LOGIN“ไม่ได้เจอหมายความว่ายังไง ก็แกไปทำงานกับเขา และไหนจะอยู่บ้านพักตากอากาศด้วยกันอีก”
“ก็ใช่ แต่ดาไม่ได้ออกไปทำงานด้วย”
“ทำไมล่ะ แกเป็นเลขาฯ ก็ควรตามไปสิ”
“ดาตื่นมาเขาก็ออกไปแล้ว ไม่รู้จะให้ดาตามมาทำไม”
“จะทำอะไรก็รีบๆ ล่ะ” ปลายสายเริ่มกังวลกลัวแผนจะไม่สำเร็จ
“ทำไมล่ะคะ หรือเจ้าหนี้มาทวงเงินแล้ว”
“เปล่าหรอก แม่ได้ข่าวว่าอลิสากำลังจะเดินทางกลับมาเร็วๆ นี้ แต่ไม่รู้ว่าวันไหน”
“แม่...ดาอยากคุยกับคุณธวัชชัย ขอเบอร์โทรศัพท์ให้ดาหน่อยได้ไหม”
“แกจะไปคุยอะไรกับเขา”
“ก็คุยเรื่องขอผ่อนผันหนี้สินของพ่อไงคะ”
“เขาไม่มีทางยอมแน่ แม่เคยลองคุยแล้ว” หทัยทิพย์พยายามหว่านล้อมบุตรสาว ขืนให้เบอร์โทรศัพท์ของเสี่ยธวัชชัยไปมีหวังความแตก “ถ้าแกโทรศัพท์ไปคุย เขาคงพูดโน้มน้าวให้แกยอมแต่งงานกับลูกชายเขา”
“ดาแค่จะโทรศัพท์ไปขอผ่อนผันหนี้เท่านั้น เขาคงไม่บีบให้ดาแต่งงานกับลูกเขาหรอก”
“คนอย่างแกจะไปพูดคุยกับนักธุรกิจหัวหมอแบบนั้นทันได้ยังไง เสี่ยธวัชชัยเขาหมายมั่นให้แกเป็นสะใภ้มานานแล้ว อย่าโทร.ไปเลย เชื่อแม่”
“แต่ดา...”
“รีบจัดการให้เรียบร้อยก่อนกลับกรุงเทพฯ เข้าใจไหม งั้นแกก็ต้องแต่งงานกับลูกชายเสี่ยธวัชชัยเพื่อล้างหนี้” หทัยทิพย์กล่าวข่มขู่ก่อนวางสาย
“แม่เดี๋ยว แม่” หญิงสาวเรียกมารดาเสียงหลง เมื่อถูกตัดสายทิ้ง โดยไม่รู้ว่ามีคนมายืนกอดอกมองอยู่ที่หน้าประตูห้องรับแขก
ปุณณดาเริ่มรู้สึกตัวว่าไม่ได้อยู่เพียงลำพัง พอเหลือบไปมองเห็นอชิรวิชญ์ยืนอยู่ แทบทำโทรศัพท์มือถือหล่นลงพื้น “เอ่อ...กลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่คะ”
“โทร.ไปรายงานแม่เธอมาเหรอ” เขาไม่ยอมตอบคำถาม แต่ย้อนถามเธอกลับแล้วเดินไปที่เคาน์เตอร์เครื่องดื่ม
“เอ่อ...แม่แค่โทร.มาถามเรื่องงานค่ะ” เธอบอกเท่านั้นเขากลับเงียบเสียงไป “ฉันไม่เข้าใจ ทำไมคุณถึงไม่ให้ฉันไปที่ไซต์งานด้วย”
“งานมีปัญหาค่อนข้างหนัก เธอเข้าไปก็คงช่วยอะไรไม่ได้”
“ให้ฉันกลับกรุงเทพฯ ไปก่อนก็ได้ค่ะ”
“เธอเป็นเลขาฯ ยังไงกัน จะหนีกลับก่อนเจ้านาย”
“ก็ให้ฉันอยู่ทำไมคะ งานก็ไม่มีทำ”
“พรุ่งนี้เจ็ดโมงเช้าเตรียมตัวให้พร้อม ฉันจะพาไปที่ไซต์งาน”
