Mag-log inแน่นอนว่าหลังจากที่พะพายตีมึนใส่แบบนั้น เธอก็ไม่ได้คิดที่จะอยู่ รีบเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นชุดเดิมของตัวเอง จากนั้นก็คว้ากุญแจรถแล้วออกจากห้องไปในทันที
“หึ่ย...บ้าเอ๊ย...พลาดท่าให้คนแบบมันอีกจนได้” คนตัวเล็กกล่าวกับตัวเองระหว่างที่ขับรถกลับคอนโด แม้สภาพของตัวเองจะไม่ค่อยอำนวยเท่าไหร่ แต่ก็พยายามแบกสังขารกลับไปให้ถึงห้องพักเป็นพอ
“อะ...อ้าว...เฟอร์...ทำไมมีสภาพเป็นแบบนี้ล่ะ...พะพายไปไหนเอ่ย...ไม่มาเหรอ...หรือว่าเธอโดนเขี่ยทิ้งแล้ว” ทันทีที่ก้าวเท้าเข้ามาในโซนล็อบบี้ เพื่อจะผ่านไปทางลิฟต์ น้ำเสียงกระแนะกระแหนของกะทิก็ทักขึ้น
“คนแบบฉัน ไม่เคยโดนผู้ชายเขี่ยทิ้งย่ะ...แล้วก็ฝากบอกลิ่วล้อของเธอด้วยนะว่าเอาเงินของแฟนฉันคืนมาด้วย ไม่งั้นฉันจะแจ้งตำรวจ...” หึ่ย น่าหงุดหงิดชะมัดเลย เป็นประสาทกันหรือไง ถึงได้ชอบแซะไม่เลิก ชีวิตนี้กลัวคนอื่นจะได้ดีขนาดนั้นเลยเหรอ ได้!! ในเมื่ออยากอยู่สูงกว่าเธอ ก็อยู่ไปคนเดียวเลยอีพวกเปรต ฉันไม่ไปแย่งข้าวสากของพวกแกกินหรอก ร่างเล็กคิด ก่อนที่จะเดินตึงตังเข้าลิฟต์ไป
“โชคดีนะเนี่ยที่ฉันแอบถ่ายรูปไอ้บ้านั้นไว้ด้วย” ยกยิ้มกับตัวเอง พลางทิ้งตัวลงนอนบนเตียง ตามด้วยหยิบมือถือราคาแพงขึ้นมาตัดต่อรูปเธอกับเขาให้เหมือนคู่รัก ราวกับว่ารักกันมานาน จากนั้นก็อัพลงโซเชียลไป และเพียงไม่นานยอดไลค์ก็ถล่มทลาย
“ขนาดแค่รูปเขาแค่เสี้ยวหน้าเดียวนะเนี่ย ยอดไลค์ยังเป็นพัน” อัพเสร็จก็ทิ้งโทรศัพท์ลงข้างๆ ตัว ก่อนที่จะหลับไปด้วยความเพลียในที่สุด
ตกเย็น...
Papai ได้แสดงความรู้สึกต่อโพสต์ของคุณ (กดขำ)
Papai แสดงความคิดเห็นในโพสต์ของคุณ
“เฮ้ย...อะไรวะเนี่ย!!” เฟอร์ถึงกับตกใจเมื่อพะพายมากดขำในรูปของเธอ ไม่พอเพียงเท่านั้นมันยังมาแสดงความคิดเห็นต่อภาพของเธออีก
Papai : แหมที่รัก ถ้าจะแอบเอารูปเค้ามาลงขนาดนี้ ขึ้นสถานะกันเลยไหม?
“บ้าเอ๊ย...กวนประสาทชะมัด...แต่เดี๋ยวนะ...ถ้าฉันขึ้นสถานะอีพวกนั้นดิ้นตายกันแน่ๆ ...แม้จะไม่ค่อยชอบขี้หน้าไอ้เสาไฟฟ้านี่เท่าไหร่...แต่เพื่อความสะใจเอาหน่อยแล้วกัน” เอ่ยบอกกับตัวเองแล้วทักข้อความพะพายไป
แชทส่วนตัว...
