로그인พลั่ก อั่ก ตุ๊บ!!
ในจังหวะที่เธอรู้สึกเหมือนจะไม่มีความหวัง ทว่าก็มีแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์โผล่เข้ามา ร่างเล็กที่ถูกโจรลากเข้าไปในซอยมืดๆ เตรียมพร้อมจะปู้ยี่ปู้ยำเธอด้วยความป่าเถื่อน ก็พลันถูกเงาของร่างสูงโปร่งพุ่งเข้าใส่แล้วกระโดดถีบจนโจรนั่นเสียหลักล้มลงไปที่ด้านข้าง ก่อนที่เธอจะรีบกะพริบตาถี่ๆ เพื่อให้น้ำตาที่บังม่านตาเธอเมื่อครู่หายไป จะได้มองชัดๆ ว่าใครกันที่มาช่วยเธอ
“พะ...พาย...”
“มึงทำอะไรเมียกู...” เสียงแหบแห้งตะคอกโจรนั่น ไม่วายเดินเซๆ เข้าไปหวังจะซ้ำหมัดใส่อีกครั้ง แต่ก็ถูกผู้ร้ายต่อยสวนกลับมา
ผั๊วะ!! ฉึ่ก
“เอื้อ!!”
“กรี๊ดดด...พะพาย!!” ร่างเล็กเบิกตาโต กรีดร้องเสียงหลงเมื่อไอ้โจรนั่นมันควักมีดเล่มเล็กออกมาแทงไปที่ท้องของพะพายอย่างจัง
ผั๊วะ
“ไอ้พาย!!” มีดเล่มเล็กถูกดึงออก ก่อนที่จะแทงไปอีกครั้งแต่ครั้งนี้กลับถูกยูมิที่ไม่รู้ว่ามาจากไหนกระโดดถีบโจรจนกระเด็นออกไป ตามด้วยรีบวิ่งไปหยิบมีดที่หล่นออกจากมือของโจรด้วยความรวดเร็ว
ส่วนเรย์ก็รีบมาพยุงร่างเพื่อน ที่ดูเหมือนจะอาการหนักไว้ เฟอร์เห็นเช่นนั้นก็มือไม้สั่น ทำอะไรไม่ถูกรีบเข้ามาดูพะพาย เพราะกลัวว่าเขาจะเป็นอะไร อีกด้านยูมิก็จัดการกับโจรจนโจรนั่นสลบไป แล้วรีโทรแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจมารวบตัวคนร้ายไปในเวลาต่อมา
“ฮึก...พะพาย...อย่าเป็นอะไรนะ” เฟอร์วิ่งตามบุรุษพยาบาลที่เข็นร่างที่ไร้สติของแฟนหนุ่มไปด้วยหัวใจที่สั่นระรัว ความกลัวแล่นเข้ามากัดกินในหัวใจ พร้อมกับสองขาที่วิ่งตามไปจนถึงห้องฉุกเฉิน
“ญาติคนไข้รอด้านนอกนะคะ...เข้าไปไม่ได้” พยาบาลกล่าว ก่อนที่จะปิดประตูห้องฉุกเฉินทันที
“ยูมิ...ฮือ...พะพายจะเป็นอะไรไหม...ฮือ...ฉันกลัว” เฟอร์กอดเพื่อนร้องไห้ด้วยสติที่ไม่อยู่กับเนื้อกับตัว ตอนนี้เธอกลัวเหลือเกินว่าเขาจะตาย
