LOGIN“ก็เพราะพ่อของดาโง่ไง แทนที่จะว่าง่ายแต่ดันรั้นเอง จุดจบก็ต้องเป็นแบบนั้น ส่วนพวกที่เสือกมายุ่งมันก็ดื้อไม่ต่างจากพ่อของดาเลย ก็เฉยๆ เงียบๆ เรากับพ่อก็ไม่เข้าไปแทรกแซงพวกมันหรอก แค่ได้บริษัทแม่ของดามาตอนนี้ก็ไม่มีใครมองข้ามหัวเราแล้ว ส่วนไอ้เตกับไอ้โซ ที่เรายังไม่ไประรานก็เพราะเห็นว่าพ่อมันเคยช่วย แต่ตอนนี้หนี้บุญคุณมันหมดไปแล้ว” ศศินพูดออกมาตามตรงด้วยรอยยิ้มแสยะอย่างน่าสะอิดสะเอียนที่สุดในความรู้สึกของดาริกา
“ศิน! นั่นพ่อแม่เรานะ!” เพราะความโกรธจนถึงขีดสุดทำให้เธอลุกขึ้นตวาดใส่ศศินพลางจะพุ่งเข้าไป ทว่าได้เปมิการั้งเอาไว้เพื่อไม่ให้ดาริกาได้รับอันตราย
“ก็แค่พ่อแม่น่าดา อีกอย่างตอนนี้ย้อนเวลากลับไปไม่ได้แล้ว จะเสียเวลาวิ่งอยู่ในอดีตไปทำไม ทำไมเราไม่ยื่นหมูยื่นแมวเดินหน้าไปด้วยกัน” ศศินพูดด้วยความมักง่ายและเห็นแก่ตัว
“ศิน!...เราไม่นึกเลยว่าศินจะเลวได้ขนาดนี้ คิดเหรอว่าเราจะยอมไปดับศินง่ายๆ เราอยุ่กับคนที่ฆ่าพ่อแม่เราไม่ได้ ทำร้ายคนที่เรารัก เราอยู่กับคนเลวอย่างศินไม่ได้” ดาริกาพูดออกไปเสียงเข้มและเด็ดขาดด้วยความโกรธแค้นใจที่มีให้ศศิน
“ดา! ด่าเราว่าเลวแล้วไอ้เตกับไอ้โซมันดีนักหรือไง ที่มันได้ดิบได้ดีก็ทุจริตมาไม่ต่างกันหรอก กี่คนแล้วที่ต้องทุกข์ใจเพราะสองพี่น้องนั่น มันก็ไม่ต่างอะไรกับเราเลยดา ทำไมต้องรักพวกมัน! ทำไมดารักเราไม่ได้!” ศศินลุกพรวดเดินตรงไปบีบต้นแขนทั้งสองข้างของดาริกาด้วยความโกรธแค้นเตชิน ดวงตาแข็งกร้าวมองไปที่สาวเจ้าซึ่งแสดงสีหน้านิ่วหน้าด้วยความเจ็บก่อนจะผลักเปมิกาที่เข้ามาพยายามแกะมือของศศินออกจากแขนของน้องสาวก่อนจะพยักหน้าให้ลูกน้องจับตัวเปมิกาเอาไว้
“ต่อให้พี่เตกับพี่โซจะฉ้อโกงจะเจ้าเล่ห์ในการทำธุรกิจแค่ไหน แต่พวกเขาไม่เคยเลยที่คิดจะทำร้ายคนอื่น ไม่เคยมองชีวิตคนอื่นเหมือนผักเหมือนปลา เกมธุรกิจมันก็ต้องมีอยุ่แล้วไม่ใช่เหรอ จะสักกี่เปอร์เซ็นต์กันศินที่คนมันจะทำธุรกิจให้เติบโตมาอย่างขาวสะอาด เรารู้หมดแหละศิน แต่เราเลือกที่จะเก็บและมองที่เหตุผลกับผลลัพธ์ที่จะออกมา แต่กับศิน...” ดาริกาไม่คิดยอมพยายามบิดแขนออกจากมือใหญ่พลางสบสายตาอย่างท้าทายตอบกลับไป
“เรามันทำไม!” ขึ้นเสียงถามพลางออกแรงบีบแขนของหญิงสาวมากขึ้นจนเธออุทานออกมาด้วยความเจ็บ
“…ศินยิ่งกว่าสัตว์เดรัจฉานเสียอีก!” ดาริกาสวนกลับไปพลางน้ำตาไหลเพราะทั้งเจ็บทั้งแค้นใจยามที่หวนนึกถึงอดีตที่เกิดจากฝีมือของคนตรงหน้า
อดีตเพื่อนที่เธอเชื่อใจ...
