ログインเช้าวันต่อมา ร่างสูงค่อยๆ ลืมตาตื่นขึ้นมาในช่วงสาย หลังจากที่ได้ยินเสียงโทรศัพท์ที่กระหน่ำโทรเข้ามาอย่างต่อเนื่อง รบกวนเวลาพักผ่อนของเขา
“โอ๊ย...ใครมันโทรมานักหนาวะ คนจะนอน” พะพายโวยวายลั่นห้อง แต่ก็ควานหาเครื่องสี่เหลี่ยมที่ดังอยู่ไม่ไกลตัวเขานัก ขึ้นมากดรับแล้วกรอกเสียงลงไป “คนจะนอนโทรมาทำไมนักหนาวะ”
[ที่ให้ไปดูน้อง ได้เรื่องมายังไงบ้าง ถ้าไม่ได้เรื่องพ่อกับกายจะไปดูเองแล้วนะ] เสียงปรายสายเอ่ยถาม ทำให้ร่างสูงสะดุ้งโหยงลุกขึ้นจากเตียง
“อะ...เอ่อ...พ่อเองเหรอครับ...พายไปดูแล้วเมื่อวาน...ปกติดีครับน้องไม่ได้ซ่อนใครไว้”
[แน่ใจนะ...]
“โธ่...พ่อเชื่อพาย...อีกอย่างพายไปบ่อยยัยฟ้าสงสัย พายว่าช่วงนี้พ่อห่างๆ ไปก่อนดีไหมครับ...ไม่งั้นถ้าเรื่องถึงหูฟ้า...ยัยฟ้าต้องโกรธเราแน่ๆ” หว่านล้อมเพื่อไม่ให้พ่อไปหาน้องสาว พร้อมกับสายตาของตนก็พลันมองไปยังพื้นห้อง ที่มีแต่เศษซากถุงยางที่ใช้แล้วเกลื่อนไปหมด ไม่พอเพียงเท่านั้นเตียงนอนของเขายังยับยู่ยี่ราวกับเมื่อคืนนี้อยู่ในสมรภูมิสวาทที่แสนหนักหน่วง
“เชี่ย...หนักขนาดนี้เลยเหรอ” ร่างสูงอุทานทั้งที่ยังไม่ได้กดวางสาย
[อะไร...อะไรขนาดนี้...] ปรายสายถามเมื่อได้ยินลูกชายอุทานกับตัวเองเสียงหลง
“อะ...เอ่อ...ปะเปล่าครับพ่อ...พ่อแค่นี้ก่อนนะครับพายตื่นสาย...ต้องรีบไปเรียนแล้ว” ว่าแล้วก็รีบอ้างเพื่อวางสายทันที ก่อนจะมองไปรอบๆ ห้อง ซึ่งตอนนี้ไม่มีร่างเล็กอยู่แล้ว
“เชี่ย...สิบถุง...เอาขนาดนี้...มันลุกไหวได้ยังไง...” เลิกคิ้วมอง พร้อมกับสำรวจตามเนื้อตามตัวของตนที่มีแต่รอยลิปสติก รอยจูบของคนตัวเล็ก ซึ่งเขาจำได้ดีว่าลิปสติกสีนี้คือของเธอจริงๆ
“เออช่างเถอะ ถือว่ายัยนั่นทำตามข้อตกลงแล้ว” รีบสะบัดความคิดและความสงสัยออกจากหัว จากนั้นก็รีบลุกไปอาบน้ำเตรียมตัวไปเรียน ทว่ากุญแจเขากลับหาย
“ฉิบหายและ...ยัยบ้านั่นเอารถกูไปเหรอวะเนี่ย...หึ่ย...แสบจริงๆ” สบถกับตัวเองเมื่อโดนโจรปล้นสวาทปล้นรถของเขาไป ถึงอย่างนั้นก็เถอะก็เลยจำใจต้องโบกแท็กซี่ไปที่คณะ
“250บาทพ่อหนุ่ม...”
