Share

บทที่ 3

Author: มาหาเศรษฐี
จางเหมิงรูดซิปกางเกงของผม หล่อนยื่นมือเข้ามาควักเอาท่อนเอ็นของผมออกมา!

นี่มันจะใจกล้าเกินไปแล้ว!

และสิ่งที่ผมคาดไม่ถึงยิ่งกว่านั้นก็คือ จางเหมิงก้มศีรษะลงต่ำ แล้วอ้าปากเรียวเล็กราวกับรูปเชอร์รี่ออก...

ในพริบตานั้น ผมสัมผัสถึงการบีบรูดเป็นจังหวะเนิบนาบแล่นพล่านเข้าสู่ร่างกาย

ยัยหนูจางเหมิงโพรงปากของหล่อนช่ำชองชะมัด โอบรัดดูดกลืนได้อย่างพอเหมาะพอเจาะ ทำเอาเซลล์ทุกส่วนในร่างกายของผมระเบิดปะทุเสียวซ่าน

แม้ว่าในใจจะปรารถนาและกระสันอยากขนาดไหน แต่ทว่าพ่อของหล่อนยังคงนั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามแท้ๆ ถ้าหากโดนจับได้ขึ้นมามีหวังชีวิตพังยับเยินแน่

ผมพยายามขืนตัวผลักศีรษะของหล่อนออกสุดชีวิต แต่ยิ่งผลักหล่อนกลับยิ่งทวีแรงดูดรัดแน่นขึ้นเรื่อยๆ

ผมจนปัญญา ผมทำได้เพียงเกร็งร่างกายไปทุกสัดส่วน พยายามบังคับตัวเองอย่างถึงที่สุดไม่ให้แสดงพิรุธทางสีหน้าออกมาแม้แต่นิดเดียว

ทว่าจางเหล่ยก็ยังคงสังเกตเห็นความผิดปกติจนได้

"เฉินเฉิง แกเป็นอะไรไปน่ะ? ทำไมทำหน้าตาดูทรมานชอบกล"

ผมสะดุ้งโหยง รีบปั้นน้ำเป็นตัวหาข้ออ้างทันควัน "เปล่าๆ ไม่มีอะไรหรอก ช่วงนี้ลำไส้กับกระเพาะของฉันไม่ค่อยดีน่ะ สงสัยจะกินอะไรผิดสำแดงเข้าไปล่ะมั้ง"

จางเหล่ยเห็นว่าจางเหมิงยังไม่ยอมโผล่หัวขึ้นมาเสียที ก็เริ่มเอ่ยปากด้วยความสงสัย

"ยัยเด็กคนนี้ทำไมเก็บตะเกียบนานจัง หาไม่เจอหรือไงกันนะ"

พูดจบ เขาก็ตระเตรียมจะก้มตัวลงเพื่อชะโงกหน้ามองดูใต้โต๊ะอาหาร

ในวินาทีวิกฤตอันรวดเร็วนั้น จางเหมิงรีบคว้าตะเกียบขึ้นมาทันควัน แล้วเด้งตัวกลับขึ้นมานั่งบนเก้าอี้ตามเดิม

ผมรีบรูดซิปดึงกางเกงขึ้นอย่างรวดเร็ว สัมผัสอุ่นชื้นรัดรึงจากการถูกโอบอุ้มเมื่อครู่ยังคงหลงเหลืออยู่ตรงจุดนั้น ทั้งแฉะและคันยิบๆ

จางเหล่ยจ้องมองใบหน้าของผมที่แดงก่ำจนแทบจะระเบิดจากการกลั้นอารมณ์ ก่อนจะเอ่ยปากด้วยน้ำเสียงฉุนเฉียว

"ร้านอาหารนี้มันทำกับข้าวภาษาอะไรกันฟะ ถึงขนาดทำให้แกกินแล้วท้องเสียปวดท้องได้ขนาดนี้ ฉันจะไปเคลียร์กับพวกมัน!"

เขาผุดลุกขึ้นยืนทำท่าจะเดินไปเอาเรื่องกับทางร้านอาหารทันที

ผมพยายามจะร้องห้ามรั้งตัวไว้ "เอ๊ย ช่างมันเถอะน่า ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรหรอก"

อันที่จริงในใจของผมขวัญหนีดีฝ่อกลัวแทบตาย กลัวว่าถ้าเขาไปซักไซ้แล้วจะรู้ว่าสาเหตุมันไม่ได้มาจากอาหาร แต่กลับกลายมาเป็นเรื่องคาวๆ ระหว่างผมกับจางเหมิง...

