เข้าสู่ระบบเปมิกาเบิกตาโตด้วยความตกใจเมื่อการแย่งปืนทำให้ปืนลั่นไปโดนธนากรซึ่งนั่งอยู่ แม้กระสุนจะถูกที่ซี่โครงหากแต่ก็เป็นจุดอันตรายที่จะทำให้คนถูกยิงอาการสาหัส เพราะเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเร็วมากทำให้ศศินตกใจชะงักก่อนจะตั้งสติได้ล็อกคอเปมิกาแล้วค่อยๆ กระตุกยิ้มมุกปาก ยกมือขึ้นบีบค่งเปมิกาให้กันไปมองธนากรที่มีสีหน้าเจ็บปวดจากการถูกยิงมองมาที่เปมิกา
‘ดูไว้ซะ คนที่เธอกำลังจะฆ่า จับมือมันเซ็นชื่อซะ ส่วนเธอมานี่!’ ศศินแค่นหัวเราะพูดพลางออกคำสั่งลูกน้องก่อนจะพาตัวเปมิกาเดินอ้อมมาด้านหลังโต๊ะ คว้ามือของหญิงสาวซึ่งถือมีดอยู่ยกขึ้นมาก่อนจะตรงเข้าไปด้านหลังธนากร
‘แก แกจะทำอะไร’ เปมิกาตกใจถามออกไปด้วยความกลัวพลางมองธนากรที่มีสีหน้าไม่สู่ดีจากการเจ็บปวดบาดแผลที่ถูกยิง
‘ก็จะทำให้เธอเป็นคนฆ่าคุณลุงอย่างสมบูรณ์แบบไง เมื่อกี้เธอก็ลงมือยิงไปแล้ว ไม่มีเธอไม่มีตาแก่นี่ ทุกอย่างก็ต้องเป็นของฉันรวมถึงดา’ ศศินกระซิบข้างใบหูพลางบีบค้างเปมิกาแน่นก่อนจะใช้ริมฝีปากคลอเคลียก่อนจะบรรจบจูบลงที่แก้มของเธอต่อหน้าธนากรอย่างหยามเกียรติเปมิกาต่อหน้าคนเป็นพ่อบุญธรรม
‘ปะ เปรม ลูก…’ ธนากรเห็นลูกสาวคนโตทุกหยามเกียรติจนรู้สึกโมโหแต่ก็เข้าไปช่วยไม่ได้จึงทำให้ยิ่งเจ็บใจ
‘ล็อกตัวมันไว้ มานี่! อย่าขัดขื่นเลย เดี๋ยวจะมีรอยขีดข่วนไปมากกว่านี้ มานี่!’ ศศินพูดอย่างคนโรคจิตก่อนจะออกแรงผู้ชายที่มีมากกว่าจับมือเปมิกาบังคับให้เอื้อมไปข้างหน้าโดยที่ล็อกตัวเธอจากด้านหลังพลางขยุ้มผมของธนากรแล้วกระชากให้เงยหน้าขึ้น
‘ไม่ อย่านะ ปล่อย! อย่า! พี่ขอร้องอย่าทำคุณพ่อ ไม่!!’ เปมิกากรีดร้องด้วยความเสียใจเจ็บปวดเมือคำขอของเธอไม่เป็นผลทั้งน้ำตาและเสียงสะอื้นไห้
‘สายไปแล้ว คนอย่างฉันถ้าอยากได้อะไรก็ต้องตาย อยากจะกำจัดเสี้ยนหนามก็ต้องกำจัด! และเธอจะต้องกำจัดแทนฉันอย่างค่อยๆ ช้าๆ นะที่รัก’ ไม่เพียงพูดแต่ศศินยังค่อยๆ จรดปลายมีดลงบนเนื้อที่ลำคอผ่านมือของเปมิกาจนมันกรีดเนื้อเป็นทางยาว
