로그인“อะอ้าว...มีผัวแล้วก็ไม่บอก”
หมับ!!
“อ๊ะ...นะ...นั่นน้ำแอปเปิลฉัน” ร่างสูงสบถออกมาด้วยความหัวเสีย พร้อมกับเอื้อมมือไปแย่งน้ำแอปเปิลจากมือเธอมาถือไว้ ก่อนจะเดินออกไปในเวลาต่อมาสรุปเธอก็อดกินน้ำแอปเปิล เพราะไอ้บ้าพะพายคนเดียวเลย หึ่ย!!!
พลั่ก!!
“นี่...ผลักฉันทำไมเนี่ยยัยหมาเป๋า”
“ฉันเกลียดนาย ไอ้ทุเรศ!!” ต่อว่าเสร็จก็สะบัดหน้า พร้อมกับเดินตัวปลิวออกจากมินิมาร์ทไป ปล่อยให้พะพายก้มลงหยิบตะกร้าแล้วไปที่เคาน์เตอร์
“แล้วซื้ออะไรเยอะแยะวะเนี่ย กะจะอยู่ที่นี่แปดเดือนหรือไง?” พูดพึมพำกับตัวเองเมื่อมองของใช้จุกจิกที่อยู่ในตะกร้าแล้วเดินไปคิดเงิน
“แหม...สบายเลยนะแม่คุณ...” กล่าวด้วยน้ำเสียงประชดประชัน หลังจากเดินออกมาจากร้านสะดวกซื้อ แต่คนตัวเล็กก็ไม่ได้ตอบโต้อะไร ก้มๆ เงยๆ มองเท้าของตัวเองข้างหนึ่งที่ถอดรองเท้าไว้ “แล้วเป็นอะไรอีกอะ”
หมับ!!
“โอ๊ย...มือหรือตีนเนี่ย...จับเบาๆ” คนที่ถูกจับข้อเท้าอย่างแรงอุทานออกมาเสียงดังลั่น ส่วนพะพายก็มองสำรวจดูจึงพบว่าเธอถูกรองเท้ากัด จนส้นเท้าเปิดหมดเลย
“ทิ้งๆ ไปซะรองเท้าบ้านี่น่ะ...เนรคุณเจ้าของชะมัด”
“มะ...ไม่ได้นะ...คู่นี้แพง...ฉันเก็บเงินซื้อเองด้วย...จะทิ้งได้ไง” ว่าแล้วก็แย่งรองเท้าส้นสูงคู่เก่งของตัวเองมากอดแนบอกไว้
“อะไรจะหวงขนาดนั้น...”
“นายจะไปเข้าใจอะไร...อ๊ะ...” พูดพร้อมกับพยุงตัวลุกขึ้น แต่ด้วยความที่เธอดันลุกเร็วเกินไป จึงเสียหลัก ทำให้เท้าข้างที่โดนรองเท้ากัดเกิดพลิกขึ้นมาอีก ไม่รู้ว่าเคราะห์ซ้ำกรรมซัดอะไรของเธอนักหนา ถึงได้มีแต่เรื่องเจ็บตัวตลอดเลย
“เฮ้อ...” พ่นลมหายใจออกมาด้วยความเหนื่อยใจ จากนั้นก็ดึงกระเป๋าของเธอมาสะพายไว้เอง รองเท้าก็ยัดใส่มือให้เธอถือเอาไว้ ส่วนเขาก็ใช้มือข้างหนึ่งถือถุง ส่วนอีกข้างก็ช้อนร่างเธออุ้มขึ้นด้วยลำแขนแกร่งเพียงข้างเดียวของเขา
“ว๊าย...นะ...นายทำอะไรเนี่ย” คนถูกอุ้มร้องถามด้วยความตกใจ พร้อมกับแขนทั้งสองข้างที่รีบโอบรอบลำคอของเขาเอาไว้ตามสัญชาตญาณเพราะกลัวตก
“หรือจะเดินขึ้นคอนโดเอง...ชั้น25นะ...จะเดินไหม?”
“อะ...เอ่อ...แต่มีลิฟต์นี่...ฉะ...ฉันเดินขึ้นลิฟต์เองก็ได้”
“อยู่เงียบๆ เถอะน่า...”