“ดา!!!” ศศินตวาดกลับ
“พี่เตกับพี่เตก็แค่ตอบโต้คนที่คิดไม่ดีกับพวกเขาด้วยวิธีที่อีกฝ่ายทำ ใครชนะก็ได้ชัยไป มันไม่ได้มีอะไรที่แปลกเลย แต่สิ่งที่แปลกคือการมองชีวิตคนอื่นไม่มีค่าทั้งที่พวกเขาไม่ได้ทำอะไรผิดเลย ต่อให้ผิดแต่มันจำเป็นจะต้องฆ่าแกงกันเลยเหรอศิน พอเถอะ ให้มันจบที่พ่อแม่เราก็พอ เราไม่ไหวแล้ว ยอมรับผิดเถอะนะศิน มอบตัวนะศิน อย่างน้อยเราจะยังเหลือความเป็นเพื่อนให้กันอยู่ได้นะ” ดาริกาโพล่งออกไปทั้งน้ำตาลด้วยความรู้สึกเหนื่อยและอยากจบเรื่องที่ทำร้ายคนอื่นลงเสียที
เธอเกินจะรับไหวอีกต่อไป บัดนี้หัวใจของเธอแตกสลายเกินกว่าจะบำรุงมันกลับมาแล้ว
หัวใจของหญิงสาวแตกสลายกับทุกสิ่งทุกอย่างที่รับรู้กับสิ่งที่เกิดขึ้นจากคนที่เธอเชื่อใจ มองว่าคนคนนี้ดีมากตลอด จนกระทั่งได้เห็นกับตาว่าเพื่อนที่แสนดีที่ไว้ใจเป็นคนฆ่าพ่อแม่ของเธอ ทำร้ายคนที่เธอรักด้วยความเห็นแก่ตัวและต้องการของคนอื่นโดยไม่คิดไขว่คว้าด้วยตัวเองอย่างตรงไปตรงมาตามกฎของนักธุรกิจ และสิ่งที่ตอกย้ำให้เธอถูกมีดแทงซ้ำๆ คือการที่เตชินถูกยิงจากคำสั่งของศศิน
เธอรับไม่ไหวแล้วจริงๆ กับเรื่องราวที่เกิดขึ้น
ไม่ว่าจะเป็นความรู้สึกที่เข้าใจผิดต่อเตโซจนเกือบทำให้เตโซอันตรายถึงชีวิต ทำให้เตชินพยายามปกป้องเธอจากความเข้าใจผิดในตัวพี่ชายจนและมองเตโซกลายเป็นคนเลวทั้งที่เตโซไม่ใช่คนร้ายแต่กลับบริสุทธิ์มิหนำซ้ำยังช่วยยังปกป้องเธอจากคนร้ายตัวจริง และเปมิกาที่จะต้องแบกรับความผิดที่ศศินได้ทำเอาไว้มานานถึงหกปีกว่าเช่นนี้
และเปมิกาก็ได้ชดใช้ด้วยการถูกคนที่รักสุดหัวใจทรยศหักหลัง
“รักมันมากขนาดนั้นเลยเหรอดา” ศศินกัดฟันถามด้วยความเจ็บแค้นใจ พลางสบสายตาที่เต็มไปด้วยหยาดน้ำตาที่เอ่อคลอเบ้าของดาริกา
บทพิเศษ 2พรหมลิขิตเจนีวา, สวิตเซอร์แลนด์เตโซนั่งมองทิวทัศน์ของเมืองเจนีวาที่หาดทรายเทียมอย่างสบายใจสำหรับวันพักผ่อน หลังจากจบเรื่องของเตชินและดาริกาได้สามเดือน ชายหนุ่มก็ตัดสินใจจองตั๋วมาเที่ยวพักผ่อนที่สวิตเซอร์แลนด์เพียงคนเดียว ทั้งยังเป็นการพักฟื้นจากการที่ได้รับบาดเจ็บเมื่อหลายเดือนก่อนถึงแม้ภายนอกจะดีขึ้นแต่การถูกยิงทะลุหน้าอกก็ไม่ใช่บาดแผลที่จะหายได้ง่ายๆ เขาจึงเลือกที่จะมาพักผ่อนยังประเทศที่มีเสน่ห์อย่างลงตัวระหว่างบ้านเมืองและธรรมชาติที่สวยงาม จากสถานที่ท่องเที่ยวเมืองหลักๆ ทั้งหมดสิบเอ็ดเมือง เขาเดินทางท่องเที่ยวไปแล้วห้าเมืองตลอดหนึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมา และเจนีวาก็คือเมืองที่หกในวันแรกของสัปดาห์ที่สองชายหนุ่มทอดสายตามองความสบายใจที่อยู่เบื้องหน้าก่อนจะทอดสายตามองออกไปยังทะเลสาบเจนีวาก่อนจะดึงสายตาไปยังกลุ่มคนมากมายซึ่งกำลังยืนเกาะกลุ่มล้อมรอบบุคคลที่กำลังเล่นเปียโนให้กับผู้คนที่มาพักผ่อนอยู่ไม่ไกลมากนัก เขามองแล้วค่อยๆ เผลอรอยยิ้มออกมาเมื่อได้ยินเสียงเปียโนแสนไพเราะ เขายังคงมองนักดนตรีเปียโนบรรเลงอย่างไม่คิดหันไปมองสิ่งอื่น ไม่ต่างจากหญิงสาวคนไทยที่กำลังนั่งอยู่บนเก้าถัดไปท
ทว่าก็ต้องชะงักพลางเผยอริมฝีปากออกเล็กน้อยเมื่อสามีกำลังยืนนิ่งถือที่ตรวจครรภ์ยื่นไปตรงหน้าเตโซที่กำลังจะลงไปชั้นล่างเตรียมตัวทานมื้อเช้าก่อนออกไปทำงานที่บริษัท เมื่อในวันนี้ที่ปรึกษาอย่างเตโซจะต้องเข้าร่วมประชุมด้วยสำหรับการต้อนรับลูกค้ารายใหม่ “ดา...ดาท้องคนที่สามแล้วเหรอ” เตโซเอ่ยถามออกไปด้วยความดีใจเมื่อชำเลืองสายตาเลยไปมองน้องสะใภ้ที่กึ่งเดินกึ่งวิ่งตามน้องชายออกจากห้องมา “พี่โซ เอ่อ ค่ะ ดาท้องคนที่สามแล้วค่ะ” เธออึกอักตอบออกไปเพราะยังปรับอารมณ์ไม่ทันกับสถานการณ์ตรงหน้า “กี่เดือนแล้วล่ะ แล้วไปหาหมอหรือยัง เพิ่งตรวจเหรอ” คนเป็นพี่สามียิงคำถามออกมาไม่หยุดจนคนท้องตอบไม่ทันได้แต่ยืนยิ้มแห้งส่งกลับมา “เอ่อ...” เธอไม่รู้จะเริ่มต้นพูดออกไปเช่นไรดี “ห้าล้าน รับขวัญหลาคนที่สาม” คนที่เพิ่งรู้ตัวว่ากำลังจะเป็นคุณพ่อลุกสามกลับไม่สนใจบทสนทนาของภรรยาสาวกับพี่ชาย นอกจากข้อเรียกร้องเมื่อตนมีหลานให้กับพี่ชายที่ตัวเขาเองก็ไม่ทันตั้งตัวกับการมีลูกคนที่สาม แต่เงินไม่ใช่ประเด็นสำหรับเขากับการที่มาบอกพี่ชาย แต่
บทพิเศษ 1 แค่มีดาริกาที่เป็นแม่ของลูก มือหนาปัดเส้นผมที่ตกลงมาปกข้างแก้มของภรรยาสาวที่ยังคงนอนหลับใหลในห้วงนิทราไปเมื่อหนึ่งชั่วโมงก่อนหลังบทรักที่ชายหนุ่มมอบให้เพิ่งจบลง ก่อนจะเคลื่อนใบหน้าเข้าไปใกล้ก่อนจะประทับริมฝีปากลงบนแก้มนวลด้วยความหลงใหล ทว่าเป็นการปลุกให้ดาริกาตื่นจากภวังค์หวานเมื่อริมฝีปากไม่ได้หยุดแค่ที่แก้ม