แชร์

บทที่ 3

ผู้เขียน: พระจันทร์สว่างในฤดูใบไม้ผลิ
ขณะเอ่ยลาเด็กหญิงคนนั้น ฉันบอกกับเธอด้วยความจริงจัง

“ฉันจะกลับมาอัปเดตงานเร็ว ๆ นี้แน่นอน ไม่ปล่อยให้ต้องรอนานเกินไปหรอกจ้ะ”

เสียงฝีเท้าหนัก ๆ ดังมาจากเบื้องหลัง จี้ฮวาอันเดินขมวดคิ้วเข้ามาหยุดตรงหน้าฉัน

“เธอมัวโอ้เอ้อะไรอยู่? ชุดว่ายน้ำก็ไม่เลือก แว่นกันแดดก็ไม่ซื้อ”

“เก็บอารมณ์หน่อยสิ ฉันสัญญาว่าครั้งหน้าจะพาเธอไปยังไม่พออีกเหรอ?”

พอเป็นเรื่องของฉัน เขามักจะตบท้ายด้วยคำว่าครั้งหน้าเสมอ แต่พอเป็นเวินซิน กลับได้รับการตอบสนองในทันทีทันใด

เธออยากได้กระเป๋าคอลเลกชันใหม่ของชาเนล จี้ฮวาอันตระเวนหาทั่วทั้งเมือง ยอมจ่ายราคาแพงลิบเพื่อดึงของมาให้ได้ในวันนั้น

ฉันอยากได้เลนส์ตัวใหม่ล่าสุดของนิคอน เขาเอ่ยปากรับคำว่าจะไหว้วานเพื่อนช่วยหิ้วให้

ทว่าฉันเฝ้ารอด้วยความตื่นเต้นดีใจอยู่ตลอดสัปดาห์ พอเอ่ยถามเขาว่าพัสดุทำไมถึงยังมาไม่ถึง เขากลับบอกว่าลืม

สำหรับจี้ฮวาอันแล้ว ฉันกลายเป็นคนไม่สำคัญไปนานแล้ว

บางทีอาจเพราะสีหน้าของฉันดูย่ำแย่เกินไป น้ำเสียงของจี้ฮวาอันจึงอ่อนลง

“อาเยว่ เวินซินเป็นน้องสาวของเธอนะ จะไปแก่งแย่งกับเธอทำไมกัน?”

ฉันพยักหน้ารับเงียบ ๆ เห็นพ้องกับคำพูดของเขา

เขายิ้มอย่างพึงพอใจ พลางยื่นมือมาโอบไหล่ฉันพร้อมกับเอ่ยคำสาบาน

“ไว้ถึงตอนไปทะเลสาบเอ๋อร์ไห่ ฉันจะให้ผู้ช่วยจองร้านชุดแต่งงานและช่างแต่งหน้าที่ดีที่สุดไว้ล่วงหน้า”

“ต้องเติมเต็มทุกความฝันของเธอ และทำให้เธอเป็นเจ้าสาวที่งดงามที่สุดในโลกอีกครั้งแน่นอน”

เวินซินกับเจ้าตัวเล็กหิ้วถุงใหญ่ถุงเล็กเดินออกมา ทั้งสองเหนื่อยจนหอบหายใจถี่

“กลับบ้านกันเถอะค่ะ ร้านแทบจะโดนพวกเราเหมาหมดแล้ว”

สายตาของจี้ฮวาอันเต็มไปด้วยความเอ็นดู ยื่นมือไปรับของที่เวินซินส่งมาให้

สายฝนเทกระหน่ำลงมาประดุจพายุ หยดน้ำฝนกระเซ็นมาโดนชายกระโปรงของฉันจนเปียกชื้น

ถุงของมากมายนับไม่ถ้วนจับจองพื้นที่เบาะหลังและเบาะนั่งข้างคนขับของฉันจนเต็มแน่น

สายฝนกระหน่ำซัดกระจกรถอย่างหนักหน่วง เวินซินยื่นหน้าออกมาด้วยความรู้สึกเกรงใจ

“พี่คะ หรือพี่จะนั่งแท็กซี่กลับเองดี ไม่มีที่นั่งสำหรับพี่แล้วล่ะค่ะ”

