LOGIN“อัณณ์ อัณณ์ เธอมองอะไรของเธอ” สิรินดากล่าวถามอัณณ์ณิชาด้วยความสงสัย
“ไม่มีอะไร เราก็มองอะไรไปเรื่อยเปื่อย” อัณณ์ณิชากล่าวตอบสิรินดา
“ตอนนี้ใกล้ 6 โมงเย็นแล้ว เราเข้าไปในโรงหนังกันเลยดีมั้ย” อัณณ์ณิชากล่าวบอกสิรินดา
“ก็ดีจ้ะอัณณ์” สิรินดากล่าวตอบ พร้อมลุกขึ้นเดินไปพร้อมกันกับอัณณ์ณิชา
หลังจากทั้งคู่ดูภาพยนตร์กันเสร็จเรียบร้อยแล้ว เดินทางกลับบ้านของอัณณ์ณิชา พอกลับมาถึงบ้าน อัณณ์ณิชากับสิรินดาก็ทำธุระส่วนตัวกันเรียบร้อยแล้ว ต่างคนก็ต่างนอนอย่างมีความสุข
รุ่งอรุณของเช้าวันใหม่
“อากาศในยามเช้าวันนี้รู้สึกสดชื่นมากๆ” อัณณ์ณิชากล่าวขึ้น ขณะเดินออกกำลังกาย ณ สวนสาธารณะแห่งหนึ่งใกล้กับหมู่บ้านของตนเอง ส่วนสิรินดานั้นก็มาเดินออกกำลังกายกับอัณณ์ณิชาด้วยเช่นกัน แต่ขณะนี้สิรินดาแยกตัวไปที่เครื่องออกกำลังกายที่ทางสวนสาธารณะได้จัดเตรียมไว้ให้สำหรับทุกคนที่มาออกกำลังกาย ณ สวนสาธารณะแห่งนี้
“สวัสดีครับ” ชายหนุ่มกล่าวทักทายหญิงสาว
“สวัสดีค๋ะ” หญิงสาวกล่าวทักทายด้วยอาการงุนงง
“จำผมได้ไหมครับ เราเจอกันที่ร้านหนังสือเมื่อวานนี้” ชายหนุ่มกล่าวขึ้น
“อ๋อ…คุณนั่นเอง จำได้แล้วคะ” หญิงสาวกล่าวตอบ
“ผมชื่อ ‘ธนาคิม’ ครับ เรียกผมว่า ‘คิม’ เฉยๆ ก็ได้นะครับ” ชายหนุ่มแนะนำตัวกับหญิงสาวตรงหน้าแล้วกล่าวต่อว่า “ไม่ทราบว่าคุณชื่ออะไรครับ”
“ฉันชื่อ ‘อัณณ์ณิชา’ หรือเรียกฉันว่า ‘อัณณ์’ ก็ได้คะ” หญิงสาวกล่าวตอบชายหนุ่ม
“ยินดีที่ได้รู้จักครับคุณอัณณ์”
“ยินดีที่ได้รู้จักค่ะคุณคิม”
“มาออกกำลังกายคนเดียวเหรอครับ” ชายหนุ่มกล่าวถามหญิงสาว
“อัณณ์มากับเพื่อนค่ะ พอดีกำลังจะเดินไปหาเพื่อนค่ะ”
“อ๋อ…งั้นผมไม่รบกวนแล้วครับ” ชายหนุ่มกล่าวขึ้นพร้อมกับค่อยๆ วิ่งออกไปจนลับตา
หลังจากชายหนุ่มวิ่งไปจนลับตาแล้ว อัณณ์ณิชาก็เดินไปหาสิรินดา เพื่อชวนกลับบ้าน สองสาวใช้เวลาเดินทางไม่นานนักก็ถึงบ้านของอัณณ์ณิชา
“เป็นอะไรรึป่าวอัณณ์ เห็นนั่งเงียบมานานแล้ว” สิรินดากล่าวถามขึ้น เพราะตั้งแต่กลับมาจากออกกำลังกาย อัณณ์ณิชาก็นั่งเงียบอยู่คนเดียวภายในบ้านของตัวเองมาเกือบครึ่งชั่วโมงแล้ว
“ป่าวจ้ะ อัณณ์ไม่ได้เป็นอะไร” อัณณ์ณิชากล่าวตอบด้วยความตกใจ