“ไม่เป็นไรนะเฟอร์...ถึงมือหมอแล้ว...ยังไงพะพายต้องปลอดภัย” ยูมิโอบกอดเพื่อนด้วยความเป็นห่วง
นี่โชคดีที่ไอ้บ้าเรย์มันหื่นกาม ถึงได้ชวนเธอเข้าโรงแรม แล้วเป็นจังหวะที่เธอเห็นเฟอร์โดนฉุดตอนที่เธอและเรย์กำลังจะเข้าเช็คอินพอดี แต่ก็ช้าจนพะพายที่วิ่งตัดหน้าเธอและเรย์จนถูกแทงไปเสียแล้ว
“ฉันกลัวว่าพะพายจะเป็นอะไรไป...ฮือ...ยู...ฉันไม่เคยกลัวแบบนี้มาก่อนเลย...ตอนที่ฉันเห็นเลือดแล้วพะพายสลบไป...ฉัน...ฉันกลัวไปหมดเลย” ร่างเล็กกล่าวด้วยเสียงสั่นๆ
“ไม่เป็นไร...ยังไงก็ปลอดภัยนะ...อย่าเพิ่งคิดไปเอง...” แม้คำปลอบใจของยูมิจะพยายามทำให้เธอดีขึ้น ทว่าหากไม่เห็นด้วยตาว่าเขาปลอดภัยหรือได้ยินจากปากของหมอว่าเขาพ้นขีดอันตรายแล้ว เธอจะไม่มีทางปักใจเชื่อว่าเขาปลอดภัยเด็ดขาด
ผ่านไปพักใหญ่ คุณหมอก็เดินออกมาจากห้องฉุกเฉิน ใบหน้าเคร่งเครียดอยู่ไม่น้อย แค่เห็นท่าทีของหมอ เธอก็ใจไม่ดีแล้ว
“คนไข้ร่างกายอ่อนเพลียจากพิษไข้ และคนไข้ก็เสียเลือดมากด้วย...ใครเป็นญาติผู้ป่วยครับ...” คุณหมอเอ่ยถามแล้วมองหน้าทุกคน
“หนูเป็นแฟนค่ะ...มีอะไรบอกหนูได้เลย”
“คนไข้ต้องการเลือดกรุ๊ปบี...มีใครมีเลือดกรุ๊ปบีไหมครับ”
“หนูเลือดกรุ๊ปบีค่ะ...” ความโชคดีคือเธอดันเลือดกรุ๊ปเดียวกับเขา ทำให้เธอสามารถถ่ายเลือดให้กับเขาได้ วินาทีนี้เธอต้องช่วยเขา จะปล่อยให้เขาเป็นอะไรไม่ได้ เขาเสียสละเอาตัวเองมาช่วยเธอจนบาดเจ็บหนักแบบนี้ แค่เลือดเธอให้เขาได้อยู่แล้ว
และหลังจากนั้นเธอก็ไปนอนที่เตียงข้างๆ เขาในห้องฉุกเฉินเพื่อทำการให้เลือด เธอนอนหันไปมองหน้าพะพายที่หลับอยู่ข้างๆ ด้วยสายตาที่ภาวนาหวังให้เขาปลอดภัย ใบหน้าหล่อที่ซีดเซียว วินาทีนี้เธออยากให้เขาฟื้นขึ้นมาให้เร็วที่สุด อยากให้เขาตื่นขึ้นมา กวนประสาทเธออีก เธอทำใจไม่ได้จริงๆ หากว่าเขาเป็นอะไรไป