“ฉันกลัวนายหนัก ไหนจะถือของอีก” แอบเกรงใจ ทั้งที่จริงเธอเกร็งที่อยู่ใกล้เขาเกินไป แถมลมหายใจอุ่นๆ ของเขาก็เป่ารดแก้มเธอจนเธอรู้สึกเสียการทรงตัว ถ้าถามว่าพะพายหล่อไหม ก็หล่อ แต่เขาไม่ใช่สเปคเธอ เธอไม่ได้ชอบผู้ชายแบดๆ แบบเขา เธอชอบสไตล์หมอมากกว่า
“หนักอะไร ตัวเท่าลูกหมา...อ๋อ...ถ้าหนักตรงนั้น...ก็น่าจะหนักอยู่” ปลายประโยคตวัดไปมองหน้าอกของเธอ จนต้องขึงตาใส่เพราะถูกลวนลามทางสายตา แต่มีเหรอที่พะพายจะสน กลับไหวไหล่ใส่แล้วยกยิ้มกวนๆ
“รีบไปอาบน้ำ จะได้มาทำหน้าที่ของเธอ” พอถึงห้องก็ปล่อยเธอลง ก่อนที่จะเอ่ยสั่ง ส่วนเขาก็เอาของที่ซื้อมาวางไว้ที่โต๊ะชาด้านหน้าโซฟา จากนั้นก็ทิ้งตัวลงนั่ง ไม่พอเพียงเท่านั้นยังยกขาพาดไปที่โต๊ะด้านหน้าด้วยท่าทีสบายอารมณ์
“ฉันเจ็บขาอยู่นะ”
“เธอไม่ได้ใช้ขาทำนี่”
“ไอ้โรคจิต...” สะบัดหน้าแล้วเดินกะเผลกๆ เข้าห้องน้ำไป จะว่าสงสารไหมก็สงสารอยู่หรอก แต่ไม่รู้ทำไม อยากแกล้งมากกว่า คนอะไรน่าแกล้งชะมัดเลย
ผ่านไปพักใหญ่ คนตัวเล็กก็ไม่ยอมออกมาจากห้องน้ำเสียที จนพะพายต้องเดินไปเคาะที่ประตูห้องน้ำ
ก๊อก ก๊อก ก๊อก!!
“นี่ เน่าตายในนั้นแล้วหรือไง ออกมาได้แล้ว...ถูขี้ไคลเผื่อโลกหน้าหรือไงถึงได้นานขนาดนั้น”
“ฉะ...ฉันไม่มีเสื้อผ้าเปลี่ยน” เธอตะโกนสวนออกมา ส่วนพะพายก็เดินไปที่ตู้เสื้อผ้าแล้วหยิบเสื้อเชิ้ตของตัวเองไปยื่นให้เธอในห้องน้ำแทน
แกร๊ก แอ๊ด!!
“ขะ...ขอบใจ...”
“แต่เอาจริงๆ ไม่ต้องใส่ได้นะ เพราะยังไง ก็ต้องถอดออกอยู่ดี” คนหน้ามึนพูด พร้อมกับใช้สายตาโลมเลียร่างเล็กที่นุ่งเพียงผ้าเช็ดตัวผืนเดียว จนเธอต้องรีบปิดประตูห้องน้ำ เกือบกระแทกหน้าเขา
“ไอ้โรคจิต!!”
ปึ้ง!!
แกร๊ก แอ๊ด!!
