Masukติ้ง!!
พะพาย : แล้วตอนนี้อยู่ที่ไหน?
เฟอร์ : ส่งโลเคชั่น
“เฮ้อ...ไอ้บ้าพะพาย...อะไรของมึงเนี่ย...ยัยนั่นใจร้ายกับมึงก่อนนะ...ยังจะไปหาอีก” เขาบ่นพึมพำกับตัวเอง พร้อมยกมือขึ้นยีหัวตัวเองหวังเรียกสติของตัวเองให้กลับมา
แต่ไม่ว่าจะมีสติหรือไม่มี เขาก็ยังอยากไปหาเธออยู่ดี และรู้ตัวอีกทีเขาก็ขับรถมายังสถานบันเทิงที่ยูมิส่งมาให้เป็นที่เรียบร้อย ก็นะ หัวใจมันเรียกร้อง ขอทำตามใจก่อน ส่วนเรื่องอื่นค่อยว่ากัน
สองขาก้าวฉับๆ ไปยังเคาน์เตอร์บาร์ ที่มีเฟอร์ฟุบหน้าอยู่ที่เคาน์เตอร์ โดยมียูมิคอยอยู่ข้างๆ ไม่ห่าง ตรงหน้ามีแก้วแอลกอฮอล์เรียงรายเป็นสิบแก้ว
“เช็กบิลเลยครับ...ทั้งหมดเท่าไหร่” พะพายเอ่ยบอกกับบาร์เทนเนอร์ พร้อมกับสแกนจ่ายค่าเครื่องดื่มทั้งหมดให้เฟอร์ จากนั้นก็ช้อนตัวอุ้มเธอเดินออกจากร้านไป
“หึ รักกันขนาดนี้ ยังจะปากแข็งกันอีก” ยูมิส่ายหน้าเอือมระอากับเพื่อนและแฟนเพื่อน จากนั้นก็เดินตามทั้งคู่ออกไป
“แยกกันตรงนี้เลยก็ได้ ฉันจะพาเฟอร์กลับไปนอนคอนโดของเฟอร์” ด้วยเพราะระยะทางระหว่างที่นี่กับคอนโดเขามันไกลเกินไป เขาไม่อยากที่จะให้คนเมานั่งรถนานเพราะกลัวเวียนหัว ทางเลือกที่เซฟที่สุดก็คือไปที่คอนโดเธอนั่นแหละดีแล้ว ส่วนยูมิก็พยักหน้ารับรู้ ก่อนจะยื่นสัมภาระต่างๆ ของเฟอร์ยื่นให้พะพายไป จากนั้นก็เดินแยกไปยังรถของตัวเอง
หมับ!!
“กลิ่นคุ้นๆ ...หอมจังเลย...ฟืด...” คนเมาข้างๆ เริ่มอยู่ไม่สุข กอดไปที่แขนของเขา ตามด้วยเอียงตัวเข้าไปและสูดดมกลิ่นตัวของเขา
“อย่ามาแตะ...เราเลิกกันแล้ว” พะพายดันศีรษะของเฟอร์ออก แล้วเอื้อมไปดึงเข็มขัดนิรภัยมาคาดให้เธอ ของเขาเองก็เช่นกัน
พอหลังจากจัดการเช็กความเรียบร้อยเตรียมจะสตาร์ทรถเฟอร์ก็เอียงตัวเข้ามาหาตามด้วยพรหมจูบไปที่แขนของเขา
“ขอโทษงับที่รัก...หอมเฟอร์หน่อย...อย่าทำหน้าดุเฟอร์แบบนี้สิ” คนตัวเล็กกล่าวด้วยน้ำเสียงออดอ้อน ปกติใช้แววตาเว้าวอนเขา เขาก็ใจอ่อนแล้ว นี่อะไรมามุมหวานแบบนี้ คิดเหรอว่าจะใจแข็งได้ แน่นอนว่าทำไม่ได้อยู่แล้ว