หลายชั่วโมงผ่านไป ด้วยเพราะเธอได้ให้เลือดเขา ทำให้ร่างกายของเธอเองก็อ่อนเพลีย จึงจำเป็นต้องนอนพักฟื้น แต่พอตื่นขึ้นมาเธอกลับไม่เจอเตียงของเขาที่อยู่ข้างๆ มีเพียงแค่เตียงว่างเปล่า วินาทีนี้ทำให้สมองของเธอมันคิดเตลิดไปไกล รีบตั้งสติแล้วลุกพรวดขึ้น พร้อมกับหัวใจที่เต้นระรัว
“คุณหมอคะ...ผู้ชายที่ถูกแทงเมื่อกี้...หายไปไหนแล้วคะ” ร่างเล็กวิ่งออกไปถามหมอที่เดินผ่านมาทางห้องฉุกเฉินพอดีด้วยใบหน้าตื่นๆ
ซึ่งหมอก็พยายามประมวลผล ก่อนที่จะตอบเธอออกไป ด้วยน้ำเสียงเศร้าๆ กับเธอว่า
“คนไข้...เสียชีวิตระหว่างผ่าตัดค่ะ...เสียใจด้วยนะคะ...” ประโยคนั้น ทำเธอหูอื้อ ตาลายขึ้นมาทันที ก่อนที่ร่างเล็กจะทรุดตัวลงไปนั่งที่พื้นด้วยความอ่อนแรง
“ฮึก...มะ...ไม่จริง...ฉันให้เลือดนายไปแล้วนายจะตายไม่ได้นะพะพาย...ฮือ...ไอ้บ้า...นายจะทิ้งฉันไปแบบนี้ได้ยังไง...ฮือ...” น้ำตาที่คลอรอบดวงตาเอ่อขึ้นมาพร้อมกับไหลลงอาบแก้ม จากนั้นเธอก็ระบายความในใจออกมาเสียงดังลั่น ฟูมฟายจนคนอื่นๆ ที่เดินผ่านไปผ่านมามองกันเป็นตาเดียว “ฮือ...นายมีสิทธิ์อะไรทิ้งฉันไปแบบนี้...ฮือ...นายตายแล้วฉันจะอยู่ยังไง...”
“เฟอร์...”
“ฮือ...พะพาย...อย่าทิ้งฉันไปได้ไหม...ฉันยังไม่พร้อมที่จะให้นายไปแบบนี้...ไหนบอกว่าจะอยู่กับฉันไง...ฮึก...ฮือๆๆๆ”
“เฟอร์...”
“ญาติคนไข้...ช่วยมาเซ็นเอกสารเพื่อรับศพกลับบ้านด้วยค่ะ” คุณหมอเมื่อครู่เดินมาหาเธอที่เอาแต่ร้องไห้ฟูมฟายไม่สนใจใคร พร้อมกับเอกสารตรงหน้า
“เอ๋...ประสิทธิ์...อายุ43...คุณหมอนี่ไม่ใช่แฟนหนู” เธออ่านรายชื่อบนกระดาษก่อนที่จะเอ่ยบอกคุณหมอ พยายามเรียกสติตัวเองว่าคนที่ตายเมื่อกี้ไม่ใช่เขา
“อะ...เอ้า...ไม่ใช่เหรอคะ...ก็เห็นเมื่อกี้ถามหาคนที่ถูกแทงไม่ใช่เหรอ...”
“คุณหมอหลิน...ญาติคนไข้อยู่ทางนี้ค่ะ...” แล้วผู้ช่วยพยาบาลก็วิ่งมาดึงตัวคุณหมอออกไป ทิ้งให้เฟอร์นั่งเหม่ออยู่เพียงลำพัง
“ถ้าพะพายไม่ตาย...แล้ว...พะพายอยู่ไหนล่ะ”
“เฟอร์!!”