“อ๊ะๆ ...จะไปไหน...อย่าเนียน...ขึ้นเตียงมาเดี๋ยวนี้” พะพายตบไปที่เตียงนอน ตรงพื้อที่ข้างๆ เขา แถมตอนนี้ร่างสูงยังมีเพียงแค่ผ้าเช็ดตัวปกปิดท่อนล่างเอาไว้เท่านั้น ทำเอาร่างเล็กถึงกับลอบกลืนน้ำลายลงคอด้วยความหวั่นๆ
“...ตะ...แต่นายยังไม่อาบน้ำ...ฉันไม่ชอบผู้ชายสกปรก” เธอว่า
“ฉันอาบไปแปดรอบแล้ว เธอก็ยังไม่ออกมาสักที ชักช้าน้องชายฉันหดหมดแล้วเนี่ย...ขึ้นมาเร็วๆ อย่าให้ฉันต้องรุนแรงกับเธอนะ”
“นี่...นี่นาย...ก็ไม่ต้องรีบต้องร้อนขนาดนั้นก็ได้ไหม...รีบร้อนไป...ก็ไม่ตื่นเต้นสิ” ทว่าอยู่ๆ เธอกลับใช้สายตาหวานหยดมองเขา ขยิบตากัดปากอย่างยั่วยวน ทำเอาลำกายที่แข็งในคราแรกขยายใหญ่และเด้งผงาดผ่านเนื้อผ้าขึ้นมา
“กรี๊ดดดดดดดดดด อะ...อะไรน่ะ...” ตาโตด้วยความตกใจกับความยิ่งใหญ่ของเขาที่มันโด่ชี้หน้าเธอ
“ตกใจอะไรเนี่ย ก็คนมีอารมณ์...เร็วๆ ขึ้นมา...” เร่งเร้าให้เธอขึ้นเตียง แต่ใครมันจะไปทำใจได้ ตัวเธอก็ยิ่งเล็กๆ อยู่ด้วย แล้วไอ้ท่อนนั่นตอนมันโด่เมื่อกี้ เห็นเป็นลำก็ไม่ใช่น้อยๆ ใหญ่กว่าข้อมือเธออีกมั้งนั่น
ตายๆๆๆ ยัยเฟอร์ งานนี้ทะลุลำไส้แน่ๆ เลย ฮือ แม่จ๋า พ่อจ๋า ทำไมหนูต้องมาเจอคนแบบนี้ด้วยคะ ทำยังไงดียัยเฟอร์...คิดสิ..คิด...คิดหาวิธีเดี๋ยวนี้!!
แต่แล้วฟ้าก็มีตา พร้อมกับไอเดียบรรเจิดที่แล่นเข้ามาในสมองอันเฉียบแหลมของเธอ เธอมีความคิดเด็ดๆ แล้ว
“ทะ...ทำอะไร...” มือหนาตะครุบไปยังมือของคนตัวเล็ก ที่กำลังจะแกะปมผ้าเช็ดตัวของเขาออก
“กะ...ก็...ใช้ปากไง...ไม่ชอบเหรอ” บ้าเอ๊ย ยัยนี่มันใจกล้าเกินไปแล้ว ใช้ปากให้เลยเหรอ...ปกติมีอะไรกับใคร ไม่เคยยอมให้ใช้ปากเลยนะ จูบก็ไม่จูบ
“ธะ...เธอ...ทำเป็นเหรอ...ไหนบอกว่าฉันเป็นคนแรก” เลิกคิ้วแล้วมองหน้าเธอ อย่างไม่ค่อยไว้ใจ หรือยัยนี่มันไม่ได้ซิงอย่างที่เขาเข้าใจ วันนั้นแค่แสดงละครตบตาเขาเหรอ? เล่นบทบริสุทธิ์เหรอ หรือยังไง พะพายงงไปหมดแล้ว
“แค่อยากลองทำดู...” ยิ้มแหยๆ พร้อมกับขึ้นไปนั่งคร่อมบนหน้าขาเขา แล้วพยายามดึงปมผ้าขนหนูออกจากเอวสอบอีกครั้ง ซึ่งเขาก็ไม่ได้คัดค้านอะไร ยอมให้เธอทำ แต่ทันทีที่ผ้าขนหนูถูกสลัดออกจากตัวเขาความเป็นชายที่ขยายใหญ่เต็มที่ก็ผงกหัวหงึกๆ ลำกายที่ใหญ่กว่าข้อแขนเธอ แถมหัวหยักสีชมพูนั่นยังทำเอาร่างเล็กแทบช็อก จากที่จะแกล้งเป็นลมต่อหน้าเขา ทว่าเธอกลับช็อกและเป็นลมไปจริงๆ
“เฮือก!!”
หมับ!!
“เฮ้ย!! ยัยหมากระเป๋า!!” อุทานออกมาเสียงดังลั่นห้องทันทีที่ร่างเล็กสลบจนหน้าจุ่มไปที่ลำกายของเขา
“โอ๊ย...จะบ้าตาย...กูจะได้เยเมื่อไหร่...คนบ้าอะไรตื่นหรรม...” ยกมือขึ้นกุมขมับแล้วดึงคนตัวเล็กขึ้นไปที่หมอนดีๆ
ทว่างานหยาบมันไม่ได้อยู่ตรงนั้น เพราะเสื้อเชิ้ตที่เธอใส่ออกมานั้น มันดันร่นขึ้นมาจนถึงหน้าขา และทำให้เขาเห็นว่าข้างในมันไร้แพนตี้
“อึก! โนบรายังพอทน แต่ไม่ใช่เกงใน นี่กูจะทนได้ยังไง!!!” กลืนน้ำลายลงคอ พร้อมสบถออกมากับตัวเอง ก่อนที่จะพยายามข่มความต้องการของตัวเองเอาไว้ ภายใต้ความต้องการที่สุมอยู่ในกาย แต่ไม่อาจจะปลดปล่อยมันได้
“มะ...ไม่ไหวแล้วโว๊ย!!...”