“อัณณ์คงไม่รักดาแล้ว ถึงมีความลับต่อกัน มีอะไรไม่บอกกันเลย” สิรินดากล่าวขึ้นแบบน้อยใจ
“ความลับอะไร อัณณ์ไม่มีความลับอะไรกับดานะ” อัณณ์ณิชารีบตอบทันที
“ไม่มี ก็ไม่มี ถ้าอยากเล่าอะไรให้ดาฟังก็เล่าได้นะ ดาพร้อมรับฟังอัณณ์เสมอ” สิรินดากล่าวขึ้นพร้อมเดินไปนั่งเล่นที่สวนหน้าบ้านคนเดียว
เมื่อเวรกรรมถูกจัดสรรสร้างขึ้นมาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ไม่มีผู้ใดจะหนีพ้นแห่งกรรมนั้นไปได้ ใครสร้างกรรมใดไว้ ย่อมได้รับผลแห่งกรรมนั้น
“ที่รักครับ” ชนินทรโผล่มาด้านหลังของสิรินดา ขณะที่สิรินดานั่งเล่นภายในสวนหน้าบ้านของอัณณ์ณิชา มือของชายหนุ่มลูบไล้ไปตามแขนของหญิงสาว ก่อนจะจบลงที่มือนุ่มนิ่มนั้น
“พี่นินท์” สิรินดากล่าวขึ้นเบาๆ พร้อมรอยยิ้มดีใจที่คนรักของตนมาหา ส่วนชนินทรนั่งยิ้มหวานให้กับหญิงคนรักของตน พร้อมกันนั้นเอง พ่อตัวดีก็ค่อยๆ เลื่อนมือของตนเข้าไปในเสื้อผ้าหญิงคนรัก ลูบไล้อย่างเบามือและมือเจ้ากรรมล้วงเข้าไปใต้เสื้อชั้นในของหญิงสาว เพื่อลูบไล้อย่างสบายใจและมีความสุขที่สุด หน้าอกที่สวยได้รูปนั้น ช่างยั่วยวนใจเขาเหลือเกิน
“พี่นินท์ค่ะ เดี๋ยวคนอื่นมาเห็น มันดูไม่ดีนะคะ” สิรินดากล่าวออกมาอย่างเขินอาย
“วันนี้พี่มาชวนที่รักกับน้องอัณณ์ ไปงานต้อนรับธนาคิมกลับมาเมืองไทยครับ” ชนินทรได้กล่าวขึ้นพร้อมส่งรอยยิ้มหวานให้สิรินดา
“ใครคะพี่นินท์” สิรินดากล่าวถามด้วยความงุนงง
“ธนาคิมเป็นลูกพี่ลูกน้องกับพี่ครับน้องดา” ชนินทรกล่าวตอบหญิงคนรัก
ธนาคิม บุตรชายเพียงคนเดียวของชาญชวิณกับคนินญา มีสถานะเป็นลูกพี่ลูกน้องของชนินทร โดยบิดาของธนาคิมเป็นน้องชายแท้ๆของชวินทัชผู้เป็นบิดาของชนินทร
“เดี๋ยวดาขอตัวไปชวนอัณณ์ก่อนนะคะพี่นินท์” สิรินดากล่าวบอกชนินทรแล้วลุกขึ้นไปหาอัณณ์ณิชาภายในบ้านพัก
“อัณณ์จ๊ะ พี่นินท์มาชวนเราสองคนไปงานเลี้ยงต้อนรับลูกพี่ลูกน้องของพี่นินท์ งานเลี้ยงจัดขึ้นคืนนี้ อัณณ์ว่ายังไงจ๊ะ ไปด้วยกันไหม” สิรินดากล่าวถามอัณณ์ณิชา
“ดาไปกับพี่นินท์เลยจ้ะ คืนนี้อัณณ์ต้องไปงานเลี้ยงกับคุณพ่อคุณแม่ ลูกชายของเพื่อนท่านกลับมาเมืองไทย อัณณ์กำลังจะชวนดาไปด้วยกันพอดีเลยจ้ะ” อัณณ์ณิชากล่าวตอบ
“งั้นดาไปกับพี่นินท์นะจ๊ะ” สิรินดากล่าว
