Beranda / โรแมนติก / ลวงเงารัก / 2...เวลาเกือบเที่ยงคืน (2)

Share

2...เวลาเกือบเที่ยงคืน (2)

Penulis: rasita_suin
last update Tanggal publikasi: 2025-07-14 19:11:44

เสียงหญิงสาวที่พูดขึ้นหลังกระจกบานขุ่นในห้องใหญ่ทำให้ร่างสูงใหญ่ซึ่งนั่งฟังเรื่องราวอยู่อีกห้องหนึ่งที่สามารถเชื่อมถึงกันได้ลุกขึ้นยืนกะทันหัน แต่เรฟเอื้อมมือมาฉุดไว้ก่อนจะกระซิบ

“คุณทิวบอกว่าจะนั่งฟังเฉยๆ แล้วให้คนของเราจัดการเองไม่ใช่เหรอครับ”

ตติยะหันกลับมามองหน้าเรฟ แล้วก็นึกได้ว่าตนเองกำลังทำเรื่องไม่สมควรอยู่ นั่นคือการแอบฟัง เพราะฉะนั้นหากเขาเดินออกไปเวลานี้ ทุกคนยกเว้นคุณวิชัยที่เป็นคนจัดให้เขามาอยู่ในห้องนี้ต้องแปลกใจแน่ ที่สำคัญอาจทำให้ฝ่ายตรงข้ามคิดไปว่าพวกเขาตั้งใจจะเล่นไม่ซื่อก็ได้ จึงจำต้องนั่งลงตามเดิมอย่างขัดใจ ทั้งที่สาเหตุของการจะเข้าไปในห้องนั้นไม่เกี่ยวกับปัญหาเรื่องรถไม่ได้มาตรฐานแม้แต่น้อย

ชายหนุ่มนั่งนิ่ง มือข้างหนึ่งเท้าคาง อีกข้างวางลงบนโต๊ะ นิ้วเรียวสวยแต่ใหญ่ของผู้ชายสี่นิ้วเคาะลงรัวเร็วไล่ระดับ ตาสีน้ำตาลอ่อนเพ่งมองกระจกขาวขุ่น ราวกับจะให้มันทะลุจนสามารถมองเห็นเจ้าของเสียงพูดหวานใสนั้นได้ เพราะต่อให้อีกกี่ปีหรือตลอดชีวิต เขาก็ไม่มีวันลืมเสียงนี้ไปได้ แถมเพิ่งได้ยินเธอต่อว่ามาสดๆ ร้อนๆ อีกด้วย

เสียงของเอื้อมทราย...เธอมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง

ขณะนี้เสียงหวานใสที่ชี้แจงเสริมเรื่องราวอย่างฉะฉานของเอื้อมทรายเงียบลงแล้ว และมีเสียงทุ้มของผู้ชายอีกคนกำลังต่อรองกับทนายฝ่ายของตติยะอยู่ ใจของชายหนุ่มเต้นรัวเร็วจนแทบจะรอไม่ไหว อยากให้การเจรจานี้จบลงโดยเร็ว เขาจะได้ออกไปเจอกับเธอ ‘เพื่อนคนดี และเพื่อนผู้หญิงเพียงคนเดียวในชีวิตของเขา’ สักที

แม้จะแปลกใจว่าทำไมเขาถึงได้รู้สึกตื่นเต้นมากมายขนาดนี้ แต่ชายหนุ่มก็ไม่คิดอะไรมาก อาจเป็นเพราะเขาไม่ได้เจอเอื้อมทรายนานมากเหลือเกิน จึงคิดถึงเธอ และยิ่งได้พบกันแบบที่โดนต่อว่าอยู่ฝ่ายเดียว โดยไม่ได้อธิบายอะไรเลยยิ่งทำให้ชายหนุ่มอยากพูดอยากบอกเล่าเรื่องต่างๆ ให้เธอฟังมากเป็นพิเศษ

เขาก็แค่ต้องการอธิบาย ไม่ได้คิดจะแก้ตัวใดๆ ทั้งสิ้น ชายหนุ่มยืนยันกับตัวเอง

และแล้วการรอคอยที่แสนจะอึดอัดของตติยะก็สิ้นสุดลง เมื่อฝ่ายตรงข้ามตกลงรับข้อเสนอของพวกเขาและขอตัวกลับไป คุณวิชัยให้ทุกคนรออยู่ในห้อง ก่อนจะเปิดประตูเล็กเข้ามาหาชายหนุ่มผู้เป็นท่านประธานกรรมการภาคพื้นเอเชีย เพื่อให้เขาเอ่ยปากคุยกับคนที่ทำงานได้สำเร็จลงด้วยดี แต่ตติยะกลับลุกขึ้นและเดินสวนอีกฝ่ายออกไปอย่างรวดเร็ว

