ANMELDENเช้าของวันใหม่หญิงสาวไม่ได้นอนทั้งคืน ดวงตาของเธอเริ่มแดงบวมเป่ง ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเธอเพิ่งผ่านการร้องไห้อย่างหนักมาทั้งคืน ผู้หญิงตัวคนเดียวอย่างเธอ ที่ไร้ญาติขาดมิตรมีเพียงเจตต์ที่เข้ามาเติมเต็มในชีวิต แต่เวลานี้น้ำที่เคยเต็มแก้ว มันได้ไหลทะลักออกมาเมื่อแก้วใบนั้นแตก แน่นอนแก้วที่มันแตกแล้วไม่สามารถกลับไปเป็นดังเดิมได้ เหมือนหัวใจของเธอในเวลานี้ ที่มันแตกสลายออกเป็นเสี่ยงๆ
มินตราตัดสินใจเก็บของที่ไม่ได้มากมายอะไร มีเพียงกระเป๋าเสื้อผ้า และของใช้ส่วนตัวนิดหน่อย เธอมองไปรอบๆ ห้อง เมื่อนึกถึงใครบางคน กรอบรูปแต่งงานวันแห่งความชื่นมื่น แสนจะหวานชุ่มฉ่ำหัวใจ วันเวลาที่เคยมีความสุขร่วมกันมา คำสัญญาที่ให้ไว้มันเป็นเพียงแค่ลมปาก และอากาศที่เขาพ่นออกมาเท่านั้น เธอไม่เชื่อมันอีกแล้ว รักแท้ที่จีรังและยั่งยืนจริงๆ แล้วมันคงมีแต่ในนิยายเท่านั้น
เวลาสิ่งที่หญิงสาวตั้งคำถามขึ้นมาในใจคือเธอผิดอะไร ทำไมเขาถึงมีคนอื่น เธอบกพร่องในหน้าที่ของภรรยาตรงไหนใน เมื่อเธอทำทุกอย่างในสิ่งที่เขาร้องขอ แม้กระทั่งต้องลาออกจากงานที่เธอรัก เพื่อมาปรนนิบัติรับใช้ดูแลเขา ราวกับว่าเป็นบ่าวที่ซื่อสัตย์กับนายก็ไม่ปาน
เสียงรถแล่นเข้ามาในบ้าน ทำให้มินตราที่อยู่ในห้องแปลกใจ เขาจะกลับมาทำไม แต่ก็ไม่แปลกในเมื่อบ้านหลังนี้เป็นชื่อของเขา เธอเป็นเพียงแค่ผู้อาศัยเท่านั้น แม้ว่ามันจะเป็นสินสมรส แต่เธอก็จะไม่เรียกร้องอะไรจากเขาทั้งสิ้นขอเพียงแค่ใบหย่า..
“มีอะไรกินบ้างเช้านี้ ช่วยห่อใส่กล่องให้ด้วยนะ จะเอาไปกินที่ทำงาน แล้วช่วยทำข้าวต้มหมูกับกะหล่ำปลียัดไส้ให้ด้วย”
คำพูดของเขามันยิ่งทิ่มแทงไปที่ใจของเธออีกครั้ง เขาไม่ชอบกินข้าวต้มตอนเช้า และกะหล่ำปลียัดไส้เขายิ่งไม่กิน เพราะเขาเคยบอกว่ามันเหม็นเขียว เธอเคยทำหลายครั้ง เขาไม่เคยแตะต้องมันเลยแม้แต่ครั้งเดียว อาหารที่เขาสั่งให้เธอทำในวันนี้ คงจะนำไปให้หญิงตั้งครรภ์ใกล้คลอด ผู้เป็นภรรยาอีกคนของเขาเป็นแน่
“นั่งทำอะไรล่ะมิน ไปทำสิมันสายแล้วผมรีบ”
มินตราเดินเข้าไปใกล้ๆ เขาเธอค่อยๆ ถอดแหวนออกจากนิ้วนางข้างซ้าย พร้อมทั้งยัดมันใส่มือให้กับเขา เมื่อความอดทนของเธอได้สิ้นสุดลงแล้ว..
