เข้าสู่ระบบแม้ก่อนหน้านี้จะรู้ว่าคณินสั่งให้ลูกชายหลอกล่อให้เปมิกาโอนหุ้นให้ทั้งหมดจนบริษัทของภรรยาที่เสียไปตกไปเป็นของคณิน แต่ไม่คิดเลยว่าเด็กชายตรงหน้าจะยังทำร้ายเปมิกาทั้งกายและใจได้มากขนาดนี้
‘อย่าเพิ่งโมโหไปเลยครับ ผมกับพี่เปรมอายุก็ห่างกันตั้งห้าปี ที่ผ่านมาถือว่าพลาดก็แล้วกัน ผมจะชดเชยให้ด้วยเงินสิบล้าน ส่วนดา…ผมต้องการให้เธอเป็นผู้หญิงของผม เป็นเมียที่ออกหน้าออกตา ผมให้เกียรติผู้หญิงอย่างดา ส่งนเปรมเมื่อก่อนเป็นเด็กไม่มีหัวนอนปลายเท้า โชคดีที่ได้คุณลุงคุณป้ารับเลี้ยงถึงมีหน้ามีตาได้ขนาดนี้ ยกดาให้ผมเถอะ ง่ายๆ ไม่ต้องยุ่งยาก”
ศศินนั่งเอนหลังพิงพนักเก้าอี้มองธนากรที่ยืนมองมาด้วยแววตากรุ่นโกรธอย่างพยายามข่มอารมณ์ก่อนจะหันไปมองเปมิกาที่ยืนอยู่ข้างๆ ผู้เป็นพ่อบุญธรรมอย่างรู้สึกและเสียใจ เมื่อเขาเห็นดังนั้นก็สมเพชคนทั้งสองจนต้องยกยิ้มแค่นหัวเราะออกมาอีกครั้ง อดคิดไม่ได้ว่าจนตรอกขนาดนี้แล้วทำไมถึงดื้อดึงไม่ยอมเหมือนกับดวงกมล
เขาไม่อยากทำร้ายคนที่ดาริการักที่เหลือเพียงคนเดียวอย่างธนากรแต่ถ้ายังดื้อเขาก็คงปล่อยไปไม่ได้เสียแล้ว
‘ฉันไม่ยกน้องดาให้กับคนเลวๆ แบบเธอหรอกศิน!’ ธนากรตอบโต้ด้วยความโกรธจนเริ่มจะควบคุมตัวเองไม่ได้ จนเปมิกาถอยหลังออกเล็กน้อย
‘ผมก็ไม่ยอมเสียผลประโยชน์เหมือนกัน! อย่าดื้อเหมือนคุณป้าเลยครับ ยกดาให้ดีๆ ดาจะได้ทุกอย่างดาจะเป็นผู้หญิงที่ใครๆ ก็ต้องอิจฉา แต่ถ้าพูดไม่รู้เรื่อง…ผมก็คงต้องทำเหมือนที่ทำกับคุณป้านะครับ’ ศินลุกขึ้นยืนมองคนเป็นพ่อของดาริกาอย่างไม่เคารพ
ด้วยเพราะรูปร่างสูงโปร่งเกินวัยเพราะได้มาจากคนเป็นพ่อ จึงทำให้ศศินเหมือนเด็กที่โตเกินวัยไม่ใช่น้อย มีเพียงอายุและหน้าตาที่ดูอ่อนเยาว์เท่านั้นที่บ่งบอกได้ว่าผู้ชายอย่างศศินยังไม่บรรลุนิติภาวะเท่านั้น และยิ่งได้ผู้เป็นพ่อที่เฝ้าสั่งสอนมาตั้งแต่เด็กอีกทั้งคนเป็นพ่อยังยกตำแหน่งให้ได้เมื่อไม่นาน ทำให้ศศินนึกคะนองมากกว่าเดิมและยิ่งเลวร้ายมากขึ้นเรื่อยๆ เมื่อสิ่งที่ตนทำผิดกลับไม่ได้รับบทลงโทษ
