LOGINถึงเขาจะเกิดมาด้วยความผิดพลาดและไม่ได้ถูกเลี้ยงดูด้วยความรักอย่างที่ควรจะเป็น ถึงแม้เขาจะขายร่างกายให้บริการ แต่ความรักของเขาต้องใช้หัวใจมาซื้อเท่านั้น เพราะความรักมันซื้อกันด้วยเงินไม่ได้
View More“ณี ครับทางนี้ พลอยู่นี่”เสียงตะโกนเรียกดังขึ้นพร้อมกับการยกมือโบกให้ทำให้ร่างบางหันไปมองทางนั้นทันที
เขานั่งอยู่ที่เก้าอี้ม้านั่งหินอ่อนกลางสวนสาธารณะ ใจกลางกรุงแห่งนี้
“เพราะพลไม่อยากให้ใครรู้ว่าเรานัดกันมาเจอที่นี่”
มณีรัชดาพยักหน้าคาดเดาเอาว่าพี่ชายของเขาที่มีอคติ และเป็นผู้ชายที่ใจร้ายเห็นแก่ตัว
มณีรัชดารู้สึกเกลียดผู้ชายแบบนี้ขึ้นมาอย่างไม่มีเหตุผล
อีกด้านหนึ่ง ทั้งคู่ไม่รู้เรื่องเลยการสะกดรอยตามเพื่อให้ทราบความจริง เพราะภาพนั้นจอมภูได้เฝ้าสะกดรอยตามน้องชายเพื่อให้รู้แน่ชัด อย่างที่ใจสงสัย
เขาเป็นคนที่ชอบจุ้นจ้านกับชีวิตของส่วนตัวของน้องชายมานานแล้ว ในฐานะที่เป็นพี่ชาย
พร้อมเขารู้ด้วยว่านี่ภูวพลแอบเข้าไปจอดรถหลบอยู่ที่อาคารตรงกันข้ามกับสวนสาธารณะแห่งนี้
เจ้าน้องชายตัวดี ฮึ มันแอบนัดพบกับผู้หญิงแบบนี้นี่เอง
ที่แม่ของเขาคาดการไม่ผิดเป็นผู้หญิงที่ไม่มีหัวนอนปลายเท้าเสียด้วย
พ่อแม่ต้องการให้ภูวพลไปเรียนต่อที่ต่างประเทศมากกว่า ตอนนี้เขาอยากเห็นหน้าค่าตา ผู้หญิงคนนี้เหลือเกิน
แล้วหล่อนคิดยังไงกับน้องชายของเขาบ้าง
ทำให้จอมภูครุ่นคิดขมวดและกำลังจะพุ่งไปหาเป้าหมาย คิดอย่างเดียวผู้หญิงแบบนี้จะมาหลอกน้องชายของเขาเพราะเห็นฐานะร่ำรวย
“นี่ณี ครับ พวกเราก็เรียนจบกัน แล้วณีล่ะรู้สึก ยังไง”
เขาถาม
“ อ้าว ณีก็ดีใจแล้วก็สบายใจมากที่สุดสิคะ เพราะไม่ต้องแบกภาระเรื่องเรียนอีกแล้ตอนนี้ ณีก็กำลังหางานทำ สมัครงานทิ้งเอาไว้ก่อน เขาจะได้เรียกตัวเร็วๆไงคะพล”
หล่อนตอบเขาน้ำเสียงร่าเริง
“พลอยากจะพาณีไปหาพ่อกับแม่เหมือนกันให้ท่านรู้และสบายใจว่าณีมีงานการทำแล้วถึงกำลังจะหางานก็เถอะ อีกหน่อยก็คงได้”
หล่อนยิ้มแห้งๆให้เขา เข้าใจดีว่าภูวพลรักหล่อนมาก
และมณีรัชดาก็รักเขาไม่น้อยเช่นกัน แต่รู้ว่าฐานะขวางกั้น ความไม่พร้อมของหล่อน การที่ฐานะแตกต่างพ่อแม่เขาไม่ได้ยอมรับ
