Home / โรแมนติก / รังสิมันตุ์ไร้ใจ / ตอนที่ 8 | คำขอร้องที่ไร้ความหมาย

Share

ตอนที่ 8 | คำขอร้องที่ไร้ความหมาย

last update Last Updated: 2025-12-30 15:13:33

"เหตุการณ์ในตอนนั้นฉันไม่ได้ตั้งใจที่จะหักหน้าหรือทำให้พ่อเลี้ยงต้องได้รับความอับอายเลยนะคะ ฉันก็แค่ทำตามหน้าที่ของตัวเองเท่านั้น"

"เธอหุบปากซะ! เพราะถึงแม้สัญญาของเธอบอกว่าจะทำงานที่นี่หนึ่งปี แต่ฉันคงไม่มีความจำเป็นที่จะรับคนอย่างเธอให้มาเหยียบบนพื้นที่ไร่ของฉันหรอกนะ เพราะฉันยังไม่ได้เซ็นอนุมัติมันไงล่ะ"

"อย่านะคะ! ฉันขอร้องล่ะค่ะ คือฉันใช้เงินซื้อของทุกอย่างเข้ามาที่นี่หมดแล้ว แถมฉันยังไปสมัครงานที่ไหนไม่ได้อีก ถ้าฉันไม่ได้ทำงานที่นี่ต่อไป ฉันก็ไม่มีเงินใช้แน่ ๆ อย่าไล่ฉันออกเลยนะคะพ่อเลี้ยง ขอร้องล่ะค่ะ"

เพลงขวัญที่ยืนอยู่ก็ยกมือไหว้ตัวสั่น เพราะหลังจากที่เธอรู้เหตุผล เธอก็ไม่อยากออกไปจากที่นี่อีกแล้ว ซึ่งถ้าเธอออกไปจากที่นี่ นั่นก็เหมือนเป็นกันตัดขาตัวเองแน่นอน แล้วเธอก็จะไม่มีรายได้ทางไหนอีกต่อไป

เธอรู้ว่าเขามีอิทธิพลมากแค่ไหน ถึงขนาดสั่งให้ร้านทั่วเชียงใหม่ไม่รับเธอเข้าทำงานได้ขนาดนี้ ต่อให้เธอจะหนีไปที่ไหน เขาก็คงหาทางเล่นงานเธอได้อยู่ดี ซึ่งตอนนี้เธอไม่มีทางไปแล้ว ก็มีแต่ต้องขอร้องเขาเพียงเท่านั้น

"ถ้าฉันไม่ได้ทำงานฉันจะต้องแย่แน่ ๆ ขอโอกาสให้ฉันได้ทำงานที่นี่ต่อเถอะนะคะ พ่อเลี้ยงจะให้ฉันทำอะไรก็ได้ หรือจะให้ฉันทำโอที ถึงจะทำงานหนักแค่ไหนฉันก็จะไม่เกี่ยงเลยค่ะ แต่อย่าไล่ฉันออกเลยนะคะ"

เพลงขวัญก็คุกเข่าพลางขอร้องอ้อนวอนให้คนอย่างเขาให้อภัย เธอไม่คิดเลยว่าเรื่องแค่นี้มันจะทำให้ต้องตกที่นั่งลำบากมากขนาดนี้ แต่พอคิดถึงใบหน้าของบุตรสาวก็ทำให้เธอท้อแท้ไม่ได้ ต่อให้จะต้องกราบเท้าขอร้องก็คงต้องทำต่อไปเท่านั้น

"สาเหตุที่ฉันไล่เธอออกก็เพราะว่าเกลียดขี้หน้า เพราะฉะนั้น...ต่อให้เธอจะมานั่งร้องไห้น้ำตาเป็นสายเลือด ฉันก็ไล่เธอออกอยู่ดี ไม่มีประโยชน์ที่จะต้องมานั่งคุกเข่าหรือกราบกรานฉันในตอนนี้หรอก ฉันให้เวลาเธอคืนนี้หนึ่งคืน รีบไสหัวออกไปจากที่นี่ซะ เพราะฉันไม่ได้ต้องการแรงงานเพิ่ม ฉันมีคนงานมากมายที่พร้อมจะมาทำงานที่นี่ แค่เสียคนอย่างเธอไปคนเดียวมันก็ไม่มีผลอะไรกับไร่ของฉันอยู่แล้ว"

