Masuk“คุณเลือกสถานที่ในการทำงานได้แย่มากเลยนะครับ ไม่มีความเป็นส่วนตัวให้นางแบบเลยสักนิด”
เธียร์ถือเป็นผู้ชายที่ปากแซ่บคนหนึ่งโดยเฉพาะเวลาที่เขาไม่พอใจอะไร เขาไม่สนด้วยซ้ำว่าคนคนนั้นจะเป็นใคร และไม่ได้แคร์ว่าคนอื่นจะมองเขายังไง
ยิ่งเขาเห็นนลินต้องมาถ่ายรูปตากแดดกลางแจ้งแบบนี้ เจ้าตัวยิ่งหงุดหงิดใจที่การทำงานในวันนี้ไม่มีความเป็นมืออาชีพเลยสักนิด นางแบบต้องเปลี่ยนชุดในรถแถมยังไม่มีที่ให้หญิงสาวได้นั่งพัก
ชายหนุ่มรู้สึกว่านลินกำลังถูกเอาเปรียบ อาจจะเป็นเพราะงานของเธอและเขานั้นต่างกัน ชายหนุ่มจึงคุ้นชินกับการที่ต้องทำงานอย่างเป็นระบบแบบแผนเสียมากกว่า
“พอดีว่ามันกะทันหันน่ะค่ะ เห็นน้องลินมาที่นี่พอดีเลยอยากได้ตัวน้องมาเป็นแบบให้”
รุ่นพี่อย่างแนนอธิบายออกไป
“ถ้ารู้ว่าไม่พร้อมก็ไม่ควรจะมาจ้างงานแบบนี้นะครับ ที่นลินมาถ่ายให้คุณนี่เพราะเห็นว่าคุณเป็นรุ่นพี่ของเธอหรอกนะ ปกติแล้วเธอไม่รับงานง่อย ๆ แบบนี้หรอกนะครับ”
ร่างสูงเอ่ยออกไปด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบสุขุมแต่แรงทุกประโยคทำเอารุ่นพี่อย่างแนนรู้สึกหน้าชาเหมือนโดนตบแรง ๆ สิบที
เธียร์เดินถือร่มเข้าไปรับเธอเมื่อเห็นว่าถ่ายเสร็จอีกคอลเลกชันแล้ว สีหน้านลินตอนนี้ดูไม่ค่อยดีนัก เพราะเธอถ่ายไปเกือบร่วมชั่วโมงได้แล้ว ชายหนุ่มกลัวว่านลินจะไม่สบายแต่ก็ห้ามอะไรเธอไม่ได้
“ไม่ต้องถ่ายแม่งละ กลับเถอะ !”
คนตัวสูงเอ่ยกับหญิงสาวแต่เขาก็ถูกเธอมองตาขวางใส่ทันที
“อย่าทำตัวไม่มีเหตุผลได้ไหมคะ”
ลินลดาพูดเสียงดุและมีสีหน้าที่ไม่พอใจเขา
“ไม่มีเหตุผลตรงไหน แล้วทำไมต้องเอาร่างกายตัวเองมาทรมานตากแดดเป็นชั่วโมง ๆ เพื่อแลกกับเศษเงินแค่นี้ด้วย”
ทั้งคู่เริ่มทะเลาะกันเสียงดังขึ้นจนคนอื่น ๆ หันมามอง
“สำหรับคุณมันก็เป็นแค่เศษเงินแหละค่ะ แต่สำหรับคนอื่นมันมีค่ามากกว่าคำว่าเงินค่ะ คนอย่างคุณไม่มีวันเข้าใจหรอก เพราะคุณไม่เคยมอบความรักให้กับใคร”
ลินลดารู้สึกโกรธเขาเป็นอย่างมากที่โดนชายหนุ่มดูถูกการทำงานของเธอเช่นนี้
แม้มันจะไม่ได้เงินมากมายมหาศาลอย่างที่เขาทำธุรกิจ แต่นี่มันก็คือสิ่งที่เธอรักและถนัด เธอเต็มใจที่จะทำ เธออยากที่จะช่วยคนที่เคยดีกับเธอในช่วงเวลาหนึ่ง นลินไม่ได้มองเพียงแค่เป็นการรับจ้างถ่ายแบบรับเงินแล้วจบ แต่มันมีผลต่อจิตใจเธอมากกว่านั้น
