LOGIN“แม้แต่วันที่เตเพิ่งฟื้นจากการถูกยิงก็รีบตามไปช่วยน้องดา ยอมรับกระสุนแทนน้องดา ยอมเอาชีวิตตัวเองปกป้องขนาดนี้ มันใช่ในฐานะพี่ชายจริงๆ หรือเต” เตโซพูดให้เตชินได้คิดก่อนจะตบท้ายด้วยคำถามที่คล้ายเตือนสติน้องชาย
“ผม…” เตชินสับสนอย่างเห็นได้ชัด
“ลองคิดทบทวนให้ดีก่อนที่อะไรๆ มันจะสายไปเสียก่อนนะเต พี่ขอบอกในฐานะพี่ชาย สำหรับเตพี่อาจเอาชีวิตเข้าไปเสี่ยงเพื่อปกป้องเตได้เพราะเตคือน้องของพี่แท้ๆ แต่กับดาที่รู้อยู่เต็มอกว่าไม่ใช่น้องสาวแท้ๆ เราแค่ช่วยดูแลลูกของคุณอากรตามพินัยกรรมและความต้องการของท่าน ลองคิดทบทวนแล้วค่อยตัดสินใจครั้วสุดท้ายดูนะเต” เตโซขยับเข้าไปใกล้เตชินก่อนจะยื่นมือไปวางลงบนบ่าของน้องชายแล้วตบเบาๆ เพื่อให้กำลังใจ
แม้เตโซอยากจะพูดในสิ่งที่เขาได้ตกลงกับดาริกาเอาไว้ว่าจะไม่พูดเรื่องที่หญิงสาวอยากจะไปเรียนต่อที่อังกฤษกับเตชินให้รู้และอีกทั้งเขาเองก็ไม่รู้ว่าสาวเจ้าคิดจริงจังแค่ไหนเพราะเขาก็ไม่เห็นเธอกระตือรือร้นกับการไปเรียนต่อที่อังกฤษสักนิด มิหนำซ้ำเขาก็ไม่เห็นเธอเตรียมหรือมีเอกสารเกี่ยวกับที่เรียนส่งมาเลยสักวันตั้งแต่สองเดือนก่อนจนกระทั่งเจ้าตัวเป็นคนพูดออกมาเอง
เป็นไปได้ว่าเธอคงอยากหลบไปทบทวนตัวเองโดยที่ไม่อยากให้ใครรู้ถึงได้พูดออกมาเช่นนั้น โดยเฉพาะกับเตชินเพื่อค้นหาคำตอบที่อยู่ในใจอย่างแท้จริง
“ผมจะทบทวบตัวเองครับ แต่ผมมีเรื่องที่ตัดสินใจได้แล้ว ผมจะยังไม่เข้าไปหาเธอตอนนี้ ไม่ใช่ผมดูไม่ออกว่าเธอกำลังหลบหน้าผม ผมไม่รู้ว่าด้วยเรื่องอะไรถึงได้หลบหน้ากัน แต่ผมรู้สึกว่าเป็นแบบนี้มันรู้สึกดีที่จะได้อยู่ในพื้นที่ส่วนตัวของตัวเองเพื่อทบทวนทุกอย่างในใจ” เตชินหลุบสายตาไปทางอื่นก่อนจะดึงสายตากลับเพื่อมองพี่ชายอย่างหากำลังใจในการตัดสินใจของตัวเองที่อาจกระทบต่อความรู้สึกไม่ใช่น้อย
“คิดดีแล้วใช่ไหมเต” เตโซเอ่ยถามเพื่ออยากให้เตชินได้ลองครุ่นคิดอีกสักนิด
“ผม...” เตชินเกิดความลังเลใจ
“พี่จะบอกให้นะเต พี่เห็นเตกับดามาตั้งแต่เด็กๆ ทำไมพี่จะดูไม่ออกว่าเตคิดยังไง พี่คิดว่าเตไม่ได้มองดาเป็นแค่น้องสาวหรอก จริงไหม” เตโซย้ำอีกครั้งให้เตชินได้เข้าใจความรู้สึกของตัวเองมากขึ้น
“ผม...” เตชินมองสบสายตาพี่ชายอย่างครุ่นคิดไปกับคำพูดของเตโซก่อนจะพูดขึ้นอีกครั้ง “ใช่ครับ ผมรักน้องดา แต่ผมไม่รู้เลยว่าดาคิดยังไงกับผมกันแน่”