แต่จางเหล่ยกลับพูดด้วยน้ำเสียงเด็ดขาดเปี่ยมไปด้วยความยุติธรรม "ได้ยังไงกันเล่า ฉันอุตส่าห์เลี้ยงข้าวแกครั้งแรกก็ทำแกท้องเสียซะแล้ว ฉันต้องไปเอาเรื่องพวกมันให้ถึงที่สุด!"

พูดจบ เขาก็เดินดุ่มๆ ออกจากห้องรับรองส่วนตัวไปทันที

เมื่อเห็นว่าพ่อของหล่อนเดินคล้อยหลังไป จางเหมิงก็ไม่จำเป็นต้องเสแสร้งแกล้งทำเป็นใสซื่ออีกต่อไป หล่อนหันหน้ามาเผชิญหน้ากับผมตรงๆ พร้อมกับอ้าเรียวขาทั้งสองข้างออกกว้าง

"คุณอาคะ อาหารร้านนี้ต้องมีปัญหาแน่ๆ เลยค่ะ ตอนนี้ตรงนั้นของหนูมันคันไปหมดแล้ว อาช่วยใช้ตะเกียบมาเขี่ยแก้คันให้หนูหน่อยสิคะ"

ตอนนี้เองที่ผมได้ประจักษ์แก่สายตาเต็มๆ ว่า ภายใต้กระโปรงสั้นตัวจิ๋วของหล่อน ถุงน่องที่สวมใส่อยู่กลับเป็นประเภทเปิดเป้า!

ด้านในเป็นเพียงกางเกงชั้นในจีสตริงสีขาวบางเฉียบ จนเนื้อหนังมังสาโผล่ทะลุรำไรออกมาข้างนอก

ภาพที่เห็นทำเอาเลือดกำเดาของผมแทบจะพุ่งกระฉูด

ภายในห้องรับรองตอนนี้เหลือเพียงแค่ผมกับหล่อนสองคนเท่านั้น บรรยากาศรอบตัวจึงแปรเปลี่ยนเป็นความนัวเนียวาบหวามในพริบตา

เมื่อกี้เพิ่งจะใช้เพียงปลายนิ้วลูบไล้ไปหยกๆ แต่ตอนนั้นยังไม่มีสมาธิจดจ่อเท่าไหร่ ความรู้สึกมันเลยเหมือนยังค้างคาไปอีกนิด

ตอนนี้ไม่มีก้างขวางคอแล้ว ผมจึงยื่นนิ้วมือออกไปอีกครั้ง ลากไล้ไปตามรอยแยกที่เว้าลึกเบาๆ แล้วลงมือบดบี้กระตุ้นอารมณ์อย่างเชื่องช้า

จากส่วนบนลากดิ่งลงสู่ส่วนล่าง...

จางเหมิงถูกผมรุกรานเข้าให้ก็ทนไม่ไหว หล่อนหลุดเสียงครางซี้ดซ้าดกระเส่าแผ่วเบาออกมาจากลำคอ

"คุณอาคะ เอานิ้วสอดเข้ามาข้างในเลยได้ไหมคะ กั้นด้วยกางเกงในแบบนี้มันยิ่งคันเข้าไปใหญ่เลยค่ะ"

ผมเอ่ยปากพูด "เธอสวมกางเกงในกั้นไว้หนาขนาดนี้ แล้วฉันจะสอดเข้าไปได้ยังไงล่ะ"

ใครจะคาดคิดว่าจางเหมิงจะหยิบกรรไกรเล่มหนึ่งจากบนโต๊ะอาหารแล้วยื่นส่งมาให้ผม

"อา ก็ใช้กรรไกรตัดมันออกให้ขาดเลยสิคะ"

ผมรับกรรไกรมาด้วยมือที่สั่นเทา ใช้นิ้วคีบขอบกางเกงในจีสตริงตัวน้อยขึ้นมา แล้วออกแรงขยับกรรไกรดัง "ฉับ!"