Fir : นาย ช่วยอะไรฉันหน่อยได้ป่าว
Papai : ไม่!!
Fir : ช่วยฉันหน่อยน้า นะพะพายสุดหล่อ ของดีคณะการบิน น้าๆๆๆๆ (ส่งสติ๊กเกอร์ตาแป๋วไป)
Papai : ช่วยเธอแล้วฉันจะได้อะไร?
Fir : เลี้ยงข้าวไหม
Papai : ไม่ชอบกินข้าว ชอบกินอย่างอื่น
Fir : โอเคเลย จัดไป
คำตอบที่ได้มาทำเอาพะพายพออกพอใจเป็นอย่างมาก งานนี้ก็หวานเจี๊ยบเลยสิ แปลว่าเธอน่าจะอยู่เป็นแล้วล่ะ แบบนี้ค่อยง่ายหน่อย
Papai : แล้วช่วยลบรูปที่เอาลงออกด้วย รีทัชหน้าฉันเบี้ยว โคตรไม่เนียนเลย ไม่กลัวโบ๊ะหรือไง
Fir : ก็ฉันไม่มีรูปคู่กับนายนี่
Papai : ก็มาเอากับฉัน เดี๋ยวฉันถ่ายให้
คำว่ามาเอากับฉัน คำนี้เฟอร์ไม่ได้คิดหมกมุ่นเลยนะ มีแต่พะพายนั่นแหละที่มุ่งอย่างเดียว แต่ไม่ว่าเขาจะพยายามสื่อแค่ไหน ยัยเฟอร์ก็ไม่เข้าใจความหมายของเขาอยู่ดี แถมยังเข้าข้างตัวเองคิดว่าพะพายจะยื่นมือเข้ามาช่วย เพียงแค่หวังให้เลี้ยงมื้อเย็นอีก
Fir : นายเลือกร้านมาได้เลย
Papai : ร้าน? ฉันจะกินที่คอนโดเธอ...ดึกๆ เดี๋ยวเข้าไปกิน...เตรียมตัวให้พร้อมล่ะ
Fir : โอเคเลย แต่ฉันทำไม่เป็นนะ เอาแบบสำเร็จได้ใช่ไหม ง่ายๆ แล้วก็เร็วด้วย
“แบบสำเร็จอะไรวะ” ร่างสูงขมวดคิ้วมุ่น อ่านบทสนทนาของเฟอร์ซ้ำๆ แต่ก็ไม่ได้สนใจ โยนโทรศัพท์ลงข้างตัวแล้วลุกขึ้นไปอาบน้ำอาบท่าไปทำธุระให้พ่อก่อน
ตกดึก...
พะพายขับรถไปหาเฟอร์ที่คอนโด เดินควงกุญแจผิวปากเข้าลิฟต์ไปอย่างอารมณ์ดี และไม่ลืมที่จะพกของสำคัญอย่างถุงยางมาด้วย วันนี้แหละ ฟ้าเข้าข้างเขา จากที่ล่อมานาน ฟ้าเมตตาเปิดทางให้ ลูกรัก รูปหล่อ กระดอยาว จะได้ปลดปล่อยธารน้ำใสไหลเย็นเสียที
“คอยดูนะ จะเอาให้เตียงหักไปเลยยัยหมาเป๋า”
ก๊อก ก๊อก ก๊อก!
แกร๊ก แอ๊ด!
“นาย...ของยังมาส่งไม่ครบเลย...รอก่อนนะ...” ทันทีที่คนตัวเล็กเปิดประตูออกมาต้อนรับเขา เสียงใสก็เอ่ยขึ้นบอก พร้อมกับผายมือให้เขาเข้ามาด้านใน
“ของอะไร”
“ก็อาหารไง ฉันสั่งทุกอย่างที่ไม่ใช่ข้าวเลยนะ หวังว่านายจะชอบ ฉันจัดให้นายแบบพิเศษเลย รับรองจุกแน่ๆ”
“ห๊ะ...เธอเข้าใจแบบนั้นเหรอ...”
