Mag-log inตกดึกเหล่านักศึกษาก็พากันรวมตัวก่อกองไฟทำอาหาร ที่นี่ไม่มีเตาแก๊ส แต่ทั้งนี้ ก็ไม่ได้เป็นอุปสรรคเพราะทุกคนก็ต่างใช้วิชาลูกเสือกัน โชว์ความสามารถในการก่อกองไฟ และทำอาหาร เรียกได้ว่าเป็นสีสันเลยล่ะ ราวกับว่าย้อนวัย นับว่าสนุกไปอีกแบบ
เมื่อจัดการทำอาหารกันเสร็จสรรพก็จับจ่ายอาหารให้ทั่วกันทุกคน ดีที่เฟอร์เองก็กินได้ไม่ได้เรื่องมาก แต่ติดที่เธอไม่อิ่ม เพราะติดกินจุกจิก โชคดีที่พะพายเตรียมเสบียงอื่นๆ ติดรถมาด้วยพอกินเสร็จก็ไปนั่งรับลมหนาว ผิงไฟกันฉ่ำๆ
บนเขายิ่งดึกก็ยิ่งหนาว แต่ความหนาวกลับถูกโอบล้อมไปด้วยดวงดาวนับล้านดวงที่ส่องสว่างอย่างชัดเจน ถือว่าขึ้นเขามาครั้งนี้ไม่เหนื่อยเปล่าจริงๆ เพราะวิวสวยมาก ยิ่งมืดก็ยิ่งเห็นดวงดาวชัดเจน ต่างจากในเมืองที่ไม่ค่อยจะเห็นเลย
“ดาวสวยมาก!!...อ๊าส์” ดวงตากลมโตเป็นประกายจับจ้องมองไปยังท้องฟ้าในยามราตรี สองแขนกอดตัวเองเอาไว้ เพราะถูกความหนาวเข้ามาปกคลุม
“หนาวเหรอ” พะพายที่เห็นท่าทางสั่นๆ ของเธอก็เอ่ยถามขึ้น
“อืม”
“งั้นเข้าไปนอนกันไหม ข้างนอกหนาวแล้ว”
“อ้าว...นายไม่ได้คิดจะถอดเสื้อคลุมมาห่มให้ฉันหรอกเหรอ” เฟอร์มองหน้าพะพายด้วยแววตาผิดหวัง จริงๆ อย่างที่เธอคิดคือช่วงเวลานี้เขาต้องเป็นคนถอดมาคลุมให้เธอแล้วสิ อย่างในละครที่พระเอกจะเป็นคนถอดเสื้อให้เเล้วนั่งดูดาวกันอย่างโรแมนติกน่ะ แต่นี่อะไร ทำไมไม่เป็นอย่างที่คิดเลย
“ถอดทำไม ฉันก็หนาวเหมือนกัน ถ้าฉันถอดไปให้เธอ...ฉันก็หนาวน่ะสิ...ไปๆ ลุกเข้าไปนอนในเต็นท์...นอนกอดกันจะได้อุ่นๆ” พูดจบก็ลุกขึ้นแล้วดึงแขนเรียวให้ลุกเดินตามเขาเข้าไปในเต็นท์ ส่วนเฟอร์เองก็ฮึดฮัดอยู่ในใจ คนบ้าอะไร ไม่มีความโรแมนติกเอาเสียเลย
“อย่ามากอด!!” สะบัดตัวออกห่างจากเขา แล้วปัดแขนของเขาออกจากตัว
“เอ้า...ไม่กอดได้ไงหนาว” ชะงักกับท่าทีงอนๆ ของเธอเล็กน้อยแล้วพยายามกอดเธออีกครั้ง
“หนาวก็ไปห่มผ้า!!”
