แชร์

บทที่ 2

ผู้เขียน: สว่างสดใส
ในโรงพยาบาล อูเหยียนอันอยู่ในสภาพที่กำลังหายใจรวยรินแล้ว

เนื่องจากปัญหาเรื่องระบบภูมิคุ้มกัน เขามีไข้สูงอยู่ตลอดเวลา มีเวลาที่มีสติน้อยลงเรื่อย ๆ

“พี่...”

แม้จะเป็นแบบนี้ เมื่อเห็นเงาร่างของอูเจียงหนิง เขายังคงพยายามยิ้ม ไม่ยอมให้เธอเป็นห่วง

“นายพยายามอดทนอีกหน่อยนะ ไม่นานพวกเราก็จะผ่าตัดปลูกถ่ายแล้ว! เหยียนอัน พี่เชื่อว่านายทำได้!”

อูเจียงหนิงไม่อยากร้องไห้ต่อหน้าน้องชาย ดังนั้นเมื่อตาเริ่มแดง เธอจึงหันหน้าหนีไปเช็ดหางตา

“อย่า อย่าไปขอร้องป้า เพื่อผมนะครับ...เธอเสนอมาสี่สิบล้าน ก็เพราะไม่ได้อยากบริจาคตั้งแต่ต้น พี่อย่าทำเรื่องโง่ ๆ...เพื่อเงินเลยนะ”

ตอนแรกที่ป้าสะใภ้ยื่นข้อเสนอมา จงใจที่จะไม่ปิดบังอูเหยียนอัน จึงพูดเรื่องนี้ขึ้นมาในห้องผู้ป่วย

เพื่อให้พวกเขาสองคนพี่น้องเลิกล้มความตั้งใจ!

“เรื่องนี้พี่รู้แก่ใจดี! นายแค่ต้องรู้ว่า พี่มีแค่นายเท่านั้น นายต้องมีชีวิตอยู่ต่อไป ได้ยินไหม?”

อูเจียงหนิงยังอยากให้กำลังใจน้องชายอีกสองสามประโยค แต่อูเหยียนอันหมดสติไปอีกครั้ง

เธอออกจากโรงพยาบาลอย่างจิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว เธอกลับห้องเช่าธรรมดา ๆ แล้วอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า จากนั้นก็นั่งรถไฟใต้ดินไปที่บ้านของตระกูลฟู่

ความยากลำบากของผู้ใหญ่อยู่ที่ ถึงแม้จะแบกรับภาระอันหนักอึ้งเอาไว้จนแทบหายใจไม่ออก ก็ยังถูกความเป็นจริงผลักให้เดินไปข้างหน้าอยู่ดี

“เลขาอู นี่คือจัวเฉิงกรุ๊ปในฐานะที่เป็นแหล่งเงินทุนในครั้งนี้ ทางแผนกโครงการได้สร้างแบบจำลองและคำนวณมาหลายครั้งแล้ว สุดท้ายก็ได้ข้อเสนอเรื่องโครงการสร้างการลงทุนและเงินลงทุน คุณเอาไปให้ประธานฟู่ดูหน่อยนะ ถ้าไม่มีปัญหาก็ลงนามในสัญญาได้เลย”

“ได้ค่ะ”

อูเจียงหนิงยื่นมือไปรับ จากนั้นก็เอากำหนดการในวันนี้ของหัวหน้าที่อยู่บนโต๊ะทำงานของตนเองไปด้วย แล้วเดินไปเคาะประตูที่ห้องประธาน

“ประธานฟู่ ฉันเองค่ะ”

เธอบังคับตัวเองไม่ให้ไปคิดถึงเรื่องเมื่อวานนี้ แสร้งทำเป็นว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นทั้งสิ้น ทำเหมือนทุกอย่างเป็นไปด้วยดีแล้วทำงานตามปกติ

ผลก็คือฟู่อวี้เฉินที่อยู่ด้านในพูดมาเพียงหนึ่งประโยค “เข้ามา”

