เข้าสู่ระบบ“เราจะรักใครมันไม่สำคัญหรอกศิน แต่ถ้าคนที่เรารักฆ่าพ่อแม่เรา เราก็อยู่ด้วยไม่ได้อยู่ดี” ดาริกาพูดออกไปอย่างชัดเจน
“ตอบแบบนี้ หมายความว่าดาไม่ได้รักมันใช่ไหม ไอ้เตน่ะ” ศศินถามเสียงอ่อนด้วยความดีใจอยู่เล็กน้อยเมื่อเธอตอบไม่ตรงคำถาม รอยยิ้มมุมปากผุดขึ้น แววตาที่แข็งกร้าวอ่อนแสงลง
“เรารักพี่เตศิน และเราจะไม่ยอมให้ศินต้องทำร้ายพี่เตอีก” ดาริกาพูดออกไปตามตรงในครานี้
เพราะจะไม่มีทางโกหกศศินเพื่อให้อีกฝ่ายคิดเองเออเองจนเกิดปัญหาและยิ่งจะทำให้ศศินหลงคิดด้วยความเข้าใจผิดทั้งที่ความจริงมันสวนทางกับคำพูด และเธอจะไม่มีทางทำร้ายเพื่อนอย่างศศินด้วยการทำให้เพื่อนมีความหวังทั้งที่เธอกำลังจับเพื่อนเข้าคุกเพื่อชดใช้กรรมทางกฎหมาย
เธอจะไม่มีทางทำผิดต่อเพื่อนตั้งแต่แรกจนวินาทีสุดท้ายเป็นแน่
ทว่า...
“ดาแน่ใจเหรอว่ารักมันจริงๆ น่ะดา” ศศินปล่อยมือออกจากแขนของดาริกายืดหลังตรงถามกลับยไปเสียงเรียบ
“พูดอะไรของศิน” ขมวดคิ้วถามกลับไปอย่างไม่เข้าใจทั้งที่ทุกคนรู้ว่าเธอรู้สึกอย่างไรกับเตชิน
“ดาอาจจะรักมันเพราะมันเป็นเหมือนพี่ชายของดาที่สนิทและเล่นกับดามาตั้งแต่เด็กก็ได้ ดาคงเข้าใจผิดก็ได้ ดาติดมันมาตั้งแต่เด็ก ดา ดาลองคิดให้ดี ไม่ว่าดาจะเจ็บตัวดาจะเสียใจไม่ว่ากับเรื่องอะไร มันเข้าไปปลอบดาเข้าไปดูแลดาไม่ต่างจากพี่ชายคนหนึ่ง ไปเที่ยวหรือเล่นสนุกมันก็เล่นเป็นเพื่อนดา แตกต่างจากเราที่มองดาในฐานะผู้หญิงที่เรารักมาตลอด” ศศินพูดเสียงเข้มนิ่งอย่างจริงจัง
“…” ดาริกาเงียบ
ทว่า คำพูดของศศินไม่ได้มีผลแค่กับดาริกาเมื่อคนฟังอย่างเตชินก็มีผลแม้ก่อนหน้านี้แทบจะพุ่งลงจากรถวิ่งเข้ามาในบ้านเมื่อเห็นว่าศศินทำร้ายดาริกา หากแต่ตอนนี้คำพูดของศศินทำให้ทั้งหญิงสาวและชายหนุ่มนิ่งงันไปทันทีกับสิ่งที่ศศินพูดออกมาเรื่อยๆ
“มีอย่างที่ไหนเข้าไปดูแลเทคแคร์ดาเหมือนกับน้องสาวคนหนึ่ง และมีที่ไหนที่ดาเป็นลูกคนเดียวแต่บ่นอยากมีพี่ชายมาคอยปกป้องดูแล ดาพูดในวันเกิดครบหกขวบต่อหน้าทุกคนแล้วมองหน้าไอ้เต ใครๆ ก็คิดว่าดาอยากได้มันเป็นพี่ชายคนหนึ่งเท่านั้น มันเองก็คงมองดาเป็นแค่น้องสาวนั่นแหละ” ศศินยังคงพูดด้วยความรู้สึกที่เข้าข้างตัวเองแกมปิดกั้นความเป็นจริงที่รู้อยู่แก่ใจว่ามันสวนทางกันกับสิ่งที่พูดออกไป
“…” ดาริกายังคงนิ่งเงียบ
เพราะคำพูดของศศินช่างมีผลกับความคิดของดาริกาอยู่มากเมื่อหญิงสาวครุ่นคิดไปตามคำพูดของอีกฝ่ายเพื่อหาความจริงที่อาจไม่ได้เป็นอย่างที่เป็นมาตั้งแต่แรกก็เป็นได้ ที่ผ่านมาระหว่างเธอกับเตชินอาจจะเป็นอย่างที่ศศินกำลังพูด
ระหว่างเธอกับเขาอาจเป็นเพียงแค่พี่น้อง...
