Masuk“ก็ถอยไปสิ” เธอขู่ฟ่อ มองอย่างระแวดระวัง เขามันเป็นพวกไว้ใจไม่ได้ ให้ตายเถอะ!
“ไม่คิดว่าคนที่คุณแม่ส่งมาจะร้ายกาจขนาดนี้” เขาเริ่มหัวเสีย จะเล่นตัวอะไรกันนักกันหนา นี่เล่นทำลายข้าวของในห้องเขาอย่างบ้าคลั่ง แบบนี้ก็ไม่ไหวเหมือนกันนะ
“คุณพูดอะไรของคุณ ฉันไม่ใช่คนของใครหรืออะไรทั้งนั้น ไปเปิดประตูห้องสิ เร็วๆ เลย ไม่งั้นฉันฟาดแน่” เธอยื่นคำขาดเสียงเฉียบ ยังไงก็ต้องหนีออกไปจากห้องนี้ให้ได้
“ได้ๆ วางลงแล้วกัน อันนั้นแพง” รัชภาคย์มองแจกันเขม็ง แม่นี่คงไม่ฟาดลงมาจริงๆ หรอกใช่ไหม นั่นมันของรักของหวงเขาเลยนะ
“ก็ไปเปิดประตูก่อนสิ เดี๋ยวฉันจะคืนให้คุณ” หญิงสาวยื่นคำขาด เห็นหนทางเอาตัวรอดเมื่อเขาหวงแจกันใบนี้จับใจ ถึงจะรวยขนาดไหน แต่ของแพงๆ แบบนี้เขาคงไม่อยากให้ตกแตกเสียหายอย่างแน่นอน ก็อย่างที่เขาพูด เธอทำงานอีกกี่ชาติก็คงไม่มีปัญญาซื้อให้เขาใหม่ ขนาดที่ซุกหัวนอนเธอยังต้องพึ่งคนอื่น แม่ก็ป่วยหนัก น้องก็ยังเรียนหนังสือไม่จบ
“เร็วสิ” เธอมองอย่างระแวดระวัง
“เชิญเลย เอาแจกันวางไว้ตรงนั้นด้วย” เขาชี้ไปยังแจกันที่เธอถืออยู่
“ไม่! ฉันจะวางมันไว้หน้าประตู คุณค่อยมาหยิบไปเอง ฉันไม่ไว้ใจคุณ” เธอต่อรอง ไม่ยอมเสียท่าเขาง่ายๆ หรอกนะ
“ปัดโธ่เอ๊ย! ผู้หญิงนี่เป็นโรคอะไร หวาดระแวง แล้วก็ปอดแหก แบนเป็นไม้กระดานโต้คลื่นแบบเธอ ฉันไม่สนหรอก อีกอย่างฉันก็หมดอารมณ์แล้วด้วย เชิญเธอออกไปซะ จะไสหัวไปไหนก็ไปเถอะ หรือจะไปวิ่งให้รถผู้ชายที่ไหนเฉี่ยวอีกก็ตามใจ เผื่อมีพวกหน้าโง่ให้เธอเรียกเงินยังไงล่ะ” เขามีท่าทีไม่สนใจ ผายมือไล่เธอท่าเดียว หญิงสาวเดินไปที่ประตู ก่อนวางแจกันเอาไว้อย่างเบามือ และมันก็รวดเร็วมาก มากจนเธอไม่ทันตั้งตัว
“กรี๊ด!!!” เธอกรีดร้องเมื่อโดนกดทับ อิสรภาพของเธอหมดสิ้นลงเมื่อเห็นเขาหัวเราะชอบใจ แล้วประตูที่เธอจะก้าวออกไปก็ปิดลงอย่างรวดเร็ว
“คุณมันคนฉวยโอกาส” ปิ่นแก้วพูดอย่างเจ็บใจ
“ถ้ายังขืนขว้างปาข้าวของในห้องฉันอีก รับรองว่าฉันจะตอบแทนเธออย่างสาสมและจะมัดมือมัดเท้าเธอเอาไว้ ขังลืมให้อยู่แต่ในห้อง ไม่ให้เห็นแสงเดือนแสงตะวันเลยคอยดู” รัชภาคย์ขู่บ้าง เมื่อกลับมาเป็นฝ่ายได้เปรียบอีกครั้ง
“ไอ้หื่นกาม ไอ้เลว ว้าย!!!”
แคว่ก!!! เสียงของเธอขาดหายไปด้วยความตกใจ เมื่อเสื้อตัวสวยโดนกระชากจนขาดวิ่น เขามันพวกซาดิสม์ โรคจิต ชอบใช้ความรุนแรงร้ายกาจ บ้าบอที่สุด เธอไม่รู้จะสรรหาคำไหนมาด่าว่าเขาให้สำนึกดี
“ฉันว่ายอมดีๆ จะได้ไม่เสียเวลา เธอจะได้เงินก้อนโตกว่าที่แม่ฉันให้อีกนะ สนรึเปล่า” รัชภาคย์ไม่อ้อมค้อม เอาตรงๆ เขาก็ถูกใจเธออยู่เหมือนกัน
“คุณพูดอะไรของคุณ”
“เลิกไขสือได้แล้ว มานี่” เขากระชากเธอกลับมาเมื่อเธอตะเกียกตะกายคลานหนีเขาหัวซุกหัวซุน
“ว้าย! ปล่อยนะ ปล่อย”
“ดิ้นอีกแล้ว จะดิ้นอะไรกันนักกันหนา คุณแม่สอนให้เธอเล่นตัวหรือไง แรกๆ มันก็ดูตื่นเต้นหรอกนะ แต่ตอนนี้ฉันชักจะเริ่มเบื่อแล้วสิ” เขาพูดอย่าง หัวเสีย ก่อนจะรวบมือเธอกดลงกับโซฟาตัวยาว แล้วนำเน็กไทที่ถอดทิ้งคราวแรกมามัดมือเธอเอาไว้แน่นๆ
“ทีนี้... อยากจะรู้นักว่าจะเอามือที่ไหนขว้างปาข้าวของในห้องฉันอีก”
“กรี๊ด... ปล่อยนะ ไอ้คนบ้า เฮงซวย อื้อ...” เธอร้องครางอื้ออึงอยู่ในลำคอเมื่อเขากดริมฝีปากลงมาปิดเสียงกรี๊ดของเธอเต็มเหนี่ยว
ปิ่นแก้วพยายามเบี่ยงหน้าหนีแต่เขาบีบคางสวยเอาไว้แน่น เขาดึงหน้าเธอกลับมาอีกครั้ง พยายามสอดลิ้นเข้าหา แต่คนใต้ร่างไม่ยินยอม เขาเลื่อนมืออีกข้างขยำทรวงอกของเธอเต็มแรง ก่อนจะสอดลิ้นเข้าไปได้เป็นผลสำเร็จ
“โอ๊ย! ยายผู้หญิงซาดิสม์” เขาถอนปากออกแทบไม่ทันเมื่อโดนเธอกัดลิ้นเข้าให้ รัชภาคย์กระแทกปากเข้าไปเต็มแรง ก่อนจะบดบี้ปากของเธออย่างลงทัณฑ์
“ชอบซาดิสม์หรือแม่คุณ สงสัยจะผ่านผู้ชายมาเป็นร้อย ถึงได้ดุเดือดขนาดนี้ ก่อนมาทำงานกับแม่ฉัน เธอบอกความจริงข้อนี้กับท่านไปหรือเปล่า” เขาพูดจาเหยียดหยาม
รัชภาคย์จำได้ว่ากลับมาจากต่างประเทศ มารดาก็เรียกไปพูดคุยเรื่องเลขาฯ คนใหม่ บอกว่าเป็นลูกสาวของเพื่อนมาจากต่างจังหวัด เขากลับมาเหนื่อยๆ ยังไม่ทันได้พักก็เจอเรื่องไร้สาระอีกตามเคย พอมารดาพูดแบบนั้นเขาก็ปฏิเสธหัวชนฝา ไม่คิดจะรับเด็กเส้นที่ไหนมาเป็นเลขาฯ อีก เพราะมันน่าเบื่อ ถ้าเขาจะหาผู้หญิงขึ้นเตียงสักคน เขามีปัญญาหาเองได้ ไม่ต้องคอยให้มารดาจัดหาให้ พร้อมกดดันให้เขาแต่งงานกับใครสักคนที่เขาไม่ได้รัก
