Teilen

บทที่ 5

last update Veröffentlichungsdatum: 17.09.2026 14:43:12

บทที่ 5

เวลาผ่านไปเกือบสองเดือน

แม้วันแต่งงานระหว่างหลินอวี้เหยากับชินอ๋องจะยังมาไม่ถึง แต่สิ่งที่ทำให้หัวใจของซูเหมยปั่นป่วนจนไม่อาจสงบได้ กลับเป็นความผิดปกติของร่างกายตนเอง ประจำเดือนที่ขาดหายไป อาการเวียนหัวอย่างรุนแรงทุกเช้าค่ำ และความรู้สึกพะอืดพะอมจนแทบทนกลิ่นอาหารไม่ได้ ทำให้นางเริ่มสงสัยถึงสิ่งที่ไม่กล้าแม้แต่จะนึกฝัน

ด้วยความหวาดหวั่น ซูเหมยจึงแบ่งเศษเงิน ลอบออกจากจวนไปพบหมอชราที่ร้านยาเล็กๆ ท้ายตลาด ทันทีที่ปลายนิ้วเหี่ยวย่นทาบลงบนข้อมือ สัมผัสได้ถึงชีพจรที่เต้นระรัวดั่งไข่มุกกลิ้ง คำบอกเล่าของหมอชราก็เหมือนฟ้าผ่าลงกลางใจ...

นางตั้งครรภ์ได้เกือบสองเดือนแล้ว

ซูเหมยเดินใจลอยกลับมาถึงเรือนท้ายจวน มือบางสั่นเทายามทาบลงบนหน้าท้องที่ยังคงแบนราบ

ตลอดสามปีที่ยอมเป็นหญิงอุ่นเตียง นางระวังตัวมาโดยตลอด ต้มยาห้ามครรภ์ดื่มไม่เคยขาดเพื่อไม่ให้สายเลือดต่ำต้อยต้องเกิดมารับความลำบาก

แต่คืนนั้น... คืนบนรถม้าที่เขาดักฉุดและย่ำยีนางอย่างป่าเถื่อน ทั้งกายและใจของนางแหลกสลายจนแทบสิ้นสติ คำพูดตัดขาดที่เขาบอกว่า ‘นี่จะเป็นครั้งสุดท้าย’ ทำให้นางคิดว่าทุกอย่างจบสิ้นลงแล้วจริงๆ จนเผลอละเลยยาถ้วยนั้นไป

สวรรค์ช่างเลือดเย็น... มอบลูกของเขามาในวันที่เขาตัดสัมพันธ์อย่างไร้เยื่อใย

ความตระหนกเปลี่ยนเป็นความหวาดกลัวจับใจ หากฮูหยินใหญ่จับพิรุธได้ หรือหากจ้าวเฟยหลงรู้เข้า... หญิงต่ำต้อยที่ท้องไม่มีพ่ออย่างนาง มีแต่ความตายสถานเดียวที่จะได้รับ และเด็กบริสุทธิ์ในท้องจะไม่มีวันได้ลืมตาดูโลก

นางรอช้าไม่ได้อีกแล้ว

“ฮึก...”

ซูเหมยทรุดตัวลงคุกเข่าข้างเตียง ซบหน้าลงกับตักของมารดาแล้วเล่าความจริงทั้งหมดให้ฟังทั้งน้ำตา อี๋เหนียงเบิกตากว้างด้วยความตกใจ น้ำตาไหลพรากด้วยความสงสาร นางดึงลูกสาวเข้ามากอดแนบอกแน่น ร่างกายของคนเป็นแม่ในตอนนี้ แม้ยังไม่หายดี แต่เพราะได้ยาบำรุงราคาแพงจากเงินที่ซูเหมยซื้อมาให้ตลอดสองเดือน ก็ทำให้พอมีเรี่ยวแรงลุกเดินได้บ้างแล้ว

“เราจะหนีกันลูก...” ผู้เป็นแม่กระซิบเสียงสั่น แววตากลับเด็ดเดี่ยวอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

“แม่จะไม่ยอมให้ใครในจวนนี้ มาแตะต้องลูกของเจ้าเด็ดขาด!”