“ครับ...” พยักหน้าตอบรับแล้วล้วงกระเป๋าสตางค์หวังจะจ่ายเงิน...แต่ “เฮ้ย...เงินหายไปไหนหมดเนี่ย!!” เมื่อเปิดกระเป๋าแล้วพบว่ามันมีแต่ความว่างเปล่า มีเพียงแค่บัตรเครดิต และบัตรนิสิตเท่านั้นที่ยังอยู่ครบ
“พ่อหนุ่ม...สรุปจะจ่ายไหม...ลุงต้องรีบไปรับผู้โดยสารคนอื่นอีกนะ”
“อะ...เอ่อ...ขอโทษครับลุง...เดี๋ยวผมให้น้องผมมาจ่าย” ว่าแล้วก็รีบต่อสายหาสายหมอก เพื่อให้มาจ่ายค่าแท็กซี่ให้ พร้อมกับในใจที่แค้น และคาดโทษยัยตัวเล็กที่บังอาจปล้นทรัพย์ของเขาไป
ด้านเฟอร์...
ตึก ตึก ตึก!!
“ขอบใจมากนะเฟอร์เพื่อนรัก...ไว้ฉันใช้เสร็จฉันจะรีบเอามาคืนเลย...ว่าแต่...นี่รถคันใหม่ของเธอเหรอ...” สโนว์กล่าว แล้วปรายตามองรถสปอร์ตคันหรูที่เธอขับมาใหม่
“อะ...อ้อ...ใช่จ้ะ...สวยไหม...” จะบ้าตาย อยากจะตีปากของตัวเองจริงๆ เลย ไม่รู้ว่าจะหาเรื่องให้ตัวเองอีกไปถึงเมื่อไหร่ แล้วถ้าไอ้บ้านั่นมาเอารถคืนไป จะบอกยัยนี่ว่าไงล่ะเนี่ย
“หูย...เก๋เว่อร์...” ตาลุกวาวเมื่อได้ยินเช่นนั้น เอาเข้าจริงๆ สโนว์เองก็คบเธอเพียงเพราะต้องการยืมของเท่านั้นแหละ เธอเองก็ต้องการยกระดับตัวเอง ในขณะที่เฟอร์เองก็ต้องการแค่เพื่อน ต้องการให้แค่คนอื่นสนใจ เลยต้องยกระดับตัวเองให้คนเข้าหาเยอะๆ ทั้งที่รู้ว่าคนเหล่านั้นเข้าหาเธอเพราะอะไร แต่ก็ยังอยากสร้างภาพเพียงเพื่อจะได้มีมิตรภาพจอมปลอม “งั้น...ฉันกลับก่อนนะ...เดี๋ยวจะไปงานเลี้ยงไม่ทัน...ไว้นัดกินข้าวกันนะเพื่อนรัก”
“อื้ม...” โบกมือลาแล้วหมุนตัวหันไปเปิดประตูรถ
หมับ!!