“ห๊ะ...จะร้องเสียงดังทำไมเนี่ยฉันตกใจนะไอ้บ้า...” ร่างเล็กสะดุ้งตกใจเมื่อพะพายตะโกนเรียกเธอเสียงดังลั่นโรงพยาบาล “เอ๋...เดี๋ยวนะ...พะพาย...กรี๊ดดดด...นายยังไม่ตาย...ฮือ...” เมื่อหันสมองของเธอประมวลผลอีกครั้งก็พลันนึกขึ้นได้ว่าเมื่อครู่นี้เป็นพะพายที่เรียกเธอจึงหันไปมอง แล้วกระโดดกอดเขาด้วยความดีใจอย่างสุดขีด
“อ๊ะ...โอ๊ย...โอ๊ย...เจ็บแผล...”เอามือกุมท้องตัวเอง แล้วใช้อีกแขนโอบเอวเธอไว้
“ฮือ...อุ๊ย...โทษที...ฉันดีใจเกินไปหน่อย...พะพาย...ฉันนึกว่านายจะตายซะแล้ว”
“จะตายได้ไง...ยังไม่ผ่านด่านเคราะห์ของพ่อตาเธอเลย...แล้วเมื่อกี้เรียกตั้งนาน...มัวแต่ฟูมฟายอะไรอยู่”
“ก็ฉันตื่นมาไม่เจอนายนี่นา...แล้วพอไปถามหมอ...หมอก็บอกว่านายตายแล้ว...ฉันใจเสียมากเลยนะรู้ไหม...” ว่าแล้วเธอก็น้ำตาคลอขึ้นมาอีกครั้ง ทำใจไม่ได้จริงๆ ยิ่งคิดว่าเขาจะไม่อยู่เธอก็ยิ่งรับไม่ได้
“เห็นแล้วว่าเสียใจ...แปลว่าถ้าผัวตายก็คงจะร้องไห้ให้ฉันอยู่ใช่ไหม” พูดทีเล่นทีจริง เพราะไม่อยากให้เธอเครียด
“พูดบ้าอะไรของนาย...อย่าเอาความเป็นความตายมาล้อเล่นกับฉันแบบนี้นะ...ฉันไม่ตลก” เธอกล่าวด้วยความจริงจัง
“อ๊ะ...โอ๊ย...เหมือนจะวูบเลย...ช่วยประคองฉันไปห้องพักฟื้นที” เขาแสร้งทำเป็นเจ็บมากๆ เพื่อออดอ้อนร่างเล็กให้รีบเข้ามาพยุงร่างเขา
“อ๊ะ...ห้องพักอยู่ไหน...”
“ข้างหลังๆ ...” ชี้บอกทางแล้วทำเป็นสำออย หวังออดอ้อนให้เธอเห็นใจ ซึ่งมันก็ได้ผลแหละ เพราะเมื่อเขาอยากได้อะไร เฟอร์ก็ทำให้ทันทีไม่มีบ่น แถมยังได้หลอกใช้เธอเนียนๆ อีก
“เฟอร์...บอกรักพายหน่อยดิ...”
“อื้ม...ฉันรักนาย...นอนได้แล้ว”
“ห้ามหายไปไหนนะ...ต้องอย่าทิ้งฉันนะ”
“อื้ม...ไม่ทิ้งหรอก...นอนได้แล้ว”
“จุ๊ฟหน้าผากหน่อยดิ...นอนไม่หลับเลย” ทำตาปริบๆ แล้วอ้อนให้เธอจุ๊ฟก่อนนอน ซึ่งเธอก็ไม่ปฏิเสธ ทำตามที่เขาขอทุกอย่าง โดยไม่รู้เลยว่ามันคือแผน เรียกได้ว่าเจ็บปางตายครั้งนี้ คุ้ม!!