3ปีต่อมา...“แง้...ปะป๊า...ให้เฟิร์สเล่นบ้าง...ปะป๊าลงมา” เสียงเด็กน้อยวัย3ขวบงอแงประท้วงผู้เป็นพ่อที่นั่งรถบังคับของตัวเองขับทั่วบ้านไม่ยอมแบ่งใครเลย แถมยังปล่อยให้ลูกชายตัวน้อยวิ่งตามรถที่ตนขี่อีกบรื้นนนนนน“ปื้นๆ ขอทางหน่อยครับ...เดี๋ยวปะป๊าชนนะ” พะพายกล่าวกับลูก พร้อมกับทำเสียงแตรหวังบอกให้ลูกชายตัวน้อยหลีกทางให้เขาและดูเหมือนว่าจะสนุกยิ่งกว่าลูกเสียอีก ไม่พอยังทำลูกร้องไห้วิ่งไปฟ้องแม่อีก“มะ...ม๊า...ปะป๊าแย่งเฟิร์ส”“นี่พะพาย...โตขนาดนี้แล้วยังแย่งลูกอีก...ฉันให้ดูลูกยังทำลูกร้องไห้อีก...นี่นายตั้งใจกวนประสาทฉันหรือไงห๊ะ...ฉันประชุมกับเพื่อนอยู่เห็นไหม” เฟอร์เดินออกมาจากห้องทำงาน แล้วมาบ่นพะพายที่ทำลูกร้องเสียงดังรบกวนเธอจนเสียงลอดไปในห้องทำงาน“เอ้า...ประชุมเสร็จแล้วเหรอ...ปะๆ ...ไปดินเนอร์กัน...เดี๋ยวเอาน้องเฟิร์สไปให้ปู่เลี้ยง”“ฉันด่านี่สลดบ้างไหม...” เฟอร์กล่าวอย่างหัวเสีย จะไม่หงุดหงิดเลย ถ้าโปรเจคจิวเวอรี่ล็อตใหม่ไม่ถูกลอกจากร้านแบรนด์ของคู่แข่ง“พะพาย...เฟอร์มันเครียดอยู่...” หุ้นส่วนอย่างยูมิบอกด้วยเสียงจริงจัง จนพะพายที่เอาแต่คึก อยากให้เธอผ่อนคลายออกมาจากห้องทำงานรู
งานแต่งงานที่แพลนกันเอาไว้เริ่มใกล้เข้ามาทุกที แต่แทนที่เจ้าสาวจะวุ่นวายกับงานแต่ง ทว่ากลับเอาแต่นั่งกิน ช่วงนี้เธอกินเก่งมากๆ พะพายเลยตั้งใจอยากจะรีบจัดงานให้เร็วที่สุด เพราะกลัวว่าเธอจะเป็นขี้ปากชาวบ้าน ว่าท้องก่อนแต่งซึ่งงานแต่งถูกจัดขึ้นอย่างสมเกียรติที่โรงแรมหรูแปดดาว เหมายกชั้น รวมกับเปิดห้องให้แขกเหรื่อที่มาไกลๆ ได้มีที่พักกันด้วยบรรยากาศในงานนั้นจัดตรีมเทพนิยาย และเจ้าบ่าวของเธอวันนี้คืออัศวิน เธอเป็นคนจัดแจงให้เขาเอง เพราะเขาเป็นดั่งอัศวินขี่ม้าขาวมาช่วยเธอตลอด ตั้งแต่วันแรก และไม่ว่าจะครั้งไหนๆ ที่เธอเจออันตราย วันนั้นจะมีเขาคอยช่วยเธอไว้ได้ทันเสมอส่วนเธอก็เป็นดั่งเจ้าหญิงแสนสวยที่ค่อยๆ เดินควงแขนพ่ออย่างไต้ฝุ่นเข้าสู่ประตูวิวาห์ ด้วยชุดราตรีสีขาวอมชมพูยาวลากพื้น กระโปรงด้านหน้าฟูๆ สั้นเพียงแค่หน้าขา ด้านหลังยาวลากพื้นประมาณแปดเมตร ดีเทลชุดประดับไปด้วยผีเสื้อสีพาสเทลละมุนๆ ถักทออย่างประณีต ผมสีน้ำตาลลอนเป็นธรรมชาติถูกปล่อยสยายสวยงาม ใบหน้าตกแต่งหวานๆ เข้ากับใบหน้าสวยหวานทว่ากลับดูดื้อรั้นไปในคราเดียวกันสองขาค่อยๆ ก้าวไปตามพื้นพรมที่โรยไปด้วยกลีบกุหลาบสีขาว ด้านข้างเป็นโต
