LOGINหลังจากเสพสุข เสร็จสมอารมณ์รักไปหลายรอบติด แทนที่จะนอนเพราะเพลียหลังจากถูกดูดพลังไปจนหมด ทว่าพะพายกลับดึงเธอออกมานั่งดูพระอาทิตย์ขึ้นในยามเช้าตรู่ ถือว่าแก้ตัวที่เมื่อคืนทำเธองอน
เลยพามานั่งผิงไฟแล้วดื่มด่ำบรรยากาศของทะเลหมอกยามเช้า ต้อนรับพระอาทิตย์ในเช้าวันใหม่ที่กำลังจะโผล่พ้นขอบฟ้าในเวลาต่อมา
“ต้อนรับวันใหม่...หวังว่าเราจะมีคำว่าพรุ่งนี้ด้วยกันทุกวัน”
“อะไรเนี่ย...หวานเป็นกับเขาด้วย” ร่างเล็กเขินเล็กน้อย ก่อนที่จะยกชาร้อนๆ ขึ้นมาจิบแก้เขิน
“ก็ต้องหัดหวานไหม เดี๋ยวทำไม่ถูกใจเธอ...เดี๋ยวก็งอนอีก”
“น่ารักแบบนี้ไง ไม่ให้ฉันหลงได้เหรอ”
“เฟอร์...” ร่างสูงเรียกชื่อเธอด้วยน้ำเสียงจริงจัง ละสายตาจากท้องฟ้าเบื้องหน้าเป็นหันมามองหน้าของเธอแทน
“หืม...” ตอบรับแล้วหันมามองหน้าเขา
เป็นวินาทีที่ทั้งคู่ประสานสายตามองกันเนิ่นนานหลายนาที บรรยากาศแสนโรแมนติกโอบล้อมรอบกายเธอและเขา ทะเลหมอกในยามนี้แทบจะกลายเป็นสีชมพูเพราะถูกระบายด้วยความรักแสนหวานของเธอและเขา ราวกับโลกใบนี้มีเพียงแค่เขาและเธอแค่สองคน จากนั้นเขาก็ค่อยๆ โน้มใบหน้าลงมาใกล้เธอเรื่อยๆ ใกล้กันจนสัมผัสถึงลมหายใจอุ่นๆ ที่เป่ารดกัน ก่อนที่จะป้อนจูบที่แสนหวานในเวลาต่อมา
ใบหน้าสวยเอียงรับจูบจากเขาเล็กน้อย ก่อนที่จะอ้าปากเชิญชวนให้เรียวลิ้นของเขาเข้ามาตวัดหยอกเย้าในโพรงปากนุ่มลื่น ดูดกลืนความหอมหวานในปาก เพียงแค่จูบก็ทำให้หัวใจของทั้งคู่พองโตจนแทบจะระเบิดออกมาด้านนอกแล้ว
มือหนาประคองใบหน้าของเธอเบาๆ ผละจูบแล้วมองหน้าเธอด้วยแววตาหวานเชื่อม จากนั้นก็ใช้นิ้วหัวแม่มือลูบไล้ไปตามกรอบหน้าเธอเบาๆ อมยิ้มเล็กๆ ด้วยความปลื้มใจที่ตรงนี้มีเธออยู่
“พายอยากได้ยินเฟอร์บอกรัก...บอกรักพายหน่อยได้ไหม” เว้าวอนขอร้องให้เธอเอื้อนเอ่ยคำที่อยากฟังออกมา
“อื้ม...ฉันรักนาย...”
