Share

ปูไต่

last update Tanggal publikasi: 2026-04-02 21:19:47

ทำใจอยู่พักใหญ่ คนบนตักก็ยกแก้วขึ้นมากระดก ตามด้วยโอบรอบลำคอ ดันศีรษะเขาให้โน้มลงมา เพื่อป้อนเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ให้เขา แต่ทันทีที่ร่างเล็กประกบปาก เขาก็ใช้มือช้อนท้ายทอยเธอให้เงยขึ้น จากนั้นก็กลืนแอลกอฮอล์แสนหวานนั้นลงไปในลำคอ ไม่รู้ว่าเหล้ามันรสชาติหวาน หรือเป็นเพราะเธอป้อนกันแน่ ถึงได้หวานติดลิ้นได้ขนาดนี้

                     “อื้อ”

                     “อึก อึก อึก” จังหวะที่เขากลืนก็แอบดูดริมฝีปากเธอไปด้วย ซึ่งการกระทำของเขามันทำให้คนบนตักตื่นตระหนกอยู่ไม่น้อย

                     “อะ...เอ่อ...พอใจยัง” ทันทีที่ผละปากออกก็เอ่ยถามเขา

                     “แก้วเดียว จะไปพออะไร...พี่ครับ...ขออีกสิบแก้ว”

                     “สะ...สิบแก้ว!!” ไอ้บ้าเอ๊ย กะจะเอาให้ปากเปื่อยเลยหรือไง ร่างเล็กก่นด่าร่างสูงอยู่ในใจ ทว่าพะพายกลับไม่สนใจ ไหวไหล่แล้วตีมึนใส่เธอแทน

                     “ทำไม...เธอคิดว่ากระเป๋าน้องฉันมันราคาเท่าไหร่...ป้อนเหล้าแค่นี้เกินคุ้มเธอแล้ว”

                     “แค่นี้กับผีน่ะสิ” อุทานเบาๆ

                     “บ่นอะไร...บ่นดังๆ ให้ได้ยินด้วยสิ...”

                     “ปะ...เปล่าจ้า...” แสร้งยิ้มเมื่อถูกพะพายมองหน้าอย่างเอาเรื่อง แต่จังหวะที่เขาหันไปทางอื่น เธอก็เบะปากใส่เขาด้วยความหมั่นไส้ทันที ทำต่อหน้าไม่ได้ ทำลับหลังก็ได้วะ เธอคิด

                     เฟอร์ยังคงใช้ปากป้อนเครื่องดื่มมึนเมาให้เขาอย่างต่อเนื่อง และทุกครั้งที่เธออมแอลกอฮอล์ไว้ในปากเธอก็เผลอกลืนไปบ้างเล็กน้อย จนเธอก็แอบรู้สึกมึนๆ อยู่หน่อยๆ โชคดีที่เธอค่อนข้างเก่ง เป็นสายดื่มตัวแม่เลยพอจะตั้งสติได้ ส่วนเขาน่ะเหรอ...เริ่มพูดจาไม่รู้เรื่องแล้ว เธอก็เลยฉวยโอกาสที่เขาเมานั่นแหละปอกลอกให้หมด!!

                     “นี่นาย...เมาแล้ว...กุญแจรถอยู่ไหน...” เอ่ยถามพร้อมกับควานหากุญแจรถยนต์ของเขา

                     “อยู่นี่...ปะๆ ...ที่รักกลับกัน” พูดลิ้นพันกันไปหมดแล้ว แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็รีบหยิบกุญแจ แล้ววานให้พี่ๆ บอดี้การ์ดหิ้วเขาไปส่งที่รถ

                     “นี่นาย...มืออยู่นิ่งๆ ...อย่าล้วง...ฉันขับรถอยู่...” คนตัวเล็กปัดมือหนาที่กำลังซุกซนลูบไล้ต้นขาของเธอออก คนลามกล้วงมาได้มันแทบจะโดนของสงวนของเธออยู่แล้ว แต่ไม่ว่าจะปัดมันออกไปกี่ครั้ง เขาก็ยังคงใช้มือปลาหมึกนั้นก่อกวนเธอตลอดทางอยู่ดี