“เป็นบ้าอะไรอีกเนี่ย... ต้องการเรียกร้องความสนใจอะไรจากผม ผมไม่มีเวลาหรอกนะ ผมต้องทำงาน! ปัญหาที่ทำงานก็มากพอแล้ว เธอจะสร้างปัญหาอะไรขึ้นมาอีก” น้ำเสียงของเขาไม่มีเยื่อใยให้เธอเลยแม้แต่น้อย
“เราหย่ากันเถอะนะเจตต์!” ชายตรงหน้าถึงกับสตั้นกับคำพูดของภรรยาสาวไปครู่หนึ่ง เพราะเขาไม่คิดมาก่อนเลยว่า เธอจะกล้าพูดคำนี้ออกมา เพราะเธอตัวคนเดียว มีเขาเป็นหลักมาตั้งนาน แน่นอนเขามั่นใจว่าเธอจะไม่มีวันไปจากเขาได้
“มินว่าอะไรนะ! มินเป็นบ้าอะไรไปอีกล่ะ เจตต์ไม่หย่า! ไม่มีทาง!”
“เจตต์จะยื้อมินไว้ทำไม ในเมื่อเจตต์ก็มีใครอีกคนอยู่แล้ว เจตต์เห็นมินเป็นคนหูหนวกตาบอดหรือยังไง”
“มีใคร เจตต์ไม่มีใคร มินไปฟังใครเขาเล่ามา คนพวกนั้นไม่หวังดีกับครอบครัวเราหรอกนะ อย่าไปเชื่อ!” คำพูดของเจตต์ที่ดูอ่อนลง เหมือนยิ่งซ่อนพิรุธในสิ่งที่เขาทำ คนที่ทำร้ายครอบครัวไม่ใช่คนอื่น แต่เป็นเขาเอง การนอกกายนอกใจมันมีมากในสังคมทุกวันนี้ แต่นี่เขากำลังจะมีลูกกับผู้หญิงอีกคน ซึ่งมินตรารับไม่ได้
หญิงสาวยื่นโทรศัพท์ให้เขาดู ภาพทุกอย่างมันฟ้องถึงสิ่งที่เขากระทำ เขาดูได้แวบเดียว เจตต์รีบคว้าตัวมินตราเข้ามากอด เมื่อนึกได้ว่าเขากำลังจะสูญเสียเธอไป
“เจตต์ไม่หย่านะมิน! เดี๋ยวเจตต์จะแก้ไขกับปัญหานี้เอง ขอโอกาสให้เจตต์แค่ครั้งนี้ครั้งเดียว นะมินนะ!”มินตราดันเขาออก เธอไม่ต้องการมันแล้วอ้อมกอดนี้มันไม่ใช่ของเธออีกต่อไป เมื่อเขากำลังจะเป็นพ่อคนเธอจะถอยออกไปเอง
“อย่าพยายามเลยเจตต์! เพราะยิ่งเจตต์พยายามมันก็ยิ่งเจ็บ เพราะการเห็นแก่ตัวของเจตต์รักสามเส้าเราสองคน มินไม่เคยคิดมาก่อนว่ามันจะเกิดกับรักของเรา”
“ถ้าเมย์คลอดเจตต์จะเลิกยุ่งกับเมย์ทันทีให้โอกาสเจตต์นะมิน” เขาพูดพร้อมกับล้มตัวลงคุกเข่ากับพื้นตอนมีไม่รักษาพอจะเสียมินไปจริงๆ เขาก็รับไม่ได้ เขาคิดมาตลอดว่าเขาคุมเกมนี้ได้ ไม่คิดเลยว่ามินตราจะฉลาดสะกดรอยตามเขาไป..