“จริงๆ นะคะ”
ปุณณดาถามย้ำเพื่อให้แน่ใจ จนอชิรวิชญ์พยักหน้า หญิงสาวถึงกับยิ้มแฉ่งกับคำตอบ
“อย่าสายล่ะ ฉันไม่ชอบคนไม่ตรงเวลา”
อชิรวิชญ์กระแอมเสียงเรียกสติ ก่อนบอกเสียงขรึม
“ไม่สายแน่นอนค่ะ”
“อืม...งั้นก็รีบขึ้นไปนอน เดี๋ยวตื่นสายขึ้นมาฉันจะไม่รอ”
“ค่ะ” หญิงสาวขานรับคำแล้วรีบเดินขึ้นไปยังห้องพัก ท่ามกลางสายตาที่เต็มไปด้วยความสับสนของชายหนุ่ม ก่อนจะสลัดความคิดที่ฟุ้งซ่านแล้วเดินตามหญิงสาวไปยังห้องพัก
เช้าตรู่ของวันต่อมา
นวลจันทร์แปลกใจเมื่อเห็นปุณณดาเดินลงมาพร้อมกับชุดที่เตรียมจะออกนอกบ้าน สงสัยจะมาดักรอนายน้อยของตนเป็นแน่
“คุณอชิยังไม่ลงมาใช่ไหมคะ”
“ใช่ค่ะ คุณดาจะรับกาแฟหรือข้าวต้มดีคะเช้านี้”
“ขอข้าวต้มแล้วกันค่ะ เติมพลังหน่อย วันนี้ดาต้องตามไปที่ไซต์งานกับคุณอชิ”
“ได้ค่ะ รอสักครู่นะคะ” นวลจันทร์กำลังเดินออกมาจากห้องอาหาร เจอกับเจ้านายหนุ่มอยู่ที่หน้าประตูพอดี
“นายน้อยจะรับข้าวต้มด้วยไหมคะ วันนี้ป้าทำข้าวต้มปลากะพง”
“ครับ และผมขอกาแฟดำแก้วหนึ่งด้วยครับ”
“ได้ค่ะ รอสักครู่นะคะ” แม่บ้านขานรับคำสั่งก่อนเดินหายไปยังห้องครัว ไม่นานก็เดินกลับมาพร้อมข้าวต้มทรงเครื่องที่หอมกรุ่น”
“มาค่ะดาช่วย” หญิงสาวลุกขึ้นช่วยหยิบชามข้าวต้มออกจากถาดมาวางบนโต๊ะ และจัดแจงรินน้ำให้ชายหนุ่ม ก่อนแม่บ้านจะเดินออกไปเงียบๆ
“เราคงต้องอยู่ต่ออีกอาทิตย์หนึ่ง” เขาเอ่ยขึ้นหลังรับประทานอาหารมื้อเช้าเสร็จ
“งานมีปัญหายังแก้ไม่ได้หรือคะ”
“เปล่าหรอก วันอาทิตย์ที่จะถึงจะมีงานเปิดตัวโครงการที่บริษัทเราเคยรับเหมาก่อสร้าง และทางเจ้าของโครงการก็เชิญเรามาด้วย”
“เรา...ฉันด้วยหรือคะ”
“ใช่น่ะสิ เธอต้องไปในฐานะเลขาฯ ฉัน อีกหน่อยก็ต้องออกงานกับฉันทุกงาน ฝึกไว้แล้วกัน”
“แต่ว่าฉันไม่ค่อยถนัดไปงานเลี้ยงเท่าไหร่” เธอยอมรับเรื่องงานพร้อมที่จะเรียนรู้กับมัน แต่งานเข้าสังคมนี่ขอบาย
“ทำไมไม่เหมือนแม่เธอล่ะ รายนั้นดูชอบงานสังสรรค์น่าดู”
“ค่ะ แม่ชอบแต่งตัวสวยๆ ออกงานสังสรรค์” เธอยิ้มเจื่อนๆ ยามเอ่ยถึงมารดา
“ดูเธอไม่ค่อยสนิทกับแม่เธอเท่าไหร่”
“ค่ะ ฉันจะสนิทกับพ่อมาก ส่วนแม่ก็ไม่ค่อยได้คุยกันเท่าไหร่ ท่านออกไปทำงานทุกวัน”