ย้อนกลับไปเมื่อตอนหญิงสาวเรียนมหาลัย เธอเป็นผู้หญิงที่หน้าตาดีคนหนึ่งแต่ตอนนั้นนลินยังไม่สนใจงานในวงการสักเท่าไหร่ จึงไม่รู้วิธีการทำมาหากินจากความสวยของตัวเอง
กระทั่งพี่แนนซึ่งทำแบรนด์เสื้อผ้า เห็นว่านลินมีแววทางด้านนี้ จึงชักชวนเธอให้ทำงาน เริ่มจากถ่ายแบบรับรีวิวเสื้อผ้าและถ่ายโฆษณาต่าง ๆ จนเป็นที่รู้จักแก่คนอื่น ๆ ในวงการแฟชั่น ด้วยหน้าตาและหุ่นของหญิงสาวที่เหมาะแก่การเป็นนางแบบ ก็มีแมวมองมาชักชวนให้ไปเดินแบบ เรียกได้ว่า...พี่แนนก็มีส่วนในการทำให้เธอมีทุกวันนี้ และเธอก็ไม่เคยลืมว่าใครที่ดีกับเธอบ้าง
นลินเดินหนีเขาไปเปลี่ยนชุดเพื่อถ่ายต่อจนเสร็จ ทั้งคู่ไม่พูดคุยอะไรกันจนถึงโรงแรม ลินลดาก็เงียบไม่พูดไม่จาอะไรกับเขา เธียร์เองก็นั่งทำงานคนเดียวเงียบ ๆ ในมุมห้องนั่งเล่น
บรรยากาศภายในห้องมีเพียงเสียงแอร์คลอเบา ๆ และเสียงจากโทรทัศน์ที่หญิงสาวเปิดดูซีรีส์อยู่คนเดียว ร่างสูงละสายตาจากหน้าจอโน้ตบุ๊กแล้วมองไปที่เธอก็เห็นว่าหญิงสาวหลับไปแล้ว เขาจึงลุกขึ้นเดินมาปิดทีวีให้
ธีรติยืนมองเธอด้วยสีหน้าที่ดูเป็นกังวล เขารู้สึกผิดกับคำพูดของตัวเองแต่ที่พูดออกไปก็เพราะเป็นห่วง แต่เขาอาจจะคิดน้อยไปหน่อยคำพูดจึงไปกระทบกับจิตใจเธอ
เช้าวันต่อมาเป็นวันที่ต้องเดินทางกลับแล้ว เธียร์เก็บกระเป๋าเตรียมที่จะเดินทางกลับ บรรยากาศระหว่างเขากับนลินก็ยังคงตึง ๆ ใส่กันอยู่
“หยิบเสื้อให้หน่อยสิ”
เธียร์พยายามหาเรื่องที่จะคุยกับนลิน ถึงตอนนี้ต่อให้ต้องทะเลาะกันเขาก็ยอมอย่างน้อยก็ดีกว่าที่เธอเงียบไม่พูดไม่จากับเขาแบบนี้
นลินถอนหายใจและมีสีหน้าที่ดูเอือมระอาเขานิด ๆ แต่ก็ยอมหยิบเสื้อของเขาที่วางอยู่ใกล้ ๆ ให้ วันเดินทางกลับมีเพียงแค่นลินกับเธียร์และคุณจี เลขาของเขา
ส่วนน้ำฟ้ากลับไปตั้งแต่เมื่อวานแล้ว ก็ดีเหมือนกันจะได้ไม่ต้องอารมณ์เสียไปมากกว่านี้ เพราะนลินเองก็ไม่รู้ว่าถ้าเจอหน้าผู้หญิงคนนั้นอีกเธอจะควบคุมตัวเองไม่ให้ตบหล่อนได้หรือไม่ นึกแล้วก็หงุดหงิดขึ้นมาทันที หญิงสาวจึงฟาดไปที่แขนของร่างสูงเข้าอย่างแรง
“โอ๊ย ! ตีผมทำไมเนี่ย ?”