“นั่นมันลูกเมียของเจตต์นะ เด็กไม่รู้เรื่องอะไรด้วยเลย เขาควรจะมีพ่อ ปล่อยมินไปเถอะ มินเจ็บมามากพอแล้ว”
เมื่อมินตราพูดถูกจุด เขานึกถึงลูกในท้องของเมย์ อีกไม่นานเด็กก็จะลืมตาดูโลก แล้วเขาอยากเห็นหน้าลูก เขายอมรับว่าเห็นแก่ตัว แต่ยังไงตอนนี้เขาก็ต้องยอมปล่อยมินตราไปก่อน
“ได้เจตต์จะปล่อยมินไปก่อน แต่เจตต์จะไม่ยอมแพ้หรอกนะ! เจตต์จะไปเอาหัวใจของมินกลับมาเป็นของเจตต์ให้ได้เหมือนเดิม” คำพูดของเจตต์ มินตราไม่ได้ใส่ใจแม้แต่น้อย เพราะสิ่งที่เขาทำมันเจ็บเกินกว่าที่เธอจะหันหลังกลับไปได้
ทั้งสองตรงไปที่เขต เพื่อจดทะเบียนหย่า เสร็จแล้วต่างคนต่างแยกย้าย มินตราพอจะเดาได้ เมื่อโทรศัพท์ของเขามีสายเรียกเข้าหลายหน คงไม่ใช่ใครที่ไหนแม่ของลูกเขาคงโทรมา แล้วต่อไปนี้เธอก็ไม่ต้องกลัวอีกแล้วว่าจะกลับไปรับรู้ และสัมผัสกับความรู้สึกเดิมๆ ต้องมานั่งลุ้นว่าวันนี้เขาจะกลับมาไหม เขาจะมาเวลาไหน เขาจะทานข้าวมาหรือยัง มันจบแล้วสำหรับเธอ
รถแล่นเข้ามาในบ้านหลังเดิม บ้านที่ผู้ให้กำเนิดได้ทิ้งไว้เป็นมรดกให้กับเธอได้มีที่พักพิงอย่างน้อยเธอก็มีบ้านให้กลับ เมื่อเปิดประตูเข้ามามินตราต้องแปลกใจกับหญ้าที่โล่งเตียน กิ่งไม้ใบไม้ที่มีรอยตัดเหมือนกับว่ามีคนเข้ามาทำความสะอาดอยู่บ่อยๆ
เธอเก็บความสงสัยเหล่านั้นเอาไว้ ก่อนจะเปิดประตูเข้าไป แล้วดึงผ้าที่คลุมโซฟานั้นออก ตามด้วยปลดผ้าม่านไปซัก แล้วจัดแจงทำความสะอาดในบ้าน กว่าจะเสร็จก็ปาเข้าไปทั้งวันจนค่ำมืด ไฟในห้องนอนนั้นได้เปิดสว่างไสวขึ้นอีกครั้ง หน้าต่างที่ไม่มีผ้าม่านในเวลานี้ มันทำให้มองเห็นคนที่เดินไปมาภายในห้องได้อย่างชัดเจน หัวใจของชายหนุ่มเริ่มเต้นแรงขึ้นอีกครั้ง เมื่อผู้หญิงรุ่นพี่ที่เขาแอบเฝ้ารอมานานหลายปี เธอได้กลับมาแล้ว ไม่ว่าเธอจะกลับมากับใคร สามีหรือว่าลูก เขาก็ดีใจอย่างน้อยก็เห็นหน้าเธออีกครั้ง..
สาวรุ่นพี่กับหนุ่มรุ่นน้องนั่งรถเงียบกันมาตลอดทาง ทั้งสองแอบชำเลืองมองกันไปมา มินตราแอบมองที่มุมปากของเข็มทิศ ที่มีรอยแดงช้ำและมีเลือดซึมเล็ดออกมาเล็กน้อย แต่ในเวลานี้ต่างคนต่างก็คิดทบทวนถึงสิ่งที่เกิดขึ้นมินตรากำลังนึกถึงความรู้สึกที่เธอมีให้กับเจตต์ ผู้ชายที่เคยเป็นสามี หญิงสาวกำลังสงสัยว่าทำไมเธอถึงขยะแขยงเขาได้มากมายถึงเพียงนี้ ความรู้สึกดีๆ ที่เคยมีให้กับเขานั้นมันหมดไปจนสิ้น สุภาษิตที่ว่าตัดบัวยังเหลือใยสำหรับเธอแล้วมันไม่ใช่ เพราะแม้แต่ใยหรือความทรงจำดีๆ เธอก็ไม่มีให้กับเขาอีกต่อไปแล้ว..