แต่การกระทำบางอย่างบางความรู้สึกหรือแม้แต่กับเรื่องบางเรื่องล้วนทำให้หัวใจของเธอหวั่นไหวเสมอที่ได้ใกล้ชิดกับเขา มันหมายถึงพี่น้องอย่างนั้นหรือ...มันใช่หรือกับความรู้สึกที่ผ่านมา ตอนนี้เธอเริ่มไม่มั่นใจเสียแล้วกับความรู้สึกกับสิ่งที่เกิดขึ้น ที่ผ่านมาอาจจะเป็นอย่างที่ศศินพูดหรือไม่ก็มีแค่เพียงเธอเท่านั้นที่อาจจะรู้สึกกับเตชินมากกว่าคำว่า ‘พี่ชาย’ อะไรก็เป็นไปได้เมื่อสิ่งที่ศศินพูดออกมาคือความจริงที่มันเกิดขึ้น
เธอเคยเว้าวอนขอให้เตชินมาเป็นพี่ชายเพราะสนิทกับเขามากที่สุดในวันเกิดครบหกขวบ
“ลองคิดให้ดีนะดา ที่ผ่านมามันใช่อย่างที่ดาคิดจริงๆ หรือ ระหว่างดากับมันเป็นแค่พี่น้องหรือมากกว่าพี่น้องกันแน่ ทบทวนให้ดีนะดา ส่วนเราเชื่อว่ามันคงคิดกับดาเป็นแค่น้องสาวแน่ๆ และเรารักดาในฐานะผู้ชายคนหนึ่งที่รักผู้หญิงคนหนึ่ง เราชัดเจนว่าเรามองดามากกว่าเพื่อนแน่นอน ไปกับเรา ไปอยู่กับเรานะดา เราสัญญาว่าจะดูแลปกป้องดาดีกว่ามันจนดาลืมมันแน่นอน” ศศินพูดขึ้นอีกครั้งหลังเงียบไปนานแกมสังเกตมองดาริกาที่เงียบงันไปอย่างครุ่นคิด
ศศินจึงใช้จังหวะนี้รีบพูดออกไปในสิ่งที่เขามั่นใจและเชื่ออยากที่พูดเพราะสำหรับศศินแล้วมองว่าเตชินคิดกับดาริกาเพียงแค่น้องสาวคนหนึ่งเท่านั้น ต่อให้หญิงสาวจะคิดมากกว่าพี่ชายเขาก็ยอมขอเพียงแค่เธอเกิดความลังเลใจก้เพียงพอที่เขาจะดึงให้เธอโอนอ่อนไปกับความคิดที่เขาพยายามป้อนเข้าไปให้ดาริกาได้รู้ตัวเร็วขึ้น
ขอแค่เพียงเธอยอมตกลงแล้วเขาจะยอมทำตามที่พูดออกไปอย่างไม่ผิดคำพูด
“เรา...” ดาริกาอึกอักอย่างคิดไม่ตกเพราะเธอยังหาคำตอบที่ชัดเจนไม่ได้
“ดาจะไม่ไปไหนกับศินทั้งนั้น พี่ไม่อนุญาตนะดา ต่อให้เป็นอย่างที่ศินพูดดาก็ห้ามไป ดาต้องสูญเสียและเจ็บปวดจากเราสองคนมามากพอแล้ว ฉันจะไม่ยอมให้ดาต้องไปอยู่กับคนที่ทำร้ายครอบครัวของดาหรอกนะศิน” เปมิกาซึ่งเงียบมานานโดยที่ถูกคนของศศินล็อกตัวอยู่พูดออกไปทันทีด้วยความกลัวว่าดาริกาจะหลงเชื่อศศิน
