LOGINภานุปิดประตูห้องพักแพทย์เสียงดัง “กึก”
เสียงล็อคประตูกลืนเข้าไปในความเงียบของห้องที่ไร้แสง ไฟทุกดวงดับสนิท มีเพียงแสงจากหน้าจอที่ค่อย ๆ สว่างขึ้นภาพของเธอ—เจนนิส
ปรากฏอยู่ตรงนั้น บนหน้าจอที่เขาเปิดไว้ล่วงหน้าภาพใบหน้าที่เขารู้จักดี
ภาพรอยน้ำตาในวันที่เธอหมดทางหนี เสียงสะอื้นเบา ๆ ที่ยังหลอนอยู่ในหูเขาทุกคืน และแววตาที่เหมือนหลงทาง…จนตรอก…และน่าค้นหาจนแทบคลั่งภานุนั่งลงช้า ๆ
ไม่พูดอะไร เขาแค่มอง มองภาพนิ่งที่ยังส่งอารมณ์เหมือนมีชีวิต เหมือนเธอยังนั่งอยู่ตรงนั้น เหมือนเสียงในหัวเขากำลังเอ่ยชื่อเขาเบา ๆ ผ่านน้ำตาเขาขยับนิ้วช้า ๆ
ปลดกระดุมเสื้อแพทย์ทีละเม็ด…เสียงเสื้อคลุมลื่นไถลไปกับผิวเนื้อที่เริ่มร้อนจัด
มืออีกข้างแตะที่อกตัวเอง ลูบขึ้นลงช้า ๆ ตามแรงหายใจที่หนักขึ้นโดยไม่รู้ตัวร่างกายภานุเอนพิงพนักเก้าอี้ เสียงหายใจเริ่มกระทบความเงียบในห้องเหมือนอะไรบางอย่างกำลังปะทุจากข้างใน
ความรู้สึกร้อนวูบไล่ขึ้นตามผิว
จากปลายนิ้วที่ลูบผ่านแผงอก ไล่ลงหน้าท้องอย่างไม่ตั้งใจ…แต่จงใจทุกจังหวะเสียงเอื้อนครางต่ำ ๆ ถูกปล่อยออกจากลำคอ
ราวกับกลั้นไว้ไม่ได้ เหมือนอารมณ์ที่สะสมมาตลอดหลายปี เพิ่งได้รับการปลดปล่อยในคืนที่เขาไม่ต้องเก็บหน้าไว้ให้ใครเห็นภาพเจนนิสบนหน้าจอยังคงไม่ไหวติง
แต่มันชัดขึ้นเรื่อย ๆ ในหัวเขา ใบหน้าตอนร้องไห้—มันไม่ได้แค่สะกิดใจ แต่มันเย้ายวน…ในแบบที่เขาเองก็ไม่อาจให้อภัยตัวเองได้มือของเขาแน่นขึ้น
นิ้วขยับอย่างไร้แบบแผน แต่เต็มไปด้วยแรงขับเคลื่อน เสียงในคอแปรเปลี่ยนเป็นคำกระซิบที่ไม่มีใครได้ยิน“คุณมันใจร้าย…เจนนิส”
แต่น่าแปลก
เพราะยิ่งใจร้าย เธอก็ยิ่งฝังลึกในหัวเขา…เสียงหายใจของภานุหนักขึ้น — ถี่กระชั้นจนกลบความเงียบในห้องพักแพทย์ เขาปัดเสื้อผ้าที่เคยบังร่างกายทิ้งไปทีละชั้นราวอยากปลดเปลื้องทุกกรอบกฎที่ขึงหัวใจมาตลอด ความร้อนแล่นจากกลางอกกระจายสู่ปลายนิ้ว กล้ามเนื้อขึงแน่นด้วยอารมณ์บีบคั้นจนต้องปล่อยเสียงครางแผ่วต่ำลอดริมฝีปาก
บนจอ รูปถ่ายเจนนิสยังนิ่งงัน ทว่าสายตาในภาพดูเหมือนจะจ้องตอบ ภานุหลับตาแน่น ร่องรอยน้ำตาตอนเธอจนตรอกเมื่อครั้งก่อนซ้อนทับขึ้นชัดเจนในจินตนาการ ภาพนั้นผสานกับแรงปรารถนาและความแค้นกลั่นตัวเป็นคลื่นเร่าร้อน เขาเอนคอพิงพนักเก้าอี้ ปล่อยลมหายใจสั้น กระแสไฟฟ้าอุ่นวาบไหลทั่วสายในคราเดียว
เสียงครางขาดห้วงสะท้อนกับผนังโล่ง ทุกสัมผัสในอากาศเข้มข้นขึ้น กลิ่นเหงื่อจาง ๆ ผสมฝุ่นยาและกลิ่นน้ำหอมอ่อนจากเสื้อกาวน์ที่โยนกองพื้น แสงจากหน้าจอส่องกรอบไหล่เปลือยเปล่าเป็นเงาเคลื่อนขยุกขยิกไปกับจังหวะลมหายใจที่พุ่งแรงขึ้นทุกที
ภานุเปล่งเสียงครางแผ่วต่ำอีกครั้ง..