“พายก็รักเฟอร์นะ...ไว้ลงดอยไป...ไม่ว่าต่อจากนี้ความรักของเราจะเป็นยังไง...ช่วยจับมือพายแน่นๆ ได้ไหม”
“อื้ม” พยักหน้าตอบรับ ใบหน้าสวยแดงระเรื่อ พร้อมกับมือเล็กที่เอื้อมไปจับมือของเขามากุมเอาไว้
จะว่าไปนอกจากมุมกวนๆ ของเขาแล้ว จริงๆ มุมโรแมนติก มุมหวานของเขาก็มีเหมือนกันนะ เพียงแค่มุมกวนมันจะโดดเด่นเยอะหน่อย แต่ก็ไม่เป็นไร นับว่าเป็นสีสันของชีวิต
หลังจากที่ดื่มด่ำบรรยากาศแสนหวานเต็มรักแล้วก็ต้องไปทำจิตอาสาต่อ โดยค่ายจิตอาสานี้อยู่กันเกือบอาทิตย์ ในส่วนของผู้ชายก็จะช่วยเรื่องก่อสร้างต่อเติมอาคาร ส่วนของผู้หญิงก็จะทำอะไรเล็กๆ น้อยๆ เช่นทาสีอาคาร ดูแลเรื่องความสะอาด และคอยเป็นเครื่องทุ่นแรงให้ผู้ชาย
กว่าจะทำเสร็จก็สูบพลังทุกคนไปเยอะเลย แต่ไม่ว่าจะสูบพลังในช่วงกลางวันเยอะแค่ไหน เวลากลางคืนพะพายก็ยังไม่ยอมแพ้ต่อการทำรักกับเธอ แรงดีไม่มีตก แถมยังอ้างอีกว่ากลางคืนมันหนาวอยากหาอะไรอุ่นๆ ทำก่อนนอนจะได้หลับสบาย
และในที่สุดก็เดินทางมาถึงวันสุดท้าย ซึ่งเป็นวันที่ทุกคนต้องกลับ และต้องมอบทุนการศึกษาให้เด็กๆ และถ่ายรวมกลุ่มกัน เพื่อเป็นหลักฐานให้ทางมหาวิทยาลัยได้เห็นว่าเงินบริจาคได้ถึงมือเด็กๆ จริงๆ จากนั้นก็แยกย้ายกันกลับ ซึ่งคนอื่นๆ กลับรถของทางมหาวิทยาลัย แต่จะมีบางคนที่เอารถส่วนตัวมา เพราะต้องขนเสบียงและของมาบำรุงซ่อมแซม
และด้วยเพราะพะพายเหนื่อยจากการทำงานช่วยเพื่อนๆ หนัก บวกกับหักโหมเรื่องอย่างว่าจนพักผ่อนน้อย ทำให้ผื่นขึ้น เพราะภูมิตก จึงจำต้องเช่าโรงแรมนอนระหว่างทาง และดูท่าไม่ดีเฟอร์เลยแนะนำให้นอนพักก่อนค่อยกลับบ้าน
“เนี่ยเห็นไหม ฉันบอกนายก็ไม่ฟัง รู้อยู่ว่าต้องไปช่วยงานเพื่อนๆ ก็ยังจะนอนน้อยอีก”
“โธ่ก็บรรยากาศมันได้นี่นา...อย่าบ่นได้ไหมปวดหัวจะแย่” เอ่ยตอบด้วยเสียงแหบแห้ง แล้วหลับตาหวังพักผ่อน
“อืมๆ ...ไม่บ่นก็ได้...งั้นนอนพักซะนะ...อยากได้อะไรก็เรียกแล้วกัน...ขอฉันไปอาบน้ำสระผมสักหน่อยก่อน อยู่บนดอยไม่ได้สระผมเลยคันหัวจะแย่”
พูดจบก็ปลีกตัวออกไปจัดการธุระส่วนตัวของตัวเอง ส่วนพะพายก็นอนขดอยู่บนเตียง ใต้ผ้าห่มนวม พอเธอออกมาก็ต้องตกใจเมื่อเขาดันตัวร้อนมาก
