مشاركة

บทที่ 1

last update تاريخ النشر: 2025-03-31 14:54:49

ใบไผ่ ไม่สิตอนนี้เขาชื่อ ลลิต ลูกชายของโอเมก้ากลิ่นน้ำผึ้งป่า ลออจันทร์ ในโลกใบนี้แบ่งเป็นเพศหลักชายหญิงและเพศรองซึ่งได้แก่ อัลฟ่า เบต้า โอเมก้า เพศรองจะตรวจพบเมื่อเด็กอายุเจ็ดขวบขึ้นไป

ลลิตเหม่อมองตุ๊กตาแขวนหมุนไปมาอย่างปลงตก นี่เขาทะลุมิติมาในเรื่อง วางแผนมัดใจนายอัลฟ่าเย็นชา นิยายบอยเลิฟชื่อดังที่น้องสาวของเขา ต้นหลิว ติดงอมแงมคอยพูดเรื่องของตัวละครในนิยายให้ฟังตอนกินข้าวบ่อย ๆ

รู้อย่างนี้ไม่น่าเสียบหูฟังหนีเลย

ทารกน้อยค่อย ๆ เรียบเรียงความทรงจำที่กระจัดกระจาย ลออจันทร์ แม่ของเขาในนิยายเรื่องนี้รับบทเป็นตัวประกอบที่แอบหลงรัก คุณคราม อัลฟ่าหนุ่มที่เพิ่งเปิดตัวคู่หมั้นสายฟ้าแลบจนเป็นที่ฮือฮาของคนทั้งประเทศ ทำให้ลออจันทร์รู้สึกผิดที่พลาดนอนกับคุณชายของบ้านจนต้องหอบท้องหนีมาเพื่อให้คนที่ตนแอบรักได้แต่งงานกับแฟนสาวอย่างราบรื่น

เรื่องราวผ่านไปจน ลลิต โอเมก้าน้อยได้เติบโตขึ้นจนอายุ 20 ปี เด็กน้อยที่ผ่านความลำบากมาตั้งแต่เด็ก รูปร่างจึงผอมซีด ใบหน้าปกคลุมด้วยทรงผมหน้าม้าทำให้ดูมืดมนขึ้นไปอีก หนุ่มน้อยขี้อายได้ตกหลุมรัก แทนไท เดือนมหาลัยสุดฮอต หากแต่คนขี้ขลาดอย่างเขาคงได้แต่แอบรักเขาข้างเดียวจึงคิดจะตัดใจไปอย่างเงียบ ๆ

แต่ไม่นานเขาก็ได้พบกับเพื่อนสนิท อัยวา โอเมก้าหนุ่มน้อยที่ไม่เคยรังเกียจตัวตนของลลิตเลยสักครั้ง จนกระทั่งวันหนึ่งอัยวาชวนเขาไปงานวันเกิดที่บ้านของตัวเองทำให้เขาค้นพบความลับที่ผู้เป็นแม่ปกปิดไว้ คุณพ่อของอัยวาคือคนเดียวกับคุณพ่อของเขา ตอนที่ลลิตยังเด็กเขาเคยสงสัยว่าพ่อของเขาหายไปไหนแต่ผู้เป็นแม่กลับปิดปากเงียบ ด้วยความอยากรู้ลลิตจึงแอบไปค้นตู้เก็บของจึงเจอกับภาพถ่ายใบหนึ่งที่เขียนข้างหลังภาพว่า

สุดหัวใจ

เด็กหนุ่มจดจำใบหน้าเคร่งขรึมของคนเป็นพ่อได้อย่างชัดเจน หลังกลับจากงานวันเกิดลลิตจึงได้คาดคั้นกับคนเป็นแม่ ลออจันทร์จึงได้แต่สารภาพทั้งน้ำตา

“ฮึก ทำไมแม่จะต้องหนีมาด้วย ถ้าไม่หนีมาเราคงไม่ต้องทนทุกข์แบบนี้หรอก” ลลิตร้องไห้เอ่ยความในใจกับผู้เป็นแม่ ชีวิตแม่เลี้ยงเดี่ยวอีกทั้งยังเป็นโอเมก้าต้องลำบากขนาดไหน หากว่าผู้เป็นพ่อรู้ความจริง คงไม่ต้องลำบากขนาดนี้

