بيت / รักโบราณ / วาสนานาง / เขาพานางเข้าป่า 2

مشاركة

เขาพานางเข้าป่า 2

last update تاريخ النشر: 2026-10-28 15:26:30

เช้าวันต่อมา หม่าเจี่ยซินตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกสดชื่นมากกว่าเมื่อวาน หลังจากได้หลับอย่างเต็มอิ่มตลอดทั้งคืน อาการป่วยของนางก็เหมือนจะดีขึ้นเรื่อยๆ ร่างกายบริเวณที่ถูกตีจนบวมช้ำก็เริ่มปวดระบมน้อยลง 

“ต้องไปอีกไกลหรือไม่ เมื่อไหร่เราจะไปถึงบ้านของท่านรึ”

ถูกเหอชางแบกขึ้นหลังอีกครั้ง หม่าเจี่ยซินก็เอ่ยปากถามเขา 

“พรุ่งนี้ยามบ่ายก็น่าจะถึงแล้ว”

พรุ่งนี้ยามบ่าย?

“กะ ไกลขนาดนั้นเลยรึ”

นางแทบจินตนาการไม่ออกว่าบ้านของเหอชางนั้นจะต้องอยู่ไกลมากแค่ไหน ถึงต้องเดินทางข้ามวันข้ามคืนถึงสามวันสองคืนเช่นนี้ แล้วหม่าเจี่ยซินก็อดคิดไม่ได้ว่าเขาจำเป็นต้องพานางเดินทางผ่านป่าเช่นนี้ด้วยรึ บ้านของเขาไม่มีเส้นทางเส้นอื่นที่สามารถเดินทางไปถึงได้แล้วรึ

“ใช่ เจ้าต้องอดทนหน่อย”

“ข้าไม่เป็นไร เพียงแต่ท่านแบกข้าทั้งวันเช่นนี้ไม่เหนื่อยรึ”

หม่าเจี่ยซินถามด้วยความสงสัยและกังวลใจ นางแทบไม่กล้าเชื่อว่าคุณชายเหอสหายของพี่ชายนางผู้นี้จะมีพละกำลังสามารถแบกนางได้มากมายและยาวนานถึงเพียงนี้

“ตัวเจ้าเบามาก อย่าได้กังวล” 

เบารึ? 

ใช่สิ ย่อมต้องเบาอยู่แล้ว 

ตั้งแต่เจ้าของร่างเดิมไปอาศัยอยู่บ้านของท่านลุงหมิงต้าอู่ นางก็แทบไม่ได้กินอาหารดีๆ เลยสักครั้ง บางวันกู้ซื่อไม่ให้เจ้าของร่างเดิมกินข้าวเลยด้วยซ้ำ แม้ว่านางจะถูกใช้ทำงานมาตลอดทั้งวันก็ตาม เมื่อเป็นเช่นนี้ร่างกายของหม่าเจี่ยซินจะสามารถเอาสิ่งใดมาหนักได้อีกเล่า

“บ้าน บ้านของท่านอยู่ที่ไหนรึ ในบ้านมีคนเยอะหรือไม่”

หลังอยู่กับเหอชางที่พูดน้อยมาหนึ่งวันหนึ่งคืน หม่าเจี่ยซินก็พบว่าแม้เขามักจะมีสีหน้าเดียวและแทบไม่พูด แต่คนผู้นี้ไม่ได้รำคาญนาง นางจึงเริ่มกล้าชวนเขาพูดคุย 

“อยู่ในหุบเขาแห่งหนึ่ง ในบ้านมีกันทั้งหมดแปดคน”

คำตอบของเหอชางทำให้คิ้วเรียวบางของนางขมวดเข้าหากันเล็กน้อยด้วยความไม่เข้าใจ แต่เมื่อเขาไม่อธิบายมากไปกว่านี้ หม่าเจี่ยซินก็ไม่ได้เอ่ยถามเรื่องนี้ต่อ 

“แล้วในหมู่บ้านของท่านมีบ้านกี่หลัง”

“สอง” 

“หือ นั่นเรียกว่าหมู่บ้านได้ด้วยรึ” 

