Masukบ้านของมินตรา เมื่อความรักมันบ่มตัวสุกงอม ความฝันอันสูงสุดของผู้หญิงคือการแต่งงาน เมื่อชายหนุ่มที่คบกันมานานเกือบสิบปี จัดเซอร์ไพรส์ในวันเกิดของเธอ มินตราไม่ลังเลเลยสักนิด หัวใจของเธอเต้นแรงขึ้นอีกครั้ง เมื่อเขาบรรจงสวมแหวนลงที่นิ้วนางข้างซ้ายให้กับเธอ ก่อนที่เขาจะจุมพิตลงที่หลังมือของเธอเบาๆ ท่ามกลางเสียงปรบมือ ที่เหล่าบรรดาผองเพื่อนของทั้งสองมาร่วมยินดี
“ขอบคุณมินมากนะที่ไม่ทิ้งเจตต์ไปไหน เจตต์ขอสัญญาสาบานว่าจะรัก และซื่อสัตย์ต่อมินคนเดียวจนกว่าชีวิตจะหาไม่ ถ้าเจตต์ผิดคำพูดขอให้เจตต์มีอันเป็น..." เขาพูดยังไม่จบแฟนสาวก็รีบเอามือขึ้นมาปิดปากของเจตต์เอาไว้ เพราะหากเขาทำไม่ได้อย่างที่พูด ก็เท่ากับชายหนุ่มกำลังแช่งตัวเองให้อายุสั้นลง
“เจตต์ไม่จำเป็นถึงกับต้องสาบานก็ได้ มินเชื่อใจเจตต์นะ ที่ผ่านมาเจตต์พิสูจน์ให้มินเห็นแล้วว่า ความรักเป็นยังไง สวยงามแค่ไหนขอบคุณนะที่ไม่ทิ้งมิน” มินตราพูดพร้อมกับหอมแก้มแฟนหนุ่มไปฟอดใหญ่ ทำให้บรรดาเพื่อนของเขาส่งเสียงกรี๊ดขึ้นอีกครั้ง ทุกคนต่างก็อิจฉาตาร้อนในความโรแมนติกของทั้งคู่
บ้านที่กำลังจัดปาร์ตี้รื่นเริงส่งเสียงรบกวนไปยังบ้านข้างๆ เขาไม่ได้หลับไม่ได้นอน แต่เรื่องนั้นมันไม่เท่ากับสิ่งที่เขารู้มา วันเกิดของเธอปีนี้มันต่างไปจากทุกปี เพราะมันคือวันปาร์ตี้สละโสดของเธอด้วย
เวลานี้หัวใจของชายหนุ่มเหมือนโดนไฟจี้ มันเจ็บจนเขาอยากจะย้ายบ้านหนี ความเป็นจริงแล้วเธอไม่ผิดเลยสักนิด เมื่อมินตราไม่เคยพูด หรือแสดงท่าทีว่าชอบเขาเลยสักครั้ง เท่าที่เขาเห็นเธอกับผู้ชายคนนั้นก็คบกันมานานแล้ว ไม่แปลกที่พวกเขาจะแต่งงานกัน
เขาต่างหากที่แอบชอบเธออยู่ฝ่ายเดียว ทั้งที่เธอไม่เคยเหลียวมองมาเลยสักครั้ง แต่เข็มทิศก็ยังหวังลมๆ แล้งๆ ว่าสักวันผู้ชายคนนั้นกับมินตราจะเลิกกัน อาจจะฟังดูเห็นแก่ตัวแต่เข็มทิศก็ไม่เคยเข้าไปแทรกระหว่างพวกเขาทั้งสองเลย ชายหนุ่มทำได้แค่แอบมองเธออยู่ห่างๆ อย่างห่วงๆ แค่นี้เขาก็มีความสุขแล้ว