“คนบ้า ปล่อยนะ พล่ามอะไรของคุณ ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้นะ!” เธอดิ้นรนเตะถีบแต่ไม่โดนเพราะเขาคร่อมทับขาของเธอเอาไว้ เลยได้แต่เตะอากาศจนเหนื่อยหอบ
“จะเอาเท่าไหร่ หรือคุณแม่ให้เธอเท่าไหร่ ฉันให้สองเท่าเลยเอา เดี๋ยวเซ็นเช็คให้เดี๋ยวนี้เลยก็ได้ ไม่ต้องให้ฉันเหนื่อยออกแรงขนาดนี้ ฉันชักจะรำคาญแล้วนะ” เขาพูดเสียงหอบ เริ่มเหนื่อยกับการฉุดปล้ำเธอเต็มที ผู้หญิงอะไรฤทธิ์เยอะชะมัด
“ไม่เอาอะไรทั้งนั้น ปล่อยนะ”
“ไม่เอาก็ดี งั้นฉันกินฟรี แต่อย่ามาเรียกร้องทีหลังก็แล้วกัน ฉันไม่ให้หรอกนะ” ปิ่นแก้วอยากจะกรีดร้องให้ลั่น เหมือนเขากับเธอพูดกันคนละเรื่อง คนอะไรไม่ฟังคนอื่นเลย เธอซวยอะไรที่มาเจอผู้ชายบ้ากามคนนี้
“นี่... อย่านะ” เธอร้องเสียงหลงอย่างตกใจเมื่อเขากระชากเสื้อผ้าเธอออกจนหมด แล้วซุกไซ้ไปตามเนื้อตัวเปลือยเปล่า
“หอม...” รัชภาคย์เผลอพูดความรู้สึกออกมา เห็นเธอถลึงตาตอบกลับมา เขาจึงหัวเราะชอบใจ มารดาคงจะจ้างแพงเลยเล่นได้สมบทบาทขนาดนี้ เอาเถอะ... เขาก็จะเล่นไปตามเกม สักพักคงอ่อนระทวย จูบตอบ ตอดรัดฟัดเขาเสียเอง หึหึ! รัชภาคย์คิดอย่างกระหยิ่มในใจ
“ปล่อยฉันไปเถอะนะ ฉันบอกแล้วไงว่าขอโทษ ไม่แจ้งความ ไม่เอาเรื่องอะไรทั้งนั้น ขอแค่คุณปล่อยฉันไป แค่นี้ก็พอแล้ว” ยิ่งตกใจเมื่อเห็นเขาปลดอาภรณ์ที่เหลืออยู่น้อยชิ้นบนร่างออก เธอหน้าแดงจัด ทั้งอายทั้งกลัวปนเปกันไปหมด เขาคงไม่ข่มเหงเธอจริงๆ หรอกใช่ไหม ปิ่นแก้วทำหน้าเหมือนจะร้องไห้
“เห็นบอกว่าตัวเองไม่ผิด แล้วจะขอโทษทำไม” เขางึมงำกดจูบเธอไปตามเนื้อตัวเปลือยเปล่า ร่างกายของเธอหอมกรุ่น ผิวเนียนละเอียดขาวผุดผ่อง ความนุ่มละมุนเต่งตึงทำให้เขาชอบใจ