"แต่ฉันขอร้องได้ไหมคะ คือฉันต้องเลี้ยงลูกด้วย ถ้าเกิดว่าฉันไม่มีรายได้ ลูกของฉันก็จะต้องแย่แน่ ๆ ฉันก็ไม่มีใครที่ไหนอีกแล้วนอกจากฉันกับลูกเพียงสองคนเท่านั้น ฉันขอให้พ่อเลี้ยงเมตตาฉันด้วยนะคะ ขอร้องล่ะค่ะ"

ในขณะที่พูด มือเล็กก็ยังยกมือไหว้ขอร้องไม่หยุด คนอย่างเธอไม่มีทางร้องไห้เสียน้ำตากับใครได้ง่าย ๆ นอกจากเรื่องของบุตรสาวเท่านั้น พอคิดว่าถ้าของขวัญจะต้องลำบาก เธอก็แทบจะทำใจให้เป็นแบบนั้นไม่ได้เลย

"นายเข้ามาที่นี่หน่อยสิงห์ แล้วลากตัวยัยนี่ออกไปเดี๋ยวนี้เลย" รังสิมันตุ์ก็ไม่ได้มีความเห็นอกเห็นใจคนตรงหน้าเลยแม้แต่น้อย แต่กลับเรียกให้คนสนิทเข้ามาลากตัวเพลงขวัญออกไปทันที

"ฉันขอร้องเถอะนะคะ ช่วยเมตตาฉันได้ไหม ฉันยอมทำทุกอย่างจริง ๆ ค่ะ ฉันขอโทษที่ทำให้พ่อเลี้ยงต้องขายหน้า ขอให้ฉันได้ไถ่โทษกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันนั้นได้ไหมคะ ฉันจะทำงานในไร่ให้กับพ่อเลี้ยงเพื่อชดใช้ก็ได้ค่ะ พ่อเลี้ยงไม่ต้องจ่ายค่าแรงเต็มจำนวนให้ฉันก็ได้ แต่ขอให้ฉันได้ทำงานอยู่ที่นี่ต่อไปเถอะนะคะ"

ใบหน้าใสที่พยายามกลั้นน้ำตาไว้ก็แดงก่ำ พลางขอร้องอ้อนวอนยังไงก็ไม่เป็นผล ก่อนจะถูกลูกน้องของรังสิมันตุ์ดึงตัวออกไปจากห้องทันที

"เดี๋ยวฉันจะให้คนขับรถพาไปส่งที่แคมป์คนงาน ส่วนเธอก็เก็บข้าวของให้เรียบร้อยด้วย เพราะพ่อเลี้ยงให้เวลาแค่คืนนี้เท่านั้นนะ เข้าใจไหม"

"คือฉันขอโอกาสได้ไหมคะ ถ้าฉันออกไปจากที่นี่ฉันก็ไม่รู้จะทำงานที่ไหนอีกแล้ว เพราะเจ้านายของคุณดักฉันหมดทุกทาง จะให้ฉันทำงานล่วงเวลาหรือจะให้ทำหนักกว่าคนอื่นสองเท่าก็ได้ แต่อย่าไล่ฉันออกเลยนะคะ หรือว่าจะหักเงินจะจ่ายค่าแรงไม่เต็มก็ได้ ฉันไม่มีทางไปแล้วจริง ๆ ค่ะ ช่วยพูดกับพ่อเลี้ยงให้อีกสักครั้งจะได้ไหมคะ"

"ออกไปจากที่นี่ได้แล้ว คำสั่งของพ่อเลี้ยงคือเด็ดขาด ต่อให้เธอจะชักแม่น้ำทั้งห้ายังไง พ่อเลี้ยงก็ไม่มีวันให้อภัยหรอกนะ เพราะเรื่องนี้พ่อเลี้ยงไม่พอใจมากจริง ๆ เธอทำให้พ่อเลี้ยงโมโหจนแค้นฝังใจขนาดนี้ ไม่มีทางที่พ่อเลี้ยงจะกลับคำหรอก เพราะไม่มีใครกล้าหยามพ่อเลี้ยงกันแบบนี้หรอก ตอนนี้ก็เพิ่งบ่ายเอง ยังมีเวลาอีกมาก เธอรีบกลับไปได้แล้วนะเดี๋ยวฉันจะให้รถไปส่ง"