ด้านพะพาย...“เฮ้อเหลือเงินแค่2ร้อยเอง จะเลี้ยงพ่อตาพอไหมเนี่ย” ร่างสูงมองดูเงินในกระเป๋าพร้อมกับหันไปมองพ่อตาที่นอนหลับปุ๋ยอยู่บนเตียงด้วยใบหน้าสิ้นหวัง“ทักไปกู้ไอ้หมอกก็ได้วะ” เมื่อไม่มีทางเลือกเลยจำเป็นเข้าแชทเพื่อขอความช่วยเหลือจากแฝดตัวเอง แต่ทว่าจังหวะที่เขากำลังจะพิมพ์ขอความช่วยเหลือ สัญญาณอินเทอร์เน็ตกลับหมุนติ้วๆ“เอ้า...เวรเอ๊ย...เน็ตหมดวันนี้อีก...โอ๊ย...เฟอร์...พายผิดไปแล้ว...ฮือ...พายอยากกลับบ้าน” มือหน้ายกขึ้นลูบหน้าตัวเองแรงๆ เพื่อระบายความขุ่นมัวในจิตใน ชีวิตนี้มันจะซวยอะไรเบอร์นั้นอะ เงินก็จะหมด เน็ตก็มาหมดวันนี้อีก“ลูกเขย...ป๊าอยากกินหมูกระทะอะ...เราไปกินกันไหม” ฟงเอ่ยชวน เมื่อได้กลิ่นเหมือนว่าข้างห้องจะย่างหมู ซึ่งมันยั่วน้ำลายเขาเหลือเกิน แถมทั้งวันก็ยังไม่กินข้าวเลย เงินก็ร่อยหรอลงไปเต็มที แต่เมียก็ยังไม่มีสัญญาณว่าจะหายโกรธ“ป๊าครับ...ผมเหลือเงินแค่สองร้อยเอง...ของป๊าเหลือเท่าไหร่”“ป๊าเหลือร้อยเดียว” สิ้นหวังหนักกว่าเดิม จะบ้าตาย3ร้อยรวมกันสองคน จะผ่านพ้นวันนี้ไปได้ยังไง“เราต้มบะหมี่กินกันเถอะครับ หมูกระทะเอาไว้ก่อน” พะพายกล่าว จากนั้นก็เดินไปกดน้ำร้อนใส่บะหม
ผ่านไปประมาณสิบนาทีเธอก็เดินเข้าไปในห้องที่ฟงและพะพายอยู่ แต่ด้วยเพราะทั้งคู่ไม่ได้มีบัตรสมาชิกเลยไม่สามารถเข้าไปไม่ได้แบบโจ่งแจ้ง จึงโดนพนักงานกักตัวไว้ก่อน“เข้าไม่ได้นะคะ ห้องนี้มีลูกค้าใช้บริการอยู่ค่ะ”“แต่ฉันเป็นเมียของมัน ถ้าไม่ให้ฉันเข้าไป ฉันจะสั่งปิดร้านเธอแล้วแจ้งข้อหาค้าประเวณี” เฟอร์กล่าวเสียงแข็ง จนพนักงานชะงัก“ว่าไง...จะให้ฉันเข้าไปจัดการผัวของพวกเราได้ยัง...ถ้าให้เข้าไปฉันจะไม่เอาเรื่องที่ร้านเธอ แต่ถ้าไม่...รู้ใช่ไหมว่ามันปิดได้ง่ายๆ เลยนะ ถ้าไม่อยากซวยก็หลีกทางซะ” ครั้งนี้เป็นเหม่ยจิงที่พูดขึ้น สุดท้ายพนักงานก็จำต้องให้เธอและแม่เข้าไปด้านใน เพราะกลัวว่าสถานที่ของเจ้านายจะปิดตัว“อืม...