“อ๊ะ...” แต่ก่อนที่จะได้เปิดประตู พะพายก็คว้าหมับไปที่ข้อมือของคนตัวเล็กซะก่อน ตามด้วยดันร่างเธอ จนหลังแนบติดไปกับประตูรถ
“แสบมากเลยนะยัยหมากระเป๋า...ขโมยรถยังไม่พอ เธอยังเอาเงินฉันไปอีก”
“ฉะ...ฉันขโมยที่ไหน...ก็นายเป็นคนให้ฉันเอง”โกหกออกไปคำโต
“ห๊ะ...ฉันเนี่ยนะให้เธอ”
“กะ...ก็ใช่ไง...ฉันถามแล้ว...แล้วนายก็ตอบรับฉันทุกคำเลย...นายให้ฉันเองนะ...แล้วฉันก็ขี้เกรงใจซะด้วย...ก็เลยต้องรับเอาไว้ทั้งหมด” แสร้งตีหน้าซื่อเล่าความเท็จต่อหน้าเขา
“พูดจริงปะเนี่ย...หน้าตาดูไม่น่าไว้ใจเลย”
“นะ...นี่...ฉันควรโวยวายนาย...เมื่อคืนนายได้ฉันไปตั้งกี่รอบ...ขอยืมแค่นี้เองทำงกไปได้”
“เราได้กันขนาดนั้น...เธอ...ยังเดินตัวปลิวได้ขนาดนี้เลยเหรอ...ฉันว่าฉันก็ใหญ่พอตัวอยู่นะ...แต่ดูเธอสิ...เดินพลิ้วเชียว” เลิกคิ้วแล้วมองท่าทางที่ดูปกติของเฟอร์ ซึ่งมันผิดวิสัยคนโดนแบบหนักหน่วง
ครั้งสองครั้งก็จะไม่แปลกใจเลย แต่ความเฟอร์ ดันโป๊ะแตก และพลาดท่าเสียเอง แล้วโดนต้อนขนาดนี้ เธอจะแก้ตัวกับเขายังไงล่ะทีนี้
“นะ...นี่...ตราบใดที่หัวเด็กยังออกมาจากช่องคลอดได้...ของนายก็ยังเล็กอยู่ดี...อย่ามั่นเกินไปหน่อยเลย...อีกอย่างเมื่อคืนนายเมานายเสร็จเร็ว...ก็เลยหลายรอบไง” เธอแก้ตัวไปมั่วๆ ไม่รู้หรอกว่าอะไรเป็นอะไร เอาตัวรอดไว้ก่อน
“โอเค...เชื่อก็ได้...งั้นตอบฉันมา...ในฐานะที่เธอมีอะไรกับฉันมาเกินสิบครั้ง...ฉันไซซ์อะไร” ฉิบหาย!! จะไปรู้ได้ไงล่ะเนี่ย ก็เพราะไม่ได้กันไง แล้วความโง่เขลาของตัวเอง เมื่อคืนก็ไม่ได้ดูว่าเลขบนกล่องมันคือเลขอะไร เอาไงดีวะเฟอร์ จะตอบมันไปว่ายังไง แอบหงุดหงิดตัวเองที่มีสมองปลาทองไม่จำอะไรเลย
“...” เคยได้ยินเพื่อนพูดว่าชายไทยใหญ่สุดก็56 เอาวะ ตอบ56ไปก่อน “ไซซ์56ไง” ตอบไปด้วยน้ำเสียงไม่ค่อยมั่นใจ พร้อมช้อนสายตามองเขาเพื่อลุ้น
“เธอเอากับฉันจริงหรือเปล่า ไม่ใช่ว่าสร้างสถานการณ์ขึ้นมานะ” เลิกคิ้วมองเธอ ไม่วายโน้มใบหน้าเข้าไปใกล้เธอ จ้องมองร่างเล็กอย่างจับผิด
“กะ...ก็ใครมันจะไปดูทันล่ะ...ตอนเอากันใครมันจะไปนั่งดูกล่อง”
“อีกรอบปะ ไม่แน่ใจเลยว่ะ...” อันนี้ไม่ได้ตั้งใจกวนประสาท แต่เป็นเพราะความรู้สึกของเขามันไม่แน่ใจจริงๆ ว่าเธอกับเขาได้กันแล้วจริงๆ เมื่อคืน
“อะ...ไอ้บ้า...นายได้ไปเกินคุ้มแล้วย่ะ...”
