ログインเช้าของวันใหม่หญิงสาวไม่ได้นอนทั้งคืน ดวงตาของเธอเริ่มแดงบวมเป่ง ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเธอเพิ่งผ่านการร้องไห้อย่างหนักมาทั้งคืน ผู้หญิงตัวคนเดียวอย่างเธอ ที่ไร้ญาติขาดมิตรมีเพียงเจตต์ที่เข้ามาเติมเต็มในชีวิต แต่เวลานี้น้ำที่เคยเต็มแก้ว มันได้ไหลทะลักออกมาเมื่อแก้วใบนั้นแตก แน่นอนแก้วที่มันแตกแล้วไม่สามารถกลับไปเป็นดังเดิมได้ เหมือนหัวใจของเธอในเวลานี้ ที่มันแตกสลายออกเป็นเสี่ยงๆ
มินตราตัดสินใจเก็บของที่ไม่ได้มากมายอะไร มีเพียงกระเป๋าเสื้อผ้า และของใช้ส่วนตัวนิดหน่อย เธอมองไปรอบๆ ห้อง เมื่อนึกถึงใครบางคน กรอบรูปแต่งงานวันแห่งความชื่นมื่น แสนจะหวานชุ่มฉ่ำหัวใจ วันเวลาที่เคยมีความสุขร่วมกันมา คำสัญญาที่ให้ไว้มันเป็นเพียงแค่ลมปาก และอากาศที่เขาพ่นออกมาเท่านั้น เธอไม่เชื่อมันอีกแล้ว รักแท้ที่จีรังและยั่งยืนจริงๆ แล้วมันคงมีแต่ในนิยายเท่านั้น
เวลาสิ่งที่หญิงสาวตั้งคำถามขึ้นมาในใจคือเธอผิดอะไร ทำไมเขาถึงมีคนอื่น เธอบกพร่องในหน้าที่ของภรรยาตรงไหนใน เมื่อเธอทำทุกอย่างในสิ่งที่เขาร้องขอ แม้กระทั่งต้องลาออกจากงานที่เธอรัก เพื่อมาปรนนิบัติรับใช้ดูแลเขา ราวกับว่าเป็นบ่าวที่ซื่อสัตย์กับนายก็ไม่ปาน
เสียงรถแล่นเข้ามาในบ้าน ทำให้มินตราที่อยู่ในห้องแปลกใจ เขาจะกลับมาทำไม แต่ก็ไม่แปลกในเมื่อบ้านหลังนี้เป็นชื่อของเขา เธอเป็นเพียงแค่ผู้อาศัยเท่านั้น แม้ว่ามันจะเป็นสินสมรส แต่เธอก็จะไม่เรียกร้องอะไรจากเขาทั้งสิ้นขอเพียงแค่ใบหย่า..
“มีอะไรกินบ้างเช้านี้ ช่วยห่อใส่กล่องให้ด้วยนะ จะเอาไปกินที่ทำงาน แล้วช่วยทำข้าวต้มหมูกับกะหล่ำปลียัดไส้ให้ด้วย”
คำพูดของเขามันยิ่งทิ่มแทงไปที่ใจของเธออีกครั้ง เขาไม่ชอบกินข้าวต้มตอนเช้า และกะหล่ำปลียัดไส้เขายิ่งไม่กิน เพราะเขาเคยบอกว่ามันเหม็นเขียว เธอเคยทำหลายครั้ง เขาไม่เคยแตะต้องมันเลยแม้แต่ครั้งเดียว อาหารที่เขาสั่งให้เธอทำในวันนี้ คงจะนำไปให้หญิงตั้งครรภ์ใกล้คลอด ผู้เป็นภรรยาอีกคนของเขาเป็นแน่
“นั่งทำอะไรล่ะมิน ไปทำสิมันสายแล้วผมรีบ”
มินตราเดินเข้าไปใกล้ๆ เขาเธอค่อยๆ ถอดแหวนออกจากนิ้วนางข้างซ้าย พร้อมทั้งยัดมันใส่มือให้กับเขา เมื่อความอดทนของเธอได้สิ้นสุดลงแล้ว..