“อ้าว...แล้วนายจะให้ฉันหมายถึงแบบไหนล่ะ” ทำหน้างงๆ แล้วมองหน้าพะพาย
“ยัยบื้อเอ๊ย...” ยกมือขึ้นลูบหน้าตัวเอง เพื่อระบายความหงุดหงิดที่ปะทุเข้ามาในใจ จะบ้าตาย มันซื่อบื้อจริงหรือตั้งใจกวนประสาทเขาวะเนี่ย!!
“เอ้า...ก็นายบอกไม่อยากกินข้าว...อยากกินอย่างอื่น...”
“ฟังนะยัยหมาเป๋า...ฉัน...เตรียมถุงยางมา...คิดว่าฉันยังจะมากินอาหารที่เธอสั่งมาอยู่หรือเปล่า”
ปึ้ง!!
“เอาล่ะ...ฉันจะไม่ยืดเยื้อ และจะไม่อ้อมค้อม เพราะคุยกับคนโง่แบบเธอก็คงไม่เข้าใจ...ฉันมาวันนี้...เพราะฉันจะมาเอาเธอ” ว่าแล้วก็วางกล่องถุงยางโชว์คนตัวเล็กทันที
กล่องถุงป้องกัน3กล่องวางเรียงรายเด่นหราต่อหน้าเธอ ทำเอาร่างเล็กถึงกับกลืนน้ำลายลงคอ นาทีนี้บอกเลยว่าเธอต้องไม่รอดอีกแน่ๆ ทำไงดีเฟอร์ คิดสิคิด
หมับ!!
“นี่ปล่อยฉันนะ...ฉันไม่ไป...กรี๊ดดดดดดด” ขณะที่คนตัวเล็กกำลังสตั้นกับสิ่งที่เกิดขึ้น มือหนาของพะพายก็คว้าข้อมือของเฟอร์ แล้วลากเฟอร์เข้าไปยังห้องนอน ตามด้วยผลักลงเตียงไป
“นอนนิ่งๆ เอากันมาตั้งกี่ครั้งแล้ว...จะอะไรนักหนา” ร่างสูงกล่าวแล้วขึ้นคร่อม แต่เมื่อเธอคิดจะดิ้นหนีจึงรีบดึงขาคนตัวเล็กเอาไว้ก่อน
“ก็ตอนนั้นฉันไม่มีสตินี่...ปล่อยนะไอ้บ้าพะพาย...ฉันไม่ขอความช่วยเหลือนายแล้วก็ได้...แต่ปล่อยฉันเถอะนะ...” พยายามร้องขอความเห็นใจจากเขา
“เธอเอารูปฉันไปลงแบบนั้น คนอื่นเข้าใจกันไปถึงไหนต่อไหนแล้ว...ฉันเสียหายนะเว้ย จะให้คนอื่นคิดว่าเธอทิ้งฉันหรือไงเสียหน้าแย่” ร่างสูงโวยวาย ทั้งที่เอาจริงๆ มันก็ไม่ใช่เรื่องที่เขาจะสนใจอยู่แล้ว แค่พยายามเรียกร้องความสนใจจากเธอก็เท่านั้นเอง
“เดี๋ยวนะ...ฉันเป็นผู้เสียหายหรือเปล่า...ฉันโดนนายเอานะ...แล้วบอกกี่ครั้งแล้วว่าฉันไม่ได้ขายตัว”
“เรื่องนั้นเคลียร์จบไปแล้ว...แต่ที่ฉันจะเอาเธอเนี่ย เพราะเธอทำข้อตกลงกับฉันก่อนเธอเบี้ยวฉันมากี่ครั้ง เพราะงั้นเธอก็ต้องยอมฉันหรือเปล่า...อย่าเอาแต่ได้คนเดียวดิ” ใช่ ตั้งแต่ช่วยเธอมาเนี่ย เขายังไม่ได้เลย มีแต่เสียกับเสีย แล้วก็ไม่เข้าใจตัวเองด้วย ว่าจะสนใจยัยนี่ทำไมนักหนา