“เอ้า...อะไรเนี่ย...เมื่อกี้ยังดีๆ อยู่เลย...ฉันผิดอะไรเนี่ยเฟอร์” คนถูกงอนถึงกับโวยวาย ไม่เข้าใจว่าที่ถูกงอนเหตุผลคือแค่เขาไม่ถอดเสื้อคลุมให้แค่นี้น่ะเหรอ
“ออกไปข้างนอกไปรำคาญ” ว่าแล้วก็เอ่ยปากไล่เขาออกนอกเต็นท์ไป
แล้วด้วยความงงจึงคิดทบทวนว่าเมื่อครู่เขาได้ทำอะไรพลาดพลั้งไปหรือเปล่า แต่พอเหลือบมองไปอีกทางก็เห็นเรย์ออกมาจากเต็นท์ของยูมิด้วยสีหน้าไม่ต่างกันกับเขา
“โดนไล่ออกมานอกเต็นท์เหมือนกันเหรอ” เรย์ถาม
“อืม...ของมึงเหตุผลอะไร”
“เถียงกันเรื่องสถานะผัว ยัยนั่นจะเป็นผัวกูให้ได้เลย”
“ผู้หญิงนี่ไร้สาระฉิบหาย” สบถกับตัวเองเบาๆ
“แล้วเหตุผลมึงล่ะ คืออะไร”
“คง...เพราะกูไม่ถอดเสื้อไปคลุมไหล่ให้มั้ง”
“แค่นี้? อะไรวะเนี่ย...ทำไมผู้หญิงเอาใจยากแบบนี้”
“ก็กูหนาว...จะให้กูถอดไปให้ กูจะใส่อะไรล่ะ...แล้วก็เห็นอยู่ว่าดึกๆ มันหนาว ทำไมไม่หยิบของตัวเองมาใส่ เต็นท์ก็อยู่แค่นี้ กูโคตรไม่เข้าใจเลยทำไมเรื่องแค่นี้ต้องเอามางอนด้วย ชีวิตรักกูจะรอดไหมเนี่ย” บ่นอย่างหัวเสีย
“แล้วคืนนี้เราจะเอาไงดี นอนเต็นท์กูไหม...ว่างอยู่นะ” เรย์ชี้ไปที่เต็นท์ของตน เชิญชวนให้พะพายเข้าไปนอน ด้วยสายตาสุดสยิวกริ้วจนพะพายแทบขนลุก
“ฮึ่ย! กูยอมให้เมียด่า ดีกว่านอนร่วมเต็นท์กับมึง อ้อ...ที่ยูมิบอกมึงเหมาะเป็นเมีย...กูว่าจริง...ไปยอมรับความจริงแล้วยอมเป็นเมียยัยทอมนั่นซะไป” ปัดมือไล่เพื่อนกลับเต็นท์ ด้วยทีท่าสยดสยอง
“เฟอร์...ขอกอดหน่อย” เข้ามาในเต็นท์ก็มุดเข้าไปนอนกับเธอในผ้าห่ม แล้วมุดจากด้านล่างแบบนี้มันก็เสียวน่ะสิ แถมยังถูกมือเย็นๆ ลูบเรียวขาทำเอาขนลุกซู่เลยทีนี้
“อ๊ะ...อย่านะพะพาย” กัดฟันตอบแม้จะสั่นสะท้านเพราะถูกสัมผัสอันวูบวาบจากเขาก็ตาม พยายามสะกดกั้นอารมณ์ขอตนเอาไว้ ไม่ให้เขาจับทางได้ ว่าตอนนี้เธอเองก็มีอารมณ์เหมือนกัน เพียงแค่ยังงอนอยู่
“ที่รักครับ...มันหนาวอะ...ให้พายช่วยทำให้อุ่นนะ...นะเตงนะ” พูดด้วยเสียงกระเส่า ตามด้วยค่อยๆ เนียนแทรกตัวเข้าไปใต้ผ้าห่ม แล้วเข้าไปอยู่ระหว่างขาทั้งสองข้างของเธอ
มือหนาลูบไล้ที่ต้นขา ปากหยักก้มจูบซับเบาๆ ความอุ่นจากริมฝีปากและลมหายใจของเขาในตอนนี้ ทำเอาร่างเล็กนั้นเสียวซ่านไปทั่วทั้งกาย
“พะ...พะพาย...อืม...”