เปมิการู้ดีว่าศศินคงไม่ปล่อยคนที่ขัดขามาตลอดอย่างเตชินกับเตโซแน่นอน หากทั้งสองคนยังอยู่ศศินก็ไม่มีทางจะกลับมาช่วยพ่อของตัวเองได้และยิ่งไม่ต้องพูดถึงเลยว่าจะกลับมายืนในวงการธุรกิจได้อีกถ้าหากคนทั้งสองที่คอยขัดแข้งขัดขาหาหลักฐานส่งตำรวจ หากศศินหนีรอดข้ามชายแดนนไปได้เปมิการับรองได้เลยว่าศศินจะร่วมมือกับเพื่อนทางการค้าของพ่อกลับมาจัดการได้อย่างง่ายดายเพียงเข้าทางผู้ใหญ่ ที่ตอนนี้ทางฝั่งนั้นยังไม่จัดการเพราะไม่อยากมีปัญหาระกว่างประเทศด้วยเพราะยังไม่เจอตัวของศศินจึงไม่อยากลงมือทำอะไรก่อนโดยไม่รู้ข้อเท็จจริง
“อย่าสอดให้มากน่ะน่า คนอย่างเธอก็เป็นได้แค่เครื่องมือของฉันเท่านั้น กับดาฉันยอมทุกอย่าง กับเธออย่าคิดไปเองจนดูน่าสมเพชไปกว่านี้เลยจะดีกว่า อ้อ แล้วก้เรื่องของดาชีวิตดาให้ดาได้ตัดสินใจเองจะดีกว่า” ศศินหันไปพูดกับเปมิกาก่อนจะหันขวับกลับมามองหญิงสาวข้างกายที่สวนตอบโต้กลับมาทันที
“เราไม่ไปไหนทั้งนั้น เราคงไปอยู่กับคนที่ฆ่าพ่อแม่เราไม่ได้หรอกศิน” ดาริกาพูดพลางสบสายตาที่แข็งกร้าวขึ้นมาฉับพลันของศศิน
บทพิเศษ 2พรหมลิขิตเจนีวา, สวิตเซอร์แลนด์เตโซนั่งมองทิวทัศน์ของเมืองเจนีวาที่หาดทรายเทียมอย่างสบายใจสำหรับวันพักผ่อน หลังจากจบเรื่องของเตชินและดาริกาได้สามเดือน ชายหนุ่มก็ตัดสินใจจองตั๋วมาเที่ยวพักผ่อนที่สวิตเซอร์แลนด์เพียงคนเดียว ทั้งยังเป็นการพักฟื้นจากการที่ได้รับบาดเจ็บเมื่อหลายเดือนก่อนถึงแม้ภายนอกจะดีขึ้นแต่การถูกยิงทะลุหน้าอกก็ไม่ใช่บาดแผลที่จะหายได้ง่ายๆ เขาจึงเลือกที่จะมาพักผ่อนยังประเทศที่มีเสน่ห์อย่างลงตัวระหว่างบ้านเมืองและธรรมชาติที่สวยงาม จากสถานที่ท่องเที่ยวเมืองหลักๆ ทั้งหมดสิบเอ็ดเมือง เขาเดินทางท่องเที่ยวไปแล้วห้าเมืองตลอดหนึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมา และเจนีวาก็คือเมืองที่หกในวันแรกของสัปดาห์ที่สองชายหนุ่มทอดสายตามองความสบายใจที่อยู่เบื้องหน้าก่อนจะทอดสายตามองออกไปยังทะเลสาบเจนีวาก่อนจะดึงสายตาไปยังกลุ่มคนมากมายซึ่งกำลังยืนเกาะกลุ่มล้อมรอบบุคคลที่กำลังเล่นเปียโนให้กับผู้คนที่มาพักผ่อนอยู่ไม่ไกลมากนัก เขามองแล้วค่อยๆ เผลอรอยยิ้มออกมาเมื่อได้ยินเสียงเปียโนแสนไพเราะ เขายังคงมองนักดนตรีเปียโนบรรเลงอย่างไม่คิดหันไปมองสิ่งอื่น ไม่ต่างจากหญิงสาวคนไทยที่กำลังนั่งอยู่บนเก้าถัดไปท