                     “มันเมาจริงไหมวะเนี่ย” เธออุทานแล้วหันไปมองใบหน้าของพะพายที่นอนตะแคงข้างหันมามองหน้าเธอด้วยสายตาเยิ้มๆ

                     มือหนาเอื้อมไปใช้สองนิ้วไต่ไปตามแขนเธอจนไปถึงหัวไหล่ ซุกซนไม่ยอมเลิก จนเธออยากจะจอดข้างทางแล้วถีบมันลงจากรถไปให้รู้แล้วรู้รอดไป ผู้ชายอะไรน่ารำคาญเป็นบ้า

                     “ปูไต่ ปูไต่ ปูไต่...อ๊ะๆ ...ไต่เข้านมดีไหมนะ” ใช้สองนิ้วไต่จากหัวไหล่ลงเธอแล้วเตรียมจะเลื่อนลงไปที่หน้าอก ทว่าคนตัวเล็กก็ฟาดมันก่อนที่มือเขาจะถึงเต้าอวบเสียก่อน

                     เฟี๊ยะ!!

                     “นี่เป็นโรคจิตหรือไง...”

                     “หรือจะไต่เข้าไปตรงนั้นดีน้า ไต่เข้าไปหนีบอีปิ๊เลยดีไหม” ไม่พูดเปล่า แต่คนหน้ามึนยังใช้สองนิ้วไต่ไปที่หน้าขาของเธอแล้วค่อยๆ หมุดเข้าไปใต้กระโปรงแสนสั้นของเธอช้าๆ

                     เพี๊ยะ!!

                     “โอ๊ย!!”

                     “นี่นาย ถ้าไม่อยู่นิ่งๆ ฉันจะปล่อยนายทิ้งไว้ข้างทางเดี๋ยวนี้เลย” เธอตวาดลั่นรถด้วยความหัวเสีย ที่ถูกพะพายฉวยโอกาสกับเธอไม่เลิก

                     หมับ!!

                     จุ๊ฟ จุ๊ฟ จุ๊ฟ!!

                     มือหนาคว้าแขนข้างที่เธอใช้คุมเกียร์มากุมไว้ ก่อนจะระดมจูบตั้งแต่หลังมือไปจนถึงต้นแขน จนคนถูกกระทำเริ่มที่จะทนไม่ไหวกับการกระทำของเขาที่มันอยู่ไม่เป็นสุข

                     “โอ๊ย...เมื่อไหร่จะถึงวะเนี่ย” อุทานอย่างหัวร้อนแล้วสะบัดแขนออกจากการเกาะกุมของไอ้คนหน้ามึนข้างๆ “ฟู่ว...อดทนไว้เฟอร์...หายใจเข้าพุธ...หายใจออกโธ...” ว่าแล้วก็พยายามคุมอัตราการหายใจของตน พร้อมกับรีบเหยียบคันเร่งให้ไปถึงคอนโดของพะพายเร็วๆ

                     กว่าจะขับมาถึงคอนโด เกือบเสียตัวให้ไอ้บ้ากามนี้แล้ว พอด่าก็ยิ้มอย่างกับคนหลอนกาว พอฟาดก็ตีมึน หยุดไปแป๊บเดียวก็หาเรื่องแต๊ะอั๋งเธอใหม่

                     ฟุ่บ!!

                     “เฮ้อ...กว่าจะถึง...เหงื่อแทบแตก” เฟอร์รีบจัดการพยุงร่างสูงที่เดินโซเซเข้าลิฟต์ไป แต่ระหว่างรอลิฟต์เคลื่อนขึ้นไปที่ชั้นบนสุด ไอ้บ้าพะพายมันก็เอาหน้าซุกซอกคอเธอ ต้อนจนร่างเล็กนั้นติดมุม

                     “หอมจัง...กลับห้องไปเธอเสร็จฉันแน่” คาดโทษเธอด้วยเสียงยานคราง ตาเยิ้มจนจะหลับอยู่รอมร่อ แถมทรงตัวแทบไม่อยู่ ทว่ายังมีหน้ามาซ่ากับเธออีก

                     “นี่...นี่มันในลิฟต์นะ...ใจเย็นหน่อยสิ”