ชายหนุ่มทำหน้างง เมื่อจู่ ๆ เขาก็โดนเธอทุบอย่างไร้สาเหตุ ส่วนหญิงสาวก็ทำหน้ามึนแกล้งหลับใส่เขาไปเลย
ทันทีที่กลับมาถึงคอนโด ลินลดาก็สลบไปอีกรอบด้วยความเหนื่อยล้า ชายหนุ่มก็ปล่อยให้เธอนอนพัก ในระหว่างที่เขานั่งเล่นอยู่นั้นเสียงโทรศัพท์ของเธียร์ก็ได้ดังขึ้น ผู้เป็นพ่อของเขานั่นเองที่โทรมา
'ครับคุณพ่อ' ชายหนุ่มเอ่ยกับปลายสาย
'กลับมาหรือยัง ? ' เสียงแข็งเอ่ยถามกลับมา
'มาถึงตั้งแต่เมื่อเช้าแล้วครับ' ร่างสูงตอบออกไป
'วันนี้ตอนเย็นพ่อนัดทานข้าวกับลุงมานพที่ร้าน... ตอนหนึ่งทุ่ม อย่ามาสายล่ะ' ผู้เป็นพ่อบอกกล่าวถึงการนัดรับประทานข้าวกับครอบครัวของน้ำฟ้า
'แต่...' ชายหนุ่มพูดไม่ทันจบ ผู้เป็นพ่อก็รีบเอ่ยแทรกเขาขึ้นมาทันที
'ไม่มีแต่ ! ฉันหวังว่าแกจะไม่ทำให้ฉันขายหน้านะ' ชายวัยกลางคนทิ้งประโยคที่ยากจะปฏิเสธให้ชายหนุ่ม
'ครับ' เจ้าของร่างสูงได้เพียงตอบตกลงไปด้วยน้ำเสียงที่ฟังดูสลด
เมื่อเดินทางไปถึงที่วัดในระหว่างที่นลินกำลังหยิบของอยู่ในรถ พี่เลี้ยงก็อุ้มน้องลงจากเบาะ ภาวินทร์จึงเดินเข้ามาหาผู้เป็นแม่พร้อมเอ่ยถามด้วยสีหน้าเศร้า “มะมี้หายโกรธยางง”น้ำเสียงละมุนของลูกชาย ทำให้ลินดลารู้สึกเอ็นดูเป็นอย่างมาก เด็กน้อยคงจะกังวลเรื่องเมื่อเช้าที่แม่ดุเขาและไม่ได้คุยเล่นกับเขามาตลอดทาง “แล้วน้องวินทร์เป็นเด็กดีหรือยัง ?”นลินจ้องมองหน้าลูกนิ่ง ๆ “เป็นเด็กดีแย้ว”ใบหน้าจิ้มลิ้มที่น่ารักน่าเอ็นดูส่งยิ้มให้ผู้เป็นแม่พร้อมเดินเข้าไปกอดคอ“ถ้าเป็นเด็กดี มะมี้ก็หายโกรธน้องวินทร์แล้วครับ”ลินลดาอุ้มลูกชายลงจากรถพร้อมหอมลูกชายไปฟอดใหญ่ เธียร์ที่ยืนมองสองแม่ลูกเคลียร์ความในใจกัน เขาก็อดไม่ได้ที่จะยิ้มตาม “น้องวินทร์ดูสิใครมา”เธียร์เอ่ยเรียกลูกชายให้หันไปดูผู้ที่พึ่งลงจากรถ“ธามมม !”เด็กน้อยเอ่ยเรียกอย่างดีใจเมื่อเห็นเขา ทำให้ผู้ใหญ่ทั้งสามหลุดขำออกมาเมื่อเห็นท่าทีของเขา “ลุงธามสิลูก”นลินพูดปนหัวเราะเมื่อเห็นลูกชายเรียกพี่ธามอย่างกับเพื่อนสนิท “ว่าไงวินทร์ เรียกอย่างกับเพื่อนเลยนะเรา”คุณลุงก็รู้สึกตลกหลานชายที่ไม่ค่อยจะเรียกเขาว่าลุง แต่ก็ไม่ได้ซีเรียสอะไรเพราะเด็กก็เ