“คุณหนู!” ชิงชิงทรุดตัวลงคุกเข่าข้างๆ กุมมือของซูเหมยไว้แน่น “ข้าจะไปด้วย ไม่ว่าจะลำบากแค่ไหน ข้าก็ไม่มีวันทิ้งคุณหนูกับนายหญิงเจ้าค่ะ!”

แรงใจจากคนทั้งสองทำให้ความกลัวในอกจางหายไป ความอ่อนแอถูกแทนที่ด้วยสัญชาตญาณที่จะต้องปกป้องลูกในท้อง

นางนำเงินทองที่เหลืออยู่ทั้งหมดออกมาแบ่งอย่างรวดเร็ว สั่งให้ชิงชิงแอบออกไปติดต่อหารถม้าที่ไว้ใจได้ให้มารอรับในคืนนี้ พร้อมทั้งจัดเตรียมเสบียงและของใช้จำเป็น

เมื่อตกดึก ความมืดมิดเข้าปกคลุมทั่วบริเวณ ซูเหมยจุดตะเกียงน้ำมันสลัว หยิบพู่กันขึ้นมาเขียนจดหมายทิ้งไว้บนโต๊ะ

ลูกอกตัญญูไม่อาจอยู่ปรนนิบัติ ข้าน้อยซูเหมยและมารดาขอตัดขาดจากตระกูลหลินนับแต่นี้ ขอท่านพ่อและฮูหยินใหญ่โปรดอย่าได้เสียเวลาออกตามหา’

นางวางพู่กันลง มองแผ่นกระดาษด้วยแววตานิ่งสนิท นางไม่สนใจว่าวันพรุ่งนี้ใครจะโกรธแค้นหรือตามแช่งด่า ขอเพียงพามารดาและลูกน้อยหนีไปให้พ้นจากกรงขังแห่งนี้ได้ก็พอ

“รถม้ามารอแล้วเจ้าค่ะคุณหนู” ชิงชิงกระซิบเตือนเสียงเบา

ซูเหมยและสาวใช้ช่วยกันประคองมารดา พากันลัดเลาะผ่านความมืดไปตามแนวกำแพงรั้วที่คุ้นเคย จนกระทั่งแทรกตัวผ่านรอยแยกกำแพงผุพังท้ายจวนออกมาสู่ตรอกเปลี่ยวภายนอกได้สำเร็จ

เมื่อก้าวขึ้นไปบนรถม้า คนขับก็สะบัดแส้ รถม้าเริ่มเคลื่อนตัวออกจากตรอกอย่างรวดเร็ว มุ่งหน้าออกจากประตูกำแพงเมืองก่อนฟ้าสาง

ซูเหมยมองเงาจวนตระกูลหลินที่ค่อยๆ เลือนหายไปในความมืด มือบางยกขึ้นลูบหน้าท้องเบาๆ

ความหลัง ความเจ็บปวด และผู้ชายใจร้ายคนนั้น... ถูกทิ้งไว้เบื้องหลังอย่างแท้จริงแล้ว

Lies dieses Buch weiterhin kostenlos
Code scannen, um die App herunterzuladen

Aktuellstes Kapitel

  • ลูกอนุเช่นข้า ขอตัดใจ   บทที่ 15

    บทที่ 15เมื่อก้าวพ้นธรณีประตูเข้ามาในเรือนใหญ่ ซูเหมยยังคงกอดกระชับร่างกลมป้อมของเป่าอันที่ร้องไห้จนผล็อยหลับคาอกไว้แน่น ชิงชิงที่เดินก้มหน้าตามหลังมาติดๆ มีสีหน้าหวาดกลัวไม่แพ้กันจ้าวเฟยหลงมองเด็กชายที่หลับสนิทด้วยความเหนื่อยล้า ก่อนจะหันไปสั่งสาวใช้ด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด“พานายน้อยไปนอนพักที่ห้องปีกซ้าย แล้วออกไปให้หมด ห้ามใครเข้ามารบกวนจนกว่าข้าจะสั่ง”“อย่านะ...” ซูเหมยกอดลูกแน่นขึ้นทันทีด้วยความหวาดระแวง“เขาเหนื่อยมาทั้งวันแล้ว ให้ลูกไปนอนพักบนเตียงดีๆ เสีย” น้ำเสียงทุ้มต่ำกดลึกเชิงบังคับเมื่อก้มมองใบหน้าจิ้มลิ้มที่เปรอะเปื้อนไปด้วยคราบน้ำตา ซูเหมยจำต้องข่มความกังวล ส่งเป่าอันให้ชิงชิงช่วยอุ้มออกไปอย่างระวังทันทีที่ประตูห้องปิดลง ความเงียบอันน่าอึดอัดก็เข้าปกคลุม ซูเหมยยืนประจันหน้ากับเขาตามลำพัง“ท่านโกหกคนทั้งจวนทำไม” นางเค้นเสียงถาม แววตาสั่นไหวเมื่อนึกถึงคำประกาศที่หน้าจวนจ้าวเฟยหลงหันกลับมาสบตานางช้าๆ “ทำไม คิดว่าข้าโกหกเรื่องอะไร”“หึ...” ซูเหมยแค่นยิ้มทั้งน้ำตา “ท่านคงไม่ได้คิดจะบอกหรอกนะ ว่าท่านหลงรักสตรีต่ำต้อยอย่างข้าเข้าจริงๆ”แววตาคมกริบของเขามองสบนิ่งงัน ก่อนจะยก