                     “หึ...ใจเย็นอะไร...เธอเบี้ยวฉัน...มากี่รอบล้าว...” อืมเอาเข้าไป พูดแทบไม่รู้เรื่องแต่ก็ยังจะพูดมากอีก จะบ้าตาย

                     ไม่เพียงแค่ต้องเหนื่อยเถียงกับเขาเพียงเท่านั้นนะ ยังเหนื่อยที่ต้องพยายามดันหน้าเขาที่พยายามจะซุกอกเธอแทบตลอดเวลา หื่นไม่เลือกที่เลยจริงๆ แต่แล้วความอดทนกลับไม่จบลง เพราะทันทีที่เข้ามาถึงในห้องของเขา จากที่คิดว่าจะโล่งแล้ว เขากลับล็อกกลอน แล้วจู่โจมเธอตั้งแต่หน้าประตูห้อง

                     พรึ่บ พรึ่บ พรึ่บ!!

                     “อ๊ะ...พะพาย...จะ...ใจเย็นๆ สิ” เธอยังคงใจดีสู้เสือหิวโหยอย่างเขา แม้ว่าจะต่อต้านแค่ไหน เขาก็ยังตีมึนคุมถอดเสื้อผ้าเธอออกทีละชิ้นอยู่ดี

                     มือน้อยๆ พยายามผลักดันหน้าอกแกร่งออก ทว่ากลับถูกเขาต้อนเดินไปจนถึงเตียง รู้ตัวอีกทีทั้งคู่ก็เปลือยเปล่าไปแล้ว

                     พรึ่บ หมับ!!

                     “ดะ...เดี๋ยวสิ...”

                     “จิ๊...อะไรของเธอวะ...รีบเอาจะได้รีบนอน...” เอ่ยบอกเธอด้วยความรำคาญทั้งที่สตงสติของเขาแทบจะดับวูบอยู่แล้ว

                     “ยืมกระเป๋าพี่สะใภ้ให้ก่อน...โทรบอกเดี๋ยวนี้” เธอต่อรอง แล้วดันหน้าหล่อๆ ที่กำลังจะก้มซุกไซ้เธอออก

                     “หึ่ย!!” พ่นลมหายใจหนักๆ ออกมา แล้วพยุงร่างโซเซนั้นขึ้นนั่ง มือคว้าเครื่องสี่เหลี่ยมมาเลื่อนๆ หาชื่อน้องสาว แต่ด้วยเพราะตอนนี้ตาเริ่มพร่าเบลอ เลยเรียกให้เธอลุกขึ้นเลื่อนหาให้ “เลื่อนหาชื่อยัยฟ้าให้หน่อย...มองไม่ชัด” ไม่พูดเปล่าแต่จับต้นคอเธอแล้วกดใบหน้ามาที่จอสี่เหลี่ยม

                     ไอ้จอสี่เหลี่ยมไม่เท่าไหร่ แต่ท่อนลำข้าวหลามยักษ์ที่มันชี้โด่ขึ้นมานี่ดิ

                     “เฮือก” คนตัวเล็กตาโต เมื่อถูกความเป็นชายชี้หน้า ไม่พอมันยังผงกหัวราวกับทักทายเธออีก ในใจก็คิดว่าเป็นลมสิยัยเฟอร์ แต่มันกลับไม่ได้ดั่งใจหวัง

                     “เอ้า...หาเจอยัง” พูดพร้อมกับกดหัวเธอจ่อไปที่หน้าจออีกครั้ง

                     ฮือ ไอ้บ้านี่มันเมาจริงไหมวะ เฟอร์คิด ก่อนที่จะรีบเอื้อมมือไปจิ้มเลื่อนหาเบอร์น้องสาวของเขาอย่างสั่นๆ

                     “จะ...เจอแล้ว...” รีบกดโทรออกแล้วหยัดตัวขึ้นนั่งทันที ขืนให้หน้าเธอจ่ออยู่ตรงหว่างขาเขามีหวังช็อคตาย แม้ว่าเธอกับเขาจะเคยได้กันมาแล้วหลายครั้งก็เถอะ แต่ทุกครั้งเธอก็ไม่มีสติ ยิ่งมีสติแบบนี้ก็ยิ่งรับไม่ได้ใหญ่เลย

                     “อืม...” พยักหน้าเสร็จก็ยกโทรศัพท์ขึ้นแนบใบหูรอให้ปลายสายกดรับ แต่ขณะที่รอตาก็คือหลับไปแล้ว

                     เพี๊ยะ!!