[ปัจจุบัน] ตั้งแต่มีลูกทั้งคู่ก็มีนาฬิกาปลุกส่วนตัวทันที ทุก ๆ เช้าเด็กน้อยจะปีนขึ้นบนตัวพ่อและแม่สลับกันอย่างเช่นในเช้านี้ “ปะป๊า ปะป๊า”เสียงยานคางของเจ้าตัวเล็กเอ่ยเรียกผู้เป็นพ่อให้ตื่นขึ้นมาเล่นกับเขา ภาวินทร์ปีนขึ้นไปนอนทับบนอกของเธียร์พร้อมใช้สองมือเล็กจับหน้าเขาโยกไปมา “หืมมม ครับลูก”ชายหนุ่มงัวเงียตื่นขึ้นมาพร้อมเอ่ยออกไปด้วยน้ำเสียงแหบพร่า “ดูตูน ๆ”เด็กเล็กงอแงขอดูการ์ตูนแต่เช้า ผู้เป็นพ่อถึงกับต้องกุมขมับ เมื่อโดนลูกชายตัวแสบก่อกวนเขาตั้งแต่ตี 5 “น้องวินทร์ครับ ตอนนี้ยังเช้าอยู่เลยลูก ปะป๊าง่วงมากเลย ปะป๊าขอนอนแป๊บหนึ่งได้ไหมครับ”ชายหนุ่มกอดลูกแล้วพลิกนอนตะแคงพร้อมเอ่ยกับลูกชายด้วยเสียงอ่อน “ได้ครับ ปะป๊านอน น้องวินทร์จะไปหามะมี้”เด็กเล็กตอบผู้เป็นพ่อด้วยน้ำเสียงเจื้อยแจ้ว พูดจบคนตัวเล็กก็รีบมุดไปนอนกอดนลิน หญิงสาวรู้สึกตัวก็ดึงลูกเข้ามากอด เจ้าตัวเล็กจึงหลับไปอีกรอบจนถึงตอนสาย ลินลดารู้สึกตัวตื่นขึ้นมาเพราะรู้สึกเหมือนลูกกำลังกินนมเธออยู่ แต่พอลืมตาเท่านั้นแหละ นี่ไม่ใช่ลูก นี่มันพ่อมันชัด ชัด ! เพียะ !เธอใช้ฝ่ามือเล็กฟาดไปที่กลางหลังของเขาจนเกิดเสียงดัง และมี
นับวันเธียร์ยิ่งหลงลูกชายตัวเองเข้าไปใหญ่ เพราะนิสัยที่ขี้อ้อน อีกทั้งยังทะเล้นเหมือนเขา ทำให้คนที่อยู่ใกล้ต่างหลงรักน้องภาวินทร์ “ดูปากป๊านะ...ปะป๊า”ชายหนุ่มนั่งเล่นกับลูกชายในวัยที่ใกล้จะครบ 1 ขวบ “แหะ แหะ !”เด็กเล็กไม่พูดตามเขาแต่ดันหัวเราะอย่างอารมณ์ดี “ไม่เอาสิลูก...พูดตามป๊า...ปะป๊า !” เธียร์ลุ้นให้ลูกเรียกชื่อเขา นลินที่ยืนอยู่ใกล้ ๆ ก็แอบยิ้มให้กับสองพ่อลูกที่หยอกล้อเล่นกัน “ป๊ะ !”