تسجيل الدخولเช้าวันถัดมา
สายซอตื่นตั้งแต่ฟ้ายังไม่สว่าง อาบน้ำ เปลี่ยนเสื้อผ้าด้วยชุดเดรสสีดำเรียบ ๆ ก่อนลงมาจากชั้นบน หญิงสาวไม่แม้แต่จะสนใจคนที่นอนร่วมเตียง
“คุณซอจะทานอะไรก่อนไหมคะ” แม่บ้านถามด้วยความเป็นห่วง สีหน้าของผู้เป็นนายยังดูอ่อนเพลีย คงเป็นเพราะวุ่นอยู่กับการดูแลเรื่องงานศพของคุณท่าน
“ไม่ค่ะ ซอยังไม่หิว”
“คุณซอดูแลตัวเองด้วยนะคะ เดี๋ยวล้มป่วยไปอีกคน ป้าเป็นห่วงนะคะ”
“ขอบคุณป้าศรีมากเลยค่ะ” สายซอขอบคุณป้าแม่บ้านด้วยน้ำเสียงเหนื่อยอ่อน กระนั้นก็ยังยิ้มให้กับอีกฝ่ายได้ ทั้งที่ภายในใจมีแต่ความทุกข์ใจ
เธอคิดถึงคุณย่าจันทร์เหลือเกิน
“ซอไปก่อนนะคะ ถ้าหิว เดี๋ยวซอหาอะไรกินแถว ๆ วัดได้ค่ะ” ข้าง ๆ วัด มีร้านอาหารตั้งเรียงรายอยู่หลายร้าน เธอไม่ใช่คนถือตัวหรือเรื่องมาก ไม่ว่าจะร้านข้างทางหรือร้านอาหารหรูหรา เธอรับประทานได้หมด
เกือบแปดโมงเช้า
นิลจึงเดินลงมาจากชั้นบน ใบหน้าซูบตอบ ดวงตาแดงจากการอดนอน ป้าแม่บ้านมองเขาอย่างเงียบ ๆ ไม่กล้าเข้าไปทักทายเหมือนเมื่อก่อน
“คุณซอล่ะ” ตื่นมา เขาไม่เห็นสายซอบนเตียง ยังแปลกใจอยู่เหมือนกันว่าหญิงสาวตื่นไปตั้งแต่ตอนไหน เพราะเมื่อคืนกว่าจะเข้านอนก็ดึกมากแล้ว
แม่บ้านลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนตอบเบา ๆ โดยที่ก้มหน้าลงอย่างเจียมเนื้อเจียมตัว
“คุณซอออกไปวัดตั้งแต่ตีห้าแล้วค่ะ บอกว่าจะอยู่ที่นั่นรอฟังพระสวดตอนเย็นเลย”
นิลนิ่งไป แววตาฉายความวูบไหวอยู่ชั่วครู่แล้วพยักหน้าเพียงเล็กน้อย เดินไปนั่งที่โต๊ะอาหาร อาหารเช้าหลายอย่างถูกจัดเตรียมเอาไว้เหมือนทุกวันที่ผ่านมา
เขามองไปยังหัวโต๊ะ ที่นั่งประจำของคุณย่า ใจหวิววาบ เมื่อเห็นความว่างเปล่า
หลายปีที่ผ่านมา เขาคุยกับคุณย่าน้อยมาก ห่างเหินกันชัดเจนก็ตอนที่ไปเรียนต่างประเทศ กลับมาก็ยังคงมีระยะห่าง ทั้งที่ตอนเด็ก เขาติดคุณย่ามาก ไม่ว่าจะทำอะไร ก็เอาแต่ร้องเรียกหาคุณย่าเสมอ
นิลค่อย ๆ ระบายลมหายใจออกมา ความรู้สึกหนักอึ้งยังคงกดทับอยู่กลางอก สุดท้ายเขาก็ลุกขึ้น โดยไม่ได้แตะอาหารแม้แต่นิดเดียว เขากลับขึ้นมาบนชั้นสองทางเดินยาวทอดเงียบอยู่ตรงหน้า เดินไปจนถึงหน้าห้องนอน มือแตะลูกบิดไว้แล้ว แต่กลับไม่เปิดเข้าไป
เขายืนนิ่ง สายตาค่อย ๆ เคลื่อนไปยังประตูอีกบานที่อยู่ไม่ไกล ห้องของคุณย่า หัวใจพลันบีบรัดขึ้นมาอย่างไม่มีสาเหตุ หรือบางที...เขาอาจรู้สาเหตุดีอยู่แล้ว
เพียงแต่ไม่อยากยอมรับ