“พายอยากทำให้เฟอร์อุ่น...ให้พายทำนะ...” ร้องขอคำอนุญาตจากเธอเสียงแหบพร่า ในขณะที่มือและปากก็ยังคงสาละวนอยู่ที่ตรงกลางหว่างขาของเธอ
ก่อนที่จะค่อยๆ เนียนถอดกางเกงและชั้นในออกอย่างถือวิสาสะ ภายใต้ผ้าห่มนวมผืนใหญ่ที่เขาหอบหิ้วมาด้วย แล้วเต็นท์ของเขาอำนวยความสะดวกขนาดนี้บอกเลยหากจะทำรักกัน ก็ไม่มีหัวเข่าเขียวแน่นอน บอกแล้วไงมาลำบากก็จริง แต่ความลำบากเท่ากับ0
แจ๊ะ แจ๊ะ แจ๊ะ!!
และทันทีที่อาภรณ์ด้านล่างถูกถอดออก เขาก็สอดสองนิ้วใหญ่เข้าไปในร่องแสนหวานแล้วตวัดเข้าออกทันที ตามด้วยโน้มในหน้าเข้าไปใกล้ๆ แล้วตวัดเรียวลิ้นเลียร่องแยกที่มีนิ้วชักเข้าออกรัวๆ
“อ๊ะ...อ๊าส์...” ครางเสียงหวาน กัดปากล่างไว้แน่นเพราะกลัวว่าเสียงของเธอจะเล็ดลอดออกไปนอกเต็นท์
สะโพกมนร่อนเด้งใส่เรียวลิ้นอย่างลืมตัว ความเสียวซ่านเล่นงานจนร่างเล็กนั้น ดิ้นพล่านอยู่แทบไม่เป็นสุข มือเล็กข้างหนึ่งลูบไล้ไปที่หน้าท้องของตัวเอง จากนั้นก็เลื่อนขึ้นบีบเคล้นอกอวบของตน เคล้าคลอตามไปด้วย ส่วนอีกข้างที่ยังว่างๆ ก็ขย้ำกลุ่มผมสลวยของเขาบ้างก็กดศีรษะหวังให้เขาสัมผัสเธอลึกยิ่งขึ้น
น้ำหวานสีใสถูกเรียวลิ้นร้อนของเขาตวัดอย่างหื่นกระหาย นิ้วเรียวยังคงชักเข้าออก แต่ทว่ากลับถี่และเร็วขึ้นตามห้วงอารมณ์ของเธอที่โหมกระหน่ำอย่างหนัก
“อ๊ะ...พะ...พาย...อื้ม...”
“เสียวก็ปล่อยออกมา...” เขาว่าแล้วเร่งการชักเข้าออกของนิ้วรัวๆ จนในที่สุด ร่องรักของเธอก็ตอดรัดนิ้วของเขาแล้วกระตุก พร้อมกับปลดปล่อยน้ำหวานสีใส และทันทีที่น้ำหวานเธอไหลเยิ้มออกมาเคลือบคลอปากทางรัก ก็ถูกพะพายดูดกลืนไปจดหมด ไม่ให้เหลือแม้สักหยดเดียวราวกับไปหิวน้ำมาจากที่ไหน
“อื้ม...” เพียงแค่ลิ้น ตวัดขึ้นลงรัวๆ ก็ทำเอาร่างเล็กเสียวซ่านระคนรัญจวนจนสติล่องลอยไปไหนต่อไหนแล้ว มันวูบวาบ เหมือนมีแมลงบินวนอยู่ในท้องน้อย หายใจแทบไม่ทั่วท้อง เพราะถูกความวูบวาบเล่นงานเข้าอย่างหนักหน่วง
“อ๊าส์...พาย...เฟอร์เสียว...” และในที่สุดเธอก็เสร็จสมอารมณ์รักในเวลาต่อมา ส่วนพะพายก็ไม่รอช้าสะบัดผ้าห่มออกเพราะเริ่มรู้สึกร้อน ที่ถูกไฟรักอันร้อนแรงวิ่งพล่านไปทั่วกาย
เฟอร์เองก็ไม่ต่างกัน จากที่ในตอนแรกอากาศหนาวมากๆ บัดนี้กลับถูกความเร่าร้อนแผดเผาจนความหนาวเย็นไม่สามารถดับความร้อนในกายของเขาทั้งคู่ได้เลย ยิ่งมีแต่จะทวีคูณ และร้อนแรงมากขึ้นไปอีก
ท่อนลำที่แข็งตึงถูกมือหนากำและชักเข้าออกจากนั้นก็ถูไถไปที่ร่องฉ่ำแฉะ ของเธอ และสอดเข้าไปทีเดียวสุดลำในนาทีต่อมา
สวบ!!
