ANMELDENณ ผับใจกลางเมือง เพื่อนๆ ของเข็มทิศ นัดกันมาพร้อมหน้าพร้อมตาหนึ่งในนั้นคือไอลิน เธอมักจะแอบมองเข็มทิศอยู่เป็นระยะ ความจริงเธอก็เป็นผู้หญิงที่น่าสงสารคนหนึ่ง ที่แอบรักเพื่อนแต่เพื่อนไม่รัก
“มึงจะดื่มอะไรนักหนาเข็มทิศ” เธอพูดพร้อมกับดึงแก้วในมือของเขาออก เพราะตั้งแต่เข็มทิศเข้ามานั่งในผับนี้ ชายหนุ่มก็กระดกน้ำเมาเข้าปากแก้วแล้วแก้วเล่าราวกับว่ามันเป็นน้ำเปล่า..
“มึงอย่ายุ่งน่ากูคอแข็ง ไม่อ่อนปวกเปียกเหมือนพวกมึงหรอก” เข็มทิศพูดออกมาเสียงดัง
“กูถามมึงจริงๆ เถอะไอ้เข็มทิศ เมื่อไหร่มึงจะลืมรุ่นพี่คนนั้นสักทีวะ!” มอสจะรู้ตัวหรือเปล่าว่า คำถามของเขานั้นกำลังสะกิดใจให้เพื่อนเจ็บ
“ลืมเลิมอะไรกัน กูอยู่ของกูแบบนี้ก็ดีแล้ว พวกมึงจะรื้อฟื้นหาตะเข็บทำไม” พูดจบเข็มทิศก็ลุกขึ้นยืน เขาดื่มไปเยอะแล้ว รู้สึกมินๆ ตึงๆ เลยจะไปเข้าห้องน้ำ
“มึงเป็นอะไรเข็มทิศ ไอ้มอสมันพูดแค่นี้มึงจะอะไรนักหนา” ไอลินรู้สึกหมั่นไส้เพื่อนขึ้นมา เมื่อเข็มทิศนั้นยังคงแสดงอาการเหมือนคนอกหักตลอดเวลา
“อะไรของมึงกูแค่จะไปเข้าห้องน้ำ โว๊ะ! พวกมึงแดกไปเลยเดี๋ยวกูมา” เข็มทิศพูดตัดรำคาญออกไป
“อืมม..เดินดีๆ นะมึง อย่าไปสะดุดตรีนใครเขาเข้า พวกกูขี้เกียจไปเคลียร์" มอสแซวเพื่อนขึ้น
ความจริงแล้วสาเหตุที่เข็มทิศตั้งหน้าตั้งตาดื่ม เป็นเพราะว่าเขานึกถึงคำที่มารดาพูด คนอย่างมินตราไม่มีทางหันมามองคนอย่างเขาแน่นอน เพราะเธอคงจะชอบผู้ใหญ่ไม่ใช่เด็กอย่างเขา เข็มทิศค่อยๆ เดินออกจากโต๊ะตรงไปยังห้องน้ำชาย แต่ในระหว่างที่เดินอยู่นั้น ตรงมุมของทางเดิน เขาคุ้นหน้าผู้ชายคนนี้มาก ชายหนุ่มพยายามนึกแต่ก็นึกไม่ออก ภาพหญิงชายที่กำลังนัวเนียคลอเคลียอย่างไม่อายใคร ที่เดินผ่านไปผ่านมา ซึ่งเขาเห็นจนชินตาแล้ว แต่ที่แปลกใจคือผู้ชายที่คุ้นหน้านั้นเหมือนเขาเคยพบเจอที่ไหนมาก่อน..
เข็มทิศเดินเข้าห้องน้ำไปสักครู่ ก่อนจะเดินออกมา เสียงผู้หญิงที่เรียกชื่อของผู้ชายคนนั้นทำให้เขาฉุดนึกขึ้นได้ และรู้ทันทีว่าเขาเป็นใคร
“เจตต์คะพอก่อนค่ะ ไปต่อที่ห้องของเมษานะคะ”
“เอาอย่างนั้นเหรอ รอเจตต์แป๊บนะ” ขาถอนริมฝีปากออกจากหญิงตรงหน้าอย่างขัดใจ เมื่ออารมณ์ของเขามันได้ที่ และมาเต็ม บวกกับแอลกอฮอล์ที่เขาดื่มเข้าไปแล้ว มันยิ่งกระตุ้นทำให้อารมณ์ของชายหนุ่มเวลานี้ มีความต้องการหญิงตรงหน้ามากเป็นทวีคูณ..