“พ่อเธอไม่ได้ทำงานเหรอ”
“ทำค่ะ แต่ท่านจะรีบกลับมาอยู่เป็นเพื่อนฉัน สอนการบ้านให้ฉัน” เธอคลี่ยิ้มยามเอ่ยถึงบิดา
“น่าอิจฉา” อชิรวิชญ์หลุดปากออกมาด้วยไม่ได้ตั้งใจ
“คะ...คุณอชิว่าอะไรนะคะ” เธอได้ยินไม่ถนัด
“เปล่า ไม่มีอะไรหรอก...ไปกันเถอะ” เขาพยักหน้าก่อนจะลุกขึ้นเดินออกไป ปุณณดาถึงกับงุนงงก่อนจะรีบยกน้ำดื่ม แล้วสาวเท้าตามชายหนุ่มไปที่รถ
“ทะเลหรือคะ” หญิงสาวเงยหน้าขึ้นมองเขา“อืม...ที่ภูเก็ต”“ไปค่ะ ดาอยากเจอป้านวล” ปุณณดาเอ่ยด้วยรอยยิ้ม นานแล้วสิที่เธอไม่ได้เจอแม่บ้านวัยกลางคนที่มีแต่ความรักความเมตตาให้ตน ก่อนจะขมวดคิ้ว“ทำไมครับ ขมวดคิ้วทำไม”“ป้านวลยังไม่รู้ว่าแม่ดาเคย...”“ป้านวลรู้แล้วครับ ป้าแกบอกว่าเป็นคนละคน ไม่เกี่ยวกัน”“ตั้งแต่เมื่อไหร่คะ”“ก่อนกลับครับ แกยังเตือนพี่ไม่ให้ไปลงอะไรที่ดา เพราะดาไม่เกี่ยว” ตอนนั้นเขาไม่ยอมฟังใครเลย ไม่ว่าจะเป็นคนสนิทที่คอยเตือนอยู่เสมอ แต่เขายังนิ่งเฉย จนผลสุดท้ายต้องแพ้ภัยตัวเอง “แต่พี่ก็ยังทำ ขอโทษนะครับ”“ไหนเราจะไม่พูดถึงเรื่องนี้กันแล้วไงคะ เราจะพูดแต่เรื่องดีๆ ในอนาคต”“ครับ นอนเถอะพรุ่งนี้จะได้ตื่นเช้าไปภูเก็ตกัน”“ชวนแม่กับคุณพ่อไปด้วยดีไหมคะ” เธออยากเห็นท่านทั้งสองไปพักผ่อน“แล้วเขาจะเรียกฮันนีมูนได้ยังไงครับ พี่อยากไปเริ่มต้นใหม่ที่นั่น&rdquo
“ก็ใครจะหน้าด้านเหมือนพี่อชิล่ะคะ” หญิงสาวทำปากยื่นใส่ จนอชิรวิชญ์มันเขี้ยวกระชากร่างบางขึ้นนั่งบนตักแกร่ง ทำเอาหญิงสาวตาโตด้วยความตกใจ กำลังจะต่อว่าต่อขานอีกฝ่าย แต่ถูกริมฝีปากอุ่นปิดเสียงพูดเสียก่อนแล้วจัดการสอดปลายลิ้นร้อนเข้าโพรงปากนุ่มเพื่อเกี่ยวตวัดดูดดื่มความหอมหวาน เพียงไม่กี่อึดใจปลายลิ้นเล็กก็เริ่มตวัดตอบโต้อย่างไม่ประสา แต่กลับสร้างความพึงพอใจจนเขาต้องครางเสียงในลำคอ จากนั้นไม่นานก็ถอนจูบออกมาพลางมองหญิงสาวอย่างแสนรัก“พี่รักดาเหลือเกินยอดรัก” เขาพึมพำบอกก่อนจะก้มลงซุกไซ้ซอกคอขาว ขณะฝ่ามือใหญ่ไล้ไปทั่วเรือนร่างอันเย้ายวนกระทั่งถึงจุดสำคัญกลางใจหญิง“พี่อชิ...อืม” เธอครางออกมายามปลายนิ้วแกร่งสอดเข้าไปในช่องแคบ รู้สึกอึดอัดอย่างบอกไม่ถูก“แล้วดาจะมีความสุข” เขาบอกขณะแนบใบหน้ากับอกอิ่ม ตวัดลิ้นโลมเลียไปมาจนเจ้าของอกอิ่มต้องแอ่นโค้งขึ้นราวคันศรเพื่อให้เขาได้สัมผัสได้ถนัดขึ้น ความเร่าร้อนในกายสาวยิ่งทวีคูณพร้อมขยับร่างตามปลายนิ้วแกร่ง ก่อนเขาจะถอดปลายนิ้วออกมากลางคัน“อืม...พี่อชิ ดาไม่ไห