ในสมองของอูเจียงหนิงเริ่มนึกถึงเสียงครวญครางนั้นของเขาโดยอัติโนมัติ เสียงต่ำอู้อี้ แต่กลับเหมือนมีขนนกปัดอยู่ที่ใบหู ทำให้เกิดความรู้สึกเสียวซ่าน

รู้สึกขัดเขินจนตนเองกระแอมไอเล็กน้อย

เธอผลักประตูเข้าไป ไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมา “พวกนี้ ต้องการให้คุณพิจารณาลงนามค่ะ เอกสารการประชุมผู้ถือหุ้นตอนบ่ายสามโมง จัดเตรียมให้คุณเรียบร้อยแล้วเหมือนกันค่ะ”

หลังจากพูดจบในรวดเดียว อูเจียงหนิงก็คิดจะจากไป

แต่วินาทีต่อมา อยู่ ๆ ฟู่อวี้เฉินก็พูดขึ้น

“อาหารเช้าล่ะ?”

“...” เธอชะงักชั่วขณะ “วัน วันนี้ไม่ได้ซื้อค่ะ”

เป็นเลขาของเขามาหกเดือน อูเจียงหนิงปฏิบัติต่อฟู่อวี้เฉินเรียกได้ว่าอ่อนโยนเอาใจใส่และรู้จักคิด ซื้ออาหารเช้าหลากหลายรูปแบบ เพียงเพื่อไม่ให้เขาไม่ท้องว่าง และเป็นโรคกระเพาะได้ง่าย เมื่อรู้ว่าเขาชอบดื่มกาแฟบดมือ เธอก็ตั้งใจลงทะเบียนเรียนโดยเฉพาะ มีความขยันขันแข็งและระมัดระวังมาโดยตลอด

เหมือนกับวันนี้ที่ไม่ได้ซื้ออาหารเช้ามา ก็เป็นครั้งแรกในรอบครึ่งปี!

เมื่อสัมผัสได้ถึงความขุ่นเคืองที่รุนแรงขึ้นในดวงตาของฟู่อวี้เฉิน อูเจียงหนิงก็รีบพูดว่า “ฉันจะไปซื้อให้คุณเดี๋ยวนี้ค่ะ”

“ไม่ต้องแล้ว”

เขาทิ้งคำพูดนี้ด้วยน้ำเสียงเย็นชา แล้วลุกออกไปจากห้องประธานในทันที

อูเจียงหนิงเบ้ปาก หายใจเข้าลึก และยังคงไปที่ร้านอาหารเช้าที่ตนเองมักจะไปซื้อ จากนั้น...ก็ซื้อมาสองชุด

ในเมื่อเปลี่ยนเป้าหมายแล้ว ทั้งเวลามีจำกัด เธอจำเป็นต้องหาโอกาสลอบมีความสัมพันธ์กับฟู่เชียนเจ๋อให้เร็วขึ้นหน่อย!

เมื่อกลับมาถึงบริษัท อูเจียงหนิงไม่ได้ส่งอาหารเช้าไปที่ห้องประธานก่อน แต่หันหน้าไปที่แผนกโครงการพิเศษ

เธอได้ยินมาว่า ฟู่เชียนเจ๋อที่เพิ่งกลับประเทศไม่ได้รับตำแหน่งรองประธาน แต่กลับเสนอตัวทำโครงการระดับพื้นฐานก่อนสักสองสามปี เพื่อฝึกประสบการณ์

“เลขาอู? ทำไมคุณถึงมาอยู่ที่นี่?”

มีวาสนาจริง ๆ เธอเพิ่งจะลงจากลิฟต์ ก็มองเห็นเงาร่างของฟู่เชียนเจ๋อ!

อูเจียงหนิงรีบยิ้มแล้วเดินเข้ามา “ฉันตั้งใจมาหาคุณค่ะ”

“มาหาผม?” ฟู่เชียนเจ๋อเลิกคิ้ว นัยน์ตาแฝงไปด้วยความอบอุ่น “มีธุระเหรอครับ?”