มือของภานุค่อยเลื่อนต่ำลงเรื่อยๆ มืออีกจ้ารูปหน้าอกไม่เว้นหยุด ร่างกายที่ร้อนขึ้นทำให้แก่นกายของภานุตอบสนอง มือข้างนึงใช้ฝ่ามือโอบรัดจนคับมือ แก่นกายที่ค่อยๆขยายรับสู้มือ ภานุค่อยๆขยับนิ้วมือเรียวยาวที่ปลายแก่นกายอย่างคุ้มชินเหมือนความชำนาญที่ผ่านมานับครั้งไม่ถ้วน และครั้งนี้ก็เป็นอีกครั้งที่ภานุสัมผัสกับเจ้าแก่นกายนี้อีกครั้ง มือของภานุขยับ น้ำลื่นๆก็ค่อยๆรินไหลออกมาทีละนิด ทั้งชีวิตของภานุไม่เคยมีที่ที่จะลงที่ไหน เพราะภานุมีความรับผิดชอบที่สูง เวลาที่เขาจะพักแทบไม่มี ยิ่งคำว่าคนรักคู่นอนแทบไม่ต้องพูดถึง ภานุศรัทธาในพี่สาวของเขามาก ถึงมากที่สุด เขาจึงไม่เปิดโอกาสให้ใครเข้ามาเลย ถ้าคนคนนั้นไม่มีความพิเศษเหมือนพี่สาวของตนเอง… ภานุขยับขาที่แน่นไปด้วยมัดกล้ามออกเล็กน้อย เอนกายด้วยความสบายตัว มือของเขาที่ค่อยลูบปลายแก่นกายค่อยขยับขึ้นลงอย่างช้า ช้า ช้า… อือออมส์ …เสียงแห่งความพอใจที่ส่งออกมาจากลำคอ ฟั้บ ………..ฟั้บ ………ฟั้บ เสียงมือของภานุขยับรับแรงขึ้นลงกระทบกับเนื้อหว่างขาของตนเองภานุเปล่งเสียงครางแผ่วต่ำอีกครั้ง—เกือบเป็นคำสาปแช่งและคำวิงวอนในเวลาเดียวกัน ความรู้สึกอัดแน่นทวีขึ้นในสันหลัง ร้อนจัดจนเกือบแผดเผาเส้นประสาท
อ๊าาาาาส์ …ฟั้บ ….ฟั้บ …ฟั้บ
เสียงมือของภานุขยับรับแรงเร็ว ขึ้นลง เสียงน้ำที่ไหลเอ่อร้นมือของภานุ อืออ อือมมส์ อือออมส์ … ความรู้สึกอัดแน่นไปทุกสัมผัสที่มือของภานุขยับขึ้นลง ร่างกายของเขาสั่นรับ และเด้งรับมือตนเอง บั้ป.. บั้ป..บั้ป บั้ป ..ฟั้บ แรงขึ้นลงทวีคูณความเร็วมืออีกข้างลูบไล้มัดกล้ามอกอย่างไปมา เสียงครางรับส่งอยู่ไม่หยุด หืมมมส์ ……อืมมมส์ เสียงครางรางยาว ไม่ห่วงถึงใคร เพราะเวรกลางคืนไม่มีใครผ่านมา พั้บบบบบ พั้บบบบ พั้บบบบบ พั้บบบบบบบบบ ร่องรอยความปรารถนาที่ยังคงโลดแล่น และดำเนินต่อไปอย่างไม่มีที่สิ้นสุด รูปเจนนิสที่อยู่หน้าจอยังคงอยู่ความสงสัย ความรู้สึกอยากรู้