“เบี้ยวอะไร ก็ได้ไปทุกรอบไม่ใช่หรือไง แม้ว่าฉันจะไม่มีสติก็เถอะ” เธอเถียง เออว่ะทุกครั้งยัยนี่มันคิดว่าเขาได้ทุกรอบเลยนี่หว่า ลืมคิดเรื่องนี้ไปได้ไง
“แต่รอบนี้ ถ้าเธอจะให้ฉันช่วย เธอก็ต้องให้ในสิ่งที่ฉันอยากได้ไง จะเอารูปไม่ใช่เหรอ...เธอได้รูป...ส่วนฉันได้เธอ...ก็แฟร์ๆ ไง”
“มะ...ไม่เอาแล้ว...ฉันตัดต่อเอาเองก็ได้”
“ก็บอกว่าเธอรีทัชฉันหน้าเบี้ยว...ฉันไม่ชอบ...แล้วฉันก็รับไม่ได้ด้วย...จะลงรูปทั้งทีก็เอาให้เนียนๆ หน่อย...”
“กรี๊ด...ไอ้บ้า...อย่าเพิ่ง...” ร่างเล็กกรีดร้องลั่นห้อง เมื่อเขาโน้มตัวลงหวังจะซุกไซร้ใบหน้าหล่อๆ ที่ซอกคอของเธอ เธอยังทำใจไม่ได้เลย ที่จะให้คนแบบนี้มีอะไรด้วยทั้งที่สติครบองค์
มือเล็กยกขึ้นผลักหน้าเขาออก ทั้งดิ้นเพื่อหลบเลี่ยงสัมผัสจากเขา แต่ก็ถูกพะพายรวบมันไว้ที่เหนือหัว จากนั้นก็จู่โจมเธอทันที
ก๊อก ก๊อก ก๊อก!!
ทว่าจังหวะที่เขากำลังจะถอดเสื้อผ้าอาภรณ์ของเธอออกนั้น ก็ถูกขัดจังหวะด้วยเสียงเคาะประตู ซึ่งมันทำให้พะพายหัวเสียอยู่ไม่น้อย สุดท้ายก็เลยรีบมัดมือมัดเท้าคนตัวเล็กไว้เพราะกลัวหนี แล้วรีบเดินดุ่มๆ ไปเปิดประตูห้องอย่างเลี่ยงไม่ได้ เพื่อตัดความรำคาญ
แกร๊ก แอ๊ด!!
“มึงเป็นใคร!!” พะพายเอ่ยถามร่างสูงที่ไม่คุ้นหน้าด้วยความสงสัย
3ปีต่อมา...“แง้...ปะป๊า...ให้เฟิร์สเล่นบ้าง...ปะป๊าลงมา” เสียงเด็กน้อยวัย3ขวบงอแงประท้วงผู้เป็นพ่อที่นั่งรถบังคับของตัวเองขับทั่วบ้านไม่ยอมแบ่งใครเลย แถมยังปล่อยให้ลูกชายตัวน้อยวิ่งตามรถที่ตนขี่อีกบรื้นนนนนน“ปื้นๆ ขอทางหน่อยครับ...เดี๋ยวปะป๊าชนนะ” พะพายกล่าวกับลูก พร้อมกับทำเสียงแตรหวังบอกให้ลูกชายตัวน้อยหลีกทางให้เขาและดูเหมือนว่าจะสนุกยิ่งกว่าลูกเสียอีก ไม่พอยังทำลูกร้องไห้วิ่งไปฟ้องแม่อีก“มะ...ม๊า...ปะป๊าแย่งเฟิร์ส”“นี่พะพาย...โตขนาดนี้แล้วยังแย่งลูกอีก...ฉันให้ดูลูกยังทำลูกร้องไห้อีก...นี่นายตั้งใจกวนประสาทฉันหรือไงห๊ะ...