“ค่ะ! เพื่อขอบคุณที่คุณเคยช่วยฉันไว้ นี่เป็น...อาหารเช้าที่ฉันตั้งใจไปซื้อมาให้คุณค่ะ หวังว่าคุณจะไม่รังเกียจ”

ดวงตาดำขลับของเขาเหลือบมอง ริมฝีปากโค้งขึ้น “ซาลาเปาน้ำซุปจากถนนหมิ่นเจ้อ ผมชอบร้านนี้ จะรังเกียจได้ยังไงครับ? ขอบคุณนะครับ!”

อูเจียงหนิงคิดจะฉวยโอกาสตีเหล็กตอนที่ยังร้อนกระชับความสัมพันธ์ สุดท้ายเพียงชั่วพริบตาเดียว

ไม่รู้ว่าตอนไหนที่ฟู่อวี้เฉินมายืนอยู่ข้างหลังฟู่เชียนเจ๋อ

แต่ว่าเขาได้มองฟู่เชียนเจ๋อ

แต่กำลังมองกล่องซาลาเปาน้ำซุปที่อยู่ในมือของฟู่เชียนเจ๋อ และอีกชุดหนึ่งที่อยู่ในมือของอูเจียงหนิง

“ประธานฟู่ ชุดนี้เป็นของคุณค่ะ!”

อูเจียงหนิงยังคิดว่าเขาอยากกิน ดังนั้นจึงส่งไปให้ แต่ฟู่อวี้เฉินเพิกเฉยต่อมือเธอที่ค้างอยู่กลางอากาศ ก้าวเท้ายาว ๆแล้วจากไป

เธอรีบกล่าวลาฟู่เชียนเจ๋อโดยเร็ว วิ่งเหยาะตลอดทาง ถึงตามเขาเข้าไปในลิฟต์ได้ทัน!

“ประธานฟู่ ซาลาเปาน้ำซุปรอนานไม่ได้นะคะ เดี๋ยวจะไม่มีน้ำซุป หรือไม่...คุณกินก่อนแล้วค่อยไปทำงานดีไหมคะ?”

ชายคนนั้นไม่ได้พูดอะไร ใบหน้าหล่อเหลาตึงเครียด หว่างคิ้วเต็มไปด้วยความมืดมน

ถึงอูเจียงหนิงจะต้องการเปลี่ยนเป้าหมาย แต่เงื่อนไขแรกในการเข้าใกล้ฟู่เชียนเจ๋อ ยังต้องอยู่ที่ตระกูลฟู่ ดังนั้นเธอจึงไม่สามารถผิดใจกับฟู่อวี้เฉินในตอนนี้ได้ ทำได้เพียงปิดปากตัวเอง เดินตามทีละก้าวเท่านั้น

เมื่อกลับมาถึงห้องประธาน หลังจากปิดประตู ก็เหลือพวกเขาเพียงสองคนเท่านั้น

เธอรู้สึกว่าทั่วทั้งร่างแข็งทื่อราวกับห่อด้วยปูนปลาสเตอร์ แข็งจนข้อต่อไม่สามารถขยับเขยื้อนได้

ในที่สุด ฟู่อวี้เฉินก็ทำลายความเงียบ น้ำเสียงทุ้มต่ำน่ากลัว

“เรื่องเมื่อคืนนี้ อธิบายมา”

“...”อูเจียงหนิงแกะฝ่ามือของตนเอง แล้วพูดว่า “ประธานฟู่ มันเป็นแค่อุบัติเหตุเท่านั้นค่ะ! คุณดื่มมากไป ฉันก็ดื่มมากไปเหมือนกัน! แต่คุณวางใจนะคะ เรื่องนี้จะไม่รั่วไหลออกไปเด็ดขาด ฉันสาบาน”