"ไม่เป็นไรค่ะ เดี๋ยวฉันจะลองขอร้องพ่อเลี้ยงดูอีกทีนะคะ"

"ไม่ได้หรอก ไม่จำเป็น! เดี๋ยวเธอก็รีบกลับไปที่ไร่ซะ พ่อเลี้ยงไม่ให้คนงานมาอยู่บริเวณคฤหาสน์นะ"

"งั้นฉันกลับเองก็ได้ค่ะ ขอโทษจริง ๆ นะคะ ที่ทำให้เสียเวลา"

เพลงขวัญก็ตัดสินใจเดินออกไปจากบริเวณรอบรั้วคฤหาสน์หลังใหญ่แห่งนี้ ซึ่งกว่าจะเดินออกจากประตูรั้วได้ก็ใช้เวลาเกือบสิบนาที เพราะระยะทางเข้าออกจากคฤหาสน์กว้างขวางเกินกว่าที่จะเดินออกไปได้

"ยังไงเราก็ต้องดักรออยู่ที่แถวนี้ก่อนแหละนะ ถ้าเกิดว่าเห็นพ่อเลี้ยงออกมาจากคฤหาสน์อีกครั้ง เราอาจจะได้เจอเขาอีกก็ได้ แล้วจะได้ขอร้องอีกที"

เพลงขวัญก็ตัดสินใจเดินออกจากคฤหาสน์หลังใหญ่เล็กน้อย เพื่อที่จะได้มองเห็นรถที่ขับเข้าออกได้ โดยอยู่ในตำแหน่งที่พนักงานรักษาความปลอดภัยหน้าคฤหาสน์มองไม่เห็นตัวเธอได้ แล้วนั่งรออยู่ตรงนั้นท่ามกลางแดดร้อน

สามชั่วโมงผ่านไป

เพลงขวัญก็เริ่มจะหมดแรงเพราะแดดที่ร้อนจัด แถมยังคอแห้งและท้องร้องด้วยความหิว เนื่องจากตอนกลางวันเธอก็มาที่นี่โดยที่ยังไม่มีอะไรตกถึงท้อง แต่เพลงขวัญก็ยังอดทนรอและจดจ้องไปที่ประตูเพื่อไม่ให้คลาดสายตาไปจากเจ้าของไร่แม้แต่นิดเดียว ซึ่งถ้าเผลอไปแม้แต่เพียงเล็กน้อย อาจจะทำให้พลาดโอกาสได้เจอเจ้าของไร่อย่างแน่นอน

"แย่แล้วสิ นี่ก็เย็นมากแล้วด้วย จะโทรหาพี่เลี้ยงของของขวัญก็ไม่ได้อีก เพราะมือถือยังอยู่ในกระเป๋าที่ไร่ ยังไงก็คงต้องฝากของขวัญไว้อีกสักพักก่อนนะคะพี่ยูน แล้วฉันจะรีบกลับไปรับของขวัญเลย"

"แม่จ๋า แง...แม่จ๋าอยู่ไหน หนูจะหาแม่จ๋า แง..."

เสียงร้องไห้ของของขวัญก็ดังลั่นไปทั่วห้อง จนพี่เลี้ยงต้องรีบพาออกมาอุ้มข้างนอก เนื่องจากเลยเวลาทำงานของคนงานมามากแล้วแต่เพลงขวัญก็ยังไม่กลับมารับของขวัญ ส่วนของขวัญเมื่อถึงเวลาก็ร้องไห้งอแงหามารดา เพราะถ้าเป็นเวลานี้เธอจะต้องอยู่กับมารดาแล้ว จึงเอาแต่ร้องไห้ไม่สนใจอะไรทั้งสิ้น

"เฟิร์น...เธอรีบมารับลูกของเพลงขวัญไปหน่อยสิ ไม่รู้ว่าเป็นอะไรร้องไห้ไม่หยุดเลยเนี่ย ตอนนี้ฉันเริ่มเอาไม่อยู่แล้ว ร้องจนลูกฉันตื่นกันหมดเลย"

"ฉันอยู่ในห้อง เพิ่งเลิกงานเมื่อสักพักน่ะพี่ยูน จะรีบลงไปรับตอนนี้เลยนะคะ"

หลังจากที่ใบเฟิร์นอุ้มหลานสาวตัวน้อยกลับมาจากพี่เลี้ยงแล้ว เธอรีบเดินตรงดิ่งไปยังอาคารคนงานอีกอาคาร ก่อนจะตรงไปยังห้องของมารี คนที่พาเพลงขวัญออกไปจากไร่ตั้งแต่ช่วงบ่าย

ปัง! ปัง! ปัง!