เจ้าตัวเล็กไม่สนใจมือของฉันเลยสักนิด เขาออกแรงเหวี่ยงปิดประตูรถอย่างแรง

ความเจ็บปวดแล่นริ้วไปทั่วกระดูกนิ้ว ขณะยั้งมือกลับมาแล้วถอยหลัง ฉันก้าวพลาดไปก้าวหนึ่งจนส้นรองเท้าไปติดอยู่ในช่องฝาท่อระบายน้ำ

เดิมทีจี้ฮวาอันคิดจะลงจากรถมาดู แต่เวินซินกลับเอ่ยขึ้นด้วยความกังวล

“ฝนยิ่งตกเม็ดฝนก็ยิ่งใหญ่ เดี๋ยวจะมองไม่เห็นเส้นทาง ขับรถอันตรายนะคะ”

เขาจึงสตาร์ตเครื่องยนต์ ละทิ้งคำพูดไว้เพียงประโยคเดียวว่า “ดูแลตัวเองดี ๆ นะ” แล้วขับรถจากไปอย่างรวดเร็ว

เม็ดฝนใหญ่ตกกระทบลงบนร่างกายจนเจ็บระบม ฉันต้องกัดริมฝีปากด้านในจนแตก ถึงจะสะกดข่มความรู้สึกอยากร้องไห้เอาไว้ได้

รองเท้าส้นสูงคู่นี้เป็นรองเท้าที่จี้ฮวาอันตั้งใจสั่งทำพิเศษจากช่างฝีมือในกรุงปารีส เพื่อมอบให้เป็นของขวัญครบรอบแปดปีของเรา

ระหว่างที่พยายามยื้อ ส้นเท้าก็ถูกถูไถจนถลอกปอกเปิกเลือดนอง ก็เหมือนกับความรักระหว่างฉันกับจี้ฮวาอัน ที่ค่อย ๆ เลือนรางจางหายไปตามกาลเวลาอันยาวนาน

ฉันถอดรองเท้าออก แล้วย่ำเท้าเปล่าลงไปในโคลนอันเย็นเยียบ

ยามที่สภาวะซึมเศร้าหลังคลอดรุนแรงที่สุด ฉันเคยปีนขึ้นไปบนระเบียง

จี้ฮวาอันหวาดกลัวจนสั่นสะท้านไปทั้งตัว เขาหลั่งน้ำตาอ้อนวอนไม่ให้ฉันทำอะไรวู่วาม

เขาบอกว่าลูกต้องการแม่ และเขาเองก็ต้องการฉัน

ฉันไม่ได้กระโดดลงไป แต่ก้าวเท้าเปล่าเดินเข้าไปหาจี้ฮวาอัน

เขาทรุดตัวลงคุกเข่าข้างหนึ่งพลางสวมรองเท้าให้ฉัน แล้วใช้ฝ่ามืออันอบอุ่นถูวนข้อเท้าของฉัน

“อาเยว่ เธอหนาวขนาดนี้ฉันคงปวดใจแย่”

สายฝนเทกระหน่ำจนฉันเปียกปอนไปทั้งตัว ยามลมพัดผ่านมาก็ทำเอาฉันหนาวสั่นสะท้านไปหมด

มาถึงวันนี้ จี้ฮวาอันคงไม่รู้สึกปวดใจอีกแล้วว่าฉันจะหนาวหรือไม่?