ดวงตาเย็นชาของเขาหรี่ลงอย่างกะทันหัน จับจ้องไปที่ใบหน้าเล็กของเธอ

ความทรงจำของเมื่อคืนถูกจัดระเบียบใหม่อีกครั้ง ฟู่อวี้เฉินได้ข้อสรุปออกมาอย่างง่ายดาย “คุณคิดจะท้องลูกของผม”

“เปล่านะคะ!” อูเจียงหนิงตอบอย่างรวดเร็ว ถึงขั้นเพื่อพิสูจน์ตัวเอง จึงรีบพูดว่า “พวกเรา...ไม่ได้ป้องกันอะไรจริง ๆ แต่ฉันออกจากโรงแรมไปตั้งแต่เช้า แล้วก็ซื้อยาคุมฉุกเฉิน! คุณดูสิคะ นี่เป็นกล่องยา แน่นอน ถ้าคุณไม่วางใจละก็ ฉันกินอีกครั้งก็ได้ค่ะ ตรวจสอบด้วยตาของคุณเอง!”

เธอค้นกล่องยาที่เฉิงซินให้ตนเองออกมาจากกระเป๋า ด้านในว่างเปล่าแล้วจริง ๆ

“ประธานฟู่ คุณอย่าไล่ฉันออกเพราะเรื่องนี้เลยนะคะ ฉันชอบฟู่ซื่อกรุ๊ปมากจริง ๆ!” อูเจียงหนิงเม้มริมฝีปาก ก้มหน้าลง “ถ้าคุณไม่พอใจจริง ๆ งั้น...งั้นคุณย้ายตำแหน่งฉันเถอะค่ะ ฉันไปเป็นผู้ช่วยในแผนกโครงการได้!”

ดีที่สุดคือ แผนกโครงการนั่นของฟู่เชียนเจ๋อ

การแสดงของเธอจบลงแล้ว ทำให้ฟู่อวี้เฉินสับสนอยู่บ้างจริง ๆ

หรือว่า...

ตนเองเดาผิดงั้นเหรอ?

แต่ตอนนี้เรื่องที่มีความสัมพันธ์กันเป็นเรื่องจริง เป็นครั้งแรกของอูเจียงหนิงจริง ๆ ถึงเขาจะมีนิสัยเย็นชาและเก็บตัวอยู่บ้าง แต่ก็ยังมีความรู้สึกรับผิดชอบ

ความสงสัยในสายตาจางหายไป สักพัก เขาก็พูดขึ้นว่า

“ผมจะรับผิดชอบคุณ”

“คุณต้องการเงิน หรือต้องการสถานะ?”

อูเจียงหนิงตกตะลึง จากนั้นก็ส่ายหัว “ฉันไม่ต้องการอะไรทั้งนั้นค่ะ!”

ถ้าเป็นไปได้ ย้ายเธอไปเป็นผู้ช่วยของฟู่เชียนเจ๋อได้ไหม...

แน่นอนว่าเธอไม่กล้าพูดคำนั้นจริง ๆ

จุดประสงค์นี้ชัดเจนเกินไป ฟู่อวี้เฉินเป็นคนฉลาด ถ้าทายได้ถูกล่ะ?

เมื่อถึงเวลาลูกกับหลานได้รู้เรื่องราวกัน ตนเองที่เป็นคนนอกกลัวว่าแม้กระทั่งตายยังไงก็คงจะไม่รู้

ตอนนี้ อูเจียงหนิงคิดแต่เพียงว่าจะทำตามเนื้อหาในสัญญาให้เร็วที่สุด ตั้งครรภ์ลูกของฟู่เชียนเจ๋อ ใช้เวลาสิบเดือน แลกกับชีวิตของน้องชาย จากนั้นก็จะหายตัวไปจากเมืองจิงกั่งโดยสมบูรณ์ ชีวิตนี้จะไม่เจอใครในตระกูลฟู่อีก!

