แชร์

ลูกผัวลำเอียง ขอหย่าแล้วอย่ามารั้ง
ลูกผัวลำเอียง ขอหย่าแล้วอย่ามารั้ง
ผู้แต่ง: พระจันทร์สว่างในฤดูใบไม้ผลิ

บทที่ 1

ผู้เขียน: พระจันทร์สว่างในฤดูใบไม้ผลิ
พอเห็นฉันลงมือซื้อตั๋ว คิ้วที่ขมวดแน่นของจี้ฮวาอันก็คลายออก

เขาลูบหัวเวินซินเบา ๆ แล้วจึงเดินเข้ามาจับมือฉัน

“งั้นไปซื้อชุดว่ายน้ำกันเถอะ”

“ช่วงนี้เวินซินกับเจ้าตัวเล็กซุ่มเรียนโต้คลื่นกันอยู่ พอไปถึงบาหลีจะได้ลงสนามจริงเลย”

เจ้าตัวเล็กกอดขาเวินซินไว้แน่น พลางออดอ้อน

“พอถึงตอนนั้น น้าต้องเป็นทิวทัศน์ที่งดงามที่สุดแน่ ๆ ครับ”

ลูกชายแทบจะไม่เคยพูดจาประจบประแจงหวานหูแบบนี้มาก่อน

เขามักจะเว้นระยะห่างกับฉันจนน่าประหลาดใจ ในสายตานั้นแฝงความเหยียดหยามอย่างบอกไม่ถูก

เพื่อกระชับความสัมพันธ์ระหว่างแม่ลูก ฉันถึงกับไปค้นหาบล็อกเกอร์อาหารที่เจ้าตัวเล็กกดติดตาม แล้วฝึกทำเมนูอาหารที่เขาเคยกดถูกใจ

ทว่าทุกครั้งที่ฉันเอ่ยถามเจ้าตัวเล็กด้วยความหวังว่า อาหารอร่อยไหม?

เขามักจะขมวดคิ้วพลางคายอาหารทิ้งลงถังขยะ แล้วทำท่าจะอาเจียนอยู่หลายรอบ

“แม่ทำอาหารไม่อร่อยเลย”

รสชาติของอาหารก็ไม่ได้แย่ ฉันจึงคิดไปเองว่าคงแค่ไม่ถูกปากเจ้าตัวเล็กเท่านั้น

แต่ตอนนี้ฉันเข้าใจแล้ว เขาไม่ได้ชอบฉัน ดังนั้นจึงพานเกลียดทุกอย่างที่ฉันทำไปด้วย

ฉันนั่งที่เบาะนั่งข้างคนขับ มองผ่านกระจกหลังเห็นเจ้าตัวเล็กนอนนิ่งอยู่ในอ้อมอกของเวินซิน

พอเห็นว่าฉันกำลังมองอยู่ เขาทำหน้าแลบลิ้นปลิ้นตาแล้วถ่มน้ำลายมาทางฉัน

เวินซินเอามือปิดปากหัวเราะ ก่อนจะเอ่ยวิจารณ์ออกมาอย่างอดไม่ได้

“พี่คะ พี่กับเจ้าตัวเล็กเมื่อชาติที่แล้วคงเป็นศัตรูกันแน่ ๆ ”

“เขาเป็นเด็กที่ว่าง่ายที่สุดเท่าที่ฉันเคยเจอมาแท้ ๆ แต่กลับไม่ถูกชะตากับพี่คนเดียว”

จี้ฮวาอันหมุนพวงมาลัยพลางเอ่ยเสริมขึ้นมา

“เจ้าตัวเล็กชอบเธอมากกว่าจริง ๆ นั่นแหละ พรวันเกิดของเขาทุกปีต่างก็ขอพรอยากได้น้าที่ร่าเริงสดใสอย่างเธอมาเป็นแม่”

สิ้นเสียงพูด ใบหน้าของเวินซินก็แดงเถือก

เธอแอบมองจี้ฮวาอันด้วยความเคอะเขิน ก่อนจะยื่นมือไปจี้เอวเจ้าตัวเล็ก

“พูดจาเหลวไหล เดี๋ยวแม่เราก็เสียใจหรอก”

บรรยากาศภายในรถเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะ ทว่ามันเป็นดั่งเข็มเล่มแหลมที่ทิ่มแทงเข้ามาในใจฉัน