                     “นี่!! โทรให้ฉันก่อน...อย่าเพิ่งหลับดิ” มือเล็กก็ไวซะเหลือเกินตบไปที่แก้มเขาจนหน้าสั่น ทำเอาซะคนเมาถึงกับรีบลืมตาขึ้นมาด้วยความตกใจ

                     “ฉันพักสายตาโว๊ย...” ตอบกลับพร้อมขมวดคิ้ว

                     [ว่าไงเฮีย...โทรมาซะดึกเลย]

                     “อะ...เอ่อ...อื้ม...ฟ้า...เฮียยืมกระเป๋าคอลเล็กชั่นใหม่...” พูดเพียงเท่านั้นเสียงก็หายไป พร้อมกับดวงตาที่ปิดลงอีกครั้ง แถมมันยังสัปหงก ต่อหน้าเธออีก

                     เพี๊ยะ!!

                     “คุยให้เสร็จก่อนได้ไหมค่อยหลับ” ตบไปที่แก้มเขาอีกครั้งและเเรงกว่าเดิม จนมันขึ้นรอยมือ เรียกสติให้คนเมาที่ง่วงจะตายชักให้ตื่นมาคุยโทรศัพท์ต่อด้วยท่าทีที่ลุ้นอีกครั้ง ลุ้นกลัวมันจะหลับคาสายอีก

                     “อะ...เอ้อ...เฮียขอนะ...เดี๋ยวซื้อใบใหม่ให้...พรุ่งนี้เดี๋ยวเฮียให้เฟอร์ไปเอา”

                     [โอเค...เอาไปเถอะ...เดี๋ยวฟ้าซื้อใหม่ก็ได้...แค่นี้นะเฮีย...ไม่มีอะไรแล้วใช่ไหม...เฮีย...เฮียพาย...เฮีย!!!!]

                     “...” ไม่มีเสียงตอบรับจากพะพาย โทรศัพท์หล่นไปบนที่นอน พร้อมกับพะพายที่หงายท้องหลับไปแล้ว

                     “เอ้า...เฮ้ย!!...เออดีเว้ย...ไม่ต้องเสียตัว...” ตกใจเพียงครู่หนึ่งก็รีบเรียกสติตัวเองกลับมา แล้วต่อจากนี้ล่ะ เธอจะทำไงต่อ ถ้าไอ้บ้านี่ตื่นมาโวยวายเธอเรื่องนั้น เธอจะทำไง

                     นั่งคิดอยู่สักพักและแล้วสมองอันชาญฉลาดของเธอก็มีแผนเด็ดๆ เธอรีบดึงร่างหมีควายของพะพายขึ้นไปนอนบนเตียงดีๆ และสร้างสถานการณ์ด้วยการดึงทึ้งที่นอนให้ดูยับยู่ยี่ราวกับว่าทั้งคู่นั้นได้ร่วมรักกันทั้งคืนประมาณแปดรอบ จากนั้นก็เปิดลิ้นชักและแกะกล่องถุงยางของเขา ฉีกถุงเอาถุงยางออกมาเป่าตามด้วยถุยน้ำลายใส่ในถุงยางแล้วโยนทิ้งลงพื้นไปนับสิบชิ้น

                     “คนอะไร สวย แถมยังฉลาดอีก...” ยกยิ้มขึ้นกับตัวเอง ก่อนที่จะรีบเดินไปหยิบเสื้อผ้าของตนที่ถูกพะพายถอดทิ้งบนพื้นมาสวมใส่

                     “เดี๋ยวนะ...ฉันไม่มีรถจะกลับยังไงล่ะเนี่ย...”