  • ลูกอนุเช่นข้า ขอตัดใจ   บทที่ 14

    บทที่ 14หยดเลือดสองหยดในชามกระเบื้องค่อยๆ เคลื่อนเข้าหากัน ก่อนจะหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียว สีแดงสดกระจายตัวทั่วผิวน้ำใส เป็นหลักฐานชัดเจนที่ไม่มีผู้ใดโต้แย้งได้อีกต่อไป“ไม่จริง... เป็นไปไม่ได้!” หลินอวี้เหยากรีดร้องเสียงหลง ใบหน้างดงามบิดเบี้ยวด้วยความโกรธแค้น นางชี้นิ้วใส่จ้าวเฟยหลงอย่างลืมตัว“ท่านหลอกข้า! ท่านเหยียบย่ำข้าและทำให้ตระกูลหลินกลายเป็นตัวตลก!”“หลอกลวงงั้นหรือ?” จ้าวเฟยหลงแค่นหัวเราะในลำคอ แววตาคมกริบเย็นเยียบดั่งน้ำแข็ง“การหมั้นหมายระหว่างข้ากับเจ้าเป็นเพียงหมากทางการเมืองที่ไร้ค่า แต่กับซูเหมย... นางคือสตรีเพียงผู้เดียวที่ข้ารักและโปรดปรานมาโดยตลอด”คำโกหกหน้าตายที่หลุดออกมาทำเอาซูเหมยตกตะลึงจนตาค้าง... รักและโปรดปรานงั้นหรือ? สตรีที่ถูกเรียกไปปรนนิบัติบนเตียงยามค่ำคืน แล้วถูกเขี่ยทิ้งให้กลับเรือนซอมซ่อก่อนรุ่งสางอย่างนางน่ะหรือคือคนที่เขารัก!“แม้จะขัดต่อธรรมเนียมที่ข้ารับนางไว้ข้างกายก่อนแต่งงาน” เขาเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงราบเรียบไม่สะทกสะท้าน“แต่เราอยู่ด้วยกันมาตั้งสามปี การที่นางจะตั้งครรภ์สายเลือดของข้า มันน่าแปลกตรงไหน”“หากเป็นเช่นนั้น แล้วเหตุใดจู่ๆ ท่านอ๋องถึงไม่