ฉันมองเด็กที่ตัวเองเคยยอมเสี่ยงเอาชีวิตเข้าแลกเพื่อคลอดออกมา ตั้งแต่เวินซินย้ายเข้ามาอยู่ในบ้าน เขาก็ไม่เคยสนิทสนมกับฉันอีกเลย

รสขมขื่นแล่นริ้วขึ้นมาในช่องปาก จี้ฮวาอันโน้มตัวลงมาช่วยปลดสายเข็มขัดนิรภัยให้ฉัน

เขาทำราวกับรับรู้ได้ถึงอารมณ์อันเศร้าหมองของฉัน จึงประทับจูบลงบนหน้าผากเพื่อปลอบประโลม

“คำหยอกเล่นของเด็กอย่าเก็บมาใส่ใจเลย”

เมื่อเดินเข้าไปในร้านชุดว่ายน้ำ จี้ฮวาอันที่เดิมทีเดินเคียงข้างฉัน ก็ค่อย ๆ ขยับเข้าไปใกล้เวินซิน

เวินซินจับมือเจ้าตัวเล็ก เจ้าตัวเล็กผสานมือจี้ฮวาอัน

พนักงานขายกล่าวทักทายด้วยความกระตือรือร้น

“คุณผู้ชาย ครอบครัวสามคนดูมีความสุขจังเลยนะคะ”

ไม่มีใครสังเกตเห็นฉันที่จมอยู่ข้างหลัง และยิ่งไม่มีใครช่วยแก้ข่าวว่าฉันต่างหากที่เป็นหนึ่งในสมาชิกของครอบครัวสามคนนี้

ขอบตาพลันร้อนผ่าว ฉันมองเจ้าตัวเล็กช่วยเลือกชุดว่ายน้ำให้เวินซิน

ทันใดนั้น เขาก็หยิบชุดว่ายน้ำสีเหลืองนวลตัวหนึ่งเดินตรงมาหาฉัน ในดวงตาฉายประกายความคาดหวังเต็มเปี่ยม

“แม่ครับ แม่ใส่ชุดนี้ต้องสวยแน่ ๆ เลย”

จี้ฮวาอันผสมโรง พลางผลักฉันให้เดินไปทางห้องลองเสื้อ

“ไปลองเปลี่ยนชุดใส่ดูสิ จะได้รู้ว่าลูกชายเราตาถึงแค่ไหน”

กระแสความอบอุ่นไหลซ่านผ่านเข้ามาในหัวใจ หลังจากเปลี่ยนชุดว่ายน้ำเสร็จ ฉันยังส่องกระจกจัดแจงรอยย่นหลายจุดให้เรียบร้อย

เดิมทีคิดว่าพอดันประตูเปิดออกไป สิ่งที่จะได้รับคือคำชมเชย แต่กลับคาดไม่ถึงว่า ในวินาทีที่ดันประตูออกไป แสงแฟลชพลันสว่างวับขึ้นมา

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ลูกผัวลำเอียง ขอหย่าแล้วอย่ามารั้ง   บทที่ 10

    จี้ฮวาอันยังคงดื้อดึงไม่ยอมจากไปไหน เขาตั้งหลักเฝ้าอยู่ที่หน้าประตูห้องของฉันไม่ไหวติงฉันส่งออกไฟล์รูปภาพ และยื่นผลงานเข้าประกวดเรียบร้อยแล้วในช่วงครึ่งเดือนแห่งการรอคอยผลการแข่งขัน เจ้าตัวเล็กจะคอยส่งดอกไม้มาให้ฉันวันละหนึ่งช่อทุกวันส่วนจี้ฮวาอันนั้น ถึงขั้นยอมทุ่มเงินมหาศาลจุดพลุตลอดครึ่งเดือนเต็มดอกไม้ไฟอันวิจิตรตระการตาส่องสว่างไสวไปทั่วครึ่งซีกฟ้า ทว่ากลับไม่อาจส่องสว่างให้อนาคตระหว่างฉันกับจี้ฮวาอันได้อีกต่อไปทุกครั้งที่พลุสิ้นสุดลง บนท้องฟ้าก็จะปรากฏตัวอักษรสามคำขึ้นมา“ขอโทษนะ”เจ้าของโฮมสเตย์จิบเบียร์ พลางเลื่อนถั่วลิสงมาตรงหน้าฉัน“เล่นใหญ่รัชดาลัยขนาดนี้ ยิ่งใหญ่กว่าตอนจีบคุณแรก ๆ อีก คุณไม่มีความรู้สึกอะไรบ้างเลยเหรอคะ?”ฉันมองออกไปนอกหน้าต่าง มองดูผู้ชายคนที่กำลังเฝ้ารอคอยด้วยสายตาละห้อย แล้วยกกล้องถ่ายรูปข้างกายขึ้นมา“ไม่มีความรู้สึกอะไรทั้งนั้นแหละค่ะ ตอนนี้ฉันแค่อยากเป็นตัวของตัวเองเท่านั้นเอง”“ฉันไม่อยากถูกคุมขังอยู่ในครัว หรือโดนจองจำไว้ในบ้านที่ไม่ใช่ของฉันอีกแล้ว”จี้ฮวาอันที่อยู่นอกหน้าต่างก้มหน้าลง พลางฝืนยิ้มออกมาอย่างขมขื่นส่วนเจ้าตัวเล็กก็ไ