ส่วนทางด้านเข็มทิศกำลังคิดว่า เขาเป็นสาเหตุที่ทำให้เธอตกอยู่ในสภาวะของความกลัว เมื่อสายตาที่เจตต์มองมายังมินตรามันแอบแฝงเรื่องร้ายๆ ไว้ข้างในเขาเป็นผู้ชายด้วยกันพอจะดูออก เจตต์ยังหวังที่จะได้มินตรากลับคืนไปเมื่อรถแล่นเข้ามาถึงบ้านทั้งสองหลังที่อยู่เคียงกัน ก่อนที่มินตราจะลงไปจากรถ เข็มทิศได้คว้ามือของเธอมากุมไว้“ไม่ต้องลงกลอนประตูอาบน้ำเสร็จเดี๋ยวไปหา” น้ำเสียงทุ้มบ่งบอกถึงความเด็ดเดี่ยว“ไม่ต้อง จะมาทำไมมันดึกแล้ว”“จะไปก็คือจะไปอย่าห้าม เพราะยิ่งห้ามก็เหมือนยิ่งยุ จะล็อกก็ได้นะ ผมจะเตรียมค
กลุ่มเพื่อนของเข็มทิศต่างก็แปลกใจที่วันนี้เขาควงหม้ายสาวอย่างมินตรามาที่ผับได้ แต่คนที่ดูจะไม่ค่อยพอใจคงจะเป็นเพื่อนสาวของเขาโดยเฉพาะไอลินและแอนเข็มทิศนั่งลงพร้อมกับดึงมินตรานั่งข้างๆ หนุ่มโต๊ะใกล้เคียงต่างมองมาที่มินตราสาวสวยหุ่นดี ในเวลานี้เธอสะดุดตาชายหนุ่มพวกนั้นเหลือเกิน“พวกเราไม่รู้ว่าพี่จะมาเคยชินกับการสั่งแต่เหล้าพี่ดื่มได้ไหม” ไอลินพยายามพูดกระแนะกระแหนเป็นเชิงว่ามินตราเป็นส่วนเกินของคนในกลุ่มนี้“อะไรก็ได้พี่ดื่มได้หมด”“ไม่ได้พรุ่งนี้เปิดร้านผมไม่ได้อยู่ช่วย..มึงช่วยสั่งน้ำส้มให้คุณมินตราด้วย” เข็มทิศพูดพร้อมกับหันไปสั่งแอนเจ้าประจำในการจัดการเครื่องดื่มของกลุ่ม เวลาไปไหนเที่ยวผับร้านอาหาร แอนจะจัดการจดรายการทั้งหมด ก่อนจะมาหารกันแต่ส่วนมากเข็มทิศจะจ่ายเองทั้งหมด เพราะบ้านของเขาค่อนข้างมีฐานะกว่าทุกคน“เดี๋ยวกูจัดการให้” แม้ว่าจะไม่ค่อยเต็มใจสักเท่าไร แต่เมื่อเพื่อนสั่งแอนก็ต้องทำหลังจากที่ดื่มกันอยู่พักใหญ่ ไอลินก็พยายามชวนเข็มทิศไปเต้นเป็นเพื่อน แน่นอนสำหรับคนที่คิดมากเกินกว่าเพื่อนนั้นก็อยากทำทุกอย่างให้เพื่อนหันมามองตัวเองบ้าง.“ทำไมมึงไม่ไปเต้นกับแอนล่ะไอ้เจมส์ไปเต้