“เอ่อ...คุณตติยะครับ แล้ว...” เลขาหนุ่มซึ่งอายุมากกว่าเอ่ยอ่อนน้อม หากก็ได้แต่อ้าปากค้างพูดไม่ทันเจ้านาย

“ผมยังไม่มีอะไรจะคุยกับพวกคุณตอนนี้ เอาเป็นว่าทำได้ดีมาก ผมมีธุระ ขอตัวก่อน”

พูดจบตติยะก็ออกไปจากห้องนั้น ท่ามกลางสายตาตกใจแกมสงสัยของบรรดาลูกน้อง ที่ไม่รู้ว่าท่านประธานมาแอบอยู่ในห้องเล็กข้างๆ ห้องประชุมใหญ่ตั้งแต่เมื่อไร

คุณวิชัยหันมามองรองประธานกรรมการที่มีตำแหน่งแต่แทบจะไม่เอ่ยปากอะไรในเรื่องงานเลยแทน ทว่าเรฟมองหน้าเลขากลับแล้วยักไหล่อย่างไร้คำอธิบาย แต่ด้วยความที่ไม่อยากให้คนในที่ทำงานมองว่าเขาหยิ่งจึงบอกออกไป

“ก็อย่างที่บอกแหละครับ ว่าเขามีธุระสำคัญ” ชายหนุ่มเน้นเสียงตรงคำท้าย

“แล้วเขาก็ชมพวกคุณนี่ ไม่ได้ต่อว่าอะไร ไม่มีอะไรน่าสงสัยสักหน่อย ผมว่าแยกย้ายกันไปทำงานดีกว่านะครับ”

จากนั้นชายหนุ่มก็เดินล้วงกระเป๋าลอยชายออกจากห้องไปอีกคน

คุณวิชัยได้แต่ส่ายหน้าระอากับพฤติกรรมของเจ้านายทั้งสองคน แม้ว่าเวลาทำงานจะดูจริงจังและทำออกมาได้ดีไม่มีที่ติ แต่นิสัยส่วนตัวที่รักความสนุก ความสบาย และติดเที่ยวจนเคยตัวนี่สิ แก้ไม่หายสักที เลขาหนุ่มคิดอยู่ในใจคนเดียวเงียบๆ หลังบอกให้ทุกคนออกไป เพราะเขาได้รับคำสั่งจากท่านประธานใหญ่ให้ดูแลสองคนนี้ให้เลิกนอกลู่นอกทาง ตั้งใจทำงานและมีความรับผิดชอบมากกว่านี้ เขารับปากท่านมาแล้วและจะต้องทำให้ได้

===================

“แซนด์!”

เสียงเรียกจากทางด้านหลังที่ฟังดูกระหืดกระหอบ ทำให้หญิงสาวหนึ่งเดียวของกลุ่มหยุดการเคลื่อนไหว แต่ไม่ได้หันกลับมา ราวกับไม่แน่ใจว่าเป็นชื่อของตนเองหรือไม่ ตติยะจึงเอ่ยเรียกอีกครั้ง ก่อนจะเคลื่อนตัวเข้าไปใกล้เธอและคนในกลุ่มมากขึ้น

“แซนด์...” น้ำเสียงชายหนุ่มทุ้มละมุนลงกว่าเดิมอีกเท่าตัว

เบื้องหลังบอบบางในชุดสูทสีเทา สีเดียวกันกับกระโปรงทรงสอบปกปิดเรียวขาสวยหันกลับมา เผยให้เห็นใบหน้านวลใสมีเครื่องหน้าอยู่บางเบาดูสวยเป็นธรรมชาติ เสริมความสง่างามและลงตัวให้ใบหน้าสวยหวานดูน่าเชื่อถือมากยิ่งขึ้นด้วยผมที่รวบขึ้นหมดและถูกมวยไว้อย่างเรียบร้อย ไร้ไรผมระเกะระกะ เปลี่ยนจากหญิงสาวที่เคยดูสวยหวานในสายตาเขาอยู่ตลอดเวลาไปราวกับเป็นคนละคน จนตติยะเองยังเกรงว่าเขาจะทักคนผิด