“ก็เธอจำไซซ์ฉันไม่แม่น...รอบนี้ก็จะได้จำได้ไง...เฟลอ่ะคิดได้ไงว่าฉัน56”
“ละ...แล้วมันเท่าไหนล่ะ”เชิดหน้าถาม ทั้งที่เรื่องแบบนี้เอาเข้าจริงๆมันไม่ควรมาถามเลย
“อืม...” ใช้มือบีบไปที่ข้อมือเล็กเบาๆ พร้อมปรายตามอง ก่อนที่จะพูดด้วยถ้อยคำแสนกวนประสาท “ใหญ่กว่าข้อมือเล็กๆ ของเธออยู่”
หมับ!!
“ว๊าย...ไอ้ทุเรศ...ทำบ้าอะไรของนายเนี่ย” ด้วยความน่ามึนของเขา จับมือเล็กไปลูบที่เป้าตัวเองที่กำลังตึงเปรี๊ยะ จนเธอตกใจรีบชักมือออกด้วยความรวดเร็ว “รู้แล้วว่าใหญ่...ฉันเห็นแล้ว...”
“หึๆ ...หน้าตาตื่นเชียว...ที่รัก” กลั้วหัวเราะออกมาในลำคอ กับท่าทีของคนตัวเล็ก ที่ถูกเขาแกล้ง
“หึ่ย!! ไอ้โรคจิต”
“หึ...คำนั้นยังน้อยไปสำคัญคนอย่างฉัน” ไหวไหล่แล้ว ดึงเธอออกจากประตู “จะไปด้วยไหม ถ้าไปก็เดินไปเปิดประตูขึ้นเอง...ฉันไม่เปิดให้หรอกนะ” แต่ก่อนที่จะปิดประตูก็ถามขึ้นก่อน แล้วดูคำพูดเขาสิ กวนประสาทชะมัด
“ปะ...ไปๆๆ ...” รีบวิ่งอ้อมไปเปิดประตูรถแล้วรีบเข้าไปนั่งข้างคนขับทันที
“ไปด้วยเนี่ย...ไม่ได้ให้ไปด้วยอย่างเดียวนะ”
“วะ...ว่าไงนะ!!”
“เธอคิดว่าฉันจะใจดีไปส่งเธอหรือไง...”
“งะ...งั้นฉันไม่ไปแล้ว...จอดเดี๋ยวนี้เลย...ฉันจะโบกแท็กซี่กลับเอง”
“เข้าถ้ำเสือ...จะออกไปง่ายๆ ได้ไง...ไปเล่นปูไต่ที่ห้องพี่ไหมน้อง”
“ปูไต่บ้านนายน่ะสิ...จอด!! ฉันไม่ไปด้วยแล้ว” โวยวายหวังให้เขาจอด
3ปีต่อมา...“แง้...ปะป๊า...ให้เฟิร์สเล่นบ้าง...ปะป๊าลงมา” เสียงเด็กน้อยวัย3ขวบงอแงประท้วงผู้เป็นพ่อที่นั่งรถบังคับของตัวเองขับทั่วบ้านไม่ยอมแบ่งใครเลย แถมยังปล่อยให้ลูกชายตัวน้อยวิ่งตามรถที่ตนขี่อีกบรื้นนนนนน“ปื้นๆ ขอทางหน่อยครับ...เดี๋ยวปะป๊าชนนะ” พะพายกล่าวกับลูก พร้อมกับทำเสียงแตรหวังบอกให้ลูกชายตัวน้อยหลีกทางให้เขาและดูเหมือนว่าจะสนุกยิ่งกว่าลูกเสียอีก ไม่พอยังทำลูกร้องไห้วิ่งไปฟ้องแม่อีก“มะ...ม๊า...ปะป๊าแย่งเฟิร์ส”“นี่พะพาย...โตขนาดนี้แล้วยังแย่งลูกอีก...ฉันให้ดูลูกยังทำลูกร้องไห้อีก...นี่นายตั้งใจกวนประสาทฉันหรือไงห๊ะ...