                     แปะๆๆๆ

                     “พะพาย...พะพาย...” ตบไปที่ใบหน้าหล่อเบาๆ หวังเรียกสติเขาอีกครั้ง

                     “อื้อ...##$@$%$%^#” แล้วก็ไม่รู้มันพูดแพร่มอะไรของมัน ฟังไม่รู้เรื่อง เธอเลยฉกฉวยโอกาสที่เขาไม่ได้สตินั่นแหละขอยืมรถ

                     “ยืมรถหน่อยนะ...พรุ่งนี้มีเรียนเช้า”

                     “อื้อ”

                     “ตังค์จะหมดแล้วนี่นา...กว่าเงินเดือนที่เฮียให้จะออกก็อีกตั้งอาทิตย์หน้า...เอาวะ...พะพาย...พะพาย”

                     “หืม?” ตอบรับ แต่ไม่รับรู้มีอยู่จริง แต่ช่างมันเถอะ มันเมา หลอกตบเอาทรัพย์ตอนนี้แหละ

                     “ขอเงินหน่อยนะ...” ว่าแล้วก็ก้มลงไปหยิบกระเป๋าตังค์ของเขาแล้วหยิบแบงก์สีเทาไปสิบใบ “ยืมหน่อยนะ...เงินเดือนออกเดี๋ยวเอามาคืน...อื้อๆ ...เอาไปเลย” ปลายประโยคตอบเอง ไม่พอทำเสียงเข้มเลียนแบบพะพายอีก จากนั้นก็รีบเก็บเงินใส่กระเป๋าด้วยท่าทีสบายใจ

                     “เพื่อความแนบเนียน...งั้น...” ว่าแล้วก็หยิบลิปสติกแท่งโปรดขึ้นมาทาปาก ตามด้วยประทับรอยจูบไปทั่วใบหน้า ลำคอ หน้าอก หน้าท้องของเขา และปิดจ๊ อบด้วยการดึงผ้าห่มขึ้นคลุมร่างอุจาดตานั้นทันที “จุ๊ฟๆ ...ฝันดีนะที่รักของเฟอร์...ไว้มาเล่นปูไต่ด้วยกันอีกนะจ๊ะ...” พูดจบก็สะบัดบ๊อบแล้วเดินออกจากห้องเขาไปสวยๆ

                     “คิคิ ได้เงินมาตั้งหมื่น แถมไม่เสียตัวสักน้ำ...เธอนี่มันฉลาดจริงๆ เลยยัยเฟอร์” อวยยศกับความปราดเปรื่องของตัวเอง แล้วรีบขับรถกลับคอนโดของเธอทันที

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ลวงรักฉบับวิศวะการบิน   จบ+End Credits

    3ปีต่อมา...“แง้...ปะป๊า...ให้เฟิร์สเล่นบ้าง...ปะป๊าลงมา” เสียงเด็กน้อยวัย3ขวบงอแงประท้วงผู้เป็นพ่อที่นั่งรถบังคับของตัวเองขับทั่วบ้านไม่ยอมแบ่งใครเลย แถมยังปล่อยให้ลูกชายตัวน้อยวิ่งตามรถที่ตนขี่อีกบรื้นนนนนน“ปื้นๆ ขอทางหน่อยครับ...เดี๋ยวปะป๊าชนนะ” พะพายกล่าวกับลูก พร้อมกับทำเสียงแตรหวังบอกให้ลูกชายตัวน้อยหลีกทางให้เขาและดูเหมือนว่าจะสนุกยิ่งกว่าลูกเสียอีก ไม่พอยังทำลูกร้องไห้วิ่งไปฟ้องแม่อีก“มะ...ม๊า...ปะป๊าแย่งเฟิร์ส”“นี่พะพาย...โตขนาดนี้แล้วยังแย่งลูกอีก...ฉันให้ดูลูกยังทำลูกร้องไห้อีก...นี่นายตั้งใจกวนประสาทฉันหรือไงห๊ะ...ฉันประชุมกับเพื่อนอยู่เห็นไหม” เฟอร์เดินออกมาจากห้องทำงาน แล้วมาบ่นพะพายที่ทำลูกร้องเสียงดังรบกวนเธอจนเสียงลอดไปในห้องทำงาน“เอ้า...ประชุมเสร็จแล้วเหรอ...ปะๆ ...ไปดินเนอร์กัน...เดี๋ยวเอาน้องเฟิร์สไปให้ปู่เลี้ยง”“ฉันด่านี่สลดบ้างไหม...” เฟอร์กล่าวอย่างหัวเสีย จะไม่หงุดหงิดเลย ถ้าโปรเจคจิวเวอรี่ล็อตใหม่ไม่ถูกลอกจากร้านแบรนด์ของคู่แข่ง“พะพาย...เฟอร์มันเครียดอยู่...” หุ้นส่วนอย่างยูมิบอกด้วยเสียงจริงจัง จนพะพายที่เอาแต่คึก อยากให้เธอผ่อนคลายออกมาจากห้องทำงานรู