3ปีต่อมา...“แง้...ปะป๊า...ให้เฟิร์สเล่นบ้าง...ปะป๊าลงมา” เสียงเด็กน้อยวัย3ขวบงอแงประท้วงผู้เป็นพ่อที่นั่งรถบังคับของตัวเองขับทั่วบ้านไม่ยอมแบ่งใครเลย แถมยังปล่อยให้ลูกชายตัวน้อยวิ่งตามรถที่ตนขี่อีกบรื้นนนนนน“ปื้นๆ ขอทางหน่อยครับ...เดี๋ยวปะป๊าชนนะ” พะพายกล่าวกับลูก พร้อมกับทำเสียงแตรหวังบอกให้ลูกชายตัวน้อยหลีกทางให้เขาและดูเหมือนว่าจะสนุกยิ่งกว่าลูกเสียอีก ไม่พอยังทำลูกร้องไห้วิ่งไปฟ้องแม่อีก“มะ...ม๊า...ปะป๊าแย่งเฟิร์ส”“นี่พะพาย...โตขนาดนี้แล้วยังแย่งลูกอีก...ฉันให้ดูลูกยังทำลูกร้องไห้อีก...นี่นายตั้งใจกวนประสาทฉันหรือไงห๊ะ...ฉันประชุมกับเพื่อนอยู่เห็นไหม” เฟอร์เดินออกมาจากห้องทำงาน แล้วมาบ่นพะพายที่ทำลูกร้องเสียงดังรบกวนเธอจนเสียงลอดไปในห้องทำงาน“เอ้า...ประชุมเสร็จแล้วเหรอ...ปะๆ ...ไปดินเนอร์กัน...เดี๋ยวเอาน้องเฟิร์สไปให้ปู่เลี้ยง”“ฉันด่านี่สลดบ้างไหม...” เฟอร์กล่าวอย่างหัวเสีย จะไม่หงุดหงิดเลย ถ้าโปรเจคจิวเวอรี่ล็อตใหม่ไม่ถูกลอกจากร้านแบรนด์ของคู่แข่ง“พะพาย...เฟอร์มันเครียดอยู่...” หุ้นส่วนอย่างยูมิบอกด้วยเสียงจริงจัง จนพะพายที่เอาแต่คึก อยากให้เธอผ่อนคลายออกมาจากห้องทำงานรู
งานแต่งงานที่แพลนกันเอาไว้เริ่มใกล้เข้ามาทุกที แต่แทนที่เจ้าสาวจะวุ่นวายกับงานแต่ง ทว่ากลับเอาแต่นั่งกิน ช่วงนี้เธอกินเก่งมากๆ พะพายเลยตั้งใจอยากจะรีบจัดงานให้เร็วที่สุด เพราะกลัวว่าเธอจะเป็นขี้ปากชาวบ้าน ว่าท้องก่อนแต่งซึ่งงานแต่งถูกจัดขึ้นอย่างสมเกียรติที่โรงแรมหรูแปดดาว เหมายกชั้น รวมกับเปิดห้องให้แขกเหรื่อที่มาไกลๆ ได้มีที่พักกันด้วยบรรยากาศในงานนั้นจัดตรีมเทพนิยาย และเจ้าบ่าวของเธอวันนี้คืออัศวิน เธอเป็นคนจัดแจงให้เขาเอง เพราะเขาเป็นดั่งอัศวินขี่ม้าขาวมาช่วยเธอตลอด ตั้งแต่วันแรก และไม่ว่าจะครั้งไหนๆ ที่เธอเจออันตราย วันนั้นจะมีเขาคอยช่วยเธอไว้ได้ทันเสมอส่วนเธอก็เป็นดั่งเจ้าหญิงแสนสวยที่ค่อยๆ เดินควงแขนพ่ออย่างไต้ฝุ่นเข้าสู่ประตูวิวาห์ ด้วยชุดราตรีสีขาวอมชมพูยาวลากพื้น กระโปรงด้านหน้าฟูๆ สั้นเพียงแค่หน้าขา ด้านหลังยาวลากพื้นประมาณแปดเมตร ดีเทลชุดประดับไปด้วยผีเสื้อสีพาสเทลละมุนๆ ถักทออย่างประณีต ผมสีน้ำตาลลอนเป็นธรรมชาติถูกปล่อยสยายสวยงาม ใบหน้าตกแต่งหวานๆ เข้ากับใบหน้าสวยหวานทว่ากลับดูดื้อรั้นไปในคราเดียวกันสองขาค่อยๆ ก้าวไปตามพื้นพรมที่โรยไปด้วยกลีบกุหลาบสีขาว ด้านข้างเป็นโต