“แม่ขอโทษ” ลออจันทร์ได้แต่ร้องไห้ เขาจะกล้าบอกได้ยังไงในเมื่อวันที่เขารวบรวมความกล้าที่จะบอกความจริงเป็นวันเดียวกับที่คุณครามประกาศงานหมั้น

“ฮือออออ” สองแม่ลูกกอดกันร่ำไห้ออกมา

ความเจ็บปวดของลลิตยังไม่จบแค่นั้น เมื่อเพื่อนสนิทของเขาชักชวนให้ไปเที่ยวสถานบันเทิงในคืนวันหยุด

“ลลิต ไปเถอะนะ วันนี้เราจะได้แนะนำให้รู้จักกับคู่หมั้นของเราด้วย” อัยวารบเร้าเพื่อนสนิทเสียงออดอ้อน ตั้งแต่ลลิตรู้ว่าคนตรงหน้าเป็นพี่น้องของตนยิ่งรู้สึกรักใคร่ยิ่งไปอีกจึงตอบตกลงอย่างง่ายดาย

“ลลิต นี่พี่แทน คู่หมั้นของเราเอง” อัยวาควงเดือนมหาลัยมาแนะนำลลิตที่นั่งหลบมุมอยู่ให้รู้จัก ลลิตรู้สึกชาไปทั่วร่างพูดอะไรไม่ออกอยู่เป็นนาน จนอัยวาเลิกคิ้วสงสัยท่าทางของคนตรงหน้า

“อ่ะ ลลิตครับ ยินดีที่ได้รู้จักครับ” เด็กหนุ่มแนะนำตัวเสียงแผ่วเบา ก่อนจะขอตัวกลับอย่างรวดเร็ว ไม่ทันสังเกตสายตาที่มองร่างลลิตจนลับสายตาไป

“พี่แทนมองอะไรครับ” เสียงที่เคยอ่อนหวานเริ่มไม่พอใจเมื่อเห็นคู่หมั้นหนุ่มมองตามเพื่อนสนิท

“เปล่า ไม่มีอะไร” ก่อนจะดึงแขนออกจากการกอบกุม แล้วเดินออกจากร้านไปไม่สนเสียงโวยวายด้านหลัง

เวลาผ่านไปจนลลิตเรียนปีสุดท้าย ลลิตที่สุขภาพดีมาตลอดได้หมดสติไป ลออจันทร์รีบพาไปโรงพยาบาลทันที คุณหมอเจ้าของคนไข้แจ้งข่าวร้ายว่าตอนนี้ลลิตเป็นมะเร็งระยะสุดท้ายมีเวลาอีกไม่ถึงสามเดือน โอเมก้าหนุ่มร้องไห้ทั้งน้ำตา จึงตัดสินใจไปบ้านโยธินตระกูลเพื่อบอกให้คุณครามรับทราบถึงการมีอยู่ของลูกชาย หากแต่ถูกโรสรินผู้เป็นแม่ของอัยวาขัดขวางไว้

“คุณรินได้โปรด ให้ผมได้คุยกับคุณครามเถอะครับ ” ลออจันทร์คุกเข่าต่อหน้าโรสรินทั้งน้ำตา

“ไม่ใช่ว่าฉันไม่ยอมให้พบ แต่คุณครามตอนนี้อยู่ต่างประเทศ ฉันไม่รู้จะทำยังไง” แม้ในใจโรสรินจะเกลียดชังคนตรงหน้าแค่ไหน แต่ก็ต้องข่มใจไว้

“ตอนนี้นายกลับไปก่อนเถอะ เดี๋ยวฉันจะโทรบอกเรื่องนี้กับคุณครามเอง”คุณหญิงของบ้านกล่อมคนตรงหน้าให้กลับไปก่อน ลออจันทร์ที่ตั้งใจจะฝากฝังเรื่องราวก็ได้รับโทรศัพท์จากโรงพยาบาลเสียก่อน

“อะไรนะครับ ครับ เดี๋ยวผมจะรีบกลับไปเดี๋ยวนี้” พูดจบก็รีบวิ่งออกไปขึ้นรถแท็กซี่ที่อยู่ด้านนอกสวนทางกับรถคันหรูที่แล่นเข้ามา