ร่างสูงโปร่งยืนนิ่งอยู่พักใหญ่ก่อนในที่สุดจะหันหลังให้ห้องตัวเองแล้วเดินไปยังห้องนั้น ห้องที่เขาเคยเข้าออกเป็นประจำมาตั้งแต่เด็ก
ประตูถูกเปิดออกช้า ๆ กลิ่นหอมอ่อน ๆ ที่คุ้นเคยยังคงหลงเหลืออยู่ในห้อง ทุกอย่างยังอยู่ที่เดิม
เก้าอี้ตัวโปรด ชั้นหนังสือ แว่นตาอ่านหนังสือที่วางอยู่บนโต๊ะ แม้กระทั่งผ้าคลุมไหล่ผืนเดิมที่คุณย่าชอบใช้
ทุกอย่างเหมือนเดิม
มีเพียงเจ้าของห้องเท่านั้นที่ไม่อยู่แล้ว
นิลรู้สึกเหมือนมีบางอย่างกระแทกเข้าที่อกอย่างแรงจนต้องหยุดเดิน ความเงียบภายในห้องทำให้เขาแทบหายใจไม่ออก สายตาเหลือบไปเห็นกรอบรูปบนหัวเตียง
รูปถ่ายเก่าใบหนึ่ง
เด็กผู้ชายตัวเล็ก ๆ กำลังหัวเราะจนตาหยี ขณะที่หญิงชราข้าง ๆ กอดเขาเอาไว้แน่น เป็นรูปที่ถ่ายตอนเขาอายุประมาณเจ็ดขวบ
ชายหนุ่มค่อย ๆ หยิบมันขึ้นมา ปลายนิ้วสั่นเล็กน้อย เขามองใบหน้าของตัวเองในวัยเด็ก ก่อนสายตาจะเลื่อนไปยังใบหน้าของคุณย่า รอยยิ้มใจดี ดวงตาที่เต็มไปด้วยความรักและสายตาที่มองเขาราวกับเป็นสิ่งล้ำค่าที่สุดในชีวิต ทันใดนั้น...
ภาพเมื่อคืนก็ย้อนกลับเข้ามา
‘ก่อนจากไป คุณย่าฝากบอกว่าท่านรักคุณมาก’
หัวใจของนิลกระตุกวูบใหญ่ นิ้วมือค่อย ๆ ลูบผ่านกระจกตรงใบหน้าของคุณย่าในรูปเบา ๆ
“ย่า...” เสียงแหบพร่าหลุดออกมา ดวงตาเริ่มร้อนผ่าว ภาพในอดีตผุดขึ้นมาทีละภาพ
วันที่คุณย่าพาไปโรงเรียนวันแรก วันที่เขาสอบตกแล้วนั่งร้องไห้ วันที่อกหักครั้งแรกในชีวิต วันที่เรียนจบ วันที่ได้งาน ทุกช่วงเวลาสำคัญ ล้วนมีผู้หญิงคนนี้ยืนอยู่ข้างหลังเสมอ แต่ในคืนสุดท้ายของชีวิตท่าน...
เขากลับไม่อยู่ ไม่แม้แต่จะรับโทรศัพท์ ไม่แม้แต่จะรีบกลับมาดูใจ ลูกกระเดือกของนิลขยับขึ้นลงอย่างยากลำบาก น้ำใส ๆ เริ่มเอ่อคลอเต็มดวงตา
เขารีบเงยหน้าขึ้น พยายามกะพริบตาถี่ ๆ
กลั้นมันเอาไว้ กลั้นเหมือนที่ทำมาตลอดหลายวันเพราะหากปล่อยให้น้ำตาไหลออกมาเมื่อไร กำแพงความเข้มแข็งที่สร้างขึ้นทั้งหมดคงพังทลายลงทันที
ชายหนุ่มสูดลมหายใจเข้าเต็มปอด พยายามข่มความเจ็บปวดเอาไว้ แต่ยิ่งพยายาม หัวใจก็ยิ่งปวดหนึบ
สุดท้ายเขาจึงได้แต่ยืนอยู่กลางห้องนั้น กอดกรอบรูปเอาไว้แนบอก ท่ามกลางความเงียบที่ว่างเปล่าและความคิดหนึ่งที่คอยตอกย้ำซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่าไม่ว่าชีวิตนี้เขาจะทำอะไร จะประสบความสำเร็จแค่ไหน
หรือพยายามชดใช้มากเพียงใด
ก็ไม่มีวันย้อนเวลากลับไปเป็นหลานชายที่คุณย่าเฝ้ารอในคืนสุดท้ายของชีวิตได้อีกแล้ว