นางรู้สึกประหลาดใจอีกครั้ง เพราะไม่คิดว่าบ้านของเหอชางที่เขากำลังจะพานางไป ที่นั่นจะมีบ้านอยู่เพียงสองหลัง แล้วในเวลาต่อมาหม่าเจี่ยซินก็นึกขึ้นมาได้ว่าบางทีบ้านของเหอชางอาจจะเหมือนกับพวกเศรษฐีในยุคสองพันยี่สิบเอ็ดที่ชอบสร้างเอาไว้ในบนพื้นที่กว้างอย่างโดดเดี่ยว รอบๆ จึงมีบ้านของพวกเขาเพียงหลังเดียว 

หรืออย่างเศรษฐีที่ดินในยุคนี้ที่เจ้าของร่างเคยพบเห็นอยู่หลายครั้ง บางครอบครัวก็สร้างบ้านอยู่กลางที่ดินหลายร้อยหมู่ของครอบครัวตนเองเช่นกัน

“ไม่อาจเรียกได้จริงๆ แต่ที่นั่นมีบ้านเพียงสองหลังของครอบครัวข้าเท่านั้น”

ได้ยินเช่นนี้หม่าเจี่ยซินก็คิดจินตนาการไปเองว่าบ้านของเหอชางเป็นเศรษฐีที่ดินหลายร้อยหมู่ขึ้นมาจริงๆ แล้วหม่าเจี่ยซินเริ่มคิดว่าเมื่อไปถึงบ้านของเหอชางแล้ว นางจะทำเช่นไรต่อไป 

ก่อนหน้านี้นางยังไม่มีเวลามาคิดถึงชีวิตในชาติภพนี้อย่างเป็นจริงเป็นจังนัก หม่าเจี่ยซินจึงยังไม่เคยคิดวางแผนเรื่องในอนาคตหลังจากนี้ของตนเองมาก่อน ยามนี้เมื่อนึกขึ้นมาได้นางจึงเงียบไปอย่างไม่รู้ตัว

จู่ๆ ก็หลุดมาอยู่ในร่างของผู้อื่น กลายมาเป็นคนอีกคนแบบที่ไม่เคยคิดมาก่อน เป็นผู้ใดก็ย่อมตื่นตระหนกและไม่อาจปรับตัวยอมรับกับเรื่องราวเหลือเชื่อเช่นนี้ได้ในทันทีทันใด นางก็ด้วยเช่นกัน ดังนั้นเรื่องราวหลังจากนี้จึงทำได้เพียงค่อยๆ คิด ค่อยๆ แก้ไขและใช้ชีวิตไปทีละอย่างเท่านั้น

เมื่อคิดทบทวนจนความคิดกระจ่างแล้วหม่าเจี่ยซินจึงตัดสินใจว่าเวลานี้นางจำต้องพักรักษาตัวให้หายป่วยเสียก่อน หลังจากนั้นค่อยคิดหาหนทางว่านางควรจะทำอย่างไรต่อไป 

เพราะถึงอย่างไรนางก็ไม่อาจกลับไปขออาศัยอยู่กับครอบครัวของลุงหมิงต้าอู่ได้แล้วและนางก็ไม่อยากกลับไป แต่จะให้ออกไปใช้ชีวิตเพียงลำพัง ในโลกที่นางแทบไม่รู้จักใบนี้ หม่าเจี่ยซินไม่มีความมั่นใจว่านางจะสามารถเอาชีวิตรอดได้หรือไม่เช่นกัน

สภาพสังคมทุกอย่างในโลกใบนี้แตกต่างจากโลกที่นางเคยรู้จักอย่างที่ไม่อาจจินตนาการได้ คนที่มีแต่ความพยายามแต่ไม่สามารถพูดได้เต็มปากว่าฉลาดอย่างนาง จึงแทบจะหมดความมั่นใจต่อชีวิตในชาตินี้