ฉันยิ้มขื่น พลันหยิบโทรศัพท์มือถือออกมาหมายจะกดเรียกรถ

ทว่าน้ำกลับเข้าโทรศัพท์ หน้าจอสว่างวาบขึ้นมาเพียงชั่วครู่แล้วดับมืดไปโดยสิ้นเชิง

รองเท้าส้นสูงยังคงติดค้างอยู่ในฝาท่อระบายน้ำ ฉันได้แต่ยืนรอให้ฝนซาลงอยู่ที่ป้ายรถเมล์

ไม่รู้ว่าเวลาล่วงเลยไปนานเท่าใด สายฝนจึงค่อย ๆ ซาลง

คุณป้าพนักงานทำความสะอาดร้องทักฉันขึ้นมา

“อิหนู ไม่เอารองเท้าแล้วเหรอจ๊ะ?”

ฉันยิ้มเบา ๆ ก้มมองเท้าเปลือยเปล่าที่ปราศจากสิ่งใดผูกมัด

“ไม่เอาแล้วค่ะ”

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ลูกผัวลำเอียง ขอหย่าแล้วอย่ามารั้ง   บทที่ 10

    จี้ฮวาอันยังคงดื้อดึงไม่ยอมจากไปไหน เขาตั้งหลักเฝ้าอยู่ที่หน้าประตูห้องของฉันไม่ไหวติงฉันส่งออกไฟล์รูปภาพ และยื่นผลงานเข้าประกวดเรียบร้อยแล้วในช่วงครึ่งเดือนแห่งการรอคอยผลการแข่งขัน เจ้าตัวเล็กจะคอยส่งดอกไม้มาให้ฉันวันละหนึ่งช่อทุกวันส่วนจี้ฮวาอันนั้น ถึงขั้นยอมทุ่มเงินมหาศาลจุดพลุตลอดครึ่งเดือนเต็มดอกไม้ไฟอันวิจิตรตระการตาส่องสว่างไสวไปทั่วครึ่งซีกฟ้า ทว่ากลับไม่อาจส่องสว่างให้อนาคตระหว่างฉันกับจี้ฮวาอันได้อีกต่อไปทุกครั้งที่พลุสิ้นสุดลง บนท้องฟ้าก็จะปรากฏตัวอักษรสามคำขึ้นมา“ขอโทษนะ”เจ้าของโฮมสเตย์จิบเบียร์ พลางเลื่อนถั่วลิสงมาตรงหน้าฉัน“เล่นใหญ่รัชดาลัยขนาดนี้ ยิ่งใหญ่กว่าตอนจีบคุณแรก ๆ อีก คุณไม่มีความรู้สึกอะไรบ้างเลยเหรอคะ?”ฉันมองออกไปนอกหน้าต่าง มองดูผู้ชายคนที่กำลังเฝ้ารอคอยด้วยสายตาละห้อย แล้วยกกล้องถ่ายรูปข้างกายขึ้นมา“ไม่มีความรู้สึกอะไรทั้งนั้นแหละค่ะ ตอนนี้ฉันแค่อยากเป็นตัวของตัวเองเท่านั้นเอง”“ฉันไม่อยากถูกคุมขังอยู่ในครัว หรือโดนจองจำไว้ในบ้านที่ไม่ใช่ของฉันอีกแล้ว”จี้ฮวาอันที่อยู่นอกหน้าต่างก้มหน้าลง พลางฝืนยิ้มออกมาอย่างขมขื่นส่วนเจ้าตัวเล็กก็ไ