“อื้ม...พะพาย...จุก...” สองมือดันหน้าท้องของเขาเอาไว้ ด้วยความรำคาญจึงรวบมันด้วยมือเดียวตรึงไว้ที่เหนือศีรษะ ไม่วายก้มลงป้อนจูบ ตวัดเรียวลิ้นวนหยอกเย้ากับลิ้นเล็กๆ ของเธอ จูบที่ทำให้ใจสั่น วูบวาบหายใจไม่ทั่วท้อง
ในขณะที่ปากก็จูบอย่างดูดดื่ม เอวสอบก็เริ่มขยับ ความเป็นชายผลุบเข้าผลุบออก จากเนิบๆ ก็เริ่มเร่งความเร็ว ความคับแคบตอดรัดท่อนรักของเขาเสียจนทรมาน ทว่ากลับเป็นความทรมานที่แสนรัญจวนสุดๆ
ปั่ก ปั่ก ปั่ก!!
เสียงเนื้อกระทบเนื้อกระแทกกระทั้นจนเกิดเสียงลามกถี่ๆ บวกกับเสียงครางที่ดังเคล้าคลอกันอื้ออึงระงมไปหมด วินาทีนี้ทั้งคู่ถูกความเสียวเข้าเล่นงานอย่างจัง จนไม่อาจกลั้นเสียงครางได้เลย หากใครจะแซวก็ช่างแล้ว ไม่สนใจ ขอแค่ตอนนี้ได้ปลดปล่อยความต้องการที่กำลังดำดิ่งสู่ห้วงอารมณ์แสนเร่าร้อนเสียก่อน อย่างอื่นค่อยว่ากันทีหลัง
3ปีต่อมา...“แง้...ปะป๊า...ให้เฟิร์สเล่นบ้าง...ปะป๊าลงมา” เสียงเด็กน้อยวัย3ขวบงอแงประท้วงผู้เป็นพ่อที่นั่งรถบังคับของตัวเองขับทั่วบ้านไม่ยอมแบ่งใครเลย แถมยังปล่อยให้ลูกชายตัวน้อยวิ่งตามรถที่ตนขี่อีกบรื้นนนนนน“ปื้นๆ ขอทางหน่อยครับ...เดี๋ยวปะป๊าชนนะ” พะพายกล่าวกับลูก พร้อมกับทำเสียงแตรหวังบอกให้ลูกชายตัวน้อยหลีกทางให้เขาและดูเหมือนว่าจะสนุกยิ่งกว่าลูกเสียอีก ไม่พอยังทำลูกร้องไห้วิ่งไปฟ้องแม่อีก“มะ...ม๊า...ปะป๊าแย่งเฟิร์ส”“นี่พะพาย...โตขนาดนี้แล้วยังแย่งลูกอีก...ฉันให้ดูลูกยังทำลูกร้องไห้อีก...นี่นายตั้งใจกวนประสาทฉันหรือไงห๊ะ...ฉันประชุมกับเพื่อนอยู่เห็นไหม” เฟอร์เดินออกมาจากห้องทำงาน แล้วมาบ่นพะพายที่ทำลูกร้องเสียงดังรบกวนเธอจนเสียงลอดไปในห้องทำงาน“เอ้า...ประชุมเสร็จแล้วเหรอ...ปะๆ ...ไปดินเนอร์กัน...เดี๋ยวเอาน้องเฟิร์สไปให้ปู่เลี้ยง”“ฉันด่านี่สลดบ้างไหม...” เฟอร์กล่าวอย่างหัวเสีย จะไม่หงุดหงิดเลย ถ้าโปรเจคจิวเวอรี่ล็อตใหม่ไม่ถูกลอกจากร้านแบรนด์ของคู่แข่ง“พะพาย...เฟอร์มันเครียดอยู่...” หุ้นส่วนอย่างยูมิบอกด้วยเสียงจริงจัง จนพะพายที่เอาแต่คึก อยากให้เธอผ่อนคลายออกมาจากห้องทำงานรู
