Share

4

last update publish date: 2026-06-16 21:13:24

“แม่ทำเพื่อเรานะยายดา ไหนจะหนี้สินที่พ่อแกสร้างไว้ก่อนตาย”

“ดาทำงานแล้ว เดี๋ยวเงินเดือนออก ดาจะยกให้แม่หมดเลย”

ปุณณดาไม่เคยรู้มาก่อน ว่าบิดาสร้างหนี้สินอะไรไว้บ้าง มีแต่คำบอกเล่าจากปากของมารดาทั้งสิ้น บิดาก็ไม่เคยปริปากบอกอะไร ทั้งที่เธอสนิทกับบิดามากที่สุด ส่วนมารดาน่ะหรือ ก็แทบจะนับคำคุยกันก็ว่าได้ ทุกเช้าท่านจะแต่งตัวสวยๆ ออกนอกบ้าน เวลาส่วนใหญ่เธอจะอยู่กับบิดาจนกระทั่งท่านจากไป

“เงินเดือนหมื่นกว่าบาท มันจะพออะไรยายดา แกใช้สมองคิดบ้างสิ”

“ไม่มีวิธีอื่นเลยเหรอคะ”

“ไม่! หากแกได้แต่งงานกับคุณอชิจริงๆ แม่คงมีเงินไปใช้หนี้ที่พ่อแกสร้างไว้”

หทัยทิพย์พยายามหาเหตุผลมาหว่านล้อมให้บุตรสาวทำตามสิ่งที่ตนต้องการ อันที่จริงหนี้ก้อนใหญ่ที่เกิดขึ้นมาจากนางทั้งนั้น เพียงแต่ใช้วิธีบีบบังคับให้อดีตสามีเป็นผู้กู้ยืมมา ซึ่งดนุพลได้ช่วยเคลียร์หนี้สินให้ไปแล้ว และก็ไม่คิดจะบอกบุตรสาวด้วย  อีกอย่างนางก็ไม่มีทางให้ทรัพย์สมบัติของสามีรั่วไหลไปให้ใคร หากปุณณดาได้แต่งงานกับอชิรวิชญ์คงได้สบายกันไปทั้งชาติ

“แม่เองก็ขอเงินจากคุณพลไม่ได้มาก แต่หากแกได้แต่งงานกับคุณอชิจริงๆ เงินสินสอดที่ได้เราก็คงได้นำไปใช้หนี้ แถมยังสามารถไถ่ถอนบ้านของเรากลับคืนมาได้” บ้านเป็นจุดอ่อนของปุณณดา เพราะเป็นสมบัติเพียงชิ้นเดียวที่ผู้เป็นบิดาทิ้งไว้ให้ดูต่างหน้า

“บ้านหรือแม่” บ้านเรือนไทยที่แสนอบอุ่น แต่ต้องถูกยึดหลังจากบิดาเสียชีวิตไม่ถึงเดือน เธอกับมารดาต้องระหกระเหินออกจากบ้านหลังนั้นมาอยู่ห้องเช่าถูกๆ

“ใช่ แกจะช่วยแม่ได้ไหม”

“เอ่อ...”

“แกไม่ต้องตอบแม่ตอนนี้ก็ได้ เอาเก็บไปคิด...แม่ไม่กวนแกแล้ว นอนพักเถอะ” หทัยทิพย์ตบหลังมือบุตรสาวก่อนออกจากห้องนอนไป ทิ้งปัญหาใหญ่ให้ปุณณดาขบคิด ว่าจะหาเงินจากที่ไหนมาใช้หนี้สินที่บิดาสร้างไว้ แต่จะให้เธอใช้ทางลัดอย่างที่มารดาต้องการน่ะ เธอไม่มีทางทำได้หรอก มันเป็นวิธีที่สิ้นคิด

                ตลอดเกือบสองสัปดาห์ที่ผ่านมา ปุณณดาเอาแต่คอยหลบหน้ามารดา โดยอ้างว่าต้องอยู่เคลียร์งานที่บริษัท วันนี้ก็เช่นกันที่ต้องจมอยู่กับกองเอกสารทั้งที่ไม่ใช่งานเร่งด่วนอะไร