“ฮัลโหลมินเหรอ วันนี้เจตต์ไม่กลับนะ!”
“ ....................”
“เรื่องที่ทำงานอย่าเซ้าซี้ได้ไหม เจตต์เป็นคนหาเงินเข้าบ้านนะ ตอนนี้บริษัทกำลังมีปัญหา แล้วก็นอนเลยไม่ต้องรอ พรุ่งนี้ถึงจะกลับ” พูดจบเขาวางสายไปทันที โดยที่ปลายสายนั้นพูดไม่กี่คำ แต่เข็มทิศที่แอบฟังอยู่ก็พอจะเดาได้ เขาเริ่มสงสารมินตรามากขึ้น แม้ว่าชายหนุ่มอยากจะให้คนทั้งสองเลิกกัน แต่ก็อดที่จะเป็นห่วงความรู้สึกของมินตราไม่ได้ เธอคงเจ็บปวดหากรู้ว่าสามีนอกใจไปมีหญิงอื่น
ชีวิตการแต่งงานที่ใครหลายคนต่างก็วาดฝันเอาไว้ ถึงการมีครอบครัวที่สมบูรณ์แบบ หนึ่งในนั้นคือมินตรา เมื่อบิดามารดาของเธอจากไป ในขณะที่เธออายุเพียงสิบสี่เธอต้องโตมาอย่างโดดเดี่ยว ในช่วงชีวิตที่เริ่มย่างเข้าสู่วัยรุ่น นั่นหมายความว่าหากเธอพลั้งเดินไปในทางที่ผิด คงไม่มีใครชี้นำทางไปสู่ความสำเร็จให้เธอได้ อย่างน้อยหนทางที่ผ่านมา มันก็พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า เธอผ่านมันมาได้ เพราะความเข้มแข็งและรักดีของเธอ
เมื่อชีวิตการแต่งงานของเธอผ่านพ้นไปได้ 2 ปีกว่า ทุกอย่างเริ่มไม่เหมือนเดิม เมื่อสามีมีพฤติกรรมที่เปลี่ยนไป จากคนที่ไม่ชอบออกนอกบ้าน กลับกลายเป็นคนไม่เข้าบ้าน ชอบไปค้างคืนข้างนอกบ่อยๆ จนผิดวิสัยของเขาที่เคยเป็น
หลายเดือนผ่านไป มินตราเริ่มผิดสังเกตกลิ่นน้ำหอมที่ติดตัวเจตต์มา มันไม่ใช่ยี่ห้อที่เขา และเธอใช้บางครั้งเส้นผมก็ติดอยู่ที่เบาะรถ แน่นอนมันไม่ใช่ผมของเธอ ลิปสติกที่วางไว้ที่ช่องเล็กๆ ข้างประตูรถเหมือนกับว่าจงใจนั้น มันเป็นของใคร นั่นคือคำถามที่เธอเก็บไว้ในใจเนิ่นนาน
“เจตต์เดี๋ยวนี้เจตต์เปลี่ยนไปมากเลยนะ” มินตราพูดขึ้นขณะที่ผูกเนกไทให้เขา เธอทำหน้าที่ภรรยาไม่เคยขาดตกบกพร่อง ยอมลาออกจากงาน เพื่อมาดูแลบ้านตามที่เขาต้องการ
“อะไรอีกเนี่ยมิน แค่เจตต์ทำงานก็เหนื่อยจะตายอยู่แล้ว อย่าทำเรื่องเล็กให้เป็นเรื่องใหญ่ได้ไหม”
“เรื่องเล็กเหรอเจตต์ เดือนหนึ่งเจตต์เข้าบ้านไม่กี่วันพักไม่กี่คืน เจตต์จะให้มินคิดยังไง เจตต์มีคนอื่นใช่ไหม ตอบมาสิเจตต์! เจตต์มีคนอื่นใช่ไหม” มินตราพูดออกมาพร้อมกับน้ำตาที่ไหลอาบแก้ม เสียงสะอึกสะอื้นที่ดังออกมา กลับทำให้ชายหนุ่มผู้เป็นสามีนั้นรู้สึกรำคาญมากกว่าสงสารเสียอีก
“เป็นบ้าอะไรไปอีกล่ะ! เธอจะร้องไห้ทำไม รำคาญ! ผมไม่ทานข้าวเช้านะ จะรีบไปทำงาน”