มณีรัชดาจึงไม่ให้ความหวังในเรื่องนี้แก่ตัวเอง และพยายามที่จะเลิกคิด หากแต่ว่าคนจุดประกายมุ่งมั่นปรารถนาในตัวหล่อนทุกครั้งคือภูวพลต่างหาก เพราะเขารักหล่อนมาก
อย่างที่บอกว่ารักสุดสวาทขาดใจเลยทีเดียว
ถ้าไม่ได้หล่อนมาครอบครอง ตอนนี้หล่อนกับเขาเป็นแค่แฟน ไม่มีสัมพันธ์เกินเลยเถิดกว่านั้น
เพราะมณีรัชดาไม่ใช่ผู้หญิงใจง่ายที่คิดจะผูกพันกับผู้ชายที่ตนเองรักด้วยความใคร่ ทอดกายลงนอนกับเขาอย่างไม่เหมาะสม
ประเพณีวัฒนธรรมต่างหาก หล่อนต้องรักนวลสงวนตัว
หากภูวพลรักเธอแท้จริง เขาต้องอดทนรอให้ถึงโอกาส
ทุกครั้งภูวพลวางตัวดีสม่ำเสมอเป็นสุภาพบุรุษที่หล่อนยอมรับว่าเขาจริงใจ
“ขอบใจพลที่ให้กำลังใจ แต่เรื่องไปหาพ่อแม่ของพล ณีว่ารอก่อนเถอะ”
หล่อนปฏิเสธการร้องขอเขา
จนภูวพลแปลกใจ
“ทำไมล่ะณี หรือว่าไม่รักพลแล้ว”
ความรักพูดได้หรือ ยังไม่แน่ใจ เขาถามในสิ่งที่หล่อนต้องคิดหนัก บอกตัวเองมณีรัชดาต้องมีสติ อย่าเอาอารมณ์เป็นที่ตั้ง
ทั้งที่เขารู้ว่าพ่อแม่ของเขาไม่ปลื้มตัวหล่อนเรียกว่าไม่ชอบหน้าเลย
“พล ความรักไม่ใช่เรื่องเล่นขายของ อนาคตข้างหน้ายังอีกยาวไกล” หล่อนตอบให้เขาได้คิด
“ณี หมายความว่ายังไง”
เขาเงี่ยหูฟัง แต่ก็ทำหน้าเหมือนไม่พอใจ
“เราต้องเรียนรู้ และศึกษาใจกันอีกนานค่ะ พล”
คำของมณีรัชดาทำให้เขาโหวงไปหมด ถ้าหล่อนไม่เอ่ยจะดีกว่า เขาไม่ต้องการ คำว่าจากพรากหรือเลิกรา
“จ้ะพลจะรออดทนจนถึงวันที่เราได้อยู่ด้วยกัน”
คำพูดของเขามณีรัชดารู้ว่าเปี่ยมด้วยความหวัง แต่หล่อนให้อนาคตตัดสิน ถึงแม้จะรักและชอบเขาบ้าง
แค่หล่อนก็คิด เผื่อว่าชีวิตนี้มีความไม่แน่นอน เพราะเขาหรือหล่อน นั้นอาจได้พบเจอคนที่ดีกว่า
“ทำไมเงียบไปล่ะ”
มณีรัชดามาพบกับภูวพลเรื่องนี้ ด้วยเรื่องนี้
หล่อนรู้ว่าพ่อแม่ของเขาไม่ชอบหล่อน
“กลับเถอะ” หล่อนบอกเขาจะกลับบ้าน
บ้านของหล่อน อยู่ไกลมาก ขณะที่ภูวพลอยู่ใจกลางเมือง
“ทำไมรีบกลับ” ภูวพลอิดออด
“คุยกันรู้เรื่องแล้วนี่”
“พล อยากพาณีเข้าไปเดินช็อปปิ้งต่อ”
“ณีไม่อยากเที่ยวและไม่หิวอยากกลับบ้านมากกว่า”
สีหน้าของภูวพลจ๋อย ที่คิดว่าหล่อนจะไปกับเขาต่อ
“งั้นพล ไปบ้านณีด้วย”