เมื่อมินตราและเจตต์แต่งงานกัน เธอก็ได้ย้ายเข้าไปอยู่ในบ้านสามี ทำให้บ้านที่เคยอยู่เงียบอย่างกับบ้านร้าง คนที่อาศัยอยู่บ้านข้างๆ อย่างเข็มทิศ มักจะปีนข้ามรั้วเข้าไปกวาดใบไม้ที่ร่วงหล่นลงพื้น บ้างก็ตัดหญ้าที่มันขึ้นรกรุงรัง เขาทำแบบนี้ตลอดระยะเวลาเกือบสองปีแล้ว
เมื่อทำความสะอาดเสร็จเขาก็กระโดดข้ามรั้วมายังบ้านของตน โดยวันนี้มีเพื่อนสนิทนั่งเล่นรออยู่ที่ห้องรับแขกในวันหยุด เธอมักจะมาขลุกอยู่ที่บ้านของเขาเสมอ
“เข็มทิศกูถามมึงจริงๆ เถอะ บ้านใครวะ! ทำไมกูมาหามึงในวันหยุดทีไร กูก็เห็นมึงทำความสะอาดอยู่แต่บ้านหลังนั้นบ้านญาติมึงเหรอ” ไอลินแกล้งถามออกไปทั้งที่รู้ดีอยู่แก่ใจ
“ญาติพ่อมึงดิ! มึงไม่รู้อะไรก็เงียบไป” เข็มทิศพูดออกมาอย่างรำคาญ
“ทำไมกูจะไม่รู้ เขาแต่งงานมีผัวแล้วนะ เมื่อไหร่มึงจะลืมเขาได้สักที”
“เรื่องของกูมึงอย่ายุ่งน่า!” เข็มทิศตวาดออกไปเสียงดัง เมื่อหัวใจของเขานั้นมีเพียงแค่มินตรา
“ทำไมกูจะยุ่งไม่ได้กูเป็นห่วงมึงนะเว้ย!! มึงช่วยหันมามองคนที่อยู่ใกล้ๆ คนที่จะเป็นไปได้ คนที่เขารักมึงบ้างได้ไหม” คำพูดของไอลินเขาเข้าใจดี เธอหมายความถึงอะไร เขาพยายามที่จะลองคบกับเธอหลายครั้งแล้ว แต่มันทำใจไม่ได้จริงๆ เพราะเขาลืมสาวรุ่นพี่ไม่ได้
ตอนเขายังเด็กสาวรุ่นพี่ใจดีมาก มักจะซื้อขนมมาฝากเขาเสมอ และเธอมักจะช่วยสอนการบ้านให้กับเด็กชาย ยามว่างๆ ก็จะชวนไปที่สนามเด็กเล่น ความผูกพันเล็กๆ นั้น มันเกิดขึ้นกับเขาโดยที่หญิงสาวไม่ได้ตั้งใจแต่หญิงสาวกลับมองเขาเป็นเพียงแค่น้องชายเท่านั้น ด้วยอายุที่แตกต่าง และมารดาของเข็มทิศไม่ชอบที่มินตรามายุ่งกับลูกชายของนาง สาวน้อยจึงตัดสินใจมีแฟน เพื่อตัดปัญหากับเพื่อนบ้าน