เปมิกาหลับตาแน่นไม่กล้าลืมตาดูหากแต่เสียงโอดครวญอย่างเจ็บปวดของธนากรช่างบีบหัวใจของเปมิกาจนทุกอย่างแตกสลาย เธอพยานามร้องไห้ให้ดังที่สุดเพื่อกลบเสียงร้องของธนากรแต่มันช่างไร้ประโยชน์เมื่อมันฝั่งอยู่ลึกลงไปในก้นบึ้งของหัวใจเสียแล้ว
ศศินยังคงค่อยๆ กรีดมีดลงบนคอของธนากรพร้อมเสียงหัวเราะอย่างโรคจิตก่อนจะเงียบลงเมื่อประตูถูกเปิดออกพร้อมกับร่างสูงของธิรงค์ที่วิ่งเข้ามา ซึ่งในนาทีนั้นธนากรยังไม่สิ้นลมหายใจทีเดียวและได้ยินว่าคนสนิทของตัวเองกำลังหักหลังตน
‘รีบหนี ไอ้เตโซมันมาที่นี่ได้ไงก็ไม่รู้ รีบหนี เร็ว!’ ธิรงค์รีบออกคำสั่งพลางมองสภาพอดีตเจ้านายด้วยความสยดสยองก่อนจะรีบวิ่งหนีหายไปทันทีเพราะบุคคลที่ไม่คาดคิดโผล่มาพร้อมคนของตัวเอง
‘โธ่เว้ย! ไปหลบกันที่ระเบียง!’ ศศินออกคำสั่งพลางกระชากเปมิกาให้ตามไปโดยทิ้งมีดลงบนโต๊ะทำงานตรงหน้าของธนากรที่เริ่มหายใจติดขัดจนกระเสือกกระสนหายใจเสียงดังอย่างน่าสลดใจแก่เปมิกาที่หลับตาร้องไห้ออกมาไม่หยุด
ศศินล็อกตัวเปมิกาจากด้านหลังพลางยกมือปิดปากเมื่อเธอยังคงส่งเสียงไม่หยุด พลางมองผ่านผ้าม่านและเล็งมือเพื่อไม่ให้คนที่เดินเข้ามาเห็นโดยที่ข้างกายก็มีลูกน้องทั้งสองคน
ทว่า คนที่เข้ามากลับเป็นดาริกาที่กลับมาเร็วกว่าที่แจ้งเอาไว้ ทำให้ศศินเริ่มหัวเสียเมื่อลูกน้องของพ่อมือไหวเหนี่ยวไกออกไปจนเขารีบปัดมือไปที่ปืนของลูกน้องพลางตวาดออกไปเสียงแผ่ว
‘ทำบ้าอะไรวะ!’
เปมิกามองดาริกาทั้งน้ำตาอย่างเสียใจและเจ็บปวดอย่างรู้สึกผิดก่อนจะพยายามดิ้นให้หลุดจากการล็อกตัวเพื่อเข้าไปช่วยน้องสาว แต่แล้วก็ต้องทุกกระชากตัวให้เดินออกมาจากระเบียงกับศศินและลูกน้องอีกคน ส่วนคนที่ลั่นไกถูกสั่งให้ไปทำดาริกาหมดสติก่อนจะรีบพากันวิ่งหนีไปเมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าวิ่งขึ้นมา
เปมิกามองดาริกาที่ล้มลงโดยมีคนของคณินพยุงให้นอนพิงผนังห้องหลังใช้ด้ามปืนฟาดไปที่ศีรษะทั้งน้ำตาก่อนภาพของน้องสาวจะค่อยๆ เลือนลางเมื่อเธอถูกพาออกจากห้องทำงานของธนากรออกไปอีกทางของบ้าน ซึ่งเธอก็ได้เห็นเตโซซึ่งกำลังวิ่งขึ้นมาชั้นบนด้วยสีหน้าแตกตื่นตกใจโดยที่ไม่ทันสังเกตเธอที่ถูกศศินพาตัวออกไปทั้งที่ถูกใช้มือปิดบ้าน
เธอได้แต่มองเตโซที่หายเข้าไปในห้องทำงานของธนากรอย่างสิ้นหวัง…