“อื้อ... ตรงนั้นอย่านะ ไอ้โรคจิต” เธอด่าเขาปนหอบเมื่อเขาซุกหน้าลงที่หว่างขาเรียวสวย ตวัดลิ้นอันแสนชำนาญชำแรกเข้าสู่กลีบกุหลาบดอกงามที่ไม่เคยมีใครได้เคยสัมผัสมาก่อน อยากจะตอบเขาไปว่าไม่ได้อยากขอโทษเขาสักหน่อย แค่พูดไปเพื่อเอาแต่รอด แต่ปากพูดไม่ออก ได้แต่ครางแล้วก็ห้ามปรามเขาไม่เป็นภาษา
“หอม...” เขาพูดเหมือนคนละเมอ กลิ่นหอมสะอาดทำให้ความเป็นชายของเขาร้อนเร่าขึ้นมาอย่างรวดเร็ว อยากจะฝากฝังกายลงไปในซอกกายฉ่ำน้ำหวานของเธอโดยพลัน
“อื้อ...” เธอดิ้นรนแต่ความรู้สึกบางอย่างจากลิ้นสากของเขาทำให้เธอเริ่มไม่เป็นตัวของตัวเอง แข้งขาดูจะอ่อนแรงเมื่อบังเกิดความเสียวซ่าน อยากเบียดกายเข้าไปหาปากของเขาอย่างน่าอาย
“หุ่นดี อกใหญ่ ก้นก็ใหญ่” เขาพูดเสียงพร่า เธอแทบกรี๊ดใส่หน้าเขาเพราะเป็นคำพูดที่ชวนให้อับอาย
ขอบคุณพี่ภาคย์จริงๆ ที่คิดแผนการนี้ขึ้นมา หวังว่าปิ่นแก้วคงจะไม่โกรธและงอนพี่ภาคย์นะคะ แต่ถ้างอนก็ง้อกันเอาเองนะคะ วดีขอให้พี่ภาคย์กับปิ่นแก้วรักกันไปจนแก่เฒ่า มีลูกหลานเต็มบ้านนะคะ เราคงได้เจอกันอีกครั้งรักเสมอราชาวดี“วดีมีปัญหาอะไรเหรอคะ” ปิ่นแก้วเอ่ยถามแล้วอมยิ้มเมื่อเห็นหน้าสามีแดงๆ ราชาวดีเขียนจดหมายได้น่ารักมาก แก้ต่างให้รัชภาคย์ทุกอย่าง เขียนถึงรัชภาคย์แต่ฝากมาถึงเธอแทบทั้งหมด“วดีมีปัญหาครอบครัวน่ะ” รัชภาคย์โอบกอดร่างภรรยาเอาไว้ ก่อนจะอุ้มเธอไปที่ระเบียงหน้าบ้าน ปิ่นแก้วซบหน้าที่อกกว้างของเขา อยากล้อเลียนเขาอยู่เหมือนกัน แต่เปลี่ยนใจ แค่เรื่องทุกอย่างเป็นแบบนี้ เธอรู้สึกโล่งอกเหมือนยกภูเขาอันหนักอึ้งทิ้งไป“ขอโทษนะที่ทำให้เสียใจ แต่ตอนนั้นสับสนจริงๆ พี่เคยรักวดีมาก เพิ่งรู้ตัวว่ายังรักแต่รักเหมือนน้องสาวต่างหาก คนที่พี่รักจริงๆ และอยากใช้ชีวิตอยู่ด้วยตลอดไปคือคนในอ้อมแขนพี่คนนี้ต่างหาก” รัชภาคย์กอดร่างภรรยาเอาไว้หลวมๆ ในขณะที่โยกตัวเธอไปมาบนตักอย่างเอ็นดู“เรื่องที่วดีมาที่นี่ เพราะสามีเขาตามมา อยากจะให้หึงน่ะ จะได้ปรับความเข้าใจกัน” เขายังเล่าต่อ ได้โอกาสเลยอยากเคลียร์กับเ
