Masukทำใจอยู่พักใหญ่ คนบนตักก็ยกแก้วขึ้นมากระดก ตามด้วยโอบรอบลำคอ ดันศีรษะเขาให้โน้มลงมา เพื่อป้อนเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ให้เขา แต่ทันทีที่ร่างเล็กประกบปาก เขาก็ใช้มือช้อนท้ายทอยเธอให้เงยขึ้น จากนั้นก็กลืนแอลกอฮอล์แสนหวานนั้นลงไปในลำคอ ไม่รู้ว่าเหล้ามันรสชาติหวาน หรือเป็นเพราะเธอป้อนกันแน่ ถึงได้หวานติดลิ้นได้ขนาดนี้
“อื้อ”
“อึก อึก อึก” จังหวะที่เขากลืนก็แอบดูดริมฝีปากเธอไปด้วย ซึ่งการกระทำของเขามันทำให้คนบนตักตื่นตระหนกอยู่ไม่น้อย
“อะ...เอ่อ...พอใจยัง” ทันทีที่ผละปากออกก็เอ่ยถามเขา
“แก้วเดียว จะไปพออะไร...พี่ครับ...ขออีกสิบแก้ว”
“สะ...สิบแก้ว!!” ไอ้บ้าเอ๊ย กะจะเอาให้ปากเปื่อยเลยหรือไง ร่างเล็กก่นด่าร่างสูงอยู่ในใจ ทว่าพะพายกลับไม่สนใจ ไหวไหล่แล้วตีมึนใส่เธอแทน
“ทำไม...เธอคิดว่ากระเป๋าน้องฉันมันราคาเท่าไหร่...ป้อนเหล้าแค่นี้เกินคุ้มเธอแล้ว”
“แค่นี้กับผีน่ะสิ” อุทานเบาๆ
“บ่นอะไร...บ่นดังๆ ให้ได้ยินด้วยสิ...”
“ปะ...เปล่าจ้า...” แสร้งยิ้มเมื่อถูกพะพายมองหน้าอย่างเอาเรื่อง แต่จังหวะที่เขาหันไปทางอื่น เธอก็เบะปากใส่เขาด้วยความหมั่นไส้ทันที ทำต่อหน้าไม่ได้ ทำลับหลังก็ได้วะ เธอคิด
เฟอร์ยังคงใช้ปากป้อนเครื่องดื่มมึนเมาให้เขาอย่างต่อเนื่อง และทุกครั้งที่เธออมแอลกอฮอล์ไว้ในปากเธอก็เผลอกลืนไปบ้างเล็กน้อย จนเธอก็แอบรู้สึกมึนๆ อยู่หน่อยๆ โชคดีที่เธอค่อนข้างเก่ง เป็นสายดื่มตัวแม่เลยพอจะตั้งสติได้ ส่วนเขาน่ะเหรอ...เริ่มพูดจาไม่รู้เรื่องแล้ว เธอก็เลยฉวยโอกาสที่เขาเมานั่นแหละปอกลอกให้หมด!!
“นี่นาย...เมาแล้ว...กุญแจรถอยู่ไหน...” เอ่ยถามพร้อมกับควานหากุญแจรถยนต์ของเขา
“อยู่นี่...ปะๆ ...ที่รักกลับกัน” พูดลิ้นพันกันไปหมดแล้ว แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็รีบหยิบกุญแจ แล้ววานให้พี่ๆ บอดี้การ์ดหิ้วเขาไปส่งที่รถ
“นี่นาย...มืออยู่นิ่งๆ ...อย่าล้วง...ฉันขับรถอยู่...” คนตัวเล็กปัดมือหนาที่กำลังซุกซนลูบไล้ต้นขาของเธอออก คนลามกล้วงมาได้มันแทบจะโดนของสงวนของเธออยู่แล้ว แต่ไม่ว่าจะปัดมันออกไปกี่ครั้ง เขาก็ยังคงใช้มือปลาหมึกนั้นก่อกวนเธอตลอดทางอยู่ดี
“มันเมาจริงไหมวะเนี่ย” เธออุทานแล้วหันไปมองใบหน้าของพะพายที่นอนตะแคงข้างหันมามองหน้าเธอด้วยสายตาเยิ้มๆ
มือหนาเอื้อมไปใช้สองนิ้วไต่ไปตามแขนเธอจนไปถึงหัวไหล่ ซุกซนไม่ยอมเลิก จนเธออยากจะจอดข้างทางแล้วถีบมันลงจากรถไปให้รู้แล้วรู้รอดไป ผู้ชายอะไรน่ารำคาญเป็นบ้า
“ปูไต่ ปูไต่ ปูไต่...อ๊ะๆ ...ไต่เข้านมดีไหมนะ” ใช้สองนิ้วไต่จากหัวไหล่ลงเธอแล้วเตรียมจะเลื่อนลงไปที่หน้าอก ทว่าคนตัวเล็กก็ฟาดมันก่อนที่มือเขาจะถึงเต้าอวบเสียก่อน
เฟี๊ยะ!!