“เป็นบ้าอะไรอีกเนี่ย... ต้องการเรียกร้องความสนใจอะไรจากผม ผมไม่มีเวลาหรอกนะ ผมต้องทำงาน! ปัญหาที่ทำงานก็มากพอแล้ว เธอจะสร้างปัญหาอะไรขึ้นมาอีก” น้ำเสียงของเขาไม่มีเยื่อใยให้เธอเลยแม้แต่น้อย
“เราหย่ากันเถอะนะเจตต์!” ชายตรงหน้าถึงกับสตั้นกับคำพูดของภรรยาสาวไปครู่หนึ่ง เพราะเขาไม่คิดมาก่อนเลยว่า เธอจะกล้าพูดคำนี้ออกมา เพราะเธอตัวคนเดียว มีเขาเป็นหลักมาตั้งนาน แน่นอนเขามั่นใจว่าเธอจะไม่มีวันไปจากเขาได้
“มินว่าอะไรนะ! มินเป็นบ้าอะไรไปอีกล่ะ เจตต์ไม่หย่า! ไม่มีทาง!”
“เจตต์จะยื้อมินไว้ทำไม ในเมื่อเจตต์ก็มีใครอีกคนอยู่แล้ว เจตต์เห็นมินเป็นคนหูหนวกตาบอดหรือยังไง”
“มีใคร เจตต์ไม่มีใคร มินไปฟังใครเขาเล่ามา คนพวกนั้นไม่หวังดีกับครอบครัวเราหรอกนะ อย่าไปเชื่อ!” คำพูดของเจตต์ที่ดูอ่อนลง เหมือนยิ่งซ่อนพิรุธในสิ่งที่เขาทำ คนที่ทำร้ายครอบครัวไม่ใช่คนอื่น แต่เป็นเขาเอง การนอกกายนอกใจมันมีมากในสังคมทุกวันนี้ แต่นี่เขากำลังจะมีลูกกับผู้หญิงอีกคน ซึ่งมินตรารับไม่ได้
หญิงสาวยื่นโทรศัพท์ให้เขาดู ภาพทุกอย่างมันฟ้องถึงสิ่งที่เขากระทำ เขาดูได้แวบเดียว เจตต์รีบคว้าตัวมินตราเข้ามากอด เมื่อนึกได้ว่าเขากำลังจะสูญเสียเธอไป
“เจตต์ไม่หย่านะมิน! เดี๋ยวเจตต์จะแก้ไขกับปัญหานี้เอง ขอโอกาสให้เจตต์แค่ครั้งนี้ครั้งเดียว นะมินนะ!”มินตราดันเขาออก เธอไม่ต้องการมันแล้วอ้อมกอดนี้มันไม่ใช่ของเธออีกต่อไป เมื่อเขากำลังจะเป็นพ่อคนเธอจะถอยออกไปเอง
“อย่าพยายามเลยเจตต์! เพราะยิ่งเจตต์พยายามมันก็ยิ่งเจ็บ เพราะการเห็นแก่ตัวของเจตต์รักสามเส้าเราสองคน มินไม่เคยคิดมาก่อนว่ามันจะเกิดกับรักของเรา”
“ถ้าเมย์คลอดเจตต์จะเลิกยุ่งกับเมย์ทันทีให้โอกาสเจตต์นะมิน” เขาพูดพร้อมกับล้มตัวลงคุกเข่ากับพื้นตอนมีไม่รักษาพอจะเสียมินไปจริงๆ เขาก็รับไม่ได้ เขาคิดมาตลอดว่าเขาคุมเกมนี้ได้ ไม่คิดเลยว่ามินตราจะฉลาดสะกดรอยตามเขาไป..