ชาติก่อนในยุคสองพันยี่สิบเอ็ด หม่าเจี่ยซินเป็นลูกคนที่สามของครอบครัวใหญ่ เนื่องจากมีพี่น้องมากถึงห้าคน ลูกคนกลางอย่างนางจึงไม่ได้รับความสนใจมากนัก แต่นั่นกลับผลักดันให้หม่าเจี่ยซินพยายามอย่างหนักเพื่อชีวิตของตัวเอง

ตอนมัธยมแม้ว่าหม่าเจี่ยซินจะเรียนวิชาวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์เก่งในระดับดีเยี่ยม แต่ตอนที่เข้าเรียนมหาวิทยาลัย หม่าเจี่ยซินกลับเลือกเรียนทำอาหารโดยไม่สนใจเสียงของคนในครอบครัว ด้วยเหตุนี้พ่อของหม่าเจี่ยซิน

จึงไม่พอใจนางเป็นอย่างมาก 

เมื่อเข้ามหาวิทยาลัยหม่าเจี่ยซินก็ย้ายออกจากบ้านที่วุ่นวายมาอยู่หอพักเพียงลำพัง หลังจากนั้นนางก็ไม่เคยมีความคิดที่จะย้ายกลับไปอยู่กับครอบครัวอีก หม่าเจี่ยซินจึงค่อนข้างคุ้นชินกับการใช้ชีวิตอย่างโดดเดี่ยวมาตลอด 

แต่นั่นคือในโลกที่มีกฎหมายและตำรวจ สภาพสังคมเปิดกว้าง การใช้ชีวิตเต็มไปด้วยอิสระและสังคมรอบด้านค่อนข้างปลอดภัย แต่ในโลกใบนี้กลับไม่ใช่โลกใบเดิมที่เธอคุ้นเคย หม่าเจี่ยซินไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองทะลุมิติมาอยู่ในยุคไหนหรือโลกแบบใด ที่หม่าเจี่ยซินรู้มีเพียงเรื่องเล็กน้อยที่ได้มาจากความทรงจำของเจ้าของร่างเดิมเท่านั้น

ตอนนี้นางจึงไม่มีความมั่นใจใดๆ ว่าจะสามารถใช้ชีวิตเพียงลำพัง อยู่ในโลกใบนี้ได้อย่างปลอดภัย เรื่องนี้จึงจำต้องค่อยๆ คิด ค่อยๆ วางแผนกันต่อไปทีละขั้น ไม่อาจตัดสินใจปุบปับด้วยความใจร้อนได้

เหอชางยังคงแบกร่างที่เบาหวิวของหม่าเจี่ยซินเดินทางไปตามป่าเขา ซึ่งในบางครั้งก็ปรากฏเส้นทางเดินขึ้นมาให้เดิน แต่ในบางครั้งก็ไม่มีเส้นทางใดๆ ต้องย่ำไปตามป่ารกทึบ จนกระทั่งตกค่ำเขาก็พานางไปพักอยู่ในถ้ำอีกแห่งหนึ่งซึ่งมีขนาดใหญ่กว่าเมื่อวาน 

แล้วก็เป็นอีกหนึ่งวันที่เหน็ดเหนื่อยจากการเดินทางและอ่อนเพลียจากอาการป่วยจนแทบทนลืมตาต่อไม่ไหว เมื่อทานอาหารและยาเสร็จ หม่าเจี่ยซินจึงทิ้งตัวลงนอนบนที่นอนที่เหอชางจัดเตรียมให้อย่างรวดเร็ว 

เหอชางยังคงทำหน้าที่เฝ้ายาม โดยอาศัยนั่งหลับตาเป็นการพักผ่อน กระทั่งตกดึกเมื่อกองไฟไม่สามารถขับไล่อากาศที่หนาวเย็นได้เพียงพอ เขาจึงขยับไปนอนข้างกายของหม่าเจี่ยซินแล้วดึงนางมาอิงไออุ่นจากร่างกายของตนแทน

เช้าวันถัดมา เมื่อหม่าเจี่ยซินตื่นขึ้นมา นางก็พบว่าเหอชางกำลังทำอาหารอยู่ นางจึงลุกขึ้นมานั่งเงียบๆ เมื่อลองขยับขาและแขนดูนางก็พบว่าอาการปวดตามร่างกายเริ่มดีมากขึ้นแล้ว หม่าเจี่ยซินจึงคาดว่าหลังจากนี้อีกไม่นาน นางก็น่าจะสามารถเดินเหินได้ตามปกติอีกครั้ง