“ตายแล้วพะพาย...ทำไมตัวนายถึงได้ร้อนขนาดนี้เนี่ย...ไปหาหมอไหม”
“ไม่เอาลุกไม่ไหว...ปวดหัว” ปัดมือเย็นๆ ของเธอออกจากแก้มเพราะรู้สึกหนาว จากนั้นก็ขดตัวดึงผ้านวมขึ้นมาห่มถึงคอ
“พะพาย...แต่นายตัวร้อนมากเลยนะ...” และไม่ว่าเธอจะคะยั้นคะยอยังไงเขาก็ไม่สนใจ จะเอาแต่นอนลูกเดียวเลย สุดท้ายเธอเลยจำต้องเดินเข้าไปเอาผ้าชุบน้ำมาเช็ดตัวให้เขาหวังระบายความร้อนให้เขา
เช็ดไปก็เอียงหน้าหลบไป บ้างก็ปัดมือเธอออกทำทีท่ารำคาญ แต่เธอก็เช็ดจนเสร็จ แต่กว่าจะเสร็จก็เหนื่อยพอตัวเลย
“เฮ้อ...ตัวเย็นลงแล้ว...นิดนึงก็ยังดี” ปาดเหงื่อแล้วเดินเอาผ้าไปเก็บ และเมื่อดูเวลาก็สายแล้วด้วยอีกอย่างตอนนี้เธอก็เริ่มหิวแล้ว หากเขายังปกติดีเธอก็คงจะอ้อนให้เขาพาไปกินอะไรอร่อยๆ แต่ตอนนี้ทำไม่ได้ จะปลุกให้ตื่นก็กลัวจะรบกวนก็เลย โทรสั่งให้ทางโรงแรมเอาอาหารมาให้ ทว่าความโชคร้าย ไม่รู้ว่าวันนี้มันวันอะไร โรงแรมบอกว่าครัวปิดปรับปรุง เธอเลยจำต้องขับรถออกไปหาซื้ออะไรนอกโรงแรมแทน
หมับ!
“กรี๊ดดดด อื้อ...”
ทว่าหลังจากที่ซื้ออาหารเสร็จเรียบร้อย ระหว่างกำลังจะเดินเข้าโรงแรม เธอกลับถูกใครไม่รู้ฉุด มือหนาปิดปากเธอไว้จากทางด้านหลัง จะร้องโวยวายก็ไม่มีใครได้ยิน ของที่ซื้อมาก็ร่วงหล่นกระจายเต็มพื้น แถมยังถูกเขาพยายามฉุดกระชากลากถูเธอไปในที่อโคจรอีก
และไม่ว่าเธอจะพยายามดิ้นเพื่อต่อสู้ ก็ไม่สามารถทำได้สำเร็จ เพราะตัวเธอและเรี่ยวแรงก็โคตรจะน้อยนิด เลยถูกผู้ร้ายดึงตัวไปได้สำเร็จ วินาทีนี้เธอรับรู้ได้ในทันทีว่า เธอคงจะไม่รอดแล้วจริงๆ ดวงตากลมโตคลอไปด้วยน้ำตา หัวใจตอนนี้เต้นแรงเพราะความหวาดกลัว เต้นแรงเสียจนราวกับว่านี่จะเป็นการเต้นครั้งสุดท้ายของหัวใจแล้ว และเมื่อคิดได้ดังนั้น ก็หลับตาและยอมจำนนต่อความโชคร้ายที่เธอไม่อาจเลี่ยงได้