นวดแรงๆ สิหนูเดี๋ยวเฮียให้ทิป” เสียงอ่อนเสียงหวานของฟงเอ่ยขึ้น“แหมป๊า...อยู่บ้านกับเมียเสียงหวานแบบนี้ไหม” พะพายเอ่ยถามเชิงขำ ไม่จริงจังนัก ก่อนที่จะปล่อยให้สาวสวยอกตู้มนวดต่อโดยที่ทั้งคู่ก็แช่อ่างน้ำร้อน ใบหน้าคือผ่อนคลายสุดๆ ฟงนี่มองนมพนักงานแทบไม่วางตา แต่แล้วสวรรค์ก็ต้องดับลงกลางอากาศเมื่อเหม่ยจิงเดินเข้าไปยืนตรงหน้า ตามด้วยเฟอร์ที่เดินเข้าไปเช่นเดียวกัน“เฮือก...หมวยเล็ก...อาจิง
แจ๊ะ แจ๊ะ!!ลิ้นร้อนตวัดเลียกลีบดอกไม้ฉ่ำๆ ตรงหน้ารัวๆ ทำเอาร่างเล็กนั้นอยู่แทบไม่สุข ร่อนเอวเด้งรับลีลาของลิ้นเขาไม่พัก จนในที่สุดเธอปลดปล่อยน้ำหวานใสๆ เคลือบคลอออกมานอกปากทางรัก ส่วนพะพายก็ดูเลียกินอย่างตะกละตะกลามเสร็จด้วยปากแล้ว ก็แน่นอนว่าต้องได้กระแทกด้วย เพราะคนอย่างเอาน้ำเดียวไม่เคยพออยู่แล้ว หากเธอเป็นอาหาร ก็คงจะเป็นอาหารจานโปรดแสนอร่อย ที่กินเท่าไหร่ก็ไม่รู้จักอิ่ม มีแต่จะเบิ้ลเพิ่ม เอาให้จุกกันไปข้างเลยพะพายยืนขึ้นเต็มความสูงแล้วช้อนร่างเล็กขึ้นจากโซฟา เดินดุ่มๆ เข้าไปในห้องนอน ก่อนที่จะจัดลีลารักแสนเร่าร้อนจนเตียงสั่น กว่าเขาจะปล่อยให้เธอได้นอนก็เกือบเช้า ส่วนเขาก็อิ่มหนำสำราญใจ กอดก่ายเธออยู่ใต้ผ้าห่มนวมผืนใหญ่ ทั้งที่ยังเปลือยกายด้วยกันทั้งคู่ช่วงสายของวันต่อมา...ร่างเล็กในอ้อมกอดอันอบอุ่นค่อยๆ ลืมตาตื่นขึ้นมาเพราะเพชรที่ถูกแสงแดดกระทบมันแยงตาเธอจนตาแทบบอด แต่แทนที่จะหงุดหงิดกลับอมยิ้ม เมื่อลืมตาขึ้นมาเห็นแหวนที่อยู่บนนิ้วนางข้างซ้าย แหวนที่สวมมาที่นิ้วของเธอด้วยฝีมือของเขาเมื่อคืนนี้ และเธอไม่ได้มโนไปเอง มันคือเรื่อจริงที่จับต้องได้แม้ว่าจะเป็นการขอแต่งงานที่เริ่ม
หัวใจของเธอเต้นคร่อมจังหวะทันที จากนั้นเขาก็เอื้อมมือมาจับมือข้างซ้ายของเธอไปจูบ และนั่นก็ยิ่งทำให้เธอยิ่งเขินเข้าไปใหญ่ ยิ้มหน้าบานแทบไม่หุบ“พะพาย...” ร่างเล็กน้ำตาคลอ มองหน้าเขาอย่างไม่ค่อยเชื่อสายตา ว่าคนทรงกวนแบบเขาจะมีโมเม้นท์นี้ขอเธอแต่งงานแก๊ก แก๊ก!!“กรี๊ดดดดดดด ไอ้บ้าพะพาย...