ด้านพะพาย...“เฮ้อเหลือเงินแค่2ร้อยเอง จะเลี้ยงพ่อตาพอไหมเนี่ย” ร่างสูงมองดูเงินในกระเป๋าพร้อมกับหันไปมองพ่อตาที่นอนหลับปุ๋ยอยู่บนเตียงด้วยใบหน้าสิ้นหวัง“ทักไปกู้ไอ้หมอกก็ได้วะ” เมื่อไม่มีทางเลือกเลยจำเป็นเข้าแชทเพื่อขอความช่วยเหลือจากแฝดตัวเอง แต่ทว่าจังหวะที่เขากำลังจะพิมพ์ขอความช่วยเหลือ สัญญาณอินเทอร์เน็ตกลับหมุนติ้วๆ“เอ้า...เวรเอ๊ย...เน็ตหมดวันนี้อีก...โอ๊ย...เฟอร์...พายผิดไปแล้ว...ฮือ...พายอยากกลับบ้าน” มือหน้ายกขึ้นลูบหน้าตัวเองแรงๆ เพื่อระบายความขุ่นมัวในจิตใน ชีวิตนี้มันจะซวยอะไรเบอร์นั้นอะ เงินก็จะหมด เน็ตก็มาหมดวันนี้อีก“ลูกเขย...ป๊าอยากกินหมูกระทะอะ...เราไปกินกันไหม” ฟงเอ่ยชวน เมื่อได้กลิ่นเหมือนว่าข้างห้องจะย่างหมู ซึ่งมันยั่วน้ำลายเขาเหลือเกิน แถมทั้งวันก็ยังไม่กินข้าวเลย เงินก็ร่อยหรอลงไปเต็มที แต่เมียก็ยังไม่มีสัญญาณว่าจะหายโกรธ“ป๊าครับ...ผมเหลือเงินแค่สองร้อยเอง...ของป๊าเหลือเท่าไหร่”“ป๊าเหลือร้อยเดียว” สิ้นหวังหนักกว่าเดิม จะบ้าตาย3ร้อยรวมกันสองคน จะผ่านพ้นวันนี้ไปได้ยังไง“เราต้มบะหมี่กินกันเถอะครับ หมูกระทะเอาไว้ก่อน” พะพายกล่าว จากนั้นก็เดินไปกดน้ำร้อนใส่บะหม
ผ่านไปประมาณสิบนาทีเธอก็เดินเข้าไปในห้องที่ฟงและพะพายอยู่ แต่ด้วยเพราะทั้งคู่ไม่ได้มีบัตรสมาชิกเลยไม่สามารถเข้าไปไม่ได้แบบโจ่งแจ้ง จึงโดนพนักงานกักตัวไว้ก่อน“เข้าไม่ได้นะคะ ห้องนี้มีลูกค้าใช้บริการอยู่ค่ะ”“แต่ฉันเป็นเมียของมัน ถ้าไม่ให้ฉันเข้าไป ฉันจะสั่งปิดร้านเธอแล้วแจ้งข้อหาค้าประเวณี” เฟอร์กล่าวเสียงแข็ง จนพนักงานชะงัก“ว่าไง...จะให้ฉันเข้าไปจัดการผัวของพวกเราได้ยัง...ถ้าให้เข้าไปฉันจะไม่เอาเรื่องที่ร้านเธอ แต่ถ้าไม่...รู้ใช่ไหมว่ามันปิดได้ง่ายๆ เลยนะ ถ้าไม่อยากซวยก็หลีกทางซะ” ครั้งนี้เป็นเหม่ยจิงที่พูดขึ้น สุดท้ายพนักงานก็จำต้องให้เธอและแม่เข้าไปด้านใน เพราะกลัวว่าสถานที่ของเจ้านายจะปิดตัว“อืม...