3ปีต่อมา...“แง้...ปะป๊า...ให้เฟิร์สเล่นบ้าง...ปะป๊าลงมา” เสียงเด็กน้อยวัย3ขวบงอแงประท้วงผู้เป็นพ่อที่นั่งรถบังคับของตัวเองขับทั่วบ้านไม่ยอมแบ่งใครเลย แถมยังปล่อยให้ลูกชายตัวน้อยวิ่งตามรถที่ตนขี่อีกบรื้นนนนนน“ปื้นๆ ขอทางหน่อยครับ...เดี๋ยวปะป๊าชนนะ” พะพายกล่าวกับลูก พร้อมกับทำเสียงแตรหวังบอกให้ลูกชายตัวน้อยหลีกทางให้เขาและดูเหมือนว่าจะสนุกยิ่งกว่าลูกเสียอีก ไม่พอยังทำลูกร้องไห้วิ่งไปฟ้องแม่อีก“มะ...ม๊า...ปะป๊าแย่งเฟิร์ส”“นี่พะพาย...โตขนาดนี้แล้วยังแย่งลูกอีก...ฉันให้ดูลูกยังทำลูกร้องไห้อีก...นี่นายตั้งใจกวนประสาทฉันหรือไงห๊ะ...ฉันประชุมกับเพื่อนอยู่เห็นไหม” เฟอร์เดินออกมาจากห้องทำงาน แล้วมาบ่นพะพายที่ทำลูกร้องเสียงดังรบกวนเธอจนเสียงลอดไปในห้องทำงาน“เอ้า...ประชุมเสร็จแล้วเหรอ...ปะๆ ...ไปดินเนอร์กัน...เดี๋ยวเอาน้องเฟิร์สไปให้ปู่เลี้ยง”“ฉันด่านี่สลดบ้างไหม...” เฟอร์กล่าวอย่างหัวเสีย จะไม่หงุดหงิดเลย ถ้าโปรเจคจิวเวอรี่ล็อตใหม่ไม่ถูกลอกจากร้านแบรนด์ของคู่แข่ง“พะพาย...เฟอร์มันเครียดอยู่...” หุ้นส่วนอย่างยูมิบอกด้วยเสียงจริงจัง จนพะพายที่เอาแต่คึก อยากให้เธอผ่อนคลายออกมาจากห้องทำงานรู
งานแต่งงานที่แพลนกันเอาไว้เริ่มใกล้เข้ามาทุกที แต่แทนที่เจ้าสาวจะวุ่นวายกับงานแต่ง ทว่ากลับเอาแต่นั่งกิน ช่วงนี้เธอกินเก่งมากๆ พะพายเลยตั้งใจอยากจะรีบจัดงานให้เร็วที่สุด เพราะกลัวว่าเธอจะเป็นขี้ปากชาวบ้าน ว่าท้องก่อนแต่งซึ่งงานแต่งถูกจัดขึ้นอย่างสมเกียรติที่โรงแรมหรูแปดดาว เหมายกชั้น รวมกับเปิดห้องให้แขกเหรื่อที่มาไกลๆ ได้มีที่พักกันด้วยบรรยากาศในงานนั้นจัดตรีมเทพนิยาย และเจ้าบ่าวของเธอวันนี้คืออัศวิน เธอเป็นคนจัดแจงให้เขาเอง เพราะเขาเป็นดั่งอัศวินขี่ม้าขาวมาช่วยเธอตลอด ตั้งแต่วันแรก และไม่ว่าจะครั้งไหนๆ ที่เธอเจออันตราย วันนั้นจะมีเขาคอยช่วยเธอไว้ได้ทันเสมอส่วนเธอก็เป็นดั่งเจ้าหญิงแสนสวยที่ค่อยๆ เดินควงแขนพ่ออย่างไต้ฝุ่นเข้าสู่ประตูวิวาห์ ด้วยชุดราตรีสีขาวอมชมพูยาวลากพื้น กระโปรงด้านหน้าฟูๆ สั้นเพียงแค่หน้าขา ด้านหลังยาวลากพื้นประมาณแปดเมตร ดีเทลชุดประดับไปด้วยผีเสื้อสีพาสเทลละมุนๆ ถักทออย่างประณีต ผมสีน้ำตาลลอนเป็นธรรมชาติถูกปล่อยสยายสวยงาม ใบหน้าตกแต่งหวานๆ เข้ากับใบหน้าสวยหวานทว่ากลับดูดื้อรั้นไปในคราเดียวกันสองขาค่อยๆ ก้าวไปตามพื้นพรมที่โรยไปด้วยกลีบกุหลาบสีขาว ด้านข้างเป็นโต