ฉันประชุมกับเพื่อนอยู่เห็นไหม” เฟอร์เดินออกมาจากห้องทำงาน แล้วมาบ่นพะพายที่ทำลูกร้องเสียงดังรบกวนเธอจนเสียงลอดไปในห้องทำงาน“เอ้า...ประชุมเสร็จแล้วเหรอ...ปะๆ ...ไปดินเนอร์กัน...เดี๋ยวเอาน้องเฟิร์สไปให้ปู่เลี้ยง”“ฉันด่านี่สลดบ้างไหม...” เฟอร์กล่าวอย่างหัวเสีย จะไม่หงุดหงิดเลย ถ้าโปรเจคจิวเวอรี่ล็อตใหม่ไม่ถูกลอกจากร้านแบรนด์ของคู่แข่ง“พะพาย...เฟอร์มันเครียดอยู่...” หุ้นส่วนอย่างยูมิบอกด้วยเสียงจริงจัง จนพะพายที่เอาแต่คึก อยากให้เธอผ่อนคลายออกมาจากห้องทำงานรู
งานแต่งงานที่แพลนกันเอาไว้เริ่มใกล้เข้ามาทุกที แต่แทนที่เจ้าสาวจะวุ่นวายกับงานแต่ง ทว่ากลับเอาแต่นั่งกิน ช่วงนี้เธอกินเก่งมากๆ พะพายเลยตั้งใจอยากจะรีบจัดงานให้เร็วที่สุด เพราะกลัวว่าเธอจะเป็นขี้ปากชาวบ้าน ว่าท้องก่อนแต่งซึ่งงานแต่งถูกจัดขึ้นอย่างสมเกียรติที่โรงแรมหรูแปดดาว เหมายกชั้น รวมกับเปิดห้องให้แขกเหรื่อที่มาไกลๆ ได้มีที่พักกันด้วยบรรยากาศในงานนั้นจัดตรีมเทพนิยาย และเจ้าบ่าวของเธอวันนี้คืออัศวิน เธอเป็นคนจัดแจงให้เขาเอง เพราะเขาเป็นดั่งอัศวินขี่ม้าขาวมาช่วยเธอตลอด ตั้งแต่วันแรก และไม่ว่าจะครั้งไหนๆ ที่เธอเจออันตราย วันนั้นจะมีเขาคอยช่วยเธอไว้ได้ทันเสมอส่วนเธอก็เป็นดั่งเจ้าหญิงแสนสวยที่ค่อยๆ เดินควงแขนพ่ออย่างไต้ฝุ่นเข้าสู่ประตูวิวาห์ ด้วยชุดราตรีสีขาวอมชมพูยาวลากพื้น กระโปรงด้านหน้าฟูๆ สั้นเพียงแค่หน้าขา ด้านหลังยาวลากพื้นประมาณแปดเมตร ดีเทลชุดประดับไปด้วยผีเสื้อสีพาสเทลละมุนๆ ถักทออย่างประณีต ผมสีน้ำตาลลอนเป็นธรรมชาติถูกปล่อยสยายสวยงาม ใบหน้าตกแต่งหวานๆ เข้ากับใบหน้าสวยหวานทว่ากลับดูดื้อรั้นไปในคราเดียวกันสองขาค่อยๆ ก้าวไปตามพื้นพรมที่โรยไปด้วยกลีบกุหลาบสีขาว ด้านข้างเป็นโต