เมื่อถูกเธอปฏิเสธอย่างสิ้นเชิง ฟู่อวี้เฉินคิดว่าเธอฟังไม่เข้าใจ

“ผมบอกว่า สถานะก็ได้”

ถึงแม้เขาจะไม่ได้รู้สึกดีอะไรกับอูเจียงหนิงนัก แต่เขาก็ไม่ได้มีความความรู้สึกกับเพศตรงข้ามคนอื่น ๆ เช่นกัน ถึงแม้ว่าตอนนี้จะเคยนอนด้วยกันแล้ว มีความสัมพันธ์นั้นแล้ว อีกทั้ง...

ฟู่อวี้เฉินจำเป็นต้องยอมรับว่า รสชาติของเมื่อคือ เขาชอบมัน

ดังนั้น ลองคบกับอูเจียงหนิงดู ก็ไม่ใช่ว่าไม่ได้

“ประธานฟู่ ฉันฟังเข้าใจแล้วค่ะ! แต่คุณไม่ต้องฝืนใจตัวเองมารับผิดชอบฉัน พวกเราถือซะว่าทั้งหมดเมื่อคืนไม่มีอะไรทั้งนั้น ฉันสมัครใจเอง ไม่เกี่ยวกับคุณ!”

“...”

“ถ้าไม่มีธุระอื่นละก็ ฉันไปทำงานก่อนนะคะ”
อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • รักวุ่น ๆ ของคุณเลขา   บทที่ 30

    “ประ ประธานฟู่?”“คุณเต็มใจย้ายตำแหน่ง?”สมองของอูเจียงหนิงในเวลานี้เหมือนนาฬิกาที่สปริงหลุด หยุดทำงานไปในทันที!ลำคอของเธอเกร็งฉับพลัน ไม่รู้ว่าตัวเองควรพยักหน้าหรือส่ายหน้าดีดวงตาของฟู่อวี้เฉินราวกับเหวลึก เอาแต่จ้องอูเจียงหนิง แต่ไม่พูดอะไรสักคำ…หลังจากนั้นเกือบหนึ่งนาที ในที่สุดเขาก็เอ่ยปาก“ออกไป”……อูเจียงหนิงกับฟู่อวี้เฉินเริ่มสงครามเย็นกันแล้วพูดให้ถูกคือ เขาเย็นชาใส่ เธอทำหน้างงหลังจากเกิดเหตุการณ์ย้ายตำแหน่งในช่วงบ่าย ฟู่อวี้เฉินก็ไม่เคยพูดกับอูเจียงหนิงสักคำ แม้แต่ตอนประชุมผู้ถือหุ้น เขาก็เรียกผู้ช่วยโครงการไปเอาเอกสารแทนที่จะเรียกเธอในที่สุดอูเจียงหนิงก็ทนรอจนเลิกงาน เธอคิดเอาไว้ว่า รอกลับถึงบ้านค่อยลองหยั่งเชิงเขาดู แต่เมื่อเธอออกจากบริษัท และนั่งรถไฟใต้ดินกลับถึงวิลล่า เมื่อเปิดประตู ก็พบว่าฟู่อวี้เฉินทำอาหารเย็นเสร็จ และยกมาวางไว้บนโต๊ะอาหารแล้วไม่รู้ว่าเขากินหรือยังนะ แต่ตัวเขาอยู่ในห้องทำงานแล้ว!ประเด็นคือวันนี้อูเจียงหนิงทำเรื่องที่ผิดต่อเขาไว้ ดังนั้นหัวใจของเธอจึงกระสับกระส่ายเธอค่อยๆ เดินย่องไปแอบฟังที่ประตูห้องทำงาน…อืม ฟู่อวี้เฉินน่าจะกำล

