Mag-log in“ฉันไม่หิวค่ะ ถ้าไม่มีอะไรแล้วฉันขอตัว”
“เอาจานมาแบ่ง”
“ฉันบอกว่าฉันไม่หิวค่ะ” หญิงสาวเน้นย้ำเสียงหนัก
“อย่าให้ต้องบังคับ”
“ปกติฉันไม่กินมื้อเย็นค่ะ”
“ถึงว่าสิผอมจนจะปลิวลมอยู่แล้ว ต่อไปเธอต้องกินมื้อเย็นเข้าใจไหม” เขาเอ่ยแกมออกคำสั่ง
“แม่ฉันยังไม่เคยว่าอะไรเลย” มารดาแทบไม่สนใจถามด้วยซ้ำว่าเธอทำอะไร กินข้าวหรือยัง ตั้งแต่เสียบิดาไป มื้อเย็นก็ไม่มีความหมายสำหรับเธออีกเลย เกือบปีแล้วมั้งตั้งแต่บิดาเสียไป เธอก็ไม่เคยแตะข้าวมื้อเย็นอีกเลย
“อย่าดื้อปุณณดา”
“ฉันไม่...” เธอพูดไม่ทันจบ อชิรวิชญ์ก็ลุกเดินไปหยิบจานกับช้อนขึ้นมาพร้อมแบ่งข้าวในจานให้กับหญิงสาว
“นั่งลงแล้วกินข้าวซะ”
“ก็ฉันบอกว่าไม่หิวนี่คะ”
“หรือว่าให้ฉันป้อน” เพียงเท่านั้นแหละหญิงสาวต้องยอมจำนนทรุดตัวนั่งลงตรงข้ามกับชายหนุ่มทันที
ปุณณดาไม่เข้าใจนัก ว่าทำไมเขาต้องมาเซ้าซี้ให้เธอกินด้วย ปกติเธอจะเป็นตายร้ายดีอย่างไรก็ไม่เคยสนใจด้วยซ้ำ
“มองอะไร” เสียงขรึมดังขึ้นแทรกในความคิด
“เปล่าค่ะไม่มีอะไร”
“เปล่าก็รีบกิน จะได้ขึ้นไปนอนไปพักผ่อน”
“ค่ะ” หญิงสาวพึมพำเบาๆ ก่อนจะตักอาหารเข้าปากกินเงียบๆ แต่เพียงไม่กี่คำก็รวบช้อน
“กินอย่างกับแมวดม”
“ก็บอกแล้วไงคะว่าไม่ค่อยหิว”
“งั้นก็ขึ้นไปพักเถอะ” เขาเลิกเซ้าซี้หญิงสาว เพราะเห็นท่าทางเนือยๆ ของเธอ
“ฉันรอเก็บจานคุณไปล้างก่อนค่ะ”
“ไม่ต้องหรอก เดี๋ยวฉันจัดการเอง”
“ค่ะ งั้นฉันขอตัว” ปุณณดาหมุนตัวเดินออกไปอย่างรวดเร็ว
“แม่!” เธอถึงกับร้องตกใจ ลมแทบจับ
“ทำดีมากยายดา” หทัยทิพย์ชมเปาะเมื่อเห็นความสนิทสนมของบุตรสาวกับอชิรวิชญ์ดีขึ้นในระดับหนึ่ง
“ดี...ดีอะไรแม่”
“ก็เรื่องที่แกไปสนิทสนมกับคุณอชิน่ะสิ รีบๆ หน่อยแล้วกัน ได้ข่าวว่าเดือนหน้ายายอลิสานั่นก็จะกลับมาแล้ว”
“แต่แม่คะ ดาไม่อยากทำ”
“ก็ได้ แต่แกต้องลาออกจากงาน แล้วเตรียมตัวไปแต่งงานกับลูกชายเสี่ยธวัชชัยแทน”
“แม่!...” ปุณณดาถึงกับตกใจในสิ่งที่มารดาบอก และไม่เข้าใจว่าทำไมมารดาต้องบังคับกันแบบนี้ด้วย เป็นจังหวะเดียวกับที่อชิรวิชญ์กำลังเดินผ่านห้องนอนหญิงสาวพอดีถึงกับชะงัก สงสัยว่าหญิงสาวกำลังคุยกับใคร จึงแนบหูฟังกับประตู
“ว่าไงล่ะ แล้วแต่แกจะตัดสินใจ”
“ก็ได้ ดาจะทำให้คุณอชิแต่งงานกับดาให้ได้” เมื่อกำลังเจอทางตัน ปุณณดาจำใจต้องเลือกอชิรวิชญ์ไปก่อน แล้วค่อยหาทางแก้ไขทีหลัง แต่สิ่งที่เธอหลุดปากยอมรับออกไป กลับทำให้อชิรวิชญ์เข้าใจผิดและยังเป็นจุดเปลี่ยนของชีวิต
“สุดท้ายเธอก็ไม่ต่างจากแม่ของเธอ” อชิรวิชญ์ถึงกับขบกรามด้วยความโกรธและผิดหวัง อุตส่าห์เป็นห่วงยามเห็นสายตาเศร้าๆ ในช่วงสองสัปดาห์ที่ผ่านมา สุดท้ายเป็นเพียงแค่มารยาหญิงทำให้เขาหลงกล จากนั้นก็เดินกลับห้องนอนไปเงียบๆ โดยที่สองแม่ลูกไม่รู้ตัว เพราะมัวแต่คุยกันหน้าตาเคร่งเครียด
“ต้องแบบนี้สิดาลูกรัก” หทัยทิพย์ดึงบุตรสาวมาสวมกอดด้วยความดีใจกับแผนการที่วางไว้ “ทรัพย์สมบัติทั้งหมดต้องตกเป็นของเรา”
“สมบัติอะไรแม่”
“ถ้าแกได้แต่งงานกับคุณอชิ ทรัพย์สมบัติทั้งหมดก็จะตกเป็นของแกในฐานะภรรยาไง”
“ไหนแม่จะเอาแค่สินสอดไปใช้หนี้ให้พ่อไง”
“เอ่อ...ก็ใช่ไง ถ้าแกแต่งงานกับคุณอชิแล้วทรัพย์สมบัติทั้งหมดก็ต้องตกเป็นของแกอยู่ดี”
“แต่งแล้วดาจะหย่ากับคุณอชิ”
“หย่า!”
“ใช่ค่ะ แม่รับปากดาสิ หากดาสามารถนำเงินไปใช้หนี้ให้พ่อได้แล้ว แม่ต้องให้อิสรภาพดา ให้ดากลับไปอยู่บ้านของเรา”
“เอ่อ...” หทัยทิพย์อึกอัก แต่ก็ต้องเออออไปก่อน ไว้คิดหาวิธีหว่านล้อมทีหลัง เชื่อว่าคนหัวอ่อนอย่างปุณณดาต้องเชื่อคำพูดของตน เหมือนกับอดีตสามีที่ล่วงลับไปแล้ว
เช้าวันรุ่งขึ้น
หทัยทิพย์เริ่มแผนการสร้างความสัมพันธ์ให้บุตรสาวได้ใกล้ชิดกับอชิรวิชญ์มากขึ้น โดยให้ปุณณดาติดรถของอีกฝ่ายไปทำงานด้วย
“วันนี้น้ามีธุระต้องใช้รถทั้งวัน นายชิดคงไปรับไปส่งยายดาที่ทำงานไม่ได้ น้าขอรบกวนให้ยายดาติดรถคุณอชิไปทำงานด้วยสักวันนะคะ”
“ไม่ต้องไปรบกวนคุณอชิหรอกแม่ ดานั่งรถไฟฟ้าไปเองได้” ปุณณดารีบแย้ง เพราะกลัวอชิรวิชญ์จะไม่พอใจขึ้นมา
“จะนั่งรถไฟฟ้าให้ต้องลำบากทำไมล่ะลูก ไปกับตาอชิน่ะดีแล้ว ยังไงก็ทำงานที่เดียวกันอยู่แล้ว” ดนุพลพร้อมหันไปมองหน้าบุตรชายแกมบังคับ
“แต่ดาว่า...” หญิงสาวไม่ทันเอ่ยปฏิเสธ
“นั่งรถไปด้วยกันนี่แหละ” อชิรวิชญ์พูดแทรกขึ้นมาเสียงเรียบ แววตาคมกริบไม่ได้แสดงถึงความไม่พอใจออกมาแต่อย่างใด แต่ปุณณดาอ่านไม่ออกว่าคืออะไร ขณะหทัยทิพย์กลับพึงพอใจในผลงานที่วางไว้