ด้านพะพาย...“เฮ้อเหลือเงินแค่2ร้อยเอง จะเลี้ยงพ่อตาพอไหมเนี่ย” ร่างสูงมองดูเงินในกระเป๋าพร้อมกับหันไปมองพ่อตาที่นอนหลับปุ๋ยอยู่บนเตียงด้วยใบหน้าสิ้นหวัง“ทักไปกู้ไอ้หมอกก็ได้วะ” เมื่อไม่มีทางเลือกเลยจำเป็นเข้าแชทเพื่อขอความช่วยเหลือจากแฝดตัวเอง แต่ทว่าจังหวะที่เขากำลังจะพิมพ์ขอความช่วยเหลือ สัญญาณอินเทอร์เน็ตกลับหมุนติ้วๆ“เอ้า...เวรเอ๊ย...เน็ตหมดวันนี้อีก...โอ๊ย...เฟอร์...พายผิดไปแล้ว...ฮือ...พายอยากกลับบ้าน” มือหน้ายกขึ้นลูบหน้าตัวเองแรงๆ เพื่อระบายความขุ่นมัวในจิตใน ชีวิตนี้มันจะซวยอะไรเบอร์นั้นอะ เงินก็จะหมด เน็ตก็มาหมดวันนี้อีก“ลูกเขย...ป๊าอยากกินหมูกระทะอะ...เราไปกินกันไหม” ฟงเอ่ยชวน เมื่อได้กลิ่นเหมือนว่าข้างห้องจะย่างหมู ซึ่งมันยั่วน้ำลายเขาเหลือเกิน แถมทั้งวันก็ยังไม่กินข้าวเลย เงินก็ร่อยหรอลงไปเต็มที แต่เมียก็ยังไม่มีสัญญาณว่าจะหายโกรธ“ป๊าครับ...ผมเหลือเงินแค่สองร้อยเอง...ของป๊าเหลือเท่าไหร่”“ป๊าเหลือร้อยเดียว” สิ้นหวังหนักกว่าเดิม จะบ้าตาย3ร้อยรวมกันสองคน จะผ่านพ้นวันนี้ไปได้ยังไง“เราต้มบะหมี่กินกันเถอะครับ หมูกระทะเอาไว้ก่อน” พะพายกล่าว จากนั้นก็เดินไปกดน้ำร้อนใส่บะหม
ผ่านไปประมาณสิบนาทีเธอก็เดินเข้าไปในห้องที่ฟงและพะพายอยู่ แต่ด้วยเพราะทั้งคู่ไม่ได้มีบัตรสมาชิกเลยไม่สามารถเข้าไปไม่ได้แบบโจ่งแจ้ง จึงโดนพนักงานกักตัวไว้ก่อน“เข้าไม่ได้นะคะ ห้องนี้มีลูกค้าใช้บริการอยู่ค่ะ”“แต่ฉันเป็นเมียของมัน ถ้าไม่ให้ฉันเข้าไป ฉันจะสั่งปิดร้านเธอแล้วแจ้งข้อหาค้าประเวณี” เฟอร์กล่าวเสียงแข็ง จนพนักงานชะงัก“ว่าไง...จะให้ฉันเข้าไปจัดการผัวของพวกเราได้ยัง...ถ้าให้เข้าไปฉันจะไม่เอาเรื่องที่ร้านเธอ แต่ถ้าไม่...รู้ใช่ไหมว่ามันปิดได้ง่ายๆ เลยนะ ถ้าไม่อยากซวยก็หลีกทางซะ” ครั้งนี้เป็นเหม่ยจิงที่พูดขึ้น สุดท้ายพนักงานก็จำต้องให้เธอและแม่เข้าไปด้านใน เพราะกลัวว่าสถานที่ของเจ้านายจะปิดตัว“อืม...นวดแรงๆ สิหนูเดี๋ยวเฮียให้ทิป” เสียงอ่อนเสียงหวานของฟงเอ่ยขึ้น“แหมป๊า...อยู่บ้านกับเมียเสียงหวานแบบนี้ไหม” พะพายเอ่ยถามเชิงขำ ไม่จริงจังนัก ก่อนที่จะปล่อยให้สาวสวยอกตู้มนวดต่อโดยที่ทั้งคู่ก็แช่อ่างน้ำร้อน ใบหน้าคือผ่อนคลายสุดๆ ฟงนี่มองนมพนักงานแทบไม่วางตา แต่แล้วสวรรค์ก็ต้องดับลงกลางอากาศเมื่อเหม่ยจิงเดินเข้าไปยืนตรงหน้า ตามด้วยเฟอร์ที่เดินเข้าไปเช่นเดียวกัน“เฮือก...หมวยเล็ก...อาจิง