“นั่นมันลูกเมียของเจตต์นะ เด็กไม่รู้เรื่องอะไรด้วยเลย เขาควรจะมีพ่อ ปล่อยมินไปเถอะ มินเจ็บมามากพอแล้ว”
เมื่อมินตราพูดถูกจุด เขานึกถึงลูกในท้องของเมย์ อีกไม่นานเด็กก็จะลืมตาดูโลก แล้วเขาอยากเห็นหน้าลูก เขายอมรับว่าเห็นแก่ตัว แต่ยังไงตอนนี้เขาก็ต้องยอมปล่อยมินตราไปก่อน
“ได้เจตต์จะปล่อยมินไปก่อน แต่เจตต์จะไม่ยอมแพ้หรอกนะ! เจตต์จะไปเอาหัวใจของมินกลับมาเป็นของเจตต์ให้ได้เหมือนเดิม” คำพูดของเจตต์ มินตราไม่ได้ใส่ใจแม้แต่น้อย เพราะสิ่งที่เขาทำมันเจ็บเกินกว่าที่เธอจะหันหลังกลับไปได้
ทั้งสองตรงไปที่เขต เพื่อจดทะเบียนหย่า เสร็จแล้วต่างคนต่างแยกย้าย มินตราพอจะเดาได้ เมื่อโทรศัพท์ของเขามีสายเรียกเข้าหลายหน คงไม่ใช่ใครที่ไหนแม่ของลูกเขาคงโทรมา แล้วต่อไปนี้เธอก็ไม่ต้องกลัวอีกแล้วว่าจะกลับไปรับรู้ และสัมผัสกับความรู้สึกเดิมๆ ต้องมานั่งลุ้นว่าวันนี้เขาจะกลับมาไหม เขาจะมาเวลาไหน เขาจะทานข้าวมาหรือยัง มันจบแล้วสำหรับเธอ
รถแล่นเข้ามาในบ้านหลังเดิม บ้านที่ผู้ให้กำเนิดได้ทิ้งไว้เป็นมรดกให้กับเธอได้มีที่พักพิงอย่างน้อยเธอก็มีบ้านให้กลับ เมื่อเปิดประตูเข้ามามินตราต้องแปลกใจกับหญ้าที่โล่งเตียน กิ่งไม้ใบไม้ที่มีรอยตัดเหมือนกับว่ามีคนเข้ามาทำความสะอาดอยู่บ่อยๆ
เธอเก็บความสงสัยเหล่านั้นเอาไว้ ก่อนจะเปิดประตูเข้าไป แล้วดึงผ้าที่คลุมโซฟานั้นออก ตามด้วยปลดผ้าม่านไปซัก แล้วจัดแจงทำความสะอาดในบ้าน กว่าจะเสร็จก็ปาเข้าไปทั้งวันจนค่ำมืด ไฟในห้องนอนนั้นได้เปิดสว่างไสวขึ้นอีกครั้ง หน้าต่างที่ไม่มีผ้าม่านในเวลานี้ มันทำให้มองเห็นคนที่เดินไปมาภายในห้องได้อย่างชัดเจน หัวใจของชายหนุ่มเริ่มเต้นแรงขึ้นอีกครั้ง เมื่อผู้หญิงรุ่นพี่ที่เขาแอบเฝ้ารอมานานหลายปี เธอได้กลับมาแล้ว ไม่ว่าเธอจะกลับมากับใคร สามีหรือว่าลูก เขาก็ดีใจอย่างน้อยก็เห็นหน้าเธออีกครั้ง..