“ไม่เป็นไรหรอก”“มีความสุขมากๆ นะอชิ ฉันดีใจที่เห็นแกมีความสุข ฝากเพื่อนผมด้วยนะครับคุณดา มันไม่เคยมีแฟนตั้งแต่ที่รู้จักกันมา อาจจะหวานไม่ค่อยเป็น ยังไงก็เอ็นดูมันด้วยนะครับ” ภูผาฝากฝังเพื่อนรักกับเจ้าสาว“ไม่หวานหรือคะ” หญิงสาวอดขำไม่ได้ ตอนนี้เขาหวานจนเลี่ยน มุมนี้อาจจะไม่มีใครเคยเห็น“นี่แกเปลี่ยนไปเยอะจริงๆ” ภูผาอดแปลกใจไม่ได้ แต่ดีใจที่เพื่อนรักพยายามปรับตัวไปพร้อมกับคนรัก“ก็เพื่อคนที่เรารัก แกก็เหมือนกัน อันไหนผ่อนผันได้ก็ลองทำดูนะ” เขาแอบรู้มาว่า ภูผามีปัญหากับภรรยาบ่อยครั้ง เพื่อนๆ ในกลุ่มแอบเล่าให้ฟังเพราะเป็นห่วง เห็นเขาสนิทกับภูผามากที่สุด“อืม...” ภูผาขานรับไม่ค่อยสดชื่นเท่าไหร่ เพราะชีวิตของตนไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ“เดี๋ยวฉันเข้าไปในงานก่อน”“ไปเถอะ เพื่อนๆ รอแกอยู่ด้านในตรงหน้าเวที”“อืม...ไว้คุยกันเพื่อน” อชิรวิชญ์ตบบ่าเพื่อนเบาๆ ก่อนภูผาจะเดินหายเข้าไปในงาน“ดูหน้าคุณภูไม่ค่อยสดชื่นเลยนะคะ ท
“เดี๋ยวรอแม่กลับมาจากต่างจังหวัดก่อนนะคะ” หลังจากมารดาตัดสินใจบวชเพื่อล้างบาปให้ฉัตรแก้ว มารดาก็เริ่มเดินสายทำบุญ ไม่ค่อยอยู่ติดบ้านเท่าไหร่“ไม่ต้องห่วง พี่ให้คุณทิพย์จัดการหาฤกษ์มาให้แล้ว”“แม่รู้แล้วเหรอคะ”“ใช่ พี่โทร.ไปคุยกับแม่ของดาแล้ว และได้กำหนดมาแล้วด้วย” เรื่องนี้เขาปิดเป็นความลับ จนกว่าคดีจะสิ้นสุด“กลัวดาไม่แต่งด้วยหรือไงคะ มัดมือชกแบบนี้”“ก็ใช่น่ะสิครับ พี่อยากแต่งงานกับดา อยากใช้ชีวิตแบบสามีภรรยา อยากตื่นขึ้นมาเจอหน้าดาเป็นคนแรก”“ขอบคุณนะคะที่ยังยืนยันคำเดิมกับดา”“ไม่ว่าจะกี่ปี พี่ยังยืนยันคำเดิม ดาคือผู้หญิงที่พี่รักมากที่สุด และอยากใช้ชีวิตร่วมกับดา”“ขอบคุณนะคะพี่อชิ” หญิงสาวยกฝ่ามืออุ่นมาแนบกับใบหน้า“อีกสองเดือนเราจะได้แต่งงานกันแล้วนะครับ”“สองเดือนเหรอคะ” ดวงตากลมโตขยายกว้างด้วยความตกใจ ทำไมถึงไวนัก แล้วเธอจะเตรียมตัวทันหรือเปล่า“ใช่ครับ อีกตั้งส
“ดาก็รู้หากพี่มองนานกว่านี้ พี่อาจจะอดใจไม่ไหว ดานั่นแหละที่จะต้องเสียเปรียบ ที่สำคัญดาเพิ่งพบเรื่องเหตุการณ์ร้ายๆ มา พี่กลัวดาจะหวาดกลัวจนไม่ยอมให้พี่มาแตะต้องตัวดาอีก”“สำหรับพี่อชิดาไม่กลัวหรอกค่ะ ขอบคุณนะคะที่ช่วยดา หากพี่อชิไม่ตัดสินใจเข้าไป ดาอาจจะไม่มีหน้ามาพบพี่อชิอีกแล้ว”“ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับดา พี่รับได้ทุกอย่าง อย่าตีค่าตัวเองแบบนั้น พี่รักเพราะดาเป็นดา”“พี่อชิ...เมื่อก่อนนอกจากพ่อ ดาไม่คิดว่าจะมีใครรักดาได้อีกแล้ว ขอบคุณนะคะที่เห็นค่าผู้หญิงคนนี้”“เพราะดามีค่าที่สุดในชีวิตพี่ พี่อาจจะเคยใจร้ายกับดา แต่ในอนาคตภายภาคหน้าพี่จะไม่มีวันทำให้ดาเสียใจ แต่งงานกับพี่นะครับคนดี” เขาส่งสายตาวิงวอน กลัวเหลือเกิน กลัวเธอจะปฏิเสธ“ค่ะ ดาจะแต่งงานกับพี่อชิ”เมื่อคิดทบทวน ที่ผ่านมาอชิรวิชญ์ก็ได้พิสูจน์ถึงความรักและหวังดีที่มอบให้ ยังเผื่อแผ่ไปถึงมารดา ที่เขาเคยเคียดแค้นชิงชัง แต่ ณ เวลานี้ได้สิ้นสุดลงแล้ว“ขอบคุณครับ ขอบคุณ” เขาพูดด้วยเสียงสั่นๆ รู้สึ
ชาติชายกระตุกยิ้มเดินเข้ามาอย่างช้าๆ ขณะปุณณดาพยายามโทรศัพท์ไปหาอชิรวิชญ์ แต่ปลายสายไม่ทันได้รับ ชาติชายตัดสายทิ้งเสียก่อน“ผมรักคุณดาตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอ” ผู้จัดการหนุ่มพูดพร่ำ พร้อมสาวเท้าเดินตามหญิงสาวไปช้าๆด้านอชิรวิชญ์แปลกใจที่จู่ๆ สายถูกตัดทิ้ง พร้อมมองไปยังหน้าบริษัท พบว่ายามกำลังล็อกประตูอยู่ เขาจึงรีบเดินลงจากรถ“ลุงจะปิดประตูแล้วหรือครับ”“อ้าวคุณนั่นเอง” ยามประจำหน้าบริษัท จำได้ว่าเคยเห็นมาส่งปุณณดาบ่อยๆ“ผมมารับดาครับลุง”“เห็นคุณทัช บอกว่าคุณดากลับกับผู้จัดการครับ”“กลับกับผู้จัดการ เป็นไปไม่ได้ ดาเพิ่งโทรศัพท์มาหาผมว่ากำลังลงมา ลุงเปิดประตูให้หน่อยสิครับ”อชิรวิชญ์รู้สึกมีลางสังหรณ์ที่ไม่ดี“ไม่ได้หรอกครับคุณ”“หากดาติดอยู่ในนั้นจะทำยังไงครับ”“เอ่อ...หากทำอะไรพลการ ผมอาจจะโดนไล่ออก” ชายสูงวัยมีท่าทางลังเล แต่ด้วยความเป็นผู้น้อยก็ไม่กล้าจะเปิดเข้าไป“ผม