‘ต่อให้เธอฆ่าฉัน ยังไงเธอก็ไม่มีทางได้แต่งงานกับดา เพราะฉันระบุในพินัยกรรมแล้วว่าใครคือคนที่จะได้แต่งงานกับน้องดา เธอได้แต่ใันเท่านั้น’ ธนากรตอบโต้อย่างไม่เกรงกลัวคนตรงหน้าซึ่งเกินจะเยียวยา
‘งั้นเหรอครับ ฉันบอกเธอแล้วส่าถ้าทำให้ฉันไม่ได้ สิ่งที่เธอจะต้องชดใช้คือชีวิตของคนที่เธอรัก’ ศศินแค่นหัวเราะตอบธนากรก่อนจะหันไปพูดกับเปมิกาพร้อมกับหยิบปืนขึ้นมาเล็งไปที่ทั้งสองคนซึ่งวางอยู่บนโต๊ะตั้งแต่เดินเข้ามาภายในห้องเพื่อกดดันและข่มขู่คนทั้งสอง
‘ศิน พี่ขอ อย่าทำอะไรคุณพ่อนะ ทำพี่แทน’ เปมิกาเว้าวอนขอร้องทั้งน้ำตาพางเดนิไปบังคนเป็นพ่อบุญธรรม
‘เปรมลูก หลบอยู่หลังพ่อ’ คนเป็นพ่อบุญธรรมรีบคว้าตัวเปมิกาให้หลบอยู่ด้านหลังทันทีด้วยสีหน้ากังวล
‘ยอมผมสิครับ ยกดาให้กับผมแล้วเซ็นสัญญาที่จะยอมปล่อยผ่านความผิดทั้งหมดที่พ่อและผมทำ จะโยนให้ไอ้หน้ายาหรอพ่อค้าของผิดกฎหมายคนไหนก็ได้ แล้วแต่เลยครับ ผมจะจบแค่นี้แล้วเดินกลับไป’ ศศินแค่นหัวเราะพูดออกไปพลางมองไปที่สองพ่อลูกด้วยสายตาสมเพช
‘ไม่นะคะ อย่าทำนะคะคุณพ่อ เปรมจะจบเรื่องนี้เอง’ เปมิกาคว้ามีดที่ตัวเองซ่อนเอาไว้ที่หลังขอบกางเกงตั้งแต่ถูกศศินเดินเข้าบ้านมาเจอเธอที่ห้องครัวก่อนจะขู่บังคับให้พาไปเจอธนากรทั้งที่เธอควรจะเดินทางไปสนามบิน
หากแต่เพราะเธอมัวแต่ชักช้าอยู่เช่นนี้จนทำให้ศศินมาที่นี่ได้สำเร็จ ถ้าเธอเดินทางไปสนามบินเร็วกว่านี้ศศินก็คงตามเธอไปที่สนามบินและตอนนั้นอีกฝ่ายก็คงไม่มาที่บ้านเป็นแน่ถ้ายังตกลงกับเธอไม่ได้เสียที
‘คนไม่มีค่าอย่างเธอหุบปากซะ! คิดหรือไงว่ามีดจะทำอะไรฉันได้น่ะ จัดการ!’ ศศินพูดก่อนจะหันไปสั่งลูกน้องของผู้เป็นพ่อที่ตามมาทำงานด้วยให้จับตัวเปมิกาและธนากรเอาไว้
เปมิกาถูกลูกน้องของคณินล็อกตัวให้ถอยห่างจากธนากรที่ถูกล็อกตัวให้นั่งลงกับเก้าอี้เพื่อเตรียมจะบังคับให้เซ็นเอกสารสัญญา แต่แล้วจังหวะที่ทุกคนกำลังเผลอตัว เปมิกาก็สะบัดตัวให้หลุดออกจากการเกาะกุมตัวพุ่งไปแย่งปืนจากศศินอยู่ครู่หนึ่งท่ามกลางสายตาเป็นห่วงของผู้เป็นพ่อบุญธรรมที่ถูกล็อกตัวได้แต่นั่งมองลูกสาวบุญธรรมพยายามช่วยเขาจัดการศศิน
ทว่า…
ปัง!