“นั่งดีๆ ...ไม่งั้นจะจับโยนลงข้างทาง” ตอบกลับเสียงนิ่ง แต่เฟอร์ก็ยื่นหน้าเข้าไปใกล้ๆ เขา สองมือประคองใบหน้าพะพายเข้ามาใกล้ๆ ด้วยเพราะพยายามหักห้ามใจตัวเองเอาไว้จึงขืนตัวไม่ให้ใบหน้าเขาใกล้ชิดกับเธอ แต่มันไม่ได้ผล เพราะใจมันเรียกร้อง แถมยัยนี่ยิ่งอ้อนก็ยิ่งน่ารัก แล้วใครกันจะอดใจไหว สุดท้ายก็เลยก้มลงไปจุมพิตที่หน้าผากของเธอแบบจำใจ ทรงจำใจแต่จริงๆแล้วก็อยากทำเองนั่นแหละ
“น่ารักจริงๆ เลย...ดีกันน้า...เฟอร์ขอโทษ” เธอกล่าวพร้อมกับยิ้มหยาดเยิ้ม แล้วยื่นนิ้วก้อยไปเกี่ยวกับเขา
“หึ...ตื่นมาจะจำได้หรือเปล่าก็ไม่รู้” บ่นไปงั้นแหละแต่นิ้วก้อยยื่นไปเกี่ยวเธอไว้แล้ว แล้วก็เกี่ยวก้อยกันอยู่อย่างนั้นจนเขาขับไปถึงคอนโดเธอ
พอถึงที่หมายก็อุ้มเธอขึ้นคอนโด ตลอดการเดินขึ้นห้อง เฟอร์ก็ใช้สองแขนโอบรอบคอเขา มองหน้าแล้วยิ้มหวานตลอดเวลา แต่เขานี่สิแสร้งตีหน้านิ่ง ทำเป็นไม่สนใจทั้งที่หัวใจเต้นแรงจนแทบระเบิด
“เอ้า...พะพาย...เฟอร์...”
“คิคิ...เฮีย...หวัดดีค่า...นี่แฟนเฟอร์...หล่อไหม” ดูความทะเล้นของเธอสิ ยังกล้าไปแนะนำพะพายให้ฟร้องค์รู้อีก แอบขำเหมือนกันว่าทำไมตอนเมาถึงได้เก่งแบบนี้ จับเหล้ากรอกปากแล้วพาไปหาพ่อเธอดีไหมเนี่ยจะได้จบๆ พะพายคิดในใจ
“ไปทำอีท่าไหนน้องฉันถึงเมาขนาดนี้” ฟร้องค์เอ่ยถาม แล้วปรายตามองสภาพของเฟอร์ที่ดูไม่มีสติเพียงนิด
“ไม่รู้เหมือนกัน...” คำตอบของพะพายส่งผลให้ฟร้องค์แปลกใจอยู่ไม่น้อยก่อนที่จะมองหน้านิ่งๆ ของพะพาย
“ทะเลาะกันเหรอ”
“ไม่ได้ทะเลาะ แต่น้องมึงบอกเลิกกูต่างหาก” พะพายตอบกลับเสียงแข็ง
“เฮ้อ...ไปเคลียร์กันดีๆ ...เดี๋ยวกูก็จะไปหาฟ้าแล้ว”
“ดึกขนาดนี้” เลิกคิ้วมอง
“อืมฟ้าหิว...แล้วพ่อมึงก็กักบริเวณเอาไว้ไม่ให้มานอนคอนโด...เลยว่าจะไปซื้อของกินไปให้” ฟร้องค์กล่าว ด้วยเพราะเรื่องของเขาและละอองฟ้าน้องสาวเขา ถูกพ่อจับได้แล้ว พ่อก็เลยต้องกำหนดขอบเขตในการเจอกัน เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ท้องก่อนเรียนจบ
“อื้ม...งั้นก็โชคดีแล้วกัน...”