เมื่อสามีของเธอเดินพ้นประตูออกไป ร่างเล็กถึงกับทรุดลงไปกองกับพื้น นอกจากเธอจะไม่ได้คำตอบแล้ว น้ำตาและเสียงสะอื้นของเธอยังทำให้เขารำคาญ สรรพนามที่เขาใช้แทนตัวเองก็เปลี่ยนไป
สิบกว่าปีที่รู้จักกันมา เมื่อบวกกับชีวิตหลังแต่งงานมันคงเป็นช่วงโปรโมชั่นสินะ ในเวลานี้เธอเคว้งคว้างไปหมด ความโดดเดี่ยวได้ถาโถมกลับมาสู่เธออีกครั้ง ชีวิตครอบครัวที่สมบูรณ์แบบดังที่เคยคาดหวังเอาไว้มันค่อยๆ จางหายไป เมื่อเจตต์สามีของเธอเริ่มเปลี่ยนใจไปมีใครอีกคน
สามเดือนต่อมามินตราตัดสินใจแน่วแน่ ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นก็ตาม เธอจะต้องรู้ให้ได้เขาไปไหนอยู่กับใคร เธอพร้อมแล้วไม่ว่าความจริงผลที่ปรากฏจะเป็นยังไง เธอจะยอมรับมัน ไม่ควรยื้อไว้ให้ตัวเองต้องเจ็บอยู่แบบนี้ เธอเหมาแท็กซี่มานั่งดักรอเจตต์ที่หน้าบริษัท เมื่อใกล้เวลาเลิกงานสักพักรถของสามีเธอก็แล่นออกมา แต่เส้นทางที่เขากำลังไปนั้นมันไม่ใช่ทางไปบ้าน
รถแล่นมาเรื่อยๆ ติดไฟแดงบ้างเลี้ยวซ้ายเลี้ยวขวาแล้วตรงไปที่หมู่บ้านจัดสรรแห่งหนึ่ง เขาไม่เคยบอกเธอเลยว่าเขามีบ้านอยู่ที่นี่ พอรถแล่นมาถึงบ้านหลังหนึ่งก็พบว่า มีผู้หญิงท้องแก่เดินมาเปิดประตูให้เขาเข้าไปในบ้าน แม้ว่าเธอจะเตรียมตัวเตรียมใจมาบ้างแล้ว แต่มินตราก็ยังคงช็อกกับเหตุการณ์ตรงหน้า เมื่อเธอตั้งสติได้มินตราหยิบสมาร์ตโฟนออกมาจากกระเป๋า ก่อนจะกดชัตเตอร์ถ่ายรูปรัวๆ ไว้เป็นหลักฐาน
ภาพที่เขากำลังโอบกอดหญิงท้องแก่เดินเข้าไปในบ้านนั้น มันช่างบาดตาบาดใจเธอเสียเหลือเกิน มิหนำซ้ำเขายังก้มลงไปพูด และจูบที่ท้องนูนนั้นด้วย ก่อนจะแหงนหน้าขึ้นไปหอมแก้มทั้งสองข้างของผู้หญิงท้องแก่คนนั้น
แววตาที่เขามองผู้หญิงคนนั้น ราวกับว่าเขารักสุดใจ มันทำให้เธอเจ็บปวดรวดร้าว เหมือนกับว่าเขากำลังเอามีดมากรีดลงซ้ำๆ ก่อนจะเอาเกลือมาทาแล้วตัดขั้วหัวใจของเธอ เวลานี้ยาชาก็ช่วยไม่ได้ เพราะเธอเจ็บ เจ็บจนไม่รู้ว่าจะทำยังไงต่อไปกับชีวิตนี้ เมื่อไม่มีเขา แม้ว่าเธอจะเตรียมตัวเตรียมใจมาก่อน แต่พอเอาเข้าจริงๆ เธอก็ทำใจไม่ได้กับสิ่งที่เห็นอยู่ดี เมื่อสามีกำลังนอกใจนอกกายเป็นหญิงอื่น ที่สำคัญพวกเขากำลังจะมีลูกด้วยกัน สิ่งที่ทำได้ในเวลานี้คือการก้าวถอยออกมา