“จ้ะ ใส่ชุดสวยๆนะ”
“จ้ะอัณณ์ เราไปก่อนนะ” หลังจากคุยกันเสร็จเรียบร้อยแล้ว ต่างคนก็ต่างแยกย้ายไปแต่งตัวเพื่อไปงานคืนนี้ งานที่ทั้งสองสาวกำลังเดินทางไป เป็นงานเดียวกัน
ค่ำคืนนี้ท้องฟ้าสว่างไสวสวยงาม ดวงดาราเปล่งประกายระยิบระยับ แสงจันทร์จากฟากฟ้าส่องสว่างนวลตา ภายในงานเลี้ยงธรรมดาแต่อบอวลไปด้วยความสุข ความยินดีของผู้คนที่มางานเลี้ยง
“สวัสดีครับ ผมขอขอบคุณทุกคนมากๆครับ ที่มางานเลี้ยงต้อนรับลูกชายผมกลับมาจากต่างประเทศ” ชาญชวิณขึ้นเวทีพร้อมกับธนาคิมกล่าวเปิดงานเลี้ยง
“ผมขอขอบคุณทุกคนมากครับ” ธนาคิมกล่าวพร้อมยกมือไหว้ทุกคนในงานเลี้ยง
เมื่อชาญชวิณกล่าวเปิดงานเลี้ยงของธนาคิมเสร็จก็ลงจากเวที ปล่อยให้วงดนตรีได้จัดแสดงโชว์ต่างๆต่อไป จนกระทั่งงานเลี้ยงเลิก ครั้นงานเลี้ยงเลิกแล้วชาญชวินพร้อมครอบครัวยืนส่งผู้มาร่วมงานในค่ำคืนนี้อย่างมีความสุข พร้อมกับกล่าวขอบคุณทุกคนที่มาร่วมงาน
“กลับมาก็ดีแล้วตาคิม ลุงภูมิใจในตัวหลานมากนะ” ชวินทัชกล่าวขึ้นเมื่อเจอธนาคิม
“ขอบคุณมากครับลุงทัช” ธนาคิมกล่าวตอบพร้อมยกมือไหว้ชวินทัช แล้วกล่าวต่อว่า “ป้าทิพย์กับนินท์ไปไหนครับ วันนี้ผมยังไม่ได้เจอเลยครับ”
“นั่งคุยกันอยู่ทางโน้นลูก จะไปหามั้ย” ชวินทัชกล่าวตอบพร้อมกล่าวชวน “ไปครับ” ธนาคิมกล่าวตอบพร้อมเดินตามชวินทัชไป
ธนาคิมเดินไปพร้อมกับชวินทัช ณ จุดที่ทุกคนกำลังนั่งคุยกันอยู่นั้น ธนาคิมก็ต้องตกตะลึงกับหญิงสาวคนหนึ่งที่นั่งอยู่
“คุณ!!!!” ธนาคิมกับอัณณ์ณิชาอุทานขึ้นพร้อมกันด้วยความตกใจ ทำให้ทุกคนที่นั่งสนทนากันอยู่ต่างพากันตกใจไปด้วย
“ตาคิมกับหนูอัณณ์รู้จักกันด้วยหรอจ้ะ” คนินญากล่าวขึ้นพร้อมกับมองคนทั้งคู่ด้วยความงุนงง แล้วกล่าวต่อว่า “ตาคิมมาก็ดีแล้ว มารู้จักครอบครัวหนูอัณณ์ไว้”
“ครับ” ธนาคิมกล่าวขึ้นเพียงคำสั้นๆ
“นี่คุณอคิณณวิชกับคุณปรางณิชชา ทั้งคู่เป็นเพื่อนสนิทของพ่อกับแม่และสาวสวยคนนี้ก็คือ หนูอัณณ์ณิชา บุตรสาวของคุณวิชกับคุณปราง” คนินญากล่าวบอกธนาคิม
“สวัสดีครับ” ธนาคิมกล่าวขึ้นพร้อมกับยกมือไหว้อคิณณวิชกับปรางณิชชาด้วยความอ่อนน้อม แล้วยิ้มให้กับอัณณ์ณิชาที่กำลังนั่งจ้องมองชายหนุ่มอยู่