ฉันประชุมกับเพื่อนอยู่เห็นไหม” เฟอร์เดินออกมาจากห้องทำงาน แล้วมาบ่นพะพายที่ทำลูกร้องเสียงดังรบกวนเธอจนเสียงลอดไปในห้องทำงาน“เอ้า...ประชุมเสร็จแล้วเหรอ...ปะๆ ...ไปดินเนอร์กัน...เดี๋ยวเอาน้องเฟิร์สไปให้ปู่เลี้ยง”“ฉันด่านี่สลดบ้างไหม...” เฟอร์กล่าวอย่างหัวเสีย จะไม่หงุดหงิดเลย ถ้าโปรเจคจิวเวอรี่ล็อตใหม่ไม่ถูกลอกจากร้านแบรนด์ของคู่แข่ง“พะพาย...เฟอร์มันเครียดอยู่...” หุ้นส่วนอย่างยูมิบอกด้วยเสียงจริงจัง จนพะพายที่เอาแต่คึก อยากให้เธอผ่อนคลายออกมาจากห้องทำงานรู
งานแต่งงานที่แพลนกันเอาไว้เริ่มใกล้เข้ามาทุกที แต่แทนที่เจ้าสาวจะวุ่นวายกับงานแต่ง ทว่ากลับเอาแต่นั่งกิน ช่วงนี้เธอกินเก่งมากๆ พะพายเลยตั้งใจอยากจะรีบจัดงานให้เร็วที่สุด เพราะกลัวว่าเธอจะเป็นขี้ปากชาวบ้าน ว่าท้องก่อนแต่งซึ่งงานแต่งถูกจัดขึ้นอย่างสมเกียรติที่โรงแรมหรูแปดดาว เหมายกชั้น รวมกับเปิดห้องให้แขกเหรื่อที่มาไกลๆ ได้มีที่พักกันด้วยบรรยากาศในงานนั้นจัดตรีมเทพนิยาย และเจ้าบ่าวของเธอวันนี้คืออัศวิน เธอเป็นคนจัดแจงให้เขาเอง เพราะเขาเป็นดั่งอัศวินขี่ม้าขาวมาช่วยเธอตลอด ตั้งแต่วันแรก และไม่ว่าจะครั้งไหนๆ ที่เธอเจออันตราย วันนั้นจะมีเขาคอยช่วยเธอไว้ได้ทันเสมอส่วนเธอก็เป็นดั่งเจ้าหญิงแสนสวยที่ค่อยๆ เดินควงแขนพ่ออย่างไต้ฝุ่นเข้าสู่ประตูวิวาห์ ด้วยชุดราตรีสีขาวอมชมพูยาวลากพื้น กระโปรงด้านหน้าฟูๆ สั้นเพียงแค่หน้าขา ด้านหลังยาวลากพื้นประมาณแปดเมตร ดีเทลชุดประดับไปด้วยผีเสื้อสีพาสเทลละมุนๆ ถักทออย่างประณีต ผมสีน้ำตาลลอนเป็นธรรมชาติถูกปล่อยสยายสวยงาม ใบหน้าตกแต่งหวานๆ เข้ากับใบหน้าสวยหวานทว่ากลับดูดื้อรั้นไปในคราเดียวกันสองขาค่อยๆ ก้าวไปตามพื้นพรมที่โรยไปด้วยกลีบกุหลาบสีขาว ด้านข้างเป็นโต