ด้านพะพาย...“เฮ้อเหลือเงินแค่2ร้อยเอง จะเลี้ยงพ่อตาพอไหมเนี่ย” ร่างสูงมองดูเงินในกระเป๋าพร้อมกับหันไปมองพ่อตาที่นอนหลับปุ๋ยอยู่บนเตียงด้วยใบหน้าสิ้นหวัง“ทักไปกู้ไอ้หมอกก็ได้วะ” เมื่อไม่มีทางเลือกเลยจำเป็นเข้าแชทเพื่อขอความช่วยเหลือจากแฝดตัวเอง แต่ทว่าจังหวะที่เขากำลังจะพิมพ์ขอความช่วยเหลือ สัญญาณอินเทอร์เน็ตกลับหมุนติ้วๆ“เอ้า...เวรเอ๊ย...เน็ตหมดวันนี้อีก...โอ๊ย...เฟอร์...พายผิดไปแล้ว...ฮือ...พายอยากกลับบ้าน” มือหน้ายกขึ้นลูบหน้าตัวเองแรงๆ เพื่อระบายความขุ่นมัวในจิตใน ชีวิตนี้มันจะซวยอะไรเบอร์นั้นอะ เงินก็จะหมด เน็ตก็มาหมดวันนี้อีก“ลูกเขย...ป๊าอยากกินหมูกระทะอะ...เราไปกินกันไหม” ฟงเอ่ยชวน เมื่อได้กลิ่นเหมือนว่าข้างห้องจะย่างหมู ซึ่งมันยั่วน้ำลายเขาเหลือเกิน แถมทั้งวันก็ยังไม่กินข้าวเลย เงินก็ร่อยหรอลงไปเต็มที แต่เมียก็ยังไม่มีสัญญาณว่าจะหายโกรธ“ป๊าครับ...ผมเหลือเงินแค่สองร้อยเอง...ของป๊าเหลือเท่าไหร่”“ป๊าเหลือร้อยเดียว” สิ้นหวังหนักกว่าเดิม จะบ้าตาย3ร้อยรวมกันสองคน จะผ่านพ้นวันนี้ไปได้ยังไง“เราต้มบะหมี่กินกันเถอะครับ หมูกระทะเอาไว้ก่อน” พะพายกล่าว จากนั้นก็เดินไปกดน้ำร้อนใส่บะหม
ผ่านไปประมาณสิบนาทีเธอก็เดินเข้าไปในห้องที่ฟงและพะพายอยู่ แต่ด้วยเพราะทั้งคู่ไม่ได้มีบัตรสมาชิกเลยไม่สามารถเข้าไปไม่ได้แบบโจ่งแจ้ง จึงโดนพนักงานกักตัวไว้ก่อน“เข้าไม่ได้นะคะ ห้องนี้มีลูกค้าใช้บริการอยู่ค่ะ”“แต่ฉันเป็นเมียของมัน ถ้าไม่ให้ฉันเข้าไป ฉันจะสั่งปิดร้านเธอแล้วแจ้งข้อหาค้าประเวณี” เฟอร์กล่าวเสียงแข็ง จนพนักงานชะงัก“ว่าไง...จะให้ฉันเข้าไปจัดการผัวของพวกเราได้ยัง...ถ้าให้เข้าไปฉันจะไม่เอาเรื่องที่ร้านเธอ แต่ถ้าไม่...รู้ใช่ไหมว่ามันปิดได้ง่ายๆ เลยนะ ถ้าไม่อยากซวยก็หลีกทางซะ” ครั้งนี้เป็นเหม่ยจิงที่พูดขึ้น สุดท้ายพนักงานก็จำต้องให้เธอและแม่เข้าไปด้านใน เพราะกลัวว่าสถานที่ของเจ้านายจะปิดตัว“อืม...นวดแรงๆ สิหนูเดี๋ยวเฮียให้ทิป” เสียงอ่อนเสียงหวานของฟงเอ่ยขึ้น“แหมป๊า...