ใบเฟิร์นก็ตบประตูห้องของมารีเสียงดัง จนมารีรีบออกมาเปิดประตูด้วยความหงุดหงิด

"เธอพาเพลงขวัญไปที่ไหนมารี! ทำไมป่านนี้เพลงขวัญถึงยังไม่กลับมาอีก นี่มันจะค่ำแล้วนะ แถมฝนก็จะตกในไม่ช้านี้ด้วย"

"แล้วฉันจะรู้ไหมล่ะ ก็ตอนบ่ายมีคำสั่งจากคนสนิทของพ่อเลี้ยงให้พาเด็กใหม่ไปที่นั่น จากนั้นฉันก็กลับมาเลย แล้วฉันจะรู้ไหมว่าเด็กใหม่ไปไหนน่ะ ถ้าเกิดอยากรู้ว่าเด็กใหม่อยู่ที่ไหนก็ไปตามที่คฤหาสน์ของพ่อเลี้ยงเองสิ เผื่ออาจจะยังอยู่ที่นั่นก็ได้ ต่อไปก็อย่ามาทุบประตูฉันแบบนี้อีกนะ คนกำลังจะพักผ่อนอย่างสบายใจแท้ ๆ"

เมื่อได้ยินดังนั้น ใบเฟิร์นก็รีบคว้ารถจักรยานยนต์ของตัวเองออกไปทันที โดยไม่ลืมพาเด็กหญิงตัวน้อยนั่งซ้อนท้ายไปด้วย โดยเอาผ้าโพกศีรษะบังแดดมามัดที่ตัวของเธอกับของขวัญไว้ติดกัน เพราะของขวัญยังเด็กมากเกินไปที่จะนั่งซ้อนท้ายเหมือนผู้ใหญ่ได้

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • รังสิมันตุ์ไร้ใจ   ตอนที่ 14 | ติดฝน

    "แม่จ๋า มีน้ำหย่นมาจากฟ้าเยอะเยยค่ะ""อันนี้เขาเรียกว่าน้ำฝนนะคะลูก""น้ำฝนหยอคะ""ใช่ค่ะลูก อันนี้เรียกน้ำฝนค่ะ แต่ถ้าน้ำฝนที่ตกรวมกันเยอะ ๆ แบบนี้เขาเรียกว่าฝนตกนะคะ""แย้วเยาจะกลับกันยังไงคะแม่จ๋า""ก็คงต้องรอให้ฝนหยุดตกก่อนนะจ๊ะลูก เพราะถ้าเราตากฝนอาจจะทำให้เป็นหวัดและไม่สบายค่ะ""แย้วถ้าฝนไม่หยุดตก เยาจะทำไงคะแม่จ๋า""ถ้าไม่หยุดก็ต้องรอจนกว่าจะหยุดค่ะ เพราะแม่จะไม่ยอมให้หนูตากฝนเด็ดขาดเลยลูก ถ้าหนูไม่สบายขึ้นมา แม่ต้องรู้สึกผิดแน่ ๆ เลย งั้นเราก็นั่งรออยู่ที่นี่สักพักนะคะ"เพลงขวัญก็เดินเข้าไปในตัวคฤหาสน์อีกครั้งพร้อมกับบุตรสาว แต่ก็ต้องชะงักเมื่อเห็นเจ้าของไร่กำลังเดินมาตรงนี้พอดี"นี่เธอเดินกลับเข้ามาในบ้านฉันทำไมอีก แค่ให้มานวด ไม่ได้มีอภิสิทธิ์ที่จะเดินเข้าออกบ้านนี้เมื่อไหร่ก็ได้นะ อย่าคิดว่าแม่ฉันให้ท้ายหน่อยแล้วเธอจะถือวิสาสะทำอะไรได้ตามใจชอบได้ล่ะ ออกไปเดี๋ยวนี้เลย! นี่มันบ้านฉัน คนงานอย่างเธอมีสิทธิ์อะไรมาทำตัวเหมือนเป็นเจ้าของกัน""ขอโทษค่ะพ่อเลี้ยง ฉันไม่ได้คิดแบบนั้นจริง ๆ นะคะ ฉันจะออกไปเดี๋ยวนี้แหละค่ะ ของขวัญลูก เราออกไปกันเถอะค่ะ""ไหนแม่จ๋าบอกว่าไม่ควรตากฝนนี่คะ