งานแต่งงานที่แพลนกันเอาไว้เริ่มใกล้เข้ามาทุกที แต่แทนที่เจ้าสาวจะวุ่นวายกับงานแต่ง ทว่ากลับเอาแต่นั่งกิน ช่วงนี้เธอกินเก่งมากๆ พะพายเลยตั้งใจอยากจะรีบจัดงานให้เร็วที่สุด เพราะกลัวว่าเธอจะเป็นขี้ปากชาวบ้าน ว่าท้องก่อนแต่งซึ่งงานแต่งถูกจัดขึ้นอย่างสมเกียรติที่โรงแรมหรูแปดดาว เหมายกชั้น รวมกับเปิดห้องให้แขกเหรื่อที่มาไกลๆ ได้มีที่พักกันด้วยบรรยากาศในงานนั้นจัดตรีมเทพนิยาย และเจ้าบ่าวของเธอวันนี้คืออัศวิน เธอเป็นคนจัดแจงให้เขาเอง เพราะเขาเป็นดั่งอัศวินขี่ม้าขาวมาช่วยเธอตลอด ตั้งแต่วันแรก และไม่ว่าจะครั้งไหนๆ ที่เธอเจออันตราย วันนั้นจะมีเขาคอยช่วยเธอไว้ได้ทันเสมอส่วนเธอก็เป็นดั่งเจ้าหญิงแสนสวยที่ค่อยๆ เดินควงแขนพ่ออย่างไต้ฝุ่นเข้าสู่ประตูวิวาห์ ด้วยชุดราตรีสีขาวอมชมพูยาวลากพื้น กระโปรงด้านหน้าฟูๆ สั้นเพียงแค่หน้าขา ด้านหลังยาวลากพื้นประมาณแปดเมตร ดีเทลชุดประดับไปด้วยผีเสื้อสีพาสเทลละมุนๆ ถักทออย่างประณีต ผมสีน้ำตาลลอนเป็นธรรมชาติถูกปล่อยสยายสวยงาม ใบหน้าตกแต่งหวานๆ เข้ากับใบหน้าสวยหวานทว่ากลับดูดื้อรั้นไปในคราเดียวกันสองขาค่อยๆ ก้าวไปตามพื้นพรมที่โรยไปด้วยกลีบกุหลาบสีขาว ด้านข้างเป็นโต
ด้านพะพาย...“เฮ้อเหลือเงินแค่2ร้อยเอง จะเลี้ยงพ่อตาพอไหมเนี่ย” ร่างสูงมองดูเงินในกระเป๋าพร้อมกับหันไปมองพ่อตาที่นอนหลับปุ๋ยอยู่บนเตียงด้วยใบหน้าสิ้นหวัง“ทักไปกู้ไอ้หมอกก็ได้วะ” เมื่อไม่มีทางเลือกเลยจำเป็นเข้าแชทเพื่อขอความช่วยเหลือจากแฝดตัวเอง แต่ทว่าจังหวะที่เขากำลังจะพิมพ์ขอความช่วยเหลือ สัญญาณอินเทอร์เน็ตกลับหมุนติ้วๆ“เอ้า...เวรเอ๊ย...เน็ตหมดวันนี้อีก...โอ๊ย...เฟอร์...พายผิดไปแล้ว...ฮือ...