  • รักวุ่น ๆ ของคุณเลขา   บทที่ 29

    “งั้นแสดงว่าแค่เธอยอม นายก็จะให้ฉันเป็นเลขานายใช่ไหม?”ลีน่าแอบบิดเบือนประเด็นเล็กน้อย หวังคว้าโอกาสให้ตัวเอง!จัดการฟู่อวี้เฉินนั้นไม่ง่าย แต่จัดการเลขาของเขา น่าจะไม่ได้ยากขนาดนั้นมั้ง! เป็นแค่เรื่องที่ต้องเสียเงินเพิ่มอีกหน่อยเองเธอคิดเอาไว้แล้วว่า ผู้หญิงที่อยู่รอบตัวอวี้ฟู่เฉิน คงไม่มีใครที่ไม่หวั่นไหวหรอก! แต่เชื่อว่าไม่นานพวกเธอก็จะเข้าใจเองว่า นอกเหนือจากเรื่องงานแล้ว ฟู่อวี้เฉินไม่มีทางมีความสัมพันธ์อย่างอื่นกับพวกเธอ!ตอนนี้ยังสามารถได้เงินจากเธอก้อนหนึ่ง และถอนตัวอย่างเงียบๆ คิดว่าน่าจะเกลี้ยกล่อมได้ไม่ยากขณะที่ฟู่อวี้เฉินกำลังจะเอ่ยปาก ทันใดนั้น ก็มีเสียงเคาะประตูดังขึ้นจากข้างนอก…“ประธานฟู่ ฉันเองค่ะ”พูดถึงใคร ใครก็มาพอดีอูเจียงหนิงที่ไปงีบมาแล้ว มาส่งเอกสาร“เข้ามา”เมื่อได้ยินเสียงท่านประธานของตัวเอง เธอจึงจะเปิดประตู และรายงานโดยตรงตามความเคยชิน “ประธานฟู่ เอกสารการสอบทานธุรกิจที่คุณต้องการ ฉัน…หามาครบแล้วค่ะ”ที่เสียงของอูเจียงหนิงชะงัก เป็นเพราะสังเกตเห็นว่ามีคนอื่นอยู่ในห้องทำงานประธานผู้หญิงนี่จะโทษว่าเธอเห็นเรื่องธรรมดาเป็นเรื่องแปลกไม่ได้นะ เพร

  • รักวุ่น ๆ ของคุณเลขา   บทที่ 28

    “ข้ออ้าง! ต้องเป็นข้ออ้างแน่ๆ!” ฉินซือเย่กัดฟันอย่างผิดหวังในตัวเขา “อวี้เฉิน นายลองมองลีน่าดีๆ อีกที! ฉันกล้าพูดเลยว่า ในโลกนี้แทบไม่มีผู้หญิงคนไหนที่สวยกว่าเธออีกแล้ว นายแน่ใจเหรอว่าไม่เอา?”ฟู่อวี้เฉินหมดคำจะพูดแล้วเขาถอยหลังสองสามก้าว เว้นระยะห่างจากอีกฝ่ายเล็กน้อย “นายว่างจนจับคู่ให้คนอื่นมั่วไปหมดแบบนี้ ฉันควรโทรหาลุงฉินไหม?”เมื่อฉินซือเย่ได้ยินแบบนี้ ก็รีบส่ายหน้าทันที “อย่าๆๆ! นายดูนายสิ ล้อเล่นกันแค่นี้ นายชอบเล่นแรงตลอดเลย!”เขายังจะกล้าพูดต่อซะที่ไหนล่ะ?ได้แต่รีบดึงฟู่อวี้เฉินกลับมา แล้วพูดกับลีน่าด้วยรอยยิ้ม “พวกเธอน่าจะมีเรื่องงานต้องคุยกัน ฉันไปก่อนนะ! ทางโน้นมีเพื่อนเรียกฉันไปดื่มน่ะ!”ลีน่าพยักหน้า “โอเค แต่นายจำไว้นะ ดื่มแล้วอย่าขับรถ”“ไม่ต้องห่วง ฉันน่ะ เคารพกฎจราจรที่สุดแล้ว!”หลังจากเธอยิ้มอย่างจนปัญญา ก็อดไม่ได้ที่จะหันไปมองฟู่อวี้เฉินนี่แหละผู้ชายที่แม้จะผ่านไปหลายปี เธอก็ยังลืมไม่ได้…ทุกครั้งที่เขาปรากฏตัว หัวใจของเธอก็เต้นเร็วจนเกินจะควบคุม!ฟู่อวี้เฉินเปิดประตูห้องทำงาน แล้วพูดด้วยเสียงที่ทุ้มต่ำ “เชิญ”ลีน่าเดินตามเข้าไป จากนั้นตั้งใจมองไปที่