“นี่เป็นโรคจิตหรือไง...”
“หรือจะไต่เข้าไปตรงนั้นดีน้า ไต่เข้าไปหนีบอีปิ๊เลยดีไหม” ไม่พูดเปล่า แต่คนหน้ามึนยังใช้สองนิ้วไต่ไปที่หน้าขาของเธอแล้วค่อยๆ หมุดเข้าไปใต้กระโปรงแสนสั้นของเธอช้าๆ
เพี๊ยะ!!
“โอ๊ย!!”
“นี่นาย ถ้าไม่อยู่นิ่งๆ ฉันจะปล่อยนายทิ้งไว้ข้างทางเดี๋ยวนี้เลย” เธอตวาดลั่นรถด้วยความหัวเสีย ที่ถูกพะพายฉวยโอกาสกับเธอไม่เลิก
หมับ!!
จุ๊ฟ จุ๊ฟ จุ๊ฟ!!
มือหนาคว้าแขนข้างที่เธอใช้คุมเกียร์มากุมไว้ ก่อนจะระดมจูบตั้งแต่หลังมือไปจนถึงต้นแขน จนคนถูกกระทำเริ่มที่จะทนไม่ไหวกับการกระทำของเขาที่มันอยู่ไม่เป็นสุข
“โอ๊ย...เมื่อไหร่จะถึงวะเนี่ย” อุทานอย่างหัวร้อนแล้วสะบัดแขนออกจากการเกาะกุมของไอ้คนหน้ามึนข้างๆ “ฟู่ว...อดทนไว้เฟอร์...หายใจเข้าพุธ...หายใจออกโธ...” ว่าแล้วก็พยายามคุมอัตราการหายใจของตน พร้อมกับรีบเหยียบคันเร่งให้ไปถึงคอนโดของพะพายเร็วๆ
กว่าจะขับมาถึงคอนโด เกือบเสียตัวให้ไอ้บ้ากามนี้แล้ว พอด่าก็ยิ้มอย่างกับคนหลอนกาว พอฟาดก็ตีมึน หยุดไปแป๊บเดียวก็หาเรื่องแต๊ะอั๋งเธอใหม่
ฟุ่บ!!
“เฮ้อ...กว่าจะถึง...เหงื่อแทบแตก” เฟอร์รีบจัดการพยุงร่างสูงที่เดินโซเซเข้าลิฟต์ไป แต่ระหว่างรอลิฟต์เคลื่อนขึ้นไปที่ชั้นบนสุด ไอ้บ้าพะพายมันก็เอาหน้าซุกซอกคอเธอ ต้อนจนร่างเล็กนั้นติดมุม
“หอมจัง...กลับห้องไปเธอเสร็จฉันแน่” คาดโทษเธอด้วยเสียงยานคราง ตาเยิ้มจนจะหลับอยู่รอมร่อ แถมทรงตัวแทบไม่อยู่ ทว่ายังมีหน้ามาซ่ากับเธออีก
“นี่...นี่มันในลิฟต์นะ...ใจเย็นหน่อยสิ”
“หึ...ใจเย็นอะไร...เธอเบี้ยวฉัน...มากี่รอบล้าว...” อืมเอาเข้าไป พูดแทบไม่รู้เรื่องแต่ก็ยังจะพูดมากอีก จะบ้าตาย
ไม่เพียงแค่ต้องเหนื่อยเถียงกับเขาเพียงเท่านั้นนะ ยังเหนื่อยที่ต้องพยายามดันหน้าเขาที่พยายามจะซุกอกเธอแทบตลอดเวลา หื่นไม่เลือกที่เลยจริงๆ แต่แล้วความอดทนกลับไม่จบลง เพราะทันทีที่เข้ามาถึงในห้องของเขา จากที่คิดว่าจะโล่งแล้ว เขากลับล็อกกลอน แล้วจู่โจมเธอตั้งแต่หน้าประตูห้อง
พรึ่บ พรึ่บ พรึ่บ!!