กินอาหารและทานยาเสร็จ เหอชางก็แบกนางขึ้นหลังเช่นเดิม หม่าเจี่ยซินก็เริ่มไม่ค่อยเคอะเขินกับความใกล้ชิดเช่นนี้แล้ว

“คุณชายเหอ ข้าขอถามท่านเรื่องหนึ่งได้หรือไม่”

“อืม” 

เหอชางรู้สึกแปลกใจเล็กน้อยที่หม่าเจี่ยซินเอ่ยถามเขาเช่นนี้ ต่างจากเมื่อวานและวันก่อนที่นางนึกอยากจะถามก็ถามขึ้นมาทันที 

“คือ ท่านพาข้ากลับไปเช่นนี้ คนที่บ้านของท่านจะไม่ว่าอะไรรึ” 

แม้นางจะเป็นน้องสาวของสหายเขา แต่เขาก็ไม่ควรพานางกลับบ้านไปด้วยเช่นนี้

“เจ้าหมายถึงอะไร”

“ก็.. ข้าเป็นสตรีผู้หนึ่ง ท่านพาข้ากลับไปด้วยเช่นนี้ ท่านจะบอกคนในครอบครัวของท่านอย่างไร” 

หม่าเจี่ยซินเหลือบมองใบหน้าด้านข้างของเหอชางด้วยความระมัดระวังและหัวใจอดเต้นขึ้นมาไม่ได้ แล้วหม่าเจี่ยซินก็นึกไปถึงเรื่องราวความลับบางอย่างที่เจ้าของร่างเดิมเก็บซ่อนเอาไว้ ความลับที่นางแอบชื่นชอบสหายผู้นี้ของหม่าเฉิงหนิงมาตลอด

استمر في قراءة هذا الكتاب مجانا
امسح الكود لتنزيل التطبيق

أحدث فصل

  • วาสนานาง    เหออัน 2

    “พี่รองท่านกลับมาแล้วรึ”เสียงตะโกนของเหอตงดังกังวานไปทั่วทั้งหุบเขา เล่นเอานกบางตัวถึงกับตกใจจนกระพือปีกบินหนี หม่าเจี่ยซินก็ถูกเขาทำให้ตกใจด้วยเช่นกัน ความคิดของนางจึงหยุดชะงักแล้วใบหน้าหมดจดที่เริ่มมีเนื้อหนังขึ้นมาเล็กน้อยก็เงยขึ้นไปมองทางโน้นเพียงแต่นางอยู่ต่ำเกินไป สายตาจึงถูกต้นข้าวในนาบังเอาไว้ ด้วยเหตุนี้จึงต้องลุกขึ้นยืนถึงจะมองเห็นคนที่เหอตงทักทายพี่รอง?เป็นเหออันสินะบุรุษที่ออกเงินซื้อตัวนางผู้นั้นบนทางสายเล็กที่ทอดยาวมาจากปากถ้ำอีกฝั่ง บุรุษในอาภรณ์สีน้ำเงินจางๆ ผู้หนึ่งเดินจูงม้าตัวใหญ่ที่บรรทุกสำภาระกองหนึ่งกลับมาด้วย ร่างของเขาสูงสะโอดสะอง ใบหน้าที่ยังเห็นไม่แจ่มชัดสะท้อนรัศมีความโดดเด่นออกมาไม่ต่างจากพี่น้องคนอื่นๆ ของเขาจ้องมองเหออันอยู่เพียงไม่นาน หม่าเจี