สาวรุ่นพี่กับหนุ่มรุ่นน้องนั่งรถเงียบกันมาตลอดทาง ทั้งสองแอบชำเลืองมองกันไปมา มินตราแอบมองที่มุมปากของเข็มทิศ ที่มีรอยแดงช้ำและมีเลือดซึมเล็ดออกมาเล็กน้อย แต่ในเวลานี้ต่างคนต่างก็คิดทบทวนถึงสิ่งที่เกิดขึ้นมินตรากำลังนึกถึงความรู้สึกที่เธอมีให้กับเจตต์ ผู้ชายที่เคยเป็นสามี หญิงสาวกำลังสงสัยว่าทำไมเธอถึงขยะแขยงเขาได้มากมายถึงเพียงนี้ ความรู้สึกดีๆ ที่เคยมีให้กับเขานั้นมันหมดไปจนสิ้น สุภาษิตที่ว่าตัดบัวยังเหลือใยสำหรับเธอแล้วมันไม่ใช่ เพราะแม้แต่ใยหรือความทรงจำดีๆ เธอก็ไม่มีให้กับเขาอีกต่อไปแล้ว..ส่วนทางด้านเข็มทิศกำลังคิดว่า เขาเป็นสาเหตุที่ทำให้เธอตกอยู่ในสภาวะของความกลัว เมื่อสายตาที่เจตต์มองมายังมินตรามันแอบแฝงเรื่องร้ายๆ ไว้ข้างในเขาเป็นผู้ชายด้วยกันพอจะดูออก เจตต์ยังหวังที่จะได้มินตรากลับคืนไปเมื่อรถแล่นเข้ามาถึงบ้านทั้งสองหลังที่อยู่เคียงกัน ก่อนที่มินตราจะลงไปจากรถ เข็มทิศได้คว้ามือของเธอมากุมไว้“ไม่ต้องลงกลอนประตูอาบน้ำเสร็จเดี๋ยวไปหา” น้ำเสียงทุ้มบ่งบอกถึงความเด็ดเดี่ยว“ไม่ต้อง จะมาทำไมมันดึกแล้ว”“จะไปก็คือจะไปอย่าห้าม เพราะยิ่งห้ามก็เหมือนยิ่งยุ จะล็อกก็ได้นะ ผมจะเตรียมค
กลุ่มเพื่อนของเข็มทิศต่างก็แปลกใจที่วันนี้เขาควงหม้ายสาวอย่างมินตรามาที่ผับได้ แต่คนที่ดูจะไม่ค่อยพอใจคงจะเป็นเพื่อนสาวของเขาโดยเฉพาะไอลินและแอนเข็มทิศนั่งลงพร้อมกับดึงมินตรานั่งข้างๆ หนุ่มโต๊ะใกล้เคียงต่างมองมาที่มินตราสาวสวยหุ่นดี ในเวลานี้เธอสะดุดตาชายหนุ่มพวกนั้นเหลือเกิน“พวกเราไม่รู้ว่าพี่จะมาเคยชินกับการสั่งแต่เหล้าพี่ดื่มได้ไหม” ไอลินพยายามพูดกระแนะกระแหนเป็นเชิงว่ามินตราเป็นส่วนเกินของคนในกลุ่มนี้“อะไรก็ได้พี่ดื่มได้หมด”“ไม่ได้พรุ่งนี้เปิดร้านผมไม่ได้อยู่ช่วย..มึงช่วยสั่งน้ำส้มให้คุณมินตราด้วย” เข็มทิศพูดพร้อมกับหันไปสั่งแอนเจ้าประจำในการจัดการเครื่องดื่มของกลุ่ม เวลาไปไหนเที่ยวผับร้านอาหาร แอนจะจัดการจดรายการทั้งหมด ก่อนจะมาหารกันแต่ส่วนมากเข็มทิศจะจ่ายเองทั้งหมด เพราะบ้านของเขาค่อนข้างมีฐานะกว่าทุกคน“เดี๋ยวกูจัดการให้” แม้ว่าจะไม่ค่อยเต็มใจสักเท่าไร แต่เมื่อเพื่อนสั่งแอนก็ต้องทำหลังจากที่ดื่มกันอยู่พักใหญ่ ไอลินก็พยายามชวนเข็มทิศไปเต้นเป็นเพื่อน แน่นอนสำหรับคนที่คิดมากเกินกว่าเพื่อนนั้นก็อยากทำทุกอย่างให้เพื่อนหันมามองตัวเองบ้าง.“ทำไมมึงไม่ไปเต้นกับแอนล่ะไอ้เจมส์ไปเต้