บางครั้งเธอก็เอือมกับความคิดของผู้ใหญ่ เด็กชาย 10 ขวบกับเด็กสาว 18 ไม่มีทาง ที่ความรักมันจะเกิดขึ้นกับคนทั้งสองได้ กว่าเขาจะโตเธอคงแก่หงำเหงือกไปแล้ว จากวันนั้นมามินตราก็ไม่คุยกับเข็มทิศอีกเลย เดินผ่านก็ทำเป็นไม่รู้จัก ไม่ทักไม่คุย เมื่อเวลาผ่านไประยะห่างมันก็เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ คนทั้งสองห่างกันนานเข้า จนในที่สุดก็กลายเป็นคนแปลกหน้าสำหรับกันและกัน
ไอลินแทบทนไม่ได้กับสิ่งที่เข็มทิศกำลังเป็นอยู่ ความรักของเธอที่มีให้กับเขามันก็มากพอ ที่จะทำให้เขาลืมใครคนนั้นได้ แต่ทำไมเขากลับปฏิเสธที่จะรับ เพื่อนที่คิดมากเกินกว่าเพื่อนมันทรมานมากสำหรับไอลินเพราะอยู่ใกล้แต่เธอก็ไม่มีสิทธิ์เกินกว่าที่เป็น
“กูกลับก่อนนะคืนนี้นัดกับพวกไอ้มอสเอาไว้ มึงจะไปด้วยไหม”
“ที่เดิมใช่ไหม อืม... เดี๋ยวกูตามไป”
“อืม..พวกกูจะไปรอที่ผับรีบตามไปล่ะ.บ๊าย”
เมื่อไอลินเดินออกไป เข็มทิศก็ล้มลงนอนเหยียดไปกับโซฟา คิดหาเหตุผลที่เขาลืมสาวรุ่นพี่ไม่ได้ ทำไม? อะไร? ที่ทำให้เขายังลืมเธอไม่ได้
“ไอลินล่ะเข็มทิศ ทำไมไม่อยู่ทานข้าวเย็นด้วยกัน”
“พอดีไอลินเขามีธุระหน่ะแม่ ก็เลยรีบกลับ”
“แม่ว่าไอลินเขาก็น่ารักดีนะเข็มทิศ ทำไมไม่สนใจล่ะ หรือมีใครอยู่ในใจแล้ว”
“แม่ครับผมกับไอลินเราเป็นเพื่อนกัน ผมจะไปคิดกับเพื่อนแบบนั้นได้ยังไงล่ะครับ”
“ไม่ใช่ว่ายังลืมใครไม่ได้หรอกนะ เขาแต่งงานไปแล้วแกก็เลิกหวังลมๆ แล้งๆ สักที”
“แม่ครับมันไม่เกี่ยวอะไรกับคุณมินตรา แม่อย่าเอาเธอมาโยงกับเรื่องนี้!”
“แหม... แตะนิดแตะหน่อยไม่ได้เลยนะแม่คนนี้! ป่านนี้เขาคงมีลูกเป็นโหลไปแล้ว อายุก็ห่างกันเกือบ 10 ปี เขาคงไม่อยากกินหญ้าอ่อนแบบแกหรอกนะ”
ผู้เป็นมารดาพูดดักคอลูกชาย นางไม่ชอบมินตราสักนิด ยิ่งเมื่อรู้ว่าลูกชายหัวแก้วหัวแหวนเพียงคนเดียวของนางแอบชอบสาวรุ่นพี่ นางก็พยายามขัดขวางทุกวิถีทาง และเมื่อมินตราแต่งงานออกไปกับชายอื่นแล้ว นางรู้สึกโล่งและดีใจมาก ที่ลูกชายอายุยังน้อยจะได้มีอนาคตเจอกับผู้หญิงดีๆ รุ่นราวคราวเดียวกัน แต่ดูเหมือนว่าเข็มทิศนั้นยังจะลืมมินตราไม่ได้สักที...