“อ๊ะ...พะพาย...จะ...ใจเย็นๆ สิ” เธอยังคงใจดีสู้เสือหิวโหยอย่างเขา แม้ว่าจะต่อต้านแค่ไหน เขาก็ยังตีมึนคุมถอดเสื้อผ้าเธอออกทีละชิ้นอยู่ดี
มือน้อยๆ พยายามผลักดันหน้าอกแกร่งออก ทว่ากลับถูกเขาต้อนเดินไปจนถึงเตียง รู้ตัวอีกทีทั้งคู่ก็เปลือยเปล่าไปแล้ว
พรึ่บ หมับ!!
“ดะ...เดี๋ยวสิ...”
“จิ๊...อะไรของเธอวะ...รีบเอาจะได้รีบนอน...” เอ่ยบอกเธอด้วยความรำคาญทั้งที่สตงสติของเขาแทบจะดับวูบอยู่แล้ว
“ยืมกระเป๋าพี่สะใภ้ให้ก่อน...โทรบอกเดี๋ยวนี้” เธอต่อรอง แล้วดันหน้าหล่อๆ ที่กำลังจะก้มซุกไซ้เธอออก
“หึ่ย!!” พ่นลมหายใจหนักๆ ออกมา แล้วพยุงร่างโซเซนั้นขึ้นนั่ง มือคว้าเครื่องสี่เหลี่ยมมาเลื่อนๆ หาชื่อน้องสาว แต่ด้วยเพราะตอนนี้ตาเริ่มพร่าเบลอ เลยเรียกให้เธอลุกขึ้นเลื่อนหาให้ “เลื่อนหาชื่อยัยฟ้าให้หน่อย...มองไม่ชัด” ไม่พูดเปล่าแต่จับต้นคอเธอแล้วกดใบหน้ามาที่จอสี่เหลี่ยม
ไอ้จอสี่เหลี่ยมไม่เท่าไหร่ แต่ท่อนลำข้าวหลามยักษ์ที่มันชี้โด่ขึ้นมานี่ดิ
“เฮือก” คนตัวเล็กตาโต เมื่อถูกความเป็นชายชี้หน้า ไม่พอมันยังผงกหัวราวกับทักทายเธออีก ในใจก็คิดว่าเป็นลมสิยัยเฟอร์ แต่มันกลับไม่ได้ดั่งใจหวัง
“เอ้า...หาเจอยัง” พูดพร้อมกับกดหัวเธอจ่อไปที่หน้าจออีกครั้ง
ฮือ ไอ้บ้านี่มันเมาจริงไหมวะ เฟอร์คิด ก่อนที่จะรีบเอื้อมมือไปจิ้มเลื่อนหาเบอร์น้องสาวของเขาอย่างสั่นๆ
“จะ...เจอแล้ว...” รีบกดโทรออกแล้วหยัดตัวขึ้นนั่งทันที ขืนให้หน้าเธอจ่ออยู่ตรงหว่างขาเขามีหวังช็อคตาย แม้ว่าเธอกับเขาจะเคยได้กันมาแล้วหลายครั้งก็เถอะ แต่ทุกครั้งเธอก็ไม่มีสติ ยิ่งมีสติแบบนี้ก็ยิ่งรับไม่ได้ใหญ่เลย
“อืม...” พยักหน้าเสร็จก็ยกโทรศัพท์ขึ้นแนบใบหูรอให้ปลายสายกดรับ แต่ขณะที่รอตาก็คือหลับไปแล้ว
เพี๊ยะ!!