  • รังสิมันตุ์ไร้ใจ   ตอนที่ 13 | พ่อเลี้ยงเย็นชากับหนูน้อยช่างสงสัย

    "แม่จ๋า เยามาเที่ยวที่นี่อีกแย้วหยอคะ""ใช่ค่ะลูก หนูชอบหรือเปล่าคะ""แต่ว่าตอนนั้นแม่จะย้องไห้ด้วย แม่จ๋าจะเป็นอะไยไหมคะ""แม่ไม่เป็นอะไรหรอกค่ะลูก แม่สอนว่ายังไงนะคะ ถ้ามาที่คฤหาสน์หลังนี้ต้องยกมือไหว้คุณนายกับพ่อเลี้ยงใช่ไหมคะ เพราะทั้งสองคนเป็นผู้มีพระคุณของเรา เพราะฉะนั้นแล้วระหว่างที่แม่ทำงานอยู่ หนูต้องนั่งรอที่โซฟาตรงนี้ได้ไหมคะ""ได้ค่ะแม่จ๋า หนูจะนั่งยอแม่จากตรงนี้ไม่เดินไปไหนเยยค่ะ""ดีมากค่ะคนเก่ง งั้นเดี๋ยวแม่เข้าไปนวดให้คุณนายก่อนนะคะ อ้อ...แล้วหนูก็อย่าเดินไปแตะต้องของมีค่าในบ้านหลังนี้นะลูก เราอย่าไปแตะต้องเพราะมันไม่ใช่ของเรานะคะ ถ้าเกิดว่ามันหลุดมือหรือเสียหายขึ้นมา เราไม่มีเงินมาจ่ายให้เขานะลูก""ได้ค่ะแม่จ๋า หนูจะไม่ดื้อค่ะ""ดีแล้วค่ะ ถ้าหนูไม่ดื้อและเชื่อฟังตามที่แม่บอก เดี๋ยวแม่จะพาหนูมาที่นี่ทุกครั้งเลย แต่ถ้าหนูดื้อ วันหลังแม่ก็จะไม่พาหนูมาที่นี่อีกแล้วนะคะ แล้วแม่ก็จะฝากหนูไว้กับป้าเฟิร์นแทน""หนูจะไม่ดื้อค่ะ ก็หนูอยากอยู่กับแม่จ๋า""ค่ะลูก งั้นแม่ไปก่อนนะคะ นั่งรออยู่ตรงนี้นะลูก ส่วนนมอยู่ในกระเป๋านะคะ ถ้าหนูหิวก็เอามาดื่มรอแม่นะคะของขวัญ"เด็กหญิงตัวเล็กก็

  • รังสิมันตุ์ไร้ใจ   ตอนที่ 12 | พยาบาลจำเป็น

    "จริงเหรอคะที่ว่าพี่ยูนป่วย""ใช่...พี่ป่วยมาตั้งแต่เมื่อคืนแล้วล่ะ เมื่อวานทั้งวันพี่ก็รู้สึกไม่สบายตัวอยู่ แต่ก็ไม่ได้คิดว่าตัวเองจะเป็นหนักขนาดนี้ ต้องขอโทษด้วยนะที่ต้องมาป่วยแบบนี้น่ะ" พะยูน เป็นคนงานที่ผันตัวมาเป็นพี่เลี้ยงเด็กเพราะหลังจากมีบุตรก็ต้องเลี้ยงเอง ซึ่งมีสามีที่ทำงานในไร่ จึงรับจ้างทำหน้าที่เป็นพี่เลี้ยงเด็กของคนงานในไร่ด้วย"ไม่เป็นไรเลยค่ะ เรื่องเจ็บป่วยมันช่วยไม่ได้อยู่แล้ว""ส่วนลูกของพี่ก็จะให้ไปนอนห้องของป้าไปก่อนน่ะ ไม่รู้ว่ากี่วันถึงจะหาย แต่พี่ว่าจะขอพักไปก่อนสักสามวัน แล้วนี่เพลงขวัญจะเอายังไงดีล่ะ ช่วงสามวันนี้ถ้าพี่พัก แล้วใครจะเลี้ยงของขวัญให้""นั่นสิคะ เดี๋ยวอีกครึ่งชั่วโมงก็ต้องไปทำงานแล้วด้วย หนูเตรียมตัวไม่ทันเลยค่ะว่าจะเอายังไงดี แถมเพิ่งเริ่มทำงานใหม่ด้วย ถ้าลาเพื่อเลี้ยงของขวัญก็คงจะดูไม่ดีแน่ พี่ยูนพอจะแนะนำอะไรได้ไหมคะ""ความจริงเราสามารถเอาเด็กไปที่ไร่ได้นะ เพียงแต่ว่ามันจะร้อนแค่นั้นเอง ถ้าเด็กไม่ดื้อ ไม่วิ่งไปยุ่งกับเราระหว่างที่ทำงานด้วยก็คงไม่เป็นไรหรอก เพราะยังไงก็มีคนที่คอยดูแลในส่วนของอาหารกลางวันอยู่แล้วนี่ ยังไงก็สามารถฝากแม่ครัวที่โรง