  • ลูกผัวลำเอียง ขอหย่าแล้วอย่ามารั้ง   บทที่ 9

    ช่างแต่งหน้าลงมือด้วยความชำนาญ ผ่อนแรงสัมผัสลงบนใบหน้าของฉันอย่างแผ่วเบาฉันจ้องมองใบหน้าที่ค่อย ๆ งดงามขึ้นในกระจก แล้วนึกถึงภาพตัวเองเมื่อสิบปีก่อนที่นอนขดตัวอยู่ในอ้อมกอดของจี้ฮวาอันทั้งที่หน้าสดไร้เครื่องสำอางโดยไม่รู้ตัวเขาจุมพิตลงบนริมฝีปากของฉัน พลางเอ่ยสัญญาว่าไม่ว่าฉันจะกลายเป็นอย่างไรเขาก็จะรักฉันตลอดไปทว่าในเวลาต่อมา จี้ฮวาอันกลับรังเกียจที่ฉันปล่อยเนื้อปล่อยตัว ไม่รู้จักแต่งหน้าแต่งตา แต่กลับเอ่ยปากชมเชยเวินซินว่ารู้จักแต่งตัว สะสวยและดูอ่อนเยาว์เพื่อที่จะมาถ่ายรูปเวดดิ้งที่ทะเลสาบเอ๋อร์ไห่ ฉันต้องเจียดเวลาสัปดาห์ละหลายครั้งไปเข้าคลินิกเสริมความงาม จ้างเทรนเนอร์ส่วนตัวเล่นพิลาทิส เพียงเพราะอยากจะสวยขึ้นกว่าเดิมอีกสักนิด เพื่อเหนี่ยวรั้งหัวใจของจี้ฮวาอันเอาไว้ฉันยกกล้องขึ้นมา บันทึกภาพยามที่ช่างแต่งหน้ากำลังบรรจงสวมเวลเจ้าสาวให้ฉันจี้ฮวาอันและเจ้าตัวเล็กไม่รู้ไปสืบทราบข่าวมาจากไหน ถึงได้ตามรังควานมาจนถึงร้านชุดวิวาห์แห่งนี้ยามที่พวกเขาเปิดประตูเดินเข้ามา ฉันกำลังยืนจัดชายกระโปรงอยู่ภายใต้แสงไฟส่องสว่างดวงตาของเจ้าตัวเล็กเป็นประกายวาววับขึ้นมาทันที เขารีบก้าวเข