เมื่อเวลาผ่านไปใกล้ปิดร้าน มินตรานำทุกอย่างไปล้าง ก่อนจะนำมาเก็บเข้าที่ ส่วนเข็มทิศก็ช่วยเก็บกวาดและจัดเก้าอี้อย่างเรียบร้อยก่อนจะเดินเข้ามาหามินตรา“เหนื่อยไหม” มันเป็นคำถามสั้นๆ ที่มินตราโคตรจะรู้สึกดีเลย เธอไม่ได้ยินคำถามแบบนี้มานานมากแล้ว และไม่รู้ด้วยว่าครั้งสุดท้ายเธอได้ยินจากใคร เธอซึ้งในน้ำใจของเข็มทิศเป็นอย่างมาก“ไม่เหนื่อยหรอกวันนี้ลูกค้าเยอะมาก ขนาดวันแรก ฝีมือนายใช่ไหม ยังไงก็ขอบคุณนะ” เข็มทิศเลื่อนเก้าอี้มานั่งข้างๆ มินตรา เขาไม่รู้ว่าโชคชะตาจะเล่นตลกอะไรกับเขาอีก แต่ที่เขารู้คือเขาจะไม่ปล่อยโอกาสนั้นให้มันหลุดลอยไปอีกแล้ว“ขอโทษนะยังโกรธเรื่องช่อดอกไม้นั้นอยู่หรือเปล่า เดี๋ยวจะสั่งมาให้ใหม่ช่อโตกว่านั้นอีกหลายเท่า” เขาพูดพร้อมกับเอามือลูบที่ผมของเธอเบาๆ ทำให้สาวรุ่นพี่เขินเสียจนต้องเบือนหน้าหนี เขามักทำให้เธอใจเต้นแรงได้เสมอ“ไม่ได้โกรธแค่เสียดายก็มันสวยดีนี่นา...ช่อเบ้อเร่อตั้งหลายดอกเลยนะ” มินตราพูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่อ้อนๆ“จะเอากี่ดอกเดี๋ยวคืนนี้จัดให้เลย” ชายหนุ่มพูดพร้อมกับฉายแววตาเจ้าเล่ห์ออกมาเพียะ!! ฝ่ามือเล็กตีไปที่ต้นแขนของเข็มทิศเบาๆ เมื่อมินตรารู้ดีในประโย
วันแรกของการเปิดร้านลูกค้าที่หลั่งไหลเข้ามาทำให้มินตราต้องแปลกใจ เพราะหลายคนเธอไม่คุ้นหน้าและไม่น่าจะใช่คนแถวนี้ แต่ละคนก็สั่งกันหลายแก้วแถมยังซื้อกลับบ้านด้วย บางคนก็เดินเข้ามาพูดคุยกับเข็มทิศราวกับว่าสนิทสนมและรู้จักกันมาก่อนมินตราเริ่มแปลกใจมากขึ้น เมื่อมีหนุ่มสาวรุ่นราวคราวเดียวกับเข็มทิศเดินกันมาเป็นกลุ่มใหญ่ ทุกคนเดินเข้ามานั่งในร้านแล้วเข็มทิศเดินไปรับเออเดอร์ ก่อนจะส่งให้มินตรา จากนั้นเขาก็นั่งลงเม้าท์กับหนุ่มสาวกลุ่มนั้น“ถึงกับหยุดงานเลยนะมึงใช่ซี้...มึงลูกชายเจ้าของโรงงานจะหยุดกี่วันก็ได้ แต่พวกกูถ้าหยุดบ่อยๆ ต้องเขียนใบลาออกแน่” ไอลินพูดทีเล่นทีจริง เพราะตั้งแต่เธอทราบว่ามินตราย้ายเข้ามาในบ้านหลังเดิม ความหวังที่เธอจะได้ใจของเข็มทิศนั้นก็เริ่มริบหรี่ลงไปทุกที“มึงก็เพื่อนสนิทลูกเจ้าของโรงงานกลัวอะไรวะ...ใช่ไหมเข็มทิศ” แอนเพื่อนอีกคนในกลุ่มพูดเสริมขึ้น หวังให้มินตราได้ยิน เพราะเธอก็เชียร์เข็มทิศกับไอลินให้เป็นแฟนกัน เพื่อนชายของเธอไม่เหมาะกับแม่ม่ายอย่างมินตราเลยสักนิด สู้ไอลินก็ไม่ได้สักอย่างไม่รู้ทำไมเข็มทิศถึงต้องหมางเมินในรักที่ไอลินมีให้ก็ไม่รู้..“ทำไมไม่ขายข้าวด้วยว