หล่อนหันมามองเขา
“อะไรของพลนี่ ถ้าจะไปบ้านณีทำไมต้องนัดณีมาที่นี่ด้วย”
หล่อนมองเขาอย่างแปลกใจ
“พลขอโทษ อยากไปบ้านณีจริงๆ”
“ไม่ได้หรอก”
มณีรัชดาเสียงแข็ง กลับไปนี่หล่อนต้องซักผ้าของหล่อนอีก
“ณีไม่ได้ว่างอยู่เฉยๆนะ ณีต้องกลับไปซักผ้า”
หล่อนบอกเหตุผลเท่านี้มณีรัชดาก็สบายใจอย่างมาก
เมื่อเขาทำตามคำมั่นของเธอและเธอไม่คิดจะผูกพันพลไว้ด้วยอะไรทั้งสิ้น เพราะไม่แน่ใจเรื่องครอบครัวเขา แต่สิ่งที่เขาผูกพันใจหล่อน นั้นได้คือความรักหนึ่งเดียว ที่หล่อนทราบอยู่แก่ใจ
จอมภูซึ่งหลบซ่อนอยู่ทางเบื้องหลังขบกรามกรอดๆด้วยความแค้นเคือง ที่ผู้หญิงคนนี้คิดจะรวบหัวรวบหางน้องชายของเขา
จากการตามสังเกตคนทั้งคู่ จอมภูคงจำยอมและต้องตามไปบ้านผู้หญิงคนนี้ ว่าหล่อนพักอยู่กับใคร
จอมภู ไม่ต้องการให้ เป็นแบบนี้ คิดผู้หญิงคนนี้ คงเอากับดักความสวย มาหลอกล่อน้องชายของเขาจนหลงใหล
เจ้าพลคงถูกหล่อนปั่นหัว ให้ลุ่มหลงรักใคร่จนโงหัวไม่ขึ้น
โธ่เอ๋ยภูวพลไอ้น้องชาย นายช่างเป็นคนโง่เหลือเกิน
เห็นภาพ ที่ทั้งคู่จากลากันแล้ว น้องชายเดินจากไปอีกทาง เพื่อไปรับรถที่จอดทิ้งไว้ และจอมภูทิ้งช่วงระยะประมาณเจ็ดก้าว จากนั้นเขาแกล้งเดินตามหล่อนแบบสะกดรอยตามห่าง
หล่อนไม่ได้เฉลียวใจสักนิดเพราะไม่คิดระแวงใคร
หากสักพักหนึ่งมณีรัชดามาถึงป้ายรถเมล์และหล่อนกวาดตามองที่ป้ายรถเมล์ซึ่งรถเมล์หมายเลขสายนั้น ยังมาไม่ถึงเมื่อเห็นดังนั้นจอมภู ครุ่นคิด และกำลังใช้อุบายแบบไหนดี จากนั้นคิ้วเรียวเข้มขมวด อยากจะถามเส้นทาง เลยเอ่ยถามเสียงนุ่ม
“เอ้อ ไม่ทราบว่าจะขึ้นรถเมล์นี่ ต้องรอนานไหมคุณ”
มณีรัชดาอึ้งแปลกใจ ที่ใครก็ไม่รู้ถามแต่เธอตอบตามมารยาท
“เอ้อ ก็ไม่นานหรอกค่ะ ขึ้นอยู่ว่าคุณจะนั่ง รถเมล์ไปไหนล่ะคะ”
ตอนที่ 4“มอร์นิ่งจ้ะ” เจ้าของเสียงนั่งเช็ดผมอยู่ที่โต๊ะเครื่องแป้งปลายเตียงจึงได้เห็นตอนที่รั้นซ์งัวเงียลุกขึ้นพอดี“พี่บัวครับ รั้นซ์” เพราะเรื่องที่ทำลงไปเมื่อคืนทำให้รั้นซ์ไม่รู้จะพูดอะไรต่อไป“บางทีความว้าเหว่มันก็ร้ายกว่าความเมา