อลิสายืนรออยู่ข้างรถหรูของนิล วันนี้เธอไม่ได้ขับรถมาเอง เพราะมีแผนในใจ เธอจะให้นิลไปส่งและมั่นใจอยู่แล้วว่าเขาต้องไปส่งเธอที่คอนโดตลอดสองวันที่ผ่านมา เธอพยายามทำตัวเป็นคนสำคัญอยู่ข้างกายเขาตลอดเวลา ถึงแม้ว่าเราจะเลิกรากันมานานหลายปี แต่ในใจของเธอยังมีนิลอยู่ตลอดต่อให้เขาจะไม่ใส่ใจเธอเหมือนเมื่อก่อนที่คบกันแต่เธอก็ยังเชื่อว่าเขาไม่ได้ตัดใจจากเธอได้ทั้งหมด“นิลจะกลับเลยไหมคะ”“ทำไมเหรอ”“วันนี้อลิสไม่ได้ขับรถมา ว่าจะวานให้นิลไปส่งที่คอนโดหน่อย” หญิงสาวยิ้มหวาน รอคอยคำตอบจากเขาด้วยใบหน้าอิ่มด้วยรอยยิ้มพิมพ์ใจหัวคิ้วของนิลเคลื่อนเข้าหากันเล็กน้อย เขามองอลิสาเพียงเสี้ยววินาที จากนั้นเบือนหน้าเบนสายตาไปยังชายหนุ่มหญิงสาวที่นั่งเคียงไหล่บนศาลาร่างสมส่วนก้าวยาว ๆ ไปที่รถคันหรู รอให้อลิสาขึ้นมานั่งบนรถจากนั้นก็กระชากรถออกไปจากลานจอดของวัดทันที สายซอเบนสายตามอง เธอไม่ตกใจเลยสักนิดที่เห็นนิลพาอดีตคนรักขึ้นรถไปด้วย พวกเขาคงยังมีใจให้กันอยู่ ไม่นานหรอกนะ รอให้เสร็จสิ้นงานของคุณย่าก่อน เธอจะมอบอิสระให้เขาทันทีอลิสายิ้มตลอดทางที่รถขับออกมาจากวัด เธอมั่นใจว่าคืนนี้ เธอกับนิล จะกลับมาเป็นเหมือนเ
อลิสาที่เฝ้ามองอยู่ตลอดเช่นกันจึงยิ้มออกมาอย่างพอใจ เธอจงใจพูดขึ้นเบา ๆ“ดูเหมือนภรรยานิลก็มีคนดูแลอยู่นะคะ”นิลที่ทำเหมือนไม่รู้สึกรู้สา เขาเพียงนิ่งฟังด้วยไม่แสดงอาการใด ๆ ออกมา เดิมที เขาเองก็เป็นคนมาดเยอะอยู่แล้ว อะไรก็ตามที่จะทำให้เขาเสียหน้า เขาไม่มีทางปล่อยให้มันเกิดขึ้น เรื่องของสายซอกับผู้ชายคนนั้นก็เหมือนกัน ถ้าเขาแสดงออก ก็เท่ากับว่าการแต่งงานระหว่างเขากับเธอ มันมีความหมาย“ดูสนิทสนมกันมากด้วยนะคะ” อลิสาหัวเราะน้อย ๆ นิลยังคงไม่มีปฏิกิริยาตอบกลับ หญิงสาวจึงลอบยิ้มกับตัวเอง ในสายตาเธอ ความเงียบของเขาคือคำตอบถ้ารัก...คงไม่นิ่งเฉยขนาดนี้ถ้าหวง...คงไม่ปล่อยให้ผู้ชายอีกคนปลอบโยนภรรยาต่อหน้าต่อตายิ่งเห็นนิลไม่แสดงอาการ เธอก็ยิ่งมั่นใจ มั่นใจว่าการแต่งงานครั้งนี้ไม่มีวันยั่งยืน มั่นใจว่าหลังจบงานศพย่าของเขาทุกอย่างจะกลับไปเหมือนเดิมและคนที่เขาเลือกในท้ายที่สุด...จะต้องเป็นเธอภายใต้สีหน้าเรียบเฉยของนิลนั้น สายตาของเขายังคงมองไปยังหญิงสาวอีกฟากของศาลาอยู่เป็นระยะและทุกครั้งที่เห็นเธอยิ้มให้ชายหนุ่มคนนั้นหรือปล่อยให้เขาลูบศีรษะอย่างสนิทสนม บางอย่างในอกก็หนักขึ้นทีละน้อย หนักจนเร