  • รังสิมันตุ์ไร้ใจ   ตอนที่ 11 | จะอดทนได้นานแค่ไหน

    สี่ปีก่อนเพลงขวัญกับรมิตาเป็นน้องใหม่ปีหนึ่งในคณะพยาบาลศาสตร์ ที่มหาวิทยาลัยชื่อดังในจังหวัดเชียงใหม่ ทั้งสองคนรู้จักกันเพราะบังเอิญพักอยู่ที่หอพักเดียวกันและอยู่ข้างห้องกันด้วย ทั้งสองคนก็มักจะไปมาหาสู่กันตลอด เวลาจะไปไหนก็ไปด้วยกันเสมอ จึงค่อนข้างสนิทกันพอสมควร"ขวัญ...แย่แล้วล่ะ""มีอะไรหรือเปล่าขิม ทำไมเธอถึงทำสีหน้าแบบนั้นล่ะ เรื่องแย่อะไรของเธอ เป็นเรื่องใหญ่หรือเปล่า เธอบอกฉันมาได้ไหม""แย่แล้วล่ะขวัญ ฉะ...ฉันท้อง""เดี๋ยวนะ จะล้อกันเล่นใช่ไหมเนี่ย มีอะไรจะพูดก็รีบพูดมา แต่ไม่ต้องอำกันแรงแบบนั้นก็ได้นะ""ฉันไม่ได้พูดเล่นนะขวัญ ฉันท้องจริง ๆ""อะไรกัน นี่เธอพูดจริงเหรอ" เพลงขวัญก็รีบจ้องตาของเพื่อนเพื่อหาความผิดปกติในสายตาคู่นั้น แต่กลับมีแต่ใบหน้าที่แสดงความวิตกกังวลอย่างเห็นได้ชัด ราวกับไม่ใช่เรื่องที่จะเอามาล้อเล่นกันเลย "นะ...นี่เธอเอาจริงเหรอ นี่เธอท้องจริง ๆ เหรอขิม แต่เราเพิ่งเรียนปีหนึ่งเองนะ เทอมสองเรายังเหลือเวลาอีกแค่สี่เดือน เราก็จะจบปีหนึ่งกันแล้วนะขิม นี่มันอะไรกันน่ะ""ฉันพลาดเองแหละเพราะคิดว่าคงไม่มีอะไรก็เลยไม่ได้ป้องกัน จนตอนนี้ฉันท้องได้สองสัปดาห์แล้ว พอดีเมื