  • ลูกผัวลำเอียง ขอหย่าแล้วอย่ามารั้ง   บทที่ 9

    ช่างแต่งหน้าลงมือด้วยความชำนาญ ผ่อนแรงสัมผัสลงบนใบหน้าของฉันอย่างแผ่วเบาฉันจ้องมองใบหน้าที่ค่อย ๆ งดงามขึ้นในกระจก แล้วนึกถึงภาพตัวเองเมื่อสิบปีก่อนที่นอนขดตัวอยู่ในอ้อมกอดของจี้ฮวาอันทั้งที่หน้าสดไร้เครื่องสำอางโดยไม่รู้ตัวเขาจุมพิตลงบนริมฝีปากของฉัน พลางเอ่ยสัญญาว่าไม่ว่าฉันจะกลายเป็นอย่างไรเขาก็จะรักฉันตลอดไปทว่าในเวลาต่อมา จี้ฮวาอันกลับรังเกียจที่ฉันปล่อยเนื้อปล่อยตัว ไม่รู้จักแต่งหน้าแต่งตา แต่กลับเอ่ยปากชมเชยเวินซินว่ารู้จักแต่งตัว สะสวยและดูอ่อนเยาว์เพื่อที่จะมาถ่ายรูปเวดดิ้งที่ทะเลสาบเอ๋อร์ไห่ ฉันต้องเจียดเวลาสัปดาห์ละหลายครั้งไปเข้าคลินิกเสริมความงาม จ้างเทรนเนอร์ส่วนตัวเล่นพิลาทิส เพียงเพราะอยากจะสวยขึ้นกว่าเดิมอีกสักนิด เพื่อเหนี่ยวรั้งหัวใจของจี้ฮวาอันเอาไว้ฉันยกกล้องขึ้นมา บันทึกภาพยามที่ช่างแต่งหน้ากำลังบรรจงสวมเวลเจ้าสาวให้ฉันจี้ฮวาอันและเจ้าตัวเล็กไม่รู้ไปสืบทราบข่าวมาจากไหน ถึงได้ตามรังควานมาจนถึงร้านชุดวิวาห์แห่งนี้ยามที่พวกเขาเปิดประตูเดินเข้ามา ฉันกำลังยืนจัดชายกระโปรงอยู่ภายใต้แสงไฟส่องสว่างดวงตาของเจ้าตัวเล็กเป็นประกายวาววับขึ้นมาทันที เขารีบก้าวเข

  • ลูกผัวลำเอียง ขอหย่าแล้วอย่ามารั้ง   บทที่ 8

    จี้ฮวาอันขอบตาแดงก่ำเดินเข้ามาหยุดลงตรงหน้าฉัน ก่อนจะดึงร่างของฉันเข้าอ้อมกอดอย่างแรงหยาดน้ำตาเย็นเยียบสองสามหยดร่วงหล่นลงสัมผัสลำคอ เขาซุกไถใบหน้ากับลำคอของฉันด้วยความน่าสงสาร“ที่รัก ไม่หย่าได้ไหม?”เจ้าตัวเล็กขยับเข้ามาจับมือฉันไว้ เอ่ยอ้อนวอนด้วยสายตารื้นน้ำตาชุ่มฉ่ำ“แม่ครับ แม่อย่าทิ้งผมกับพ่อไปเลยนะครับ”ตลอดระยะเวลาบนเที่ยวบินมุ่งหน้าสู่ทะเลสาบเอ๋อร์ไห่ ฉันเคยจินตนาการถึงปฏิกิริยาของจี้ฮวาอันและเจ้าตัวเล็กเมื่อยามที่พบว่าฉันจากมาพวกเขาคงคิดว่าฉันแค่แง่งอน เรียกร้องความสนใจเหมือนเคยฉันเกลียดความเย็นชาของพวกเขากับการไม่เคยเข้าใจฉัน และเกลียดการที่พากันลำเอียงไปเข้าข้างเวินซินฉันเคยคิดว่าหากได้เจอหน้าจี้ฮวาอันกับเจ้าตัวเล็กอีกครั้ง ฉันคงจะด่าทอแผดเสียงไล่พวกเขาออกไปให้พ้นจากโลกของฉันทว่ายามนี้ หัวใจของฉันกลับไร้ซึ่งระลอกคลื่นใด ๆ ราวกับว่าพวกเขาสองคนเป็นเพียงคนแปลกหน้าเท่านั้นหยาดน้ำตาของจี้ฮวาอันเปียกชุ่มปกเสื้อของฉัน ฉันผลักเขาออกด้วยความรำคาญใจเขาเอ่ยอธิบายด้วยน้ำเสียงสะอื้นไห้“ขอโทษนะ เป็นเพราะฉันเองที่ละเลยความรู้สึกของเธอ”“ตอนนั้นที่เธอให้น้องสาวของเธอย