นวดแรงๆ สิหนูเดี๋ยวเฮียให้ทิป” เสียงอ่อนเสียงหวานของฟงเอ่ยขึ้น“แหมป๊า...อยู่บ้านกับเมียเสียงหวานแบบนี้ไหม” พะพายเอ่ยถามเชิงขำ ไม่จริงจังนัก ก่อนที่จะปล่อยให้สาวสวยอกตู้มนวดต่อโดยที่ทั้งคู่ก็แช่อ่างน้ำร้อน ใบหน้าคือผ่อนคลายสุดๆ ฟงนี่มองนมพนักงานแทบไม่วางตา แต่แล้วสวรรค์ก็ต้องดับลงกลางอากาศเมื่อเหม่ยจิงเดินเข้าไปยืนตรงหน้า ตามด้วยเฟอร์ที่เดินเข้าไปเช่นเดียวกัน“เฮือก...หมวยเล็ก...อาจิง
แจ๊ะ แจ๊ะ!!ลิ้นร้อนตวัดเลียกลีบดอกไม้ฉ่ำๆ ตรงหน้ารัวๆ ทำเอาร่างเล็กนั้นอยู่แทบไม่สุข ร่อนเอวเด้งรับลีลาของลิ้นเขาไม่พัก จนในที่สุดเธอปลดปล่อยน้ำหวานใสๆ เคลือบคลอออกมานอกปากทางรัก ส่วนพะพายก็ดูเลียกินอย่างตะกละตะกลามเสร็จด้วยปากแล้ว ก็แน่นอนว่าต้องได้กระแทกด้วย เพราะคนอย่างเอาน้ำเดียวไม่เคยพออยู่แล้ว หากเธอเป็นอาหาร ก็คงจะเป็นอาหารจานโปรดแสนอร่อย ที่กินเท่าไหร่ก็ไม่รู้จักอิ่ม มีแต่จะเบิ้ลเพิ่ม เอาให้จุกกันไปข้างเลยพะพายยืนขึ้นเต็มความสูงแล้วช้อนร่างเล็กขึ้นจากโซฟา เดินดุ่มๆ เข้าไปในห้องนอน ก่อนที่จะจัดลีลารักแสนเร่าร้อนจนเตียงสั่น กว่าเขาจะปล่อยให้เธอได้นอนก็เกือบเช้า ส่วนเขาก็อิ่มหนำสำราญใจ กอดก่ายเธออยู่ใต้ผ้าห่มนวมผืนใหญ่ ทั้งที่ยังเปลือยกายด้วยกันทั้งคู่ช่วงสายของวันต่อมา...ร่างเล็กในอ้อมกอดอันอบอุ่นค่อยๆ ลืมตาตื่นขึ้นมาเพราะเพชรที่ถูกแสงแดดกระทบมันแยงตาเธอจนตาแทบบอด แต่แทนที่จะหงุดหงิดกลับอมยิ้ม เมื่อลืมตาขึ้นมาเห็นแหวนที่อยู่บนนิ้วนางข้างซ้าย แหวนที่สวมมาที่นิ้วของเธอด้วยฝีมือของเขาเมื่อคืนนี้ และเธอไม่ได้มโนไปเอง มันคือเรื่อจริงที่จับต้องได้แม้ว่าจะเป็นการขอแต่งงานที่เริ่ม
หัวใจของเธอเต้นคร่อมจังหวะทันที จากนั้นเขาก็เอื้อมมือมาจับมือข้างซ้ายของเธอไปจูบ และนั่นก็ยิ่งทำให้เธอยิ่งเขินเข้าไปใหญ่ ยิ้มหน้าบานแทบไม่หุบ“พะพาย...” ร่างเล็กน้ำตาคลอ มองหน้าเขาอย่างไม่ค่อยเชื่อสายตา ว่าคนทรงกวนแบบเขาจะมีโมเม้นท์นี้ขอเธอแต่งงานแก๊ก แก๊ก!!“กรี๊ดดดดดดด ไอ้บ้าพะพาย...