"มินตราไม่ค่อยสบาย นอนอยู่ในห้องโน่น" "ถ้าอย่างนั้นเรามาคุยเรื่องงานกันดีกว่าจะได้ออกไป คุณมินตราพักผ่อนอยู่ ไม่อยากให้เสียงไปรบกวนเธอ ที่สำคัญเวลานี้น้องหนูคงอยากให้ผมออกไปจากห้องนี้แล้ว" เจมส์พูดจบก็หันหน้าไปทางเด็กน้อย ที่เวลานี้เธอตั้งหน้าตั้งตาจ้องมองไปที่จอสมาร์ตโฟนอย่างเดียว การคุยธุรกิจระหว่างบริษัทของแพรวา โดยมีตัวแปรสำคัญคือเจมส์นั้นได้ผ่านพ้นไปด้วยดีตอนเย็นหลังเลิกงานเข็มทิศพามินตราไปที่คลินิก ซึ่งเป็นหมอที่เขาคุ้นเคยเป็นอย่างดี เพราะหมอพายนั้นเป็นเพื่อนของเขาเอง ถึงไม่สนิทมากแต่ก็ถือว่าสนิทในระดับหนึ่ง"หมอขอแสดงความยินดีด้วยนะคะ คุณแม่ตั้งครรภ์ได้หกสัปดาห์แล้วค่ะ"แม้ว่ามินตราจะพอทราบอาการ แต่เธอก็ไม่วายที่จะตื่นเต้นอยู่ดี ในเวลานี้หัวใจของเธอเต้นแรงขึ้นอีกครั้ง เมื่อมันเป็นเรื่องที่น่ายินดี มือเล็กเรียววางไว้ที่หน้าท้อง ก่อนจากลูบไปมาเบาๆ ร้อยยิ้มผุดขึ้นมาบนใบหน้า ก่อนน้ำตาไหลออกมาราวกับสั่งได้ มันคือน้ำตาแห่งความยินดี เมื่อเธอรู้สึกตื้นตันจนเอื้อนเอ่ยออกมาเป็นคำพูดไม่ได้ เมื่อสิ่งมีชีวิตกำลังจะก่อเกิดขึ้น จากการหล่อหลอมรวมเป็นหนึ่ง ด้วยความรักทั้งหมดที่มีระห
"มินไม่รู้เหมือนกัน เย็นนี้ไปหาหมอก็รู้ อาจจะเป็นเรื่องดีก็ได้นะเข็มทิศอย่าคิดมากสิ""ไม่สบายมันน่ายินดีตรงไหนมินตรา ผมอยากรู้เหลือเกิน คุณมีอะไรปิดบังผมไว้หรือเปล่าเนี่ย”"ดูทำหน้าเข้ายังกับคนแก่ไปได้" มินตราแกล้งพูดเอ็ดสามีออกไป"ทำไมแกไม่แก่เด็ดแล้วกัน" ชายหนุ่มพูดออกมาด้วยใบหน้ายียวนกวนเล็กน้อย“เข็มทิศลูกได้ยินหมดนะที่นายพูดเนี่ย""ทำไมคะคุณแม่คุณพ่อชอบเด็ดใบไม้เหรอคะ"ฮ่า! ฮ่า! ฮ่า! เข็มทิศอดที่จะหัวเราะออกมาไม่ได้ ให้กับคำพูดของกาลเวลา ที่ใส่ซื่อแต่พูดจามีเหตุผลเพราะคำว่าเด็ดนั้นต้องใช้กับใบไม้สินะเพียะ!!"โอ๊ย!!คุณตีผมทำไมเนี่ย""ชอบวกมาเรื่องแบบนั้นอยู่เรื่อย เดี๋ยวเหอะทานข้าวไปเลยค่ะน้องหนู" เข็มทิศกับลูกสาวมองตา พร้อมกับส่งยิ้มให้กัน เมื่อสองพ่อลูกถูกมินตราดุเบาๆบริษัทเข็มทิศชายหนุ่มพาภรรยาและลูกสาวเดินเข้ามาในบริษัท ทุกคนต่างจ้องมองมาเป็นตาเดียว เพราะนี่เป็นครั้งแรกที่มินตรากับลูกได้มาเหยียบที่นี่ ซึ่งคนส่วนมากก็ไม่ค่อยทราบเรื่องส่วนตัวของเข็มทิศ เพราะเขาไม่ค่อยได้เปิดเผย เนื่องจากมินตรากับลูกนั้นไม่ชอบเป็นข่าว ตั้งแต่ครานั้นตอนที่มินตราเป็นนางแบบ หลังจากนั้นข่างของเธอก