“ศิน…ศินฆ่าพ่อแม่ของดา” ดาริกาพึมพำออกมาทันทีที่สิ้นคำพูดของเปมิกาซึ่งเล่าย้อนไปในวันที่เกิดเหตุการณ์ครั้งใหญ่ในชีวิตของเธอเมื่อหกปีก่อนด้วยความรู้สึกเจ็บปวดกับความจริง
“พี่ขอโทษ มันคือความผิดพี่เองที่โง่ช่วยคุณพ่อไม่ได้ ช่วยดาไม่ได้” เปมิกาเอื้อนเอ่ยทั้งน้ำตาอีกครั้งอย่างรู้สึกผิดอย่างที่สุด
“ดา…ดาขอเวลาอยู่คนเดียวคะ ดาไม่พร้อมจะเห็นหน้าใครตอนนี้” ดาริกาพูดจบก็ลุกขึ้นสะบัดมือออกจากเตชินที่จับมือเธอมาตลอดก่อนจะเดินเข้าห้องนอนของพราวมุกไปทันที
เมื่อเข้ามาอยู่ในห้องตามลำพัง ร่างแบบบางก็ทรุดลงกับพื้นที่ประตูห้องนอนทันทีก่อนจะร้องไห้ออกมายกใหญ่จนเสียงสะอื้นไห้ดังออกไปสร้างความเจ็บปวดให้กับคนทั้งห้าที่นั่งอยู่ข้างนอกหันไปมองประตูห้องนอนด้วยสายตาสงสาร มีแต่เปมิกาที่มีแววตาหมองเศร้าโกรธเกลียดตัวเองที่ทำให้ดาริกาต้องเจอกับเรื่องเลวร้ายเช่นนี้ ยิ่งได้ยินเสียงร้องไห้จวนจะขาดใจของดาริกาก็ยิ่งบีบหัวใจเปมิกามาขึ้นทุกขณะ
ไม่แตกต่างจากเตโซที่ทราบเรื่องก่อนไม่กี่ชั่วโมงทันทีที่พฤกษ์พาเปมิกามาส่งก่อนจะให้พราวมักพาพฤกษ์ไปโรงพยาบาลพร้อมกับเคน และระหว่างนั้นเขาก็สอบถามหาความจริงกับเปมิกาพร้อมกับให้ดูหลังฐานที่ตัวเองมีจนเปมิกาพูดออกมาจนหมด
เขาโกรธเปมิกาที่ทำให้ดาริกาต้องสูญเสียทุกอย่างแต่ก็ตระหนักได้ว่าคนที่มีส่วนผิดและเป็นคนร้ายตัวจริงไม่ใช่แค่เปมิกาแต่ยังมีศศินที่บงการทุกอย่างและเป็นคนลงมือทำเรื่องเลวร้าย
ความโกรธเหลียดจึงกลายเป็นความสงสารเปมิกาที่ถูกหลอกและไม่เอ็นดูเธอเหมือนแต่ก่อนอีกต่อไปกับสิ่งที่อีกฝ่ายได้ลงมือทำไปกับดาริกา
“แล้วคุณเปรมหนีมาได้ไงครับ หนีจากศศิน”
เป็นเคนที่เอื้อนเอ่ยถามขึ้นจึงเรียกให้คนอื่นๆ หันกลับไปมองเปมิกาที่ละสายตาจากประตูห้องนอนกลับมามองทุกคนก่อนจะยกมือขึ้นเช็ดคราบน้ำตาแล้วจึงเอ่ยตอบออกไปอย่างไม่อิดออดแม้จะบอกเรื่องนี้กับเตโซไปแล้วก็ตาม
แต่เธอไม่มีสิทธิ์เรียกร้องหรือไม่พอใจ
“ฉันอาศัยจังหวะที่ศินกำลังพยายามหนีออกทางหลังบ้านผลักแล้วแย่งปืนมาก่อนจะยิงไปที่ขาของลูกน้องศินแล้ววิ่งหนีไปทางด้านหลังอีกฝั่ง เป็นทางลัดที่พวกคนในบ้านใช้ออกไปข้างนอกน่ะ มันใกล้กว่า” เปมิกาตอบออกไปอย่างที่ตอบเตโซ