  • ลูกอนุเช่นข้า ขอตัดใจ   บทที่ 13

    บทที่ 13สายตาของไท่เฟยมองซูเหมยตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยความชิงชัง แต่เมื่อก้มลงเห็นใบหน้าของเด็กชายในอ้อมกอด ร่างของหญิงสูงศักดิ์พลันแข็งทื่อ ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงขณะเดียวกัน หลินอวี้เหยาที่เดินเชิดหน้าเข้ามาเตรียมจะหาเรื่อง ก็ต้องชะงักกึก รอยยิ้มเยาะแข็งค้างบนใบหน้าทันทีที่เห็นชัดว่าคนที่ก้าวลงมาจากรถม้าคือใคร“ซูเหมย!” หลินอวี้เหยาแผดเสียงแหลม ลืมกิริยาคุณหนูผู้สูงศักดิ์ไปจนหมด “นังลูกอนุชั้นต่ำ! เจ้า... หายหัวไปตั้งสี่ปี ยังกล้าเสนอหน้ากลับมาที่นี่อีกหรือ!”“ใครสั่งให้คนนอกอย่างเจ้ามาส่งเสียงเห่าหอนหน้าจวนของข้า”น้ำเสียงเยือกเย็นของจ้าวเฟยหลงดังขัดขึ้น ทำเอาหลินอวี้เหยาสะดุ้งสุดตัว สีหน้าซีดเผือดลงทันตา“ทะ... ท่านอ๋อง หม่อมฉันไม่ใช่คนนอก หม่อมฉันเป็น...”“ข้ากับเจ้าไม่ได้แต่งงานกัน หลินอวี้เหยา เจียมตัวไว้บ้างว่าเจ้าไม่มีฐานะใดในจวนนี้!”คำพูดเชือดเฉือนนั้นไม่ได้ตอกหน้าแค่หลินอวี้เหยาคนเดียว แต่มันทำให้ซูเหมยตกใจจนดวงตาเบิกกว้าง หัวใจเต้นผิดจังหวะ... สี่ปีที่ผ่านมา เขาไม่ได้แต่งงานกับหลินอวี้เหยาหรอกหรือ!“ฟะ... เฟยหลง” ไท่เฟยที่เพิ่งได้สติรีบก้าวเข้ามา สองมือสั่นเทาด้วยคว

  • ลูกอนุเช่นข้า ขอตัดใจ   บทที่ 12

    บทที่ 12เสื้อผ้าถูกกระชากจนหลุดลุ่ยร่วงลงไปกองกับพื้นความเจ็บแล่นวาบขึ้นมาเมื่อร่างกายที่ห่างหายเรื่องเช่นนี้ไปถึงสี่ปีถูกรุกล้ำอย่างดุดัน ซูเหมยนิ่วหน้า กัดริมฝีปากแน่นจนห้อเลือดเพื่อกลั้นเสียงร้อง แต่จ้าวเฟยหลงกลับไม่ยอมปล่อยให้นางเงียบเสียง“ข้าบอกให้ส่งเสียงออกมา... ซูเหมย”เขาขยับกายหนักหน่วงและดุดัน ใบหน้าคมคายก้มลงขบเม้มยอดอกจนขึ้นรอยแดง ปลุกเร้าความร้อนผ่าวจนสติของนางแตกกระเจิง เสียงหอบหายใจและเสียงสะอื้นดังก้องไปทั่วห้องตลอดคืน ร่างกายไม่รักดีเผลอตอบรับสัมผัสอย่างไม่อาจต้านทาน แม้ในใจจะชิงชังความอับอายนี้เพียงใด แต่นางกลับถูกเขารังแกซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนกระทั่งหมดสติไปแสงแดดยามเช้าสาดส่องผ่านบานหน้าต่าง ซูเหมยลืมตาตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกปวดร้าวไปทั้งตัวพอยันกายลุกขึ้น นางก็เห็นจ้าวเฟยหลงสวมใส่เสื้อผ้าหรูหราเรียบร้อยแล้ว เขายืนไพล่หลังมองนางจากปลายเตียง ท่าทางสง่างามไร้ที่ติ ช่างตัดกับสภาพยับเยินของนางอย่างสิ้นเชิง“ใส่เสื้อผ้าเสีย ขบวนรถม้าจะออกเดินทางแล้ว” น้ำเสียงของเขาราบเรียบและเย็นชา“เป่าอันร้องหาเจ้าตั้งแต่เช้าตรู่ หากชักช้า... ข้าจะให้ทหารพาเขาเดินทางล่วงหน้าไปก่อน”“