หากเมื่อเธอมองมายังเขาด้วยสายตาที่บ่งบอกถึงความตกตะลึงและคาดไม่ถึงอย่างยิ่ง ก็ทำให้ชายหนุ่มเชื่อได้ว่าไม่ผิดคนอย่างแน่นอน

“ติว” เสียงสดใสที่คุ้นหูเล็ดลอดออกมาจากริมฝีปากสีพีชสวยอิ่ม ก่อนจะแย้มยิ้มพร้อมๆ กับคิ้วเรียวที่กันไว้อย่างสวยงามยกขึ้นเล็กน้อย “กลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่ แล้วรู้ได้ยังไงว่าเรามาที่นี่”

คำถามนั้นทำให้ตติยะอดที่จะยิ้มกว้างไม่ได้ เธอยังคงเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง คุยเก่ง พูดเก่ง ช่างซัก ช่างถามสารพัด จนกระทั่งเมื่อก่อนเขาเคยจ้างให้เธอหยุดพูดสักวันด้วยซ้ำ แต่เอื้อมทรายก็ทำไม่ได้ เงินค่าจ้างนั้นจึงถูกเขาปลอบใจด้วยการพาไปเลี้ยงอาหารมื้อใหญ่ และเธอยังขอเขาห่อกลับบ้านอีกต่างหาก

“กลับมาได้ประมาณอาทิตย์นึงแล้วล่ะ”

คราวนี้ผู้ชายอีกสามคนในกลุ่มของเธอหันมามองเขาเป็นตาเดียว และยังทำท่าทางเหมือนจะคุ้นหน้าคุ้นตาเขาอีกด้วย แม้ว่าตติยะจะไม่ค่อยเข้าสังคมกับพวกไฮโซเท่าไรนัก แต่ก็น่าจะพอมีข่าวคราวของเขาให้เห็นกันอยู่บ้าง ด้วยเขาเป็นคนเดียวในตระกูลเวลเล่ที่อยู่เมืองไทย ซึ่งนั่นไม่ใช่ความต้องการของตติยะ ชายหนุ่มไม่อยากจะให้ใครมาเข้าใจผิดว่าที่เรื่องนี้จบลงโดยง่ายอาจเพราะความสัมพันธ์ระหว่างเขากับเอื้อมทราย แม้เขาจะไม่แคร์สายตาชาวบ้าน ทว่าคนที่เขาแคร์ความรู้สึกมากกว่าใครคือเพื่อนสาว

ชายหนุ่มยังจำข่าวไม่ดีเกี่ยวกับเอื้อมทรายกับนักศึกษาหนุ่มหลายคนที่มาตามจีบเธอแล้วไม่ติด เลยเอาเธอไปนินทาต่างๆ นานาด้วยเรื่องเสียหายไม่เว้นแต่ละวันได้ดี เพราะหลังจากที่ โอม หรือ อานินท์กับหญิงสาวเลิกกันก่อนจบปีสอง ขึ้นปีสามเอื้อมทรายก็เนื้อหอมสุดๆ แต่เธอก็ไม่เคยเลือกคบใครเป็นพิเศษ ในขณะนั้นเขาทนไม่ไหวจนถึงขั้นเคยมีเรื่องกับรุ่นพี่คณะวิศวะที่เขาเรียนอยู่ด้วยซ้ำ แต่เอื้อมทรายเป็นคนห้ามและดึงเขาออกมา แต่ก็หลังจากที่เขาซัดรุ่นพี่คนนั้นไปแล้วสามหมัด แถมยังถีบจนหมอนั่นหงายหลังอีกด้วย

และเวลานี้เขาไม่อยากให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอย เขาสงสารเธอ เพราะเอื้อมทรายมักจะแสร้งทำเหมือนไม่แคร์คำพูดของใคร แต่ตอนที่เธออยู่คนเดียว เขาจะเห็นเธอทำหน้าเศร้าและถอนหายใจอยู่เสมอๆ