ความขุ่นเขืองใจที่มียังคงเดิม แต่ร่างกายมันตอบสนองคนละอย่าง ร่างกายวาบความร้อนในกายภานุกลับแผ่ซ่านราวเปลวเพลิงไร้อากาศ ชีพจรเต้นกระแทกผิวจนได้ยินเสียงโหมจากในอก ทุกสัมผัสบนผิวหนังดูไวเป็นพิเศษ นิ้วที่ลากผ่านแผงอกจึงให้ความรู้สึกคล้ายประกายไฟลุกพรึ่บตามรอยสัมผัส เมื่อฝ่ามือไล่ต่ำลงสู่หน้าท้อง ลมหายใจก็สะดุด เหมือนถูกดึงให้สูดเอาเปลวไฟเข้าปอด กล้ามเนื้อเกร็งแน่นไม่ต่างเส้นสายไฟสั่นระริกด้วยกระแสสูงเกินรับอ๊าาาาาส์ ..,อ๊าาาาาส์ อ๊าาาาาส์
เสียงครางกดต่ำสะท้อนในคอ—แหบพร่าและไม่อาจสกัด ราวฟ้าร้องแผ่วที่ตั้งท่าจะแตกฟาดลงกลางอก หัวใจเต้นประสานโลกทั้งห้องให้สั่น ทุกอณูหนังกายร้อนจัดขึ้นเรื่อย ๆ จนเหงื่อเริ่มผุด แต่ความร้อนกลับไม่ผ่อนคลาย ตรงกันข้าม มันขยับสูงขึ้นทีละลำแสง เหมือนคมมีดร้อนค่อย ๆ กรีดอารมณ์ให้เปิดออกกว้างขึ้นทุกวินาที
จนเมื่อระลอกความหฤหรรษ์โถมผ่านเหมือนฟ้าแลบวูบหนึ่ง เขาหลับตา ปล่อยให้ภาพรอยน้ำตาและเสียงสะอื้นของเธอซึมลึกเข้ามาแทนแสง ลมหายใจที่เป่าร้อน ๆ ลอดไรฟันบดกระหน่ำถี่เร็วกว่าเดิม กล้ามเนื้อหน้าท้องกระตุกตอบกลับแรงโถมภายใน คลื่นความรู้สึกราวพายุทรายฟาดซัดในอกไม่หยุด ยิ่งต่อต้าน กลับยิ่งรุนแรง
อ๊าาาาาส์ ..,อ๊าาาาาส์ อ๊าาาาาส์
ร่างใหญ่เกร็งค้างชั่ววินาที ก่อนคลายลงอย่างรวดเร็ว เมื่อปล่อยผ่านขีดที่ยับยั้งได้ สายน้ำร้อนจัดของอารมณ์อัดทะลุแนวต้านทั้งหมด ร่างใหญ่กระตุกค้าง รู้สึกเหมือนความว่างเปล่าระเบิดออกแล้วถูกปะทุด้วยแรงกระชากสุดท้าย โลกทั้งห้องมืดสนิท มีเพียงเสียงหอบและหัวใจที่เต้นประสานประกายไฟที่ยังซ่อนใต้ขี้เถ้า
อ๊าาาาาาส์… น้ำใสขุนๆไหลรินพุ่งพวดออกมาจากความรู้สึกของหัวใจ เปลวร้อนสิ้นสุด แต่ควันกรุ่นยังคลุ้งอยู่ในทรวง ราวจะย้ำว่า ไม่มีการดับจริง—มีแต่ไฟที่ซุกซ่อนเพื่อรอปะทุอีกครั้ง ความต้องการนั้นไม่ได้หยุดลง มันเพียงซ่อนตัวลึกขึ้น และภานุรู้…มันจะกลับมาร้อนรุนแรงกว่าทุกครั้งที่ผ่านมาเขาทรุดตัวนิ่งอยู่ในความมืด หายใจไหวระรัว มือยกปิดดวงตา—แต่ภาพเจนนิสยังติดอยู่หลังเปลือกตาไม่ต่างจากรอยไหม้ถาวร
“นี่หรือเปล่า…วิธีทำให้เธอหายไปจากหัวฉัน”