เข็มทิศรู้สึกร้อนรนใจมาก เมื่อห้องของมินตรามืดสนิทไฟปิดทุกดวง ปกติแล้วเธอจะปิดไฟนอนก็ปาไปสามสี่ทุ่มแล้วนี่ แต่มันเพิ่งจะสองทุ่มเองเธอจะเป็นอะไรไปไหม ชายหนุ่มมองซ้ายแลขวา เมื่อแน่ใจว่าบิดามารดาเข้านอนกันหมดแล้ว ชายหนุ่มจึงค่อยๆ เปิดประตูออกมาจากบ้าน ก่อนจะกระโดดปีนขึ้นไปบนกำแพงข้ามมาทางฝั่งบ้านของมินตรา..เขาเดินสำรวจรอบบ้านหน้าต่างก็งัดไม่ได้ จะปีนก็ไม่มีบันได ชายหนุ่มพยายามใช้ความคิดอยู่สักพัก จนนึกได้ว่าเขาเป็นคนล็อกประตูเอง แล้วไม่ได้ลงกลอนด้านใน เพราะตอนออกมาเขากดเพียงลูกบิดเท่านั้น เมื่อคิดได้เข็มทิศก็เดินไปรอบๆ บ้านเขามองหาลวดอยู่นาน เพื่อใช้ปลดล็อกลูกบิดแต่ก็ไม่เจอเข็มทิศตัดสินใจเดินไปที่ร้านกาแฟ เพราะที่นั่นเพิ่งสร้างเสร็จอาจจะมีลวดหลงเหลืออยู่บ้างเข็มทิศเปิดไฟฉายในโทรศัพท์หาอยู่สักครู่ก็ได้ลวดตามที่เขาต้องการ ชายหนุ่มตรงไปที่ประตูทันทีก่อนจะทำการสอดลวดแล้วค่อยๆ ดึงออกเขาทำอยู่แป๊บหนึ่งประตูก็เปิดออก.“เยส!..” เข็มทิศพูดพร้อมกับกำปั้นทำท่าทางสะใจ ที่สามารถไขลูกบิดเข้าไปได้..เขาค่อยๆ เดินขึ้นไปที่ชั้นบน แล้วตรงไปยังห้องนอนของสาวรุ่นพี่ เข็มทิศเคาะประตูไปหลายที แต่ก็ไม่มีคนเปิ
คำว่ากระดังงาลนไฟสำหรับมินตราแล้วมันช่างเหมาะกับเธอเสียเหลือเกิน ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปเนิ่นนานแค่ไหนถึงเธอจะเคยแต่งงานมาแล้วแต่ความสวยความสาวนั้นมันไม่ได้ลดลงเลยแม้แต่น้อย ม่ายสาวพราวเสน่ห์อย่างเธอ มีหนุ่มๆ เข้ามาขายขนมจีบไม่เว้นว่างในแต่ละวัน แต่เธอกลับไม่เคยใส่ใจ และสนใจผู้ชายเหล่านั้นเลย..มินตราเก็บเงินทั้งหมดที่มีทุบรั้วหน้าบ้าน แล้วเปิดเป็นร้านกาแฟเล็กๆ การกระทำของเธอทุกอย่าง อยู่ภายใต้สายตาของชายหนุ่มรุ่นน้องตลอดเวลา..เข็มทิศแอบซุ่มดูอยู่นานเขาสงสัยว่าทำไมมินตราถึงได้ทำอะไรคนเดียวตลอด สามีของเธอหายไปไหนหรือว่าจะเลิกกันแล้ว เพราะเขาได้ยินคนแถวนี้ต่างลือกันให้แซดว่าเธอโดนผัวทิ้งอย่างโน้นอย่างนี้บ้างต่างๆ นานา แต่เขาก็ยังไม่อยากเดาสุ่มสี่สุ่มห้าเพราะถ้าหากสิ่งที่เขาเดานั้นมันไม่เป็นความจริงคนที่เจ็บก็คือตัวของเขาเองในระหว่างที่มินตรากำลังขะมักเขม้นอยู่กับการจัดร้าน เธอเลื่อนโต๊ะเก้าอี้ไปยังมุมนั้นมุมนี้เพียงลำพัง ทำให้เข็มทิศ ที่แอบดูอยู่นั้นอดไม่ได้ที่จะเข้าไปช่วยเธอ..“เอาไว้มุมไหน” เขาพูดพร้อมกับดึงเก้าอี้ออกจากมือของมินตรา ทำให้เธอทำหน้างงๆ กับชายหนุ่มตรงหน้า เธอไม่เจอเขามานานม