“มีแขกมาเหรอ” ครามถอดเสื้อสูทเดินเข้ามาหานายหญิงของบ้านถามอย่างเสียงเรียบ

“แค่เพื่อนมาเยี่ยมน่ะค่ะ ไม่มีอะไรมาก” พูดพลางเอื้อมมือไปช่วยถอดเสื้อ แต่ครามกลับเบี่ยงตัวออกราวกับไม่อยากถูกสัมผัสของผู้ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นภรรยา

“ไม่ต้อง คุณไปทำธุระของคุณเถอะ” เอ่ยจบก็เดินตรงไปห้องทำงาน ไม่สนว่าโรสรินจะทำหน้าไม่พอใจแค่ไหน

“ผ่านไปยี่สิบกว่าปี คุณก็ยังเย็นชาเหมือนเดิม”

ตึก ตึก ตึก เสียงวิ่งดังก้องไปทั่วทางเดินของโรงพยาบาลรัฐ โอเมก้าวัยกลางคนละล่ำละลักถามคุณหมอเสียงสั่น

“คุณหมอ ลูกของผมเป็นอะไรครับ”

“รีบเข้าไปเถอะครับ คนไข้ใกล้จะไม่ไหวแล้ว” คุณหมอเจ้าของไข้หลบตา ทนมองภาพตรงหน้าไม่ได้ ลออจันทร์รีบเปิดประตูเข้าไปถลาเข้าไปหาลูกชายที่นอนอยู่บนเตียง

“ลลิตลูก แม่มาแล้ว” ลออจันทร์กุมมือลูกชายไว้แน่น มองหน้าซีดเซียวของลลิตทั้งน้ำตา

“แม่ อย่าร้องไห้” ลลิตที่รู้ตัวว่าไหวแล้ว ยกมือปาดน้ำตาบนใบหน้าที่ยังดูสวยงามของคนเป็นแม่

“ฮึอ  ฮืออ” ลออจันทร์ส่ายหัวไปมา ยอมรับความจริงที่ลูกต้องจากไปไม่ได้

“แม่ ลลิต...รัก...แม่นะ” มือที่ลูบไล้ใบหน้าทิ้งตัวอย่างอ่อนแรง ลออจันทร์กรีดร้องลั่นเมื่อลูกชายจากไป

“ลลิต อย่าทิ้งแม่ไป ม่ายยยย”

เมื่อเวลาผ่านไป ลออจันทร์ที่เสียสติก็นำตัวเข้าไปรักษาที่โรงพยาบาลจิตเวท ต่อมาถูกบุคคลปริศนารับไปดูแล ส่วนอัยวาเมื่อรู้ข่าวเพื่อนสนิทก็ได้แต่เสียใจโดยมีแทนไทที่นิสัยเย็นชายิ่งกว่าเดิมคอยเคียงข้าง

ตอนจบเฮงซวย ใครแต่งนิยายเรื่องนี้วะเนี่ย

ทารกน้อยแกว่งแขนขาไปมาอย่างกราดเกรี้ยว เมื่อจำเรื่องราวในนิยายทั้งหมดได้แล้ว เสียงอ้อแอ้ดังเป็นระยะเรียกรอยยิ้มจากลออจันทร์ที่รีดผ้าอยู่ให้หันไปมอง