เสียงคำรำพึงแหบต่ำเล็ดลอดออกมา แต่คำตอบกลับเงียบงัน ในอก ห้วงปรารถนาสลับขมขื่นยังคงคุกรุ่น ราวกับไฟที่เพิ่งมอดแต่ยังซ่อนเปลวร้อนใต้ขี้เถ้า
และภานุรู้ดี—ความแค้นกับความอยากรู้นั้น ยังไม่ได้จบ มันเพิ่งเริ่มต้นเท่านั้น
… …วันนั้น…เป็นครั้งแรกที่ภานุเห็นเจนนิสในห้องผ่าตัด
เธอยืนอยู่ตรงนั้น — ในชุดกาวน์ปลอดเชื้อ หน้ากากอนามัยปิดครึ่งใบหน้า แต่แววตาใต้หมวกคลุมผมนั้นยังคงเหมือนเดิม…นิ่ง เยือกเย็น และมีบางอย่างที่ภานุจับไม่ได้ว่าคืออะไร
เสียงของเธอดังชัดในห้อง:
“ขอมีด” “ดูซักชั่นด้วยค่ะ…เลือดเริ่มขังแล้ว”ภานุยืนมองจากมุมห้อง กระจกใสระหว่างห้องควบคุมและห้องผ่าตัดสะท้อนภาพของเธอที่ไม่เคยไหวหวั่นแม้ในเคสซับซ้อน
มือของเธอไม่สั่นเลยแม้แต่น้อย
แม้จะเป็นการผ่าตัดครั้งแรกหลังจากกลับมา เธอก็ยังควบคุมทุกอย่างได้อย่างไร้ที่ติ“นี่เธอกำลังไถ่บาปอยู่หรือไง…”
ภานุคิดในใจ พลางจ้องไปที่มือของเธอที่วางเครื่องมืออย่างแม่นยำราวกับซ้อมมาเป็นพันครั้งเคสที่เธอรับในวันนั้นคือผู้ป่วยชายวัยกลางคน หัวใจเต้นผิดจังหวะเฉียบพลัน ต้องลงมีดเปิดทรวงอกด่วน…
และเธอทำมันราวกับไม่มีอดีต ไม่มีวันที่ร้องไห้จนเสียงแหบใน ICU ไม่มีวันที่เดินหนีพี่สาวของเขาไป ไม่มีความผิดใด ๆ ติดอยู่ในดวงตาคู่นั้นเลยแต่ภานุรู้…
เขาจำเสียงร้องไห้ของพี่สาวเขาได้ดี และเขาจำได้ว่าใครทำให้เธอกลายเป็นผู้หญิงที่ไม่เชื่อในความรักอีกภานุยืนนิ่ง มองผ่านกระจกใสนั้นนานเกินกว่าที่ควร
ภาพมือที่เย็นเฉียบของเจนนิสที่กดใบมีดลงไปบนผิวหนังผู้ป่วย ค่อย ๆ ผ่าเปิดชั้นกล้ามเนื้อทีละชั้นอย่างชำนาญ มันไม่ควรจะเซ็กซี่…แต่มันคือ
เขากัดฟันแน่น พยายามกดความรู้สึกบางอย่างที่เริ่มก่อตัวใต้ผิวหนัง
“ฉันจะรู้ให้ได้…ว่าภายใต้ความเยือกเย็นของเธอ มีอะไรซ่อนอยู่บ้าง”
ภานุพูดในใจ ก่อนจะหันหลังกลับจากกระจกใสนั้น ช้า ๆเจนนิสกลับมาในฐานะศัลยแพทย์ทรวงอกเต็มตัว และกลับมาอยู่ในแผนกของภานุ
เธอไม่ได้พูดถึงอดีต ไม่ได้เล่าเรื่องลอนดอน ไม่ได้เอ่ยถึงชื่อของยิหวาแม้แต่ครั้งเดียว เหมือนตัดสินใจเก็บทุกอย่างไว้ใต้เงาเงียบของตัวเอง ไม่มีการขอโทษ ไม่มีการอธิบาย ไม่มีแม้กระทั่งสายตาที่เอ่ยว่ายังรู้สึก