ตติยะหันไปก้มศีรษะให้ชายหนุ่มทั้งสามเล็กน้อยอย่างมีมารยาท

“ขอโทษนะครับ เราเป็นเพื่อนเก่ากัน ไม่ได้เจอกันนาน ผมอยากขอตัวเอื้อมทรายไปคุยด้วยสักหน่อย พวกคุณกลับก่อนก็ได้ครับ ส่วนเอื้อมทรายผมจะไปส่งเธอเอง”

ชายหนุ่มเอ่ยบอก เขาไม่แนะนำตัวกับใครทั้งนั้น และตัดสินใจเองเสร็จสรรพจนคนที่ฟังได้แต่เหวอ และหันไปมองหญิงสาวคนเดียวอย่างต้องการคำอธิบาย

เอื้อมทรายยิ้มให้ทั้งสามเล็กน้อยอย่างไม่รู้จะทำอย่างไร ด้วยแน่ใจว่าอย่างไรเสียตติยะก็จะต้องพาเธอไปด้วยให้ได้อย่างแน่นอน อีกอย่างการได้กลับมาเจอเขาอีกครั้ง เธอก็ดีใจและอยากพูดคุยให้มากกว่านี้เช่นเดียวกัน

“ขอโทษนะคะคุณสมุทร คุณเอนก พี่ชวิน ดิฉันคงต้องขอตัวก่อน แต่เดี๋ยวดิฉันจะสรุปงานส่งไปให้คุณเอนกที่สำนักงานนะคะ”

“ไม่เป็นไรหรอกครับ เอาไว้ค่อยเข้าไปที่สำนักงานวันหลังก็ได้” ชายอาวุโสที่สุดในกลุ่มเอ่ยบอกอย่างใจดี

“งั้นก็น่าเสียดาย วันนี้ผมกะว่าจะพาคุณชวิน คุณเอนก แล้วก็คุณเอื้อมทรายไปเลี้ยงขอบคุณที่ช่วยต่อรองกับทางเวลเลโอให้สักหน่อย” สมุทรชายหนุ่มเจ้าของรถเอ่ยขึ้น

“เชิญพวกคุณดีกว่า ดิฉันไม่ได้ทำอะไรมากนอกจากอ่านคำชี้แจงให้ทุกคนฟัง คงต้องขอตัวค่ะ”

เอื้อมทรายออกตัวอย่างเกรงอกเกรงใจ ที่สำคัญเธอกลัวว่าคนบางคนจะเริ่มรำคาญขึ้นมา

“อะไรกันครับ คุณช่วยผมตั้งหลายอย่าง ถ้าไม่มีคุณเข้ามาแนะนำให้ผมรู้จักกับสำนักทนายความของคุณเอนก ผมคงแย่ โดนเอาเปรียบไปแล้ว...”

“ขอโทษอีกครั้งนะครับ ถ้าไม่มีอะไรแล้ว ผมคงจะต้องพาคุณเอื้อมทรายไปก่อน เพราะผมยังมีธุระที่ต้องไปทำต่อ”

ตติยะเอ่ยแทรกขึ้นอย่างไม่เกรงใจ

เอื้อมทรายได้แต่ทำหน้าระอา ด้วยรู้อยู่แล้วว่าเพื่อนของเธอจะต้องรำคาญแบบนี้ เพราะตติยะไม่เคยรอใคร ไม่เคยต้องขอความคิดเห็นจากใคร เขาอยากได้อะไร อยากทำอะไรเขาจะตัดสินใจเองทันที

เพราะมัวแต่จมอยู่กับความคิดของตัวเอง จึงไม่ทันได้ตั้งตัวหรือเห็นว่าใครมีสีหน้าเช่นไรกันบ้าง หญิงสาวมารู้ตัวอีกทีก็ต่อเมื่อมือใหญ่ของตติยะจับข้อมือของเธอดึงให้เดินตามไปด้วยอย่างรวดเร็ว จนเอื้อมทรายหันกลับมาบอกลาชายหนุ่มที่เป็นหัวหน้ากับเพื่อนรุ่นพี่ที่พาเธอเข้ามาทำงาน และคนเป็นลูกค้าแทบไม่ทัน

=====

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ลวงเงารัก   40...(จบบริบูรณ์) (2)