ลูกใคร ทำไมร่าเริงแบบนี้

استمر في قراءة هذا الكتاب مجانا
امسح الكود لتنزيل التطبيق

أحدث فصل

  • ลลิตจะปกป้องหม่าม้าเอง   บทที่ 54 END

    แทนไทเดินเข้าไปที่ห้องรับแขก วันนี้นอกจากจะมีครอบครัวเพลิงโชติเมธีแล้วยังมีครอบครัวโยธินตระกูลมาร่วมรับประทานอาหารด้วยลินินตอนนี้อยู่ในอ้อมแขนของคุณวาสินีที่ยิ้มไม่หุบตั้งแต่เข้ามา ร่างตุ้ยนุ้ยนั่งเก้าอี้คอยชวนคุณยายพูดคุยด้วยท่าทางไร้เดียงสา ครามกับปราบนั่งคุยล้อมวงกับคุณอารัญและคุณพิศาล เด็กชายคีตานั่งไถโทรศัพท์เงียบ ๆ นั่งข้างลลิตกับแทมมาลีน“อ้าว พี่จ๋าหายไปไหนมา”แทมมาลีนเอ่ยทัก เผลอละสายตาจากหมากรุกที่เขากับลลิตฟาดฟันมาหลายนาที จังหวะที่ชายหนุ่มเงยหน้าขึ้นไม่รู้ตัวเลยว่าลลิตแอบหยิบหมากตัวเองออกไปหนึ่งตัว“ตานายแล้ว รีบเดินสิ”“เร่งทำไม เอ๊ะ ทำไมมันแปลก ๆ”“แปลกอะไร ไม่มี้” ลลิตพูดเสียงสูง ไม่มีพิรุธสักนิด แทมมาลีนที่เห็นท่าทางลลิตเป็นแบบนี้ก็กระโจนเข้าไปขยี้ผมนุ่มทันที“หน็อยแน่ ทำเป็นเนียนเลยนะ”“ปล่อยนะ นายกล้าทำกับพี่เขยแบบนี้ได้ยังไง” ลลิตเผลอตัวหลุดโพล่งออกมา

  • ลลิตจะปกป้องหม่าม้าเอง   บทที่ 53

    “บาดแผลสมานตัวดีมาก อย่าลืมมาพบแพทย์ตามนัดอีกสองสัปดาห์นะครับ ตอนนี้คุณหนูสามารถกลับไปพักฟื้นที่บ้านได้แล้วครับ”คุณหมอมอบรอยยิ้มให้เด็กหนุ่มตรงหน้าที่นั่งยิ้มหน้าบาน“ขอบคุณคุณหมอมาก ๆ ครับ”ลลิตไหว้ขอบคุณลุงหมอเจ้าของไข้ที่คอยดูแลเขามาตลอดที่อยู่โรงพยาบาลเมื่อบอกลาคุณหมอเสร็จเจ้าตัวแสบก็ลงมายืนข้างเตียงโดยที่ไม่ต้องมีใครช่วยพยุงอีกแล้ว“...”แทนไทที่เตรียมอุ้มลลิตทำหน้าเสียดาย ช่วงหลังที่ลลิตพักฟื้นเท้าแทบไม่ติดพื้นเพราะมีครามกับแทนไทคอยอุ้มไปไหนต่อไหนตลอดถึงจะถูกลออจันทร์บ่นว่าก็ทำหูทวนลมทั้งสามีและลูกเขยวันนี้ครามติดประชุมสำคัญทำให้มารับลูกชายออกจากโรงพยาบาลไม่ได้ แทนไทจึงอาสามารับแทนสร้างความประทับใจให้แก่ลออจันทร์ยิ่งไปอีก“ไปกันครับ ผมอยากกลับบ้านจะแย่อยู่แล้ว”ลลิตเดินนำหน้าลออจันทร์และแทนไทออกไปอย่างร่าเริง“ลูกคนนี้นับวันยิ่งแก่นแก้วไปทุกที” แทนไทมองลลิตที่ทำตัวร่าเริงด้วยแววตาอ่อนโยน“ดีแล้วครับ ผมชอบที่เขาเป็นแบบนี้”“หม่าม้า ล