พายอยากกลับบ้าน” มือหน้ายกขึ้นลูบหน้าตัวเองแรงๆ เพื่อระบายความขุ่นมัวในจิตใน ชีวิตนี้มันจะซวยอะไรเบอร์นั้นอะ เงินก็จะหมด เน็ตก็มาหมดวันนี้อีก“ลูกเขย...ป๊าอยากกินหมูกระทะอะ...เราไปกินกันไหม” ฟงเอ่ยชวน เมื่อได้กลิ่นเหมือนว่าข้างห้องจะย่างหมู ซึ่งมันยั่วน้ำลายเขาเหลือเกิน แถมทั้งวันก็ยังไม่กินข้าวเลย เงินก็ร่อยหรอลงไปเต็มที แต่เมียก็ยังไม่มีสัญญาณว่าจะหายโกรธ“ป๊าครับ...ผมเหลือเงินแค่สองร้อยเอง...ของป๊าเหลือเท่าไหร่”“ป๊าเหลือร้อยเดียว” สิ้นหวังหนักกว่าเดิม จะบ้าตาย3ร้อยรวมกันสองคน จะผ่านพ้นวันนี้ไปได้ยังไง“เราต้มบะหมี่กินกันเถอะครับ หมูกระทะเอาไว้ก่อน” พะพายกล่าว จากนั้นก็เดินไปกดน้ำร้อนใส่บะหม
ผ่านไปประมาณสิบนาทีเธอก็เดินเข้าไปในห้องที่ฟงและพะพายอยู่ แต่ด้วยเพราะทั้งคู่ไม่ได้มีบัตรสมาชิกเลยไม่สามารถเข้าไปไม่ได้แบบโจ่งแจ้ง จึงโดนพนักงานกักตัวไว้ก่อน“เข้าไม่ได้นะคะ ห้องนี้มีลูกค้าใช้บริการอยู่ค่ะ”“แต่ฉันเป็นเมียของมัน ถ้าไม่ให้ฉันเข้าไป ฉันจะสั่งปิดร้านเธอแล้วแจ้งข้อหาค้าประเวณี” เฟอร์กล่าวเสียงแข็ง จนพนักงานชะงัก“ว่าไง...จะให้ฉันเข้าไปจัดการผัวของพวกเราได้ยัง...ถ้าให้เข้าไปฉันจะไม่เอาเรื่องที่ร้านเธอ แต่ถ้าไม่...รู้ใช่ไหมว่ามันปิดได้ง่ายๆ เลยนะ ถ้าไม่อยากซวยก็หลีกทางซะ” ครั้งนี้เป็นเหม่ยจิงที่พูดขึ้น สุดท้ายพนักงานก็จำต้องให้เธอและแม่เข้าไปด้านใน เพราะกลัวว่าสถานที่ของเจ้านายจะปิดตัว“อืม...นวดแรงๆ สิหนูเดี๋ยวเฮียให้ทิป” เสียงอ่อนเสียงหวานของฟงเอ่ยขึ้น“แหมป๊า...อยู่บ้านกับเมียเสียงหวานแบบนี้ไหม” พะพายเอ่ยถามเชิงขำ ไม่จริงจังนัก ก่อนที่จะปล่อยให้สาวสวยอกตู้มนวดต่อโดยที่ทั้งคู่ก็แช่อ่างน้ำร้อน ใบหน้าคือผ่อนคลายสุดๆ ฟงนี่มองนมพนักงานแทบไม่วางตา แต่แล้วสวรรค์ก็ต้องดับลงกลางอากาศเมื่อเหม่ยจิงเดินเข้าไปยืนตรงหน้า ตามด้วยเฟอร์ที่เดินเข้าไปเช่นเดียวกัน“เฮือก...หมวยเล็ก...อาจิง