ด้านพะพาย...“เฮ้อเหลือเงินแค่2ร้อยเอง จะเลี้ยงพ่อตาพอไหมเนี่ย” ร่างสูงมองดูเงินในกระเป๋าพร้อมกับหันไปมองพ่อตาที่นอนหลับปุ๋ยอยู่บนเตียงด้วยใบหน้าสิ้นหวัง“ทักไปกู้ไอ้หมอกก็ได้วะ” เมื่อไม่มีทางเลือกเลยจำเป็นเข้าแชทเพื่อขอความช่วยเหลือจากแฝดตัวเอง แต่ทว่าจังหวะที่เขากำลังจะพิมพ์ขอความช่วยเหลือ สัญญาณอินเทอร์เน็ตกลับหมุนติ้วๆ“เอ้า...เวรเอ๊ย...เน็ตหมดวันนี้อีก...โอ๊ย...เฟอร์...พายผิดไปแล้ว...ฮือ...พายอยากกลับบ้าน” มือหน้ายกขึ้นลูบหน้าตัวเองแรงๆ เพื่อระบายความขุ่นมัวในจิตใน ชีวิตนี้มันจะซวยอะไรเบอร์นั้นอะ เงินก็จะหมด เน็ตก็มาหมดวันนี้อีก“ลูกเขย...ป๊าอยากกินหมูกระทะอะ...เราไปกินกันไหม” ฟงเอ่ยชวน เมื่อได้กลิ่นเหมือนว่าข้างห้องจะย่างหมู ซึ่งมันยั่วน้ำลายเขาเหลือเกิน แถมทั้งวันก็ยังไม่กินข้าวเลย เงินก็ร่อยหรอลงไปเต็มที แต่เมียก็ยังไม่มีสัญญาณว่าจะหายโกรธ“ป๊าครับ...ผมเหลือเงินแค่สองร้อยเอง...ของป๊าเหลือเท่าไหร่”“ป๊าเหลือร้อยเดียว” สิ้นหวังหนักกว่าเดิม จะบ้าตาย3ร้อยรวมกันสองคน จะผ่านพ้นวันนี้ไปได้ยังไง“เราต้มบะหมี่กินกันเถอะครับ หมูกระทะเอาไว้ก่อน” พะพายกล่าว จากนั้นก็เดินไปกดน้ำร้อนใส่บะหม
ผ่านไปประมาณสิบนาทีเธอก็เดินเข้าไปในห้องที่ฟงและพะพายอยู่ แต่ด้วยเพราะทั้งคู่ไม่ได้มีบัตรสมาชิกเลยไม่สามารถเข้าไปไม่ได้แบบโจ่งแจ้ง จึงโดนพนักงานกักตัวไว้ก่อน“เข้าไม่ได้นะคะ ห้องนี้มีลูกค้าใช้บริการอยู่ค่ะ”“แต่ฉันเป็นเมียของมัน ถ้าไม่ให้ฉันเข้าไป ฉันจะสั่งปิดร้านเธอแล้วแจ้งข้อหาค้าประเวณี” เฟอร์กล่าวเสียงแข็ง จนพนักงานชะงัก“ว่าไง...จะให้ฉันเข้าไปจัดการผัวของพวกเราได้ยัง...ถ้าให้เข้าไปฉันจะไม่เอาเรื่องที่ร้านเธอ แต่ถ้าไม่...รู้ใช่ไหมว่ามันปิดได้ง่ายๆ เลยนะ ถ้าไม่อยากซวยก็หลีกทางซะ” ครั้งนี้เป็นเหม่ยจิงที่พูดขึ้น สุดท้ายพนักงานก็จำต้องให้เธอและแม่เข้าไปด้านใน เพราะกลัวว่าสถานที่ของเจ้านายจะปิดตัว“อืม...นวดแรงๆ สิหนูเดี๋ยวเฮียให้ทิป” เสียงอ่อนเสียงหวานของฟงเอ่ยขึ้น“แหมป๊า...อยู่บ้านกับเมียเสียงหวานแบบนี้ไหม” พะพายเอ่ยถามเชิงขำ ไม่จริงจังนัก ก่อนที่จะปล่อยให้สาวสวยอกตู้มนวดต่อโดยที่ทั้งคู่ก็แช่อ่างน้ำร้อน ใบหน้าคือผ่อนคลายสุดๆ ฟงนี่มองนมพนักงานแทบไม่วางตา แต่แล้วสวรรค์ก็ต้องดับลงกลางอากาศเมื่อเหม่ยจิงเดินเข้าไปยืนตรงหน้า ตามด้วยเฟอร์ที่เดินเข้าไปเช่นเดียวกัน“เฮือก...หมวยเล็ก...อาจิง