ในพริบตานั้น เกสรดอกไม้สีชมพูระเรื่ออันงดงามก็อวดโฉมประจักษ์แก่สายตาของผมอย่างหมดเปลือก

ความกระสันอยากอันรุนแรงระเบิดพวยพุ่งขึ้นมาในร่างกายทันที อยากจะจับเรียวขาคู่นั้นของหล่อนขึ้นมาพาดบ่าแล้วระเบิดเพลงรักรุกรานใส่ให้หนำใจ

จางเหมิงครางกระเส่าเว้าวอน "คุณอาคะ ช่วยใช้ตะเกียบมาเขี่ยแก้คันให้หนูทีเถอะค่ะ"

หล่อนมีความต้องการจนถึงขีดสุดขนาดนี้แล้ว ถ้าผมยังมัวแต่อิดออดไม่ยอมเผด็จศึก ก็คงไม่ใช่ลูกผู้ชายแล้วล่ะ!

ผมจัดการถอดกางเกงของตัวเองออกลวกๆ เผยให้เห็นท่อนเอ็นขนาดมหึมาที่ตั้งตระหง่านชี้หน้าตรงดิ่งไปที่หล่อน

จางเหมิงร้องอุทานออกมาด้วยความอายแกมตกใจ "ว้าย คุณอาคะ ของคุณอาทำไมมันใหญ่โตขนาดนี้ล่ะคะ"

ผมคว้าจับหมับเข้าที่เรียวขาทั้งสองข้างของหล่อน ยกขึ้นมาพาดไว้บนบ่าทั้งสองข้าง แล้วค่อยๆ ขยับตัวสาวเท้าก้าวเข้าหาหล่อนทีละก้าว

"ตะเกียบมันจะไปสนุกอะไรล่ะหือ? อยากจะให้ของใหญ่ของอาชิ้นนี้ เข้าไปช่วยดับกระสันให้ไหมล่ะ?"

ใบหน้าของหล่อนแดงก่ำจนถึงขีดสุด สองขาเริ่มสั่นเทาเกร็งกระตุกอย่างรุนแรง

"อยากค่ะ! คุณอาขารีบเข้ามาช่วยดับกระสันให้หนูเร็วๆ เถอะค่ะ!"

...

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ลูกสาวสุดเอ็กซ์ของเพื่อนเก่า   บทที่ 7

    คำพูดตอกกลับอันทรงพลังนี้ทำเอาจางเหล่ยอับอายขายหน้าจนแทบจะแทรกแผ่นดินหนี ใบหน้าของเขาแดงก่ำ เนื้อตัวสั่นเทา ริมฝีปากสั่นระริกจนไม่อาจเอ่ยคำใดๆ ออกมาได้แม้แต่คำเดียวสายลมหนาวพัดผ่านเข้ามาตรงกลางระหว่างเราสองคน ผมกระชับปกเสื้อโค้ตให้แน่นขึ้น ก่อนจะหันหลังเดินจากไปในตอนที่ผมกำลังจะเรียกแท็กซี่เพื่อเดินทางกลับ จู่ๆ ร่างของจางเหมิงก็พุ่งพรวดออกมาจากมุมมืด หล่อนถลาเข้ามาหยุดอยู่ตรงหน้าผม พร้อมกับเอ่ยปากพูดด้วยน้ำเสียงสะอื้นไห้"คุณอาคะ หนูขอโทษค่ะ อันที่จริงแล้วหนูโกหกคุณอา"ผมจ้องมองใบหน้าของหล่อนที่เนืองนองไปด้วยหยาดน้ำตาดูน่าสงสารจับใจ ในเมื่อรู้ดีอยู่แล้วว่าทั้งหมดนี้เป็นเพราะหล่อนถูกจางเหล่ยหลอกใช้ ผมจึงไม่ได้นึกโกรธเคืองหล่อนเลยสักนิดประกอบกับผมเองก็ได้ล่วงเกินเห็นเรือนร่างอันเปลือยเปล่าของหล่อนไปแล้ว ภาพความงดงามชวนฝันนั้นยังคงตราตรึงอยู่ในสมองของผมจนยากจะสลัดออก"ไม่เป็นไรหรอก เรื่องนี้ไม่ใช่ความผิดของเธอ วันหลังเรื่องพรรค์นี้ก็อย่าทำอีกละกัน"ทว่าจางเหมิงกลับโพล่งขึ้นมาอีกระลอก"ไม่ใช่ค่ะ ที่หนูบอกว่าโกหก เพราะหนูไม่ได้ชื่อจางเหมิง และก็ไม่ได้เป็นลูกสาวของจางเหล่ยเลยสักนิ