หนำซ้ำมือหนาเริ่มลูบไล้ไปตามเอวคอดที่เปลือยเปล่าไร้อาภรณ์ปกปิด “พี่เต ดาง่วงและเหนื่อยจะแย่แล้วนะคะ” สาวเจ้าพึมพำพลางปรือตาขึ้นมามองสามีหนุ่ม “แต่เมียตัวหอม พี่ทนไม่ไหว” เตชินกระซิบเสียงพร่า เคลื่อนหน้าจากใบหูมายังลำคอขาวลออก่อนจะซุกไซ้ลำคอที่ขึ้นสีแดงระเรื่อจากเครื่องหมายที่แสดงความเป็นเจ้าของ ซึ่งเกิดจากฝีปากร้ายของเขาที่ตีตราเอาไว้ “พี่เตขา เมื่อคืนก็ทั้งคืนแล้วนะคะ ให้ดาได้พักบ้างนะ นะคะ น้า” ดาริกายกมือดันสามีหนุ่มให้ผละออกห่างก่อนจะพูดอ้อมพร้อมสายตาหวานราวกับลูกแมวน้อยที่กำลังอ้อนเจ้านาย “งั้นนอนกอดก็แล้วกัน แต่คืนนี้พี่ไม่ปล่อยเหมือนตอนนี้แน่” เตชินแพ้เสียงหวานและสายตาออดอ้อ
บทส่งท้าย เสียงคลื่นกระทบฝั่งพร้อมสายลมหอบใหญ่ที่พัดเข้าฝั่งปะทะผิวของเตชินที่นั่งอยู่บนหาดทรายสีขาวด้านข้างมีรองเท้าแตะสองคู่วางข้างกันหากแต่อีกหนึ่งคู่ไร้เจ้าของนั่งอยู่ข้างกายชายหนุ่ม เพียงไม่นานเสียงหวานใสเจ้าของรองเท้าแตะดังขึ้นจากด้านหลังของเขา เสียงเท้าก้าวเดินมาทำให้รอยยิ้มบนใบหน้าของเขาคลี่ยิ้มกว้างอย่างรู้ทันก่อนจะหันไปหอมแก้มหญิงสาวเมื่อเธอนั่งลงแล้วโน้มตัวสวมกอดจากด้านหลังพลางเกยคางลงบนบ่าของเขา“คิดถึงพี่เต” ดาริกาคลี่ยิ้มกว้างพูดออกไปเมื่อถูกเตชินขโมยหอมแก้ม“พี่คิดถึงมากกว่า มา มานั่งนี่” เตชินพูดพลางเอี้ยวตัวดึงแขนดาริกาให้เดินอ้อมมานั่งลงด้านหน้าระหว่างขาของชายหนุ่มก่อนจะสวมกอดเมื่อหญิงสาวเอนกายพิงลงมาอย่างทะนุถนอม“ขอบคุณนะคะพี่เต และดาก็ขอโทษที่ทิ้งพี่เตไปแบบนั้น” ดาริกาพูดขึ้นขณะที่นั่งช้อนตัวอยู่ข้างหน้าเตชินโดนที่ถูกเขาสวมกอดพลางใช้มือลูบลงบนหน้าท้องที่นูนขึ้นมาเล็กน้อยตามอายุครรภ์สิบหกสัปดาห์“พี่ไม่เคยโกรธดาเลย มีแต่จะรักและแคร์ดามากกว่า อีกอย่างเรื่องมันก็ผ่านไปสามปีกว่าแล้ว” เตชินกระชับกอดให้ดาริกาได้รู้สึกว่าเขาคิดอย่างที่พูดออกไปเพราะทั้งหมดชายหนุ่มก็มีส่