  • รักวุ่น ๆ ของคุณเลขา   บทที่ 27

    อูเจียงหนิงหันไปยกเก้าอี้มานั่งลงตรงหน้าโต๊ะ ซึ่งอยู่ตรงข้ามกับฟู่เชียนเจ๋อ ก่อนจะโบกมือและพูด “แต่ละคนมีไลฟ์สไตล์ของตัวเอง ไม่แต่งงานก็ไม่เป็นไรค่ะ”“แล้วคุณล่ะ?”ฟู่เชียนเจ๋อยื่นตะเกียบให้เธออย่างเป็นธรรมชาติอูเจียงหนิงรับไว้ แล้วยิ้มบางๆ “บอกตรงๆ แบบไม่กลัวคุณหัวเราะเยาะเลยนะ ตอนนี้ฉันอยากทำงานอย่างเดียว ยังไม่เคยคิดเรื่องอื่น! แต่ถ้าให้เดาจากสถานการณ์ของฉันในตอนนี้ ฉันก็น่าจะไม่แต่งงานค่ะ”นี่เป็นเรื่องจริงไม่ใช่คำพูดที่เธอพูดเพื่อเอาใจเขาเพราะต่อให้น้องชายของเธอได้รับการปลูกถ่ายไขกระดูก หมอก็บอกแล้วว่า อาจมีโอกาสกลับมาเป็นได้อีกทุกเมื่อ!ไม่ว่าจะรักษาแบบประคับประคอง หรือหาคนบริจาคไขกระดูกต่อไป ทั้งหมดล้วนเป็นค่าใช้จ่ายที่ไม่น้อยเลยลองถามดูสิ ในบรรดาผู้ชายธรรมดา จะมีสักกี่คนที่ยินดีช่วยแฟนเลี้ยงน้องชายของเธอ? พอถึงเวลา เธอคงถูกตราหน้าว่าเป็น “ผู้หญิงแบกน้องชาย” เป็นแน่อูเจียงหนิงไม่อยากลำบากคนอื่น และไม่มีทางทอดทิ้งน้องชาย ดังนั้นความรักเอย การแต่งงานเอย สำหรับเธอแล้ว มันเลื่อนลอยเกินเอื้อมชีวิตบีบคั้นเธอจนไม่มีเวลาคิดเรื่องพวกนี้“คุณ…มีปัญหาส่วนตัวอะไรหรือเปล่า?