เมื่อใกล้ถึงสถานีรถไฟฟ้าที่ตนต้องนั่งไปที่บริษัท ปุณณดาจึงหันมาบอกกับชายหนุ่มให้ช่วยจอดรถริมฟุตปาธ เพราะเธอรู้ว่าอีกฝ่ายคงไม่อยากให้เธอนั่งร่วมทางไปสักเท่าไหร่
“จอดทำไม”
“ฉันจะขึ้นรถไฟฟ้าไปเองค่ะ แค่นี้ก็รบกวนคุณมากแล้ว”
“รบกวนงั้นเหรอ” น้ำเสียงเต็มไปด้วยความไม่เชื่อ ที่แสดงออกมาทั้งสีหน้าและแววตา
“ทะเลหรือคะ” หญิงสาวเงยหน้าขึ้นมองเขา“อืม...ที่ภูเก็ต”“ไปค่ะ ดาอยากเจอป้านวล” ปุณณดาเอ่ยด้วยรอยยิ้ม นานแล้วสิที่เธอไม่ได้เจอแม่บ้านวัยกลางคนที่มีแต่ความรักความเมตตาให้ตน ก่อนจะขมวดคิ้ว“ทำไมครับ ขมวดคิ้วทำไม”“ป้านวลยังไม่รู้ว่าแม่ดาเคย...”“ป้านวลรู้แล้วครับ ป้าแกบอกว่าเป็นคนละคน ไม่เกี่ยวกัน”“ตั้งแต่เมื่อไหร่คะ”“ก่อนกลับครับ แกยังเตือนพี่ไม่ให้ไปลงอะไรที่ดา เพราะดาไม่เกี่ยว” ตอนนั้นเขาไม่ยอมฟังใครเลย ไม่ว่าจะเป็นคนสนิทที่คอยเตือนอยู่เสมอ แต่เขายังนิ่งเฉย จนผลสุดท้ายต้องแพ้ภัยตัวเอง “แต่พี่ก็ยังทำ ขอโทษนะครับ”“ไหนเราจะไม่พูดถึงเรื่องนี้กันแล้วไงคะ เราจะพูดแต่เรื่องดีๆ ในอนาคต”“ครับ นอนเถอะพรุ่งนี้จะได้ตื่นเช้าไปภูเก็ตกัน”“ชวนแม่กับคุณพ่อไปด้วยดีไหมคะ” เธออยากเห็นท่านทั้งสองไปพักผ่อน“แล้วเขาจะเรียกฮันนีมูนได้ยังไงครับ พี่อยากไปเริ่มต้นใหม่ที่นั่น&rdquo
“ก็ใครจะหน้าด้านเหมือนพี่อชิล่ะคะ” หญิงสาวทำปากยื่นใส่ จนอชิรวิชญ์มันเขี้ยวกระชากร่างบางขึ้นนั่งบนตักแกร่ง ทำเอาหญิงสาวตาโตด้วยความตกใจ กำลังจะต่อว่าต่อขานอีกฝ่าย แต่ถูกริมฝีปากอุ่นปิดเสียงพูดเสียก่อนแล้วจัดการสอดปลายลิ้นร้อนเข้าโพรงปากนุ่มเพื่อเกี่ยวตวัดดูดดื่มความหอมหวาน เพียงไม่กี่อึดใจปลายลิ้นเล็กก็เริ่มตวัดตอบโต้อย่างไม่ประสา แต่กลับสร้างความพึงพอใจจนเขาต้องครางเสียงในลำคอ จากนั้นไม่นานก็ถอนจูบออกมาพลางมองหญิงสาวอย่างแสนรัก“พี่รักดาเหลือเกินยอดรัก” เขาพึมพำบอกก่อนจะก้มลงซุกไซ้ซอกคอขาว ขณะฝ่ามือใหญ่ไล้ไปทั่วเรือนร่างอันเย้ายวนกระทั่งถึงจุดสำคัญกลางใจหญิง“พี่อชิ...อืม” เธอครางออกมายามปลายนิ้วแกร่งสอดเข้าไปในช่องแคบ รู้สึกอึดอัดอย่างบอกไม่ถูก“แล้วดาจะมีความสุข” เขาบอกขณะแนบใบหน้ากับอกอิ่ม ตวัดลิ้นโลมเลียไปมาจนเจ้าของอกอิ่มต้องแอ่นโค้งขึ้นราวคันศรเพื่อให้เขาได้สัมผัสได้ถนัดขึ้น ความเร่าร้อนในกายสาวยิ่งทวีคูณพร้อมขยับร่างตามปลายนิ้วแกร่ง ก่อนเขาจะถอดปลายนิ้วออกมากลางคัน“อืม...พี่อชิ ดาไม่ไห