งานสวดอภิธรรมคืนที่สองเต็มไปด้วยผู้คนมากกว่าคืนแรก ด้วยความที่คุณย่าเป็นที่เคารพรักของหลายคน แขกจึงเดินทางมาร่วมงานอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงเย็น สายซอยังคงทำหน้าที่ทุกอย่างเหมือนเดิมรับแขก ดูแลอาหารว่าง จัดดอกไม้และคอยประสานงานกับทางวัดราวกับไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย แม้ใบหน้าจะซีดเซียวจนเห็นได้ชัดว่าแทบไม่ได้นอน ป้าแม่บ้านมองแล้วก็อดสงสารไม่ได้“คุณซอไปนั่งพักหน่อยไหมคะ”“ไม่เป็นไรค่ะป้าศรี ซอไม่เหนื่อย” เธอฝืนยิ้มบาง ๆ ก่อนหันไปช่วยจัดเก้าอี้ต่อ ป้าแม่บ้านถอนหายใจเบา ๆ ยิ่งเห็นภาพอีกมุมของศาลา ก็ยิ่งรู้สึกแทนหญิงสาวบริเวณทางเข้าศาลานิลกำลังยืนรับแขกผู้ใหญ่ตามมารยาท แต่คนที่ยืนเคียงข้างเขาอยู่ตลอดเวลากลับไม่ใช่ภรรยาอย่างสายซอ หากเป็นอลิสา หญิงสาวเดินตามนิลไปทุกที่จนคนที่ไม่รู้เรื่องอาจเข้าใจว่าเธอคือคนรักหรือคู่ชีวิตตัวจริงหลายครั้งที่มีแขกมองมาอย่างสงสัย แต่หญิงสาวกลับไม่รู้สึกกระดากอายแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม...ดูเหมือนเธอจะตั้งใจด้วยซ้ำ“นิลเหนื่อยไหมคะ” เธอยื่นแก้วน้ำให้ เขารับมาโดยไม่พูดอะไร “นิลไปนั่งพักก่อนก็ได้ เดี๋ยวอลิสช่วยรับแขกตรงนี้ให้เอง”ชายหนุ่มเพียงพยักหน้าเล็กน้อย ไ
เช้าวันถัดมาสายซอตื่นตั้งแต่ฟ้ายังไม่สว่าง อาบน้ำ เปลี่ยนเสื้อผ้าด้วยชุดเดรสสีดำเรียบ ๆ ก่อนลงมาจากชั้นบน หญิงสาวไม่แม้แต่จะสนใจคนที่นอนร่วมเตียง“คุณซอจะทานอะไรก่อนไหมคะ” แม่บ้านถามด้วยความเป็นห่วง สีหน้าของผู้เป็นนายยังดูอ่อนเพลีย คงเป็นเพราะวุ่นอยู่กับการดูแลเรื่องงานศพของคุณท่าน“ไม่ค่ะ ซอยังไม่หิว”“คุณซอดูแลตัวเองด้วยนะคะ เดี๋ยวล้มป่วยไปอีกคน ป้าเป็นห่วงนะคะ”“ขอบคุณป้าศรีมากเลยค่ะ” สายซอขอบคุณป้าแม่บ้านด้วยน้ำเสียงเหนื่อยอ่อน กระนั้นก็ยังยิ้มให้กับอีกฝ่ายได้ ทั้งที่ภายในใจมีแต่ความทุกข์ใจเธอคิดถึงคุณย่าจันทร์เหลือเกิน“ซอไปก่อนนะคะ ถ้าหิว เดี๋ยวซอหาอะไรกินแถว ๆ วัดได้ค่ะ” ข้าง ๆ วัด มีร้านอาหารตั้งเรียงรายอยู่หลายร้าน เธอไม่ใช่คนถือตัวหรือเรื่องมาก ไม่ว่าจะร้านข้างทางหรือร้านอาหารหรูหรา เธอรับประทานได้หมดเกือบแปดโมงเช้านิลจึงเดินลงมาจากชั้นบน ใบหน้าซูบตอบ ดวงตาแดงจากการอดนอน ป้าแม่บ้านมองเขาอย่างเงียบ ๆ ไม่กล้าเข้าไปทักทายเหมือนเมื่อก่อน“คุณซอล่ะ” ตื่นมา เขาไม่เห็นสายซอบนเตียง ยังแปลกใจอยู่เหมือนกันว่าหญิงสาวตื่นไปตั้งแต่ตอนไหน เพราะเมื่อคืนกว่าจะเข้านอนก็ดึกมากแล้วแม่บ้า