  • ลลิตจะปกป้องหม่าม้าเอง   บทที่ 52

    “ตอนนี้แผลผ่าตัดของคุณหนูลลิตปกติดีครับ ไม่มีการติดเชื้อใด ๆ ผู้ป่วยสามารถลุก เดิน นั่งได้ด้วยตัวเอง หากไม่มีภาวะแทรกซ้อนภายใน หมอจะทำการตัดไหมในวันที่ 7 พร้อมกลับบ้านในวันเดียวกันได้เลยครับ”ครามและลออจันทร์นั่งฟังคำวินิจฉัยของแพทย์ด้วยความดีใจ“คุณหมอหมายความว่า ลลิตหายแล้วใช่ไหมครับ” ลออจันทร์ถามย้ำอย่างตื่นเต้น“ครับ ตอนนี้คุณหนูลลิตปลอดภัยแล้วครับแต่ยังต้องทานยาและมาพบแพทย์ตามนัดด้วยนะครับ”“ขอบคุณครับหมอ” ครามโค้งตัวขอบคุณคุณหมอที่ช่วยชีวิตลูกชายของเขาไว้“ไม่เป็นไรครับ เป็นหน้าที่ของหมออยู่แล้ว”คุณหมอนพ เจ้าของคนไข้นึกชื่นชมเจ้าของโรงพยาบาลตรงหน้าที่ไม่ถือตน เมื่อได้เวลาที่ต้องไปตรวจคนไข้ก็ขอตัวออกไปก่อน ลออจันทร์ลูบกลุ่มผมนุ่มของคนที่ยังหลับใหล“ลลิตปลอดภัยแล้วนะครับ”“รีบตื่นมาฟังข่าวดีได้แล้ว เจ้าตัวยุ่ง” เหมือนลลิตรู้ตัวว่าหม่าม้ากำลังพูดกับตน ร่างบางส่งเสียงพึมพำออกมาอย่าง

  • ลลิตจะปกป้องหม่าม้าเอง   บทที่ 51

    ครามที่สองมือหอบข้าวของของภรรยาและลูกชายมาเต็มสองมือไม่ยอมให้ป้าจิตช่วยถือเดินเข้าโรงพยาบาลมาพร้อมกับคุณไพลินและคุณพิศาลที่เดินหน้าเครียดสร้างความตื่นตกใจให้แก่บุคลากรของโรงพยาบาลเป็นอย่างมาก“พี่คราม ผมได้ยินข่าวของลลิตแล้ว หลานของผมเป็นยังไงบ้างครับ” หมอกันต์ที่ออกไปสัมมนาข้างนอกวิ่งเข้ามาเจอครอบครัวของญาติผู้พี่พอดีถามเสียงลั่นไม่นะ หลานชายที่น่ารักของเขาทำไมต้องโชคร้ายขนาดนี้ด้วย“ตอนนี้ลลิตยังปลอดภัย แกก็อย่าตื่นตระหนกไปมากกว่านี้ได้ไหม กว่าฉันจะปลอบคุณแม่ให้สงบลงต้องใช้เวลาแค่ไหน”ครามกระซิบบอกน้องชายเสียงเบา สายตาคอยมองคุณไพลินที่เดินนำหน้าด้วยความเป็นห่วง“แหะ แหะ เข้าใจแล้วครับ” หมอกันต์แย่งตุ๊กตาไดโนเสาร์สีเหลืองที่ผ่านการใช้งานมาอย่างโชกโชน&

  • ลลิตจะปกป้องหม่าม้าเอง   บทที่ 50

    “ป๊ะป๋าตื่นสาย”ลลิตพูดลอย ๆ เมื่อเห็นครามอุ้มลินินเดินลงมาจากชั้นบน ตอนนี้เขากับคีตากำลังกินข้าวเช้าที่ป้าจิตเป็นคนทำให้ คีตาทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้เกี่ยวกับแผนการของพี่ชายนั่งตักข้าวต้มกินต่อไป “วันนี้วันหยุด ป๊ะป๋าก็อยากตื่นสายบ้าง หม่าม้าก็ชอบตื่นสายเหมือนป๊ะป๋านะ” ครามตอบโต้ลูกชายด้วยการยกหม่าม้าของเจ้าตัวขึ้นมาอ้าง ลลิตหน้าบูดเมื่อพูดอะไรไปเจ้าพ่อบ้ากามก็ไม่สะทกสะท้านจึงนั่งจ้วงข้าวต้มเข้าปากคำโต “มาค่ะ ลินินเดี๋ยวพ่อป้อนหนูนะคะ” “อื้อ ไม่เอาค่ะ หนูอยากกิงเอง ลินินโตแย้วนะ” เด็กหญิงบอกว่าตัวเองโตแล้ว ครามได้แต่นั่งลงทานข้าวแต่โดยดี “เด็ก ๆ ทานข้าวเสร็จหรือยังครับ”ลออจันทร์ที่แต่งตัวเรียบร้อยเดินมาหาลูกชายลูกสาวก่อนจะไล่หอมหัวคนละหนึ่งที&nbs