“คำถามนี้หรือเปล่าที่ดาควรจะเป็นคนพูดมันออกมา ตั้งแต่รู้ความจริงเตก็ไม่เคยได้พูดออกไปอย่างชัดเจนเลยนะกับน้องดา ดาชัดเจนกับเตมาตลอด เอาละเต รู้ใจตัวเองแล้วว่ารักก็ควรพูดออกไปควรทำให้เห็น รีบๆ หน่อยก็ดีนะ” เตโซยิ้มก่อนจะตบบ่าน้องชายอย่างให้กำลังใจแกมดีใจไปกับเตชินที่ยอมพูดมันออกมาเสียทีแม้ว่าคนที่สมควรจะได้ยินคำพูดของเตชินจะเป็นดาริกาก็ตามในตอนนี้
แต่เมื่อเตชินรู้ตัวเร็วเช่นนี้ก็คงจะรั้งดาริกาเอาไว้ได้เป็นแน่ แม้เขาจะยังไม่พูดออกไปเรื่องที่ดาริกาจะไปเรียนต่อก็เพราะอยากให้คนทั้งสองได้พูดคุยกันเองมากกว่าเพราะถึงอย่างไรแล้วก็เป็นเรื่องของคนทั้งสองที่เขาได้แต่แนะนำย้ำเตือนให้คนทั้งสองได้ฉุกคิดเท่านั้น
เขาไม่สามารถเข้าไปก้าวก่ายมากกว่านี้เมื่อเขาอยู่ในฐานะพี่ชายของคนทั้งสอง
“ถูกอย่างที่พี่โซพูดออกมา ผมไม่เคยพูดออกไปเลยไม่เคยทำให้ดาได้เข้าใจเลยว่าสิ่งที่ทำลงไปเป็นเพราะว่าผมรักผมห่วงเธอ มองเธอคือคนสำคัญในชีวิต ผมเข้าใจแล้วว่าดาก็คงรู้สึกแบบเดียวกับผมก่อนจะรู้ตัวถึงได้หลบหน้าแบบนั้น ผมตัดสินใจได้แล้วครับว่าผมจะต้องทำยังไง ขอบคุณพี่โซมากนะครับที่มาเตือนให้ผมได้สติได้รู้ตัว” เตชินคลี่ยิ้มออกเมื่อได้ค้นพบความรู้สึกจริงๆ ของตัวเองยามได้ฉุกคิดย้อนกลับไปทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นในความสัมพันธ์ของเขาและเธอก่อนจะเอ่ยขอบคุณพี่ชาย
“แล้วเตจะทำยังไง” เตโซได้แต่ดีใจไปกับน้องชายจึงไม่ได้ใส่ใจมากนักเมื่อฉุกคิดได้ว่าคงจะรั้งไม่ให้ดาริกาไปไกลได้ จึงเลือกที่จะถามถึงวิธีการของน้องชายเท่านั้นว่าจะบอกความรู้สึกกับดาริกาเช่นไร
“ขอให้เป็นเรื่องเซอร์ไพรส์นะครับ วันนี้รบกวนพี่โซมาเยอะแล้ว กลับไปพักผ่อนเถอะครับ” เตชินมีแผนอยู่ในหัวและยังไม่อยากบอกใครเพราะกลัวแผนที่คิดได้คร่าวๆ หลุดไปจนอาจทำให้หญิงสาวรู้ตัวเสียก่อน
“ก็ได้ รีบๆ ล่ะ พี่กลับไปนอนก่อน” เตโซยิ้มไปกับน้องชายก่อนจะลุกขึ้นจากเตียงแล้วเดินกลับออกไป
“ครับ” เตชินรับคำอย่างมีความสุขก่อนจะล้มตัวลงนอนเมื่อประตูห้องนอนปิดลง