บทพิเศษ 2พรหมลิขิตเจนีวา, สวิตเซอร์แลนด์เตโซนั่งมองทิวทัศน์ของเมืองเจนีวาที่หาดทรายเทียมอย่างสบายใจสำหรับวันพักผ่อน หลังจากจบเรื่องของเตชินและดาริกาได้สามเดือน ชายหนุ่มก็ตัดสินใจจองตั๋วมาเที่ยวพักผ่อนที่สวิตเซอร์แลนด์เพียงคนเดียว ทั้งยังเป็นการพักฟื้นจากการที่ได้รับบาดเจ็บเมื่อหลายเดือนก่อนถึงแม้ภายนอกจะดีขึ้นแต่การถูกยิงทะลุหน้าอกก็ไม่ใช่บาดแผลที่จะหายได้ง่ายๆ เขาจึงเลือกที่จะมาพักผ่อนยังประเทศที่มีเสน่ห์อย่างลงตัวระหว่างบ้านเมืองและธรรมชาติที่สวยงาม จากสถานที่ท่องเที่ยวเมืองหลักๆ ทั้งหมดสิบเอ็ดเมือง เขาเดินทางท่องเที่ยวไปแล้วห้าเมืองตลอดหนึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมา และเจนีวาก็คือเมืองที่หกในวันแรกของสัปดาห์ที่สองชายหนุ่มทอดสายตามองความสบายใจที่อยู่เบื้องหน้าก่อนจะทอดสายตามองออกไปยังทะเลสาบเจนีวาก่อนจะดึงสายตาไปยังกลุ่มคนมากมายซึ่งกำลังยืนเกาะกลุ่มล้อมรอบบุคคลที่กำลังเล่นเปียโนให้กับผู้คนที่มาพักผ่อนอยู่ไม่ไกลมากนัก เขามองแล้วค่อยๆ เผลอรอยยิ้มออกมาเมื่อได้ยินเสียงเปียโนแสนไพเราะ เขายังคงมองนักดนตรีเปียโนบรรเลงอย่างไม่คิดหันไปมองสิ่งอื่น ไม่ต่างจากหญิงสาวคนไทยที่กำลังนั่งอยู่บนเก้าถัดไปท
ทว่าก็ต้องชะงักพลางเผยอริมฝีปากออกเล็กน้อยเมื่อสามีกำลังยืนนิ่งถือที่ตรวจครรภ์ยื่นไปตรงหน้าเตโซที่กำลังจะลงไปชั้นล่างเตรียมตัวทานมื้อเช้าก่อนออกไปทำงานที่บริษัท เมื่อในวันนี้ที่ปรึกษาอย่างเตโซจะต้องเข้าร่วมประชุมด้วยสำหรับการต้อนรับลูกค้ารายใหม่ “ดา...ดาท้องคนที่สามแล้วเหรอ” เตโซเอ่ยถามออกไปด้วยความดีใจเมื่อชำเลืองสายตาเลยไปมองน้องสะใภ้ที่กึ่งเดินกึ่งวิ่งตามน้องชายออกจากห้องมา “พี่โซ เอ่อ ค่ะ ดาท้องคนที่สามแล้วค่ะ” เธออึกอักตอบออกไปเพราะยังปรับอารมณ์ไม่ทันกับสถานการณ์ตรงหน้า “กี่เดือนแล้วล่ะ แล้วไปหาหมอหรือยัง เพิ่งตรวจเหรอ” คนเป็นพี่สามียิงคำถามออกมาไม่หยุดจนคนท้องตอบไม่ทันได้แต่ยืนยิ้มแห้งส่งกลับมา “เอ่อ...” เธอไม่รู้จะเริ่มต้นพูดออกไปเช่นไรดี “ห้าล้าน รับขวัญหลาคนที่สาม” คนที่เพิ่งรู้ตัวว่ากำลังจะเป็นคุณพ่อลุกสามกลับไม่สนใจบทสนทนาของภรรยาสาวกับพี่ชาย นอกจากข้อเรียกร้องเมื่อตนมีหลานให้กับพี่ชายที่ตัวเขาเองก็ไม่ทันตั้งตัวกับการมีลูกคนที่สาม แต่เงินไม่ใช่ประเด็นสำหรับเขากับการที่มาบอกพี่ชาย แต่