เธอกลายเป็นหมอเจนนิส — คนที่เก่ง เยือกเย็น เด็ดเดี่ยว และควบคุมทุกสิ่งอย่างไม่ให้หลุดออกจากมือ
เธอมาโรงพยาบาลตั้งแต่เช้าตรู่ ตรวจเคส ผ่าตัด ติดตามอาการผู้ป่วย แล้วก็กลับบ้านตรงเวลา ไม่แวะ ไม่คุย ไม่ข้องเกี่ยวกับใครมากไปกว่าหน้าที่
ในห้องผ่าตัด เธอแม่นยำอย่างน่าตกใจ เหมือนเอาชีวิตคนไข้มาแบกไว้บนบ่าอย่างจริงจังในทุกเคสที่เดินเข้ามา เธอตัดสินใจเร็ว พูดเท่าที่จำเป็น และทำได้เกินกว่าที่ใครคาด
ภานุจับตาดูเธอ — จับตาเงียบ ๆ แบบที่เขาเองยังไม่เข้าใจว่าต้องการอะไรจากสายตาคู่นั้นที่เยือกเย็น
“เธอเปลี่ยนไป” เขาคิดในใจ
แต่ไม่ใช่แค่เปลี่ยน…เธอซ่อนอะไรบางอย่างไว้ด้วย
บางอย่างที่อาจไม่ใช่แค่ความรู้สึกผิดต่อยิหวา แต่เป็นการชดใช้ในแบบของเธอ — ด้วยการเป็นหมอที่ดีที่สุดเท่าที่จะเป็นได้ เพราะเธอพลาดไปแล้วครั้งหนึ่
เช้าวันนี้ แสงอรุณอุ่นนวลเล็ดลอดผ่านผ้าม่านสีครีมเข้ามาในห้องพักผู้ป่วยความเงียบสงบของยามเช้าถูกเติมด้วยเสียงฝีเท้าเบา ๆ ของภานุที่เดินมาหยุดข้างเตียง เขาก้มลงตรวจชีพจรเจนนิสอย่างชำนาญ ก่อนจะใช้เครื่องฟังเสียงหัวใจลูก ๆ ที่อยู่ในครรภ์เสียง “ตึกตัก” สองจังหวะซ้อนกันดังชัดเจน…ชวนให้หัวใจพ่อเต้นตามท้องของเจนนิสโตขึ้นพอสมควรแล้วเธอนอนพิงหมอนสูง มองภานุด้วยสายตาอุ่น ๆ ที่เต็มไปด้วยความขอบคุณไม่นาน พ่อและแม่ภานุก็เข้ามาเยี่ยมตั้งแต่เช้าตรู่แม่ถือถุงผลไม้และซุปอุ่น ๆ พ่อแม้จะยังอยู่ในเครื่องแบบ ก็ยังสละเวลามายืนข้างเตียง เอ่ยเพียงสั้น ๆ แต่ชัดเจน “เก่งมากหนู…อีกนิดเดียวก็จะผ่านไปแล้ว”ทุกคนในห้องต่างรู้ดีว่า สิ่งที่เจนนิสเผชิญอยู่ไม่ง่ายและกำลังใจคือยาที่ดีที่สุดสำหรับเธอในตอนนี้ไม่นานนัก ประตูห้องก็เปิดออกหมอคริสในชุดกาวน์สีขาวก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มใจดี“อรุณสวัสดิ์ครับคุณแม่ วันนี้ผมมีข่าวดี” หมอคริสเอ่ยขณะตรวจดูผลวัดต่าง ๆ “อาการดีขึ้นมากนะครับ ชีพจร ความดันอยู่ในเกณฑ์ คุณแม่ลองเดินได้บ้างแล้วนะ…ค่อย ๆ ขยับทีละนิด”คำพูดนั้นทำให้บรรยากาศทั้งห้องโล่งใจขึ้นในทันทีเจนนิสเองก็รู้สึก