  • ลวงรักฉบับวิศวะการบิน   อัศวินขี่ม้าขาว

    งานแต่งงานที่แพลนกันเอาไว้เริ่มใกล้เข้ามาทุกที แต่แทนที่เจ้าสาวจะวุ่นวายกับงานแต่ง ทว่ากลับเอาแต่นั่งกิน ช่วงนี้เธอกินเก่งมากๆ พะพายเลยตั้งใจอยากจะรีบจัดงานให้เร็วที่สุด เพราะกลัวว่าเธอจะเป็นขี้ปากชาวบ้าน ว่าท้องก่อนแต่งซึ่งงานแต่งถูกจัดขึ้นอย่างสมเกียรติที่โรงแรมหรูแปดดาว เหมายกชั้น รวมกับเปิดห้องให้แขกเหรื่อที่มาไกลๆ ได้มีที่พักกันด้วยบรรยากาศในงานนั้นจัดตรีมเทพนิยาย และเจ้าบ่าวของเธอวันนี้คืออัศวิน เธอเป็นคนจัดแจงให้เขาเอง เพราะเขาเป็นดั่งอัศวินขี่ม้าขาวมาช่วยเธอตลอด ตั้งแต่วันแรก และไม่ว่าจะครั้งไหนๆ ที่เธอเจออันตราย วันนั้นจะมีเขาคอยช่วยเธอไว้ได้ทันเสมอส่วนเธอก็เป็นดั่งเจ้าหญิงแสนสวยที่ค่อยๆ เดินควงแขนพ่ออย่างไต้ฝุ่นเข้าสู่ประตูวิวาห์ ด้วยชุดราตรีสีขาวอมชมพูยาวลากพื้น กระโปรงด้านหน้าฟูๆ สั้นเพียงแค่หน้าขา ด้านหลังยาวลากพื้นประมาณแปดเมตร ดีเทลชุดประดับไปด้วยผีเสื้อสีพาสเทลละมุนๆ ถักทออย่างประณีต ผมสีน้ำตาลลอนเป็นธรรมชาติถูกปล่อยสยายสวยงาม ใบหน้าตกแต่งหวานๆ เข้ากับใบหน้าสวยหวานทว่ากลับดูดื้อรั้นไปในคราเดียวกันสองขาค่อยๆ ก้าวไปตามพื้นพรมที่โรยไปด้วยกลีบกุหลาบสีขาว ด้านข้างเป็นโต

  • ลวงรักฉบับวิศวะการบิน   ผิดไปแล้วคนดี

    ด้านพะพาย...“เฮ้อเหลือเงินแค่2ร้อยเอง จะเลี้ยงพ่อตาพอไหมเนี่ย” ร่างสูงมองดูเงินในกระเป๋าพร้อมกับหันไปมองพ่อตาที่นอนหลับปุ๋ยอยู่บนเตียงด้วยใบหน้าสิ้นหวัง“ทักไปกู้ไอ้หมอกก็ได้วะ” เมื่อไม่มีทางเลือกเลยจำเป็นเข้าแชทเพื่อขอความช่วยเหลือจากแฝดตัวเอง แต่ทว่าจังหวะที่เขากำลังจะพิมพ์ขอความช่วยเหลือ สัญญาณอินเทอร์เน็ตกลับหมุนติ้วๆ“เอ้า...เวรเอ๊ย...เน็ตหมดวันนี้อีก...โอ๊ย...เฟอร์...พายผิดไปแล้ว...ฮือ...พายอยากกลับบ้าน” มือหน้ายกขึ้นลูบหน้าตัวเองแรงๆ เพื่อระบายความขุ่นมัวในจิตใน ชีวิตนี้มันจะซวยอะไรเบอร์นั้นอะ เงินก็จะหมด เน็ตก็มาหมดวันนี้อีก“ลูกเขย...ป๊าอยากกินหมูกระทะอะ...เราไปกินกันไหม” ฟงเอ่ยชวน เมื่อได้กลิ่นเหมือนว่าข้างห้องจะย่างหมู ซึ่งมันยั่วน้ำลายเขาเหลือเกิน แถมทั้งวันก็ยังไม่กินข้าวเลย เงินก็ร่อยหรอลงไปเต็มที แต่เมียก็ยังไม่มีสัญญาณว่าจะหายโกรธ“ป๊าครับ...ผมเหลือเงินแค่สองร้อยเอง...ของป๊าเหลือเท่าไหร่”“ป๊าเหลือร้อยเดียว” สิ้นหวังหนักกว่าเดิม จะบ้าตาย3ร้อยรวมกันสองคน จะผ่านพ้นวันนี้ไปได้ยังไง“เราต้มบะหมี่กินกันเถอะครับ หมูกระทะเอาไว้ก่อน” พะพายกล่าว จากนั้นก็เดินไปกดน้ำร้อนใส่บะหม