“อืม...อ้อ...ฝากดูเฟอร์หน่อยนะ...”
“อืมๆ รู้แล้ว” ตอบกลับไปแบบส่งๆ แล้วล้วงเอาคีย์การ์ดแตะไปที่ประตูเพื่อเข้าไปในห้อง
พอเข้ามาหวังจะวางเธอลงบนเตียง ทว่ากลับถูกเฟอร์ดึงเขาจนเสียหลักล้มทับร่างเล็กบนเตียง และไม่ว่าจะพยายามขืนตัวและลุกขึ้นแค่ไหนก็ไม่เป็นผล ไม่ใช่ไม่มีแรงต่อต้านเธอนะ แต่ไอ้หัวใจไม่รักดีเนี่ยแหละไม่คิดที่จะลุกออกเองต่างหาก หนำซ้ำยังปล่อยตัวปล่อยใจไปกับเธอที่พยายามรบเร้าเขาให้มีอารมณ์อีก
“พะพาย...ฉันรักนาย...ขอโทษที่บอกเลิก...ฉันไม่ได้อยากเลิก...ฉันแค่ไม่กล้าขัดใจพ่อ” คำบอกรัก แววตา ท่าทีของเธอทำร่างสูงอ่อนยวบ เขาเข้าใจ
เข้าใจเธอทุกอย่างเลยว่าเธอรู้สึกอย่างไร เข้าใจในมุมมองของเธอ เธอเองก็คงไม่ต่างกับละอองฟ้าตอนนี้เท่าไหร่ แต่ที่ต่างกันคือไต้ฝุ่นพ่อของเขาไม่ได้พยายามหาคู่ให้ละอองฟ้าแบบที่พ่อของเธอทำ
จริงอยู่ว่าสิ่งที่พ่อเธอมอบให้มันดีสำหรับเธอ แต่เธอไม่ได้มีความสุขกับสิ่งที่พ่อเธอเลือกให้เลย เพราะงั้น สิ่งเดียวที่เขาพอจะทำได้ ไม่ใช่เขาที่ต้องพยายาม แต่เธอเองต่างหากที่ต้องพยายาม หากไม่คิดจะพยายาม ต่อให้เขาทำเพื่อเธอแค่ไหน ถ้าเธอไม่คิดที่จะต่อต้านพ่อเพื่อเขา ก็ไม่มีประโยชน์อยู่ดี แล้วสิ่งที่เขาพยายามจะทำไปทำไม หากเธอไม่ให้ความร่วมมือ ความรักจะไปตลอดรอดฝั่งก็ต่อเมื่อคนทั้งคู่พร้อมใจเดินจับมือกันไปด้วยกัน
“รักแล้วบอกเลิกกันทำไม” พะพายเอ่ยถามเสียงสั่น
“ขอโทษได้ไหม” แขนทั้งสองที่โอบรอบลำคอเขาดึงให้เขาเข้ามาใกล้เธอยิ่งขึ้น ดวงตากลมโตจ้องมองเขาแล้วส่งสายตาปริบๆ จนหัวใจของพะพายอยู่แทบไม่เป็นสุข
“อื้ม...” เขาตอบรับแต่ก็ไม่เชื่อเพราะกลัวว่าหากเธอตื่นขึ้นมาแล้วลืมเรื่องราวทั้งหมด เขาเองเนี่ยแหละจะยิ่งชอกช้ำเข้าไปใหญ่
“จูบเฟอร์หน่อยได้ไหม” เชิดหน้าขึ้นรอรับจูบ ส่งสายตาอ้อนๆ หวังให้พะพายเอ็นดู ซึ่งมันก็ได้ผล เพราะเขาก็ก้มลงป้อนจูบแสนหวานทันทีอย่างไม่คิดที่จะปฏิเสธ
พร้อมกับในใจก็พูดกับตัวเองว่าเอาวะ หลังจากนี้ค่อยว่ากัน ตอนนี้ความต้องการมันบดบังความเจ็บปวดไปหมดแล้ว
“อื้ม...”