  • ลูกสาวสุดเอ็กซ์ของเพื่อนเก่า   บทที่ 6

    แต่สิ่งที่ผมคาดไม่ถึงยิ่งกว่านั้นก็คือ เขาถึงกับกล้าเอาลูกสาวแท้ๆ ของตัวเองมาเป็นเหยื่อล่อ ช่างทำตัวไม่ต่างอะไรกับสัตว์เดรัจฉานทว่าคนอย่างเขาไม่มีวันคาดคิดหรอกว่า ผมยังคงรักษาเส้นตายและกติกาของตัวเองเอาไว้ได้ โดยไม่ได้ก้าวล่วงผ่านจุดนั้นไปเลยแม้แต่ก้าวเดียว!ผมยกสองมือขึ้นกอดอก สูดหายใจเข้าลึกๆ สายตาทอดมองตรงไปที่จางเหล่ยอย่างผ่าเผยและไร้ซึ่งความละอายใจ"ถ้าอย่างนั้นแกก็ลองพูดมาซิ ว่าฉันทำอะไรลูกสาวแกไปบ้าง?"จางเหล่ยหลุดหัวเราะหึในลำคอ"ทำเป็นมาพูดจามั่นหน้า! แกคิดว่าฉันไม่รู้หรือไงว่าแกพูดอะไรและทำอะไรลับๆ ล่อๆ กับยัยหนูในห้องนั้น?""ฉันจะบอกแกให้นะ วันนี้เงินก้อนนี้... แกจะเต็มใจให้หรือไม่เต็มใจยังไงก็ต้องควักออกมาอยู่ดี!"ผมยังคงจ้องหน้าเขาตาไม่กระพริบ น้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงไว้ด้วยความเด็ดเดี่ยว "งั้นฉันก็ขอพูดคำเดิมตรงนี้เหมือนกันว่า เงินก้อนนี้ ฉันไม่มีวันให้อย่างเด็ดขาด!""งั้นก็ลองดู!""ก็มาดิ!"ผมหันหลังเดินออกจากห้องรับรองส่วนตัวทันที ฝีเท้าก้าวย่างอย่างมั่นคงและไม่ได้มีทีท่ารีบร้อนลนลานพอเดินพ้นประตูโรงแรมออกมา สายลมหนาวเหน็บก็พัดเข้ามากระทบใบหน้า ผมจุดบุหรี่ขึ้

  • ลูกสาวสุดเอ็กซ์ของเพื่อนเก่า   บทที่ 5

    ผมอดแปลกใจไม่ได้จริงๆ ว่าการนัดเจอเพื่อนเก่าครั้งนี้ ทำไมเขาต้องหอบหิ้วลูกสาวมาด้วย ไม่รู้สึกว่าเป็นภาระรุงรังหรือยังไง?ยิ่งไปกว่านั้น ระหว่างผมกับจางเหมิงก็เพิ่งจะเกือบเลยเถิดกันมาหยกๆ หากไปต่อกันที่คาราโอเกะที่มีบรรยากาศเป็นใจและชวนวาบหวาม จะเกิดอะไรขึ้นต่อนั้น... ผมบอกเลยว่าอดใจรอแทบไม่ไหวแล้ว"ถ้าอย่างนั้นก็เอาสิ ยังไงพวกเราก็แค่ไปร้องเพลงกันเฉยๆ ไม่ได้ทำอย่างอื่นอยู่แล้ว"ปากผมก็พูดปัดไปว่า "ไม่ได้ทำอย่างอื่น" แต่ในใจกลับเตลิดเปิดเปิงไปถึงไหนต่อไหนหลังจากจัดแจงเสื้อผ้าหน้าผมเรียบร้อย จางเหล่ยก็เดินออกไปเช็คบิลจากนั้นพวกเราก็โบกแท็กซี่มุ่งหน้าไปยังคาราโอเกะทันทีคาราโอเกะแห่งนี้ดูออกชัดเจนว่าขายเนื้อหมาบังหน้าตามทางเดินทอดตัวยาวสลัว แสงไฟนีออนสาดส่องอบอวลไปด้วยกลิ่นน้ำหอมเย้ายวนชวนหลงใหลพอพวกเราหย่อนก้นนั่งลงบนโซฟา ผู้จัดการร้านก็รีบนำขบวนหญิงสาวสวยสะพรั่งที่แต่งหน้าจัดจ้านแถวหนึ่งเข้ามาทันทีผู้จัดการยิ้มตาหยีพลางเอ่ยปาก "พี่ชายทั้งสองคนเลือกสรรได้ตามใจชอบเลยนะครับ รับรองว่าคืนนี้จะสนุกสุดเหวี่ยงแน่นอน"จางเหล่ยโบกมือปฏิเสธ "ไม่ต้องหรอก ฉันพาลูกสาวมาด้วย แค่อยากจะร้อง

