของเธอ เมื่อเธอกำลังข่มอารมณ์ความรู้สึกของตัวเองให้เข้มแข็งมากพอจะเดินจากเขาไปให้ไกลแสนไกล
แม้ชีวิตของเตโซที่ใช้ปกป้องเธออย่างไม่เข้าใจจะลบล้างความเกลียดชังที่เธอมีไปจนหมดสิ้นแต่เธอก็โกรธที่เขามาทำให้รู้สึกรักและเคารพเหมือนเขาเป็นพี่ชายแท้ๆ คนหนึ่งอย่างเชื่อหมดหัวใจ น้ำตาที่เธอเสียไปในวันนี้เตโซหมดลมหายใจถือเป็นการลบล้างชีวิตที่เตโซทำลายไป
เธอจึงเลือกที่จะเหลือความโกรธให้เตชินได้ฉุกคิดว่าพวกเขาทำผิดต่อเธอมากแค่ไหน เพราะถ้าเธอไม่โกรธพวกเขาและเลือกที่จะเกลียดชังซึ่งแสดงให้รู้ว่าความรู้สึกดีๆ ที่มีให้มันถูกทำลายจนหมดสิ้น ซึ่งเขารู้ดีว่าการที่เธอเลือกที่จะโกรธก็คือความรู้สึกที่เธอใส่ใจในความสัมพันธ์ตลอดหกปีที่ผ่านมา และยิ่งไปกว่านั้นที่เปรียบดังมีดเล่มที่สองแสนแหลมคมแทงเข้ามาเมื่อเธอให้ความสำคัญกับความสัมพันธ์ตลอดหกปีที่ผ่านมากับเตโซมากแค่ไหน
หากพูดออกมาเป็นคำพูดก็คงหมายถึงเธอไว้ใจและเชื่อใจฆาตกรที่ฆ่าพ่อของเธอหมดหัวใจ
บทพิเศษ 2พรหมลิขิตเจนีวา, สวิตเซอร์แลนด์เตโซนั่งมองทิวทัศน์ของเมืองเจนีวาที่หาดทรายเทียมอย่างสบายใจสำหรับวันพักผ่อน หลังจากจบเรื่องของเตชินและดาริกาได้สามเดือน ชายหนุ่มก็ตัดสินใจจองตั๋วมาเที่ยวพักผ่อนที่สวิตเซอร์แลนด์เพียงคนเดียว ทั้งยังเป็นการพักฟื้นจากการที่ได้รับบาดเจ็บเมื่อหลายเดือนก่อนถึงแม้ภายนอกจะดีขึ้นแต่การถูกยิงทะลุหน้าอกก็ไม่ใช่บาดแผลที่จะหายได้ง่ายๆ เขาจึงเลือกที่จะมาพักผ่อนยังประเทศที่มีเสน่ห์อย่างลงตัวระหว่างบ้านเมืองและธรรมชาติที่สวยงาม จากสถานที่ท่องเที่ยวเมืองหลักๆ ทั้งหมดสิบเอ็ดเมือง เขาเดินทางท่องเที่ยวไปแล้วห้าเมืองตลอดหนึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมา และเจนีวาก็คือเมืองที่หกในวันแรกของสัปดาห์ที่สองชายหนุ่มทอดสายตามองความสบายใจที่อยู่เบื้องหน้าก่อนจะทอดสายตามองออกไปยังทะเลสาบเจนีวาก่อนจะดึงสายตาไปยังกลุ่มคนมากมายซึ่งกำลังยืนเกาะกลุ่มล้อมรอบบุคคลที่กำลังเล่นเปียโนให้กับผู้คนที่มาพักผ่อนอยู่ไม่ไกลมากนัก เขามองแล้วค่อยๆ เผลอรอยยิ้มออกมาเมื่อได้ยินเสียงเปียโนแสนไพเราะ เขายังคงมองนักดนตรีเปียโนบรรเลงอย่างไม่คิดหันไปมองสิ่งอื่น ไม่ต่างจากหญิงสาวคนไทยที่กำลังนั่งอยู่บนเก้าถัดไปท
ทว่าก็ต้องชะงักพลางเผยอริมฝีปากออกเล็กน้อยเมื่อสามีกำลังยืนนิ่งถือที่ตรวจครรภ์ยื่นไปตรงหน้าเตโซที่กำลังจะลงไปชั้นล่างเตรียมตัวทานมื้อเช้าก่อนออกไปทำงานที่บริษัท เมื่อในวันนี้ที่ปรึกษาอย่างเตโซจะต้องเข้าร่วมประชุมด้วยสำหรับการต้อนรับลูกค้ารายใหม่ “ดา...