เมื่อภานุพาเจนนิสเดินมาถึงหน้าห้องแม่ที่โรงพยาบาล ประตูห้องถูกเปิดออกพอดี ร่างสูงใหญ่ในชุดเครื่องแบบทหารเดินออกมาอย่างรีบเร่ง“อ้าว เฮ้ย! มาจากไหนเนี่ย?” ภานุเอ่ยทักทันทีที่เห็นใบหน้าคุ้นเคยภาคินชะงักไปชั่ววูบ หันมายิ้มให้พี่ชาย “ไงพี่ แวะมาจากค่ายน่ะ มาเอาของนิดหน่อย เดี๋ยวต้องรีบกลับไปฝึกต่อแล้ว แม่เรียกมาให้เซ็นเอกสารจดทะเบียนอะไรสักอย่างนี่แหละ”พูดจบก็เหลือบมองนาฬิกา ก่อนขยับจะเดินผ่านไป “ไปก่อนนะ รถมารอแล้ว”ภานุทำหน้างงเล็กน้อย ก่อนตบไหล่น้องชาย “เออ ปลอดภัยด้วยล่ะ ด่วนไปไหนของมันอีกละ…”ภาคินเพียงแต่ยิ้มบาง ๆ โบกมือลาแล้วก้าวฉับ ๆ จากไปโดยไม่หันกลับภานุหันกลับมามองเจนนิส ส่งยิ้มอ่อนโยนให้ “นั่นน้องชายคนเล็กของบ้านผมเอง ชื่อภาคิน นายๆจะเจอกันที ไว้ผมพาไปเจอนะ น้องน่าจะด่วน”เจนนิสพยักหน้ารับ ยิ้มบาง ๆ ก่อนเดินเข้าไปในห้องแม่อย่างเงียบ ๆ ทิ้งเสียงฝีเท้าของภาคินที่จางหายไปกับทางเดินยาวของโรงพยาบาลภานุผลักประตูเข้าไปในห้องรับรอง ทั้งคู่ยกมือไหว้พ่อกับแม่ที่นั่งรออยู่ข้างใน พ่อของภานุในชุดทหารเต็มยศ กำลังนั่งอ่านหนังสือพิมพ์บนโซฟาด้วยท่าทีสงบ เยือกเย็นตามสไตล์ผู้นำครอบครัวเจน
ในห้องนอนที่แสงเช้าสาดผ่านม่านโปร่ง เจนนิสนอนนิ่งอยู่บนเตียง ร่างกายอ่อนล้าจากการแพ้ท้อง แต่หัวใจกลับไม่เหนื่อยล้าอย่างเดิมอีกต่อไปขณะที่ลมหายใจเธอค่อย ๆ สม่ำเสมอ เสียงหัวใจของอีกหนึ่งชีวิตในตัวเธอก็ยังดังก้องในความทรงจำเธอคิดย้อนกลับไปถึงวันที่เคยกลัวครอบครัวกลัวการผูกมัด กลัวความผิดหวัง กลัวจะไม่มีบ้านให้ใครซุกหัวนอน เพราะบ้านในอดีตของเธอไม่เคยอบอุ่นแต่ตอนนี้ แม้ร่างกายจะอ่อนแรงแต่การมีภานุอยู่ข้าง ๆ ทั้งในวันที่หัวเราะ วันที่ร้องไห้ วันที่อ่อนแอทำให้เธอค่อย ๆ มองเห็นความหมายของคำว่า ครอบครัว ใหม่อีกครั้งเจนนิสตกผลึกกับตัวเองว่าความอบอุ่นไม่ได้เกิดจากสถานที่ หรืออดีตที่ผ่านมาแต่มันเริ่มต้นได้จากคนสองคนจากมือที่กอดไว้แน่นจากสายตาที่มองกันด้วยความเข้าใจจากหัวใจที่พร้อมจะเติบโตไปด้วยกัน…แม้จะกลัว แม้จะไม่พร้อมก็ตามวันนี้ เธออาจยังไม่พร้อมสมบูรณ์แต่ก็พร้อมจะ “ลองรัก” ดูอีกสักครั้งพร้อมจะสร้างบ้านหลังใหม่ ให้กับตัวเอง กับภานุ กับลูกน้อยในท้องและกับอนาคตที่เธอจะไม่หนีจากมันอีกต่อไปชีวิตของเธอกำลังเปลี่ยนไป แต่ครั้งนี้ เธอเลือกจะเปลี่ยนไปพร้อมกับคนที่รักและยอมรับในตัวตนของ
หลังออกจากห้องตรวจ แม่ภานุเดินเคียงข้างสองคนด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน“เย็นนี้ไปทานข้าวที่บ้านแม่นะลูก แม่จะเตรียมของโปรดให้”ภานุรีบรับคำแล้วพูดแซวแม่ทันที “แต่แม่ครับ เมียผมท้องอ่อน กินอะไรไม่ค่อยได้ ผมดูแลเองได้นะแม่”น้ำเสียงจริงจังแต่ปนหวงแหน ใบหน้าภานุเต็มไปด้วยความภูมิใจในฐานะพ่อบ้านมือใหม่แม่ภานุหันมามองลูกชายแล้วอมยิ้ม “แล้วแกไม่คิดจะแต่งงานกับเขาหน่อยเหรอภานุ?”เสียงพูดเหมือนหยอกแต่สายตานิ่งจริงจังเจนนิสที่เดินข้าง ๆ สะดุ้งนิดหน่อย รีบตอบแทรกเสียงเบา“ไม่เป็นไรค่ะ หนูยังไงก็ได้…”ใบหน้ามีรอยเขินอายเล็ก ๆ ชำเลืองมองภานุอย่างประหม่าแต่ภานุส่ายหน้าทันที ยืนยันหนักแน่น“ไม่ได้หรอกคุณ! ยังไงผมต้องจัดงานแน่นอน—แต่คุณพร้อมตอนไหนบอกผมนะ ผมจะไม่บังคับ”สายตาจริงใจ มือกุมมือเธอแน่นราวกับจะส่งผ่านความมั่นคงในใจทั้งหมดเจนนิสมองเขา ยิ้มอ่อน ๆ พยักหน้าเบา ๆ ใจหนึ่งอบอุ่นใจหนึ่งยังเขินอยู่ลึก ๆแม่ภานุหันไปมองลูกชายแล้วพูดกับน้ำเสียงจริงจังแต่แฝงความเอ็นดู“ช่วงนี้อย่าลงเวรให้หนูเจนนิสนะภานุ ให้เขาพักผ่อนให้มาก ๆ”ภานุหันมาตอบแบบเด็กดี “ค้าบแม่!”เสียงตอบพร้อมรอยยิ้มเต็มแก้ม ทำเอาแม่หัวเราะเบ
เมื่อภานุประคองเจนนิสเข้าไปถึงแผนกสูตินรีเวชของโรงพยาบาล เสียงฮือฮากระซิบกระซาบก็กระจายไปทั่วโถงรอตรวจ เหล่าพยาบาลและเจ้าหน้าที่แอบเหลือบมองทั้งสองคนเป็นระยะ ขณะที่ภานุยืนเคียงข้างเจนนิสไม่ห่างในกลุ่มพนักงานเวรเปลี่ยนผลัด“นี่ๆ ได้ข่าวยัง? คู่หมั้นอาจารย์ภานุ ขอตัวถอนหมั้นหลังกลับจากพม่า เขาว่าอาจารย์หมั้นกับหมอเจนนิสใหม่เหรอ?”