  • ลูกสาวสุดเอ็กซ์ของเพื่อนเก่า   บทที่ 4

    เมื่อต้องเผชิญหน้ากับเด็กสาวเกรดพรีเมียมขนาดนี้ ในใจของผมมันเต้นตึกตักรัวกระหน่ำไม่เป็นจังหวะแต่ยังไงเสียหล่อนก็เป็นถึงลูกสาวของเพื่อนสนิท แถมเขาแค่เดินออกไปข้างนอกชั่วคราว เกิดโผล่พรวดพราดกลับมาจะทำอย่างไรเมื่อคิดได้แบบนี้ ท่อนเอ็นที่ค้างเติ่งอยู่กลางอากาศจึงยังคงหยุดชะงัก ไม่กล้าเดินหน้าเผด็จศึกเสียทีจางเหมิงเงยหน้ามองผมด้วยความฉงนทอดถอนใจ "คุณอาคะ หยุดทำไมล่ะคะ รีบเข้ามาช่วยดับกระสันให้หนูหน่อยสิคะ"ผมสูดหายใจเข้าลึกๆ ยอดพวงแก้มร้อนผ่าว ต่อให้ใจจะอยากขนาดไหน แต่ก็คงไม่ใช่นาทีนี้และที่นี่แน่ๆอย่างน้อยที่สุดก็ต้องรอให้ไปถึงสถานที่ที่ปลอดภัยกว่านี้ก่อนผมจัดการวางเรียวขาทั้งสองข้างของจางเหมิงลง แล้วรีบดึงกางเกงขึ้นมาสวมใส่ให้เข้าที่จางเหมิงแสดงสีหน้าขัดใจและอารมณ์ค้างอย่างเห็นได้ชัด เมื่อเห็นว่าผมไม่ยอมลุยต่อ หล่อนก็ยื่นมือมาหมายจะฉุดกระชากกางเกงของผมออกอีกรอบ"คุณอาคะ ดึงกางเกงขึ้นมาทำไมล่ะคะ ตอนนี้พ่อยังไม่กลับมาเลย อาช่วยหนูสักครั้งเถอะนะคะ"เมื่อเจอจางเหมิงออดอ้อนเว้าวอนไม่หยุดหย่อน ผมจึงได้แต่กัดฟันกรอดแล้วเอ่ยปากปฏิเสธอย่างเด็ดขาด"ไม่ได้! พ่อของเธอกำลังจะกลับมาแล้

  • ลูกสาวสุดเอ็กซ์ของเพื่อนเก่า   บทที่ 3

    จางเหมิงรูดซิปกางเกงของผม หล่อนยื่นมือเข้ามาควักเอาท่อนเอ็นของผมออกมา!นี่มันจะใจกล้าเกินไปแล้ว!และสิ่งที่ผมคาดไม่ถึงยิ่งกว่านั้นก็คือ จางเหมิงก้มศีรษะลงต่ำ แล้วอ้าปากเรียวเล็กราวกับรูปเชอร์รี่ออก...ในพริบตานั้น ผมสัมผัสถึงการบีบรูดเป็นจังหวะเนิบนาบแล่นพล่านเข้าสู่ร่างกายยัยหนูจางเหมิงโพรงปากของหล่อนช่ำชองชะมัด โอบรัดดูดกลืนได้อย่างพอเหมาะพอเจาะ ทำเอาเซลล์ทุกส่วนในร่างกายของผมระเบิดปะทุเสียวซ่านแม้ว่าในใจจะปรารถนาและกระสันอยากขนาดไหน แต่ทว่าพ่อของหล่อนยังคงนั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามแท้ๆ ถ้าหากโดนจับได้ขึ้นมามีหวังชีวิตพังยับเยินแน่ผมพยายามขืนตัวผลักศีรษะของหล่อนออกสุดชีวิต แต่ยิ่งผลักหล่อนกลับยิ่งทวีแรงดูดรัดแน่นขึ้นเรื่อยๆผมจนปัญญา ผมทำได้เพียงเกร็งร่างกายไปทุกสัดส่วน พยายามบังคับตัวเองอย่างถึงที่สุดไม่ให้แสดงพิรุธทางสีหน้าออกมาแม้แต่นิดเดียวทว่าจางเหล่ยก็ยังคงสังเกตเห็นความผิดปกติจนได้"เฉินเฉิง แกเป็นอะไรไปน่ะ? ทำไมทำหน้าตาดูทรมานชอบกล"ผมสะดุ้งโหยง รีบปั้นน้ำเป็นตัวหาข้ออ้างทันควัน "เปล่าๆ ไม่มีอะไรหรอก ช่วงนี้ลำไส้กับกระเพาะของฉันไม่ค่อยดีน่ะ สงสัยจะกินอะไรผิดสำแดงเข้าไป