  • ลูกผัวลำเอียง ขอหย่าแล้วอย่ามารั้ง   บทที่ 7

    เมื่อแลนดิ้งถึงทะเลสาบเอ๋อร์ไห่ ฉันก็มุ่งตรงไปยังโฮมสเตย์ที่จองไว้ล่วงหน้าเจ้าของโฮมสเตย์เป็นแฟนคลับตัวยงของฉัน เธอเดินทางมารอรับฉันที่สนามบินตั้งแต่ไก่โห่เธอมองข้ามไปยังด้านหลังของฉัน พลางเอ่ยถามด้วยความสงสัย“สามีกับลูกชายของคุณไม่ได้มาด้วยเหรอคะ?”“ไหนว่าตกลงกันไว้ว่าจะมาถ่ายรูปเวดดิ้งครบรอบสิบปีที่ทะเลสาบเอ๋อร์ไห่ไม่ใช่เหรอคะ?”ฉันเม้มปากแย้มยิ้ม ก่อนจะเอ่ยอธิบายด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา“ตั้งใจว่าจะหย่าแล้วค่ะ”เจ้าของโฮมสเตย์ส่งเสียง “หา” ออกมาด้วยความไม่อยากจะเชื่อ พลางเอ่ยถามต่อ“ตอนนั้นคุณจี้ฮวาอันทุ่มเงินประเคนจีบคุณอย่างบ้าคลั่ง เดือนที่คุณตอบตกลงรับรักเขาที่ทะเลสาบเอ๋อร์ไห่มีโดรนแปรอักษรบินโปรยกลีบกุหลาบทุกคืนเลยนะคะ”“แถมเขายังเคยคุกเข่าสาบานต่อหน้าภูเขาหิมะอีกว่าจะไม่มีวันทรยศหักหลังคุณในชาตินี้ ทำไมถึงเดินมาถึงขั้นหย่าร้างกันได้ล่ะคะ?”ความรักในวันวานนั้นยิ่งใหญ่เกรียงไกรและตราตรึงใจจนยากจะลืมเลือนจริง ๆ นักท่องเที่ยวทุกคนที่เคยมาเยือนทะเลสาบเอ๋อร์ไห่ต่างก็รู้ดีว่า จี้ฮวาอันรักเวินเยว่มากแค่ไหนพวกเขาต่างพากันอวยพรให้พวกเราครองรักกันชั่วชีวิต จับมือกันเคียงคู่จน