“นี่!! โทรให้ฉันก่อน...อย่าเพิ่งหลับดิ” มือเล็กก็ไวซะเหลือเกินตบไปที่แก้มเขาจนหน้าสั่น ทำเอาซะคนเมาถึงกับรีบลืมตาขึ้นมาด้วยความตกใจ
“ฉันพักสายตาโว๊ย...” ตอบกลับพร้อมขมวดคิ้ว
[ว่าไงเฮีย...โทรมาซะดึกเลย]
“อะ...เอ่อ...อื้ม...ฟ้า...เฮียยืมกระเป๋าคอลเล็กชั่นใหม่...” พูดเพียงเท่านั้นเสียงก็หายไป พร้อมกับดวงตาที่ปิดลงอีกครั้ง แถมมันยังสัปหงก ต่อหน้าเธออีก
เพี๊ยะ!!
“คุยให้เสร็จก่อนได้ไหมค่อยหลับ” ตบไปที่แก้มเขาอีกครั้งและเเรงกว่าเดิม จนมันขึ้นรอยมือ เรียกสติให้คนเมาที่ง่วงจะตายชักให้ตื่นมาคุยโทรศัพท์ต่อด้วยท่าทีที่ลุ้นอีกครั้ง ลุ้นกลัวมันจะหลับคาสายอีก
“อะ...เอ้อ...เฮียขอนะ...เดี๋ยวซื้อใบใหม่ให้...พรุ่งนี้เดี๋ยวเฮียให้เฟอร์ไปเอา”
[โอเค...เอาไปเถอะ...เดี๋ยวฟ้าซื้อใหม่ก็ได้...แค่นี้นะเฮีย...ไม่มีอะไรแล้วใช่ไหม...เฮีย...เฮียพาย...เฮีย!!!!]
“...” ไม่มีเสียงตอบรับจากพะพาย โทรศัพท์หล่นไปบนที่นอน พร้อมกับพะพายที่หงายท้องหลับไปแล้ว
“เอ้า...เฮ้ย!!...เออดีเว้ย...ไม่ต้องเสียตัว...” ตกใจเพียงครู่หนึ่งก็รีบเรียกสติตัวเองกลับมา แล้วต่อจากนี้ล่ะ เธอจะทำไงต่อ ถ้าไอ้บ้านี่ตื่นมาโวยวายเธอเรื่องนั้น เธอจะทำไง
นั่งคิดอยู่สักพักและแล้วสมองอันชาญฉลาดของเธอก็มีแผนเด็ดๆ เธอรีบดึงร่างหมีควายของพะพายขึ้นไปนอนบนเตียงดีๆ และสร้างสถานการณ์ด้วยการดึงทึ้งที่นอนให้ดูยับยู่ยี่ราวกับว่าทั้งคู่นั้นได้ร่วมรักกันทั้งคืนประมาณแปดรอบ จากนั้นก็เปิดลิ้นชักและแกะกล่องถุงยางของเขา ฉีกถุงเอาถุงยางออกมาเป่าตามด้วยถุยน้ำลายใส่ในถุงยางแล้วโยนทิ้งลงพื้นไปนับสิบชิ้น
“คนอะไร สวย แถมยังฉลาดอีก...” ยกยิ้มขึ้นกับตัวเอง ก่อนที่จะรีบเดินไปหยิบเสื้อผ้าของตนที่ถูกพะพายถอดทิ้งบนพื้นมาสวมใส่
“เดี๋ยวนะ...ฉันไม่มีรถจะกลับยังไงล่ะเนี่ย...”