ตื่นแล้วก็ไปล้างหน้าเถอะจ้ะจะได้มาออเดอร์อาหาร” แม้ว่าเมื่อคืนรั้นซ์จะทำให้ประทับใจมากแค่ไหนแต่สาวใหญ่อย่างบัวก็รู้ดีว่ามันคือความว้าเหว่ชั่วคราวจึงไม่คิดจะเรียกร้องความรับผิดชอบหรือสานต่ออะไร เมื่อชายหนุ่มลุกไปเข้าห้องน้ำบัวก็หันมาจัดการกับตัวเองต่อไป“เลือกไม่ถูกเลยครับ รายการอาหารเช้าเยอะมากพี่บัวช่วยเลือกให้รั้นซ์ได้มั้ยครับ” หนุ่มน้อยที่เคยกินแค่อาหารตามสั่งหรือกับข้าวไทยๆ ที่แม่ทำกินในบ้าน“งั้น ABF ละกันนะคะของคอนโดเราชุดใหญ่รั้นซ์น่าจะอิ่ม”“เอ่อ ครับ” เพราะไม่เข้าใจว่า ABF ที่พี่บัวสั่งมาให้นั้นคืออะไรจึงได้แต่รับคำอย่างเบาๆ จนกระทั่งอาหารมาส่งถึงได้รู้ว่ามันคือ ไข่ดาว ขนมปังปิ้ง ฮอทดอก แฮมต้ม แถมยังมีเบคอนทอดที่พี่บัวบอกว่านี่เป็นของที่โรงแรมหรือคอนโดฯ อื่นไม่ค่อยใส่มาใน ABF(American breakfast) หรือก็คือชุดอาหารเช้าแบบอเมริกันที่เป็นที่นิยมในโร
“สวัสดีครับคุณบัว วันนี้กลับเร็วนะครับ แล้วนี่เอ่อ...” นายพงษ์หัวหน้ารปภ.ปรี่เข้ามายืนข้างรถเมื่อเห็นรถของบัวแล่นเข้ามาจอดในซอง พร้อมเอ่ยทักทายแต่กลับต้องชะงักไปเมื่อคนที่ลงมาจากตำแหน่งคนขับเป็นหนุ่มน้อยคราวลูก “อ้อ ยังไม่กลับบ้านเหรอคะพี่พงษ์ นี่รั้นซ์ค่ะ บัวว่าจะให้มาพักที่ห้องสักพัก เดี๋ยวค่อยขยับขยาย พรุ่งนี้พี่พงษ์ช่วยให้นิติทำคีย์การ์ดให้ด้วยนะคะ” ระหว่างที่บัวแนะนำรั้นซ์ก็ยกมือไหว้ทักทายชายหนุ่มรุ่นใหญ่ตรงหน้าแล้วจึงเดินไปหยิบของท้ายรถเพราะไม่มีเรื่องให้สนทนา “ทำคีย์การ์ดห้องไหนเหรอครับคุณบัว” นายพงษ์ทำหน้างง เพราะห้องในคอนโดมิเนี่ยมสุดหรูที่บัวเป็นเจ้าของตึกนี้มีผู้เข้าพักเต็มหมดทุกห้องแล้ว “ทำของห้องบัวสิคะ บัวจำได้นะคะว่าตอนนี้ห้องเช่าเต็มหมดทุกห้องแล้ว เร็วสุดก็น่าจะอีก 6 เดือนถึงจะว่าง” “ครับคุณบัว งั้นผมลาเลยนะครับพรุ่งนี้จะได้เข้ามาจัดการให้คุณบัวแต่เช้า” นายพงษ์ขอตัวลาก่อนที่จะมองตามสาวใหญ่และหนุ่มน้อยที่เดินตามกันไปเงียบๆ จนทั้งสองคนเข้าลิฟท์ไป “พี่บัวครับ ทำคีย์การ์ดให้รั้นซ์จะดีเหรอครับ” “รั้นซ์ไม่สะดวกเหรอคะ