ทำบ้าอะไรของนายวะเนี่ย” แล้วแล้วก็ต้องลมออกหูเมื่อสิ่งที่เขาหยิบออกมาไม่ใช่แหวนเพชรเม็ดโตอย่างที่เธอวาดฝันแสนหวานเอาไว้ แต่มันคือมีดตัดเล็บ แล้วเขาก็กำลังตัดเล็บของเธอที่เธอเพิ่งจะไปทำมาด้วย“นี่คือคุณค่าที่เธอคู่ควรที่สุด ตัดซะบ้างเล็บน่ะ แสบหลังเป็นบ้า ข่วนจนหลังฉันลายหมดแล้ว” พูดพร้อมกับบรรจงตัดเล็บให้เธอต่อ โดยที่เธอก็พยายามชักกลับ แต่ก็ไม่สามารถต้านแรงของเขาได้ บวกกับกลัวว่าถ้ายื้อแย่งกันไปมามีดตัดเล็บจะตัดนิ้วเธอเอา“ไอ้บ้าพะพาย!! เล็บฉันเพิ่งไปทำมานะ!!”พูดพร้อมกับน้ำตาคลอเบ้า นึกเสียดายเล็บสวยๆ“ก็ทำแบบสั้นๆ สิ...จะไว้ยาวทำไม...เธอเห็นหลังฉันหรือยัง...ว่ามันลายแค่ไหน...มีแต่รอยเล็บเธอเนี่ย”“หึ่ย!! ฉันไม่น่าไปคาดหวังกับคนอย่างนายเลย” จากที่เขินๆ เมื่อครู่ พอถูกกระชากลงมาจากสวรรค์เพราะถูกคนบ้าอย่า
“กินเยอะๆ นะ” อาหารจานโปรดที่เฟอร์ชอบ ถูกพะพายตักใส่จานครั้งแล้วครั้งเล่าอย่างใส่ใจ“พอแล้ว...ฉันกินไม่ไหวแล้ว...”“เอาของหวานไหม เดี๋ยวสั่งให้” ของคาวพอแล้วก็ต้องตบด้วยของหวานพอกินอิ่มหนำสำราญใจกันเสร็จก็พาเธอไปเดินเล่นชมแกะ ให้อาหารแกะ ให้อาหารกระต่ายของทางรีสอร์ต จากนั้นก็ไปขี่ม้าชมสวนดอกไม้ยาม
“ฉันรู้สึกไม่ดีเลย...ที่ต่อต้านป๊าแบบนั้น...ฉัน...ดูเป็นลูกที่ไม่ดีเลยใช่ไหม...นายรู้ไหมนี่เป็นครั้งแรกเลยนะที่ฉันเถียงป๊า”“เธอไม่ใช่ลูกที่ไม่ดีหรอก...เธอแค่เลือกใช้ชีวิตของเธอเอง...พ่อแม่...มีสิทธิ์ให้กำเนิด...แต่ไม่มีสิทธิ์บังคับให้ลูกเป็นแบบนั้นแบบนี้ได้ตามใจ...”“แต่ป๊าบอกว่าสิ่งที่ป๊าเลือกให้
ตึ้ง!!ป๊า : กลับมาบ้าน...เรามีเรื่องต้องคุยกัน!!สายแล้วสายเล่าที่ดังขึ้นมาในมือถือของเฟอร์อย่างต่อเนื่อง แต่ร่างเล็กก็เอาแต่จ้องมองเครื่องสี่เหลี่ยมนั่นด้วยความกล้าๆ กลัวๆ ไม่ยอมรับสายสักที จนกระทั่งเสียงเงียบลง แต่ต่อจากนั้นก็มีเสียงข้อความแจ้งเตือนเข้ามาแทน และเธอรู้ชะตากรรมได้ทันทีว่า วินาทีนี
1ปีต่อมา...หลังจากวันนั้นที่เพื่อนของเฟอร์จากโลกไปแล้ว ทำให้เฟอร์ไม่ค่อยกล้าที่จะอยู่คนเดียวอีกต่อไป ด้วยเพราะยูมิเองก็มีเรย์ที่ต้องดูแล ต้องใช้ชีวิตคู่รักด้วยกัน เธอเลยไม่อยากที่จะรบกวนทั้งคู่มากนัก จึงตัดสินใจขนของกลับบ้านแล้วปล่อยคอนโดให้คนอื่นเช่าไป แล้วพะพายก็นานๆ จะเจอกันที วันไหนที่หยุดเธอถ