แปะๆๆๆ
“พะพาย...พะพาย...” ตบไปที่ใบหน้าหล่อเบาๆ หวังเรียกสติเขาอีกครั้ง
“อื้อ...##$@$%$%^#” แล้วก็ไม่รู้มันพูดแพร่มอะไรของมัน ฟังไม่รู้เรื่อง เธอเลยฉกฉวยโอกาสที่เขาไม่ได้สตินั่นแหละขอยืมรถ
“ยืมรถหน่อยนะ...พรุ่งนี้มีเรียนเช้า”
“อื้อ”
“ตังค์จะหมดแล้วนี่นา...กว่าเงินเดือนที่เฮียให้จะออกก็อีกตั้งอาทิตย์หน้า...เอาวะ...พะพาย...พะพาย”
“หืม?” ตอบรับ แต่ไม่รับรู้มีอยู่จริง แต่ช่างมันเถอะ มันเมา หลอกตบเอาทรัพย์ตอนนี้แหละ
“ขอเงินหน่อยนะ...” ว่าแล้วก็ก้มลงไปหยิบกระเป๋าตังค์ของเขาแล้วหยิบแบงก์สีเทาไปสิบใบ “ยืมหน่อยนะ...เงินเดือนออกเดี๋ยวเอามาคืน...อื้อๆ ...เอาไปเลย” ปลายประโยคตอบเอง ไม่พอทำเสียงเข้มเลียนแบบพะพายอีก จากนั้นก็รีบเก็บเงินใส่กระเป๋าด้วยท่าทีสบายใจ
“เพื่อความแนบเนียน...งั้น...” ว่าแล้วก็หยิบลิปสติกแท่งโปรดขึ้นมาทาปาก ตามด้วยประทับรอยจูบไปทั่วใบหน้า ลำคอ หน้าอก หน้าท้องของเขา และปิดจ๊ อบด้วยการดึงผ้าห่มขึ้นคลุมร่างอุจาดตานั้นทันที “จุ๊ฟๆ ...ฝันดีนะที่รักของเฟอร์...ไว้มาเล่นปูไต่ด้วยกันอีกนะจ๊ะ...” พูดจบก็สะบัดบ๊อบแล้วเดินออกจากห้องเขาไปสวยๆ
“คิคิ ได้เงินมาตั้งหมื่น แถมไม่เสียตัวสักน้ำ...เธอนี่มันฉลาดจริงๆ เลยยัยเฟอร์” อวยยศกับความปราดเปรื่องของตัวเอง แล้วรีบขับรถกลับคอนโดของเธอทันที
3ปีต่อมา...“แง้...ปะป๊า...ให้เฟิร์สเล่นบ้าง...ปะป๊าลงมา” เสียงเด็กน้อยวัย3ขวบงอแงประท้วงผู้เป็นพ่อที่นั่งรถบังคับของตัวเองขับทั่วบ้านไม่ยอมแบ่งใครเลย แถมยังปล่อยให้ลูกชายตัวน้อยวิ่งตามรถที่ตนขี่อีกบรื้นนนนนน“ปื้นๆ ขอทางหน่อยครับ...เดี๋ยวปะป๊าชนนะ” พะพายกล่าวกับลูก พร้อมกับทำเสียงแตรหวังบอกให้ลูกชายตัวน้อยหลีกทางให้เขาและดูเหมือนว่าจะสนุกยิ่งกว่าลูกเสียอีก ไม่พอยังทำลูกร้องไห้วิ่งไปฟ้องแม่อีก“มะ...ม๊า...ปะป๊าแย่งเฟิร์ส”“นี่พะพาย...โตขนาดนี้แล้วยังแย่งลูกอีก...ฉันให้ดูลูกยังทำลูกร้องไห้อีก...นี่นายตั้งใจกวนประสาทฉันหรือไงห๊ะ...ฉันประชุมกับเพื่อนอยู่เห็นไหม” เฟอร์เดินออกมาจากห้องทำงาน แล้วมาบ่นพะพายที่ทำลูกร้องเสียงดังรบกวนเธอจนเสียงลอดไปในห้องทำงาน“เอ้า...ประชุมเสร็จแล้วเหรอ...ปะๆ ...