จ๊วฟ จ๊วฟ จ๊วฟ!
เสียงจูบกันอย่างดูดดื่มดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง ความขมจากฤทธิ์แอลกอฮอล์ในโพรงปากนุ่มนิ่มนั้นทำให้เขารู้สึกมึนเมาไปด้วย ไม่รู้ว่าเป็นเพราะเมาจูบเธอ หรือเมาแอลกอฮอล์ในปากของเธอกันแน่ อันนี้ก็หาคำตอบไม่ได้เหมือนกัน
เรียวลิ้นร้อนแทรกเข้าไปในโพรงปาก ตวัดหยอกเย้ากันหลายนาทีทำหัวใจของทั้งคู่วูบวาบไปกับสัมผัสที่แสนวาบหวามในตอนนี้ เสียงแลกลิ้นเล่นน้ำลายดังขึ้น ต่อเนื่อง ในขณะที่ทั้งคู่จูบกันอย่างเร่าร้อนขึ้นเรื่อยๆ มือหนาก็ลูบไล้ไปตามจุดกระสันตามเรือนร่างของเธอ ไม่เพียงแค่เขา เธอเองก็เช่นกัน
ความเมาทำให้เธอบ้าบิ่นพลิกร่างเขาให้ลงไปนอนอยู่ที่เตียงแทน มือเล็กปลดกระดุมเสื้อเขาออกทีละเม็ด พร้อมกับสายตาที่จ้องมองเขาด้วยความเย้ายวนไม่วางตา และเพียงไม่นานอาภรณ์บนตัวเขาก็หลุดออกไปกองอยู่ที่พื้น ตามด้วยของเธอเองก็ปลดเปลื้องแล้วโยนมันลงไปที่พื้นตามเขาไป
เรือนร่างที่แสนเซ็กซี่ของเขามันยั่วเย้าจนเธออดใจแทบไม่ไหว ความขาวที่กระแทกเธอตาแทบบอด แถมsix packก็แน่นเรียงกันสวยงาม ไม่เพียงแค่เธอที่หลงใหลร่างกายของเขา เขาเองก็เช่นกัน มองเธอไม่วางตา จนอดไม่ได้ที่จะนอนมองมันเฉยๆ สุดท้ายจึงหยัดตัวขึ้นจับร่างเล็กเข้ามาจูบ และดูดไปตามลำคอระหงจนเกิดร่องรอยแดงๆ เต็มผิวเธอไปหมด
“อื้ม...พะพาย...” เสียงครางหวานๆ ดังลอดออกมาในลำคอระหงของเธอ ก่อนที่จะหลับตาพริ้ม เคลิบเคลิ้มไปกับสัมผัสอันวาบหวามของเขา
3ปีต่อมา...“แง้...ปะป๊า...ให้เฟิร์สเล่นบ้าง...ปะป๊าลงมา” เสียงเด็กน้อยวัย3ขวบงอแงประท้วงผู้เป็นพ่อที่นั่งรถบังคับของตัวเองขับทั่วบ้านไม่ยอมแบ่งใครเลย แถมยังปล่อยให้ลูกชายตัวน้อยวิ่งตามรถที่ตนขี่อีกบรื้นนนนนน“ปื้นๆ ขอทางหน่อยครับ...เดี๋ยวปะป๊าชนนะ” พะพายกล่าวกับลูก พร้อมกับทำเสียงแตรหวังบอกให้ลูกชายตัวน้อยหลีกทางให้เขาและดูเหมือนว่าจะสนุกยิ่งกว่าลูกเสียอีก ไม่พอยังทำลูกร้องไห้วิ่งไปฟ้องแม่อีก“มะ...ม๊า...ปะป๊าแย่งเฟิร์ส”“นี่พะพาย...โตขนาดนี้แล้วยังแย่งลูกอีก...