ดาท้องคนที่สามแล้วเหรอ” เตโซเอ่ยถามออกไปด้วยความดีใจเมื่อชำเลืองสายตาเลยไปมองน้องสะใภ้ที่กึ่งเดินกึ่งวิ่งตามน้องชายออกจากห้องมา “พี่โซ เอ่อ ค่ะ ดาท้องคนที่สามแล้วค่ะ” เธออึกอักตอบออกไปเพราะยังปรับอารมณ์ไม่ทันกับสถานการณ์ตรงหน้า “กี่เดือนแล้วล่ะ แล้วไปหาหมอหรือยัง เพิ่งตรวจเหรอ” คนเป็นพี่สามียิงคำถามออกมาไม่หยุดจนคนท้องตอบไม่ทันได้แต่ยืนยิ้มแห้งส่งกลับมา “เอ่อ...” เธอไม่รู้จะเริ่มต้นพูดออกไปเช่นไรดี “ห้าล้าน รับขวัญหลาคนที่สาม” คนที่เพิ่งรู้ตัวว่ากำลังจะเป็นคุณพ่อลุกสามกลับไม่สนใจบทสนทนาของภรรยาสาวกับพี่ชาย นอกจากข้อเรียกร้องเมื่อตนมีหลานให้กับพี่ชายที่ตัวเขาเองก็ไม่ทันตั้งตัวกับการมีลูกคนที่สาม แต่เงินไม่ใช่ประเด็นสำหรับเขากับการที่มาบอกพี่ชาย แต่
บทพิเศษ 1 แค่มีดาริกาที่เป็นแม่ของลูก มือหนาปัดเส้นผมที่ตกลงมาปกข้างแก้มของภรรยาสาวที่ยังคงนอนหลับใหลในห้วงนิทราไปเมื่อหนึ่งชั่วโมงก่อนหลังบทรักที่ชายหนุ่มมอบให้เพิ่งจบลง ก่อนจะเคลื่อนใบหน้าเข้าไปใกล้ก่อนจะประทับริมฝีปากลงบนแก้มนวลด้วยความหลงใหล ทว่าเป็นการปลุกให้ดาริกาตื่นจากภวังค์หวานเมื่อริมฝีปากไม่ได้หยุดแค่ที่แก้ม หนำซ้ำมือหนาเริ่มลูบไล้ไปตามเอวคอดที่เปลือยเปล่าไร้อาภรณ์ปกปิด “พี่เต ดาง่วงและเหนื่อยจะแย่แล้วนะคะ” สาวเจ้าพึมพำพลางปรือตาขึ้นมามองสามีหนุ่ม “แต่เมียตัวหอม พี่ทนไม่ไหว” เตชินกระซิบเสียงพร่า เคลื่อนหน้าจากใบหูมายังลำคอขาวลออก่อนจะซุกไซ้ลำคอที่ขึ้นสีแดงระเรื่อจากเครื่องหมายที่แสดงความเป็นเจ้าของ ซึ่งเกิดจากฝีปากร้ายของเขาที่ตีตราเอาไว้ “พี่เตขา เมื่อคืนก็ทั้งคืนแล้วนะคะ ให้ดาได้พักบ้างนะ นะคะ น้า” ดาริกายกมือดันสามีหนุ่มให้ผละออกห่างก่อนจะพูดอ้อมพร้อมสายตาหวานราวกับลูกแมวน้อยที่กำลังอ้อนเจ้านาย “งั้นนอนกอดก็แล้วกัน แต่คืนนี้พี่ไม่ปล่อยเหมือนตอนนี้แน่” เตชินแพ้เสียงหวานและสายตาออดอ้อ
บทส่งท้าย เสียงคลื่นกระทบฝั่งพร้อมสายลมหอบใหญ่ที่พัดเข้าฝั่งปะทะผิวของเตชินที่นั่งอยู่บนหาดทรายสีขาวด้านข้างมีรองเท้าแตะสองคู่วางข้างกันหากแต่อีกหนึ่งคู่ไร้เจ้าของนั่งอยู่ข้างกายชายหนุ่ม เพียงไม่นานเสียงหวานใสเจ้าของรองเท้าแตะดังขึ้นจากด้านหลังของเขา เสียงเท้าก้าวเดินมาทำให้รอยยิ้มบนใบหน้าของเขาคลี่ยิ้มกว้างอย่างรู้ทันก่อนจะหันไปหอมแก้มหญิงสาวเมื่อเธอนั่งลงแล้วโน้มตัวสวมกอดจากด้านหลังพลางเกยคางลงบนบ่าของเขา“คิดถึงพี่เต” ดาริกาคลี่ยิ้มกว้างพูดออกไปเมื่อถูกเตชินขโมยหอมแก้ม“พี่คิดถึงมากกว่า มา มานั่งนี่” เตชินพูดพลางเอี้ยวตัวดึงแขนดาริกาให้เดินอ้อมมานั่งลงด้านหน้าระหว่างขาของชายหนุ่มก่อนจะสวมกอดเมื่อหญิงสาวเอนกายพิงลงมาอย่างทะนุถนอม“ขอบคุณนะคะพี่เต และดาก็ขอโทษที่ทิ้งพี่เตไปแบบนั้น” ดาริกาพูดขึ้นขณะที่นั่งช้อนตัวอยู่ข้างหน้าเตชินโดนที่ถูกเขาสวมกอดพลางใช้มือลูบลงบนหน้าท้องที่นูนขึ้นมาเล็กน้อยตามอายุครรภ์สิบหกสัปดาห์“พี่ไม่เคยโกรธดาเลย มีแต่จะรักและแคร์ดามากกว่า อีกอย่างเรื่องมันก็ผ่านไปสามปีกว่าแล้ว” เตชินกระชับกอดให้ดาริกาได้รู้สึกว่าเขาคิดอย่างที่พูดออกไปเพราะทั้งหมดชายหนุ่มก็มีส่