    หลังเอื้อมทรายคลอดลูก ทั้งครอบครัวของตติยะก็ยังพักอยู่ต่อโดยไม่มีใครเดินทางกลับนอกจากแขก เพราะต่างก็เห่อหลานชายสองคนที่น่ารักน่าชังมากๆ แม้แต่คุณอานนท์กับคุณนิตยาเองก็ยังเฝ้าหลานทั้งสองคนไม่ห่าง ทิ้งงานที่โรงพยาบาลไปเลยทีเดียว เนื่องจากคุณนิตยาลงความเห็นว่าหลานตัวน้อยยังไม่แข็งแรงพอที่จะเดินทางไปโดนแดดโดนลมทะเลในตอนนี้ ก็เลยเพียงแค่พามาพักที่บ้านพักของตระกูลตติยะเพื่อความสะดวกสบาย และเสียงเด็กๆ จะได้ไม่รบกวนแขกของรีสอร์ต พวกเขาจึงพากันเกงานกันทั้งครอบครัว โดยคุณเจอเซ่สั่งงานผ่านทางวิดีโอคอลกับคนสนิทที่ไว้ใจได้ตลอดทั้งอาทิตย์ที่ผ่านมาเลยทีเดียวส่วนตัวตติยะนั้นเขาตั้งใจเอาไว้แล้วว่าหลังแต่งงานจะพักฮันนีมูนเป็นเดือนจึงไม่เดือดร้อน เนื่องจากเคลียร์และกับเลขาอย่างคุณวิชัยเรียบร้อย หากมีอะไรด่วนวิชัยคงติดต่อเขามาเอง ก็กว่าเขาจะได้แต่งงานคนอื่นก็นำโด่งไปไกลไม่เห็นฝุ่นแล้ว เพราะนับตั้งแต่คืนที่เขาต้องเสียเงินซื้อรถให้น้องทั้งสองคน เอื้อมธารก็ไม่ค่อยจะยอมให้เขาแตะต้องสักเท่าไร แถมก็งานยุ่งเนื่องจากกำลังอยู่ในช่วงปรับโครงสร้างใหม่ นานๆ ครั้งถึงจะมีโอกาส ฉะนั้นพอแต่งงานตติยะจึงขอใช้เวลาส่วนตัวก

  • ลวงเงารัก   40...(จบบริบูรณ์) (1)

    สองปีต่อมา...“แซนด์ไปไหน คุณหมอเห็นแซนด์หรือเปล่าคะ”ในงานเลี้ยงฉลองงานแต่งงานของลูกชายคนโตตระกูลเวลเลโอ ที่รีสอร์ตแห่งหนึ่งบนเกาะซึ่งเจ้าของงานเหมาทั้งรีสอร์ตเพื่อรับรองแขกนั้น ร่างบางของเจ้าสาวชุดสวยหรูราวเจ้าหญิงเดินไปทั่วทั้งบริเวณจัดงาน หลังจากส่งแขกเรียบร้อยแล้วด้วยใบหน้ากังวล เอื้อมธารถามหมอหนุ่มที่กำลังจะไปนั่งดื่มกับกลุ่มเพื่อนในมุมหนึ่งของรีสอร์ต ทำเอาชายหนุ่มชะงักหันมองอย่างงงๆ เพราะแทนที่จะถามหาเจ้าบ่าวแต่เจ้าสาวกลับถามหาพี่สาว“เปล่าครับ แล้วนี่ซีจะไปไหน น่าจะพักนะ เหนื่อยมาทั้งวันแล้ว”วิศรุตต์พูดโดยไม่ได้เอ่ยถึงเจ้าบ่าวที่เขาคิดว่ามันคงนั่งร่วมวงอยู่กับกลุ่มเพื่อนๆ เรียบร้อยแล้ว เพราะไม่อยากเป็นคนชี้โพรงให้กระรอกฤกษ์ส่งตัวนั้นมีไปตั้งแต่เมื่อวานที่กรุงเทพฯ เพราะทั้งสองคนแต่งงานที่บ้านสวนแบบเรียบง่าย รดน้ำทำบุญ มีเพียงแขกผู้ใหญ่และคนสนิทจริงๆ ส่วนงานเลี้ยงมาจัดที่เกาะ ซึ่งเป็นความต้องการของเจ้าบ่าวเจ้าสาวแต่ก็อำนวยความสะดวกให้กับแขกที่ได้รับเชิญทั้งไทยและเทศอย่างดี ฉะนั้นคู่บ่าวสาวจึงไม่จำเป็นต้องอยู่ด้วยกันตามฤกษ์ ส่วนบ้านพักของตระกูลนั้นตติยะให้ผู้ใหญ่ในครอบครัวของเ