ไปดินเนอร์กัน...เดี๋ยวเอาน้องเฟิร์สไปให้ปู่เลี้ยง”“ฉันด่านี่สลดบ้างไหม...” เฟอร์กล่าวอย่างหัวเสีย จะไม่หงุดหงิดเลย ถ้าโปรเจคจิวเวอรี่ล็อตใหม่ไม่ถูกลอกจากร้านแบรนด์ของคู่แข่ง“พะพาย...เฟอร์มันเครียดอยู่...” หุ้นส่วนอย่างยูมิบอกด้วยเสียงจริงจัง จนพะพายที่เอาแต่คึก อยากให้เธอผ่อนคลายออกมาจากห้องทำงานรู
งานแต่งงานที่แพลนกันเอาไว้เริ่มใกล้เข้ามาทุกที แต่แทนที่เจ้าสาวจะวุ่นวายกับงานแต่ง ทว่ากลับเอาแต่นั่งกิน ช่วงนี้เธอกินเก่งมากๆ พะพายเลยตั้งใจอยากจะรีบจัดงานให้เร็วที่สุด เพราะกลัวว่าเธอจะเป็นขี้ปากชาวบ้าน ว่าท้องก่อนแต่งซึ่งงานแต่งถูกจัดขึ้นอย่างสมเกียรติที่โรงแรมหรูแปดดาว เหมายกชั้น รวมกับเปิดห้องให้แขกเหรื่อที่มาไกลๆ ได้มีที่พักกันด้วยบรรยากาศในงานนั้นจัดตรีมเทพนิยาย และเจ้าบ่าวของเธอวันนี้คืออัศวิน เธอเป็นคนจัดแจงให้เขาเอง เพราะเขาเป็นดั่งอัศวินขี่ม้าขาวมาช่วยเธอตลอด ตั้งแต่วันแรก และไม่ว่าจะครั้งไหนๆ ที่เธอเจออันตราย วันนั้นจะมีเขาคอยช่วยเธอไว้ได้ทันเสมอส่วนเธอก็เป็นดั่งเจ้าหญิงแสนสวยที่ค่อยๆ เดินควงแขนพ่ออย่างไต้ฝุ่นเข้าสู่ประตูวิวาห์ ด้วยชุดราตรีสีขาวอมชมพูยาวลากพื้น กระโปรงด้านหน้าฟูๆ สั้นเพียงแค่หน้าขา ด้านหลังยาวลากพื้นประมาณแปดเมตร ดีเทลชุดประดับไปด้วยผีเสื้อสีพาสเทลละมุนๆ ถักทออย่างประณีต ผมสีน้ำตาลลอนเป็นธรรมชาติถูกปล่อยสยายสวยงาม ใบหน้าตกแต่งหวานๆ เข้ากับใบหน้าสวยหวานทว่ากลับดูดื้อรั้นไปในคราเดียวกันสองขาค่อยๆ ก้าวไปตามพื้นพรมที่โรยไปด้วยกลีบกุหลาบสีขาว ด้านข้างเป็นโต
ด้านพะพาย...“เฮ้อเหลือเงินแค่2ร้อยเอง จะเลี้ยงพ่อตาพอไหมเนี่ย” ร่างสูงมองดูเงินในกระเป๋าพร้อมกับหันไปมองพ่อตาที่นอนหลับปุ๋ยอยู่บนเตียงด้วยใบหน้าสิ้นหวัง“ทักไปกู้ไอ้หมอกก็ได้วะ” เมื่อไม่มีทางเลือกเลยจำเป็นเข้าแชทเพื่อขอความช่วยเหลือจากแฝดตัวเอง แต่ทว่าจังหวะที่เขากำลังจะพิมพ์ขอความช่วยเหลือ สัญญาณอินเทอร์เน็ตกลับหมุนติ้วๆ“เอ้า...เวรเอ๊ย...เน็ตหมดวันนี้อีก...โอ๊ย...เฟอร์...พายผิดไปแล้ว...ฮือ...พายอยากกลับบ้าน” มือหน้ายกขึ้นลูบหน้าตัวเองแรงๆ เพื่อระบายความขุ่นมัวในจิตใน ชีวิตนี้มันจะซวยอะไรเบอร์นั้นอะ เงินก็จะหมด เน็ตก็มาหมดวันนี้อีก“ลูกเขย...