“แต่ฉันเห็นหมอเจนนิสเดินมาด้วยกันจริงนะ เห็นอาการเหมือนคนแพ้ท้องด้วย…”เสียงซุบซิบยิ่งดังขึ้นเรื่อย ๆบางคนหยิบมือถือมาแชะภาพ บ้างก็ส่งข้อความในไลน์กลุ่มโรงพยาบาล“มีข่าวด่วน! ภานุ หมอเจนนิส เข้าสูตรนิยายเลยเว้ย!”“หรือเขาจะมีข่าวดีอะ?”เสียงเมาท์แรงสะเทือนไปถึงห้องผู้บริหารเสียงพูดคุยกระซิบกระซาบของพยาบาลหน้าเคาน์เตอร์แผนกสูติทำให้คุณหญิง แม่ของภานุชะงักฝีเท้า“เมื่อกี้เห็นคุณหมอภานุพาผู้หญิงเข้าไปในห้องตรวจนะ… เหมือนจะเป็นหมอเจนนิส”“ใช่ ๆ หมอภานุที่เคยมีข่าวลือว่าหมั้นกับหมอกานดานั่นแหละ…”คำต่อท้ายหลุดเป็นเสียงเบา แต่กลับดังชัดในหูของเธอพอ ๆ กับเสียงหัวใจตัวเองที่เต้นแรงความจริงเรื่องสัญญาหมั้นระหว่างครอบครัว กับบ้านกานดายังไม่เคลียร์ เพราะตัวแม่ภานุเองก
เช้าแสงอ่อนสาดลอดผ้าม่าน เจนนิสรู้สึกตัวตื่นขึ้นในอ้อมกอดอุ่นของภานุ กลิ่นกายและลมหายใจร้อนของเขายังคลอเคลียข้างแก้ม เธอขยับตัวเบา ๆ รู้สึกเหมือนร่างกายหนักอึ้งไปหมด หัวหมุนเวียนคล้ายคนเมาค้าง สะโพกกับต้นขาก็ยังระบมจากค่ำคืนดุเดือดเจนนิสหลับตานิ่งไปชั่วครู่ ก่อนจะค่อย ๆ เงยหน้ามองคนที่กอดเธอไว้“คุณ…ฉันรู้สึกแปลก ๆ เวียนหัวมาก…”น้ำเสียงแผ่วพร่าของเธอดึงความสนใจภานุให้ตื่นเต็มตา เขานับนิ้วอยู่ในอากาศ ท่าทางเหมือนกำลังคิดอะไรเร็วจี๋ทันใดนั้น ภานุเบิกตากว้าง เผลอยิ้มกว้างแล้วร้องออกมาอย่างดีใจ “เว้ย! เดือนนี้…!”เขาคว้ามือเธอมากุมไว้แน่น ดวงตาเป็นประกายลิงโลดจนน่าแปลกใจเจนนิสขมวดคิ้ว งุนงงกับท่าทีของเขา“เดี๋ยว…คุณเป็นอะไรเนี่ย อยู่ ๆ ก็ดีใจอะไรของคุณ?”เธอมองเขางง ๆ หัวก็ยังหมุนติ้วภานุดึงเธอเข้ามากอดแน่นขึ้นอีก “คุณ…เมื่อวานมัน…วันที่เลยมานะ รู้ไหม?”เจนนิสยังงงงวยกับท่าทีร้อนรนปนดีใจของเขา “แล้วมันเกี่ยวอะไรกับฉันรู้สึกเวียนหัว?”ภานุยิ้มกรุ่มกริ่ม ลมหายใจร้อนผ่าวใกล้ข้างหู “ไม่แน่นะ…คุณอาจจะเมาค้าง หรือ…อาจจะกำลังมีเซอร์ไพรส์อะไรบางอย่างก็ได้”เขาขยี้จมูกลงบนแก้มเธออย่างหวงแหนเ







