Mag-log inเถียนเถาฮวาเอ่ยถาม เพราะจากที่นางรู้มาบุรุษภายนอกห้ามเข้าเขตพระราชฐานชั้นในมิใช่หรือ ราวกับว่าชายหนุ่มจะล่วงรู้ความคิดของนางเขาจึงเอ่ยออกมายิ้ม ๆ ว่า“เรื่องนี้ฝ่าบาททรงอนุญาตแล้วเจ้าไม่ต้องเป็นกังวล ไปกันเถอะ”“เช่นนั้นข้าก็วางใจเจ้าค่ะ”หญิงสาวกล่าวด้วยรอยยิ้มก่อนจะเดินเคียงคู่กันไปราชครูหนุ่ม ท่ามกลางสายตาใคร่รู้ของเหล่าทหารราชองครักษ์ ระหว่างทางพบขันทีน้อยผู้หนึ่ง จางจื่อรุ่ยรู้ได้ทันทีว่านี่คงจะเป็นคนของตำหนักฮองเฮา“ฮองเฮารับสั่งให้ข้าน้อยมารอรับท่านราชครูกับแม่นางเถียนขอรับ ทั้งสองท่านโปรดตามข้าน้อยมาทางนี้ขอรับ”ใช้เวลาเพียงไม่นานขันทีน้อยก็พาพวกเขามาหยุดอยู่หน้าตำหนักคุนหนิง ทั้งสองคนถูกพาเข้าไปยังด้านใน มีสตรีสวมอาภรณ์ชาววังปักลวดลายหงส์เหินประทับนั่งอยู่บนตั่งตัวยาว เถียนเถาฮวาและจางจื่อรุ่ยก็คุกเข่าทำความเคารพทันที“ถวายพระพรฮองเฮา ขอพระองค์ทรงพระเจริญพันปี พันพันปี พ่ะย่ะค่ะ/เพคะ”“พวกท่านรีบลุกขึ้นเถอะ ไม่ต้องมากพิธี นี่คงจะเป็นหมอเทวดาที่ฝ่าบาทกล่าวถึงใช่หรือไม่ท่านราชครู”“ทูลฮองเฮา ใช่แล้วพ่ะย่ะค่ะ”“หม่อมฉันเถียนเถาฮวา มิกล้ารับคำเรียกขานนี้เพคะ เพียงแต่ว่าหม่อมฉันพ
หญิงสาวได้ฟังดังนั้นก็รีบผุดลุกขึ้นนั่งทันที ลืมไปแล้วว่ากลางกายของตนเองเพิ่งจะผ่านสมรภูมิรักอันร้อนแรงมาหมาด ๆ ครั้นตระหนักได้ ร่างทั้งร่างก็อ่อนยวบลงไปซบบนอกแกร่งอย่างไร้กำลัง“แล้วท่านทำเรื่องเหลวไหลจนร่างกายข้าอ่อนแรงเช่นนี้ หากข้าตื่นเช้าไปเข้าเฝ้าไม่ไหวจะไม่เดือดร้อนเอาหรืออย่างไร!”ชายหนุ่มเห็นหญิงสาวโมโหแล้วก็โอบกระชับเอวบางเอาไว้แน่นขึ้นพลางใช้มือลูบหลังลูบไหล่ปลอบประโลมให้คนงามสงบลง ได้ยินเสียงพ่นลมออกจมูกจากคนงาม จางจื่อรุ่ยกลับอยากหัวเราะออกมาแต่ก็ต้องกลั้นเอาไว้“เป็นความผิดของพี่ชายเอง เจ้าเข้าเฝ้าสายหน่อยจะเป็นไรไป ประเดี๋ยวพี่ชายล่วงหน้าไปทูลฝ่าบาทเอาไว้ก่อน ส่วนเจ้ามีสิ่งของจำเป็นใดที่ต้องใช้ในวันพรุ่งนี้หรือไม่ พี่ชายจะได้สั่งตงจื้อไปเอา”“มีล่วมยากับกำยานที่เราสองคนกำลังทดลอง ข้าคิดว่านำมันติดไปด้วยก็ไม่เสียหายอันใด เผื่อฮองเฮาอยากลองใช้ด้วยพระองค์เองเจ้าค่ะ”“ได้ เช่นนั้นพรุ่งนี้เช้าพี่ชายจะสั่งตงจื้อให้ไปเอามาให้เจ้า ตอนนี้พักผ่อนได้แล้ว”เสียงทุ้มกล่าวกระซิบก่อนจะแนบริมฝีปากลงบนหน้าผากมนอย่างรักใคร่ มองนางอันเป็นที่รักล่วงเข้าสู่นิทราไปด้วยใจที่เปี่ยมสุขเช้าวันต