ทำบ้าอะไรของนายวะเนี่ย” แล้วแล้วก็ต้องลมออกหูเมื่อสิ่งที่เขาหยิบออกมาไม่ใช่แหวนเพชรเม็ดโตอย่างที่เธอวาดฝันแสนหวานเอาไว้ แต่มันคือมีดตัดเล็บ แล้วเขาก็กำลังตัดเล็บของเธอที่เธอเพิ่งจะไปทำมาด้วย“นี่คือคุณค่าที่เธอคู่ควรที่สุด ตัดซะบ้างเล็บน่ะ แสบหลังเป็นบ้า ข่วนจนหลังฉันลายหมดแล้ว” พูดพร้อมกับบรรจงตัดเล็บให้เธอต่อ โดยที่เธอก็พยายามชักกลับ แต่ก็ไม่สามารถต้านแรงของเขาได้ บวกกับกลัวว่าถ้ายื้อแย่งกันไปมามีดตัดเล็บจะตัดนิ้วเธอเอา“ไอ้บ้าพะพาย!! เล็บฉันเพิ่งไปทำมานะ!!”พูดพร้อมกับน้ำตาคลอเบ้า นึกเสียดายเล็บสวยๆ“ก็ทำแบบสั้นๆ สิ...จะไว้ยาวทำไม...เธอเห็นหลังฉันหรือยัง...ว่ามันลายแค่ไหน...มีแต่รอยเล็บเธอเนี่ย”“หึ่ย!! ฉันไม่น่าไปคาดหวังกับคนอย่างนายเลย” จากที่เขินๆ เมื่อครู่ พอถูกกระชากลงมาจากสวรรค์เพราะถูกคนบ้าอย่า
“กินเยอะๆ นะ” อาหารจานโปรดที่เฟอร์ชอบ ถูกพะพายตักใส่จานครั้งแล้วครั้งเล่าอย่างใส่ใจ“พอแล้ว...ฉันกินไม่ไหวแล้ว...”“เอาของหวานไหม เดี๋ยวสั่งให้” ของคาวพอแล้วก็ต้องตบด้วยของหวานพอกินอิ่มหนำสำราญใจกันเสร็จก็พาเธอไปเดินเล่นชมแกะ ให้อาหารแกะ ให้อาหารกระต่ายของทางรีสอร์ต จากนั้นก็ไปขี่ม้าชมสวนดอกไม้ยาม
“ฉันรู้สึกไม่ดีเลย...ที่ต่อต้านป๊าแบบนั้น...ฉัน...ดูเป็นลูกที่ไม่ดีเลยใช่ไหม...นายรู้ไหมนี่เป็นครั้งแรกเลยนะที่ฉันเถียงป๊า”“เธอไม่ใช่ลูกที่ไม่ดีหรอก...เธอแค่เลือกใช้ชีวิตของเธอเอง...พ่อแม่...มีสิทธิ์ให้กำเนิด...แต่ไม่มีสิทธิ์บังคับให้ลูกเป็นแบบนั้นแบบนี้ได้ตามใจ...”“แต่ป๊าบอกว่าสิ่งที่ป๊าเลือกให้
ตึ้ง!!ป๊า : กลับมาบ้าน...เรามีเรื่องต้องคุยกัน!!สายแล้วสายเล่าที่ดังขึ้นมาในมือถือของเฟอร์อย่างต่อเนื่อง แต่ร่างเล็กก็เอาแต่จ้องมองเครื่องสี่เหลี่ยมนั่นด้วยความกล้าๆ กลัวๆ ไม่ยอมรับสายสักที จนกระทั่งเสียงเงียบลง แต่ต่อจากนั้นก็มีเสียงข้อความแจ้งเตือนเข้ามาแทน และเธอรู้ชะตากรรมได้ทันทีว่า วินาทีนี
1ปีต่อมา...หลังจากวันนั้นที่เพื่อนของเฟอร์จากโลกไปแล้ว ทำให้เฟอร์ไม่ค่อยกล้าที่จะอยู่คนเดียวอีกต่อไป ด้วยเพราะยูมิเองก็มีเรย์ที่ต้องดูแล ต้องใช้ชีวิตคู่รักด้วยกัน เธอเลยไม่อยากที่จะรบกวนทั้งคู่มากนัก จึงตัดสินใจขนของกลับบ้านแล้วปล่อยคอนโดให้คนอื่นเช่าไป แล้วพะพายก็นานๆ จะเจอกันที วันไหนที่หยุดเธอถ