“คุณชาญชวินรักภรรยาอีกคนมาก แต่คุณชาญชวินต้องแต่งงานกับคุณคนินญาเพราะทางผู้ใหญ่เห็นชอบว่าเหมาะสมกัน แล้วคุณชาญชวินปฏิเสธไม่ได้ เลยจำใจแต่งงานกับคุณคนินญา” ปรางณิชชากล่าวบอกบุตรสาวที่รักของตน “คุณพ่อคุณแม่รู้จักภรรยาอีกคนของคุณอาชาญมั้ยค่ะ” “พ่อแม่รู้จักกับภรรยาอีกคนของคุณชาญอยู่นะ แต่ไม่ได้สนิทกัน รู้แค่ว่าเค้ารักกันมากจ้ะ” ปรางณิชชากล่าวตอบ พร้อมกล่าวถามขึ้นว่า “มีอะไรรึเปล่าลูก” “เออ…ไม่มีอะไรค่ะคุณแม่ อัณณ์แค่ถามเฉยๆ ค่ะ” ร้านอาหารสไตล์ยุโรปตกแต่งสวยงาม มีสวนน้ำพุด้านนอก และรูปปั้นเทวดาตัวน้อยคอยต้อนรับแขก นอกจากนั้นยังมีต้นไม้น้อยใหญ่ให้บรรยากาศร่มรื่นแม้จะอยู่ในตัวเมืองก็ตาม “ร้านนี้สวยมากๆเลยค่ะคุณพ่อคุณแม่” “อาหารก็อร่อยมากๆด้วยนะลูก” ปรางณิชชากล่าวบอกลูกสาวของตน หลังจากที่ทุกคนรับประทานอาหารเสร็จเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ก็ได้เดินทางกลับบ้านของตนเพื่อไปพักผ่อน ทางด้านครอบครัวของชาญชวิณเดินทางไปอุบลราชธานีด้วยรถตู้คันหรู บ้านไม้สีขาวสองชั้นหลังกะทัดรัดตั้งอยู่ท่ามกลางของต้นไม้และทุ่งนาที่โอบล้อมกันอยู่ด
“จะดีเหรอลูก คุณญายิ่งไม่ชอบขี้หน้าเราสองแม่ลูกอยู่นะ อย่าไปเลย” ศิตารีบถามศิวัชทันทีด้วยความห่วงใย เพราะเกรงว่าจะมีเรื่องกันในงานแต่งงานของชนินทรกับสิรินดาด้วย “ก็ไม่เห็นจะเป็นอะไรเลยนี่ครับ คุณแม่อย่าคิดมากเลย” ศิวัชกล่าวตอบผู้เป็นมารดาพร้อมรอยยิ้มอย่างคนเจ้าเล่ห์ “เดี๋ยวน้องพิณไปร่วมงานแต่งงานนินท์พร้อมกับพี่ด้วยนะครับ” ศิวัชกล่าวบอกพิณนาราอย่างมีแผนการวางไว้ ส่วนพิณนารากล่าวเพียงสั้นๆว่า “ค่ะ” “พี่ศิวัชคิดจะทำอะไรเหรอครับ” ธนาคิมถามศิวัชตรงๆ “เปิดตัวลูกสะใภ้คุณพ่อกับคุณญาไง” “ไม่ได้นะลูก งานแต่งงานของคุณนินท์กับหนูดานะ ทำแบบนั้นงานล่มแน่! ยังไงแม่ก็ไม่ยอมให้ลูกไปเด็ดขาด” ศิตารีบพูดขึ้น เพื่อเตือนสติลูกชายของตน “ได้เลยค่ะพี่ศิวัช” สิรินดาพูดขึ้นจนทุกคนพากันตกใจ ที่สำคัญกว่านั้นคือทุกคนยอมรับว่าพิณนารามีความกล้ามาก ไม่คิดว่าคนที่ดูเรียบร้อยอย่างพิณนาราจะมีความกล้าหาญซ่อนอยู่ภายในตัวเอง “ดาคิดว่าอาญาคงไม่พังงานแต่งงานของดากับพี่นินท์หรอกค่ะ คุณแม่ศิตา” สิรินดาพูดขึ้นพร้อมรอยยิ้มที่สดใส บ่งบอกว่าผู้หญิงคนนี้เป็นคน