สิ้นเสียงทุ้มต่ำสั่นพร่ามือหนาก็เคลื่อนขยับปลดอาภรณ์ทั้งเขาและนางด้วยเวลาอันรวดเร็ว ชายหนุ่มจ้องมองผลท้ออวบอิ่มสองลูกด้วยแววตาหิวกระหายเถียนเถาฮวาเห็นดังนั้นก็บดเบียดความกลมกลึงเข้าหาริมฝีปากหนาของชายหนุ่ม ให้เขาได้กัดชิมอย่างถนัดถนี่ แรงดูดเม้มหนักเบาสลับกันนั้นช่างเสียวกระสันยากบรรยาย จึงได้แต่เปล่งเสียงครางหวิวออกมาเป็นระยะ“อ๊ะ อา..พี่ชาย...”“อืม ลูกท้อของเจ้าช่างหอมหวานยิ่งนัก”จางจื่อรุ่ยกล่าวชมด้วยน้ำเสียงสั่นพร่าก่อนจะฝังใบหน้าหล่อเหลาคลุกเคล้าดูดดึงก้อนเนื้อนุ่มของนางอย่างตะกรุมตะกรามลิ้นร้อนละเลงเล่นติ่งเนื้อกลางหน้าอกอวบจนมันชูชัน ทั้งเสียวกระสันและหวามไหวเกินต้านทาน หญิงสาวรู้สึกได้ถึงแรงขมวดเกร็งกลางหว่างขา วาบหวามจนต้องขยับเสียดสีไปมาระบายความเสียวซ่าน“ฮื้ม...ฉ่ำแล้ว...”“อื้อ ท่าน อย่า อะ พูด”เถียนเถาฮวาที่ถูกเขาจับได้ก็เขินอายเสียจนต้องหันหน้าหนี เปิดโอกาสให้ชายหนุ่มได้สูดดมกลิ่นกายหอมหวานตรงซอกคอขาว ลากริมฝีปากพร่างพรมจุมพิต ฝากรอยรักสีชาดแสดงความเป็นเจ้าของอย่างถือสิทธิ์“อ๊ะ...”ร่างเล็กกระตุกเบา ๆ หลุดเสียงครางกระเส่าออกมายามเขาเคลื่อนขยับปลายนิ้วเข้าออกในตัวน
เถียนเถาฮวาได้ฟังประโยคคลุมเครือของชายหนุ่มแล้วพวงแก้มพลันซับสีแดงระเรื่อ ดวงตากลมโตลอบมองใบหน้าหล่อเหลาที่ยามนี้เจือไปด้วยความเจ้าเล่ห์ ร่างกายพลันร้อนวูบวาบขึ้นมาทันใดราชครูหนุ่มจ้องมองดวงหน้างดงามของนางไม่วางตา ยิ่งเห็นท่าทีเอียงอายเช่นนี้ในใจเขาก็ราวกับมีอาชานับพันฮ่อตะบึง เลือดในกายคล้ายจะเดือดพล่านจนต้องคว้ามือบางจับจูงไปยังเรือนด้านใน“พี่ชาย ท่านจะพาข้าไปที่ใดเจ้าคะ”“วันนี้นอกจากจะพาเจ้ามาทำความรู้จักกับบ่าวไพร่ในจวนแล้ว พี่ชายมีเรื่องสำคัญจะหารือกับเจ้าด้วย ตามมาเถอะ”หญิงสาวได้ฟังก็พยักหน้ารับ ก่อนจะก้าวตามแรงจูงของมือหนาไปอย่างว่าง่าย ครั้นมาถึงเรือนพักส่วนตัวของจางจื่อรุ่ย ร่างสูงกลับไม่พูดพร่ำทำเพลงใช้มือหนาดันแผ่นหลังบางจนแนบชิดไปกับบานประตูกักร่างหอมกรุ่นไม้ด้วยสองมือใหญ่“อ๊ะ พี่ชาย ท่านจะทำอันใดเจ้าคะ ก่อนหน้านี้มิใช่บอกว่ามีเรื่องจะหารือกับข้าหรอกหรือ”“ก่อนหน้านี้ข้าพูดเช่นนั้นจริง แต่พอได้เห็นเจ้า ตรงนั้นของพี่ชายก็ไม่สงบเอาเสียเลย”ชายหนุ่มกระซิบเสียงพร่าคว้าจับมือบางมากอบกุม ‘ตรงนั้น’ ของเขาไว้อย่างไร้ยางอาย จนคนงามต้องถลึงตามองเขาอย่างอดไม่ได้“หึ ๆ ยังไม่ชินอ