                “ยังไม่กลับอีกหรือ...” อชิรวิชญ์เอ่ยถามอย่างแปลกใจ ถ้าเขาไม่ลืมเอกสารสำคัญก็คงไม่รู้ว่าปุณณดายังไม่กลับบ้าน พร้อมนึกถึงคำพูดบิดาหลังออกจากห้องประชุมเมื่อช่วงบ่าย เขาถูกท่านต่อว่าเรื่องที่ปล่อยให้ปุณณดาทำงาน จนกลับบ้านดึกดื่น

“ฉันมีเอกสารต้องเคลียร์นิดหน่อย”

“เอกสารอะไร?” ชายหนุ่มขมวดคิ้วด้วยความสงสัย

“ฉันไม่ชอบให้งานค้างน่ะค่ะ” หญิงสาวเฉไฉก่อนจะก้มหน้าลงทำงานต่อ

“ปิดคอมพ์ได้แล้ว”

“แต่ฉันยังทำงานไม่เสร็จเลยนะคะ”

“มีอะไรค่อยมาทำต่อพรุ่งนี้ เดี๋ยวแม่เธอจะหาว่าฉันใช้งานเธอหนัก พ่อฉันก็ด้วย บ่นว่าฉันใช้งานเธอหามรุ่งหามค่ำ”

“เดี๋ยวฉันอธิบายท่านเองค่ะ”

“กลับบ้าน!” คำสั่งสั้นๆ แต่หนักแน่น

“กลับบ้าน?” หญิงสาวเลิกคิ้วขึ้นเชิงถาม แต่หัวใจกลับเต้นแรงแปลกๆ กับคำว่าบ้าน

“ใช่กลับบ้าน ฉันปล่อยให้เธอสองคนแม่ลูกครอบครองมานานแล้ว เจ้าของบ้านตัวจริงอย่างฉันก็ควรกลับไปอยู่สักที” เพราะไม่อยากเจอหน้าแม่เลี้ยง เขาถึงหลบลี้หนีมานอนที่คอนโดฯ ถึงเวลาที่เขาควรกลับไปสักที

“ฉันกับแม่เปล่าครอบครองนะคะ” หญิงสาวรีบแย้งขึ้นมา

“อย่าคิดว่าฉันไม่รู้อะไร มัวแต่พูดอยู่นั่นแหละ เก็บของสิ”

“ค่ะ” หญิงสาวพึมพำเสียงแผ่ว ก่อนจะหันมาจัดการเซฟงานในคอมพิวเตอร์จนเสร็จเรียบร้อย จึงรีบคว้ากระเป๋าตามชายหนุ่มไปยังลานจอดรถของชั้นผู้บริหาร ซึ่งเหลือเพียงคันเดียวจอดอยู่

ระหว่างติดไฟแดงอชิรวิชญ์ก็หันมามองหญิงสาวข้างกายอย่างครุ่นคิด จนฝ่ายถูกมองเริ่มรู้สึกตัวหันมามองพลางเลิกคิ้วขึ้น

“อะไรคะ”

“ทำไมเธอถึงทำงานจนดึก ช่วงนี้ก็ไม่มีงานอะไรเร่งด่วนไม่ใช่เหรอ”

“เอ่อ...ฉันไม่ชอบให้งานคั่งค้างค่ะ”

“งั้นเหรอ...” เขาพึมพำราวไม่เชื่อ และไม่พูดอะไรอีกเลยจนถึงบ้าน ปุณณดากล่าวขอบคุณก่อนเดินลงจากรถไปเงียบๆ

“หิวข้าว” เสียงพึมพำดังไล่หลัง แต่คนที่เดินนำหน้าเหมือนจะไม่ได้ยิน “ฉันบอกว่าหิวข้าว” ครั้งนี้เสียงดังกว่าครั้งแรก ทำเอาเรียวเท้าเล็กชะงัก

“คุณว่าอะไรนะ”

“ฉันหิวข้าว”

“เอ่อ...ไม่รู้ว่าพี่แจ่มเหลือกับข้าวอะไรไว้บ้าง เดี๋ยวฉันไปดูให้” หญิงสาวเดินหายเข้าไปยังห้องครัว อชิรวิชญ์จึงสาวเท้าเดินตามเข้ามา

“ฉันไม่กินของเหลือ โดยเฉพาะจากแม่ของเธอ”

“เอ่อ...” ปุณณดาถึงกับพูดไม่ออก

“งั้นเธอในฐานะลูก ก็ต้องทำให้ฉันใหม่” จริงๆ เขาไม่ใช่คนเรื่องมาก เพียงแต่อยากแกล้งปุณณดาเท่านั้น