แจ๊ะ แจ๊ะ!!ลิ้นร้อนตวัดเลียกลีบดอกไม้ฉ่ำๆ ตรงหน้ารัวๆ ทำเอาร่างเล็กนั้นอยู่แทบไม่สุข ร่อนเอวเด้งรับลีลาของลิ้นเขาไม่พัก จนในที่สุดเธอปลดปล่อยน้ำหวานใสๆ เคลือบคลอออกมานอกปากทางรัก ส่วนพะพายก็ดูเลียกินอย่างตะกละตะกลามเสร็จด้วยปากแล้ว ก็แน่นอนว่าต้องได้กระแทกด้วย เพราะคนอย่างเอาน้ำเดียวไม่เคยพออยู่แล้ว หากเธอเป็นอาหาร ก็คงจะเป็นอาหารจานโปรดแสนอร่อย ที่กินเท่าไหร่ก็ไม่รู้จักอิ่ม มีแต่จะเบิ้ลเพิ่ม เอาให้จุกกันไปข้างเลยพะพายยืนขึ้นเต็มความสูงแล้วช้อนร่างเล็กขึ้นจากโซฟา เดินดุ่มๆ เข้าไปในห้องนอน ก่อนที่จะจัดลีลารักแสนเร่าร้อนจนเตียงสั่น กว่าเขาจะปล่อยให้เธอได้นอนก็เกือบเช้า ส่วนเขาก็อิ่มหนำสำราญใจ กอดก่ายเธออยู่ใต้ผ้าห่มนวมผืนใหญ่ ทั้งที่ยังเปลือยกายด้วยกันทั้งคู่ช่วงสายของวันต่อมา...ร่างเล็กในอ้อมกอดอันอบอุ่นค่อยๆ ลืมตาตื่นขึ้นมาเพราะเพชรที่ถูกแสงแดดกระทบมันแยงตาเธอจนตาแทบบอด แต่แทนที่จะหงุดหงิดกลับอมยิ้ม เมื่อลืมตาขึ้นมาเห็นแหวนที่อยู่บนนิ้วนางข้างซ้าย แหวนที่สวมมาที่นิ้วของเธอด้วยฝีมือของเขาเมื่อคืนนี้ และเธอไม่ได้มโนไปเอง มันคือเรื่อจริงที่จับต้องได้แม้ว่าจะเป็นการขอแต่งงานที่เริ่ม
หัวใจของเธอเต้นคร่อมจังหวะทันที จากนั้นเขาก็เอื้อมมือมาจับมือข้างซ้ายของเธอไปจูบ และนั่นก็ยิ่งทำให้เธอยิ่งเขินเข้าไปใหญ่ ยิ้มหน้าบานแทบไม่หุบ“พะพาย...” ร่างเล็กน้ำตาคลอ มองหน้าเขาอย่างไม่ค่อยเชื่อสายตา ว่าคนทรงกวนแบบเขาจะมีโมเม้นท์นี้ขอเธอแต่งงานแก๊ก แก๊ก!!“กรี๊ดดดดดดด ไอ้บ้าพะพาย...ทำบ้าอะไรของนายวะเนี่ย” แล้วแล้วก็ต้องลมออกหูเมื่อสิ่งที่เขาหยิบออกมาไม่ใช่แหวนเพชรเม็ดโตอย่างที่เธอวาดฝันแสนหวานเอาไว้ แต่มันคือมีดตัดเล็บ แล้วเขาก็กำลังตัดเล็บของเธอที่เธอเพิ่งจะไปทำมาด้วย“นี่คือคุณค่าที่เธอคู่ควรที่สุด ตัดซะบ้างเล็บน่ะ แสบหลังเป็นบ้า ข่วนจนหลังฉันลายหมดแล้ว” พูดพร้อมกับบรรจงตัดเล็บให้เธอต่อ โดยที่เธอก็พยายามชักกลับ แต่ก็ไม่สามารถต้านแรงของเขาได้ บวกกับกลัวว่าถ้ายื้อแย่งกันไปมามีดตัดเล็บจะตัดนิ้วเธอเอา“ไอ้บ้าพะพาย!! เล็บฉันเพิ่งไปทำมานะ!!”