ฉันให้ดูลูกยังทำลูกร้องไห้อีก...นี่นายตั้งใจกวนประสาทฉันหรือไงห๊ะ...ฉันประชุมกับเพื่อนอยู่เห็นไหม” เฟอร์เดินออกมาจากห้องทำงาน แล้วมาบ่นพะพายที่ทำลูกร้องเสียงดังรบกวนเธอจนเสียงลอดไปในห้องทำงาน“เอ้า...ประชุมเสร็จแล้วเหรอ...ปะๆ ...ไปดินเนอร์กัน...เดี๋ยวเอาน้องเฟิร์สไปให้ปู่เลี้ยง”“ฉันด่านี่สลดบ้างไหม...” เฟอร์กล่าวอย่างหัวเสีย จะไม่หงุดหงิดเลย ถ้าโปรเจคจิวเวอรี่ล็อตใหม่ไม่ถูกลอกจากร้านแบรนด์ของคู่แข่ง“พะพาย...เฟอร์มันเครียดอยู่...” หุ้นส่วนอย่างยูมิบอกด้วยเสียงจริงจัง จนพะพายที่เอาแต่คึก อยากให้เธอผ่อนคลายออกมาจากห้องทำงานรู
งานแต่งงานที่แพลนกันเอาไว้เริ่มใกล้เข้ามาทุกที แต่แทนที่เจ้าสาวจะวุ่นวายกับงานแต่ง ทว่ากลับเอาแต่นั่งกิน ช่วงนี้เธอกินเก่งมากๆ พะพายเลยตั้งใจอยากจะรีบจัดงานให้เร็วที่สุด เพราะกลัวว่าเธอจะเป็นขี้ปากชาวบ้าน ว่าท้องก่อนแต่งซึ่งงานแต่งถูกจัดขึ้นอย่างสมเกียรติที่โรงแรมหรูแปดดาว เหมายกชั้น รวมกับเปิดห้องให้แขกเหรื่อที่มาไกลๆ ได้มีที่พักกันด้วยบรรยากาศในงานนั้นจัดตรีมเทพนิยาย และเจ้าบ่าวของเธอวันนี้คืออัศวิน เธอเป็นคนจัดแจงให้เขาเอง เพราะเขาเป็นดั่งอัศวินขี่ม้าขาวมาช่วยเธอตลอด ตั้งแต่วันแรก และไม่ว่าจะครั้งไหนๆ ที่เธอเจออันตราย วันนั้นจะมีเขาคอยช่วยเธอไว้ได้ทันเสมอส่วนเธอก็เป็นดั่งเจ้าหญิงแสนสวยที่ค่อยๆ เดินควงแขนพ่ออย่างไต้ฝุ่นเข้าสู่ประตูวิวาห์ ด้วยชุดราตรีสีขาวอมชมพูยาวลากพื้น กระโปรงด้านหน้าฟูๆ สั้นเพียงแค่หน้าขา ด้านหลังยาวลากพื้นประมาณแปดเมตร ดีเทลชุดประดับไปด้วยผีเสื้อสีพาสเทลละมุนๆ ถักทออย่างประณีต ผมสีน้ำตาลลอนเป็นธรรมชาติถูกปล่อยสยายสวยงาม ใบหน้าตกแต่งหวานๆ เข้ากับใบหน้าสวยหวานทว่ากลับดูดื้อรั้นไปในคราเดียวกันสองขาค่อยๆ ก้าวไปตามพื้นพรมที่โรยไปด้วยกลีบกุหลาบสีขาว ด้านข้างเป็นโต