แจ๊ะ แจ๊ะ!!ลิ้นร้อนตวัดเลียกลีบดอกไม้ฉ่ำๆ ตรงหน้ารัวๆ ทำเอาร่างเล็กนั้นอยู่แทบไม่สุข ร่อนเอวเด้งรับลีลาของลิ้นเขาไม่พัก จนในที่สุดเธอปลดปล่อยน้ำหวานใสๆ เคลือบคลอออกมานอกปากทางรัก ส่วนพะพายก็ดูเลียกินอย่างตะกละตะกลามเสร็จด้วยปากแล้ว ก็แน่นอนว่าต้องได้กระแทกด้วย เพราะคนอย่างเอาน้ำเดียวไม่เคยพออยู่แล้ว หากเธอเป็นอาหาร ก็คงจะเป็นอาหารจานโปรดแสนอร่อย ที่กินเท่าไหร่ก็ไม่รู้จักอิ่ม มีแต่จะเบิ้ลเพิ่ม เอาให้จุกกันไปข้างเลยพะพายยืนขึ้นเต็มความสูงแล้วช้อนร่างเล็กขึ้นจากโซฟา เดินดุ่มๆ เข้าไปในห้องนอน ก่อนที่จะจัดลีลารักแสนเร่าร้อนจนเตียงสั่น กว่าเขาจะปล่อยให้เธอได้นอนก็เกือบเช้า ส่วนเขาก็อิ่มหนำสำราญใจ กอดก่ายเธออยู่ใต้ผ้าห่มนวมผืนใหญ่ ทั้งที่ยังเปลือยกายด้วยกันทั้งคู่ช่วงสายของวันต่อมา...ร่างเล็กในอ้อมกอดอันอบอุ่นค่อยๆ ลืมตาตื่นขึ้นมาเพราะเพชรที่ถูกแสงแดดกระทบมันแยงตาเธอจนตาแทบบอด แต่แทนที่จะหงุดหงิดกลับอมยิ้ม เมื่อลืมตาขึ้นมาเห็นแหวนที่อยู่บนนิ้วนางข้างซ้าย แหวนที่สวมมาที่นิ้วของเธอด้วยฝีมือของเขาเมื่อคืนนี้ และเธอไม่ได้มโนไปเอง มันคือเรื่อจริงที่จับต้องได้แม้ว่าจะเป็นการขอแต่งงานที่เริ่ม
หัวใจของเธอเต้นคร่อมจังหวะทันที จากนั้นเขาก็เอื้อมมือมาจับมือข้างซ้ายของเธอไปจูบ และนั่นก็ยิ่งทำให้เธอยิ่งเขินเข้าไปใหญ่ ยิ้มหน้าบานแทบไม่หุบ“พะพาย...” ร่างเล็กน้ำตาคลอ มองหน้าเขาอย่างไม่ค่อยเชื่อสายตา ว่าคนทรงกวนแบบเขาจะมีโมเม้นท์นี้ขอเธอแต่งงานแก๊ก แก๊ก!!“กรี๊ดดดดดดด ไอ้บ้าพะพาย...ทำบ้าอะไรของนายวะเนี่ย” แล้วแล้วก็ต้องลมออกหูเมื่อสิ่งที่เขาหยิบออกมาไม่ใช่แหวนเพชรเม็ดโตอย่างที่เธอวาดฝันแสนหวานเอาไว้ แต่มันคือมีดตัดเล็บ แล้วเขาก็กำลังตัดเล็บของเธอที่เธอเพิ่งจะไปทำมาด้วย“นี่คือคุณค่าที่เธอคู่ควรที่สุด ตัดซะบ้างเล็บน่ะ แสบหลังเป็นบ้า ข่วนจนหลังฉันลายหมดแล้ว” พูดพร้อมกับบรรจงตัดเล็บให้เธอต่อ โดยที่เธอก็พยายามชักกลับ แต่ก็ไม่สามารถต้านแรงของเขาได้ บวกกับกลัวว่าถ้ายื้อแย่งกันไปมามีดตัดเล็บจะตัดนิ้วเธอเอา“ไอ้บ้าพะพาย!! เล็บฉันเพิ่งไปทำมานะ!!”