เมื่อเวลาผ่านไปใกล้ปิดร้าน มินตรานำทุกอย่างไปล้าง ก่อนจะนำมาเก็บเข้าที่ ส่วนเข็มทิศก็ช่วยเก็บกวาดและจัดเก้าอี้อย่างเรียบร้อยก่อนจะเดินเข้ามาหามินตรา“เหนื่อยไหม” มันเป็นคำถามสั้นๆ ที่มินตราโคตรจะรู้สึกดีเลย เธอไม่ได้ยินคำถามแบบนี้มานานมากแล้ว และไม่รู้ด้วยว่าครั้งสุดท้ายเธอได้ยินจากใคร เธอซึ้งในน้ำใจของเข็มทิศเป็นอย่างมาก“ไม่เหนื่อยหรอกวันนี้ลูกค้าเยอะมาก ขนาดวันแรก ฝีมือนายใช่ไหม ยังไงก็ขอบคุณนะ” เข็มทิศเลื่อนเก้าอี้มานั่งข้างๆ มินตรา เขาไม่รู้ว่าโชคชะตาจะเล่นตลกอะไรกับเขาอีก แต่ที่เขารู้คือเขาจะไม่ปล่อยโอกาสนั้นให้มันหลุดลอยไปอีกแล้ว“ขอโทษนะยังโกรธเรื่องช่อดอกไม้นั้นอยู่หรือเปล่า เดี๋ยวจะสั่งมาให้ใหม่ช่อโตกว่านั้นอีกหลายเท่า” เขาพูดพร้อมกับเอามือลูบที่ผมของเธอเบาๆ ทำให้สาวรุ่นพี่เขินเสียจนต้องเบือนหน้าหนี เขามักทำให้เธอใจเต้นแรงได้เสมอ“ไม่ได้โกรธแค่เสียดายก็มันสวยดีนี่นา...ช่อเบ้อเร่อตั้งหลายดอกเลยนะ” มินตราพูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่อ้อนๆ“จะเอากี่ดอกเดี๋ยวคืนนี้จัดให้เลย” ชายหนุ่มพูดพร้อมกับฉายแววตาเจ้าเล่ห์ออกมาเพียะ!! ฝ่ามือเล็กตีไปที่ต้นแขนของเข็มทิศเบาๆ เมื่อมินตรารู้ดีในประโย
วันแรกของการเปิดร้านลูกค้าที่หลั่งไหลเข้ามาทำให้มินตราต้องแปลกใจ เพราะหลายคนเธอไม่คุ้นหน้าและไม่น่าจะใช่คนแถวนี้ แต่ละคนก็สั่งกันหลายแก้วแถมยังซื้อกลับบ้านด้วย บางคนก็เดินเข้ามาพูดคุยกับเข็มทิศราวกับว่าสนิทสนมและรู้จักกันมาก่อนมินตราเริ่มแปลกใจมากขึ้น เมื่อมีหนุ่มสาวรุ่นราวคราวเดียวกับเข็มทิศเดินกันมาเป็นกลุ่มใหญ่ ทุกคนเดินเข้ามานั่งในร้านแล้วเข็มทิศเดินไปรับเออเดอร์ ก่อนจะส่งให้มินตรา จากนั้นเขาก็นั่งลงเม้าท์กับหนุ่มสาวกลุ่มนั้น“ถึงกับหยุดงานเลยนะมึงใช่ซี้...มึงลูกชายเจ้าของโรงงานจะหยุดกี่วันก็ได้ แต่พวกกูถ้าหยุดบ่อยๆ ต้องเขียนใบลาออกแน่” ไอลินพูดทีเล่นทีจริง เพราะตั้งแต่เธอทราบว่ามินตราย้ายเข้ามาในบ้านหลังเดิม ความหวังที่เธอจะได้ใจของเข็มทิศนั้นก็เริ่มริบหรี่ลงไปทุกที“มึงก็เพื่อนสนิทลูกเจ้าของโรงงานกลัวอะไรวะ...ใช่ไหมเข็มทิศ” แอนเพื่อนอีกคนในกลุ่มพูดเสริมขึ้น หวังให้มินตราได้ยิน เพราะเธอก็เชียร์เข็มทิศกับไอลินให้เป็นแฟนกัน เพื่อนชายของเธอไม่เหมาะกับแม่ม่ายอย่างมินตราเลยสักนิด สู้ไอลินก็ไม่ได้สักอย่างไม่รู้ทำไมเข็มทิศถึงต้องหมางเมินในรักที่ไอลินมีให้ก็ไม่รู้..“ทำไมไม่ขายข้าวด้วยว