"มินตราไม่ค่อยสบาย นอนอยู่ในห้องโน่น" "ถ้าอย่างนั้นเรามาคุยเรื่องงานกันดีกว่าจะได้ออกไป คุณมินตราพักผ่อนอยู่ ไม่อยากให้เสียงไปรบกวนเธอ ที่สำคัญเวลานี้น้องหนูคงอยากให้ผมออกไปจากห้องนี้แล้ว" เจมส์พูดจบก็หันหน้าไปทางเด็กน้อย ที่เวลานี้เธอตั้งหน้าตั้งตาจ้องมองไปที่จอสมาร์ตโฟนอย่างเดียว การคุยธุรกิจระหว่างบริษัทของแพรวา โดยมีตัวแปรสำคัญคือเจมส์นั้นได้ผ่านพ้นไปด้วยดีตอนเย็นหลังเลิกงานเข็มทิศพามินตราไปที่คลินิก ซึ่งเป็นหมอที่เขาคุ้นเคยเป็นอย่างดี เพราะหมอพายนั้นเป็นเพื่อนของเขาเอง ถึงไม่สนิทมากแต่ก็ถือว่าสนิทในระดับหนึ่ง"หมอขอแสดงความยินดีด้วยนะคะ คุณแม่ตั้งครรภ์ได้หกสัปดาห์แล้วค่ะ"แม้ว่ามินตราจะพอทราบอาการ แต่เธอก็ไม่วายที่จะตื่นเต้นอยู่ดี ในเวลานี้หัวใจของเธอเต้นแรงขึ้นอีกครั้ง เมื่อมันเป็นเรื่องที่น่ายินดี มือเล็กเรียววางไว้ที่หน้าท้อง ก่อนจากลูบไปมาเบาๆ ร้อยยิ้มผุดขึ้นมาบนใบหน้า ก่อนน้ำตาไหลออกมาราวกับสั่งได้ มันคือน้ำตาแห่งความยินดี เมื่อเธอรู้สึกตื้นตันจนเอื้อนเอ่ยออกมาเป็นคำพูดไม่ได้ เมื่อสิ่งมีชีวิตกำลังจะก่อเกิดขึ้น จากการหล่อหลอมรวมเป็นหนึ่ง ด้วยความรักทั้งหมดที่มีระห
"มินไม่รู้เหมือนกัน เย็นนี้ไปหาหมอก็รู้ อาจจะเป็นเรื่องดีก็ได้นะเข็มทิศอย่าคิดมากสิ""ไม่สบายมันน่ายินดีตรงไหนมินตรา ผมอยากรู้เหลือเกิน คุณมีอะไรปิดบังผมไว้หรือเปล่าเนี่ย”"ดูทำหน้าเข้ายังกับคนแก่ไปได้" มินตราแกล้งพูดเอ็ดสามีออกไป"ทำไมแกไม่แก่เด็ดแล้วกัน" ชายหนุ่มพูดออกมาด้วยใบหน้ายียวนกวนเล็กน้อย“เข็มทิศลูกได้ยินหมดนะที่นายพูดเนี่ย""ทำไมคะคุณแม่คุณพ่อชอบเด็ดใบไม้เหรอคะ"ฮ่า! ฮ่า! ฮ่า! เข็มทิศอดที่จะหัวเราะออกมาไม่ได้ ให้กับคำพูดของกาลเวลา ที่ใส่ซื่อแต่พูดจามีเหตุผลเพราะคำว่าเด็ดนั้นต้องใช้กับใบไม้สินะเพียะ!!"โอ๊ย!!คุณตีผมทำไมเนี่ย""ชอบวกมาเรื่องแบบนั้นอยู่เรื่อย เดี๋ยวเหอะทานข้าวไปเลยค่ะน้องหนู" เข็มทิศกับลูกสาวมองตา พร้อมกับส่งยิ้มให้กัน เมื่อสองพ่อลูกถูกมินตราดุเบาๆบริษัทเข็มทิศชายหนุ่มพาภรรยาและลูกสาวเดินเข้ามาในบริษัท ทุกคนต่างจ้องมองมาเป็นตาเดียว เพราะนี่เป็นครั้งแรกที่มินตรากับลูกได้มาเหยียบที่นี่ ซึ่งคนส่วนมากก็ไม่ค่อยทราบเรื่องส่วนตัวของเข็มทิศ เพราะเขาไม่ค่อยได้เปิดเผย เนื่องจากมินตรากับลูกนั้นไม่ชอบเป็นข่าว ตั้งแต่ครานั้นตอนที่มินตราเป็นนางแบบ หลังจากนั้นข่างของเธอก