บทพิเศษ 1 แค่มีดาริกาที่เป็นแม่ของลูก มือหนาปัดเส้นผมที่ตกลงมาปกข้างแก้มของภรรยาสาวที่ยังคงนอนหลับใหลในห้วงนิทราไปเมื่อหนึ่งชั่วโมงก่อนหลังบทรักที่ชายหนุ่มมอบให้เพิ่งจบลง ก่อนจะเคลื่อนใบหน้าเข้าไปใกล้ก่อนจะประทับริมฝีปากลงบนแก้มนวลด้วยความหลงใหล ทว่าเป็นการปลุกให้ดาริกาตื่นจากภวังค์หวานเมื่อริมฝีปากไม่ได้หยุดแค่ที่แก้ม หนำซ้ำมือหนาเริ่มลูบไล้ไปตามเอวคอดที่เปลือยเปล่าไร้อาภรณ์ปกปิด “พี่เต ดาง่วงและเหนื่อยจะแย่แล้วนะคะ” สาวเจ้าพึมพำพลางปรือตาขึ้นมามองสามีหนุ่ม “แต่เมียตัวหอม พี่ทนไม่ไหว” เตชินกระซิบเสียงพร่า เคลื่อนหน้าจากใบหูมายังลำคอขาวลออก่อนจะซุกไซ้ลำคอที่ขึ้นสีแดงระเรื่อจากเครื่องหมายที่แสดงความเป็นเจ้าของ ซึ่งเกิดจากฝีปากร้ายของเขาที่ตีตราเอาไว้ “พี่เตขา เมื่อคืนก็ทั้งคืนแล้วนะคะ ให้ดาได้พักบ้างนะ นะคะ น้า” ดาริกายกมือดันสามีหนุ่มให้ผละออกห่างก่อนจะพูดอ้อมพร้อมสายตาหวานราวกับลูกแมวน้อยที่กำลังอ้อนเจ้านาย “งั้นนอนกอดก็แล้วกัน แต่คืนนี้พี่ไม่ปล่อยเหมือนตอนนี้แน่” เตชินแพ้เสียงหวานและสายตาออดอ้อ
บทส่งท้าย เสียงคลื่นกระทบฝั่งพร้อมสายลมหอบใหญ่ที่พัดเข้าฝั่งปะทะผิวของเตชินที่นั่งอยู่บนหาดทรายสีขาวด้านข้างมีรองเท้าแตะสองคู่วางข้างกันหากแต่อีกหนึ่งคู่ไร้เจ้าของนั่งอยู่ข้างกายชายหนุ่ม เพียงไม่นานเสียงหวานใสเจ้าของรองเท้าแตะดังขึ้นจากด้านหลังของเขา เสียงเท้าก้าวเดินมาทำให้รอยยิ้มบนใบหน้าของเขาคลี่ยิ้มกว้างอย่างรู้ทันก่อนจะหันไปหอมแก้มหญิงสาวเมื่อเธอนั่งลงแล้วโน้มตัวสวมกอดจากด้านหลังพลางเกยคางลงบนบ่าของเขา“คิดถึงพี่เต” ดาริกาคลี่ยิ้มกว้างพูดออกไปเมื่อถูกเตชินขโมยหอมแก้ม“พี่คิดถึงมากกว่า มา มานั่งนี่” เตชินพูดพลางเอี้ยวตัวดึงแขนดาริกาให้เดินอ้อมมานั่งลงด้านหน้าระหว่างขาของชายหนุ่มก่อนจะสวมกอดเมื่อหญิงสาวเอนกายพิงลงมาอย่างทะนุถนอม“ขอบคุณนะคะพี่เต และดาก็ขอโทษที่ทิ้งพี่เตไปแบบนั้น” ดาริกาพูดขึ้นขณะที่นั่งช้อนตัวอยู่ข้างหน้าเตชินโดนที่ถูกเขาสวมกอดพลางใช้มือลูบลงบนหน้าท้องที่นูนขึ้นมาเล็กน้อยตามอายุครรภ์สิบหกสัปดาห์“พี่ไม่เคยโกรธดาเลย มีแต่จะรักและแคร์ดามากกว่า อีกอย่างเรื่องมันก็ผ่านไปสามปีกว่าแล้ว” เตชินกระชับกอดให้ดาริกาได้รู้สึกว่าเขาคิดอย่างที่พูดออกไปเพราะทั้งหมดชายหนุ่มก็มีส่