“เรื่องคิมเหรอครับ” ชนินทรพูดขึ้นอย่างงุนงง แล้วกล่าวต่อว่า “มีอะไรรึป่าวครับที่รัก” “เอาไว้เจอกันค่อยคุยนะคะพี่นินท์” “เจอกันที่ไหนครับที่รัก” “ร้านกาแฟ ร้านประจำของเราค่ะ” “ได้ครับ เดี๋ยวพี่ออกไปหาตอนนี้เลยครับ” “เดี๋ยวค่ะพี่นินท์ รบกวนรับคุณคิมมาด้วยได้ไหมค่ะ” สิรินดารีบกล่าวขึ้นก่อนชนินทรวางหูโทรศัพท์ “ได้ครับที่รัก” ชนินทรกล่าวเพียงสั้นๆ แล้ววางหูโทรศัพท์ “เรียบร้อยจ้ะอัณณ์ ไปรอพี่นินท์กับคุณคิมกันจ้ะ” สิรินดากล่าวขึ้นพร้อมรอยยิ้มอันสดใส กลิ่นกาแฟเข้มๆ ลอยฟุ้งออกมาจากเครื่องชงแบบแรงดัน มองไปทั่วร้านก็จะเห็นผู้คนนั่งก้มหน้าก้มตาอยู่กับคอมพิวเตอร์ จนไม่แน่ใจว่าที่นี่เป็นร้านกาแฟหรือว่าสถานที่ทำงานกันแน่! ร้านกาแฟแห่งนี้เป็นโทนสีขาวเรียบๆ สไตล์มินิมอล “โชคดีจังที่มีโต๊ะว่าง” สิรินดากล่าวขึ้นพร้อมนั่งลงบนเก้าอี้ ส่วนอัณณ์ณิชานั่งลงบนเก้าอี้อย่างช้าๆ พร้อมมองบรรยากาศและผู้คนภายในร้านกาแฟ “จริงจ้ะดา ทางร้านคงตกแต่งใหม่ด้วย วันนี้ภายในร้านดูสวยมากจริงๆ” อัณณ์ณิชาตอบคำถามสิรินดาพร้อมกล่าวถา
รถบีเอ็มดับบลิวสีขาวเปล่งประกายเคลื่อนตัวเข้ามาจอดภายในบ้านหรูหลังหนึ่ง “สวัสดีจ้ะหนูอัณณ์ หนูดา” คนินญาลงจากรถแล้วเดินตรงเข้าไปทักทายอัณณ์ณิชากับสิรินดาที่กำลังนั่งเล่นอยู่ในสวนที่ตกแต่งอย่างสวยงาม “สวัสดีคะคุณอา” อัณณ์ณิชากับสิรินดากล่าวขึ้นพร้อมกันอย่างงุนงง ถึงแม้ว่าคนินญาจะเป็นเพื่อนกันกับพ่อแม่ของอัณณ์ณิชา แต่ตลอดเวลาที่ผ่านมา อัณณ์ณิชาก็ไม่เคยเห็นคนินญามาที่บ้านหลังนี้เลย แล้ววันนี้อยู่ๆ ก็มา “วันนี้คุณพ่อคุณแม่ไม่อยู่นะคะคุณอา” อัณณ์ณิชากล่าวบอกคนินญา “อ๋อ ไม่เป็นอะไรจ้ะลูก พอดีอาพาตาคิมมาหาหนูอัณณ์ คือว่าอามีเรื่องอยากรบกวนนิดหนึ่งจ๊ะ” คนินญากล่าวตอบ แล้วบอกจุดประสงค์ที่แท้จริงในการมาบ้านของอัณณ์ณิชา “มาหาอัณณ์เหรอคะ” อัณณ์ณิชาพูดขึ้นอย่างงุนงง กล่าวต่อว่า “มีอะไรรึป่าวค่ะคุณอา” ในขณะนั้นเอง ธนาคิมได้เดินเข้ามาหามารดาที่กำลังพูดคุยอยู่กับอัณณ์ณิชาและสิรินดา “ตาคิมเพิ่งกลับมาเมืองไทย เพื่อนฝูงก็ไม่ค่อยมี อาเลยอยากรบกวนหนูอัณณ์กับหนูดาพาตาคิมไปเที่ยวจ้ะ ชวนตานินท์ไปด้วยอีกคน” คนินญากล่าวขึ้น ส่วนอัณณ์ณิชากับสิรินดาม