  • ลูกอนุเช่นข้า ขอตัดใจ   บทที่ 11

    บทที่ 11ขบวนรถม้าเร่งเดินทางตลอดทั้งวันจนกระทั่งค่ำ จึงแวะพักค้างคืนที่โรงเตี๊ยมขนาดใหญ่ในเมืองทางผ่านภายในห้องพัก เป่าอันร้องไห้ด้วยความตกใจกลัวจนเหนื่อยอ่อนและหลับไปในที่สุด ชิงชิงที่ถูกคุมตัวตามมาด้วย กำลังใช้ผ้าชุบน้ำอุ่นคอยเช็ดคราบน้ำตาบนใบหน้าของเด็กน้อยเบาๆ“คุณหนู... พวกเราจะทำอย่างไรกันดีเจ้าคะ ท่านอ๋องดูน่ากลัวเหลือเกิน” ชิงชิงกระซิบถามเสียงสั่น พลางมองซูเหมยที่นั่งกอดเข่าหน้าซีดอยู่ข้างเตียง“ข้าไม่รู้...” ซูเหมยตอบเสียงแผ่ว สองมือกำแน่นจนเล็บจิกเข้าเนื้อ “แต่ตราบใดที่ข้ายังมีลมหายใจ ข้าจะไม่ยอมให้เขาพรากเป่าอันไปเด็ดขาด”ปัง!บานประตูห้องถูกผลักเปิดออกอย่างแรงจนชนผนัง!ร่างสูงใหญ่ของจ้าวเฟยหลงก้าวเข้ามา ท่าทางคุกคามทำให้บรรยากาศในห้องตึงเครียดจนน่ากลัว ชิงชิงสะดุ้งสุดตัว รีบถอยกรูดไปยืนตัวสั่นอยู่ที่มุมห้องสายตาคมกริบมองร่างเล็กที่หลับสนิทเพียงครู่เดียว ก่อนจะหันกลับมาจ้องซูเหมยอย่างดุดัน“ดูแลนายน้อยของเจ้าให้ดี อย่าให้คลาดสายตา” เขาสั่งสาวใช้ด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด “หากลูกของข้าต้องตื่นมาร้องไห้เพราะความประมาทของเจ้า... หัวของเจ้าได้หลุดจากบ่าแน่”สิ้นคำสั่ง เขาก็ก้าวประ

  • ลูกอนุเช่นข้า ขอตัดใจ   บทที่ 10

    บทที่ 10ภายในห้องรับรองเงียบสนิท สายตาคมดุของจ้าวเฟยหลงจับจ้องใบหน้าของเด็กชายวัยสามขวบไม่วางตาร่างสูงก้าวเข้ามาใกล้ แรงกดดันอันเยือกเย็นทำให้ซูเหมยต้องรีบดึงตัวเป่าอันเข้ามากอดแนบอก ร่างกายสั่นเทาพลางถอยร่นจนแผ่นหลังชนผนังห้องอย่างไร้ทางหนี“เด็กคนนี้... เป็นลูกของเจ้าอย่างนั้นหรือ” น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยถามช้าๆ สายตาคมกริบจับจ้องทุกความเคลื่อนไหวบนใบหน้านาง“ชะ... ใช่!” ซูเหมยตอบเสียงสั่น หลบสายตาอันตรายคู่นั้นอย่างลนลาน “เขาเป็นลูกของข้า... ของข้าคนเดียว!”ท่าทีตื่นตระหนกและพิรุธที่ปิดไม่มิดทำให้ริมฝีปากของเขากระตุกยิ้มเยาะ“ลูกของเจ้าคนเดียวงั้นหรือ...” เขาก้าวประชิดตัวนาง โน้มตัวลงมากระซิบเสียงเย็น“ช่างน่าขันนัก ที่ใบหน้าลูกของหญิงรับจ้างคัดตำราเช่นเจ้า กลับถอดแบบเชื้อพระวงศ์ชั้นสูงมาไม่มีผิดเพี้ยน”“ท่านอ๋องพูดเรื่องอะไร หม่อมฉันไม่เข้าใจ!”“ในเมื่อเจ้ายืนกรานปฏิเสธ ข้าก็จะให้ความเป็นธรรม” จ้าวเฟยหลงยืดตัวขึ้น เอ่ยสั่งการด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด“ทหาร! ไปตามหมอและเตรียมชามน้ำสะอาดมา ข้าจะหยดเลือดพิสูจน์สายเลือดให้เห็นกันชัดๆ ว่าเด็กคนนี้เป็นลูกชาวบ้าน... หรือเป็นสายเลือดตระกูลจ้าวที

Weitere Kapitel
Entdecke und lies gute Romane kostenlos
Kostenloser Zugriff auf zahlreiche Romane in der GoodNovel-App. Lade deine Lieblingsbücher herunter und lies jederzeit und überall.
Bücher in der App kostenlos lesen
CODE SCANNEN, UM IN DER APP ZU LESEN
DMCA.com Protection Status