“แล้วคุณอยากกินอะไรล่ะ”

“มีอะไรก็ทำมาเถอะ ฉันหิวจะแย่”

“งั้นคุณไปรอฉันที่ห้องอาหารก่อน”

“ไม่ ฉันจะนั่งดูเธอตรงนี้แหละ เดี๋ยวเผลอใส่อะไรลงไป ทำให้ฉันท้องเสียจะทำยังไง”

“ถ้าคุณไม่ไว้ใจฉันละก็ ฉันจะไปตามพี่แจ่มมาทำให้ก็ได้ค่ะ”

“เจ้าของบ้านใช้ก็ทำไป คิดถึงข้าวแดงแกงร้อนในบ้านที่ให้เธอกินบ้าง”

“ค่า...” เพื่อตัดปัญหาปุณณดาจึงหันมาจัดการทำข้าวผัดที่แสนจะทำธรรมดาพร้อมกับน้ำปลาพริกให้ชายหนุ่มเสร็จสรรพ

“เธอไม่กินเหรอ” อชิรวิชญ์เอ่ยถามอย่างแปลกใจ เมื่อเห็นจานข้าวถูกนำมาวางเพียงจานเดียว

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ร่ายรักม่านพิศวาส   11

    “ไง ถึงกับพูดไม่ออกเลยใช่ไหม นี่ไม่ใช่เวลาที่เรามาคุยกันเรื่องนี้” เขาพูดจบก็ก้มลงบดขยี้เรียวปากบางอย่างหนักหน่วงเร่าร้อนอีกครั้ง ขณะปุณณดาพยายามดิ้นรนผลักไส เธอไม่ได้ต้องการแบบนั้น เพียงแต่เออออกับมารดาไปเท่านั้น“ฮื้อ...ปล่อย”“อย่าดิ้น” เขากัดฟันสั่งเสียงเครียด“ปล่อยฉัน”“เธอต้องการฉัน และฉันก็ต้องการที่จะปลดปล่อย” ใช่ร่างกายเขาจวนเจียนจะระเบิดออกมาแล้ว ยิ่งได้กลิ่นกายสาวที่หอมกรุ่นของปุณณดา ก็ยิ่งทำให้เขาควบคุมร่างกายเอาไว้ไม่อยู่“คุณเกลียดฉัน คุณทำกับฉันแบบนี้ทำไม” เขาเกลียดเธอกับแม่มาก ก็ไม่ควรมายุ่ง เพราะหากเกิดอะไรขึ้นระหว่างเขากับเธอ พ่อเขาคงต้องบีบบังคับให้รับผิดชอบแน่“ฉันไม่อยากแตะต้องตัวเธอนักหรอก” ชายหนุ่มเค้นคำพูดออกมา แต่ใบหน้าคมกลับซุกไซ้ที่ซอกคอขาว คำพูดและการกระทำช่างสวนทางกันสิ้นเชิง “ก็ปล่อยสิ”“ฉันปล่อยเธอไม่ได้ งั้นฉันอา

  • ร่ายรักม่านพิศวาส   10

    “วีก็โทร.ไม่ค่อยติดค่ะ คงติดเพื่อนใหม่” มนัสวีพูดเป็นนัยๆ “เพื่อนใหม่ ใครหรือครับ”“อีกหน่อยลิสาคงพามาให้รู้จักเองค่ะ”“มีปัญหากันหรือครับ” อชิรวิชญ์คิดว่ามนัสวีคงแอบน้อยใจอลิสาที่มีเพื่อนใหม่แทนตน ตามประสาคนเคยสนิทกัน“วีชินแล้วค่ะ มาดื่มกันดีกว่า”“ครับ” เพื่อไม่ให้อีกฝ่ายเสียน้ำใจ โดยไม่มีโอกาสเห็นแววตาที่พึงพอใจของมนัสวีที่แอบมองมา“พี่อชิจะกลับกรุงเทพฯ วันไหนคะ”“อืม...พรุ่งนี้พี่ว่าจะกลับแล้ว”“น่าเสียดายจัง” มนัสวีเอ่ยเสียงแผ่ว แต่เชื่อว่าค่ำนี้ผ่านไป เธอต้องรั้งเขาอยู่ด้วยทั้งอาทิตย์แน่ จนเขาปฏิเสธไม่ได้เชียว“พี่มีงานที่กรุงเทพฯ ต้องรีบกลับไปเคลียร์ ไว้มีโอกาสพี่จะพาไปเลี้ยงข้าว”“จริงๆ นะคะ ห้ามผิดสัญญา”“ครับ นี่จะสี่ทุ่มแล้วพี่คงต้องขอตัวกลับก่อน” เขาเอ่ยพร้อมมองหาปุณณดา ไม่รู้คุยโทรศัพท์วางแผนจับเขากับมารดาเสร็จหรือยัง“จะกลับแล้วหรือคะ” มนั