  • วาสนานาง    เหออัน 1

    “เป็นภรรยาของข้าเถอะ ข้าสัญญาว่าชาติจะไม่มีทางทำผิดต่อเจ้า จะดีกับเจ้าให้มากๆ ได้หรือไม่”“...”เหตุผลเสี้ยวสุดท้ายของนางพลันขาดลงด้วยคำพูดประโยคนี้ หม่าเจี่ยซินที่ถูกอารมณ์ครอบครองพื้นที่ทั้งหมดจึงยื่นหน้าไปจุมพิตคนตรงหน้าครั้งหนึ่งอย่างขาดสติ จากนั้นนางก็ไม่รู้แล้วว่าตนเองถูกเหอชางจุมพิตอยู่นานมากแค่ไหน เพราะโลกของนางถูกสัมผัสของเขาทำให้ขาวโพลนและหยุดชะงักไปอย่างเนิ่นนานตอบรับจุมพิตอันร้อนผ่าวของเหอชางอยู่พักใหญ่ หม่าเจี่ยซินที่ถูกเขาดูดลิ้นตวัดรัดเกี่ยวพัวพันไปมาก็เริ่มหายใจไม่ทัน นางจึงตบไหล่เขาไปหลายครั้งเพื่อขอร้องให้ปล่อยตนก่อนยามที่เหอชางถอนริมฝีปากออก นางจึงหอบหายใจแรงด้วยความเหนื่อยล้า ริมฝีปากอวบอิ่มบวมเจ่อและแดงก่ำราวกับสีของผิงกั่วเหอชางคลึงริมฝีปากของนางยิ้มๆ ใบหน้าเต็มไปด้วยความพึงพอใจ สายตาอ่อนโยนที่เต็มไปด้วยอารมณ์หวานซึ้งของเขาจับจ้องนางนิ่ง ก่อ

  • วาสนานาง    พวกเขาและนาง 3

    หม่าเจี่ยซินอาบน้ำสวมเสื้อผ้าเสร็จ เหอชางก็เข้ามายกน้ำที่นางใช้แล้วออกไปเททิ้ง จากนั้นเขาถึงได้กลับเข้าห้องมาอีกครั้งตอนที่เขาเข้ามานางกำลังนั่งเช็ดผมยาวที่เปียกของตนเองอยู่บนเตียง เมื่อเห็นเขาถือหนังสือมาด้วยจึงถามขึ้นมาว่า“ท่านจะอ่านหนังสือรึ”สองคืนมานี้เหอชางมักจะอ่านหนังสือจนดึกดื่นถึงได้เข้านอน นางจึงเอ่ยถามเขาว่าจะทำเช่นเดิมอีกหรือไม่“อืม อ่านไม่กี่หน้าก็นอนแล้ว ไม่นานหรอก”ตั้งแต่อายุสิบสองเหอชางก็มักจะอ่านหนังสือจนดึกดื่นถึงได้เข้านอนจนเป็นนิสัย มีเพียงหลายคืนมานี้ที่ไม่ได้ทำเช่นนั้น สองคืนมานี้เขาจึงอยากจะอ่านหนังเสียหน่อยแล้วค่อยเข้านอน มิเช่นนั้นเขามักจะรู้สึกว่าขาดอะไรไปนี่มิใช่เพราะกังวลเรื่องสอบถงเซิงในอีกครึ่งปีหลังจากนี้ แต่มันคือความเคยชินของเหอชาง เขาจึงต้องการเปิดหนังสือสักสามหน้าแล้วค่อ

  • วาสนานาง    พวกเขาและนาง 2

    “เหอ เหอหยวน”ไม่เสียเวลาคิดนาน หม่าเจี๋ยซินก็เอ่ยเรียกชื่อของบุรุษตัวโตที่ยังคงทำนาอย่างขยันขันแข็งแม้เวลานี้ใกล้จะค่ำแล้ว“เรียกข้ารึ”เหอหยวนเงยหน้ากลับขึ้นมาถามนางคล้ายไม่แน่ใจ“ใช่”“มีอะไร”“ท่าน.. ช่วยจับปลาในน้ำให้ข้าสักตัวได้หรือไม่”หม่าเจี่ยซินไม่แน่ใจนักว่าเหอหยวนจะทำตามคำขอของนางหรือเปล่า แต่เพราะหลิวซื่อเคยบอกกับนางว่าบุตรชายของนางล้วนมิใช่คนเลวร้าย หม่าเจี่ยซินจึงลองขอเขาดู“ปลา... เจ้าอยากกินปลารึ”“อื้ม”“น้ำที่นี่ค่อนข้างตื้น ปลาพวกนี้ล้วนเหม็นโคลน รสชาติไม่ได้อร่อยเหมือนกับปลาที่ขายในเมือง เจ้ายังต้องการอยู่อีกหรือไม่”