  • ลูกสาวสุดเอ็กซ์ของเพื่อนเก่า   บทที่ 2

    จางเหมิงลุกขึ้นยืนพลางจัดแจงเสื้อผ้าที่หลุดลุ่ยให้เข้าที่ ทว่าก้อนเนื้ออวบอัดทั้งสองเต้ากลับประจักษ์แก่สายตาผมเต็มๆ"ขอโทษด้วยนะคะคุณอา เมื่อกี้หนูยืนไม่ไหวเลยเผลอไปชนคุณอาเข้า"มีเพียงผมคนเดียวเท่านั้นที่รู้ดีว่า ตอนที่จางเหมิงล้มลงมา หล่อนใช้ฝ่ามือกุมหมับเข้าที่จุดจู้ของผมเพื่อยันตัวลุกขึ้นยืนยัยหนูคนนี้ภายนอกดูใสซื่อบริสุทธิ์ แต่ใครจะคิดว่าลึกลงไปจะแฝงความร่านราคะไว้ขนาดนี้ ลูกไม้หล่นไม่ไกลต้นจริงๆผมแสร้งทำเป็นสั่งสอนหล่อนในฐานะผู้ใหญ่ "เหล้าพวกนี้ถ้าไม่จำเป็นก็อย่าดื่มเลย มันจะทำให้เสียการเสียงานเอาได้นะ""พวกเราเพิ่งเคยเจอกันครั้งแรก ยังไงก็ต้องดื่มแสดงความเคารพคุณอาสักหน่อยค่ะ"จางเหมิงคีบหอยนางรมเข้าปากไปตัวหนึ่ง ทันใดนั้นนัยน์ตาทั้งสองข้างก็เปล่งประกายวาววับ"หอยนางรมนี่อร่อยสุดๆ ไปเลยค่ะ หนูเพิ่งเคยได้กินเป็นครั้งแรกเลย"จางเหล่ยรีบพูดเสริม "ถ้าชอบก็กินเยอะๆ เลย วันนี้สั่งมาให้กินจุกๆ ไปเลย"จางเหมิงคีบกินอีกหลายตัว ไม่นานหอยนางรมก็พร่องไปเกือบครึ่งจานหอยนางรมขึ้นชื่อว่าเป็นยาโด๊ปชั้นยอด หากกินเข้าไปมากๆ จะช่วยกระตุ้นความต้องการทางเพศให้พวยพุ่งจางเหมิงโซ้ยรวดเดี

  • ลูกสาวสุดเอ็กซ์ของเพื่อนเก่า   บทที่ 1

    ผมชื่อเฉินเฉิง เป็นนักธุรกิจพ่อหม้ายหลายปีมานี้ผมหาเงินได้มากมาย แต่กลับขาดผู้หญิงมาเคียงข้าง ชีวิตในแต่ละวันจึงมีแต่ความอ้างว้างโดดเดี่ยวความต้องการในเรื่องพรรค์นั้นพลอยพุ่งสูงขึ้น อัดอั้นเสียจนแทบทนไม่ไหวจนกระทั่งวันหนึ่ง จางเหล่ย เพื่อนร่วมชั้นสมัยมัธยมปลายที่ไม่ได้เจอกันนาน จู่ๆ ก็ติดต่อมา

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status