“ขอรับ”เถียนเถาฮวาที่กำลังยุ่งอยู่กับสมุนไพรในเรือน ได้ยินว่าคนสนิทของจางจื่อรุ่ยมาหาจึงรีบยกชายกระโปรงสาวเท้าเดินไปยังหน้าประตูเรือนทันที“คารวะแม่นางเถียน นายท่านให้ผู้น้อยมาเชิญท่านไปยังจวนราชครูขอรับ”“นายท่านของเจ้าเกิดเรื่องหรือ”หญิงสาวกล่าวพลางก้าวเท้าขึ้นรถม้าโดยไม่รอให้ลี่ชุนที่เดินตามมาอยู่ด้านหลังช่วยประคอง ครั้นตงจื้อเห็นปฏิกิริยาร้อนใจของหญิงสาวเช่นนี้ก็รู้สึกยินดีขึ้นมา อย่างน้อยสตรีนางนี้ก็มีใจให้นายท่านของตนอยู่หลายส่วน“มิใช่นายท่านขอรับ หากไปถึงจวนแล้วท่านก็จะรู้เอง”“เช่นนั้นก็ให้สารถีเร่งรถม้าหน่อยเถอะ”เสียงหวานเจือความร้อนใจเอ่ยขึ้นเพียงเท่านั้น ตลอดทางนางเอาแต่นั่งขมวดคิ้วเข้าหากันแน่นคิดไปถึงเรื่องต่าง ๆ นานา ก็ยิ่งรู้สึกกระวนกระวายใจ ปกติบุรุษผู้นั้นมีเรื่องสำคัญใดก็มักจะมาหานางที่เรือน ทว่าครานี้กลับเป็นนางที่ต้องไปเยือนเรือนเขาเสียเองความคิดวุ่นวายของนางหยุดลงเมื่อรถม้ามาจอดอยู่เบื้องหน้าจวนหลังใหญ่ของจางจื่อรุ่ย ดวงตากลมโตสำรวจโดยรอบคร่าว ๆ ก่อนจะเห็นร่างสูงที่คุ้นเคยยืนรอนางอยู่หน้าประตูบานใหญ่“เถาเถา เจ้ามาแล้ว”“พี่ชาย มีเรื่องสำคัญอันใดหรือเจ้าคะ เห
ในขณะที่เสี่ยวเหมยมีแผนการอยู่ในใจ เย็นวันนั้นเองจางจื่อรุ่ยก็ให้คนขับรถม้าตรงกลับจวนราชครู วันนี้ชายหนุ่มมีเอกสารสำคัญที่ต้องรีบกลับมาจัดการ ครั้นจะให้หอบงานไปทำที่เรือนเถาฮวาก็เกรงว่าจะไม่สะดวกนักร่างสูงก้าวผ่านประตูวงเดือนมาได้ก็เห็นเหล่าบ่าวรับใช้ที่นั่งจับกลุ่มกันรีบผุดลุกขึ้นทำความเคารพเขาอย่างพร้อมเพรียง ทั้งยังมีบางคนแสดงสีหน้าตระหนกตกใจ ชายหนุ่มรู้สึกว่ามีบางอย่างไม่ถูกต้องจึงใช้สายตาคมดุกวาดมองข้ารับใช้ทีละคนอย่างพินิจ“พ่อบ้านถง ตามข้าไปยังห้องตำราด้วย”“ขอรับนายท่าน”พ่อบ้านชรากล่าวพลางค้อมศีรษะก้าวเท้ารัวเร็วราวกับใต้ฝ่าเท้าชโลมน้ำมัน ทิ้งให้เหล่าข้ารับใช้มองตามไปด้วยใจที่แขวนค้างอยู่บนเส้นด้าย ครั้นร่างสูงนั่งลงหลังโต๊ะทำงานก็เปิดปากถามถึงความเป็นไปหลายวันมานี้ในจวนทันที“มีเรื่องใดเกิดขึ้นกันแน่ เจ้ารายงานออกมาตามความจริงก็พอ”“ไม่ปิดบังนายท่าน เป็นเพราะบ่าวชั้นต่ำพวกนั้นเห็นว่านายท่านไม่กลับจวนเป็นเวลานาน จึงเกิดความคิดเหลวไหล แต่นายท่านโปรดวางใจ บ่าวได้ลงโทษโบยและหักเบี้ยประจำเดือนคนพวกนั้นแล้วขอรับ”“ความคิดเหลวไหลที่ว่า ก็คือหาว่าข้าเลี้ยงสตรีไว้นอกเรือนใช่หรือไม่”