“หลังจากนี้ไปเธอต้องชดใช้ให้กับดา รู้ไหมว่าฉันกับพี่โซไม่เคยเห็นดาร้องไห้หนักขนาดนี้ ไม่เคยเห็นดาจะเสียใจกับเรื่องอะไรเลยสักนิด ถ้ามันไม่ตายเธอก็ต้องตายเป็นการชดใช้!” เมื่อจบคำพูดของเปมิกาเตชินก็เอื้อนเอ่ยเสียงเย็นพลางมองหญิงสาวด้วยสายตาโกรธเคือง
“ฉันรู้ดีคะว่าจะต้องชดใช้ด้วยชีวิต ฉันจะยอมทำทุกอย่างแม้แต่กับการทิ้งชีวิตตัวเองให้กับน้องดา” เปมิกาตอบกลับไปเสียงสั่นเครืออย่างรู้สึกผิด
“ถ้าเธอรู้จักดา ตอนนี้ดากำลังโทษตัวเองกำลังสับสนกับเรื่องทั้งหมด เธอคิดดูนะเปรม การที่ดาได้รู้ว่าใครคือคนที่ฆ่าพ่อดาจะทำให้ดารู้สึกแย่แค่ไหน ทำไมไม่ทำมันให้ถูกต้องตั้งแต่เมื่อหกปีก่อน!” เตชินตงาดขึ้นเมื่ออารมณ์ขุ่นมัวเริ่มเดือดขึ้นเรื่อยๆ จนเตโซต้องห้าม
“มุกพาเตออกไปที่ระเบียงก่อน” เตโซมองพราวมุกและเคนเพื่อให้ทั้งสองพาเตชินให้ออกห่างจากเปมิกา
“คะพี่โซ” พราวมุกซึ่งกำลังช็อกไม่ต่างจากดาริกาพยักหน้าตอบรับเตโซอย่างคนไม่ค่อยมีสติก่อนจะคว้าแขนของเตชินลากออกมาจากห้องนั่งเล่นพร้อมกับเคน
“เปรมเข้าไปคุยกับดา ยังไงคนที่จะปรับความเข้าใจและแก้ไขก็คือเปรม” เมื่อเห็นเตชินเดินออกไปแล้ว เตโซจึงหันกลับมาบอกกับเปมิกา
“ขอบคุณนะคะคุณเตโซ” เปมิกาเอ่ยขอบคุณเสียงแผ่วก่อนจะยัดตัวลงขึ้นอย่างอ่อนล้าเดินไปที่ห้องนอน โดยที่เตโซได้แต่นั่งมองเปมิกาเดินหายเข้าไปในห้องนอนของพราวมุก
บทพิเศษ 2พรหมลิขิตเจนีวา, สวิตเซอร์แลนด์เตโซนั่งมองทิวทัศน์ของเมืองเจนีวาที่หาดทรายเทียมอย่างสบายใจสำหรับวันพักผ่อน หลังจากจบเรื่องของเตชินและดาริกาได้สามเดือน ชายหนุ่มก็ตัดสินใจจองตั๋วมาเที่ยวพักผ่อนที่สวิตเซอร์แลนด์เพียงคนเดียว ทั้งยังเป็นการพักฟื้นจากการที่ได้รับบาดเจ็บเมื่อหลายเดือนก่อนถึงแม้ภายนอกจะดีขึ้นแต่การถูกยิงทะลุหน้าอกก็ไม่ใช่บาดแผลที่จะหายได้ง่ายๆ เขาจึงเลือกที่จะมาพักผ่อนยังประเทศที่มีเสน่ห์อย่างลงตัวระหว่างบ้านเมืองและธรรมชาติที่สวยงาม จากสถานที่ท่องเที่ยวเมืองหลักๆ ทั้งหมดสิบเอ็ดเมือง