เข็มทิศรู้สึกร้อนรนใจมาก เมื่อห้องของมินตรามืดสนิทไฟปิดทุกดวง ปกติแล้วเธอจะปิดไฟนอนก็ปาไปสามสี่ทุ่มแล้วนี่ แต่มันเพิ่งจะสองทุ่มเองเธอจะเป็นอะไรไปไหม ชายหนุ่มมองซ้ายแลขวา เมื่อแน่ใจว่าบิดามารดาเข้านอนกันหมดแล้ว ชายหนุ่มจึงค่อยๆ เปิดประตูออกมาจากบ้าน ก่อนจะกระโดดปีนขึ้นไปบนกำแพงข้ามมาทางฝั่งบ้านของมินตรา..เขาเดินสำรวจรอบบ้านหน้าต่างก็งัดไม่ได้ จะปีนก็ไม่มีบันได ชายหนุ่มพยายามใช้ความคิดอยู่สักพัก จนนึกได้ว่าเขาเป็นคนล็อกประตูเอง แล้วไม่ได้ลงกลอนด้านใน เพราะตอนออกมาเขากดเพียงลูกบิดเท่านั้น เมื่อคิดได้เข็มทิศก็เดินไปรอบๆ บ้านเขามองหาลวดอยู่นาน เพื่อใช้ปลดล็อกลูกบิดแต่ก็ไม่เจอเข็มทิศตัดสินใจเดินไปที่ร้านกาแฟ เพราะที่นั่นเพิ่งสร้างเสร็จอาจจะมีลวดหลงเหลืออยู่บ้างเข็มทิศเปิดไฟฉายในโทรศัพท์หาอยู่สักครู่ก็ได้ลวดตามที่เขาต้องการ ชายหนุ่มตรงไปที่ประตูทันทีก่อนจะทำการสอดลวดแล้วค่อยๆ ดึงออกเขาทำอยู่แป๊บหนึ่งประตูก็เปิดออก.“เยส!..” เข็มทิศพูดพร้อมกับกำปั้นทำท่าทางสะใจ ที่สามารถไขลูกบิดเข้าไปได้..เขาค่อยๆ เดินขึ้นไปที่ชั้นบน แล้วตรงไปยังห้องนอนของสาวรุ่นพี่ เข็มทิศเคาะประตูไปหลายที แต่ก็ไม่มีคนเปิ
คำว่ากระดังงาลนไฟสำหรับมินตราแล้วมันช่างเหมาะกับเธอเสียเหลือเกิน ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปเนิ่นนานแค่ไหนถึงเธอจะเคยแต่งงานมาแล้วแต่ความสวยความสาวนั้นมันไม่ได้ลดลงเลยแม้แต่น้อย ม่ายสาวพราวเสน่ห์อย่างเธอ มีหนุ่มๆ เข้ามาขายขนมจีบไม่เว้นว่างในแต่ละวัน แต่เธอกลับไม่เคยใส่ใจ และสนใจผู้ชายเหล่านั้นเลย..มินตราเก็บเงินทั้งหมดที่มีทุบรั้วหน้าบ้าน แล้วเปิดเป็นร้านกาแฟเล็กๆ การกระทำของเธอทุกอย่าง อยู่ภายใต้สายตาของชายหนุ่มรุ่นน้องตลอดเวลา..เข็มทิศแอบซุ่มดูอยู่นานเขาสงสัยว่าทำไมมินตราถึงได้ทำอะไรคนเดียวตลอด สามีของเธอหายไปไหนหรือว่าจะเลิกกันแล้ว เพราะเขาได้ยินคนแถวนี้ต่างลือกันให้แซดว่าเธอโดนผัวทิ้งอย่างโน้นอย่างนี้บ้างต่างๆ นานา แต่เขาก็ยังไม่อยากเดาสุ่มสี่สุ่มห้าเพราะถ้าหากสิ่งที่เขาเดานั้นมันไม่เป็นความจริงคนที่เจ็บก็คือตัวของเขาเองในระหว่างที่มินตรากำลังขะมักเขม้นอยู่กับการจัดร้าน เธอเลื่อนโต๊ะเก้าอี้ไปยังมุมนั้นมุมนี้เพียงลำพัง ทำให้เข็มทิศ ที่แอบดูอยู่นั้นอดไม่ได้ที่จะเข้าไปช่วยเธอ..“เอาไว้มุมไหน” เขาพูดพร้อมกับดึงเก้าอี้ออกจากมือของมินตรา ทำให้เธอทำหน้างงๆ กับชายหนุ่มตรงหน้า เธอไม่เจอเขามานานม