ด้านพะพาย...“เฮ้อเหลือเงินแค่2ร้อยเอง จะเลี้ยงพ่อตาพอไหมเนี่ย” ร่างสูงมองดูเงินในกระเป๋าพร้อมกับหันไปมองพ่อตาที่นอนหลับปุ๋ยอยู่บนเตียงด้วยใบหน้าสิ้นหวัง“ทักไปกู้ไอ้หมอกก็ได้วะ” เมื่อไม่มีทางเลือกเลยจำเป็นเข้าแชทเพื่อขอความช่วยเหลือจากแฝดตัวเอง แต่ทว่าจังหวะที่เขากำลังจะพิมพ์ขอความช่วยเหลือ สัญญาณอินเทอร์เน็ตกลับหมุนติ้วๆ“เอ้า...เวรเอ๊ย...เน็ตหมดวันนี้อีก...โอ๊ย...เฟอร์...พายผิดไปแล้ว...ฮือ...พายอยากกลับบ้าน” มือหน้ายกขึ้นลูบหน้าตัวเองแรงๆ เพื่อระบายความขุ่นมัวในจิตใน ชีวิตนี้มันจะซวยอะไรเบอร์นั้นอะ เงินก็จะหมด เน็ตก็มาหมดวันนี้อีก“ลูกเขย...ป๊าอยากกินหมูกระทะอะ...เราไปกินกันไหม” ฟงเอ่ยชวน เมื่อได้กลิ่นเหมือนว่าข้างห้องจะย่างหมู ซึ่งมันยั่วน้ำลายเขาเหลือเกิน แถมทั้งวันก็ยังไม่กินข้าวเลย เงินก็ร่อยหรอลงไปเต็มที แต่เมียก็ยังไม่มีสัญญาณว่าจะหายโกรธ“ป๊าครับ...ผมเหลือเงินแค่สองร้อยเอง...ของป๊าเหลือเท่าไหร่”“ป๊าเหลือร้อยเดียว” สิ้นหวังหนักกว่าเดิม จะบ้าตาย3ร้อยรวมกันสองคน จะผ่านพ้นวันนี้ไปได้ยังไง“เราต้มบะหมี่กินกันเถอะครับ หมูกระทะเอาไว้ก่อน” พะพายกล่าว จากนั้นก็เดินไปกดน้ำร้อนใส่บะหม
ผ่านไปประมาณสิบนาทีเธอก็เดินเข้าไปในห้องที่ฟงและพะพายอยู่ แต่ด้วยเพราะทั้งคู่ไม่ได้มีบัตรสมาชิกเลยไม่สามารถเข้าไปไม่ได้แบบโจ่งแจ้ง จึงโดนพนักงานกักตัวไว้ก่อน“เข้าไม่ได้นะคะ ห้องนี้มีลูกค้าใช้บริการอยู่ค่ะ”“แต่ฉันเป็นเมียของมัน ถ้าไม่ให้ฉันเข้าไป ฉันจะสั่งปิดร้านเธอแล้วแจ้งข้อหาค้าประเวณี” เฟอร์กล่าวเสียงแข็ง จนพนักงานชะงัก“ว่าไง...จะให้ฉันเข้าไปจัดการผัวของพวกเราได้ยัง...ถ้าให้เข้าไปฉันจะไม่เอาเรื่องที่ร้านเธอ แต่ถ้าไม่...รู้ใช่ไหมว่ามันปิดได้ง่ายๆ เลยนะ ถ้าไม่อยากซวยก็หลีกทางซะ” ครั้งนี้เป็นเหม่ยจิงที่พูดขึ้น สุดท้ายพนักงานก็จำต้องให้เธอและแม่เข้าไปด้านใน เพราะกลัวว่าสถานที่ของเจ้านายจะปิดตัว“อืม...นวดแรงๆ สิหนูเดี๋ยวเฮียให้ทิป” เสียงอ่อนเสียงหวานของฟงเอ่ยขึ้น“แหมป๊า...อยู่บ้านกับเมียเสียงหวานแบบนี้ไหม” พะพายเอ่ยถามเชิงขำ ไม่จริงจังนัก ก่อนที่จะปล่อยให้สาวสวยอกตู้มนวดต่อโดยที่ทั้งคู่ก็แช่อ่างน้ำร้อน ใบหน้าคือผ่อนคลายสุดๆ ฟงนี่มองนมพนักงานแทบไม่วางตา แต่แล้วสวรรค์ก็ต้องดับลงกลางอากาศเมื่อเหม่ยจิงเดินเข้าไปยืนตรงหน้า ตามด้วยเฟอร์ที่เดินเข้าไปเช่นเดียวกัน“เฮือก...หมวยเล็ก...อาจิง
แจ๊ะ แจ๊ะ!!ลิ้นร้อนตวัดเลียกลีบดอกไม้ฉ่ำๆ ตรงหน้ารัวๆ ทำเอาร่างเล็กนั้นอยู่แทบไม่สุข ร่อนเอวเด้งรับลีลาของลิ้นเขาไม่พัก จนในที่สุดเธอปลดปล่อยน้ำหวานใสๆ เคลือบคลอออกมานอกปากทางรัก ส่วนพะพายก็ดูเลียกินอย่างตะกละตะกลามเสร็จด้วยปากแล้ว ก็แน่นอนว่าต้องได้กระแทกด้วย เพราะคนอย่างเอาน้ำเดียวไม่เคยพออยู่แล้ว หากเธอเป็นอาหาร ก็คงจะเป็นอาหารจานโปรดแสนอร่อย ที่กินเท่าไหร่ก็ไม่รู้จักอิ่ม มีแต่จะเบิ้ลเพิ่ม เอาให้จุกกันไปข้างเลยพะพายยืนขึ้นเต็มความสูงแล้วช้อนร่างเล็กขึ้นจากโซฟา เดินดุ่มๆ เข้าไปในห้องนอน ก่อนที่จะจัดลีลารักแสนเร่าร้อนจนเตียงสั่น กว่าเขาจะปล่อยให้เธอได้นอนก็เกือบเช้า ส่วนเขาก็อิ่มหนำสำราญใจ กอดก่ายเธออยู่ใต้ผ้าห่มนวมผืนใหญ่ ทั้งที่ยังเปลือยกายด้วยกันทั้งคู่ช่วงสายของวันต่อมา...ร่างเล็กในอ้อมกอดอันอบอุ่นค่อยๆ ลืมตาตื่นขึ้นมาเพราะเพชรที่ถูกแสงแดดกระทบมันแยงตาเธอจนตาแทบบอด แต่แทนที่จะหงุดหงิดกลับอมยิ้ม เมื่อลืมตาขึ้นมาเห็นแหวนที่อยู่บนนิ้วนางข้างซ้าย แหวนที่สวมมาที่นิ้วของเธอด้วยฝีมือของเขาเมื่อคืนนี้ และเธอไม่ได้มโนไปเอง มันคือเรื่อจริงที่จับต้องได้แม้ว่าจะเป็นการขอแต่งงานที่เริ่ม
หัวใจของเธอเต้นคร่อมจังหวะทันที จากนั้นเขาก็เอื้อมมือมาจับมือข้างซ้ายของเธอไปจูบ และนั่นก็ยิ่งทำให้เธอยิ่งเขินเข้าไปใหญ่ ยิ้มหน้าบานแทบไม่หุบ“พะพาย...” ร่างเล็กน้ำตาคลอ มองหน้าเขาอย่างไม่ค่อยเชื่อสายตา ว่าคนทรงกวนแบบเขาจะมีโมเม้นท์นี้ขอเธอแต่งงานแก๊ก แก๊ก!!“กรี๊ดดดดดดด ไอ้บ้าพะพาย...