บทพิเศษ 2พรหมลิขิตเจนีวา, สวิตเซอร์แลนด์เตโซนั่งมองทิวทัศน์ของเมืองเจนีวาที่หาดทรายเทียมอย่างสบายใจสำหรับวันพักผ่อน หลังจากจบเรื่องของเตชินและดาริกาได้สามเดือน ชายหนุ่มก็ตัดสินใจจองตั๋วมาเที่ยวพักผ่อนที่สวิตเซอร์แลนด์เพียงคนเดียว ทั้งยังเป็นการพักฟื้นจากการที่ได้รับบาดเจ็บเมื่อหลายเดือนก่อนถึงแม้ภายนอกจะดีขึ้นแต่การถูกยิงทะลุหน้าอกก็ไม่ใช่บาดแผลที่จะหายได้ง่ายๆ เขาจึงเลือกที่จะมาพักผ่อนยังประเทศที่มีเสน่ห์อย่างลงตัวระหว่างบ้านเมืองและธรรมชาติที่สวยงาม จากสถานที่ท่องเที่ยวเมืองหลักๆ ทั้งหมดสิบเอ็ดเมือง เขาเดินทางท่องเที่ยวไปแล้วห้าเมืองตลอดหนึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมา และเจนีวาก็คือเมืองที่หกในวันแรกของสัปดาห์ที่สองชายหนุ่มทอดสายตามองความสบายใจที่อยู่เบื้องหน้าก่อนจะทอดสายตามองออกไปยังทะเลสาบเจนีวาก่อนจะดึงสายตาไปยังกลุ่มคนมากมายซึ่งกำลังยืนเกาะกลุ่มล้อมรอบบุคคลที่กำลังเล่นเปียโนให้กับผู้คนที่มาพักผ่อนอยู่ไม่ไกลมากนัก เขามองแล้วค่อยๆ เผลอรอยยิ้มออกมาเมื่อได้ยินเสียงเปียโนแสนไพเราะ เขายังคงมองนักดนตรีเปียโนบรรเลงอย่างไม่คิดหันไปมองสิ่งอื่น ไม่ต่างจากหญิงสาวคนไทยที่กำลังนั่งอยู่บนเก้าถัดไปท
ทว่าก็ต้องชะงักพลางเผยอริมฝีปากออกเล็กน้อยเมื่อสามีกำลังยืนนิ่งถือที่ตรวจครรภ์ยื่นไปตรงหน้าเตโซที่กำลังจะลงไปชั้นล่างเตรียมตัวทานมื้อเช้าก่อนออกไปทำงานที่บริษัท เมื่อในวันนี้ที่ปรึกษาอย่างเตโซจะต้องเข้าร่วมประชุมด้วยสำหรับการต้อนรับลูกค้ารายใหม่ “ดา...ดาท้องคนที่สามแล้วเหรอ” เตโซเอ่ยถามออกไปด้วยความดีใจเมื่อชำเลืองสายตาเลยไปมองน้องสะใภ้ที่กึ่งเดินกึ่งวิ่งตามน้องชายออกจากห้องมา “พี่โซ เอ่อ ค่ะ ดาท้องคนที่สามแล้วค่ะ” เธออึกอักตอบออกไปเพราะยังปรับอารมณ์ไม่ทันกับสถานการณ์ตรงหน้า “กี่เดือนแล้วล่ะ แล้วไปหาหมอหรือยัง เพิ่งตรวจเหรอ” คนเป็นพี่สามียิงคำถามออกมาไม่หยุดจนคนท้องตอบไม่ทันได้แต่ยืนยิ้มแห้งส่งกลับมา “เอ่อ...” เธอไม่รู้จะเริ่มต้นพูดออกไปเช่นไรดี “ห้าล้าน รับขวัญหลาคนที่สาม” คนที่เพิ่งรู้ตัวว่ากำลังจะเป็นคุณพ่อลุกสามกลับไม่สนใจบทสนทนาของภรรยาสาวกับพี่ชาย นอกจากข้อเรียกร้องเมื่อตนมีหลานให้กับพี่ชายที่ตัวเขาเองก็ไม่ทันตั้งตัวกับการมีลูกคนที่สาม แต่เงินไม่ใช่ประเด็นสำหรับเขากับการที่มาบอกพี่ชาย แต่