  • วาสนานาง    พวกเขาและนาง 1

    ณ หุบเขาอันห่างไกลแห่งนี้ เวลาในแต่ละวันราวกับถูกหมุนไปข้างหน้าช้าลง ชีวิตอันราบเรียบที่ไม่ต้องเร่งรีบเพื่อแข่งขันเอาชีวิตรอด ทำให้หม่าเจี่ยซินได้มีเวลาพินิจพิจารณาช่วงชีวิตที่ผ่านมาของตนเองและเจ้าของร่างเดิมอย่างถี่ถ้วน จนกระทั่งผ่านไปหลายวัน ร่างกายที่บอบช้ำของนางก็ค่อยๆ ดีขึ้นเรื่อยๆทุกเช้าหลังเหอชางลุกจากที่นอน หม่าเจี่ยซินก็มักจะลืมตาตื่นตามเขา แต่นางยังคงนอนบิดขี้เกียจอยู่บนเตียงต่ออีกพักหนึ่ง จากนั้นถึงได้ลุกขึ้นมาเก็บเตียงนอนแล้วออกจากห้องไปล้างหน้าล้างตาเหอชางยังคงปฏิเสธอย่างหนักแน่นที่จะให้หม่าเจี่ยซินช่วยงานครัว ด้วยเหตุนี้นางจึงทำได้เพียงไปนั่งเฝ้าเขาทุกเช้า แล้วนั่งกินอาหารร่วมกันเท่านั้น ห้องครัวจึงกลายเป็นสถานที่ที่เขาและนางใช้เวลาอยู่ด้วยกันมากที่สุดไปโดยไม่ได้ตั้งใจ“หลายวันมานี้ข้าไม่เห็นท่านปู่เลย เขาไปไหนรึ”นอกจากวันแรกที่มาถึง หม่าเจี่ยซินก็พบว่าหลาย

  • วาสนานาง    เขาและนาง 3

    ก่อนจะมาแต่งงานกับบุตรชายทั้งสามของตระกูลเหอ หลิวซื่อเคยเป็นบุตรสาวของขุนนางใหญ่ท่านหนึ่ง แต่ด้วยครอบครัวถูกใส่ร้ายป้ายสี บิดาต้องโทษถูกประหาร บุรุษในครอบครัวถูกเนรเทศไปไกลสามพันลี้ หญิงสาวในครอบครัวถูกขายให้กับหอนางโลม หลิวซื่อที่แอบหลบหนีออกมาได้บังเอิญไปพบกับเหอคังเข้าหลังเหอคังยื่นมือเข้าช่วยหลิวซื่อ เขาก็พานางกลับมายังบ้านของตระกูลเหอ ตอนแรกหลิวซื่อซาบซึ้งใจเป็นอย่างมากและตั้งใจจะตอบแทนเหอคังด้วยร่างกาย เพราะนอกจากร่างกายแล้วนางก็ไม่มีทรัพย์สมบัติอย่างอื่นติดกายแต่เมื่อได้รู้ว่าหากคิดอยากจะเป็นคนของเขาจำต้องยอมรับน้องชายทั้งสองของเขาด้วย หลิวซื่อที่ไม่เคยได้พบเห็นเรื่องเช่นนี้มาก่อนเกิดความหวาดกลัวจนถึงขั้นหลบหนีแต่สุดท้ายนางก็หนีไปไม่รอด เพราะชีวิตของนางไม่เหลืออะไรอีกแล้ว หากกลับออกไปด้านนอกย่อมต้องใช้ชีวิตอยู่อย่างหวาดระแวงด้วยความกลัวว่าจะถูกคนจากหอนางโลมจับตัวกลับไปในสักวันหนึ่ง

فصول أخرى
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status