แจ๊ะ แจ๊ะ!!ลิ้นร้อนตวัดเลียกลีบดอกไม้ฉ่ำๆ ตรงหน้ารัวๆ ทำเอาร่างเล็กนั้นอยู่แทบไม่สุข ร่อนเอวเด้งรับลีลาของลิ้นเขาไม่พัก จนในที่สุดเธอปลดปล่อยน้ำหวานใสๆ เคลือบคลอออกมานอกปากทางรัก ส่วนพะพายก็ดูเลียกินอย่างตะกละตะกลามเสร็จด้วยปากแล้ว ก็แน่นอนว่าต้องได้กระแทกด้วย เพราะคนอย่างเอาน้ำเดียวไม่เคยพออยู่แล้ว หากเธอเป็นอาหาร ก็คงจะเป็นอาหารจานโปรดแสนอร่อย ที่กินเท่าไหร่ก็ไม่รู้จักอิ่ม มีแต่จะเบิ้ลเพิ่ม เอาให้จุกกันไปข้างเลยพะพายยืนขึ้นเต็มความสูงแล้วช้อนร่างเล็กขึ้นจากโซฟา เดินดุ่มๆ เข้าไปในห้องนอน ก่อนที่จะจัดลีลารักแสนเร่าร้อนจนเตียงสั่น กว่าเขาจะปล่อยให้เธอได้นอนก็เกือบเช้า ส่วนเขาก็อิ่มหนำสำราญใจ กอดก่ายเธออยู่ใต้ผ้าห่มนวมผืนใหญ่ ทั้งที่ยังเปลือยกายด้วยกันทั้งคู่ช่วงสายของวันต่อมา...ร่างเล็กในอ้อมกอดอันอบอุ่นค่อยๆ ลืมตาตื่นขึ้นมาเพราะเพชรที่ถูกแสงแดดกระทบมันแยงตาเธอจนตาแทบบอด แต่แทนที่จะหงุดหงิดกลับอมยิ้ม เมื่อลืมตาขึ้นมาเห็นแหวนที่อยู่บนนิ้วนางข้างซ้าย แหวนที่สวมมาที่นิ้วของเธอด้วยฝีมือของเขาเมื่อคืนนี้ และเธอไม่ได้มโนไปเอง มันคือเรื่อจริงที่จับต้องได้แม้ว่าจะเป็นการขอแต่งงานที่เริ่ม
หัวใจของเธอเต้นคร่อมจังหวะทันที จากนั้นเขาก็เอื้อมมือมาจับมือข้างซ้ายของเธอไปจูบ และนั่นก็ยิ่งทำให้เธอยิ่งเขินเข้าไปใหญ่ ยิ้มหน้าบานแทบไม่หุบ“พะพาย...” ร่างเล็กน้ำตาคลอ มองหน้าเขาอย่างไม่ค่อยเชื่อสายตา ว่าคนทรงกวนแบบเขาจะมีโมเม้นท์นี้ขอเธอแต่งงานแก๊ก แก๊ก!!“กรี๊ดดดดดดด ไอ้บ้าพะพาย...ทำบ้าอะไรของนายวะเนี่ย” แล้วแล้วก็ต้องลมออกหูเมื่อสิ่งที่เขาหยิบออกมาไม่ใช่แหวนเพชรเม็ดโตอย่างที่เธอวาดฝันแสนหวานเอาไว้ แต่มันคือมีดตัดเล็บ แล้วเขาก็กำลังตัดเล็บของเธอที่เธอเพิ่งจะไปทำมาด้วย“นี่คือคุณค่าที่เธอคู่ควรที่สุด ตัดซะบ้างเล็บน่ะ แสบหลังเป็นบ้า ข่วนจนหลังฉันลายหมดแล้ว” พูดพร้อมกับบรรจงตัดเล็บให้เธอต่อ โดยที่เธอก็พยายามชักกลับ แต่ก็ไม่สามารถต้านแรงของเขาได้ บวกกับกลัวว่าถ้ายื้อแย่งกันไปมามีดตัดเล็บจะตัดนิ้วเธอเอา“ไอ้บ้าพะพาย!! เล็บฉันเพิ่งไปทำมานะ!!”