บทพิเศษ 1 แค่มีดาริกาที่เป็นแม่ของลูก มือหนาปัดเส้นผมที่ตกลงมาปกข้างแก้มของภรรยาสาวที่ยังคงนอนหลับใหลในห้วงนิทราไปเมื่อหนึ่งชั่วโมงก่อนหลังบทรักที่ชายหนุ่มมอบให้เพิ่งจบลง ก่อนจะเคลื่อนใบหน้าเข้าไปใกล้ก่อนจะประทับริมฝีปากลงบนแก้มนวลด้วยความหลงใหล ทว่าเป็นการปลุกให้ดาริกาตื่นจากภวังค์หวานเมื่อริมฝีปากไม่ได้หยุดแค่ที่แก้ม หนำซ้ำมือหนาเริ่มลูบไล้ไปตามเอวคอดที่เปลือยเปล่าไร้อาภรณ์ปกปิด “พี่เต ดาง่วงและเหนื่อยจะแย่แล้วนะคะ” สาวเจ้าพึมพำพลางปรือตาขึ้นมามองสามีหนุ่ม “แต่เมียตัวหอม พี่ทนไม่ไหว” เตชินกระซิบเสียงพร่า เคลื่อนหน้าจากใบหูมายังลำคอขาวลออก่อนจะซุกไซ้ลำคอที่ขึ้นสีแดงระเรื่อจากเครื่องหมายที่แสดงความเป็นเจ้าของ ซึ่งเกิดจากฝีปากร้ายของเขาที่ตีตราเอาไว้ “พี่เตขา เมื่อคืนก็ทั้งคืนแล้วนะคะ ให้ดาได้พักบ้างนะ นะคะ น้า” ดาริกายกมือดันสามีหนุ่มให้ผละออกห่างก่อนจะพูดอ้อมพร้อมสายตาหวานราวกับลูกแมวน้อยที่กำลังอ้อนเจ้านาย “งั้นนอนกอดก็แล้วกัน แต่คืนนี้พี่ไม่ปล่อยเหมือนตอนนี้แน่” เตชินแพ้เสียงหวานและสายตาออดอ้อ
บทส่งท้าย เสียงคลื่นกระทบฝั่งพร้อมสายลมหอบใหญ่ที่พัดเข้าฝั่งปะทะผิวของเตชินที่นั่งอยู่บนหาดทรายสีขาวด้านข้างมีรองเท้าแตะสองคู่วางข้างกันหากแต่อีกหนึ่งคู่ไร้เจ้าของนั่งอยู่ข้างกายชายหนุ่ม เพียงไม่นานเสียงหวานใสเจ้าของรองเท้าแตะดังขึ้นจากด้านหลังของเขา เสียงเท้าก้าวเดินมาทำให้รอยยิ้มบนใบหน้าของเขาคลี่ยิ้มกว้างอย่างรู้ทันก่อนจะหันไปหอมแก้มหญิงสาวเมื่อเธอนั่งลงแล้วโน้มตัวสวมกอดจากด้านหลังพลางเกยคางลงบนบ่าของเขา“คิดถึงพี่เต” ดาริกาคลี่ยิ้มกว้างพูดออกไปเมื่อถูกเตชินขโมยหอมแก้ม“พี่คิดถึงมากกว่า มา มานั่งนี่” เตชินพูดพลางเอี้ยวตัวดึงแขนดาริกาให้เดินอ้อมมานั่งลงด้านหน้าระหว่างขาของชายหนุ่มก่อนจะสวมกอดเมื่อหญิงสาวเอนกายพิงลงมาอย่างทะนุถนอม“ขอบคุณนะคะพี่เต และดาก็ขอโทษที่ทิ้งพี่เตไปแบบนั้น” ดาริกาพูดขึ้นขณะที่นั่งช้อนตัวอยู่ข้างหน้าเตชินโดนที่ถูกเขาสวมกอดพลางใช้มือลูบลงบนหน้าท้องที่นูนขึ้นมาเล็กน้อยตามอายุครรภ์สิบหกสัปดาห์“พี่ไม่เคยโกรธดาเลย มีแต่จะรักและแคร์ดามากกว่า อีกอย่างเรื่องมันก็ผ่านไปสามปีกว่าแล้ว” เตชินกระชับกอดให้ดาริกาได้รู้สึกว่าเขาคิดอย่างที่พูดออกไปเพราะทั้งหมดชายหนุ่มก็มีส่