พูดพร้อมกับน้ำตาคลอเบ้า นึกเสียดายเล็บสวยๆ“ก็ทำแบบสั้นๆ สิ...จะไว้ยาวทำไม...เธอเห็นหลังฉันหรือยัง...ว่ามันลายแค่ไหน...มีแต่รอยเล็บเธอเนี่ย”“หึ่ย!! ฉันไม่น่าไปคาดหวังกับคนอย่างนายเลย” จากที่เขินๆ เมื่อครู่ พอถูกกระชากลงมาจากสวรรค์เพราะถูกคนบ้าอย่า
1อาทิตย์ต่อมา...“ม๊าคะ...วันนี้มีอะไรทานบ้างคะ” ร่างเล็กในชุดเดรสสีหวานเดินลงมาถามหาอาหารกับแม่ ในช่วงสายของวัน“ข้าวผัดกุ้งจ้ะ...แล้วนี่จะไปไหน...” เอ่ยตอบ ก่อนที่จะถามกลับเมื่อเห็นว่าลูกสาวไม่ได้อยู่ในชุดนอนอย่างเช่นทุกวันช่วงหลังๆ มานี้ เวลาที่เธออยู่บ้านเธอก็มักจะใส่ชุดนอนทั้งวัน ถ้าวันไหนไม่
จากนั้นทั้งคู่ก็นั่งรอ แต่ระหว่างที่รอก็นั่นหยอกเย้ากันอยู่ที่โซฟา ผลัดกันดูคลิปตลก หัวเราะคิกคักกันอย่างมีความสุข ราวกับไม่เคยผ่านความทุกข์ใจมาเลย“พะพาย...ดูนี่ดิ...คิคิ...ตลกเนอะ” คนตัวเล็กที่นอนหนุนตักแฟนหนุ่มอยู่ยื่นมือถือให้เขาดู แล้วระเบิดหัวเราะออกมาพร้อมกัน รอยยิ้ม แววตาที่เปล่งประกายความส
พรึ่บ!มือที่กุมกันอยู่ก่อนหน้านั้นรีบปล่อยออกจากกัน และเป็นจังหวะเดียวกันกับที่ฟงเห็นหน้าพะพายชัดเจน“ไอ้หนุ่มนี่มัน...” ฟงเอ่ยขึ้นเมื่อรู้สึกคุ้นหน้าคุ้นตาพะพาย “ลูกไอ้ฝุ่นวันนั้นใช่ไหม?”“อุ๊ย...สวัสดีครับป๊า...เจอกันซะแล้วนะครับ”“นี่แกอย่าบอกนะว่า...เป็นแฟนลูกฉันน่ะ”“ครับคุณป๊า...ผมขอแนะนำตัว
“ถึงแล้ว...” หลังจากที่นั่งรถมาเกือบ20นาที พะพายก็เอ่ยขึ้น พร้อมกับดึงเบรกมือขึ้น ตามด้วยปลดเข็มขัดนิรภัยให้เธอและเขา จากนั้นก็กำชับเธอว่าอย่าเพิ่งเอาผ้าปิดตาออกส่วนเขาก็รีบลงจากรถ อ้อมไปเปิดประตูให้เธอ แล้วดึงแขนเธอออกมาจากรถ โดยใช้มือบังศีรษะของเธอเอาไว้เพราะกลัวว่าหัวเธอจะชน ทุกอย่างที่เขาตั้งใ