“ฮึก ฮื้อ! คุณแม่ขา น้องหนูเจ็บตรงนี้ค่ะ” กาลเวลาร้องออกมาพร้อมกับเอามือลูบลงไปที่ข้อเท้าของเธอ"อย่าขี้แยหน่อยเลย นังเด็กเหลือขอเอ๊ย!"เมื่อเข็มทิศเดินเข้ามาถึง เขาได้ยินทุกคำพูดของแพรวา ที่หล่อนกำลังพูดด่าทอกาลเวลาลูกสาวของเขาอยู่ในเวลานี้"นี่คุณแพรวาเด็กตัวแค่นี้ ทำไมคุณถึงพูดจาเหมือนกับเด็กน้อยนั่นทำผิดมหันต์!" น้ำเสียงเข้มฟังดูแข็งกร้าว พร้อมกับแฝงด้วยความโกรธ ทำให้มินตราตกใจเล็กน้อย ที่เจอกับสามีของเธอที่นี่ ส่วนกาลเวลานั้นก็เอาแต่ร้องไห้ ไม่สนใจคนรอบข้าง จนกลายเป็นจุดสนใจของไทยมุงเริ่มมองมาที่กาลเวลาและแพรวาเข็มทิศโน้มตัวก้มลงไปอุ้มกาลเวลาขึ้นมา เมื่อเด็กน้อยมองเห็นว่าเป็นบิดาของเธอ ลำแขนเล็กของกาลเวลาโอบรัดไปที่คอแกร่งของเข็มทิศ พร้อมกับซบใบหน้าเข้าหาอกแกร่งของบิดาทันที“ฮึก ฮื้อ!”"โอ๋... ไม่ร้องนะครับคนเก่ง"ชายหนุ่มพูดปลอบลูกสาว พร้อมกับเอามือลูบลงที่เส้นผมของกาลเวลาเบาๆ ไอศกรีมในมือของเด็กน้อยเวลานี้มันได้เลอะเสื้อของผู้เป็นบิดาไปหมด จึงทำให้แพรวานั้นอดที่จะพูดออกไปไม่ได้"เข็มทิศเด็กนี่กำลังทำเสื้อของคุณเลยนะคะ เด็กอะไรก็ไม่รู้ คุณเป็นแม่ภาษาอะไร หัดอบรมดูแลลูกหน่อยสิ เ
ในเวลานี้เข็มทิศเองก็พยายามเลื่อนเก้าอี้ ขยับถอยห่างออกมา หากเธอไม่ใช่ลูกค้าคนสำคัญ เขาคงจะไม่เกรงใจคงจะพูดตรงๆ ออกไป โดยที่ไม่ต้องรักษาน้ำใจเธอเลยสักนิด"คุณแพรวาอาหารมาแล้ว ทานข้าวเถอะครับ พอดีว่าช่วงบ่ายผมมีประชุม” ชายหนุ่มพยายามบอกปัดหล่อนไปทางอ้อม เมื่อหญิงสาวเริ่มรุกหนัก เธอไม่อายคนรอบข้างบ้างเลยหรืออย่างไร"อะไรกันคะ เพิ่งออกมาเจอแพรก็จะรีบกลับ แพรไม่ยอมจริงๆ ด้วย ตอนเย็นคุณต้องพาแพรไปดินเนอร์เพื่อเซ็นสัญญา” คราวนี้หล่อนได้หยิบยกเอาสัญญาขึ้นมาเป็นข้ออ้าง ทั้งที่บอกกับเจมส์เอาไว้ว่า จะเซ็นสัญญาก็ต่อเมื่อเข็มทิศกลับมา และให้เขานัดให้เธอในวันนี้"ผมจะให้ไอลินนัดเจรจาเซ็นสัญญากับคุณอีกทีนะครับ พอดีช่วงเย็นผมก็มีธุระต้องรีบกลับบ้าน""หากคุณจะส่งตัวแทนมา