  • ลลิตจะปกป้องหม่าม้าเอง   บทที่ 49 NC เล็กน้อย

    "แล้วนายจะกลับอิตาลีเลยหรือเปล่า”ลลิตถามอัยวาขณะที่ทั้งสองอยู่ในลิฟต์ ครามอยากตามลงมาด้วยแต่ถูกเตวิชขวางไว้เสียก่อนจึงได้แต่มองลูกชายและอดีตลูกชายเดินออกไปตาละห้อย “คงต้องกลับเลย ฉันลาหยุดได้แค่ไม่กี่วัน” ราฟาเอลก็ทิ้งการเรียนตามเขามาด้วย อัยวาไม่อยากให้แฟนตัวเองถูกไล่ออกจึงต้องรีบกลับไป“ฉันอยากแวะไปหาคุณยายกับคุณตานะแต่ฉันไปตามที่อยู่เดิมกลับมีคนอื่นเข้ามาอาศัยอยู่แล้ว” อัยวาพูดด้วยน้ำเสียงจนใจ ลลิตได้แต่เห็นใจเรื่องของครอบครัวอัยวาเขาคงไปยุ่งมากไม่ได้โอเมก้าสองคนเดินไปยังร้านกาแฟของลออจันทร์ ทันทีที่ลลิตเปิดประตูเข้าไปก็ต้องอมยิ้มเมื่อเห็นอัลฟ่าสองคนนั่งจ้องหน้ากันโดยมีน้องคีย์นั่งทำการบ้านด้วยใบหน้าบอกบุญไม่รับ“พี่ลลิตมาแย้ว”ลินินที่นั่งอยู่บนตักแทนไทดิ้นลงวิ่งมาหาพี่ชาย“ลินินมาได้ไงครับ” ลลิตถามด้วยความแปลกใจ นี่ยังไม่ถึงเวลาเลิกเรียนนี่นา“วันนี้โยงเยียนเล

  • ลลิตจะปกป้องหม่าม้าเอง   บทที่ 10

    “คิก คัก” ลลิตน้อยกำลังเล่นปาลูกบอลอยู่ในคอกเด็กเล่นอย่างสนุกสนานแต่หูกลับคอยเงี่ยฟังบทสนทนาที่ห่างไปไม่ไกล “ผมต้องกราบขอโทษคุณ

  • ลลิตจะปกป้องหม่าม้าเอง   บทที่ 9

    ลลิตมองบรรดาคนแปลกหน้าย้ายของออกจากห้องพัก ตั้งแต่เช้าที่เขารู้สึกตัวก็ถูกครามอุ้มไว้ในอ้อมแขนแล้ว ชายหนุ่มมาคุมการย้ายสัมภาระแม่ลูกด้วยตนเองถึงแม้ว่าลออจันทร์จะบอกว่าไม่เป็นไรก็เถอะ“เสร็จเรียบร้อยแล้วครับ” เตวิชเดินเข้ามารายงานเจ้านายหนุ่มที่นั่งอยู่ม้านั่งใต้ต้นไม้ให

  • ลลิตจะปกป้องหม่าม้าเอง   บทที่ 8

    ย้อนกลับไปเมื่อสามอาทิตย์ก่อนท่ามกลางตึกระฟ้าสูง ชายหนุ่มหน้าตาหล่อเหลารูปร่างกำยำสมกับเป็นอัลฟ่า ยืนมองหน้าต่างดูแสงไฟท้ายรถตรงถนนเคลื่อนที่ไปมาสายตาเหม่อลอยไร้จุดหมาย“คุณครามครับ ได้เวลาแล้วครับ” เตวิช เลขาประจำตัวเอ่ยเตือนเมื่อถึง

  • ลลิตจะปกป้องหม่าม้าเอง   บทที่ 7

    “ฮึก อึก” เสียงสะอื้นไห้ของเด็กน้อยดังเป็นพัก ๆ ร่างอ้วนซึ่งตอนนี้ซุกหน้ากับบ่าลออจันทร์ มือป้อมกอดคอผู้เป็นแม่ไว้แน่นแต่ไม่วายจับหางไดโนเสาร์ไม่ยอมปล่อย“อย่ารัดคอแม่แน่นแบบนั้นสิครับ มาให้พ่ออุ้มมา”ครามเห็นท่าลูกหมีโคอา

فصول أخرى
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status