ทว่าก็ต้องชะงักพลางเผยอริมฝีปากออกเล็กน้อยเมื่อสามีกำลังยืนนิ่งถือที่ตรวจครรภ์ยื่นไปตรงหน้าเตโซที่กำลังจะลงไปชั้นล่างเตรียมตัวทานมื้อเช้าก่อนออกไปทำงานที่บริษัท เมื่อในวันนี้ที่ปรึกษาอย่างเตโซจะต้องเข้าร่วมประชุมด้วยสำหรับการต้อนรับลูกค้ารายใหม่ “ดา...ดาท้องคนที่สามแล้วเหรอ” เตโซเอ่ยถามออกไปด้วยความดีใจเมื่อชำเลืองสายตาเลยไปมองน้องสะใภ้ที่กึ่งเดินกึ่งวิ่งตามน้องชายออกจากห้องมา “พี่โซ เอ่อ ค่ะ ดาท้องคนที่สามแล้วค่ะ” เธออึกอักตอบออกไปเพราะยังปรับอารมณ์ไม่ทันกับสถานการณ์ตรงหน้า “กี่เดือนแล้วล่ะ แล้วไปหาหมอหรือยัง เพิ่งตรวจเหรอ” คนเป็นพี่สามียิงคำถามออกมาไม่หยุดจนคนท้องตอบไม่ทันได้แต่ยืนยิ้มแห้งส่งกลับมา “เอ่อ...” เธอไม่รู้จะเริ่มต้นพูดออกไปเช่นไรดี “ห้าล้าน รับขวัญหลาคนที่สาม” คนที่เพิ่งรู้ตัวว่ากำลังจะเป็นคุณพ่อลุกสามกลับไม่สนใจบทสนทนาของภรรยาสาวกับพี่ชาย นอกจากข้อเรียกร้องเมื่อตนมีหลานให้กับพี่ชายที่ตัวเขาเองก็ไม่ทันตั้งตัวกับการมีลูกคนที่สาม แต่เงินไม่ใช่ประเด็นสำหรับเขากับการที่มาบอกพี่ชาย แต่
บทพิเศษ 1 แค่มีดาริกาที่เป็นแม่ของลูก มือหนาปัดเส้นผมที่ตกลงมาปกข้างแก้มของภรรยาสาวที่ยังคงนอนหลับใหลในห้วงนิทราไปเมื่อหนึ่งชั่วโมงก่อนหลังบทรักที่ชายหนุ่มมอบให้เพิ่งจบลง ก่อนจะเคลื่อนใบหน้าเข้าไปใกล้ก่อนจะประทับริมฝีปากลงบนแก้มนวลด้วยความหลงใหล ทว่าเป็นการปลุกให้ดาริกาตื่นจากภวังค์หวานเมื่อริมฝีปากไม่ได้หยุดแค่ที่แก้ม หนำซ้ำมือหนาเริ่มลูบไล้ไปตามเอวคอดที่เปลือยเปล่าไร้อาภรณ์ปกปิด “พี่เต ดาง่วงและเหนื่อยจะแย่แล้วนะคะ” สาวเจ้าพึมพำพลางปรือตาขึ้นมามองสามีหนุ่ม “แต่เมียตัวหอม พี่ทนไม่ไหว” เตชินกระซิบเสียงพร่า