  • ร่ายรักม่านพิศวาส   9

    ตลอดทั้งวันปุณณดาได้เรียนรู้งานจากอชิรวิชญ์ไม่น้อย และที่ได้รู้อีกอย่างชายหนุ่มจริงจังกับงานมากแต่ก็เป็นที่รักของลูกน้องด้วยเช่นกัน“พอไหวไหม”“คะ” หญิงสาวเลิกคิ้วขึ้นเชิงถาม เพราะมัวแต่คิดถึงเรื่องของชายหนุ่มจนไม่ทันฟัง“ฉันถามว่าเธอพอจะทำไหวไหม”“ไหวสิคะ ถึงฉันจะเป็นผู้หญิงตัวเล็กๆ แต่พร้อมลุยงานได้ทุกอย่าง”จากประสบการณ์หลังสูญเสียบิดาไป ทำให้เธอต้องทำงานพาร์ตไทม์เพื่อส่งตนเองเรียนจนจบ สำหรับเงินประกันที่บิดาทำทิ้งไว้ มารดาเป็นคนจัดการเองทั้งหมด เธอแทบไม่มีสิทธิ์เข้าไปแตะต้องอชิรวิชญ์กลับนิ่งอึ้งไป มองหญิงสาวด้วยสายตาพิจารณาใหม่อีกครั้ง พร้อมครุ่นคิดถึงเรื่องที่เธอคุยกับมารดาเรื่องที่จะจับเขาแต่งงาน จนเขาสับสนไปหมด อันไหนเรื่องจริง อันไหนอุปโลกน์ขึ้นมากันแน่ ตลอดหนึ่งสัปดาห์เมื่อเห็นเบอร์โทรศัพท์ของมารดาทีไร ปุณณดาก็ต้องสะดุ้งตกใจเสียทุกครั้ง ค่ำคืนนี้ก็เช่นกันที่เธอเดินทางมาเปิดตัวโครงก

  • ร่ายรักม่านพิศวาส   8

    “ไม่ได้เจอหมายความว่ายังไง ก็แกไปทำงานกับเขา และไหนจะอยู่บ้านพักตากอากาศด้วยกันอีก”“ก็ใช่ แต่ดาไม่ได้ออกไปทำงานด้วย”“ทำไมล่ะ แกเป็นเลขาฯ ก็ควรตามไปสิ”“ดาตื่นมาเขาก็ออกไปแล้ว ไม่รู้จะให้ดาตามมาทำไม”“จะทำอะไรก็รีบๆ ล่ะ” ปลายสายเริ่มกังวลกลัวแผนจะไม่สำเร็จ“ทำไมล่ะคะ หรือเจ้าหนี้มาทวงเงินแล้ว”“เปล่าหรอก แม่ได้ข่าวว่าอลิสากำลังจะเดินทางกลับมาเร็วๆ นี้ แต่ไม่รู้ว่าวันไหน”“แม่...ดาอยากคุยกับคุณธวัชชัย ขอเบอร์โทรศัพท์ให้ดาหน่อยได้ไหม”“แกจะไปคุยอะไรกับเขา”“ก็คุยเรื่องขอผ่อนผันหนี้สินของพ่อไงคะ”“เขาไม่มีทางยอมแน่ แม่เคยลองคุยแล้ว” หทัยทิพย์พยายามหว่านล้อมบุตรสาว ขืนให้เบอร์โทรศัพท์ของเสี่ยธวัชชัยไปมีหวังความแตก “ถ้าแกโทรศัพท์ไปคุย เขาคงพูดโน้มน้าวให้แกยอมแต่งงานกับลูกชายเขา”“ดาแค่จะโทรศัพท์ไปขอผ่อนผันหนี้เท่านั้น เขาคงไม่บีบให้ดาแต่งงานกับลูกเขาหรอก”