แพรจะขอยกเลิกสินค้าทั้งหมดทั้งหมด แล้วจะไปสั่งที่อื่นแทน” แพรวาพูดพร้อมกับเชิดหน้าหันมองไปทางอื่น เธอทำเหมือนกับคู่รักกำลังงอนกัน เข็มทิศรู้สึกเอือมระอากับการที่ต้องมาเอาใจลูกค้ารายใหญ่ ที่สำคัญต่อบริษัท ซึ่งหล่อนไม่มีอิทธิพลต่อจิตใจของเขาเลยสักนิด"พอดีผมนัดกับลูกสาวเอาไว้ ตอนเย็นไม่ว่างครับคุณแพรวา" ในที่สุดเข็มทิศก็ตัดสินใจพูดเรื่
เช้าของวันใหม่เข็มทิศเตรียมตัวออกไปทำงาน แต่ลูกสาวกาลเวลาวิ่งมาเกาะแข้งเกาะขาจะเป็นทำงานกับคุณพ่อ เธอร้องอยู่อย่างนั้น จนมินตราถือไม้เรียวเดินออกมาหน้าบ้าน เพราะไม่อยากให้กาลเวลานั้นเอาแต่ใจเกินไป งอแงจะตามบิดาไปทำงานเกือบทุกวันเสียจนเคยตัว"น้องหนูจะไปกับคุณพ่อค่ะ ให้น้องหนูไปด้วยนะคะ" เด็กหญิงแก้มใส พูดจาเจี๊ยวจ๊าวออกมาเข็มทิศย่อตัวลงนั่ง เพราะเขาเองก็ไม่อยากห่างลูกเลยแม้เพียงนาที แต่ก็มีหน้าที่ต้องไปทำงานหาเลี้ยงครอบครัว ซึ่งเข็มทิศเองก็ชอบใจเวลาเห็นลูกสาวมีท่าทีออดอ้อนแบบนี้"เดี๋ยวตอนเย็นพ่อก็กลับแล้วนะครับ วันนี้พ่อมีธุระออกไปนอกออฟฟิศ อากาศมันร้อนไปด้วยไม่ได้เข้าใจไหมคะน้องหนู” ชายหนุ่มพยายามพูดอธิบายให้ลูกสาวเข้าใจ ด้วยท่าที่อ่อนโยน"ไม่เอาค่ะ น้องหนูจะไปกับคุณพ่อน้องหนูไม่ร้อน" เด็กน้อยออดอ้อนพร้อมกับซบหน้าลงกับแขนของผู้เป็นบิดา ทำให้เข็มทิศนั้นแทบจะใจอ่อน จนไม่อยากออกไปทำงาน เมื่อเจอลูกอ้อนของกาลเวลาแบบนี้"พ่อไปแป๊บเดียวเดี๋ยวตอนเย็นก็กลับมาแล้ว น้องหนูไม่งอแงนะคะ""ไม่เอาค่ะ ยังไงหนูก็จะไปกับคุณพ่อด้วย"มินตราที่สังเกตอยู่นาน เห็นสองพ่อลูกตกลงกันไม่ได้สักที จึงเดินออกมาจา
จุ๊บ! มินตราจุ๊บลงไปที่ริมฝีปากของสามีหนุ่ม เมื่อคำพูดของเขานั้น ทำให้หัวใจของเธอมันพองโตรู้สึกปลาบปลื้มกับการที่ได้เข็มทิศมาเป็นสามี“ว้าว! วันนี้มาแปลกจัง”"ปากหวานก็เลยอยากชิม มินไปรับลูกก่อนนะ”เข็มทิศยิ้มกว้างให้กับความน่ารักของมินตรา เธอเป็นคนเรียบร้อยแต่เวลาอยู่กับเขาเธอมักจะทำอะไรแบบนี้ ซึ่งมันพิเศษมากสำหรับเข็มทิศ ที่เขาได้เธอมาเป็นภรรยามินตราเดินเข้ามาภายในบ้านของเข็มทิศ ซึ่งในรอบหลายปีและทุกครั้งที่เข้ามาเหยียบที่นี่ ก็มักจะกลัวรัศมีของมารดาของเขาเสมอ ที่นางเปล่งแสงความเกลียดชังมาที่เธอทุกครั้ง แต่คราวนี้มันไม่เหมือนกัน เมื่อมารดาของสามีหนุ่มนั้น เริ่มเปิดรับเธอเป็นลูกสะใภ้อย่างเต็มตัว เพราะไม่อย่างนั้นเข็มทิศก็จะไม่ให้กาลเวลาเข้ามาเหยียบบ้านหลังนี้ ทำให้ผู้เป็นมารดายอมจำนนทำตามข้อตกลงทุกอย่าง และที่สำคัญความดีของมินตรานั้น ทำให้นางเชื่อมั่นและยอมรับเธอ จนรู้สึกผิดกับอดีตที่เคยรังเกียจมินตรา"อ้าว! หนูมินกลับมานานหรือยัง"“เพิ่งมาถึงเมื่อสักครู่นี่เองค่ะ”"คุณแม่!” เด็กหญิงตัวเล็กวิ่งเข้ามาสวมกอดผู้เป็นมารดาด้วยความดีใจ เมื่อเธอไม่เจอกับมินตรามาหลายวัน ทำให้กาลเวลารู้สึกคิ
“เดี๋ยวก็ตกคอหักตายหรอก! หนักชะมัด”“สาบานว่าปากที่พูด” มินตราหยุดดิ้นเมื่อเขาวางเธอลงในห้องน้ำที่ระยะห่างจากเตียงนอนไม่กี่เมตร“รออยู่นี่เดี๋ยวเอาผ้าเช็ดตัวกับชุดมาให้นั่งลงเดี๋ยวจะเวียนหัวอีก”มินตราทำหน้าเอือมๆ อีกครั้งกับนิสัยของเขา ที่น่าจะได้มารดามาเต็มๆ ดื้อรั้นไม่มีใครเกิน สักพักเขาก็เข้ามา
เช้าของวันใหม่ เมื่อเข็มทิศขับรถออกไปได้ไม่นาน มินตราก็ต้องแปลกใจกับแขกที่มาเยือน แน่นอนหญิงวัยกลางคนผู้นี้ไม่ใช่ลูกค้าของเธอ เพราะนางคือมารดาของเข็มทิศนั่นเอง“เช้านี้ยังไม่มีลูกค้าก็ดีฉันยังไม่อยากประจานเธอ ฉันขอพูดอะไรกับเธอหน่อยสิ” นางพูดพร้อมกับใช้สายตามองหญิงสาวอย่างเหยียด“เชิญนั่งก่อนค่ะคุณ
สาวรุ่นพี่กับหนุ่มรุ่นน้องนั่งรถเงียบกันมาตลอดทาง ทั้งสองแอบชำเลืองมองกันไปมา มินตราแอบมองที่มุมปากของเข็มทิศ ที่มีรอยแดงช้ำและมีเลือดซึมเล็ดออกมาเล็กน้อย แต่ในเวลานี้ต่างคนต่างก็คิดทบทวนถึงสิ่งที่เกิดขึ้นมินตรากำลังนึกถึงความรู้สึกที่เธอมีให้กับเจตต์ ผู้ชายที่เคยเป็นสามี หญิงสาวกำลังสงสัยว่าทำไมเ
กลุ่มเพื่อนของเข็มทิศต่างก็แปลกใจที่วันนี้เขาควงหม้ายสาวอย่างมินตรามาที่ผับได้ แต่คนที่ดูจะไม่ค่อยพอใจคงจะเป็นเพื่อนสาวของเขาโดยเฉพาะไอลินและแอนเข็มทิศนั่งลงพร้อมกับดึงมินตรานั่งข้างๆ หนุ่มโต๊ะใกล้เคียงต่างมองมาที่มินตราสาวสวยหุ่นดี ในเวลานี้เธอสะดุดตาชายหนุ่มพวกนั้นเหลือเกิน“พวกเราไม่รู้ว่าพี่จะ





![บ่วงรักรอยบาป [NC-20+]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)