เคลื่อนหน้าจากใบหูมายังลำคอขาวลออก่อนจะซุกไซ้ลำคอที่ขึ้นสีแดงระเรื่อจากเครื่องหมายที่แสดงความเป็นเจ้าของ ซึ่งเกิดจากฝีปากร้ายของเขาที่ตีตราเอาไว้ “พี่เตขา เมื่อคืนก็ทั้งคืนแล้วนะคะ ให้ดาได้พักบ้างนะ นะคะ น้า” ดาริกายกมือดันสามีหนุ่มให้ผละออกห่างก่อนจะพูดอ้อมพร้อมสายตาหวานราวกับลูกแมวน้อยที่กำลังอ้อนเจ้านาย “งั้นนอนกอดก็แล้วกัน แต่คืนนี้พี่ไม่ปล่อยเหมือนตอนนี้แน่” เตชินแพ้เสียงหวานและสายตาออดอ้อ
บทส่งท้าย เสียงคลื่นกระทบฝั่งพร้อมสายลมหอบใหญ่ที่พัดเข้าฝั่งปะทะผิวของเตชินที่นั่งอยู่บนหาดทรายสีขาวด้านข้างมีรองเท้าแตะสองคู่วางข้างกันหากแต่อีกหนึ่งคู่ไร้เจ้าของนั่งอยู่ข้างกายชายหนุ่ม เพียงไม่นานเสียงหวานใสเจ้าของรองเท้าแตะดังขึ้นจากด้านหลังของเขา เสียงเท้าก้าวเดินมาทำให้รอยยิ้มบนใบหน้าของเขาคลี่ยิ้มกว้างอย่างรู้ทันก่อนจะหันไปหอมแก้มหญิงสาวเมื่อเธอนั่งลงแล้วโน้มตัวสวมกอดจากด้านหลังพลางเกยคางลงบนบ่าของเขา“คิดถึงพี่เต” ดาริกาคลี่ยิ้มกว้างพูดออกไปเมื่อถูกเตชินขโมยหอมแก้ม“พี่คิดถึงมากกว่า มา มานั่งนี่” เตชินพูดพลางเอี้ยวตัวดึงแขนดาริกาให้เดินอ้อมมานั่งลงด้านหน้าระหว่างขาของชายหนุ่มก่อนจะสวมกอดเมื่อหญิงสาวเอนกายพิงลงมาอย่างทะนุถนอม“ขอบคุณนะคะพี่เต และดาก็ขอโทษที่ทิ้งพี่เตไปแบบนั้น” ดาริกาพูดขึ้นขณะที่นั่งช้อนตัวอยู่ข้างหน้าเตชินโดนที่ถูกเขาสวมกอดพลางใช้มือลูบลงบนหน้าท้องที่นูนขึ้นมาเล็กน้อยตามอายุครรภ์สิบหกสัปดาห์“พี่ไม่เคยโกรธดาเลย มีแต่จะรักและแคร์ดามากกว่า อีกอย่างเรื่องมันก็ผ่านไปสามปีกว่าแล้ว” เตชินกระชับกอดให้ดาริกาได้รู้สึกว่าเขาคิดอย่างที่พูดออกไปเพราะทั้งหมดชายหนุ่มก็มีส่
มีแต่จะใส่อารมณ์ใส่เธอเช่นนี้เสมอเขาผิด ใช่เขาพลาด ใช่เธอหนีไป ก็สมควร แต่ต้องไม่ใช่ตอนนี้ที่เขาจะปล่อยเธอให้หลุดมือไปอีกเป็นแน่ เพราะเขาจะแสดงออกมาให้เธอเห็นว่าสิ่งที่เขาทำความรู้สึกที่มีมันหมายความเช่นไร และความกลัวที่จะเสียเธอไปอีกทำให้เขารีบวิ่งไปกอดรัดหญิงสาวจากทางด้านหลังทันทีเขาจะไม่ยอมปล่อยเธอให้หายไปไหนได้อีกแม้ว่าทั้งเตโซและดาริกาจะโกหกหรือคิดจะเอาคืนเขากับช่วงเวลาที่ผ่านมาจนน่าหงุดหงิดและไม่น่าให้อภัย แต่เขาจะยอมปล่อยผ่านแล้วลืมมันไป เพราะตอนนี้สิ่งสำคัญสำหรับเขาที่ควรจะให้ความใส่ใจมากที่สุดก็คือดาริกา...