อยู่บ้านกับเมียเสียงหวานแบบนี้ไหม” พะพายเอ่ยถามเชิงขำ ไม่จริงจังนัก ก่อนที่จะปล่อยให้สาวสวยอกตู้มนวดต่อโดยที่ทั้งคู่ก็แช่อ่างน้ำร้อน ใบหน้าคือผ่อนคลายสุดๆ ฟงนี่มองนมพนักงานแทบไม่วางตา แต่แล้วสวรรค์ก็ต้องดับลงกลางอากาศเมื่อเหม่ยจิงเดินเข้าไปยืนตรงหน้า ตามด้วยเฟอร์ที่เดินเข้าไปเช่นเดียวกัน“เฮือก...หมวยเล็ก...อาจิง
แจ๊ะ แจ๊ะ!!ลิ้นร้อนตวัดเลียกลีบดอกไม้ฉ่ำๆ ตรงหน้ารัวๆ ทำเอาร่างเล็กนั้นอยู่แทบไม่สุข ร่อนเอวเด้งรับลีลาของลิ้นเขาไม่พัก จนในที่สุดเธอปลดปล่อยน้ำหวานใสๆ เคลือบคลอออกมานอกปากทางรัก ส่วนพะพายก็ดูเลียกินอย่างตะกละตะกลามเสร็จด้วยปากแล้ว ก็แน่นอนว่าต้องได้กระแทกด้วย เพราะคนอย่างเอาน้ำเดียวไม่เคยพออยู่แล้ว หากเธอเป็นอาหาร ก็คงจะเป็นอาหารจานโปรดแสนอร่อย ที่กินเท่าไหร่ก็ไม่รู้จักอิ่ม มีแต่จะเบิ้ลเพิ่ม เอาให้จุกกันไปข้างเลยพะพายยืนขึ้นเต็มความสูงแล้วช้อนร่างเล็กขึ้นจากโซฟา เดินดุ่มๆ เข้าไปในห้องนอน ก่อนที่จะจัดลีลารักแสนเร่าร้อนจนเตียงสั่น กว่าเขาจะปล่อยให้เธอได้นอนก็เกือบเช้า ส่วนเขาก็อิ่มหนำสำราญใจ กอดก่ายเธออยู่ใต้ผ้าห่มนวมผืนใหญ่ ทั้งที่ยังเปลือยกายด้วยกันทั้งคู่ช่วงสายของวันต่อมา...ร่างเล็กในอ้อมกอดอันอบอุ่นค่อยๆ ลืมตาตื่นขึ้นมาเพราะเพชรที่ถูกแสงแดดกระทบมันแยงตาเธอจนตาแทบบอด แต่แทนที่จะหงุดหงิดกลับอมยิ้ม เมื่อลืมตาขึ้นมาเห็นแหวนที่อยู่บนนิ้วนางข้างซ้าย แหวนที่สวมมาที่นิ้วของเธอด้วยฝีมือของเขาเมื่อคืนนี้ และเธอไม่ได้มโนไปเอง มันคือเรื่อจริงที่จับต้องได้แม้ว่าจะเป็นการขอแต่งงานที่เริ่ม
หัวใจของเธอเต้นคร่อมจังหวะทันที จากนั้นเขาก็เอื้อมมือมาจับมือข้างซ้ายของเธอไปจูบ และนั่นก็ยิ่งทำให้เธอยิ่งเขินเข้าไปใหญ่ ยิ้มหน้าบานแทบไม่หุบ“พะพาย...” ร่างเล็กน้ำตาคลอ มองหน้าเขาอย่างไม่ค่อยเชื่อสายตา ว่าคนทรงกวนแบบเขาจะมีโมเม้นท์นี้ขอเธอแต่งงานแก๊ก แก๊ก!!“กรี๊ดดดดดดด ไอ้บ้าพะพาย...