ภาวินทร์นิ่งไปชั่วขณะ ก่อนจะเปล่งเสียงหนักแน่นเอ่ยเรียกผู้เป็นพ่อ“ลิน ๆ ๆ ได้ยินมั้ย ๆ ลูกเรียกชื่อผม”ชายหนุ่มทำสีหน้าตกใจหันไปมองนลินพร้อมเอ่ยกับเธอด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น คนร่างสูงรีบเข้าไปอุ้มลูกมาสวมกอดอย่างดีอกดีใจที่ลูกพูดชื่อเขาเป็นคำแรก นลินยอมไม่ได้จึงเดินเข้าไปหาทั้งคู่ “ภาวินทร์ครับ ไหนเรียกแม่ซิ...แม่ !” ลินลดาจ้องหน้าผู้เป็นลูกพร้อมลุ้นว่าเขาจะพูดหรือไม่ น้องภาวินทร์จ้องหน้านลินด้วยสีหน้าที่ใสซื่อก่อนจะหันไปหาพ่อของเขาแล้วเอ่ยเรียกออกมา“ป๊ะ !” “ฮ่า ๆ ๆ เก่งมากลูกพ่อ”ชายหนุ่มยิ้มจนหน้าบานเป็นกระด้งเมื่อลูกชายเอ่ยเรียกชื่อเขาถึงสองครั้ง นลินทำหน้าผิดหวังและมองสองพ่อลูกด้วยสายตา
หลังจากนลินคลอดลูกได้ 5 เดือน บ้านของพวกเขาก็เสร็จเรียบร้อยพอดี ในวันขึ้นบ้านใหม่ญาติ ๆ ต่างมาร่วมแสดงความยินดีและร่วมทำบุญด้วยกัน ที่สำคัญทุกคนต่างก็อยากมาเล่นกับหลานชายตัวน้อย ๆ ที่กำลังน่ารักอย่างน้องภาวินทร์“เผลอแป๊บเดียวโตแล้วนะหลานตา”คุณตาชัยยศอุ้มหลานเดินไปมา สีหน้าเขาเอ็นดูเด็กตัวเล็กเป็นอย่างมาก“ภาวินทร์ปู่มาแล้วลูก !”เสียงคุณปู่ตะโกนมาแต่ไกล เขาเดินลงจากรถแล้วตรงดิ่งเข้ามาหาหลานก่อน“ไม่ตะโกนมาตั้งแต่บ้านเลยล่ะ”ชัยยศหันไปเอ่ยกับเขา “ใครบอกกูไม่ตะโกน”ธนาสวนกลับพ่อของนลินพร้อมเข้าไปแย่งหลานมาอุ้ม ทุกคนต่างเห่อหลานเป็นอย่างมาก เพราะเด็กน้อยกำลังน่ารักน่าชัง “เถียงกันตลอดเลยสองคนนี้”อรยาเอ่ยแซวทั้งคู่ เมื่อผู้ใหญ่มากันครบก็นิมนต์พระมาทำบุญตักบาตรที่บ้านเพื่อเสริมสิริมงคลก่อนเข้าอยู่ “ยินดีด้วยนะครับน้องลิน”ธามแสดงความยินด้วยน้ำเสียงละมุนและสีหน้าที่ยินดี ชายหนุ่มเห็นนลินยืนอยู่จึงเดินเข้าไปทักทาย“ขอบคุณนะคะพี่ธามที่ช่วยแนะนำอะไรหลาย ๆ อย่าง”นลินกล่าวกับเขา “มีอะไรก็ถามพี่ได้ตลอด พี่อยู่ตรงนี้แหละ ลินหันกลับมาเมื่อไหร่ก็เจอ”ใบหน้าชายหนุ่มมองเธออย่างไม่ละสายตา “ค่