นิลที่นั่งอยู่ด้านหลัง สายตาเผลอมองแผ่นหลัง เล็ก ๆ ของสายซออยู่หลายครั้ง เขาเห็นเธอร้องไห้ เห็นเธอพยายามเข้มแข็ง เห็นเธอจัดการทุกอย่างแทนเขาและเป็นครั้งแรกที่เขาเพิ่งตระหนักว่า...ตลอดเวลาที่ผ่านมา คนที่อยู่ข้างคุณย่าจนถึงลมหายใจสุดท้าย ไม่ใช่หลานชายอย่างเขา แต่เป็นผู้หญิงที่เขาเอาแต่ผลักไสมาโดยตลอดต่างหากหลังจากที่เสร็จสิ้นการสวดอภิธรรม แขกบางส่วนทยอยเดินออกจากศาลาเพื่อลากลับ สายซอยังรับหน้าที่ส่งแขกเช่นเดิมด้วยใบหน้าอิดโรย แต่เธอก็ยังฝืนยิ้มและกล่าวขอบคุณแขกทุกคนนิลยืนอยู่เงียบ ๆ บริเวณมุมหนึ่งของงาน สายตามองออกไปยังความมืดนอกวัด ตั้งแต่เช้าจนถึงตอนนี้ เขาแทบไม่ได้พูดกับใคร เพราะยังจมอยู่กับความรู้สึกผิดและความสับสนที่ถาโถมเข้ามาพร้อมกัน“นิล...”เสียงคุ้นเคยดังขึ้นข้างหลัง ชายหนุ่มหันกลับไปมอง แฟนเก่าของเขาเดินเข้ามาพร้อมแก้วน้ำในมือ หญิงสาวส่งมันให้พร้อมรอยยิ้มแสดงความห่วงใย“ดื่มน้ำหน่อยนะ”เขารับมาโดยไม่ได้พูดอะไร เธอมองใบหน้าซูบตอบของเขาแล้วถอนหายใจ“อย่าเศร้าเลยนะคะ คุณย่าไปสบายแล้ว”นิลยังคงเงียบ เขาหลุบมองแก้วน้ำในมือ ในหัวยังวิ่งวุ่นด้วยคำพูดของสายซอ เธอไม่ได้ตำหนิเขาออ
หลังพิธีสวดอภิธรรมคืนแรกจบลงนิลและสายซอกลับมาถึงบ้านเกือบสี่ทุ่ม คฤหาสน์หลังใหญ่ที่เคยอบอุ่นกลับเงียบเหงาอย่างน่ากลัวไม่มีเสียงคุณย่าเรียกหาใคร ไม่มีเสียงโทรทัศน์จากห้องของท่าน ไม่มีแสงไฟที่เปิดรอเหมือนทุกคืน เหลือเพียงความว่างเปล่าที่แทรกอยู่ในทุกมุมของบ้านทันทีที่ก้าวเข้ามาในห้องนอน สายซอก็เป็นฝ่ายพูดขึ้นก่อน น้ำเสียงเรียบจนผิดปกติ“หลังจากจัดการงานคุณย่าเสร็จ...”นิลที่กำลังปลดกระดุมแขนเสื้อหยุดมือเล็กน้อย แต่เขาไม่ได้หันหน้ามาเผชิญกับหญิงสาว“เราไปหย่ากันนะคะ”ห้องทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบ นิลยังยืนนิ่ง ไม่ได้หันกลับมา ไม่ได้ถามเหตุผล ไม่ได้คัดค้านและไม่ได้ตอบตกลงเขาเพียงยืนนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนเดินเข้าไปในห้องน้ำราวกับเรื่องที่เธอพูดไม่มีความสำคัญมากพอให้ใส่ใจ เสียงประตูห้องน้ำปิดลง ร่างแบบบางยืนนิ่งอยู่ที่เดิมพลางหัวเราะออกมาเบา ๆ อย่างสมเพชตัวเอง“ก็ดี...อย่างน้อยก็ไม่ต้องเสียเวลามาเถียงกัน”ครึ่งชั่วโมงต่อมา นิลเดินออกมาจากห้องน้ำ แต่ภายในห้องกลับว่างเปล่า สายซอไม่ได้อยู่ในห้องเขาเหลือบมองไปรอบห้องอยู่ครู่หนึ่งก่อนเดินไปเปิดตู้เสื้อผ้า เปลี่ยนชุดแล้วขึ้นนอนบนเตียงตามปกต




![เมียช่างสัก [PWP] + [BDSM] + [NC30+]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)