มีแต่จะใส่อารมณ์ใส่เธอเช่นนี้เสมอเขาผิด ใช่เขาพลาด ใช่เธอหนีไป ก็สมควร แต่ต้องไม่ใช่ตอนนี้ที่เขาจะปล่อยเธอให้หลุดมือไปอีกเป็นแน่ เพราะเขาจะแสดงออกมาให้เธอเห็นว่าสิ่งที่เขาทำความรู้สึกที่มีมันหมายความเช่นไร และความกลัวที่จะเสียเธอไปอีกทำให้เขารีบวิ่งไปกอดรัดหญิงสาวจากทางด้านหลังทันทีเขาจะไม่ยอมปล่อยเธอให้หายไปไหนได้อีกแม้ว่าทั้งเตโซและดาริกาจะโกหกหรือคิดจะเอาคืนเขากับช่วงเวลาที่ผ่านมาจนน่าหงุดหงิดและไม่น่าให้อภัย แต่เขาจะยอมปล่อยผ่านแล้วลืมมันไป เพราะตอนนี้สิ่งสำคัญสำหรับเขาที่ควรจะให้ความใส่ใจมากที่สุดก็คือดาริกา...“ไอ้พี่เต! ปล่อยนะ” ดาริกาขึ้นเสียงพลางดิ้นให้สุดแรงด้วยความตกใจเมื่อถูกเตชินวิ่งเข้ามากอดจากทางด้านหลังอย่างไม่ทันตั้งตัว“ถ้าจะเรียกไอ้ไม่ต้องมีพี่ก็ได้นะ...เดี๋ยวนี้โตขึ้นเยอะเลยนะ” เตชินรัดแขนที่โอบกอดเธอจากด้านหลังแน่ขึ้นเพื่อไม่ให้เธอหลุดออกได้ง่ายๆ พลางพูดทะเล้นใส่“พี่เตปล่อย” เมื่อเห็นว่าเขาไม่คิดจะปล่อยง่ายๆ จึงเสียงเข้มขึ้นพร้อมกับแรงที่พยายามสลัดตัวเองให้หลุดออกจากอ้อมแขนของเขา“พี่ไม่ปล่อย...น้องดา น้องดา ดา!” เตชินปฏิเสธพลางเรียกชื่อของดาริกาเสี
ทันทีที่ได้รับข้อความจากนักสืบว่าดาริกาขึ้นเครื่องแล้วเรียบร้อย เตชินก็แทบจะนั่งรอต่อไม่ไหวเพราะกว่าหนึ่งชั่วโมงครึ่งที่หญิงสาวจะเดินทางมาถึงภูเก็ต และแน่นอนว่าชายหนุ่มเลือกที่จะนั่งรอจนกระทั่งใกล้ถึงเวลาเครื่องลง เขาก็เลือกที่ทำตัวตามปกติเพราะอยากดูว่าพี่ชายของตัวเองคิดจะทำเช่นไรต่อเมื่อสาวเจ้าเดินทางมาถึงเตชินก้าวเดินตรงเข้าไปหาดาริกาทันทีเมื่อเห็นหญิงสาวเดินจับจูงมือเด็กชายตัวน้อยออกมาจากเกทโดยที่ทุกคนทางฝั่งเตโซไม่ทันตั้งตัว กว่าจะรู้ตัวอีกทีก็สายไปแล้วที่จะทำตามแผนไม่ให้เตชินได้เจอหน้าลูกก่อน มิหนำซ้ำยังทำให้ดาริกาตกใจไม่น้อยที่อยู่ๆ เตชินก็พุ่งตัวเข้ามาคว้าแขนของเธอทันทีที่เดินพ้นประตูขาเข้า“น้องดา”“พี่เต!”“เต น้องดา”เตโซร้องเรียกคนทั้งสองด้วยความตกใจและทำอะไรต่อไม่ถูกเมื่อน้องชายของเขาพรวดพราดเข้าไปหาโดยที่เขายังไม่ทันจะตั้งหลักทำตามแผนก่อนจะมองไปที่ดาริกาด้วยสายตาขอโทษกับความผิดพลาดเช่นนี้“แผนพี่จะทำยังไงต่อครับ” เตชินหันไปถามพี่ชายทั้งที่ยังจับแขนของดาริกาไม่ยอมปล่อยและเขาก็ไม่กล้ามองหน้าเด็กชายตัวน้อยที่กำลังเงยหน้ามามองเขาอยู่ด้วยความกลัวและตอนนี้อยากจะคุยกับดาริกามา






![คลั่งรักยัยรุ่นพี่ [Crazy in love]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)