  • ลูกผัวลำเอียง ขอหย่าแล้วอย่ามารั้ง   บทที่ 6

    แผ่นหลังของจี้ฮวาอันค่อย ๆ โน้มงอลง เขาพลิกเปิดสัญญาหย่าฉบับนั้นตรงมุมลงนามด้านล่าง มีลายเซ็นชื่อเวินเยว่กำกับไว้อย่างเป็นระเบียบเรียบร้อยหัวใจของเขาราวกับร่วงหล่นลงสู่ถ้ำน้ำแข็ง รู้ซึ้งถึงความรุนแรงของการทะเลาะกันในครั้งนี้ขึ้นมาทันทีเวินซินตื่นนอนด้วยความหิว เธอเปิดประตูห้องเดินออกมา“พี่สาวเก็บกระเป๋าเดินทางให้พวกเราเสร็จหรือยังคะ? ให้เธอไปต้มบะหมี่ให้หน่อยสิ พวกเรากินเสร็จแล้วค่อยออกเดินทางกัน”ตามปกติพอเธอเอ่ยปากจบ จี้ฮวาอันก็จะรีบสั่งการให้เวินเยว่ไปทำในทันที และเจ้าตัวเล็กก็มักจะเอ่ยปากเร่งรัดเวินเยว่ด้วยน้ำเสียงรำคาญใจทว่าในวันนี้ ทั้งสองคนพ่อลูกกลับไม่มีใครเอ่ยตอบเธอเลยสักคำเวินซินขมวดคิ้ว พลันบ่นออกมาตามสัญชาตญาณ“พี่เขยคะ ได้ยินที่ฉันพูดไหม? ฉันหิวนะ”ภาพของเวินเยว่ที่ต้องฝืนทนเหน็ดเหนื่อยลุกขึ้นมาต้มอาหารเช้าให้ทุก ๆ เช้า พลันฉายวาบขึ้นมาในหัวของจี้ฮวาอันเวินซินเป็นคนกินยาก เลือกกินแต่ของดี ๆ บะหมี่ต้องเป็นเส้นทำมือ นวดสด ส่วนเกี๊ยวก็ต้องใช้แป้งที่นวดและแผ่นแป้งที่รีดสดใหม่เท่านั้นเวินเยว่มักจะเผชิญกับอาการนอนไม่หลับเสมอ เธอเพิ่งได้นอนไปไม่ถึงครึ่งชั่วโมงก

  • ลูกผัวลำเอียง ขอหย่าแล้วอย่ามารั้ง   บทที่ 5

    ยามที่แสงแดดเจิดจ้าแยงเข้าตา จี้ฮวาอันก็พลั้งมือผลักคนข้างกายตามสัญชาตญาณ“อาเยว่ ไปดึงผ้าม่านหน่อย”กลิ่นหอมแปลกโชยเข้ามาเตือนสติ สมองของเขาพลันตื่นตัวขึ้นในทันทีจี้ฮวาอันหันไปมองเวินซินที่นอนอยู่ข้างหมอน ก่อนจะรีบร้อนเลิกผืนผ้าห่มออกด้วยความลนลานเขายังคงสวมเสื้อผ้าอยู่ ส่วนเวินซินก็สวมชุดนอน เขาไม่ได้ทำเรื่องผิดต่อเวินเยว่เจ้าตัวเล็กถูกปลุกให้ตื่น เขาขี้เกียจลุกจากเตียงจึงขยับตัวเข้าไปซุกอยู่ในอ้อมอกของเวินซิน“แม่ครับ ผมอยากนอนต่ออีกแป๊บ”ทว่าในวินาทีต่อมา เขากลับลืมตากว้างจ้องมองเวินซินที่อยู่ตรงหน้า ก่อนจะปล่อยโฮออกมาเสียงดังลั่น“ทำไมถึงเป็นน้าล่ะ?”เวินซินรำคาญเสียงหนวกหู จึงยกเท้าตวัดยันเจ้าตัวเล็กตกเตียงไปจี้ฮวาอันยื่นมือไปคว้าไว้ไม่ทัน ได้แต่มองดูเจ้าตัวเล็กร่วงกระแทกพื้นเข้าอย่างจัง หน้าผากบวมปูดเป็นรอยแดงขึ้นมาทันทีเขาอุ้มเจ้าตัวเล็กขึ้นมาด้วยความสงสาร พลางตวาดลั่นด้วยความโมโห“เวินซิน เธอเป็นบ้าอะไรของเธอ?”เจ้าตัวเล็กซบหน้าสะอื้นร้องไห้ซบกับอกของจี้ฮวาอันด้วยความน้อยเนื้อต่ำใจ ปากคอยเอาแต่ร้องเรียกหาแม่ทุกครั้งที่ตื่นนอน แม่จะคอยลูบหลังให้อย่างอ่อนโยนเ

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status