พูดพร้อมกับน้ำตาคลอเบ้า นึกเสียดายเล็บสวยๆ“ก็ทำแบบสั้นๆ สิ...จะไว้ยาวทำไม...เธอเห็นหลังฉันหรือยัง...ว่ามันลายแค่ไหน...มีแต่รอยเล็บเธอเนี่ย”“หึ่ย!! ฉันไม่น่าไปคาดหวังกับคนอย่างนายเลย” จากที่เขินๆ เมื่อครู่ พอถูกกระชากลงมาจากสวรรค์เพราะถูกคนบ้าอย่า
“กินเยอะๆ นะ” อาหารจานโปรดที่เฟอร์ชอบ ถูกพะพายตักใส่จานครั้งแล้วครั้งเล่าอย่างใส่ใจ“พอแล้ว...ฉันกินไม่ไหวแล้ว...”“เอาของหวานไหม เดี๋ยวสั่งให้” ของคาวพอแล้วก็ต้องตบด้วยของหวานพอกินอิ่มหนำสำราญใจกันเสร็จก็พาเธอไปเดินเล่นชมแกะ ให้อาหารแกะ ให้อาหารกระต่ายของทางรีสอร์ต จากนั้นก็ไปขี่ม้าชมสวนดอกไม้ยาม
“ฉันรู้สึกไม่ดีเลย...ที่ต่อต้านป๊าแบบนั้น...ฉัน...ดูเป็นลูกที่ไม่ดีเลยใช่ไหม...นายรู้ไหมนี่เป็นครั้งแรกเลยนะที่ฉันเถียงป๊า”“เธอไม่ใช่ลูกที่ไม่ดีหรอก...เธอแค่เลือกใช้ชีวิตของเธอเอง...พ่อแม่...มีสิทธิ์ให้กำเนิด...แต่ไม่มีสิทธิ์บังคับให้ลูกเป็นแบบนั้นแบบนี้ได้ตามใจ...”“แต่ป๊าบอกว่าสิ่งที่ป๊าเลือกให้
ตึ้ง!!ป๊า : กลับมาบ้าน...เรามีเรื่องต้องคุยกัน!!สายแล้วสายเล่าที่ดังขึ้นมาในมือถือของเฟอร์อย่างต่อเนื่อง แต่ร่างเล็กก็เอาแต่จ้องมองเครื่องสี่เหลี่ยมนั่นด้วยความกล้าๆ กลัวๆ ไม่ยอมรับสายสักที จนกระทั่งเสียงเงียบลง แต่ต่อจากนั้นก็มีเสียงข้อความแจ้งเตือนเข้ามาแทน และเธอรู้ชะตากรรมได้ทันทีว่า วินาทีนี
1ปีต่อมา...หลังจากวันนั้นที่เพื่อนของเฟอร์จากโลกไปแล้ว ทำให้เฟอร์ไม่ค่อยกล้าที่จะอยู่คนเดียวอีกต่อไป ด้วยเพราะยูมิเองก็มีเรย์ที่ต้องดูแล ต้องใช้ชีวิตคู่รักด้วยกัน เธอเลยไม่อยากที่จะรบกวนทั้งคู่มากนัก จึงตัดสินใจขนของกลับบ้านแล้วปล่อยคอนโดให้คนอื่นเช่าไป แล้วพะพายก็นานๆ จะเจอกันที วันไหนที่หยุดเธอถ