เขาเดินทางท่องเที่ยวไปแล้วห้าเมืองตลอดหนึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมา และเจนีวาก็คือเมืองที่หกในวันแรกของสัปดาห์ที่สองชายหนุ่มทอดสายตามองความสบายใจที่อยู่เบื้องหน้าก่อนจะทอดสายตามองออกไปยังทะเลสาบเจนีวาก่อนจะดึงสายตาไปยังกลุ่มคนมากมายซึ่งกำลังยืนเกาะกลุ่มล้อมรอบบุคคลที่กำลังเล่นเปียโนให้กับผู้คนที่มาพักผ่อนอยู่ไม่ไกลมากนัก เขามองแล้วค่อยๆ เผลอรอยยิ้มออกมาเมื่อได้ยินเสียงเปียโนแสนไพเราะ เขายังคงมองนักดนตรีเปียโนบรรเลงอย่างไม่คิดหันไปมองสิ่งอื่น ไม่ต่างจากหญิงสาวคนไทยที่กำลังนั่งอยู่บนเก้าถัดไปท
ทว่าก็ต้องชะงักพลางเผยอริมฝีปากออกเล็กน้อยเมื่อสามีกำลังยืนนิ่งถือที่ตรวจครรภ์ยื่นไปตรงหน้าเตโซที่กำลังจะลงไปชั้นล่างเตรียมตัวทานมื้อเช้าก่อนออกไปทำงานที่บริษัท เมื่อในวันนี้ที่ปรึกษาอย่างเตโซจะต้องเข้าร่วมประชุมด้วยสำหรับการต้อนรับลูกค้ารายใหม่ “ดา...ดาท้องคนที่สามแล้วเหรอ” เตโซเอ่ยถามออกไปด้วยความดีใจเมื่อชำเลืองสายตาเลยไปมองน้องสะใภ้ที่กึ่งเดินกึ่งวิ่งตามน้องชายออกจากห้องมา “พี่โซ เอ่อ ค่ะ ดาท้องคนที่สามแล้วค่ะ” เธออึกอักตอบออกไปเพราะยังปรับอารมณ์ไม่ทันกับสถานการณ์ตรงหน้า “กี่เดือนแล้วล่ะ แล้วไปหาหมอหรือยัง เพิ่งตรวจเหรอ” คนเป็นพี่สามียิงคำถามออกมาไม่หยุดจนคนท้องตอบไม่ทันได้แต่ยืนยิ้มแห้งส่งกลับมา “เอ่อ...” เธอไม่รู้จะเริ่มต้นพูดออกไปเช่นไรดี “ห้าล้าน รับขวัญหลาคนที่สาม” คนที่เพิ่งรู้ตัวว่ากำลังจะเป็นคุณพ่อลุกสามกลับไม่สนใจบทสนทนาของภรรยาสาวกับพี่ชาย นอกจากข้อเรียกร้องเมื่อตนมีหลานให้กับพี่ชายที่ตัวเขาเองก็ไม่ทันตั้งตัวกับการมีลูกคนที่สาม แต่เงินไม่ใช่ประเด็นสำหรับเขากับการที่มาบอกพี่ชาย แต่
บทพิเศษ 1 แค่มีดาริกาที่เป็นแม่ของลูก มือหนาปัดเส้นผมที่ตกลงมาปกข้างแก้มของภรรยาสาวที่ยังคงนอนหลับใหลในห้วงนิทราไปเมื่อหนึ่งชั่วโมงก่อนหลังบทรักที่ชายหนุ่มมอบให้เพิ่งจบลง ก่อนจะเคลื่อนใบหน้าเข้าไปใกล้ก่อนจะประทับริมฝีปากลงบนแก้มนวลด้วยความหลงใหล ทว่าเป็นการปลุกให้ดาริกาตื่นจากภวังค์หวานเมื่อริมฝีปากไม่ได้หยุดแค่ที่แก้ม หนำซ้ำมือหนาเริ่มลูบไล้ไปตามเอวคอดที่เปลือยเปล่าไร้อาภรณ์ปกปิด “พี่เต ดาง่วงและเหนื่อยจะแย่แล้วนะคะ” สาวเจ้าพึมพำพลางปรือตาขึ้นมามองสามีหนุ่ม “แต่เมียตัวหอม พี่ทนไม่ไหว” เตชินกระซิบเสียงพร่า เคลื่อนหน้าจากใบหูมายังลำคอขาวลออก่อนจะซุกไซ้ลำคอที่ขึ้นสีแดงระเรื่อจากเครื่องหมายที่แสดงความเป็นเจ้าของ ซึ่งเกิดจากฝีปากร้ายของเขาที่ตีตราเอาไว้ “พี่เตขา เมื่อคืนก็ทั้งคืนแล้วนะคะ ให้ดาได้พักบ้างนะ นะคะ น้า” ดาริกายกมือดันสามีหนุ่มให้ผละออกห่างก่อนจะพูดอ้อมพร้อมสายตาหวานราวกับลูกแมวน้อยที่กำลังอ้อนเจ้านาย “งั้นนอนกอดก็แล้วกัน แต่คืนนี้พี่ไม่ปล่อยเหมือนตอนนี้แน่” เตชินแพ้เสียงหวานและสายตาออดอ้อ
บทส่งท้าย เสียงคลื่นกระทบฝั่งพร้อมสายลมหอบใหญ่ที่พัดเข้าฝั่งปะทะผิวของเตชินที่นั่งอยู่บนหาดทรายสีขาวด้านข้างมีรองเท้าแตะสองคู่วางข้างกันหากแต่อีกหนึ่งคู่ไร้เจ้าของนั่งอยู่ข้างกายชายหนุ่ม เพียงไม่นานเสียงหวานใสเจ้าของรองเท้าแตะดังขึ้นจากด้านหลังของเขา เสียงเท้าก้าวเดินมาทำให้รอยยิ้มบนใบหน้าของเขาคลี่ยิ้มกว้างอย่างรู้ทันก่อนจะหันไปหอมแก้มหญิงสาวเมื่อเธอนั่งลงแล้วโน้มตัวสวมกอดจากด้านหลังพลางเกยคางลงบนบ่าของเขา“คิดถึงพี่เต” ดาริกาคลี่ยิ้มกว้างพูดออกไปเมื่อถูกเตชินขโมยหอมแก้ม“พี่คิดถึงมากกว่า มา มานั่งนี่” เตชินพูดพลางเอี้ยวตัวดึงแขนดาริกาให้เดินอ้อมมานั่งลงด้านหน้าระหว่างขาของชายหนุ่มก่อนจะสวมกอดเมื่อหญิงสาวเอนกายพิงลงมาอย่างทะนุถนอม“ขอบคุณนะคะพี่เต และดาก็ขอโทษที่ทิ้งพี่เตไปแบบนั้น” ดาริกาพูดขึ้นขณะที่นั่งช้อนตัวอยู่ข้างหน้าเตชินโดนที่ถูกเขาสวมกอดพลางใช้มือลูบลงบนหน้าท้องที่นูนขึ้นมาเล็กน้อยตามอายุครรภ์สิบหกสัปดาห์“พี่ไม่เคยโกรธดาเลย มีแต่จะรักและแคร์ดามากกว่า อีกอย่างเรื่องมันก็ผ่านไปสามปีกว่าแล้ว” เตชินกระชับกอดให้ดาริกาได้รู้สึกว่าเขาคิดอย่างที่พูดออกไปเพราะทั้งหมดชายหนุ่มก็มีส่