มีแต่จะใส่อารมณ์ใส่เธอเช่นนี้เสมอเขาผิด ใช่เขาพลาด ใช่เธอหนีไป ก็สมควร แต่ต้องไม่ใช่ตอนนี้ที่เขาจะปล่อยเธอให้หลุดมือไปอีกเป็นแน่ เพราะเขาจะแสดงออกมาให้เธอเห็นว่าสิ่งที่เขาทำความรู้สึกที่มีมันหมายความเช่นไร และความกลัวที่จะเสียเธอไปอีกทำให้เขารีบวิ่งไปกอดรัดหญิงสาวจากทางด้านหลังทันทีเขาจะไม่ยอมปล่อยเธอให้หายไปไหนได้อีกแม้ว่าทั้งเตโซและดาริกาจะโกหกหรือคิดจะเอาคืนเขากับช่วงเวลาที่ผ่านมาจนน่าหงุดหงิดและไม่น่าให้อภัย แต่เขาจะยอมปล่อยผ่านแล้วลืมมันไป เพราะตอนนี้สิ่งสำคัญสำหรับเขาที่ควรจะให้ความใส่ใจมากที่สุดก็คือดาริกา...“ไอ้พี่เต! ปล่อยนะ” ดาริกาขึ้นเสียงพลางดิ้นให้สุดแรงด้วยความตกใจเมื่อถูกเตชินวิ่งเข้ามากอดจากทางด้านหลังอย่างไม่ทันตั้งตัว“ถ้าจะเรียกไอ้ไม่ต้องมีพี่ก็ได้นะ...เดี๋ยวนี้โตขึ้นเยอะเลยนะ” เตชินรัดแขนที่โอบกอดเธอจากด้านหลังแน่ขึ้นเพื่อไม่ให้เธอหลุดออกได้ง่ายๆ พลางพูดทะเล้นใส่“พี่เตปล่อย” เมื่อเห็นว่าเขาไม่คิดจะปล่อยง่ายๆ จึงเสียงเข้มขึ้นพร้อมกับแรงที่พยายามสลัดตัวเองให้หลุดออกจากอ้อมแขนของเขา“พี่ไม่ปล่อย...น้องดา น้องดา ดา!” เตชินปฏิเสธพลางเรียกชื่อของดาริกาเสี
ทันทีที่ได้รับข้อความจากนักสืบว่าดาริกาขึ้นเครื่องแล้วเรียบร้อย เตชินก็แทบจะนั่งรอต่อไม่ไหวเพราะกว่าหนึ่งชั่วโมงครึ่งที่หญิงสาวจะเดินทางมาถึงภูเก็ต และแน่นอนว่าชายหนุ่มเลือกที่จะนั่งรอจนกระทั่งใกล้ถึงเวลาเครื่องลง เขาก็เลือกที่ทำตัวตามปกติเพราะอยากดูว่าพี่ชายของตัวเองคิดจะทำเช่นไรต่อเมื่อสาวเจ้าเดินทางมาถึงเตชินก้าวเดินตรงเข้าไปหาดาริกาทันทีเมื่อเห็นหญิงสาวเดินจับจูงมือเด็กชายตัวน้อยออกมาจากเกทโดยที่ทุกคนทางฝั่งเตโซไม่ทันตั้งตัว กว่าจะรู้ตัวอีกทีก็สายไปแล้วที่จะทำตามแผนไม่ให้เตชินได้เจอหน้าลูกก่อน มิหนำซ้ำยังทำให้ดาริกาตกใจไม่น้อยที่อยู่ๆ เตชินก็พุ่งตัวเข้ามาคว้าแขนของเธอทันทีที่เดินพ้นประตูขาเข้า“น้องดา”“พี่เต!”“เต น้องดา”เตโซร้องเรียกคนทั้งสองด้วยความตกใจและทำอะไรต่อไม่ถูกเมื่อน้องชายของเขาพรวดพราดเข้าไปหาโดยที่เขายังไม่ทันจะตั้งหลักทำตามแผนก่อนจะมองไปที่ดาริกาด้วยสายตาขอโทษกับความผิดพลาดเช่นนี้“แผนพี่จะทำยังไงต่อครับ” เตชินหันไปถามพี่ชายทั้งที่ยังจับแขนของดาริกาไม่ยอมปล่อยและเขาก็ไม่กล้ามองหน้าเด็กชายตัวน้อยที่กำลังเงยหน้ามามองเขาอยู่ด้วยความกลัวและตอนนี้อยากจะคุยกับดาริกามา