  • ลวงเงารัก   39......ครึ่งชัวโมงผ่านไปร่างบางก็ออกมา (2)

    เสียงหอบหายใจคละเคล้ากับเสียงเรียกชื่อเขา พร้อมปฏิกิริยาแสนซื่อจากร่างกายของหญิงสาวทำให้คนเจนสนามไหวร่างไม่นับครั้ง สายตาคมจ้องอกอวบสองข้างที่สะท้อนขึ้นลงไว้มั่น ทั้งแรงเสียดสีจากร่างอ่อนนุ่มก็ทำให้กายแข็งแกร่งร้อนขึ้นเรื่อยๆ จนสูงลิบแตะเพดาน หัวใจหนุ่มเต้นระส่ำยิ่งกว่าครั้งไหนๆ ชายหนุ่มเองก็ยิ่งส่งตัวเองเร็วชนิดลืมโลก เขาไม่เคยคลั่งแบบนี้มาก่อน ลืมไปด้วยซ้ำว่าคนใต้ร่างเขานั้นเพิ่งครั้งแรก เมื่อไม่สามารถรั้งตัวเองได้ตติยะก็วิ่งชนโครมเต็มตัวไม่ยั้ง กระทั่งร่างของคนทั้งสองสะท้านเยือกขึ้นพร้อมกัน ร่างสูงใหญ่เกร็งคำรามพร่าในลำคอดัง ใบหน้าหล่อเหลาแดงก่ำบิดเหยเกแหงนเงยมองเพดานห้องเอื้อมธารที่กรีดร้องพร้อมตาเบิกโพลงมองภาพชายหนุ่มตรงหน้าด้วยหัวใจที่กระหน่ำแรงโลด รู้สึกรักเขาและภาคภูมิใจในตัวเองอย่างที่สุด หน้าตาท่าทางของอีกฝ่ายแม้จะเหมือนทรมานแสนสาหัสแต่เธอรู้เขาสุขสุดๆ เลยเชียวแหละ เพราะอะไรน่ะหรือ เพราะเธอเองก็ไม่ต่างจากเขาเลยความรักกับเซ็กส์บางครั้งมันก็แยกกันไม่ออก เธอเพิ่งเข้าใจก็วันนี้เอง การได้มีความสุขกับคนที่รักนั้นคือเซ็กส์ที่สุดยอดจริงๆเมื่อปล่อยกายปล่อยใจตามอารมณ์ปรารถนาแล้วตต

  • ลวงเงารัก   39......ครึ่งชัวโมงผ่านไปร่างบางก็ออกมา (1)

    ครึ่งชัวโมงผ่านไปร่างบางก็ออกมาจากห้องพร้อมผ้าขนหนูพันตัวเพราะไม่ได้ถือเสื้อผ้าเตรียมเข้าไป เธอทำใจกล้าก่อนจะมองดูว่าคนตัวสูงใหญ่อยู่ในห้องหรือไม่ เมื่อไม่เห็นก็รีบวิ่งพรวดไปที่ตู้ซึ่งเพิ่งจัดเสื้อผ้าเข้าไปค้นหาของอย่างรวดเร็ว ไม่รู้ว่าเขาไปไหน แต่ต้องรีบกลับเข้าไปเปลี่ยนเสื้อผ้าในห้องน้ำก่อนที่ตติยะจะเข้ามาทว่าช้าไปแล้ว เพราะประตูห้องเปิดพรวดในขณะที่ร่างสูงในชุดกางเกงเลกับเสื้อแขนตัดฟิตเปรี๊ยะจนเห็นกล้ามเนื้อเป็นมัดแข็งแกร่ง มือใช้ผ้าขนหนูเช็ดผมก้าวเข้ามาในห้อง ชายหนุ่มชะงักมองคนร่างบางที่หันมามองเขาตาโต ส่วนหญิงสาวก็สะดุ้งตกใจจนเผลอปล่อยทุกอย่างในมือร่วงลงพื้นตาคมสีอ่อนมองร่างสวยตั้งแต่ใบหน้า ผมเปียกที่ถูกขมวดลวกๆ รุ่ยร่ายตกลงมาระลำคอระหง ไหล่บาง เนินอกอวบขาวนวลเนียนก่อนจะถูกผูกทับไว้ด้วยผ้าขนหนู สายตาเขาจึงไล่ลงล่างอย่างรวดเร็ว ขาขาวกลมกลึงที่โผล่จากผ้าผืนเล็กคลุมสะโพกอย่างหมิ่นเหม่ทำเอาชายหนุ่มกลืนน้ำลายเสียงดังชัดเจน คนที่สบตากับเขาถึงกับตัวสั่นเพราะแววกระหายฉายวาบโชติช่วงอย่างไม่ปิดบัง เอื้อมธารจึงเลี่ยงหลุบตาลงมองเสื้อผ้าแล้วย่อตัวลงหยิบ พยายามอย่างยิ่งที่จะไม่ให้มีส่วนล่อแห