มีแต่จะใส่อารมณ์ใส่เธอเช่นนี้เสมอเขาผิด ใช่เขาพลาด ใช่เธอหนีไป ก็สมควร แต่ต้องไม่ใช่ตอนนี้ที่เขาจะปล่อยเธอให้หลุดมือไปอีกเป็นแน่ เพราะเขาจะแสดงออกมาให้เธอเห็นว่าสิ่งที่เขาทำความรู้สึกที่มีมันหมายความเช่นไร และความกลัวที่จะเสียเธอไปอีกทำให้เขารีบวิ่งไปกอดรัดหญิงสาวจากทางด้านหลังทันทีเขาจะไม่ยอมปล่อยเธอให้หายไปไหนได้อีกแม้ว่าทั้งเตโซและดาริกาจะโกหกหรือคิดจะเอาคืนเขากับช่วงเวลาที่ผ่านมาจนน่าหงุดหงิดและไม่น่าให้อภัย แต่เขาจะยอมปล่อยผ่านแล้วลืมมันไป เพราะตอนนี้สิ่งสำคัญสำหรับเขาที่ควรจะให้ความใส่ใจมากที่สุดก็คือดาริกา...“ไอ้พี่เต! ปล่อยนะ” ดาริกาขึ้นเสียงพลางดิ้นให้สุดแรงด้วยความตกใจเมื่อถูกเตชินวิ่งเข้ามากอดจากทางด้านหลังอย่างไม่ทันตั้งตัว“ถ้าจะเรียกไอ้ไม่ต้องมีพี่ก็ได้นะ...เดี๋ยวนี้โตขึ้นเยอะเลยนะ” เตชินรัดแขนที่โอบกอดเธอจากด้านหลังแน่ขึ้นเพื่อไม่ให้เธอหลุดออกได้ง่ายๆ พลางพูดทะเล้นใส่“พี่เตปล่อย” เมื่อเห็นว่าเขาไม่คิดจะปล่อยง่ายๆ จึงเสียงเข้มขึ้นพร้อมกับแรงที่พยายามสลัดตัวเองให้หลุดออกจากอ้อมแขนของเขา“พี่ไม่ปล่อย...น้องดา น้องดา ดา!” เตชินปฏิเสธพลางเรียกชื่อของดาริกาเสี
ทันทีที่ได้รับข้อความจากนักสืบว่าดาริกาขึ้นเครื่องแล้วเรียบร้อย เตชินก็แทบจะนั่งรอต่อไม่ไหวเพราะกว่าหนึ่งชั่วโมงครึ่งที่หญิงสาวจะเดินทางมาถึงภูเก็ต และแน่นอนว่าชายหนุ่มเลือกที่จะนั่งรอจนกระทั่งใกล้ถึงเวลาเครื่องลง เขาก็เลือกที่ทำตัวตามปกติเพราะอยากดูว่าพี่ชายของตัวเองคิดจะทำเช่นไรต่อเมื่อสาวเจ้าเดินทางมาถึงเตชินก้าวเดินตรงเข้าไปหาดาริกาทันทีเมื่อเห็นหญิงสาวเดินจับจูงมือเด็กชายตัวน้อยออกมาจากเกทโดยที่ทุกคนทางฝั่งเตโซไม่ทันตั้งตัว กว่าจะรู้ตัวอีกทีก็สายไปแล้วที่จะทำตามแผนไม่ให้เตชินได้เจอหน้าลูกก่อน มิหนำซ้ำยังทำให้ดาริกาตกใจไม่น้อยที่อยู่ๆ เตชินก็พุ่งตัวเข้ามาคว้าแขนของเธอทันทีที่เดินพ้นประตูขาเข้า“น้องดา”“พี่เต!”“เต น้องดา”เตโซร้องเรียกคนทั้งสองด้วยความตกใจและทำอะไรต่อไม่ถูกเมื่อน้องชายของเขาพรวดพราดเข้าไปหาโดยที่เขายังไม่ทันจะตั้งหลักทำตามแผนก่อนจะมองไปที่ดาริกาด้วยสายตาขอโทษกับความผิดพลาดเช่นนี้“แผนพี่จะทำยังไงต่อครับ” เตชินหันไปถามพี่ชายทั้งที่ยังจับแขนของดาริกาไม่ยอมปล่อยและเขาก็ไม่กล้ามองหน้าเด็กชายตัวน้อยที่กำลังเงยหน้ามามองเขาอยู่ด้วยความกลัวและตอนนี้อยากจะคุยกับดาริกามา






![คลั่งรักสาวขัด[ดอ]ดอก](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)