“ฮึก ฮื้อ! คุณแม่ขา น้องหนูเจ็บตรงนี้ค่ะ” กาลเวลาร้องออกมาพร้อมกับเอามือลูบลงไปที่ข้อเท้าของเธอ"อย่าขี้แยหน่อยเลย นังเด็กเหลือขอเอ๊ย!"เมื่อเข็มทิศเดินเข้ามาถึง เขาได้ยินทุกคำพูดของแพรวา ที่หล่อนกำลังพูดด่าทอกาลเวลาลูกสาวของเขาอยู่ในเวลานี้"นี่คุณแพรวาเด็กตัวแค่นี้ ทำไมคุณถึงพูดจาเหมือนกับเด็กน้อยนั่นทำผิดมหันต์!" น้ำเสียงเข้มฟังดูแข็งกร้าว พร้อมกับแฝงด้วยความโกรธ ทำให้มินตราตกใจเล็กน้อย ที่เจอกับสามีของเธอที่นี่ ส่วนกาลเวลานั้นก็เอาแต่ร้องไห้ ไม่สนใจคนรอบข้าง จนกลายเป็นจุดสนใจของไทยมุงเริ่มมองมาที่กาลเวลาและแพรวาเข็มทิศโน้มตัวก้มลงไปอุ้มกาลเวลาขึ้นมา เมื่อเด็กน้อยมองเห็นว่าเป็นบิดาของเธอ ลำแขนเล็กของกาลเวลาโอบรัดไปที่คอแกร่งของเข็มทิศ พร้อมกับซบใบหน้าเข้าหาอกแกร่งของบิดาทันที“ฮึก ฮื้อ!”"โอ๋... ไม่ร้องนะครับคนเก่ง"ชายหนุ่มพูดปลอบลูกสาว พร้อมกับเอามือลูบลงที่เส้นผมของกาลเวลาเบาๆ ไอศกรีมในมือของเด็กน้อยเวลานี้มันได้เลอะเสื้อของผู้เป็นบิดาไปหมด จึงทำให้แพรวานั้นอดที่จะพูดออกไปไม่ได้"เข็มทิศเด็กนี่กำลังทำเสื้อของคุณเลยนะคะ เด็กอะไรก็ไม่รู้ คุณเป็นแม่ภาษาอะไร หัดอบรมดูแลลูกหน่อยสิ เ
ในเวลานี้เข็มทิศเองก็พยายามเลื่อนเก้าอี้ ขยับถอยห่างออกมา หากเธอไม่ใช่ลูกค้าคนสำคัญ เขาคงจะไม่เกรงใจคงจะพูดตรงๆ ออกไป โดยที่ไม่ต้องรักษาน้ำใจเธอเลยสักนิด"คุณแพรวาอาหารมาแล้ว ทานข้าวเถอะครับ พอดีว่าช่วงบ่ายผมมีประชุม” ชายหนุ่มพยายามบอกปัดหล่อนไปทางอ้อม เมื่อหญิงสาวเริ่มรุกหนัก เธอไม่อายคนรอบข้างบ้างเลยหรืออย่างไร"อะไรกันคะ เพิ่งออกมาเจอแพรก็จะรีบกลับ แพรไม่ยอมจริงๆ ด้วย ตอนเย็นคุณต้องพาแพรไปดินเนอร์เพื่อเซ็นสัญญา” คราวนี้หล่อนได้หยิบยกเอาสัญญาขึ้นมาเป็นข้ออ้าง ทั้งที่บอกกับเจมส์เอาไว้ว่า จะเซ็นสัญญาก็ต่อเมื่อเข็มทิศกลับมา และให้เขานัดให้เธอในวันนี้"ผมจะให้ไอลินนัดเจรจาเซ็นสัญญากับคุณอีกทีนะครับ พอดีช่วงเย็นผมก็มีธุระต้องรีบกลับบ้าน""หากคุณจะส่งตัวแทนมา แพรจะขอยกเลิกสินค้าทั้งหมดทั้งหมด แล้วจะไปสั่งที่อื่นแทน” แพรวาพูดพร้อมกับเชิดหน้าหันมองไปทางอื่น เธอทำเหมือนกับคู่รักกำลังงอนกัน เข็มทิศรู้สึกเอือมระอากับการที่ต้องมาเอาใจลูกค้ารายใหญ่ ที่สำคัญต่อบริษัท ซึ่งหล่อนไม่มีอิทธิพลต่อจิตใจของเขาเลยสักนิด"พอดีผมนัดกับลูกสาวเอาไว้ ตอนเย็นไม่ว่างครับคุณแพรวา" ในที่สุดเข็มทิศก็ตัดสินใจพูดเรื่
เช้าของวันใหม่เข็มทิศเตรียมตัวออกไปทำงาน แต่ลูกสาวกาลเวลาวิ่งมาเกาะแข้งเกาะขาจะเป็นทำงานกับคุณพ่อ เธอร้องอยู่อย่างนั้น จนมินตราถือไม้เรียวเดินออกมาหน้าบ้าน เพราะไม่อยากให้กาลเวลานั้นเอาแต่ใจเกินไป งอแงจะตามบิดาไปทำงานเกือบทุกวันเสียจนเคยตัว"น้องหนูจะไปกับคุณพ่อค่ะ ให้น้องหนูไปด้วยนะคะ" เด็กหญิงแก้มใส พูดจาเจี๊ยวจ๊าวออกมาเข็มทิศย่อตัวลงนั่ง เพราะเขาเองก็ไม่อยากห่างลูกเลยแม้เพียงนาที แต่ก็มีหน้าที่ต้องไปทำงานหาเลี้ยงครอบครัว ซึ่งเข็มทิศเองก็ชอบใจเวลาเห็นลูกสาวมีท่าทีออดอ้อนแบบนี้"เดี๋ยวตอนเย็นพ่อก็กลับแล้วนะครับ วันนี้พ่อมีธุระออกไปนอกออฟฟิศ อากาศมันร้อนไปด้วยไม่ได้เข้าใจไหมคะน้องหนู” ชายหนุ่มพยายามพูดอธิบายให้ลูกสาวเข้าใจ ด้วยท่าที่อ่อนโยน"ไม่เอาค่ะ น้องหนูจะไปกับคุณพ่อน้องหนูไม่ร้อน" เด็กน้อยออดอ้อนพร้อมกับซบหน้าลงกับแขนของผู้เป็นบิดา ทำให้เข็มทิศนั้นแทบจะใจอ่อน จนไม่อยากออกไปทำงาน เมื่อเจอลูกอ้อนของกาลเวลาแบบนี้"พ่อไปแป๊บเดียวเดี๋ยวตอนเย็นก็กลับมาแล้ว น้องหนูไม่งอแงนะคะ""ไม่เอาค่ะ ยังไงหนูก็จะไปกับคุณพ่อด้วย"มินตราที่สังเกตอยู่นาน เห็นสองพ่อลูกตกลงกันไม่ได้สักที จึงเดินออกมาจา
จุ๊บ! มินตราจุ๊บลงไปที่ริมฝีปากของสามีหนุ่ม เมื่อคำพูดของเขานั้น ทำให้หัวใจของเธอมันพองโตรู้สึกปลาบปลื้มกับการที่ได้เข็มทิศมาเป็นสามี“ว้าว! วันนี้มาแปลกจัง”"ปากหวานก็เลยอยากชิม มินไปรับลูกก่อนนะ”เข็มทิศยิ้มกว้างให้กับความน่ารักของมินตรา เธอเป็นคนเรียบร้อยแต่เวลาอยู่กับเขาเธอมักจะทำอะไรแบบนี้ ซึ่งมันพิเศษมากสำหรับเข็มทิศ ที่เขาได้เธอมาเป็นภรรยามินตราเดินเข้ามาภายในบ้านของเข็มทิศ ซึ่งในรอบหลายปีและทุกครั้งที่เข้ามาเหยียบที่นี่ ก็มักจะกลัวรัศมีของมารดาของเขาเสมอ ที่นางเปล่งแสงความเกลียดชังมาที่เธอทุกครั้ง แต่คราวนี้มันไม่เหมือนกัน เมื่อมารดาของสามีหนุ่มนั้น เริ่มเปิดรับเธอเป็นลูกสะใภ้อย่างเต็มตัว เพราะไม่อย่างนั้นเข็มทิศก็จะไม่ให้กาลเวลาเข้ามาเหยียบบ้านหลังนี้ ทำให้ผู้เป็นมารดายอมจำนนทำตามข้อตกลงทุกอย่าง และที่สำคัญความดีของมินตรานั้น ทำให้นางเชื่อมั่นและยอมรับเธอ จนรู้สึกผิดกับอดีตที่เคยรังเกียจมินตรา"อ้าว! หนูมินกลับมานานหรือยัง"“เพิ่งมาถึงเมื่อสักครู่นี่เองค่ะ”"คุณแม่!” เด็กหญิงตัวเล็กวิ่งเข้ามาสวมกอดผู้เป็นมารดาด้วยความดีใจ เมื่อเธอไม่เจอกับมินตรามาหลายวัน ทำให้กาลเวลารู้สึกคิ
“เดี๋ยวก็ตกคอหักตายหรอก! หนักชะมัด”“สาบานว่าปากที่พูด” มินตราหยุดดิ้นเมื่อเขาวางเธอลงในห้องน้ำที่ระยะห่างจากเตียงนอนไม่กี่เมตร“รออยู่นี่เดี๋ยวเอาผ้าเช็ดตัวกับชุดมาให้นั่งลงเดี๋ยวจะเวียนหัวอีก”มินตราทำหน้าเอือมๆ อีกครั้งกับนิสัยของเขา ที่น่าจะได้มารดามาเต็มๆ ดื้อรั้นไม่มีใครเกิน สักพักเขาก็เข้ามา
ณ ผับใจกลางเมือง เพื่อนๆ ของเข็มทิศ นัดกันมาพร้อมหน้าพร้อมตาหนึ่งในนั้นคือไอลิน เธอมักจะแอบมองเข็มทิศอยู่เป็นระยะ ความจริงเธอก็เป็นผู้หญิงที่น่าสงสารคนหนึ่ง ที่แอบรักเพื่อนแต่เพื่อนไม่รัก“มึงจะดื่มอะไรนักหนาเข็มทิศ” เธอพูดพร้อมกับดึงแก้วในมือของเขาออก เพราะตั้งแต่เข็มทิศเข้ามานั่งในผับนี้ ชายหนุ่ม
บ้านของมินตรา เมื่อความรักมันบ่มตัวสุกงอม ความฝันอันสูงสุดของผู้หญิงคือการแต่งงาน เมื่อชายหนุ่มที่คบกันมานานเกือบสิบปี จัดเซอร์ไพรส์ในวันเกิดของเธอ มินตราไม่ลังเลเลยสักนิด หัวใจของเธอเต้นแรงขึ้นอีกครั้ง เมื่อเขาบรรจงสวมแหวนลงที่นิ้วนางข้างซ้ายให้กับเธอ ก่อนที่เขาจะจุมพิตลงที่หลังมือของเธอเบาๆ ท่ามก
มินตรา อายุสามสิบปี เธอกำพร้าทั้งบิดามารดา เมื่อทั้งสองเสียชีวิตด้วยอุบัติเหตุ หญิงสาวอาศัยอยู่ที่บ้านคนเดียว มินตราอยู่ได้ด้วยเงินประกันและเงินเก็บที่บิดามารดาทิ้งไว้ให้ ซึ่งไม่มากไม่น้อย แต่ก็พอสำหรับที่จะให้เธอเรียนจบปริญญาตรีโดยไม่ต้องดิ้นรนความงามที่ไม่ได้ผ่านการศัลยกรรมบวกกับใบหน้าเรียวจมูกค