รัชภาคย์รวบสะโพกเต็มตึงของภรรยาเอาไว้ ก่อนจะจัดท่าให้เธอนั่งพิงกับหัวเตียง เขานั่งประจันหน้ากับเธอ ก่อนจะยกร่างของเธอขึ้นมาสวมครอบบนแก่นกายของเขา“โอ้ว...” ทั้งสองครางพร้อมกันด้วยใบหน้าที่เหยเก มือบางบีบแน่นที่บ่าแข็งแกร่ง มองสบตากับเขาในระยะกระชั้นชิด ลมหายใจเป่ารดกันอย่างถนัดถนี่ เขากุมสะโพกของเธอเอาไว้ให้ขยับ ในขณะที่เรือนกายแกร่งสวนขึ้นไปรับการบดคลึงของเธอเป็นจังหวะเน้นหนักล้ำลึก“ห้ามออกไปกับผู้ชายคนอื่นอีก ไม่อย่างนั้นจะขังลืมไว้ในบ้าน อ๊า...” เขาครางเมื่อโดนบีบรัดจากกายสาวแน่นถนัด เขานิ่วหน้าด้วยความเสียวซ่าน จึงลงโทษโดยการกระแทกกายเข้าหาเธอ แล้วกดสะโพกของเธอเข้าหาอย่างมิดเม้น“อ๊า... คุณเองก็มีผู้หญิงคนอื่น ใกล้ชิดกับผู้หญิงคนอื่น” เธอกดเขาให้นอนหงาย ก่อนจะคร่อมทับในท่าที่ยังสอดประสานกันอยู่“เรียกพี่ภาคย์ครับ เรียกเสียห่างเหินเลย”“ใครกันแน่ที่เรียกเสียห่างเหินก่อน”“โอเคๆ ยอมๆ” เขาทำท่ายอมแพ้ ก่อนจะเอ่ยถามต่อ “หึงเหรอ” เขายอมรับว่าอยากให้เธอหึง และชอบที่เธอหึงหวงเขาในฐานะภรรยา“ไม่ใช่สักหน่อย” เธอปฏิเสธเสียงแข็ง ทั้งๆ ที่หึงเขาจนแทบควันออกหู“งั้นพี่จะอยู่กับผู้หญิงคนไหนก็ได
“ถือว่าผมเลี้ยงแล้วกันนะครับ เป็นการขอโทษที่เดินชนคุณ”“แต่ว่า...” ปิ่นแก้วทำท่าจะห้ามแต่เขายกมือขึ้นค้านเสียก่อน อีกอย่างพนักงานเสิร์ฟก็รับเงินไปเรียบร้อยแล้ว“งั้นเราไปเดินเล่นกันไหมครับ ที่นี่มีร้านอาหารและร้านขายของที่ระลึกหลายร้าน เอาไว้วันหลังอยากจะเลี้ยงผมกลับก็ไม่ว่ากันครับ” เขาตัดบท ปิ่นแก้วเห็นว่ายังไม่ดึกนักและผู้คนยังเดินเล่นกันอยู่ เธอเลยไปตามคำเชิญของเขา ภาคินเป็นคนสุภาพ เขาให้เกียรติเธอ และทิ้งระยะห่างไม่ให้น่าเกลียด ร่างสูงคอยดูเธอเลือกข้าวของ แสดงความคิดเห็นในบางครั้ง ผู้ชายแบบนี้หายากจริงๆ ถ้าใครได้เป็นแฟนคงจะมีความสุขที่สุด เพราะไม่เรื่องมาก เอาใจเก่งและให้เกียรติ เขายังแย่งของในมือเธอไปช่วยถือ จนโดนแม่ค้าหลายร้านแซวว่าเป็นคู่รักกัน เขาจึงออกตัวอย่างสุภาพว่าเป็นแค่เพื่อนกันเท่านั้น