  • ร่ายรักม่านพิศวาส   7

    “ฉันก็ไม่แน่ใจ ฉันเห็นพี่อชิถือกระเป๋าให้ด้วย”“ก็พี่อชิเขาเป็นสุภาพบุรุษ” อลิสากล่าวแก้ ทั้งที่ในใจเริ่มสงสัยว่าอชิรวิชญ์พาสาวที่ไหนไปภูเก็ตด้วย“น่าจะไม่มีอะไรอย่างที่เธอว่าจริงๆ งั้นฉันไม่กวนล่ะ เธอสนุกต่อเถอะ”“อืม...” อลิสานิ่งเงียบไปแม้ปลายสายจะวางไปแล้ว“เป็นอะไรที่รัก” นิโคลัสหนุ่มเมืองผู้ดีที่เป็นทั้งเพื่อนและคู่นอนของอลิสา ซึ่งความสัมพันธ์ของทั้งคู่มีเพียงมนัสวีเท่านั้นที่รู้“คุณกลับไปเถอะนิค” อารมณ์วาบหวามของอลิสาหายไปตั้งแต่เรื่องอชิรวิชญ์เข้ามากวนใจ แต่อีกฝ่ายกลับเข้ามาโลมเล้าจนอลิสาครวญครางเสียงออกมายามถูกปลุกเร้าอารมณ์ ก่อนจะเตลิดลืมเรื่องของว่าที่คู่หมั้นไปชั่วขณะ เพราะมีสิ่งเร้าใจอยู่เบื้องหน้า ความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับนิโคลัสเกิดขึ้นเมื่องานวันเกิดปีที่แล้ว จากเด็กสาวเรียบร้อยในอดีตกลับกลายเป็นสาวร้อนรักยามอยู่กับชายหนุ่มที่เป็นทั้งเพื่อนสนิทและคู่นอนภูเก็ต&nbs

  • ร่ายรักม่านพิศวาส   6

    “ใช่ค่ะ จอดสิคะ” เมื่อเห็นจวนเจียนจะถึงสถานีรถไฟฟ้าแล้ว แต่อีกฝ่ายกลับไม่ยอมจอด แถมยังแล่นผ่านไป “นี่คุณ...”“จะจอดให้เสียเวลาทำไม ยังไงก็ต้องไปทางเดียวกันอยู่แล้ว และถ้าพ่อรู้ ฉันคงถูกเล่นงานแย่” นั่นเป็นเพียงข้ออ้างเท่านั้น เพราะนับแต่เกิดเรื่องมารดา เขาก็ไม่เคยฟังคำพูดของบิดาอีกเลย“ฉันไม่บอก คุณไม่บอกก็จบ”“พ่อฉันหูตาเป็นสับปะรด” เขาหันมาบอกพร้อมเร่งเครื่องห่างไปทุกที จนปุณณดาไม่กล้าเรียกร้องให้เขาจอดเพราะเธอทำให้เขาเสียเวลามามากพอแล้ว“เอ๊ะ...” เมื่อเริ่มไม่คุ้นเส้นทาง “นี่ไม่ใช่ทางไปบริษัทนี่คะ”“ก็ใช่”“แล้วเราจะไปไหนกันคะ”“ฉันต้องแวะเข้าไปดูโครงการที่ปทุมสักหน่อย และต่อไปเธอต้องตามฉันไปตรวจงานทุกครั้ง”“แล้วฉันต้องทำอะไรบ้างคะ” ถ้าเป็นเรื่องงานเธอสู้ไม่ถอย“เดี๋ยวเธอก็รู้เอง” เขาปรายสายตามองหญิงสาวอย่างครุ่นคิดก่อนจะเงียบเสียงไป ตลอดเส้นทางจนถึงไซต์งาน แต่อชิรวิชญ์กลับไม่พูดอะไร นอกจากเข้าไปคุยงานกับวิศวกรและหัวหน้าคุมงาน ซึ่งปุณณดาทำตัวไม่ถูกว่าควรอยู่จุดไหน กระทั่งวิศวกรหนุ่มยื่นหมวกนิรภัยส่งมาให้ด้วยความหวังดี“ขอบคุณมากค่ะ” หญิงสาวยิ้มให้กับชายหนุ่มที่มีไมตรีมอบให้ ก่อนจะ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status