2 ปีผ่านไปตั้งแต่มีลูกความสัมพันธ์ของทั้งคู่ก็ดีขึ้นแบบก้าวกระโดด ต่างคนต่างมีเหตุผลและใจเย็นมากขึ้น ทำให้ทั้งคู่รักกันเป็นอย่างดี ตอนนี้น้องภาวินทร์ก็อายุได้ 2 ขวบแล้ว ทั้งคู่จึงอยากพาลูกไปฉลองงานวันเกิดที่ทะเล ถือโอกาสไปเที่ยวกับครอบครัวด้วยทริปนี้ทุกคนเดินทางไปเที่ยวทะเลที่ภูเก็ต โดยมีทั้งครอบครัวนลินและครอบครัวของเธียร์ เป็นทริปใหญ่ก็จะวุ่นวายอยู่หน่อย ๆ“ปะป๊า ปะป๊า”เด็กตัวเล็กวิ่งดุ๊กดิ๊กมาทางผู้เป็นพ่อ แก้มย้วย ๆ เด้งไปมาอย่างน่าเอ็นดู“ว่าไงครับลูก”เธียร์อุ้มลูกขึ้นมานั่งบนตักขณะที่ทานอาหารกันอยู่“ภาวินทร์อย่าไปกวนคุณพ่อลูก ให้พ่อกินข้าว”นลินหันไปเอ่ยกับลูก“ไม่เป็นไร ๆ”กลับกันเธียร์กลับรู้สึกชอบที่ลูกติดเขาเสียอีก“พี่ธามจะมาตอนเย็นใช่ไหมครับแม่”เธียร์หันไปถามคุณนภา“เห็นพี่บอกว่าอย่างงั้นนะ”เนตรนภาตอบกลับลูกชายเมื่อถึงตอนเย็นเธียร์ก็จองร้านอาหารติดชายทะเลพร้อมตกแต่งไฟอย่างสวยงาม เขาเหมาทั้งร้านวันนี้แขกภายในร้านจึงมีแค่ครอบครัวของเขา“ปกติร้านนี้เขาตกแต่งจนถึงชายหาดขนาดนี้เลยเหรอคะ”นลินอุ้มลูกเดินดูไฟที่ประดับจนทั่วชายหาด“ภาวินทร์ดูนั่นสิลูก เห็นไฟไหม ?”ลินลดาชี
และในคืนนี้เธียร์ก็แอบเข้าห้องนลินมาอีกครั้ง ชายหนุ่มกอดเธอและลูบไปที่ท้องของหญิงสาว“คุณแม่ไม่ยอมหายโกรธพ่อสักที พรุ่งนี้คุณปู่คุณย่าจะมาง้อช่วยพ่อแล้วนะ”เธียร์เอ่ยเบา ๆ กับนลิน“ฮะ !”นลินตกใจจนเผลออุทานเสียงดัง“คุณว่าไงนะ”หญิงสาวหน้าตาตื่นเอ่ยถามเขา เธียร์สะดุ้งและมองนลินด้วยสีหน้างง ๆ“ผมให้ป๊ากับแม่มาสู่ขอคุณยังไงล่ะ คุณจะได้กลับไปกับผมสักที”ชายหนุ่มพูดออกไปอย่างหน้าตาเฉย“คุณทำอะไรคุณไม่เคยถามฉันสักคำ คิดเองเออเองไปหมด นี่ก็ลูกฉันเหมือนกัน ฉันไม่มีสิทธิ์ทำอะไรเลยใช่ไหม ฮือออ”นลินร้องไห้ออกมาด้วยความรู้สึกที่ปะปนกันไปหมด ชายหนุ่มมีสีหน้าตกใจและรีบเข้าไปปลอบเธอทันที“ผมขอโทษ ๆ ถ้าคุณไม่โอเคผมไม่ให้ท่านมาก็ได้ ไม่ร้อง ๆ”ร่างสูงรีบดึงเธอเข้ามากอดแต่ก็คงจะไม่ทันเมื่อเช้าวันรุ่งขึ้นพ่อและแม่ของเธียร์ก็มาถึงบ้านของนลินแล้วชัยยศเดินออกไปดูแขกที่มาวันนี้ เขาก็มีสีหน้าตกใจทันทีที่เห็นคนที่เดินลงมาจากรถ ธนาเองก็ไม่ต่างกัน เมื่อเห็นหน้าคนที่ยืนอยู่หน้าประตู เขาก็รู้สึกคุ้นหน้าแปลก ๆ“ไอ้...ไอ้...”ชัยยศชี้หน้าธนาและพยายามนึกชื่อของเขา“ไอ้...”ธนาเองก็เช่นกัน และในที่สุดเขาก็จำได้ “
“มาคนเดียวเหรอครับ”ชายตรงหน้าเอ่ยถามนลิน เห็นว่าเธอนั่งเพียงลำพังเงียบ ๆ จึงอยากชวนคุยตามหน้าที่ของคนทำงานบริการ“แล้วเห็นฉันมากี่คนล่ะ นายนี่ถามแปลก” คนตัวเล็กอารมณ์ไม่ค่อยจะคงที่เมื่อเจอคำถามพร้อมกับหน้าตาทะเล้นของเขาก็ทำเอาหญิงสาวต้องเหวี่ยงวีนใส่เขาออกไป เมื่อเครื่องดื่มมาเสิร์ฟเธอก็ไม่รอช้าท
“หน้าด้าน !”สุดท้ายลินลดาก็ทนไม่ไหว เธอเอ่ยเสียงดังจนคนในร้านหันมามอง “แกว่าให้ใคร”หยาดพิรุณหันขวับกลับมาจ้องเธอทันที “ว่ามึงไง นังหน้าด้าน !”นลินเอ่ยออกไปด้วยน้ำเสียงเกรี้ยวโกรธ ใบหน้าเล็กจ้องจะเอาเรื่องอีกฝ่าย ดวงตากลมจ้องเขม็งไปที่เธอ พนักงานและลูกค้าที่อยู่โดยรอบเริ่มหันมามอง หยาดพิรุณมอง
“ที่ผ่านมา...คุณโกหกลินเรื่องไหนบ้างคะ”น้ำเสียงสั่นเอ่ยถามเขาออกไป สีหน้าแววตาเธอดูเศร้ากว่าปกติ “ฉันไม่ได้ตั้งใจจะโกหกเธอ ฉันแค่ไม่อยากให้เธอรู้สึกแย่”ธีรติพูดกับเธอด้วยน้ำเสียงที่ใจเย็นไม่ใส่อารมณ์ใด ๆ “เลิกพูดแบบนี้สักทีค่ะ ลินไม่อยากฟัง ที่คุณเลือกที่จะโกหกลินนั่นเพราะคุณคิดมาดีแล้ว คุณจะบอ
ขณะที่ลินลดานั่งอยู่ในรถ สายตาของเธอมองออกไปข้างนอกก็ไม่เห็นอะไรนอกจากความมืด ทุ่งนาสองข้างทางรอบตัวเธอเงียบสงบ แต่เสียงสายฝนที่ตกกระทบหลังคารถดังสนั่นหวั่นไหว ลมหวีดหวิวและฟ้าแลบเป็นบางครั้งทำให้นลินสะดุ้งด้วยความหวาดกลัวเธอลองสตาร์ตเครื่องยนต์อีกครั้ง แต่ก็ไม่เป็นผลเมื่อน้ำมันเชื้อเพลิงของรถยนต์