“ไม่เป็นไรหรอก”“มีความสุขมากๆ นะอชิ ฉันดีใจที่เห็นแกมีความสุข ฝากเพื่อนผมด้วยนะครับคุณดา มันไม่เคยมีแฟนตั้งแต่ที่รู้จักกันมา อาจจะหวานไม่ค่อยเป็น ยังไงก็เอ็นดูมันด้วยนะครับ” ภูผาฝากฝังเพื่อนรักกับเจ้าสาว“ไม่หวานหรือคะ” หญิงสาวอดขำไม่ได้ ตอนนี้เขาหวานจนเลี่ยน มุมนี้อาจจะไม่มีใครเคยเห็น“นี่แกเปลี่ยนไปเยอะจริงๆ” ภูผาอดแปลกใจไม่ได้ แต่ดีใจที่เพื่อนรักพยายามปรับตัวไปพร้อมกับคนรัก“ก็เพื่อคนที่เรารัก แกก็เหมือนกัน อันไหนผ่อนผันได้ก็ลองทำดูนะ” เขาแอบรู้มาว่า ภูผามีปัญหากับภรรยาบ่อยครั้ง เพื่อนๆ ในกลุ่มแอบเล่าให้ฟังเพราะเป็นห่วง เห็นเขาสนิทกับภูผามากที่สุด“อืม...” ภูผาขานรับไม่ค่อยสดชื่นเท่าไหร่ เพราะชีวิตของตนไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ“เดี๋ยวฉันเข้าไปในงานก่อน”“ไปเถอะ เพื่อนๆ รอแกอยู่ด้านในตรงหน้าเวที”“อืม...ไว้คุยกันเพื่อน” อชิรวิชญ์ตบบ่าเพื่อนเบาๆ ก่อนภูผาจะเดินหายเข้าไปในงาน“ดูหน้าคุณภูไม่ค่อยสดชื่นเลยนะคะ ท
“เดี๋ยวรอแม่กลับมาจากต่างจังหวัดก่อนนะคะ” หลังจากมารดาตัดสินใจบวชเพื่อล้างบาปให้ฉัตรแก้ว มารดาก็เริ่มเดินสายทำบุญ ไม่ค่อยอยู่ติดบ้านเท่าไหร่“ไม่ต้องห่วง พี่ให้คุณทิพย์จัดการหาฤกษ์มาให้แล้ว”“แม่รู้แล้วเหรอคะ”“ใช่ พี่โทร.ไปคุยกับแม่ของดาแล้ว และได้กำหนดมาแล้วด้วย” เรื่องนี้เขาปิดเป็นความลับ จนกว่าคดีจะสิ้นสุด“กลัวดาไม่แต่งด้วยหรือไงคะ มัดมือชกแบบนี้”“ก็ใช่น่ะสิครับ พี่อยากแต่งงานกับดา อยากใช้ชีวิตแบบสามีภรรยา อยากตื่นขึ้นมาเจอหน้าดาเป็นคนแรก”“ขอบคุณนะคะที่ยังยืนยันคำเดิมกับดา”“ไม่ว่าจะกี่ปี พี่ยังยืนยันคำเดิม ดาคือผู้หญิงที่พี่รักมากที่สุด และอยากใช้ชีวิตร่วมกับดา”“ขอบคุณนะคะพี่อชิ” หญิงสาวยกฝ่ามืออุ่นมาแนบกับใบหน้า“อีกสองเดือนเราจะได้แต่งงานกันแล้วนะครับ”“สองเดือนเหรอคะ” ดวงตากลมโตขยายกว้างด้วยความตกใจ ทำไมถึงไวนัก แล้วเธอจะเตรียมตัวทันหรือเปล่า“ใช่ครับ อีกตั้งส