  • ลวงเงารัก   38...สองเดือนต่อมาบ้านสวนก็ได้จัดงานแต่ง (4)

    ขณะนั้นตติยะเริ่มขยับลุกขึ้นก้าวไปข้างหน้า ทว่าได้เพียงไม่กี่ก้าวก็ล้มลงแล้วลุกขึ้นใหม่ มือหนายื่นไปข้างหน้าเพื่อควานหาคนร่างบาง หากก็ต้องล้มอีกครั้งเพราะความรีบร้อนลุยน้ำและมองไม่เห็น แต่ชายหนุ่มก็ยังฝืนลุกขึ้นก้าวเร็วๆ ขึ้นไปบนผืนทรายจนได้ เขาขยี้ตาที่ยังแสบแต่ก็ยังลืมตาไม่ขึ้นจึงได้แต่เดินสะเปะสะปะยื่นมือไปทั่ว“ซี คุณยังอยู่แถวนี้หรือเปล่า ผมเป็นห่วงคุณนะ ตอบผม ให้ผมได้ยินเสียงคุณหน่อย”หลังจากลืมตาขึ้นมาแล้วยืนมองคนที่ดูเหมือนจะไม่ยอมแพ้ในการหาเธออยู่พักใหญ่จนแทบจะทนไม่ไหว มือบางก็ยื่นไปข้างหน้าช้าๆ หากก็ตัดใจลดมือลงในที่สุดและยืนนิ่งอย่างรอคอย ใจเต้นแรงลุ้นระทึกแทบจะกลั้นหายใจ ขอเวลาอีกนิดเดียว แค่นิดเดียวเท่านั้น‘ก้าวมาสิ มาหาฉัน’เอื้อมธารร้องเรียกอีกฝ่ายอยู่เพียงในใจ“คุณอยู่ที่นี่ใช่ไหมซี”ชายหนุ่มเคลื่อนไหวช้าลง พยายามจับทิศทางก่อนจะขยับไปด้านซ้ายมือเพียงสองก้าวแล้วคว้าหมับ ทำให้ร่างเย็นชื้นหากก็นุ่มนิ่มเข้ามาอยู่ในอ้อมแขนเขาเต็มๆ ปากบางสวยก้มลงจูบข้างขมับเธอพร้อมกระซิบต่อว่าเบาๆ ทั้งที่ใจเขาแทบขาดรอน กลัวไปหมดทุกอย่าง“แกล้งผมทำไมฮึ คุณจะฆ่าผมหรือไง ทั้งที่รู้ว่าผมรักคุณ

  • ลวงเงารัก   38...สองเดือนต่อมาบ้านสวนก็ได้จัดงานแต่ง (3)