ป๊าอยากกินหมูกระทะอะ...เราไปกินกันไหม” ฟงเอ่ยชวน เมื่อได้กลิ่นเหมือนว่าข้างห้องจะย่างหมู ซึ่งมันยั่วน้ำลายเขาเหลือเกิน แถมทั้งวันก็ยังไม่กินข้าวเลย เงินก็ร่อยหรอลงไปเต็มที แต่เมียก็ยังไม่มีสัญญาณว่าจะหายโกรธ“ป๊าครับ...ผมเหลือเงินแค่สองร้อยเอง...ของป๊าเหลือเท่าไหร่”“ป๊าเหลือร้อยเดียว” สิ้นหวังหนักกว่าเดิม จะบ้าตาย3ร้อยรวมกันสองคน จะผ่านพ้นวันนี้ไปได้ยังไง“เราต้มบะหมี่กินกันเถอะครับ หมูกระทะเอาไว้ก่อน” พะพายกล่าว จากนั้นก็เดินไปกดน้ำร้อนใส่บะหม
ผ่านไปประมาณสิบนาทีเธอก็เดินเข้าไปในห้องที่ฟงและพะพายอยู่ แต่ด้วยเพราะทั้งคู่ไม่ได้มีบัตรสมาชิกเลยไม่สามารถเข้าไปไม่ได้แบบโจ่งแจ้ง จึงโดนพนักงานกักตัวไว้ก่อน“เข้าไม่ได้นะคะ ห้องนี้มีลูกค้าใช้บริการอยู่ค่ะ”“แต่ฉันเป็นเมียของมัน ถ้าไม่ให้ฉันเข้าไป ฉันจะสั่งปิดร้านเธอแล้วแจ้งข้อหาค้าประเวณี” เฟอร์กล่าวเสียงแข็ง จนพนักงานชะงัก“ว่าไง...จะให้ฉันเข้าไปจัดการผัวของพวกเราได้ยัง...ถ้าให้เข้าไปฉันจะไม่เอาเรื่องที่ร้านเธอ แต่ถ้าไม่...รู้ใช่ไหมว่ามันปิดได้ง่ายๆ เลยนะ ถ้าไม่อยากซวยก็หลีกทางซะ” ครั้งนี้เป็นเหม่ยจิงที่พูดขึ้น สุดท้ายพนักงานก็จำต้องให้เธอและแม่เข้าไปด้านใน เพราะกลัวว่าสถานที่ของเจ้านายจะปิดตัว“อืม...นวดแรงๆ สิหนูเดี๋ยวเฮียให้ทิป” เสียงอ่อนเสียงหวานของฟงเอ่ยขึ้น“แหมป๊า...อยู่บ้านกับเมียเสียงหวานแบบนี้ไหม” พะพายเอ่ยถามเชิงขำ ไม่จริงจังนัก ก่อนที่จะปล่อยให้สาวสวยอกตู้มนวดต่อโดยที่ทั้งคู่ก็แช่อ่างน้ำร้อน ใบหน้าคือผ่อนคลายสุดๆ ฟงนี่มองนมพนักงานแทบไม่วางตา แต่แล้วสวรรค์ก็ต้องดับลงกลางอากาศเมื่อเหม่ยจิงเดินเข้าไปยืนตรงหน้า ตามด้วยเฟอร์ที่เดินเข้าไปเช่นเดียวกัน“เฮือก...หมวยเล็ก...อาจิง
แจ๊ะ แจ๊ะ!!ลิ้นร้อนตวัดเลียกลีบดอกไม้ฉ่ำๆ ตรงหน้ารัวๆ ทำเอาร่างเล็กนั้นอยู่แทบไม่สุข ร่อนเอวเด้งรับลีลาของลิ้นเขาไม่พัก จนในที่สุดเธอปลดปล่อยน้ำหวานใสๆ เคลือบคลอออกมานอกปากทางรัก ส่วนพะพายก็ดูเลียกินอย่างตะกละตะกลามเสร็จด้วยปากแล้ว ก็แน่นอนว่าต้องได้กระแทกด้วย เพราะคนอย่างเอาน้ำเดียวไม่เคยพออยู่แล้ว