“ดาก็รู้หากพี่มองนานกว่านี้ พี่อาจจะอดใจไม่ไหว ดานั่นแหละที่จะต้องเสียเปรียบ ที่สำคัญดาเพิ่งพบเรื่องเหตุการณ์ร้ายๆ มา พี่กลัวดาจะหวาดกลัวจนไม่ยอมให้พี่มาแตะต้องตัวดาอีก”“สำหรับพี่อชิดาไม่กลัวหรอกค่ะ ขอบคุณนะคะที่ช่วยดา หากพี่อชิไม่ตัดสินใจเข้าไป ดาอาจจะไม่มีหน้ามาพบพี่อชิอีกแล้ว”“ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับดา พี่รับได้ทุกอย่าง อย่าตีค่าตัวเองแบบนั้น พี่รักเพราะดาเป็นดา”“พี่อชิ...เมื่อก่อนนอกจากพ่อ ดาไม่คิดว่าจะมีใครรักดาได้อีกแล้ว ขอบคุณนะคะที่เห็นค่าผู้หญิงคนนี้”“เพราะดามีค่าที่สุดในชีวิตพี่ พี่อาจจะเคยใจร้ายกับดา แต่ในอนาคตภายภาคหน้าพี่จะไม่มีวันทำให้ดาเสียใจ แต่งงานกับพี่นะครับคนดี” เขาส่งสายตาวิงวอน กลัวเหลือเกิน กลัวเธอจะปฏิเสธ“ค่ะ ดาจะแต่งงานกับพี่อชิ”เมื่อคิดทบทวน ที่ผ่านมาอชิรวิชญ์ก็ได้พิสูจน์ถึงความรักและหวังดีที่มอบให้ ยังเผื่อแผ่ไปถึงมารดา ที่เขาเคยเคียดแค้นชิงชัง แต่ ณ เวลานี้ได้สิ้นสุดลงแล้ว“ขอบคุณครับ ขอบคุณ” เขาพูดด้วยเสียงสั่นๆ รู้สึ
ชาติชายกระตุกยิ้มเดินเข้ามาอย่างช้าๆ ขณะปุณณดาพยายามโทรศัพท์ไปหาอชิรวิชญ์ แต่ปลายสายไม่ทันได้รับ ชาติชายตัดสายทิ้งเสียก่อน“ผมรักคุณดาตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอ” ผู้จัดการหนุ่มพูดพร่ำ พร้อมสาวเท้าเดินตามหญิงสาวไปช้าๆด้านอชิรวิชญ์แปลกใจที่จู่ๆ สายถูกตัดทิ้ง พร้อมมองไปยังหน้าบริษัท พบว่ายามกำลังล็อกประตูอยู่ เขาจึงรีบเดินลงจากรถ“ลุงจะปิดประตูแล้วหรือครับ”“อ้าวคุณนั่นเอง” ยามประจำหน้าบริษัท จำได้ว่าเคยเห็นมาส่งปุณณดาบ่อยๆ“ผมมารับดาครับลุง”“เห็นคุณทัช บอกว่าคุณดากลับกับผู้จัดการครับ”“กลับกับผู้จัดการ เป็นไปไม่ได้ ดาเพิ่งโทรศัพท์มาหาผมว่ากำลังลงมา ลุงเปิดประตูให้หน่อยสิครับ”อชิรวิชญ์รู้สึกมีลางสังหรณ์ที่ไม่ดี“ไม่ได้หรอกครับคุณ”“หากดาติดอยู่ในนั้นจะทำยังไงครับ”“เอ่อ...หากทำอะไรพลการ ผมอาจจะโดนไล่ออก” ชายสูงวัยมีท่าทางลังเล แต่ด้วยความเป็นผู้น้อยก็ไม่กล้าจะเปิดเข้าไป“ผม






![หนี้สวาทพ่อเลี้ยงทมิฬ [ Drama,Comedy 18+]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)