  • ลวงรักฉบับวิศวะการบิน   ผิดหวัง

    ผ่านไปประมาณสิบนาทีเธอก็เดินเข้าไปในห้องที่ฟงและพะพายอยู่ แต่ด้วยเพราะทั้งคู่ไม่ได้มีบัตรสมาชิกเลยไม่สามารถเข้าไปไม่ได้แบบโจ่งแจ้ง จึงโดนพนักงานกักตัวไว้ก่อน“เข้าไม่ได้นะคะ ห้องนี้มีลูกค้าใช้บริการอยู่ค่ะ”“แต่ฉันเป็นเมียของมัน ถ้าไม่ให้ฉันเข้าไป ฉันจะสั่งปิดร้านเธอแล้วแจ้งข้อหาค้าประเวณี” เฟอร์กล่าวเสียงแข็ง จนพนักงานชะงัก“ว่าไง...จะให้ฉันเข้าไปจัดการผัวของพวกเราได้ยัง...ถ้าให้เข้าไปฉันจะไม่เอาเรื่องที่ร้านเธอ แต่ถ้าไม่...รู้ใช่ไหมว่ามันปิดได้ง่ายๆ เลยนะ ถ้าไม่อยากซวยก็หลีกทางซะ” ครั้งนี้เป็นเหม่ยจิงที่พูดขึ้น สุดท้ายพนักงานก็จำต้องให้เธอและแม่เข้าไปด้านใน เพราะกลัวว่าสถานที่ของเจ้านายจะปิดตัว“อืม...นวดแรงๆ สิหนูเดี๋ยวเฮียให้ทิป” เสียงอ่อนเสียงหวานของฟงเอ่ยขึ้น“แหมป๊า...อยู่บ้านกับเมียเสียงหวานแบบนี้ไหม” พะพายเอ่ยถามเชิงขำ ไม่จริงจังนัก ก่อนที่จะปล่อยให้สาวสวยอกตู้มนวดต่อโดยที่ทั้งคู่ก็แช่อ่างน้ำร้อน ใบหน้าคือผ่อนคลายสุดๆ ฟงนี่มองนมพนักงานแทบไม่วางตา แต่แล้วสวรรค์ก็ต้องดับลงกลางอากาศเมื่อเหม่ยจิงเดินเข้าไปยืนตรงหน้า ตามด้วยเฟอร์ที่เดินเข้าไปเช่นเดียวกัน“เฮือก...หมวยเล็ก...อาจิง