    “บอกอะไรคะ”ชินานางอดถามไม่ได้“ก็พี่ทิมบอกว่า ผู้ชายถ้าได้มีอะไรกับคนที่รักแล้วจะยิ่งรักมากขึ้น ให้ดูพี่เรฟเป็นตัวอย่าง เพราะเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือเวลาอยู่กับพี่นา แยมไม่ค่อยเชื่อ เพราะพี่เรฟเขาเย็นชา ชอบทำหน้าเฉยตลอด แต่แยมก็เห็นพี่เรฟมองตามพี่นาตลอดเหมือนกัน ตอนเราเล่นน้ำก็มอง แต่พอเห็นความน่ารักของพี่นาเวลาเขินอย่างนี้แยมเข้าใจเลยค่ะ แยมก็ชอบพี่นานะคะ”เอื้อมธารกับชินานางมองคนที่อธิบายเสียงใสแล้วก็มองหน้ากัน โดยชินานางเป็นฝ่ายเขินหลบไปก่อนขณะที่เอื้อมธารคิดตามคำพูดของสาวน้อย เธอเองก็เห็นด้วยเพราะรู้สึกได้ว่า เรฟแสดงออกว่าห่วงใยรักใคร่ชินานางมากกว่านิสัยปกติของเขา คล้ายกับแววตาที่อานินท์มองพี่สาวของเธอ แถมทั้งสองคนยังมีแผนจะแต่งงานกันในอีกหกเดือนข้างหน้า แต่เอื้อมทรายจะยังอยู่กับเธอโดยที่อานินท์ย้ายเข้ามาอยู่ด้วยส่วนเมื่อคิดถึงแววตาและการเอาใจใส่ดูแลเธอของตติยะก็ไม่ได้น้อยไปกว่าใคร แถมเขายังดูจะตามใจเธอมากกว่าคนอื่นด้วยซ้ำ ไม่ได้ทำให้เอื้อมธารรู้สึกน้อยหน้าใครๆ แต่อย่างใด“แล้วพี่เรฟ แบบว่ามีเซ็กส์กับพี่นาบ่อยไหมคะ”สาวน้อยจอมซักยังถามต่อ แม้ใบหน้าสวยของตัวเองจะแดงเรื่อขึ้น

  • ลวงเงารัก   7...ตลอดหนึ่งอาทิตย์ที่ผ่านมา (1)

    ตลอดหนึ่งอาทิตย์ที่ผ่านมาตติยะนัดทานข้าวตอนเที่ยงกับเพื่อนสาวทุกมื้อ โดยที่หญิงสาวบอกเขาก่อนจะแยกย้ายกันหลังทานโจ๊กวันนั้นว่าขอนัดเป็นมื้อเที่ยง ช่วงประมาณบ่ายโมงเพราะเธอจะสลับกันทานข้าวกับเพื่อน ซึ่งเป็นการนัดเจอกันตรงหน้าปากซอยร้านโจ๊กตามความต้องการของหญิงสาวทุกครั้ง และเธอจะออกมารอเขาเสมอ ตติยะไ

  • ลวงเงารัก   6...การจราจรในช่วงสาย (3)

    หลังจากไม่ได้กลับบ้านสวนเมื่อคืนวานแล้วได้พูดคุยกับเรฟที่ทำงาน ทำให้ตติยะรู้ว่าคุณอรพิมผู้เป็นป้ากลับมาที่บ้านแล้ว แต่จากที่สังเกตอาการลูกพี่ลูกน้องของเขาที่ไม่ค่อยจะยอมพูดถึงมารดาของตนเองเท่าไรนักเขาก็รู้ว่าทั้งสองน่าจะยังไม่ได้พูดคุยกันตามประสาแม่ลูกเป็นแน่ ซึ่งเป็นเรื่องที่ตติยะค่อนข้างเป็นห่วงม

  • ลวงเงารัก   6...การจราจรในช่วงสาย (2)

    ร่างสูงใหญ่เดินตามหญิงสาวเข้ามาในร้านด้วยท่าทางสบายๆ หลังจากวนหาที่จอดรถจนได้แต่ก็ต้องเข้ามาจอดในซอยถัดมา แล้วเดินกลับมาที่ร้านอีกที ถึงแดดจะเริ่มร้อน เหงื่อซึมออกมาบนแผงอกและแผ่นหลังจนเปียกเสื้อเชิ้ตเนื้อดี แต่เขาก็ยังดูเฉยๆ ไม่ได้มีอาการหงุดหงิดแต่อย่างใด ทั้งที่ร้านนี้ก็เป็นร้านธรรมดาไม่มีแอร์แล

  • ลวงเงารัก   6...การจราจรในช่วงสาย (1)

    การจราจรในช่วงสายของวันยังแน่นขนัดอยู่ ทั้งที่ตติยะออกมาจากคอนโดของภรวีได้ประมาณหนึ่งชั่วโมงแล้วแต่เขายังอยู่ไม่ห่างจากแถวคอนโดของหญิงสาวนัก ชายหนุ่มตื่นขึ้นมาสายกว่าตอนที่อยู่บ้านสวนเพราะกว่าจะได้หลับกันจริงๆ ทั้งเขาและภรวีก็เหนื่อยอ่อนจากกิจกรรมบนเตียงไปตามๆ กัน เนื่องจากหญิงสาวทำทุกอย่างเพื่อปลุ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status