มีแต่จะใส่อารมณ์ใส่เธอเช่นนี้เสมอเขาผิด ใช่เขาพลาด ใช่เธอหนีไป ก็สมควร แต่ต้องไม่ใช่ตอนนี้ที่เขาจะปล่อยเธอให้หลุดมือไปอีกเป็นแน่ เพราะเขาจะแสดงออกมาให้เธอเห็นว่าสิ่งที่เขาทำความรู้สึกที่มีมันหมายความเช่นไร และความกลัวที่จะเสียเธอไปอีกทำให้เขารีบวิ่งไปกอดรัดหญิงสาวจากทางด้านหลังทันทีเขาจะไม่ยอมปล่อยเธอให้หายไปไหนได้อีกแม้ว่าทั้งเตโซและดาริกาจะโกหกหรือคิดจะเอาคืนเขากับช่วงเวลาที่ผ่านมาจนน่าหงุดหงิดและไม่น่าให้อภัย แต่เขาจะยอมปล่อยผ่านแล้วลืมมันไป เพราะตอนนี้สิ่งสำคัญสำหรับเขาที่ควรจะให้ความใส่ใจมากที่สุดก็คือดาริกา...“ไอ้พี่เต! ปล่อยนะ” ดาริกาขึ้นเสียงพลางดิ้นให้สุดแรงด้วยความตกใจเมื่อถูกเตชินวิ่งเข้ามากอดจากทางด้านหลังอย่างไม่ทันตั้งตัว“ถ้าจะเรียกไอ้ไม่ต้องมีพี่ก็ได้นะ...เดี๋ยวนี้โตขึ้นเยอะเลยนะ” เตชินรัดแขนที่โอบกอดเธอจากด้านหลังแน่ขึ้นเพื่อไม่ให้เธอหลุดออกได้ง่ายๆ พลางพูดทะเล้นใส่“พี่เตปล่อย” เมื่อเห็นว่าเขาไม่คิดจะปล่อยง่ายๆ จึงเสียงเข้มขึ้นพร้อมกับแรงที่พยายามสลัดตัวเองให้หลุดออกจากอ้อมแขนของเขา“พี่ไม่ปล่อย...น้องดา น้องดา ดา!” เตชินปฏิเสธพลางเรียกชื่อของดาริกาเสี
ทันทีที่ได้รับข้อความจากนักสืบว่าดาริกาขึ้นเครื่องแล้วเรียบร้อย เตชินก็แทบจะนั่งรอต่อไม่ไหวเพราะกว่าหนึ่งชั่วโมงครึ่งที่หญิงสาวจะเดินทางมาถึงภูเก็ต และแน่นอนว่าชายหนุ่มเลือกที่จะนั่งรอจนกระทั่งใกล้ถึงเวลาเครื่องลง เขาก็เลือกที่ทำตัวตามปกติเพราะอยากดูว่าพี่ชายของตัวเองคิดจะทำเช่นไรต่อเมื่อสาวเจ้าเดินทางมาถึงเตชินก้าวเดินตรงเข้าไปหาดาริกาทันทีเมื่อเห็นหญิงสาวเดินจับจูงมือเด็กชายตัวน้อยออกมาจากเกทโดยที่ทุกคนทางฝั่งเตโซไม่ทันตั้งตัว กว่าจะรู้ตัวอีกทีก็สายไปแล้วที่จะทำตามแผนไม่ให้เตชินได้เจอหน้าลูกก่อน มิหนำซ้ำยังทำให้ดาริกาตกใจไม่น้อยที่อยู่ๆ เตชินก็พุ่งตัวเข้ามาคว้าแขนของเธอทันทีที่เดินพ้นประตูขาเข้า“น้องดา”“พี่เต!”“เต น้องดา”เตโซร้องเรียกคนทั้งสองด้วยความตกใจและทำอะไรต่อไม่ถูกเมื่อน้องชายของเขาพรวดพราดเข้าไปหาโดยที่เขายังไม่ทันจะตั้งหลักทำตามแผนก่อนจะมองไปที่ดาริกาด้วยสายตาขอโทษกับความผิดพลาดเช่นนี้“แผนพี่จะทำยังไงต่อครับ” เตชินหันไปถามพี่ชายทั้งที่ยังจับแขนของดาริกาไม่ยอมปล่อยและเขาก็ไม่กล้ามองหน้าเด็กชายตัวน้อยที่กำลังเงยหน้ามามองเขาอยู่ด้วยความกลัวและตอนนี้อยากจะคุยกับดาริกามา