ทำบ้าอะไรของนายวะเนี่ย” แล้วแล้วก็ต้องลมออกหูเมื่อสิ่งที่เขาหยิบออกมาไม่ใช่แหวนเพชรเม็ดโตอย่างที่เธอวาดฝันแสนหวานเอาไว้ แต่มันคือมีดตัดเล็บ แล้วเขาก็กำลังตัดเล็บของเธอที่เธอเพิ่งจะไปทำมาด้วย“นี่คือคุณค่าที่เธอคู่ควรที่สุด ตัดซะบ้างเล็บน่ะ แสบหลังเป็นบ้า ข่วนจนหลังฉันลายหมดแล้ว” พูดพร้อมกับบรรจงตัดเล็บให้เธอต่อ โดยที่เธอก็พยายามชักกลับ แต่ก็ไม่สามารถต้านแรงของเขาได้ บวกกับกลัวว่าถ้ายื้อแย่งกันไปมามีดตัดเล็บจะตัดนิ้วเธอเอา“ไอ้บ้าพะพาย!! เล็บฉันเพิ่งไปทำมานะ!!”พูดพร้อมกับน้ำตาคลอเบ้า นึกเสียดายเล็บสวยๆ“ก็ทำแบบสั้นๆ สิ...จะไว้ยาวทำไม...เธอเห็นหลังฉันหรือยัง...ว่ามันลายแค่ไหน...มีแต่รอยเล็บเธอเนี่ย”“หึ่ย!! ฉันไม่น่าไปคาดหวังกับคนอย่างนายเลย” จากที่เขินๆ เมื่อครู่ พอถูกกระชากลงมาจากสวรรค์เพราะถูกคนบ้าอย่า
1อาทิตย์ต่อมา...“ม๊าคะ...วันนี้มีอะไรทานบ้างคะ” ร่างเล็กในชุดเดรสสีหวานเดินลงมาถามหาอาหารกับแม่ ในช่วงสายของวัน“ข้าวผัดกุ้งจ้ะ...แล้วนี่จะไปไหน...” เอ่ยตอบ ก่อนที่จะถามกลับเมื่อเห็นว่าลูกสาวไม่ได้อยู่ในชุดนอนอย่างเช่นทุกวันช่วงหลังๆ มานี้ เวลาที่เธออยู่บ้านเธอก็มักจะใส่ชุดนอนทั้งวัน ถ้าวันไหนไม่
จากนั้นทั้งคู่ก็นั่งรอ แต่ระหว่างที่รอก็นั่นหยอกเย้ากันอยู่ที่โซฟา ผลัดกันดูคลิปตลก หัวเราะคิกคักกันอย่างมีความสุข ราวกับไม่เคยผ่านความทุกข์ใจมาเลย“พะพาย...ดูนี่ดิ...คิคิ...ตลกเนอะ” คนตัวเล็กที่นอนหนุนตักแฟนหนุ่มอยู่ยื่นมือถือให้เขาดู แล้วระเบิดหัวเราะออกมาพร้อมกัน รอยยิ้ม แววตาที่เปล่งประกายความส
พรึ่บ!มือที่กุมกันอยู่ก่อนหน้านั้นรีบปล่อยออกจากกัน และเป็นจังหวะเดียวกันกับที่ฟงเห็นหน้าพะพายชัดเจน“ไอ้หนุ่มนี่มัน...” ฟงเอ่ยขึ้นเมื่อรู้สึกคุ้นหน้าคุ้นตาพะพาย “ลูกไอ้ฝุ่นวันนั้นใช่ไหม?”“อุ๊ย...สวัสดีครับป๊า...เจอกันซะแล้วนะครับ”“นี่แกอย่าบอกนะว่า...เป็นแฟนลูกฉันน่ะ”“ครับคุณป๊า...ผมขอแนะนำตัว
“ถึงแล้ว...” หลังจากที่นั่งรถมาเกือบ20นาที พะพายก็เอ่ยขึ้น พร้อมกับดึงเบรกมือขึ้น ตามด้วยปลดเข็มขัดนิรภัยให้เธอและเขา จากนั้นก็กำชับเธอว่าอย่าเพิ่งเอาผ้าปิดตาออกส่วนเขาก็รีบลงจากรถ อ้อมไปเปิดประตูให้เธอ แล้วดึงแขนเธอออกมาจากรถ โดยใช้มือบังศีรษะของเธอเอาไว้เพราะกลัวว่าหัวเธอจะชน ทุกอย่างที่เขาตั้งใ