“ไอ้พี่เต! ปล่อยนะ” ดาริกาขึ้นเสียงพลางดิ้นให้สุดแรงด้วยความตกใจเมื่อถูกเตชินวิ่งเข้ามากอดจากทางด้านหลังอย่างไม่ทันตั้งตัว“ถ้าจะเรียกไอ้ไม่ต้องมีพี่ก็ได้นะ...เดี๋ยวนี้โตขึ้นเยอะเลยนะ” เตชินรัดแขนที่โอบกอดเธอจากด้านหลังแน่ขึ้นเพื่อไม่ให้เธอหลุดออกได้ง่ายๆ พลางพูดทะเล้นใส่“พี่เตปล่อย” เมื่อเห็นว่าเขาไม่คิดจะปล่อยง่ายๆ จึงเสียงเข้มขึ้นพร้อมกับแรงที่พยายามสลัดตัวเองให้หลุดออกจากอ้อมแขนของเขา“พี่ไม่ปล่อย...น้องดา น้องดา ดา!” เตชินปฏิเสธพลางเรียกชื่อของดาริกาเสี
ทันทีที่ได้รับข้อความจากนักสืบว่าดาริกาขึ้นเครื่องแล้วเรียบร้อย เตชินก็แทบจะนั่งรอต่อไม่ไหวเพราะกว่าหนึ่งชั่วโมงครึ่งที่หญิงสาวจะเดินทางมาถึงภูเก็ต และแน่นอนว่าชายหนุ่มเลือกที่จะนั่งรอจนกระทั่งใกล้ถึงเวลาเครื่องลง เขาก็เลือกที่ทำตัวตามปกติเพราะอยากดูว่าพี่ชายของตัวเองคิดจะทำเช่นไรต่อเมื่อสาวเจ้าเดินทางมาถึงเตชินก้าวเดินตรงเข้าไปหาดาริกาทันทีเมื่อเห็นหญิงสาวเดินจับจูงมือเด็กชายตัวน้อยออกมาจากเกทโดยที่ทุกคนทางฝั่งเตโซไม่ทันตั้งตัว กว่าจะรู้ตัวอีกทีก็สายไปแล้วที่จะทำตามแผนไม่ให้เตชินได้เจอหน้าลูกก่อน มิหนำซ้ำยังทำให้ดาริกาตกใจไม่น้อยที่อยู่ๆ เตชินก็พุ่งตัวเข้ามาคว้าแขนของเธอทันทีที่เดินพ้นประตูขาเข้า“น้องดา”“พี่เต!”“เต น้องดา”เตโซร้องเรียกคนทั้งสองด้วยความตกใจและทำอะไรต่อไม่ถูกเมื่อน้องชายของเขาพรวดพราดเข้าไปหาโดยที่เขายังไม่ทันจะตั้งหลักทำตามแผนก่อนจะมองไปที่ดาริกาด้วยสายตาขอโทษกับความผิดพลาดเช่นนี้“แผนพี่จะทำยังไงต่อครับ” เตชินหันไปถามพี่ชายทั้งที่ยังจับแขนของดาริกาไม่ยอมปล่อยและเขาก็ไม่กล้ามองหน้าเด็กชายตัวน้อยที่กำลังเงยหน้ามามองเขาอยู่ด้วยความกลัวและตอนนี้อยากจะคุยกับดาริกามา