“เป็นงัย บรรยากาศร้าน ถ้าหิวก็สั่งอะไรกินได้เลยนะลงบัญชีพี่ ไม่ต้องกังวล” บัวแวะมาดูคนที่ตนรับมาหรือจะเรียกว่า ว่าที่พนักงานใหม่ก็ไม่ผิดเพราะหายไปคุยงานในสำนักงานนานไปนิดและลืมไปว่าเขาคงจะหิวและเกรงใจตนอยู่ไม่น้อยจึงต้องออกมากำชับอีกครั้งก่อนจะเรียกบริกรเข้ามาแล้วนั่งคุมจนกว่าเด็กหนุ่มจะสั่งอาหารและเครื่องดื่มเสร็จจึงเข้าครัวไปดูงานยิบย่อยอีกครั้งเพราะร้านนี้ไม่ได้ขายแค่ดริ๊งแต่ยังเน้นรสชาติอาหารอีกด้วยจึงมีแขกที่มาเพราะรสชาติอาหารอยู่ไม่น้อย “เจ้ ผัวใหม่เหรอ หน้างี้จ๋องเชียว” ปาล์มผู้จัดการสาวรุ่นน้องคณะผู้ที่มีทักษะการบริหารเป็นเลิศที่ถูกดึงมาช่วยงานหลังโควิดผ่านไม่นาน ตอนแรกก็ดูแลร้านอาหารอีสานไฮคลาสขึ้นห้างที่บัวเปิดไว้ให้ลูกสะใภ้บริหารจนเมื่อเชอร์รี่ชวนมาเปิดบาร์โฮสแล้วหล่อนรู้เข้าก็ขอย้ายมาประจำที่บาร์โฮสทันที ก็นะได้อยู่ใกล้หนุ่มหล่อมากหน้าหลายตาสาวเทื้ออย่างเธอจะไม่รีบคว้าโอกาสได้อย่างไร “ว่าที่” “จริงเจ้ ไปคั่วมาตอนไหน มาแรงแซงหนูไปได้งัย” ยัยปาล์มทำหน้าตาตื่นเพราะบัวไม่เคยข้องแวะกับชายใดในเชิงชู้สาว ให้เธอเห็นน่ะนะ “ว่าที่พนั
ตอนที่ 1 “แกมันรั้น รั้นเหมือนชื่อ อยากได้อะไรก็ออกไปหาเอาเองโน่น อยากได้อยากมีเหมือนน้อง แต่ทำตัวไม่น่ารักแบบนี้ชั้นจะไปอยากให้อะไรแก ไม่ต้องมามองหน้าชั้นไม่ได้รักน้องมากกว่าแก เพราะชั้นไม่ได้รักแก จำไว้” “ไม่ต้องย้ำ รั้นซ์เข้าใจ แม่บอกรั้นซ์ไม่รู้กี่พันครั้งแล้ว ยังงัยก็ขอบคุณที่ไม่ได้ทำแท้งรั้นซ์ไปในตอนนั้น แต่ถ้าแม่ทำรั้นซ์จะดีใจมากกว่านี้” ชายหนุ่มวัย 25 ปีตอบกลับมารดาที่เป็นเพียงผู้ให้กำเนิด แต่กลับไม่เคยเลี้ยงดู ไม่เคยให้เวลาหรือแม้แต่สิ่งที่ไม่ต้องซื้อหาเช่นความรัก คงถึงเวลาแล้วที่เขาต้องออกจากขุมนรกหลังนี้ไปแสวงหาทุกสิ่งด้วยตนเอง แม้กระทั่ง ความรัก “พี่ พี่จะไปจริงๆเหรอ แม่ก็แค่โกรธ รอแม่ใจเย็นอีกหน่อยค่อยคุยก็ได้” ริวน้องชายผู้มีศักดิ์เป็นน้า แต่ว่าตาแก่มากแล้วแม่จึงต้องรับน้องชายตัวเองมาเลี้ยง แทนที่จะสอนให้ลูกชายเรียกว่า น้า แต่กลับเข้ามาในฐานะน้องชาย ความรักที่ไม่เคยได้กลับถูกถ่ายเทไปยังใครอีกคนแม้รั้นซ์จะเข้าใจแต่ก็ไม่ได้แปลว่าจะไม่รู้สึกน้อยใจ “นายไม่เคยรู้หรอกว่าแม่รู้สึกยังงัยกับพี่ เลิกพูดเถอะมันไม่ทำให้อะไรมันดีขึ้นมาหรอก ฝากน