  • ลูกผัวลำเอียง ขอหย่าแล้วอย่ามารั้ง   บทที่ 8

    จี้ฮวาอันขอบตาแดงก่ำเดินเข้ามาหยุดลงตรงหน้าฉัน ก่อนจะดึงร่างของฉันเข้าอ้อมกอดอย่างแรงหยาดน้ำตาเย็นเยียบสองสามหยดร่วงหล่นลงสัมผัสลำคอ เขาซุกไถใบหน้ากับลำคอของฉันด้วยความน่าสงสาร“ที่รัก ไม่หย่าได้ไหม?”เจ้าตัวเล็กขยับเข้ามาจับมือฉันไว้ เอ่ยอ้อนวอนด้วยสายตารื้นน้ำตาชุ่มฉ่ำ“แม่ครับ แม่อย่าทิ้งผมกับพ่อไปเลยนะครับ”ตลอดระยะเวลาบนเที่ยวบินมุ่งหน้าสู่ทะเลสาบเอ๋อร์ไห่ ฉันเคยจินตนาการถึงปฏิกิริยาของจี้ฮวาอันและเจ้าตัวเล็กเมื่อยามที่พบว่าฉันจากมาพวกเขาคงคิดว่าฉันแค่แง่งอน เรียกร้องความสนใจเหมือนเคยฉันเกลียดความเย็นชาของพวกเขากับการไม่เคยเข้าใจฉัน และเกลียดการที่พากันลำเอียงไปเข้าข้างเวินซินฉันเคยคิดว่าหากได้เจอหน้าจี้ฮวาอันกับเจ้าตัวเล็กอีกครั้ง ฉันคงจะด่าทอแผดเสียงไล่พวกเขาออกไปให้พ้นจากโลกของฉันทว่ายามนี้ หัวใจของฉันกลับไร้ซึ่งระลอกคลื่นใด ๆ ราวกับว่าพวกเขาสองคนเป็นเพียงคนแปลกหน้าเท่านั้นหยาดน้ำตาของจี้ฮวาอันเปียกชุ่มปกเสื้อของฉัน ฉันผลักเขาออกด้วยความรำคาญใจเขาเอ่ยอธิบายด้วยน้ำเสียงสะอื้นไห้“ขอโทษนะ เป็นเพราะฉันเองที่ละเลยความรู้สึกของเธอ”“ตอนนั้นที่เธอให้น้องสาวของเธอย

  • ลูกผัวลำเอียง ขอหย่าแล้วอย่ามารั้ง   บทที่ 7

    เมื่อแลนดิ้งถึงทะเลสาบเอ๋อร์ไห่ ฉันก็มุ่งตรงไปยังโฮมสเตย์ที่จองไว้ล่วงหน้าเจ้าของโฮมสเตย์เป็นแฟนคลับตัวยงของฉัน เธอเดินทางมารอรับฉันที่สนามบินตั้งแต่ไก่โห่เธอมองข้ามไปยังด้านหลังของฉัน พลางเอ่ยถามด้วยความสงสัย“สามีกับลูกชายของคุณไม่ได้มาด้วยเหรอคะ?”“ไหนว่าตกลงกันไว้ว่าจะมาถ่ายรูปเวดดิ้งครบรอบสิบปีที่ทะเลสาบเอ๋อร์ไห่ไม่ใช่เหรอคะ?”ฉันเม้มปากแย้มยิ้ม ก่อนจะเอ่ยอธิบายด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา“ตั้งใจว่าจะหย่าแล้วค่ะ”เจ้าของโฮมสเตย์ส่งเสียง “หา” ออกมาด้วยความไม่อยากจะเชื่อ พลางเอ่ยถามต่อ“ตอนนั้นคุณจี้ฮวาอันทุ่มเงินประเคนจีบคุณอย่างบ้าคลั่ง เดือนที่คุณตอบตกลงรับรักเขาที่ทะเลสาบเอ๋อร์ไห่มีโดรนแปรอักษรบินโปรยกลีบกุหลาบทุกคืนเลยนะคะ”“แถมเขายังเคยคุกเข่าสาบานต่อหน้าภูเขาหิมะอีกว่าจะไม่มีวันทรยศหักหลังคุณในชาตินี้ ทำไมถึงเดินมาถึงขั้นหย่าร้างกันได้ล่ะคะ?”ความรักในวันวานนั้นยิ่งใหญ่เกรียงไกรและตราตรึงใจจนยากจะลืมเลือนจริง ๆ นักท่องเที่ยวทุกคนที่เคยมาเยือนทะเลสาบเอ๋อร์ไห่ต่างก็รู้ดีว่า จี้ฮวาอันรักเวินเยว่มากแค่ไหนพวกเขาต่างพากันอวยพรให้พวกเราครองรักกันชั่วชีวิต จับมือกันเคียงคู่จน