หากเธอเป็นอาหาร ก็คงจะเป็นอาหารจานโปรดแสนอร่อย ที่กินเท่าไหร่ก็ไม่รู้จักอิ่ม มีแต่จะเบิ้ลเพิ่ม เอาให้จุกกันไปข้างเลยพะพายยืนขึ้นเต็มความสูงแล้วช้อนร่างเล็กขึ้นจากโซฟา เดินดุ่มๆ เข้าไปในห้องนอน ก่อนที่จะจัดลีลารักแสนเร่าร้อนจนเตียงสั่น กว่าเขาจะปล่อยให้เธอได้นอนก็เกือบเช้า ส่วนเขาก็อิ่มหนำสำราญใจ กอดก่ายเธออยู่ใต้ผ้าห่มนวมผืนใหญ่ ทั้งที่ยังเปลือยกายด้วยกันทั้งคู่ช่วงสายของวันต่อมา...ร่างเล็กในอ้อมกอดอันอบอุ่นค่อยๆ ลืมตาตื่นขึ้นมาเพราะเพชรที่ถูกแสงแดดกระทบมันแยงตาเธอจนตาแทบบอด แต่แทนที่จะหงุดหงิดกลับอมยิ้ม เมื่อลืมตาขึ้นมาเห็นแหวนที่อยู่บนนิ้วนางข้างซ้าย แหวนที่สวมมาที่นิ้วของเธอด้วยฝีมือของเขาเมื่อคืนนี้ และเธอไม่ได้มโนไปเอง มันคือเรื่อจริงที่จับต้องได้แม้ว่าจะเป็นการขอแต่งงานที่เริ่ม
หัวใจของเธอเต้นคร่อมจังหวะทันที จากนั้นเขาก็เอื้อมมือมาจับมือข้างซ้ายของเธอไปจูบ และนั่นก็ยิ่งทำให้เธอยิ่งเขินเข้าไปใหญ่ ยิ้มหน้าบานแทบไม่หุบ“พะพาย...” ร่างเล็กน้ำตาคลอ มองหน้าเขาอย่างไม่ค่อยเชื่อสายตา ว่าคนทรงกวนแบบเขาจะมีโมเม้นท์นี้ขอเธอแต่งงานแก๊ก แก๊ก!!“กรี๊ดดดดดดด ไอ้บ้าพะพาย...ทำบ้าอะไรของนายวะเนี่ย” แล้วแล้วก็ต้องลมออกหูเมื่อสิ่งที่เขาหยิบออกมาไม่ใช่แหวนเพชรเม็ดโตอย่างที่เธอวาดฝันแสนหวานเอาไว้ แต่มันคือมีดตัดเล็บ แล้วเขาก็กำลังตัดเล็บของเธอที่เธอเพิ่งจะไปทำมาด้วย“นี่คือคุณค่าที่เธอคู่ควรที่สุด ตัดซะบ้างเล็บน่ะ แสบหลังเป็นบ้า ข่วนจนหลังฉันลายหมดแล้ว” พูดพร้อมกับบรรจงตัดเล็บให้เธอต่อ โดยที่เธอก็พยายามชักกลับ แต่ก็ไม่สามารถต้านแรงของเขาได้ บวกกับกลัวว่าถ้ายื้อแย่งกันไปมามีดตัดเล็บจะตัดนิ้วเธอเอา“ไอ้บ้าพะพาย!! เล็บฉันเพิ่งไปทำมานะ!!”พูดพร้อมกับน้ำตาคลอเบ้า นึกเสียดายเล็บสวยๆ“ก็ทำแบบสั้นๆ สิ...จะไว้ยาวทำไม...เธอเห็นหลังฉันหรือยัง...ว่ามันลายแค่ไหน...มีแต่รอยเล็บเธอเนี่ย”“หึ่ย!! ฉันไม่น่าไปคาดหวังกับคนอย่างนายเลย” จากที่เขินๆ เมื่อครู่ พอถูกกระชากลงมาจากสวรรค์เพราะถูกคนบ้าอย่า







![I hope you know : หัวใจของกาย [กาย + เอิงเอย]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)