“แล้วสาวสวยคนนี้คือใครครับ” ธนาคิมกล่าวขึ้นพร้อมมองหญิงสาวอีกคน “อ๋อ…น้องดา คู่หมั้นผมเองครับไอ้คิม” ชนินทรกล่าวขึ้นพร้อมยิ้มแบบกวนๆ ให้ธนาคิม “อ๋อ…สวัสดีครับน้องดา” ธนาคิมกล่าวทักทายสิรินดา ส่วนสิรินดายกมือไหว้ธนาคิม “จะแต่งงานกันเดือนไหนวะนินท์” ธนาคิมกล่าวถามชนินทร “ต้นเดือนหน้าคร๊าบบบคุณคิม” ชนินทรกล่าวตอบธนาคิม พร้อมกล่าวเพิ่มเติมว่า “โชคดีแล้วที่มึงกลับมาทันงานแต่งกู เป็นเพื่อนเจ้าบ่าวกูเลย” กล่าวจบพร้อมหัวเราะเบาๆ “ใครเป็นเพื่อนเจ้าสาววะไอ้นินท์ สวยมั้ย อยากเห็นหน้าจังเลย” ธนาคิมพูดขึ้นแบบไม่จริงจังกับชนินทร พร้อมหัวเราะแบบผู้ชายอารมณ์ดีที่ไม่ชอบความซีเรียสเท่าไหร่ “เพื่อนเจ้าสาวก็นั่งอยู่ตรงนั้นไง” ชนินทรชี้ไปทางอัณณ์ณิชา “คุณอัณณ์หรอ” ธนาคิมกล่าวขึ้นด้วยความตกใจ ส่วนชนินทรพยักหน้ายืนยันว่า ‘ใช่’ “น้องดากับน้องอัณณ์เป็นทั้งเพื่อนรักและเพื่อนสนิทกันเลยละ” ชนินทรกล่าวขึ้น “ผิดหวังหรอคะคุณคิม” อัณณ์ณิชาพูดขึ้นเล่นๆ พร้อมรอยยิ้มหวานๆส่งให้กับธนาคิม “ปะ…เปล่าคร๊าบบบ ผมดีใจมากๆ ครับที่
“อัณณ์ อัณณ์ เธอมองอะไรของเธอ” สิรินดากล่าวถามอัณณ์ณิชาด้วยความสงสัย “ไม่มีอะไร เราก็มองอะไรไปเรื่อยเปื่อย” อัณณ์ณิชากล่าวตอบสิรินดา “ตอนนี้ใกล้ 6 โมงเย็นแล้ว เราเข้าไปในโรงหนังกันเลยดีมั้ย” อัณณ์ณิชากล่าวบอกสิรินดา “ก็ดีจ้ะอัณณ์” สิรินดากล่าวตอบ พร้อมลุกขึ้นเดินไปพร้อมกันกับอัณณ์ณิชา หลังจากทั้งคู่ดูภาพยนตร์กันเสร็จเรียบร้อยแล้ว เดินทางกลับบ้านของอัณณ์ณิชา พอกลับมาถึงบ้าน อัณณ์ณิชากับสิรินดาก็ทำธุระส่วนตัวกันเรียบร้อยแล้ว ต่างคนก็ต่างนอนอย่างมีความสุขรุ่งอรุณของเช้าวันใหม่ “อากาศในยามเช้าวันนี้รู้สึกสดชื่นมากๆ” อัณณ์ณิชากล่าวขึ้น ขณะเดินออกกำลังกาย ณ สวนสาธารณะแห่งหนึ่งใกล้กับหมู่บ้านของตนเอง ส่วนสิรินดานั้นก็มาเดินออกกำลังกายกับอัณณ์ณิชาด้วยเช่นกัน แต่ขณะนี้สิรินดาแยกตัวไปที่เครื่องออกกำลังกายที่ทางสวนสาธารณะได้จัดเตรียมไว้ให้สำหรับทุกคนที่มาออกกำลังกาย ณ สวนสาธารณะแห่งนี้ “สวัสดีครับ” ชายหนุ่มกล่าวทักทายหญิงสาว “สวัสดีค๋ะ” หญิงสาวกล่าวทักทายด้วยอาการงุนงง “จำผมได้ไหมครับ เราเจอกันที่ร้านหนังสือเมื่อวา