  • ลูกผัวลำเอียง ขอหย่าแล้วอย่ามารั้ง   บทที่ 6

    แผ่นหลังของจี้ฮวาอันค่อย ๆ โน้มงอลง เขาพลิกเปิดสัญญาหย่าฉบับนั้นตรงมุมลงนามด้านล่าง มีลายเซ็นชื่อเวินเยว่กำกับไว้อย่างเป็นระเบียบเรียบร้อยหัวใจของเขาราวกับร่วงหล่นลงสู่ถ้ำน้ำแข็ง รู้ซึ้งถึงความรุนแรงของการทะเลาะกันในครั้งนี้ขึ้นมาทันทีเวินซินตื่นนอนด้วยความหิว เธอเปิดประตูห้องเดินออกมา“พี่สาวเก็บกระเป๋าเดินทางให้พวกเราเสร็จหรือยังคะ? ให้เธอไปต้มบะหมี่ให้หน่อยสิ พวกเรากินเสร็จแล้วค่อยออกเดินทางกัน”ตามปกติพอเธอเอ่ยปากจบ จี้ฮวาอันก็จะรีบสั่งการให้เวินเยว่ไปทำในทันที และเจ้าตัวเล็กก็มักจะเอ่ยปากเร่งรัดเวินเยว่ด้วยน้ำเสียงรำคาญใจทว่าในวันนี้ ทั้งสองคนพ่อลูกกลับไม่มีใครเอ่ยตอบเธอเลยสักคำเวินซินขมวดคิ้ว พลันบ่นออกมาตามสัญชาตญาณ“พี่เขยคะ ได้ยินที่ฉันพูดไหม? ฉันหิวนะ”ภาพของเวินเยว่ที่ต้องฝืนทนเหน็ดเหนื่อยลุกขึ้นมาต้มอาหารเช้าให้ทุก ๆ เช้า พลันฉายวาบขึ้นมาในหัวของจี้ฮวาอันเวินซินเป็นคนกินยาก เลือกกินแต่ของดี ๆ บะหมี่ต้องเป็นเส้นทำมือ นวดสด ส่วนเกี๊ยวก็ต้องใช้แป้งที่นวดและแผ่นแป้งที่รีดสดใหม่เท่านั้นเวินเยว่มักจะเผชิญกับอาการนอนไม่หลับเสมอ เธอเพิ่งได้นอนไปไม่ถึงครึ่งชั่วโมงก

  • ลูกผัวลำเอียง ขอหย่าแล้วอย่ามารั้ง   บทที่ 5

    ยามที่แสงแดดเจิดจ้าแยงเข้าตา จี้ฮวาอันก็พลั้งมือผลักคนข้างกายตามสัญชาตญาณ“อาเยว่ ไปดึงผ้าม่านหน่อย”กลิ่นหอมแปลกโชยเข้ามาเตือนสติ สมองของเขาพลันตื่นตัวขึ้นในทันทีจี้ฮวาอันหันไปมองเวินซินที่นอนอยู่ข้างหมอน ก่อนจะรีบร้อนเลิกผืนผ้าห่มออกด้วยความลนลานเขายังคงสวมเสื้อผ้าอยู่ ส่วนเวินซินก็สวมชุดนอน เขาไม่ได้ทำเรื่องผิดต่อเวินเยว่เจ้าตัวเล็กถูกปลุกให้ตื่น เขาขี้เกียจลุกจากเตียงจึงขยับตัวเข้าไปซุกอยู่ในอ้อมอกของเวินซิน“แม่ครับ ผมอยากนอนต่ออีกแป๊บ”ทว่าในวินาทีต่อมา เขากลับลืมตากว้างจ้องมองเวินซินที่อยู่ตรงหน้า ก่อนจะปล่อยโฮออกมาเสียงดังลั่น“ทำไมถึงเป็นน้าล่ะ?”เวินซินรำคาญเสียงหนวกหู จึงยกเท้าตวัดยันเจ้าตัวเล็กตกเตียงไปจี้ฮวาอันยื่นมือไปคว้าไว้ไม่ทัน ได้แต่มองดูเจ้าตัวเล็กร่วงกระแทกพื้นเข้าอย่างจัง หน้าผากบวมปูดเป็นรอยแดงขึ้นมาทันทีเขาอุ้มเจ้าตัวเล็กขึ้นมาด้วยความสงสาร พลางตวาดลั่นด้วยความโมโห“เวินซิน เธอเป็นบ้าอะไรของเธอ?”เจ้าตัวเล็กซบหน้าสะอื้นร้องไห้ซบกับอกของจี้ฮวาอันด้วยความน้อยเนื้อต่ำใจ ปากคอยเอาแต่ร้องเรียกหาแม่ทุกครั้งที่ตื่นนอน แม่จะคอยลูบหลังให้อย่างอ่อนโยนเ

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status