ทำบ้าอะไรของนายวะเนี่ย” แล้วแล้วก็ต้องลมออกหูเมื่อสิ่งที่เขาหยิบออกมาไม่ใช่แหวนเพชรเม็ดโตอย่างที่เธอวาดฝันแสนหวานเอาไว้ แต่มันคือมีดตัดเล็บ แล้วเขาก็กำลังตัดเล็บของเธอที่เธอเพิ่งจะไปทำมาด้วย“นี่คือคุณค่าที่เธอคู่ควรที่สุด ตัดซะบ้างเล็บน่ะ แสบหลังเป็นบ้า ข่วนจนหลังฉันลายหมดแล้ว” พูดพร้อมกับบรรจงตัดเล็บให้เธอต่อ โดยที่เธอก็พยายามชักกลับ แต่ก็ไม่สามารถต้านแรงของเขาได้ บวกกับกลัวว่าถ้ายื้อแย่งกันไปมามีดตัดเล็บจะตัดนิ้วเธอเอา“ไอ้บ้าพะพาย!! เล็บฉันเพิ่งไปทำมานะ!!”พูดพร้อมกับน้ำตาคลอเบ้า นึกเสียดายเล็บสวยๆ“ก็ทำแบบสั้นๆ สิ...จะไว้ยาวทำไม...เธอเห็นหลังฉันหรือยัง...ว่ามันลายแค่ไหน...มีแต่รอยเล็บเธอเนี่ย”“หึ่ย!! ฉันไม่น่าไปคาดหวังกับคนอย่างนายเลย” จากที่เขินๆ เมื่อครู่ พอถูกกระชากลงมาจากสวรรค์เพราะถูกคนบ้าอย่า
“เฮ้อ...ความรู้สึกตอนถูกบล็อกมันเป็นแบบนี้นี่เองสินะ” ร่างเล็กพึมพำกับตัวเอง แม้ว่าเธอจะพยายามติดต่อเขาทางไหน ทุกช่องทางเขาก็ติดต่อไม่ได้เลย“เป็นอะไรไป...ยังติดต่อนายนั่นไม่ได้เหรอ” ยูมิถามขึ้นพร้อมกับนั่งลงข้างๆ แล้วยื่นเครื่องดื่มเย็นๆ ให้เธอหนึ่งกระป๋อง“อืม...ไม่รู้ว่าป่านนี้จะเป็นไงบ้าง”“อีต
ปากเล็กขบเม้มไปตามหน้าอกแกร่ง เรียวลิ้นเล็กลากไล้เลียไปตามเม็ดทับทิมของเขา ทำเอาร่างสูงวูบวาบปั่นป่วนมวลท้องไปหมด ความเสียวกระสันแล่นพล่านเข้ามาเล่นงานเขาอย่างจัง แผ่นหลังค่อยๆ เอนไปแนบกับหัวเตียง ปล่อยให้คนตัวเล็กเล้าโลมเขาด้วยความเต็มใจ ใบหน้าหล่อเชิดขึ้น หวังระบายความเสียวซ่าน“อืม” เขาครางออกมา
“ป๊าเธอกะจะทรมานฉันให้ตายไปเลยมั้ง ถึงได้จัดทริปตั้งเกือบอาทิตย์...กะจะกระชับความสัมพันธ์หรือจะตั้งหลักปักฐานอยู่ที่นั่นกันแน่...” พะพายบ่นกระปอดกระแปดเมื่อเฟอร์เข้ามาในห้องหลังจากที่จบทริปครอบครัว แล้วเขาต้องมารอที่คอนโด“...พะพาย...ฉันว่าช่วงนี้เราสองคนอยู่ด้วยกันมากไปหรือเปล่า” เฟอ
“จะไม่มีได้ยังไง เคลิ้มขนาดนี้”“กะ...ก็...”“พายขอรางวัลได้ไหม ขอรางวัลให้คนน่ารักได้หรือเปล่า...จะได้มีกำลังใจเป็นเด็กดีของเฟอร์ไง” เสียงกระเส่าเอ่ยขึ้น ทำหน้าออดอ้อนจนใจเฟอร์เหลวเป็นน้ำแล้ว“อื้ม” สิ้นเสียงตอบรับพะพายก็ดันคนตัวเล็กนอนราบไปกับโซฟาตัวยาว จากนั้นก็ทาบทับร่างของตัวเองตามลงมา ขาทั้งส