  • รังสิมันตุ์ไร้ใจ   ตอนที่ 10 | คำขอโทษ

    "คนนี้คือใครเหรอคะพี่เฟิร์น""คนนี้เป็นแม่ของพ่อเลี้ยงน่ะ""คือฉันเพิ่งโดนไล่ออกค่ะ ต้องเก็บข้าวของให้หมดภายในพรุ่งนี้ แต่ว่าฉันจะมาขอร้องพ่อเลี้ยงว่าจะขอทำงานที่นี่ต่อไปได้ไหมคะ คือฉันขอโอกาสทำงานที่นี่ต่อได้ไหม ไม่อย่างนั้นฉันจะต้องแย่แน่ ๆ ถ้าแค่ตัวฉันเองคนเดียว ฉันยังไม่ห่วงเลยค่ะ แต่ฉันยังมีลูกอีกคนที่ต้องดูแลด้วย ถ้าเกิดว่าไม่ได้ทำงานที่นี่ต่อ ฉันก็จะไม่มีรายได้แน่ ๆ ค่ะ""อะไรนะเพลงขวัญ เธอโดนไล่ออกงั้นเหรอ""ใช่พี่เฟิร์น ถึงหนูจะเซ็นสัญญาแล้วก็เถอะ แต่ว่าเอกสารชุดนั้นมันยังไม่ได้เซ็นรับรองจากเจ้าของไร่น่ะสิ เพราะเจ้าของไร่ต้องเซ็นอนุมัติด้วย แต่พ่อเลี้ยงบอกว่าจะไม่อนุมัติแล้วไล่หนูออก แล้วให้หนูเก็บของออกภายในวันพรุ่งนี้ หนูก็เลยมาดักรอที่หน้าคฤหาสน์เพื่ออยากจะขอร้องพ่อเลี้ยงอีกสักครั้งน่ะค่ะ""นี่มันอะไรกันตาเขม คนงานทำอะไรผิดหรือเปล่า ทำไมถึงต้องไล่ออกแบบนี้ด้วยล่ะ""ก็ไม่ได้ผิดอะไรหรอกครับม้า แต่ว่าผมแค่ไม่อยากให้ผู้หญิงคนนี้มาเหยียบที่ไร่ของเราอีกแค่นั้นเอง""อะไรกัน นี่ลูกไม่มีเหตุผลเลยนะ ถ้าเกิดว่าลูกจะไล่หนูคนนี้ออก ก็บอกเหตุผลที่มันฟังขึ้นมาให้ฟังก่อนสิ""แต่นี่มันเป็น

  • รังสิมันตุ์ไร้ใจ   ตอนที่ 9 | เพราะมีกันอยู่แค่นี้

    แสงตะวันก็เริ่มลับขอบฟ้า ส่วนเพลงขวัญก็ยังไม่ย่อท้อเพื่อรอโอกาสว่าพ่อเลี้ยงเจ้าของไร่จะออกมาจากคฤหาสน์ตอนไหน แต่จนถึงพลบค่ำก็ยังไร้วี่แวว เพลงขวัญก็ยังรอด้วยความอดทน ตอนนี้เธอไม่ได้คิดถึงศักดิ์ศรีหรืออะไรแล้ว เพราะสิ่งที่สำคัญที่สุดในตอนนี้ก็คือปากท้องของบุตรสาวมากกว่า"ของขวัญจะเป็นยังไงบ้างนะ อย่าพึ่งงอแงนะลูก อยู่กับป้ายูนไปก่อนนะคะ"บนท้องฟ้าก็เริ่มปกคลุมไปด้วยความมืดมิด แถมยังไร้แสงดาวเพราะมีเมฆหมอกสีดำมาปกคลุมไปทั่วพื้นที่ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ว่าฝนจะตกลงมาในอีกไม่ช้านี้"เอ๊ะ? นั่นมันพี่เฟิร์นกับของขวัญนี่ ทำไมถึงขับมอเตอร์ไซค์มาที่นี่ล่ะ แล้วทำไมถึงขับเข้าไปในคฤหาสน์ของพ่อเลี้ยงด้วย แย่แล้ว...ต้องรีบตามเข้าไปแล้ว"เพลงขวัญมองดูใบเฟิร์นที่ขับรถจักรยานยนต์เข้าไปต่อ หลังจากที่คุยกับพนักงานรักษาความปลอดภัยเสร็จแล้ว ส่วนเพลงขวัญก็รีบเดินเข้าไปที่บริเวณหน้าคฤหาสน์อีกครั้ง"ฉันขอเข้าไปข้างในนะคะ พอดีว่าเมื่อกี้เพื่อนกับลูกสาวของฉันเพิ่งขับมอเตอร์ไซค์เข้าไปน่ะค่ะ""เชิญครับ"เพลงขวัญก็รีบวิ่งเข้าไปในคฤหาสน์แต่ก็ไม่ได้ดั่งใจมากนัก เพราะสภาพร่างกายที่เหนื่อยล้าและขาดน้ำ จึงทำให้เธอทำได้เพีย

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status