  • รักวุ่น ๆ ของคุณเลขา   บทที่ 26

    [หัวหน้าทีมโครงการพิเศษ-ฟู่เชียนเจ๋อ : ไม่ต้องห่วง ผมไม่ให้อาเล็กรู้เรื่องนี้ ก็ได้แล้วไม่ใช่เหรอ?]อูเจียงหนิงคิดไม่ถึงว่าจะมี ‘ลาภลอย’ แบบนี้ด้วย ถ้าเธอยังปฏิเสธอีก ไม่เท่ากับทิ้งโอกาสที่ฟ้าประทานเหรอ!เธอตอบฟู่เชียนเจ๋อกลับไปว่าโอเคอย่างไม่ลังเลทันทีหลังจากการประชุมช่วงเช้าจบลง ฟู่อวี้เฉินก็ไปคุยเรื่องบริษัทสาขาต่างประเทศกับบรรดาผู้ถือหุ้นแล้ว อูเจียงหนิงเคลียร์งานบนโต๊ะจนเสร็จ หลังจากนั้นโทรหาเฉิงซิน“ทางเหยียนอันเป็นไงบ้าง? วันนี้เธอได้ไปเยี่ยมไหม?”“สบายใจได้เลย ช่วงวันทำงานของเธอ ฉันไปทุกวัน! และยังได้ถามหมอเจ้าของคนไข้ของเขาเป็นพิเศษ เกี่ยวกับเรื่องการปลูกถ่ายไขกระดูกด้วย! จนถึงตอนนี้ ครอบครัวน้าชายเธอให้ความร่วมมือดีมาก” เฉิงซินอดไม่ได้ที่จะบ่น “พอรับเงินแล้ว ท่าทีก็เปลี่ยนไปจริงๆ!”อูเจียงหนิงเม้มปาก ไม่อยากพูดถึงครอบครัวน้าชาย “ฉันหวังแค่ว่าเหยียนอันจะหายดี”เฉิงซินถอนหายใจ “ใช่แล้ว ภารกิจของเธอมีความคืบหน้าบ้างไหม? มีโอกาสรุกฟู่เชียนเจ๋อบ้างไหม?”เงินชดเชยสองร้อยล้าน เธอถึงกับปาดเหงื่อแทนเพื่อนสนิท!“ตอนนี้พวกเราถือว่าเป็นเพื่อนกันมั้ง อีกทั้ง…รอบตกไข่ของฉันในเดือ

  • รักวุ่น ๆ ของคุณเลขา   บทที่ 25

    ผลจากการปลดปล่อยทั้งคืนคือ…วันรุ่งขึ้น ขณะที่อูเจียงหนิงมาทำงาน เธอรู้สึกเหมือนถูกสูบพลังชีวิตออกไปจนหมด!ปวดเอว ขาชา เสียงแหบแล้วหันมาดูฟู่อวี้เฉินในตอนประชุมช่วงเช้า เขากลับอยู่ในสภาพที่อิ่มเอมเปรมปรีดิ์ แม้แต่เสียงพูดก็ยิ่งทุ้มและมีพลังขึ้นหลังจากฟังผู้บริหารระดับสูงรายงานการดำเนินงานจนจบ เขาชำเลืองมองอูเจียงหนิงแวบหนึ่ง หลังจากนั้นใช้ซอฟต์แวร์ภายในของบริษัทบนโน้ตบุ๊คส่งข้อความให้เธอ[ประธานกรรมการบริหาร-ฟู่อวี้เฉิน : ถ้าง่วงมาก ไปนอนพักในห้องพักผ่อนของผมได้นะ]ไม่นานนัก บนหน้าจอคอมพิวเตอร์ของอูเจียงหนิงก็มีข้อความนี้เด้งขึ้นเธอรีบกวาดมองรอบตัวทันที เมื่อพบว่าไม่มีใครสนใจเธอ จึงจะคลิกเปิดเพื่อตอบกลับ[เลขาประธาน-อูเจียงหนิง : ไม่เป็นไรค่ะประธานฟู่ แบบนี้มันดูไม่ดี]แม้ห้องพักผ่อนของอวี้ฟู่เฉิน ก็อยู่ส่วนในของห้องทำงานประธาน ถ้าเขาไม่อนุญาต ไม่มีใครเข้าไปได้แต่…ปัญหาคือ ในสายตาของฟู่อวี้เฉินนั้น ฟู่เชียนเจ๋อเป็นหลานชายแท้ๆ ไม่ใช่คนนอกสักหน่อย!ถ้าหากเธอไปนอน ตอนตื่นเดินออกจากห้องพักผ่อนส่วนตัวของประธาน แถมยังเจอฟู่เชียนเจ๋อที่อยู่ข้างนอกพอดี! นั่นคงเป็นหายนะระดับนรก

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status