  • ลวงรักฉบับวิศวะการบิน   คนที่เข้าใจเธอมากที่สุด

    แจ๊ะ แจ๊ะ!!ลิ้นร้อนตวัดเลียกลีบดอกไม้ฉ่ำๆ ตรงหน้ารัวๆ ทำเอาร่างเล็กนั้นอยู่แทบไม่สุข ร่อนเอวเด้งรับลีลาของลิ้นเขาไม่พัก จนในที่สุดเธอปลดปล่อยน้ำหวานใสๆ เคลือบคลอออกมานอกปากทางรัก ส่วนพะพายก็ดูเลียกินอย่างตะกละตะกลามเสร็จด้วยปากแล้ว ก็แน่นอนว่าต้องได้กระแทกด้วย เพราะคนอย่างเอาน้ำเดียวไม่เคยพออยู่แล้ว หากเธอเป็นอาหาร ก็คงจะเป็นอาหารจานโปรดแสนอร่อย ที่กินเท่าไหร่ก็ไม่รู้จักอิ่ม มีแต่จะเบิ้ลเพิ่ม เอาให้จุกกันไปข้างเลยพะพายยืนขึ้นเต็มความสูงแล้วช้อนร่างเล็กขึ้นจากโซฟา เดินดุ่มๆ เข้าไปในห้องนอน ก่อนที่จะจัดลีลารักแสนเร่าร้อนจนเตียงสั่น กว่าเขาจะปล่อยให้เธอได้นอนก็เกือบเช้า ส่วนเขาก็อิ่มหนำสำราญใจ กอดก่ายเธออยู่ใต้ผ้าห่มนวมผืนใหญ่ ทั้งที่ยังเปลือยกายด้วยกันทั้งคู่ช่วงสายของวันต่อมา...ร่างเล็กในอ้อมกอดอันอบอุ่นค่อยๆ ลืมตาตื่นขึ้นมาเพราะเพชรที่ถูกแสงแดดกระทบมันแยงตาเธอจนตาแทบบอด แต่แทนที่จะหงุดหงิดกลับอมยิ้ม เมื่อลืมตาขึ้นมาเห็นแหวนที่อยู่บนนิ้วนางข้างซ้าย แหวนที่สวมมาที่นิ้วของเธอด้วยฝีมือของเขาเมื่อคืนนี้ และเธอไม่ได้มโนไปเอง มันคือเรื่อจริงที่จับต้องได้แม้ว่าจะเป็นการขอแต่งงานที่เริ่ม

  • ลวงรักฉบับวิศวะการบิน   หอมเกินต้านNC+++

    หัวใจของเธอเต้นคร่อมจังหวะทันที จากนั้นเขาก็เอื้อมมือมาจับมือข้างซ้ายของเธอไปจูบ และนั่นก็ยิ่งทำให้เธอยิ่งเขินเข้าไปใหญ่ ยิ้มหน้าบานแทบไม่หุบ“พะพาย...” ร่างเล็กน้ำตาคลอ มองหน้าเขาอย่างไม่ค่อยเชื่อสายตา ว่าคนทรงกวนแบบเขาจะมีโมเม้นท์นี้ขอเธอแต่งงานแก๊ก แก๊ก!!“กรี๊ดดดดดดด ไอ้บ้าพะพาย...ทำบ้าอะไรของนายวะเนี่ย” แล้วแล้วก็ต้องลมออกหูเมื่อสิ่งที่เขาหยิบออกมาไม่ใช่แหวนเพชรเม็ดโตอย่างที่เธอวาดฝันแสนหวานเอาไว้ แต่มันคือมีดตัดเล็บ แล้วเขาก็กำลังตัดเล็บของเธอที่เธอเพิ่งจะไปทำมาด้วย“นี่คือคุณค่าที่เธอคู่ควรที่สุด ตัดซะบ้างเล็บน่ะ แสบหลังเป็นบ้า ข่วนจนหลังฉันลายหมดแล้ว” พูดพร้อมกับบรรจงตัดเล็บให้เธอต่อ โดยที่เธอก็พยายามชักกลับ แต่ก็ไม่สามารถต้านแรงของเขาได้ บวกกับกลัวว่าถ้ายื้อแย่งกันไปมามีดตัดเล็บจะตัดนิ้วเธอเอา“ไอ้บ้าพะพาย!! เล็บฉันเพิ่งไปทำมานะ!!”พูดพร้อมกับน้ำตาคลอเบ้า นึกเสียดายเล็บสวยๆ“ก็ทำแบบสั้นๆ สิ...จะไว้ยาวทำไม...เธอเห็นหลังฉันหรือยัง...ว่ามันลายแค่ไหน...มีแต่รอยเล็บเธอเนี่ย”“หึ่ย!! ฉันไม่น่าไปคาดหวังกับคนอย่างนายเลย” จากที่เขินๆ เมื่อครู่ พอถูกกระชากลงมาจากสวรรค์เพราะถูกคนบ้าอย่า

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status