มีแต่จะใส่อารมณ์ใส่เธอเช่นนี้เสมอเขาผิด ใช่เขาพลาด ใช่เธอหนีไป ก็สมควร แต่ต้องไม่ใช่ตอนนี้ที่เขาจะปล่อยเธอให้หลุดมือไปอีกเป็นแน่ เพราะเขาจะแสดงออกมาให้เธอเห็นว่าสิ่งที่เขาทำความรู้สึกที่มีมันหมายความเช่นไร และความกลัวที่จะเสียเธอไปอีกทำให้เขารีบวิ่งไปกอดรัดหญิงสาวจากทางด้านหลังทันทีเขาจะไม่ยอมปล่อยเธอให้หายไปไหนได้อีกแม้ว่าทั้งเตโซและดาริกาจะโกหกหรือคิดจะเอาคืนเขากับช่วงเวลาที่ผ่านมาจนน่าหงุดหงิดและไม่น่าให้อภัย แต่เขาจะยอมปล่อยผ่านแล้วลืมมันไป เพราะตอนนี้สิ่งสำคัญสำหรับเขาที่ควรจะให้ความใส่ใจมากที่สุดก็คือดาริกา...“ไอ้พี่เต! ปล่อยนะ” ดาริกาขึ้นเสียงพลางดิ้นให้สุดแรงด้วยความตกใจเมื่อถูกเตชินวิ่งเข้ามากอดจากทางด้านหลังอย่างไม่ทันตั้งตัว“ถ้าจะเรียกไอ้ไม่ต้องมีพี่ก็ได้นะ...เดี๋ยวนี้โตขึ้นเยอะเลยนะ” เตชินรัดแขนที่โอบกอดเธอจากด้านหลังแน่ขึ้นเพื่อไม่ให้เธอหลุดออกได้ง่ายๆ พลางพูดทะเล้นใส่“พี่เตปล่อย” เมื่อเห็นว่าเขาไม่คิดจะปล่อยง่ายๆ จึงเสียงเข้มขึ้นพร้อมกับแรงที่พยายามสลัดตัวเองให้หลุดออกจากอ้อมแขนของเขา“พี่ไม่ปล่อย...น้องดา น้องดา ดา!” เตชินปฏิเสธพลางเรียกชื่อของดาริกาเสี
ทันทีที่ได้รับข้อความจากนักสืบว่าดาริกาขึ้นเครื่องแล้วเรียบร้อย เตชินก็แทบจะนั่งรอต่อไม่ไหวเพราะกว่าหนึ่งชั่วโมงครึ่งที่หญิงสาวจะเดินทางมาถึงภูเก็ต และแน่นอนว่าชายหนุ่มเลือกที่จะนั่งรอจนกระทั่งใกล้ถึงเวลาเครื่องลง เขาก็เลือกที่ทำตัวตามปกติเพราะอยากดูว่าพี่ชายของตัวเองคิดจะทำเช่นไรต่อเมื่อสาวเจ้าเดินทางมาถึงเตชินก้าวเดินตรงเข้าไปหาดาริกาทันทีเมื่อเห็นหญิงสาวเดินจับจูงมือเด็กชายตัวน้อยออกมาจากเกทโดยที่ทุกคนทางฝั่งเตโซไม่ทันตั้งตัว กว่าจะรู้ตัวอีกทีก็สายไปแล้วที่จะทำตามแผนไม่ให้เตชินได้เจอหน้าลูกก่อน มิหนำซ้ำยังทำให้ดาริกาตกใจไม่น้อยที่อยู่ๆ เตชินก็พุ่งตัวเข้ามาคว้าแขนของเธอทันทีที่เดินพ้นประตูขาเข้า“น้องดา”“พี่เต!”“เต น้องดา”เตโซร้องเรียกคนทั้งสองด้วยความตกใจและทำอะไรต่อไม่ถูกเมื่อน้องชายของเขาพรวดพราดเข้าไปหาโดยที่เขายังไม่ทันจะตั้งหลักทำตามแผนก่อนจะมองไปที่ดาริกาด้วยสายตาขอโทษกับความผิดพลาดเช่นนี้“แผนพี่จะทำยังไงต่อครับ” เตชินหันไปถามพี่ชายทั้งที่ยังจับแขนของดาริกาไม่ยอมปล่อยและเขาก็ไม่กล้ามองหน้าเด็กชายตัวน้อยที่กำลังเงยหน้ามามองเขาอยู่ด้วยความกลัวและตอนนี้อยากจะคุยกับดาริกามา