เพื่อไม่ให้เธออึดอัดและเสียหาย“ขอบคุณมากนะคะที่เดินมาเป็นเพื่อนซื้อของ” ปิ่นแก้วปาดเหงื่อเมื่อเดินมาหยุดถึงหน้าบ้านพัก ในขณะที่ภาคินเดินมาส่งอย่างมีน้ำใจ“ผมเองก็ต้องขอบคุณเหมือนกันครับ คุณพักอยู่ที่นี่เหรอ” เขาเอ่ยถาม มองบ้านพักส่วนตัวของหญิงสาวนิ่ง“ใช่ค่ะ”“ถ้าอยากไปเดินเล่นอีก ชวนผมไ
ยอดอกสีหวานถูกดูดกลืนเน้นๆ เขาละเลงลิ้นตวัดขึ้นลงจนแข็งเป็นไต กัดเบาๆ หยอกเย้าจนเธอสะดุ้ง ก่อนจะแตะลิ้นลามเลียอีกครั้งคล้ายปลอบโยนร่างเล็กแอ่นโค้งขึ้นด้วยความเสียวซ่าน เมื่อริมฝีปากร้อนลามเลียลงมาจนถึงหน้าท้องเนียนละเอียด เขาสอดลิ้นเข้าหยอกเย้ากับสะดือบุ๋มจนได้ยินเสียงครวญครางอันน่าพึงพอใจ ก่อนจะเลื่อนใบหน้าลงมายังซอกขาขาวผ่อง กวาดลิ้นชื้นหมาดไปตามซอกขาด้านในอย่างอ้อยอิ่งปิ่นแก้วแขม่วหน้าท้องที่แสนจะปั่นป่วน บิดกายเร่าๆ ไม่เป็นตัวของตัวเอง มันน่าแปลกที่เขาดูเหมือนจะเย็นชา แต่ยามที่ได้ร่วมรักกลับเรียกร้องและอ่อนโยน เธอถอนใจเฮือกเมื่อเขาแตะลิ้นลงบนกลุ่มไหมบนเนินสาว ก่อนจะเผยอริมฝีปากร้องครางเมื่อเขาดูดเบาๆ จนเส้นไหมเปียกชื้นขึ้นเป็นกระจุก ก่อนจะถูกบดบี้แนบลู่ไปกับเนินอวบอูมอีกครั้งเธอถูกแยกขาออกจนกว้างเมื่อเขาจ้วงลิ้นเข้าไปสัมผัสกับยอดเกสรสวาท ก่อนจะปาดเลียสะบัดลิ้นขึ้นลงเป็นจังหวะ ปุ่มกระสันเสียวซ่านสั่นระริกอยู่ใต้ลิ้นร้อนปิ่นแก้วรับรู้ว่าเธอกำลังจะตกเป็นของเขาอีกครั้ง เธอถอนใจอย่างยอมแพ้ ไม่ใช่เสียท่าแต่เธอยินยอมพร้อมใจให้กับห้วงอารมณ์ความรู้สึกหวามลึกที่เกิดขึ้นเขาสอดลิ้นเข้ามา
เขาโจนจ้วงเข้าหา พร้อมๆ กับเสียงหอบร้อนแรงที่ดังประสานกัน เสียงเนื้อกายกระทบกันดังกึกก้องไปทั่วห้อง ผสมกับหยาดน้ำหวานฉ่ำแฉะ ยิ่งทำให้อารมณ์หนุ่มสาวพวยพุ่ง“แน่น...” เขาร้องคราง ใบหน้าแดงก่ำเหยเก เมื่อฝังกายเข้าหาร่างบอบบางแล้วเธอตอบสนองโดยการตอดรัดเขาทุกทิศทางรัชภาคย์กอบกุมทรวงสาวเอาไว้แล้วป้อนเข้าปาก ดูดกลืนด้วยความหิวกระหาย