พูดพร้อมกับน้ำตาคลอเบ้า นึกเสียดายเล็บสวยๆ“ก็ทำแบบสั้นๆ สิ...จะไว้ยาวทำไม...เธอเห็นหลังฉันหรือยัง...ว่ามันลายแค่ไหน...มีแต่รอยเล็บเธอเนี่ย”“หึ่ย!! ฉันไม่น่าไปคาดหวังกับคนอย่างนายเลย” จากที่เขินๆ เมื่อครู่ พอถูกกระชากลงมาจากสวรรค์เพราะถูกคนบ้าอย่า
1อาทิตย์ต่อมา...“ม๊าคะ...วันนี้มีอะไรทานบ้างคะ” ร่างเล็กในชุดเดรสสีหวานเดินลงมาถามหาอาหารกับแม่ ในช่วงสายของวัน“ข้าวผัดกุ้งจ้ะ...แล้วนี่จะไปไหน...” เอ่ยตอบ ก่อนที่จะถามกลับเมื่อเห็นว่าลูกสาวไม่ได้อยู่ในชุดนอนอย่างเช่นทุกวันช่วงหลังๆ มานี้ เวลาที่เธออยู่บ้านเธอก็มักจะใส่ชุดนอนทั้งวัน ถ้าวันไหนไม่
จากนั้นทั้งคู่ก็นั่งรอ แต่ระหว่างที่รอก็นั่นหยอกเย้ากันอยู่ที่โซฟา ผลัดกันดูคลิปตลก หัวเราะคิกคักกันอย่างมีความสุข ราวกับไม่เคยผ่านความทุกข์ใจมาเลย“พะพาย...ดูนี่ดิ...คิคิ...ตลกเนอะ” คนตัวเล็กที่นอนหนุนตักแฟนหนุ่มอยู่ยื่นมือถือให้เขาดู แล้วระเบิดหัวเราะออกมาพร้อมกัน รอยยิ้ม แววตาที่เปล่งประกายความส
พรึ่บ!มือที่กุมกันอยู่ก่อนหน้านั้นรีบปล่อยออกจากกัน และเป็นจังหวะเดียวกันกับที่ฟงเห็นหน้าพะพายชัดเจน“ไอ้หนุ่มนี่มัน...” ฟงเอ่ยขึ้นเมื่อรู้สึกคุ้นหน้าคุ้นตาพะพาย “ลูกไอ้ฝุ่นวันนั้นใช่ไหม?”“อุ๊ย...สวัสดีครับป๊า...เจอกันซะแล้วนะครับ”“นี่แกอย่าบอกนะว่า...เป็นแฟนลูกฉันน่ะ”“ครับคุณป๊า...ผมขอแนะนำตัว
“ถึงแล้ว...” หลังจากที่นั่งรถมาเกือบ20นาที พะพายก็เอ่ยขึ้น พร้อมกับดึงเบรกมือขึ้น ตามด้วยปลดเข็มขัดนิรภัยให้เธอและเขา จากนั้นก็กำชับเธอว่าอย่าเพิ่งเอาผ้าปิดตาออกส่วนเขาก็รีบลงจากรถ อ้อมไปเปิดประตูให้เธอ แล้วดึงแขนเธอออกมาจากรถ โดยใช้มือบังศีรษะของเธอเอาไว้เพราะกลัวว่าหัวเธอจะชน ทุกอย่างที่เขาตั้งใ