เขาสับสะโพกควบขี่เป็นจังหวะเร็วรี่ก่อนจะปลดปล่อยทุกหยาดหยดในกายเธอ สองร่างผวากอดกันกลมแทบไม่มีอะไรแทรกผ่านเพราะบทรักที่ถึงจุดหมายปลายทางอย่างรุนแรง เสียงหอบประสานกันพร้อมกับความหนักอึ้งของร่างกายที่ต้องการการพักผ่อน รัชภาคย์พลิกกายลงจากร่างบาง เขาดึงร่างภรรยามากอดด้วยความเคยชิน ก่อนจะหลับตามเธอไปเพราะความง่วงงุนที่ประสบมาตลอดคืนปิ่นแก้วเองก็ซบอกของเขาอย่างอ่อนเพลีย ความง่วงทำให้เธอหลงลืมความบาดหมางไปชั่วขณะ สายลมที่พัดเอื่อยเข้ามาจากหน้าต่าง ทำให้สองร่างยิ่งแนบชิดเข้าหากัน มือของเขาวางอยู่ที่สะโพกกลมกลึงของคนในอ้อมแขน ศีรษะเล็กๆ ของเธอหนุนอยู่กับแขนแข็งแรงของเขาในห้วงความรู้สึก ทั้งสองกำลังยิ้มอย่างมีความสุข และจับจูงมือลูกน้อยกันคนละด้านด้วยความอิ่มเอมในหัวใจ
“ตาภาคย์กลับมาคุยกันก่อน นี่ตาภาคย์!”“ช่างเขาเถอะค่ะคุณแม่ ตอนนี้พี่ภาคย์อาจจะกำลังไม่พอใจ”“แต่สายตาของภาคย์มองหนูในแง่ร้าย” คุณรัชนีกรพูดอย่างเป็นกังวล“ช่างพี่ภาคย์เถอะค่ะ ความจริงย่อมต้องเป็นความจริงอยู่วันยังค่ำ ถึงเราจะแก้ตัวยังไง ตอนนี้พี่ภาคย์ก็ไม่ฟังหรอกค่ะ เดี๋ยวจะหาว่าเราโกหกเอาอีก” ปิ่นแก้วพูดอย่างปลงๆ“แม่ขอโทษด้วยที่ทำให้หนูลำบากใจ”“ไม่ใช่ความผิดของคุณแม่หรอกค่ะ”“งั้นหนูขึ้นไปดูพี่เขาหน่อยสิจ๊ะ เผื่อต้องการอะไร เป็นเมียที่ดี เอาใจปรนนิบัติสามีเอาไว้ ไม่ช้าไม่นานภาคย์ต้องเห็นความดีของหนู และเข้าใจว่าหนูไม่ได้คิดอะไรเลวร้ายอย่างที่เขาเข้าใจ”“ค่ะคุณแม่” ปิ่นแก้วลอบถอนหายใจอยู่หน้าห้องนอน เธอยังไม่อยากเผชิญหน้ากับเขาในตอนนี้ แต่จะหลบไปไหนได้ เพราะอยู่บ้านเดียวกันแบบนี้ เท้าบางค่อยๆ เดินเข้าห้อง เห็นสามีนอนหลับอยู่บนเตียงด้วยสีหน้าอิดโรย แอบคิดไม่ได้ว่าเขาไปทำอะไรมาถึงได้โทรมขนาดนี้ แต่เธอก็เดินผ่านเลยไป เพื่อเตรียมผ้าขนหนู แปรงสีฟัน ยาสีฟันและเสื้อผ้าให้เขา“ไม่ต้องทำดีขนาดนั้นก็ได้ ตอนนี้คุณแม่ไม่อยู่แล้ว”“พี่ภาคย์!” ปิ่นแก้วสะดุ้งหันขวับไปมองร่างที่ยังนอนอยู่บน







